๓. มหาทุกฺขกฺขนฺธสุตฺตวณฺณนา

๑๖๓. ตโต ปรนฺติ ติณฺณํ ชนานํ อุปริ สงฺโฆ จตุวคฺคกรณียาทิกมฺเมหิ ปฏิกมฺมปฺปตฺตตฺตา. คามํ คโตติ วุจฺจติ คามํ อุทฺทิสฺส คตตฺตา, เอวํ สาวตฺถึ ปวิสิตุํ วิหารโต นิกฺขนฺตา ‘‘ปวิสึสู’’ติ วุตฺตา. ปริญฺญนฺติ ปหานปริญฺญํ. สา หิ สมติกฺกโม, น อิตรา. รูปเวทนาสุปีติ ‘‘รูปานํ ปริญฺญํ, เวทนานํ ปริญฺญ’’นฺติ เอตฺถาปิ. กามํ สพฺเพสํ ติตฺถิยานํ กามาทิปริญฺญาปญฺญาปนเหตุภูโต สมโย นตฺถิ, เยสํ ปน อตฺถิ, เต อุปาทาย ‘‘สกสมยํ ชานนฺตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ยโต ยโต โข โภ อยํ ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, เอตฺตาวตา โข โภ กามานํ ปริญฺญา โหตี’’ติ เอวํ สรูปโต ปฐมชฺฌานํ วิภาเวตุํ อสกฺโกนฺตาปิ เกวลํ อจฺจนฺตปฺปหานสญฺญาย กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปยฺยุํ ปฐมชฺฌานํ วทมานา. ตํ กิสฺส เหตุ? ตาทิสสฺส อาคมาธิคมสฺสาภาวโต. รูปเวทนาปริญฺญาสุปิ เอเสว นโย. วุจฺเจถาติ วุจฺเจยฺย. ทุติยปเทปีติ ‘‘อนุสาสนิยา วา อนุสาสนิ’’นฺติ เอวํ วุตฺตวาเกฺยปิ. เต กิร ภิกฺขู.

๑๖๕. น เจว สมฺปายิสฺสนฺตีติ น เจว สมฺมเทว ปกาเรหิ คเมสฺสนฺติ ญาเปสฺสนฺติ. เตนาห ‘‘สมฺปาเทตฺวา กเถตุํ น สกฺขิสฺสนฺตี’’ติ. ยสฺมา อวิสเย ปโญฺห ปุจฺฉิโต โหติ, ตสฺมา อาปชฺชิสฺสนฺตีติ โยชนา. สเทวเกติ อรูปเทวคฺคหณํ. เต หิ โลกิยเทเวหิ ทีฆายุกตาทินา อุกฺกฏฺฐา. สมารเกติ กามาวจรเทวคฺคหณํ. สพฺรหฺมเกติ รูปาวจรพฺรหฺมคฺคหณํ. สสฺสมณพฺราหฺมณิยาติ เอตฺถ สมณคฺคหเณน ปพฺพชิเต, พฺราหฺมณคฺคหเณน ชาติพฺราหฺมเณ, ปุน เทวคฺคหเณน สมฺมุติเทเว, มนุสฺสคฺคหเณน อวสิฏฺฐมนุสฺสกายํ ปริยาทิยติ. โลกปชาคฺคหเณน ปน ปโยชนํ อฏฺฐกถายํ ทสฺสิตเมว. อญฺญถา อาราธนํ นาม นตฺถีติ อิมินา กามรูปเวทนาสุ อสฺสาทาทีนํ ยาถาวโต อวโพโธ เอว อิโต พาหิรกานํ นตฺถิ, กุโต ปเวทนาติ ทสฺเสติ.

๑๖๖. จิตฺตาราธนนฺติ ยาถาวปเวทเนน ปเรสํ จิตฺตสฺส ปริโตสนํ. พนฺธนฏฺเฐน คุณาติ กามราคสํโยชนสฺส ปจฺจยภาเวน วตฺถุกาเมสุปิ พนฺธนฏฺโฐ วุตฺโต, โกฏฺฐาสฏฺโฐ วา คุณฏฺโฐ ทฏฺฐพฺโพ. ตรยนฺตีติ ตรมานา ยนฺติ คจฺฉนฺติ. อตีตาทิภินฺนปฐมาทิวยา เอว จิตฺตตา ราสิภาเวน วโยคุณาติ คหิตาติ อาห ‘‘ราสฏฺโฐ คุณฏฺโฐ’’ติ. จกฺขุวิญฺเญยฺยาติ วา จกฺขุวิญฺญาณตํทฺวาริกวิญฺญาเณหิ วิชานิตพฺพา. โสตวิญฺเญยฺยาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อิฏฺฐารมฺมณภูตาติ สภาเวเนว อิฏฺฐารมฺมณชาติกา, อิฏฺฐารมฺมณภาวํ วา ปตฺตา. กมนียาติ กาเมตพฺพา. มนวฑฺฒนกาติ มโนหรา. เอเตน ปริกปฺปนโตปิ อิฏฺฐภาวํ คณฺหาติ. ปิยชาติกาติ ปิยายิตพฺพสภาวา. กามูปสํหิตาติ กามราเคน อุเปจฺจ สนฺธานิยา สมฺพทฺธา (อ. นิ. ฏี. ๓.๖.๖๓) กาตพฺพาติ อาห ‘‘อารมฺมณํ กตฺวา’’ติ.

๑๖๗. สญฺญํ ฐเปตฺวาติ ‘‘อิมสฺมึ องฺคุลิกาทิปพฺเพ คหิเต สตํ โหติ, อิมสฺมึ สหสฺส’’นฺติอาทินา สญฺญาณํ กตฺวา คณนา. อจฺฉิทฺทคณนาติ ‘‘เอกํ เทฺว’’ติอาทินา นวนฺตวิธินา นิรนฺตรคณนา. ปิณฺฑคณนาติ สงฺกลนปฏุปฺปาทนาทินา ปิณฺฑิตฺวา คณนา. เตนาห ‘‘เขตฺตํ โอโลเกตฺวา’’ติอาทิ. กสนํ กสีติ กสิคฺคหเณน สพฺโพ กสิปฏิพทฺโธ ชีวิกูปาโย คหิโตติ อาห ‘‘กสีติ กสิกมฺม’’นฺติ. ชงฺฆวณิชฺชาติ ชงฺฆสตฺถวเสน วณิชฺชํ อาห, ถลวณิชฺชาติ สกฏสตฺถวเสน. อาทิ-สทฺเทน นาวาปณาทิวเสน โวหารํ. วณิปฺปโถติ วณิชมคฺโค, ทานคฺคหณวเสน สํโวหาโรติ อตฺโถ. อุสูนํ อสนกมฺมํ อิสฺสตฺตํ, ธนุสิปฺเปน ชีวิกา, อิธ ปน อิสฺสตฺตํ วิยาติ อิสฺสตฺตํ, สพฺพอาวุธชีวิกาติ อาห ‘‘อาวุธํ คเหตฺวา อุปฏฺฐานกมฺม’’นฺติ. โปโรหิจฺจามจฺจกมฺมาทิ ราชกมฺมํ.อาทิ-สทฺเทน รถสิปฺปขตฺตวิชฺชาสิปฺปาทิ-วุตฺตาวเสสํ มหาสิปฺปํ ขุทฺทกสิปฺปญฺจ สงฺคณฺหาติ. สีตสฺส ปุรกฺขโตติ สีตสฺส ปุรโต กโต. โย หิ สีตกาเล ชีวิกาเหตุ สีตลปเทสํ ปกฺขนฺทติ, โส วาฬมิคาทีหิ วิย สีเตน ปริปาติยมาโน เตน ปุรโต กโต วิย โหติ. เตนาห ‘‘สีเตน พาธิยมาโน’’ติ. อุณฺหสฺส ปุรกฺขโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สริตฺวาติ สํสปฺปิตฺวา. ฆฏฺฏิยมาโนติ หึสิยมาโน พาธิยมาโน. อาพาธนํ อาพาโธ, ปีฬาติ อตฺโถ. กามเหตุนฺติ วา ภาวนปุํสกนิทฺเทโส ยถา ‘‘วิสมํ จนฺทิมสูริยา ปริวตฺตนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๗๐). ตถา เสสปททฺวเยปิ. เตเนวาห ‘‘กามานเมว เหตู’’ติ. กามานํ เหตูติ เอตฺถ ปุริมปทาวธารณมยุตฺตํ ตทญฺญปจฺจยปฏิกฺเขปาปตฺติโต, ตถา อุตฺตรปทาวธารณํ กามานํ กทาจิ อเหตุภาวสฺสปิ สมฺภวโต, ตสฺมา ‘‘อุปฺปชฺชติเยวา’’ติ วุตฺตํ.

อุฏฺฐหโตติ อิมินา อุฏฺฐานวีริยํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อาชีวสมุฏฺฐาปกวีริเยนา’’ติ. ตํ วีริยนฺติ อาชีวิกสมุฏฺฐาปกวีริยํ. ปุพฺเพนาปรํ ฆเฏนฺตสฺสาติ อารมฺภโต ปฏฺฐาย นิรนฺตรํ ปวตฺเตนฺตสฺส. จิตฺเต อุปฺปนฺนพลวโสเกน โสจตีติ จิตฺตสนฺตาเปน อนฺโต นิชฺฌายติ. กาเย อุปฺปนฺนทุกฺเขนาติ ตสฺเสว โสกสฺส วเสน กาเย อุปฺปนฺนทุกฺเขน. โสกุทฺเทเสน ตํ ตํ วิปฺปลเปนฺโต วา ปริเทวติ. อุรํ ตาเฬตฺวาติ วกฺขปฺปเทสํ ปหริตฺวา. ‘‘โมฆ’’นฺติอาทิ ปริเทวนาการทสฺสนญฺเจว สมฺโมหาปชฺชนาการทสฺสนญฺจ. เมติ วตฺวา ปุน โนติ ปุถุวจนํ อตฺตโน อุภยถาปิ โวหริตพฺพโต, พฺยามูฬฺหวจนํ วา โสกวเสน.

๑๖๘. อิธ กามคฺคหเณน วิเสสโต วตฺถุกามา คหิตาติ กามาทิคฺคหณํ กตํ, นานนฺตริยตาย ปน กิเลสกาโมปิ คหิโต เอว. อสิจมฺมนฺติ เอตฺถ จมฺมคฺคหเณน น เกวลํ จมฺมมยสฺส, จมฺมปริสิพฺพิตสฺเสว วา คหณํ, อถ โข สพฺพสฺสปิ อาวุธพาธกสฺส คหณนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เขฏกผลกาทีนี’’ติ อาห. อาทิ-สทฺเทน สราทิสงฺคโห. ธนุกลาปํ สนฺนยฺหิตฺวาติ ธนุญฺเจว ขุรปฺปตูณิญฺจ สนฺนยฺหิตฺวา, ธนุทณฺฑสฺส ชิยาย ตถาภาวกรณาทิปิ (อ. นิ. ฏี. ๓.๕.๗๖) ธนุโน สนฺนยฺหนนฺติ. ทฺวินฺนํ เสนานํ พฺยูหสํวิธาเนน วา อุภโตพฺยูฬฺหํ. วิชฺโชตลนฺเตสูติ นิสิตปีตผลตาย วิชฺโชตนวเสน ปริวตฺตมาเนสุ.

ปาการสมีปาติสงฺขารตาย ปาการปาทา อุปการิโย, ยา ‘‘อุทฺทาปา’’ติ วุจฺจนฺติ. สตทนฺเตนาติ อเนกสตทนฺตเกน, ยสฺส ติขิณทนฺตานิ อเนกสตานิ มูลานิ โหนฺติ. อติภารตาย ทสวีสมตฺตาปิ ชนา อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกนฺติ, ยนฺตวเสน ปน อุกฺขิปิตฺวา พนฺธิตฺวา ฐเปนฺติ. เตนาห ‘‘อฏฺฐทนฺตากาเรนา’’ติอาทิ. โอมทฺทนฺตีติ โอฏฺฐเปนฺติ.

๑๖๙. สนฺธิมฺปิ ฉินฺทนฺติ โจริกาย ชีวิตุกามา. นิลฺโลปนฺติ นิสฺเสสวิโลปํ, เอกํ ปริตฺตํ คามํ ปริวาเรตฺวา ตตฺถ กิญฺจิปิ คยฺหูปคํ อเสเสตฺวา กรมรคฺคหณํ. เตนาห ‘‘มหาวิโลป’’นฺติ. ปนฺถทุหนกมฺมํ อฏวิมคฺเค ฐตฺวา อทฺธิกานํ วิลุมฺปนํ. ปหารสาธนตฺถํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๒.๑) ทณฺฑปฺปหารสฺส สุขสิทฺธิอตฺถํ. กญฺชิโต นิพฺพตฺตํ กญฺชิยํ, อารนาลํ. ยํ ‘‘พิลงฺค’’นฺติปิ วุจฺจติ, ตํ ยตฺถ สิญฺจติ, สา กญฺชิยอุกฺขลิกา. พิลงฺคถาลิกสทิสกรณํ พิลงฺคถาลิยํ. สีสกปาลํ อุปฺปาเฏตฺวาติ อโยคุฬปเวสนปฺปมาณํ ฉิทฺทํ กตฺวา. สงฺขมุณฺฑกมฺมการณนฺติ สงฺขํ วิย มุณฺฑกมฺมการณํ.

ราหุมุขกมฺมการณนฺติ ราหุมุขคต-สูริยสทิส-กมฺมการณํ. โชติมาลิกนฺติ โชติมาลวนฺตํ กมฺมการณํ. หตฺถปชฺโชติกนฺติ หตฺถปชฺโชตนกมฺมการณํ. เอรกวตฺตกมฺมการณนฺติ เอรกวตฺตสทิเส สรีรโต พทฺเธ อุปฺปาฏนกมฺมการณํ. จีรกวาสิกกมฺมการณนฺติ สรีรโต อุปฺปาฏิตพทฺธจีรกาหิ นิวาสาปนกมฺมการณํ. ตํ กโรนฺตา ยถา คีวโต ปฏฺฐาย พทฺเธ กนฺติตฺวา กฏิยเมว ฐเปนฺติ, เอวํ โคปฺผกโต ปฏฺฐาย กนฺติตฺวา กฏิยเมว ฐเปนฺติ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘กฏิโต ปฏฺฐาย กนฺติตฺวา โคปฺผเกสุ ฐเปนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เอเณยฺยกกมฺมการณนฺติ เอณีมิคสทิสกมฺมการณํ. อยวลยานิ ทตฺวาติ อยวลยานิ ปฏิมุญฺจิตฺวา. อยสูลานิ โกฏฺเฏนฺตีติ กปฺปรชณฺณุกโกฏีสุ อยสูลานิ ปเวเสนฺติ. นฺติ ตํ ตถากตกมฺมการณํ สตฺตํ.

พฬิสมํสิกนฺติ พฬิเสหิ มํสุปฺปาฏนกมฺมการณํ. กหาปณิกนฺติ กหาปณมตฺตโส ฉินฺทนกมฺมการณํ. โกฏฺเฏนฺตีติ ฉินฺทนฺติ. ขาราปตจฺฉิกนฺติ ตจฺเฉตฺวา ขาราวสิญฺจนกมฺมการณํ. ปลิฆปริวตฺติกนฺติ ปลิฆสฺส วิย ปริวตฺตนกมฺมการณํ. เอกาพทฺธํ กโรนฺติ อยสูลสฺส โกฏฺฏเนน. ปลาลปีฐกนฺติ ปลาลปีฐสฺส วิย สรีรสฺส สํเวลฺลนกมฺมการณํ. การณิกาติ ฆาตนการกา. ปลาลวฏฺฏึ วิย กตฺวาติ ยถา ปลาลปีฐํ กโรนฺตา ปลาลวฏฺฏึ กตฺวา สํเวลฺลนวเสน นํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๒.๑) เวเฐนฺติ, เอวํ กโรนฺตีติ อตฺโถ. ฉาตเกหีติ พุภุกฺขิเตหิ โกเลยฺยกสุนเขหิ. พลวนฺโต หิ เต ชวโยคฺคา สูรา จ โหนฺติ. กมฺมวเสน สมฺปเรติ เอตฺถาติ สมฺปราโย, ปรโลโก. ตตฺถ ภโวติ สมฺปรายิโก.

๑๗๐. ฉนฺทราโค วินียติ เจว ปหียติ จ เอตฺถาติ นิพฺพานํ ฉนฺทราควินโย ฉนฺทราคปฺปหานญฺจาติ. เตนาห ‘‘นิพฺพานญฺหี’’ติ. ตตฺถ อาคมฺมาติ อิทํ โย ฉนฺทราคํ วิเนติ ปชหติ, ตสฺส อารมฺมณํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตีหิ ปริญฺญาหีติ อิมินา ญาตตีรณปริญฺญาหิ ปริชานิสฺสนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. โก ปน วาโท ปหานปริญฺญายาติ ทสฺเสติ? ตถภาวายาติ ปริชานนกภาวาย.

๑๗๑. อปริตฺเตนาติ อหีเนน. วิปุเลนาติ มหตา. ยทิ วณฺณสมฺปตฺติทสฺสนตฺถํ, วณฺณทสกํ กสฺมา น คหิตนฺติ อาห ‘‘มาตุคามสฺส หี’’ติอาทิ. โภชนสมฺปทาทีนํ อลาเภปีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ทุคฺคตกุเล นิพฺพตฺตสฺสปี’’ติ วุตฺตํ. โถกํ โถกํ วณฺณายตนํ ปสีทติ มํสสฺส ปริพฺรูหนโต ถนมํสานิ วฑฺฒนฺติ ชายนฺติ. วณฺเณติ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสนฺโต วิย โหตีติ วณฺโณ. โส เอว สามคฺโคปโภคาทินา นิภาตีติ นิภา. เตนาห ‘‘วณฺณนิภาติ วณฺโณเยวา’’ติ.

โภคฺคนฺติ อติวิย วงฺกตาย โภคฺคํ. ตาทิสํ ปน สรีรํ ภคฺคํ วิย โหตีติ อาห ‘‘ภคฺค’’นฺติ. เตนาห ‘‘อิมินาปิสฺส วงฺกภาวเมว ทีเปตี’’ติ. ทนฺตานํ ฉินฺนภินฺนตาย เอกจฺจานํ ปตเนน จ ขณฺฑิตทนฺตํ. เกสานํ เสตวณฺณตาย ปลิตนฺติ อาห ‘‘ปณฺฑรเกส’’นฺติ. เกสานํ มตฺตโส สิยเน ขลฺลาฏโวหาโรติ พหุโส สิยนํ สนฺธายาห ‘‘มหาขลฺลาฏสีส’’นฺติ. วสฺสสติกกาเล อุปฺปชฺชนติลกานิ สนฺธายาห ‘‘ติลกาหตคตฺต’’นฺติ. ตานิ ปน กานิจิ เสตานิ โหนฺติ กานิจิ กาฬานีติ อาห ‘‘เสตกาฬติลเกหี’’ติ. พฺยาธิกนฺติ สญฺจาตพฺยาธึ. พาฬฺหคิลานนฺติ มารณนฺติ กเคลญฺเญน คิลานํ.

๑๗๓. ตสฺมึ สมเยติ ตสฺมึ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรณสมเย. น เจเตตีติ น อภิสนฺทหติ. พฺยาพาธนฏฺเฐน พฺยาพาโธ, พฺยาพาโธว พฺยาพชฺฌํ, นตฺถิ เอตฺถ พฺยาพชฺฌนฺติ อพฺยาพชฺฌํ, ทุกฺขรหิตํ. เตนาห ‘‘นิทฺทุกฺขเมวา’’ติ.

๑๗๔. อนิจฺจาทิอากาโรติ อนิจฺจากาโร ทุกฺขากาโร วิปริณามากาโร จลาทิอากาโร จ.

มหาทุกฺขกฺขนฺธสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.