๒. สีหนาทวคฺโค

๑. จูฬสีหนาทสุตฺตวณฺณนา

๑๓๙. สุตฺตเทสนาวตฺถุสงฺขาตสฺส อตฺถสฺส อุปฺปตฺติ อฏฺฐุปฺปตฺติ, สา ตสฺส อตฺถีติ อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ลาภสกฺการปจฺจยาติ ลาภสกฺการนิมิตฺตํ, ภควโต สงฺฆสฺส จ อุปฺปนฺนลาภสกฺการเหตุ, อตฺตโน วา ลาภสกฺการุปฺปาทนเหตุ. ติตฺถิยปริเทวิเตติ ติตฺถิยานํ ‘‘กึ โภ สมโณเยว โคตโม สมโณ’’ติอาทินา วิปฺปลปนิมิตฺตํ. ‘‘มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชี’’ติ วตฺวา สมนฺตปาสาทิกตฺถํ ตสฺส อุปฺปตฺติการณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตุปฺปมาณิโก หี’’ติอาทิมาห. จตฺตาริ ปมาณานิ จตุปฺปมาณานิ, จตุปฺปมาณานิ เอตสฺส อตฺถีติ จตุปฺปมาณิโก. โลโกเยว สงฺคมฺม สมาคมฺม วสนฏฺเฐน โลกสนฺนิวาโส, สตฺตกาโยติ อตฺโถ. ปมินาติ อุฬารตาทิวิเสสํ เอเตนาติ ปมาณํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๖๕) รูปํ รูปกาโย ปมาณํ เอตสฺสาติ รูปปฺปมาโณ. ตโต เอว รูเป ปสนฺโนติ รูปปฺปสนฺโน. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. โฆโสติ ปวตฺตถุติโฆโส (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๖๕). ลูขนฺติ ปจฺจยลูขตา. ธมฺโมติ สีลาทโย คุณธมฺมา อธิปฺเปตา.

เตสํ ปุคฺคลานํ. อาโรหนฺติ อุจฺจตํ. สา จ โข ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล ปมาณยุตฺตา ทฏฺฐพฺพา. ปริณาหนฺติ นาติกิสนาติถูลตาวเสน มิตปริณาหํ. สณฺฐานนฺติ เตสํ เตสํ องฺคปจฺจงฺคานํ สุสณฺฐิตตํ. ปาริปูรินฺติ สพฺเพสํ สรีราวยวานํ ปริปุณฺณตํ อเวกลฺลตํ. ตตฺถ ปมาณํ คเหตฺวาติ ตสฺมึ รูเป รูปสมฺปตฺติยํ ปมาณภาวํ อุปาทาย. ปสาทํ ชเนตีติ อธิโมกฺขํ อุปฺปาเทติ.

ปรวณฺณนายาติ ‘‘อมุโก เอทิโส จ เอทิโส จา’’ติ ยสคุณวจเนน. ปรโถมนายาติ สมฺมุขาว ปรสฺส สิลาฆุปฺปาทเนน อภิตฺถวเนน. ปรปสํสนายาติ ปรมฺมุขา ปรสฺส คุณสํกิตฺตเนน. ปรวณฺณหาริกายาติ ปรมฺปรวณฺณหาริกาย ปรมฺปราย ปรสฺส กิตฺติสทฺทูปสํหาเรน. ตตฺถาติ ตสฺมึ ถุติโฆเส.

จีวรลูขนฺติ ถูลชิณฺณพหุตุนฺนกตาทึ จีวรสฺส ลูขภาวํ. ปตฺตลูขนฺติ อเนกคนฺถิกาหตาทึ ปตฺตสฺส ลูขภาวํ. วิวิธํ วา ทุกฺกรการิกนฺติ ธุตงฺคเสวนาทิวเสน ปวตฺตํ นานาวิธํ ทุกฺกรจริยํ.

สีลํ วา ปสฺสิตฺวาติ สีลปาริปูริวเสน วิสุทฺธํ กายวจีสุจริตํ ญาณจกฺขุนา ปสฺสิตฺวา. ฌานาทิอธิคมสิทฺธํ สมาธึ วา. วิปสฺสนาภิญฺญาสงฺขาตํ ปญฺญํ วา.

ภควโต สรีรํ ทิสฺวาติ สมฺพนฺโธ. รูปปฺปมาโณปิ สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ อปริมิตกาลสมุปจิตปุญฺญานุภาวนิปฺผนฺนาย สพฺพโส อนวชฺชาย สพฺพาการปริปุณฺณาวยวาย รูปกายสมฺปตฺติยา สมนฺตปาสาทิกตฺตา, ยสฺสา รุจิรภาโว วิสุทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว ปุณฺณมาสิยํ ปริปุณฺณกลาภาคมณฺฑลํ จนฺทมณฺฑลํ อภิภวิตฺวา อติโรจติ, ปภสฺสรภาโว สรทสมยํ สํวทฺธิตทิคุณเตชกิรณชาลสมุชฺชลํ สูริยมณฺฑลํ อภิภวติ, โสมฺมกิรณรสสมุชฺชลภาเวหิ ตทุภเยหิ อภิภุยฺย วตฺตมานํ เอกสฺมึ ขเณ ทสสหสฺสิโลกธาตุํ วิชฺโชตนสมตฺถํ มหาพฺรหฺมุโน ปภาสมุทยํ อภิวิหจฺจ ภาสเต ตปเต วิโรจติ จ.

สติปิ องฺคปริจฺจาคาทีนํ ทานปารมิภาเว ปริจฺจาควิเสสภาวทสฺสนตฺถญฺเจว สุทุกฺกรภาวทสฺสนตฺถญฺจ องฺคปริจฺจาคาทิคฺคหณํ, ตตฺถาปิ จ องฺคปริจฺจาคโต วิสุํ นยนปริจฺจาคคฺคหณํ, ปริจฺจาคภาวสามญฺเญปิ รชฺชปริจฺจาคโต ปุตฺตทารปริจฺจาคคฺคหณญฺจ กตํ. อาทินา นเยนาติ อาทิ-สทฺเทน ปุพฺพโยคปุพฺพจริยาทิเหตุสมฺปตฺติยา, ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๕๗, ๒๕๕) วุตฺตาย ผลสมฺปตฺติยา, ‘‘โส ธมฺมํ เทเสตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๕๕) วุตฺตาย สตฺตุปการกิริยาย จ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ ยถาวุตฺตคุณานํ อนญฺญสาธารณภาวโต อจฺฉริยพฺภุตภาวโต จ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.

‘‘จีวรลูขํ ทิสฺวา’’ติ วตฺวา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ ภควา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สาณปํสุกูลจีวเรนาติ มตกเฬวรํ ปลิเวเฐตฺวา ฉฑฺฑิเตน ตุมฺพมตฺเต กิมี ปปฺโผเฏตฺวา คหิเตน สาณปํสุกูลจีวเรน. ภาริยนฺติ ครุกํ, ทุกฺกรนฺติ อตฺโถ. วธุยุวตีมชฺฌิมิตฺถิวเสน, พาลโยพฺพนปุราณวเสน วา ติวิธนาฏกตา. หเรณุยูสํ มณฺฑลกลายรโส. ‘‘ยาเปสฺสติ นามา’’ติ นาม-สทฺทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. นาม-สทฺทโยเคน หิ อนาคตกาลสฺส วิย ปโยโค, ยาเปติ อิจฺเจว อตฺโถ. อปฺปาณกนฺติ นิรสฺสาสํ นิโรธิตสฺสาสปสฺสาสํ.

สมาธิคุณนฺติ สาธารณโต วุตฺตมตฺถํ วิวรติ ฌานาทิคฺคหเณน. มานทพฺพนิมฺมทเนน นิพฺพิเสวนภาวาปาทนมฺปิ ทมนเมวาติ วุตฺตํ ‘‘ปาถิกปุตฺตทมนาทีนี’’ติ. อาทิ-สทฺเทน สจฺจกาฬวกพกทมนาทีนํ สงฺคโห. พาเวรุนฺติ เอวํนามกํ วิสยํ. สรสมฺปนฺโนติ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน สเรน สมนฺนาคโต. เตน พฺรหฺมสฺสรตากรวีกภาณิตาทสฺสเนน ลกฺขณหารนเยน อวเสสลกฺขณปาริปูรึ วิย ตทวินาภาวโต พุทฺธานํ เทสนาวิลาสญฺจ วิภาเวติ.

หตปฺปภาติ พุทฺธานุภาเวน วิคตเตชา. กาฬปกฺขูปเมติ สตฺตานํ พฺยาโมหนฺธการาภิภเวน กาฬปกฺขรตฺตูปเม. สูริเยติ สูริเย อุทยิตฺวา โอภาเสนฺเตติ อธิปฺปาโย.

สิงฺฆาฏเกติ ติโกณรจฺฉายํ. จตุกฺเกติ สนฺธิยํ. ปริเทวนฺตีติ อนุตฺถุนนวเสน วิปฺปลปนฺติ. โสกาธิกกโต หิ วจีปลาโป ปริเทโว. โลเก อุปฺปชฺชมาเนเยว อุปฺปนฺนาติ อตฺตโน ทิฏฺฐิวาทสฺส ปุราตนภาวํ ทีเปนฺติ.

เสสปเทสุปีติ ‘‘อิธ ทุติโย สมโณ’’ติอาทีสุ เสสวาเรสุปิ (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๒๔๑-๒๔๒) ยถา หิ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติ (ปารา. ๑๑; ที. นิ. ๑.๒๒๖; สํ. นิ. ๒.๑๕๒; อ. นิ. ๔.๑๒๓) เอตฺถ กโต นิยโม ‘‘วิวิจฺจ อกุสเลหี’’ติ (ปารา. ๑๑; ที. นิ. ๑.๒๒๖; สํ. นิ. ๒.๑๕๒; อ. นิ. ๔.๑๒๓) เอตฺถาปิ กโตเยว โหติ สาวธารณสฺเสว อตฺถสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา, เอวมิธาปีติ. เตนาห ‘‘ทุติยาทโยปี’’ติอาทิ. สามญฺญผลาธิคมวเสน นิปฺปริยายโต สมณภาโวติ เตสํ วเสเนตฺถ จตฺตาโร สมณา เทสิตาติ ตมตฺถํ สุตฺตนฺตเรน สมตฺเถตุํ ‘‘เตเนวาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปฏิปตฺติกฺกเมน เทสนากฺกเมน จ สกทาคามิอาทีนํ ทุติยาทิตา วุตฺตาติ โสตาปนฺนสฺส ปฐมตา อวุตฺตสิทฺธาติ น โจทิตา. ผลฏฺฐกสมณาว อธิปฺเปตา สมิตปาปสมณคฺคหณโต. กสฺมา ปเนตฺถ มหาปรินิพฺพาเน วิย มคฺคฏฺฐา ตทตฺถาย ปฏิปนฺนา จ น คหิตาติ? เวเนยฺยชฺฌาสยโต. ตตฺถ หิ มคฺคาธิคมตฺถาย วิปสฺสนาปิ อิโต พหิทฺธา นตฺถิ, กุโต มคฺคผลานีติ ทสฺเสนฺเตน ภควตา ‘‘ญายสฺส ธมฺมสฺส ปเทสวตฺตี, อิโต พหิทฺธา สมโณปิ นตฺถี’’ติ วุตฺตํ. อิธ ปน นิฏฺฐานปฺปตฺตเมว ตํตํสมณภาวํ คณฺหนฺเตน ผลฏฺฐกสมณาว คหิตา ‘‘มคฺคฏฺฐโต ผลฏฺโฐ สวิเสสํ ทกฺขิเณยฺโย’’ติ. สฺวายมตฺโถ ทฺวีสุ สุตฺเตสุ เทสนาเภเทเนว วิญฺญายตีติ.

ริตฺตาติ วิวิตฺตา. ตุจฺฉาติ นิสฺสารา ปฏิปนฺนกสาราภาวโต. ปวทนฺติ เอเตหีติ ปวาทา, ทิฏฺฐิคติกานํ นานาทิฏฺฐิทีปกา สมยาติ อาห ‘‘จตฺตาโร สสฺสตวาทา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาคมิสฺสติ. เตติ ยถาวุตฺตสมณา. เอตฺถาติ ‘‘ปรปฺปวาทา’’ติ วุตฺเต พาหิรกสมเย.

ยนฺติ ยสฺมึ. ภุมฺมตฺเถ หิ อิทํ ปจฺจตฺตวจนํ. ญาโย วุจฺจติ สห วิปสฺสนาย อริยมคฺโค. เตน หิ นิพฺพานํ ญายติ คมฺมติ ปฏิวิชฺฌตีติ. โส เอว นิพฺพานสมฺปาปกเหตุตาย ธมฺโมติ อาห ‘‘ญายสฺส ธมฺมสฺสา’’ติ.

เตสํ ปรปฺปวาทสาสนานํ อเขตฺตตา เขตฺตตา จ อริยมคฺคสฺส อภาวภาวา สุปริสุทฺธสฺส สีลสฺส สุปริสุทฺธาย สมถวิปสฺสนาย อภาวโต สาวโต จ. ตทุภยญฺจ ทุรกฺขาตสฺวากฺขาตภาวเหตุกํ, โส จ อสมฺมาสมฺพุทฺธสมฺมาสมฺพุทฺธปเวทิตตายาติ ปราชิกาย สตฺถุ วิปตฺติเหตุตาย สาสนสฺส อนิยฺยานภาโวติ ทสฺเสติ.

อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ปริยายโต จ ปาฬิยา จ สมตฺเถตุํ ‘‘เตนาห ภควา’’ติอาทินา ปาฬึ ทสฺเสตฺวา อุปมาปเทเสน ตตฺถ สุตฺตํ วิภาเวนฺโต ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา เอกจฺจานํ วิเสสโต สีหานํ ปุริมํ ปาททฺวยํ หตฺถกิจฺจมฺปิ กโรติ, ตสฺมา อาห ‘‘สุรตฺตหตฺถปาโท’’ติ. สีหสฺส เกสา นาม เกสรายตนา ขนฺธโลมา. โคจริยหตฺถิกุลํ นาม ปกติหตฺถิกุลํ, ยํ ‘‘กาลาวก’’นฺติปิ วุจฺจติ. โฆฏโก นาม อสฺสขฬุงฺโก. สิเนรุปริภณฺเฑ สิมฺพลิรุกฺเขหิ สญฺฉาทิโต ปญฺญาสโยชโน ทโห สิมฺพลิทโห, ตํ ปริวาเรตฺวา มหนฺตํ สิมฺพลิวนํ, ตํ สนฺธายาห ‘‘สิมฺพลิทหวเน’’ติ. อญฺญติตฺถาวาสภูมิยํ อิเมสุ สมเณสุ เอกจฺโจ น อุปฺปชฺชติ, อีทิโส ปเนตฺถ วิกปฺโป นตฺถิ, สพฺเพน สพฺพํ น อุปฺปชฺชนฺเตวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกสมโณปี’’ติ อาห. อริยมคฺคปริกฺขเตติ อริยมคฺคุปฺปตฺติยา อภิสงฺขเต, ยทา สาสนิกานํ สมฺมาปฏิปตฺติยา อริยมคฺโค ทิพฺพติ, ตทาติ อตฺโถ.

สมฺมาติ สุฏฺฐุ. สุฏฺฐุ นทนํ นาม เหตุยุตฺตํ สุฏฺฐุ กตฺวา กถนนฺติ อาห ‘‘เหตุนา’’ติ. โส จ เหตุ อวิปรีโต เอว อิจฺฉิตพฺโพติ อาห ‘‘นเยนา’’ติ, ญาเยนาติ อตฺโถ. เอวํภูโต จ โส ยถาธิปฺเปตตฺถํ กโรติ สาเธตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘การเณนา’’ติ. ยทิ ติรจฺฉานสีหสฺส นาโท สพฺพติรจฺฉานเอกจฺจมนุสฺสามนุสฺสนาทโต เสฏฺฐตฺตา เสฏฺฐนาโท, กิมงฺคํ ปน ตถาคตสีหนาโทติ อาห ‘‘สีหนาทนฺติ เสฏฺฐนาท’’นฺติ. ยทิ ติรจฺฉานสีหนาทสฺส เสฏฺฐนาทตา นิพฺภยตาย อปฺปฏิสตฺตุตาย อิจฺฉิตา, ตถาคตสีหนาทสฺเสว อยมตฺโถ สาติสโยติ อาห ‘‘อภีตนาทํ อปฺปฏินาท’’นฺติ. อิทานิสฺส เสฏฺฐนาทภาวํ การเณน ปฏิปาเทนฺโต ‘‘อิเมสญฺหี’’ติอาทิมาห. เตน ‘‘สมฺมา’’ติ วุตฺตมตฺถํ สมตฺเถติ. ตตฺถ อตฺถิตายาติ อิมินา สีหนาทสฺส อุตฺตมตฺถตํ ทสฺเสติ. ภูตฏฺโฐ หิ อุตฺตมฏฺโฐ. ตาย เอว ภูตฏฺฐตาย อภีตนาทตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเม สมณา…เป… นาม โหตี’’ติ อาห. อภูตญฺหิ วทโต กุโตจิ ภยํ วา อาสงฺกา วา สิยาติ ‘‘อิเธวา’’ติ นิยมสฺส อวิปรีตตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อมฺหากมฺปิ…เป… อปฺปฏินาโท นาม โหตี’’ติ อาห. ยญฺหิ อญฺญตฺถาปิ อตฺถิ, ตํ อิเธวาติ อวธาเรตุํ น ยุตฺตนฺติ.

๑๔๐. โขติ อวธารเณ. เตน วิชฺชติ เอวาติ ทสฺเสติ. ยนฺติ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตนฺติ อาห ‘‘เยน การเณนา’’ติ. ติตฺถํ นาม ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ตพฺพินิมุตฺตสฺส กสฺสจิ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตสฺส อภาวโต. ปารคมนสงฺขาตํ ตรณํ ทิฏฺฐิคติกานํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๖๒) ตตฺถ ตตฺเถว อปราปรํ อุมฺมุชฺชนนิมุชฺชนวเสน ปิลวนนฺติ อาห ‘‘ตรนฺติ อุปฺปลวนฺตี’’ติ. อุปฺปาเทตาติ ปูรณาทิโก. ติตฺเถ ชาตาติ ติตฺถิยา, ยถาวุตฺตํ วา ทิฏฺฐิคตสงฺขาตํ ติตฺถํ เอเตสํ อตฺถีติ ติตฺถิกา, ติตฺถิกา เอว ติตฺถิยา. อสฺสสนฺติ เอตฺถ, เอเตนาติ วา อสฺสาโส, อวสฺสโย.

ปกตตฺถนิทฺเทโส ยํ-ตํ-สทฺโทติ ตสฺส ‘‘ภควตา’’ติอาทีหิ ปเทหิ สมานาธิกรณภาเวน วุตฺตสฺส เยน อภิสมฺพุทฺธภาเวน ภควา ปกโต สตฺถุภาเวน อธิคโต สุปากโฏ จ, ตํ อภิสมฺพุทฺธภาวํ สทฺธึ อาคมนปฏิปทาย อตฺถภาเวน ทสฺเสนฺโต ‘‘โย โส…เป… อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ อาห. สติปิ ญาณทสฺสนสทฺทานํ อิธ ปญฺญาเววจนภาเว เตน เตน วิเสเสน เนสํ สวิสเย วิเสสปฺปวตฺติทสฺสนตฺถํ (สารตฺถ. ฏี. ปริวาร ๓.๑) อสาธารณวิเสสวเสน วิชฺชาตฺตยวเสน วิชฺชาภิญฺญานาวรณวเสน สพฺพญฺญุตญฺญาณมํสจกฺขุวเสน ปฏิเวธเทสนาญาณวเสน จ เต โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เตสํ เตส’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อาสยานุสยํ ชานตา อาสยานุสยญาเณน, สพฺพํ เญยฺยธมฺมํ ปสฺสตา สพฺพญฺญุตานาวรณญาเณหิ. ปุพฺเพนิวาสาทีหีติ ปุพฺเพนิวาสอาสวกฺขยญาเณหิ. อนญฺญสาธารณปุญฺญานุภาวนิพฺพตฺโต อนุตฺตรญาณาธิคมลทฺธปุราวตฺตโก จ ภควโต รูปกาโย อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ วตฺตตีติ อาห ‘‘สพฺพสตฺตานํ…เป… ปสฺสตา’’ติ. ปฏิเวธปญฺญายาติ มคฺคปญฺญาย. ตาย หิ สพฺพโส เญยฺยธมฺเมสุ สมฺโมหสฺส วิธมิตตฺตา ปจฺฉา ปวตฺตชานนํ ตสฺส ชานนํ วิย วุจฺจติ.

อรีนนฺติ กิเลสารีนํ, ปญฺจวิธมารานํ วา สาสนปจฺจตฺถิกานํ วา อญฺญติตฺถิยานํ, เตสํ หนนํ ปาฏิหาริเยหิ อภิภวนํ อปฺปฏิภานตากรณํ อชฺฌุเปกฺขนํ วา. เกสิวินยสุตฺตญฺเจตฺถ (อ. นิ. ๔.๑๑๑) นิทสฺสนํ. ตถา จ ฐานาฏฺฐานาทีนิ วา ชานตา, ยถากมฺมุปเค สตฺเต ปสฺสตา, สวาสนานมาสวานํ ขีณตฺตา อรหตา, อภิญฺเญยฺยาทิเภเท ธมฺเม อภิญฺเญยฺยาทิโต อวิปรีตาวโพเธน สมฺมาสมฺพุทฺเธน. อถ วา ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณตาย ชานตา, กายกมฺมาทีนํ ญาณานุปริวตฺตเนน นิสมฺมการิตาย ปสฺสตา, รวาทีนมฺปิ (สารตฺถ. ฏี. ปริวาร ๓.๑) อภาวสาธิกาย ปหานสมฺปทาย อรหตา, ฉนฺทาทีนํ อหานิเหตุภูตาย อกฺขยปฏิภานสาธิกาย สพฺพญฺญุตาย สมฺมาสมฺพุทฺเธน. เอวํ ทสพลอฏฺฐารสาเวณิกพุทฺธธมฺมวเสนปิ โยชนา เวทิตพฺพา. เยติ จตุโร ธมฺเม. อตฺตนีติ อเมฺหสุ. น ราชราชมหามตฺตาทีสุ อุปตฺถมฺภํ สมฺปสฺสมานา, น กายพลํ สมฺปสฺสมานาติ โยชนา.

อุปฺปนฺนปสาโทติ อเวจฺจปฺปสาทํ วทติ. วกฺขติ หิ ‘‘จตฺตาริ โสตาปนฺนสฺส องฺคานิ กถิตานี’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๐). กามํ อเสกฺขาปิ อเสกฺขาย สมสิกฺขตาย สหธมฺมิกา เอว, จิณฺณพฺรหฺมจริยตาย ปน สหธมฺมํ จรนฺตีติ น วตฺตพฺพาติ อเสกฺขวาโร น คหิโต. สพฺเพเปเตติ เอเต ยถาวุตฺตา ภิกฺขุอาทโย โสตาปนฺนาทโย จ ปุถุชฺชนา อริยา จาติ สพฺเพปิ เอเต ตํตํสิกฺขาหิ สมานธมฺมตฺตา สหธมฺมตฺตา ‘‘สหธมฺมิกา’’ติ วุจฺจนฺติ. อิทานิ นิพฺพตฺติตอริยธมฺมวเสเนว สหธมฺมิเก ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. มคฺคทสฺสนมฺหีติ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน สจฺจปฏิเวเธน ‘‘นว มคฺคงฺคานิ, อฏฺฐ โพชฺฌงฺคานี’’ติอาทินา วิวาโท นตฺถิ. เอกธมฺมจาริตายาติ สมานธมฺมจาริตาย. น หิ ปฏิวิทฺธสจฺจานํ ‘‘มยา ธมฺโม สุทิฏฺโฐ, ตยา ทุทฺทิฏฺโฐ’’ติอาทินา วิวาโท อตฺถิ. ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สงฺฆาตา หิ เต อุตฺตมปุริสา. อิมินาติ ‘‘สหธมฺมิกา โข ปนา’’ติอาทิวจเนน. ตตฺถ ปิยมนาปคฺคหเณน สีเลสุ ปริปูรการิตาปเทเสน เอกเทเสน คหิตํ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺตึ ปริปุณฺณํ กตฺวา ทสฺเสติ. เย หิ สมฺปนฺนสีลา สุวิสุทฺธทสฺสนา, เต วิญฺญูนํ ปิยา มนาปาติ. เอตฺตาวตาติ ‘‘อตฺถิ โข โน อาวุโส’’ติอาทินยปฺปวตฺเตน รตนตฺตยปสาทโชตเนน อกฺขาตา เตสุ เตสุ สุตฺตปเทเสสุ.

๑๔๑. สตฺถริ ปสาโทติ ปสาทคฺคหเณน ‘‘ภควตา’’ติอาทินา วา ปสาทนียา ธมฺมา คหิตา. เตน พุทฺธสุพุทฺธตํ ทสฺเสติ, ตถา ‘‘ธมฺเม ปสาโท’’ติ อิมินา ธมฺมสุธมฺมตํ, อิตเรน สงฺฆสุปฺปฏิปนฺนตํ. เยน จิตฺเตน อญฺญตฺถ อนุปลพฺภมาเนน สาสเนเยว สมโณ อิโต พหิทฺธา นตฺถีติ อยมตฺโถ, สมฺมเทว, ปติฏฺฐาปิโตติ เวทิตพฺพํ. ตตฺรายํ โยชนา – ยสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺโธ อมฺหากํ สตฺถา, ตสฺมา อตฺถิ โข โน, อาวุโส, สตฺถริ ปสาโท, สมฺมาสมฺพุทฺธตฺตา จสฺส สฺวาขาโต ธมฺโมติ อตฺถิ ธมฺเม ปสาโท, ตโต เอว จ อตฺถิ สีเลสุ ปริปูรการิตาติ สหธมฺมิกา…เป… ปพฺพชิตา จาติ เอวเมตฺถ สตฺถริ ปสาเทน ธมฺเม ปสาโท, เตน สงฺฆสุปฺปฏิปตฺตีติ อยญฺจ นโย เลเสนปิ ปรปฺปวาเทสุ นตฺถีติ อิเธว สมโณ…เป… สมเณหิ อญฺเญหีติ.

ปฏิวิทฺธสจฺจานํ ปหีนานุโรธานํ เคหสฺสิตเปมสฺส อสมฺภโว เอวาติ ‘‘อิทานี’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ ‘‘อุปชฺฌาเยน, ภิกฺขเว, สทฺธิวิหาริกมฺหิ ปุตฺตเปมํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ’’ติอาทิวจนํ (มหาว. ๖๕) กถนฺติ? นยิทํ เคหสฺสิตเปมํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตํสทิสตฺตา ปน เปมมุเขน วุตฺโต เมตฺตาเสฺนโห. น หิ ภควา ภิกฺขู สํกิเลเส นิโยเชติ. เอวรูปํ เปมํ สนฺธายาติ ปสาทาวหคุณาวหโต ปูรณาทีสุ ภตฺติ ปสาโท น โหติ, ปสาทปติรูปกา ปน โลภปวตฺตีติ ทฏฺฐพฺพา. เถโรติ มหาสงฺฆรกฺขิตตฺเถโร. เยน อฏฺฐกถา โปตฺถกํ อาโรปิตา. เอโกว สตฺถา อนญฺญสาธารณคุณตฺตา, อญฺญถา อนจฺฉริยตฺตา สตฺถุลกฺขณเมว น ปริปูเรยฺย. วิสุํ กตฺวาติ อญฺเญหิ วิเวเจตฺวา อตฺตโน อาเวณิกํ กตฺวา. ‘‘อมฺหากํ สตฺถา’’ติ พฺยาวทนฺตานํ อญฺเญสํ สตฺถา น โหตีติ อตฺถโต อาปนฺนเมว โหติ, ตถา จ ปเทสวตฺตินึ ตสฺส สตฺถุตํ ปฏิชานนฺตา ปริปุณฺณลกฺขณสตฺถุตํ อิจฺฉนฺตานมฺปิ ตโต วิรุทฺธา สตฺถุภาวปริเยสเนน ปราชิตา โหนฺติ. ปริยตฺติธมฺเมติ อธิกพฺรหฺมคุณสุตฺตเคยฺยาทิปฺปเภทสมเย. ตตฺถ อชสีล…เป… กุกฺกุรสีลาทีสูติ อิทํ เยภุยฺเยน อญฺญติตฺถิยานํ ตาทิสํ วตสมาทานสพฺภาวโต วุตฺตํ, อาทิ-สทฺเทน ยมนิยมจาตุยามสํวราทีนํ สงฺคโหติ. อธิปฺปยาโสติ อธิกํ ปยสติ ปยุชฺชติ เอเตนาติ อธิปฺปยาโส, สวิเสสํ อธิกตฺตพฺพกิริยา (อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๑๑๗). เตนาห ‘‘อธิกปฺปโยโค’’ติ.

ตสฺส ปสาทสฺส ปริโยสานภูตาติ ตสฺส สตฺถริ ธมฺเม จ ปสาทสฺส นิฏฺฐานภูตา. นิฏฺฐาติ โมกฺโข. สมยวาทีนญฺหิ ตสฺมึ ตสฺมึ สมเย ตทุปเทสเก จ ปสาโท ยาวเทว โมกฺขาธิคมนฏฺโฐ. ทิฏฺฐิคติกา ตถา ตถา อตฺตโน ลทฺธิวเสน นิฏฺฐํ ปริกปฺเปนฺติ เยวาติ อาห ‘‘นิฏฺฐํ อปญฺญเปนฺโต นาม นตฺถี’’ติ. พฺราหฺมณานนฺติ พฺราหฺมณวาทีนํ. เตสํ เอกจฺเจ พฺรหฺมุนา สโลกตา นิฏฺฐาติ วทนฺติ, เอกจฺเจ ตสฺส สมีปตา, เอกจฺเจ เตน สํโยโค นิฏฺฐาติ วทนฺติ. ตตฺถ เย สโลกตาวาทิโน สมีปตาวาทิโน จ, เต เทฺวธาวาทิโน, อิตเร อเทฺวธาวาทิโน. สพฺเพปิ เต อตฺถโต พฺรหฺมโลกุปปตฺติยํเยว นิฏฺฐาสญฺญิโน. ตตฺถ หิ เนสํ นิจฺจาภินิเวโส ยถา ตํ พกสฺส พฺรหฺมุโน. เตน วุตฺตํ ‘‘พฺรหฺมโลโก นิฏฺฐา’’ติ. พฺรหฺมโลโกติ ปฐมชฺฌานภูมิ. มหาตาปสานนฺติ เวขนสาทิตาปสานํ. มหาพฺรหฺมา วิย ปฐมชฺฌานภูมิยํ อาภสฺสเรสุ เอโก สพฺพเสฏฺโฐ นตฺถีติ ‘‘อาภสฺสรา’’ติ ปุถุวจนํ. ปริพฺพาชกานนฺติ สญฺจยาทิปริพฺพาชกานํ. อนฺโต จ มโน จ เอตสฺส นตฺถีติ อนนฺตมานโส. อาชีวกานญฺหิ สพฺพทาภาวโต อนนฺโต, สุขทุกฺขาทิสมติกฺกมนโต อมานโส. อิมินา อฏฺฐหิ โลกธมฺเมหิ อุปกฺกิลิฏฺฐจิตฺตตํ ทสฺเสติ.

ปปญฺเจ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ตณฺหาทิฏฺฐิโยว อธิปฺเปตา มมงฺการอหงฺการวิคมสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ยถา ปญฺจสุ ฐาเนสุ เอโกว กิเลโส โลโภ อาคโต, เอวํ ทฺวีสุ ฐาเนสุ ตโย กิเลสา อาคตา ‘‘โทโส โมโห ทิฏฺฐี’’ติ. ‘‘สโทสสฺสา’’ติ หิ วุตฺตฏฺฐาเน ปฏิฆํ อกุสลมูลํ คหิตํ, ‘‘ปฏิวิรุทฺธสฺสา’’ติ วิโรโธ, ‘‘สโมหสฺสา’’ติ โมโห อกุสลมูลํ, ‘‘อวิทฺทสุโน’’ติ มลฺยํ, อสมฺปชญฺญํ วา, ‘‘สอุปาทานสฺสา’’ติ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา นเยน คหณํ, ‘‘ปปญฺจารามสฺสา’’ติ ปปญฺจุปฺปตฺติวเสน.

อาการโตติ ปวตฺติอาการโต. ปทนฺตเรน ราควิเสสสฺส วุจฺจมานตฺตาอาทิโต วุตฺตํ สราควจนํ โอฬาริกํ ราควิสยนฺติ อาห ‘‘ปญฺจกามคุณิกราควเสนา’’ติ. คหณวเสนาติ ทฬฺหคฺคหณวเสน. ‘‘อนุรุทฺธปฏิวิรุทฺธสฺสา’’ติ เอกปทวเสน ปาฬิยํ อาคตตฺตา เอกชฺฌํ ปทุทฺธาโร กโต. ตตฺถ ปน ‘‘อนุรุทฺธสฺสา’’ติ สุภวเสนาติ เอวมตฺโถ วตฺตพฺโพ. น หิ ปฏิวิรุชฺฌนํ สุภวเสน โหติ. ปปญฺจุปฺปตฺติทสฺสนวเสนาติ กิเลสกมฺมวิปากานํ อปราปรุปฺปตฺติปจฺจยตาย สํสารสฺส ปปญฺจนํ ปปญฺโจ, ตสฺส อุปฺปตฺติเหตุภาวทสฺสนวเสน. ตณฺหา หิ ภวุปฺปตฺติยา วิเสสปจฺจโย. ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานทสฺสนวเสนาติ ตณฺหาปจฺจยสฺส อุปาทานสฺส ทสฺสนวเสน, ยทวตฺถา ตณฺหา อุปาทานสฺส ปจฺจโย, ตทวตฺถาทสฺสนวเสน. ผเลน หิ เหตุวิเสสกิตฺตนเมตนฺติ. เอวํ วิทฺธํเสถาติ กามราคภวตณฺหาทิวเสน โลภํ กสฺมา เอวํ วิปฺปกิเรถ. ตณฺหากรณวเสนาติ ตณฺหายนกรณวเสน สุภาการคฺคหณวเสน. สุภนฺติ หิ อารมฺมเณ ปวตฺโต ราโค ‘‘สุภ’’นฺติ วุตฺโต.

๑๔๒. วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, ทิฏฺฐิวาโท. ทิฏฺฐิวเสน หิ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อสสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ จ ทิฏฺฐิคติกา ปญฺญเปนฺติ. เตนาห ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๒). ตณฺหารหิตาย ทิฏฺฐิยา อภาวโต ตณฺหาวเสเนว จ อตฺตโน สสฺสตภาวาภินิเวโสติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ตณฺหาทิฏฺฐิวเสนา’’ติ. อลฺลีนาติ นิสฺสิตา. อุปคตาติ อวิสฺสชฺชนวเสน เอกิภาวมิว คตา. อชฺโฌสิตาติ ตาย ทิฏฺฐิยา คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาปิตา วิย ตทนฺโตคธา. เตนาห ‘‘อนุปวิฏฺฐา’’ติ. ยถา คหฏฺฐานํ กามชฺโฌสานํ วิวาทมูลํ, เอวํ ปพฺพชิตานํ ทิฏฺฐชฺโฌสานนฺติ อาห ‘‘วิภวทิฏฺฐิยา เต ปฏิวิรุทฺธา’’ติ. ทิฏฺฐิวิโรเธน หิ ทิฏฺฐิคติกวิโรโธ.

ขณิกสมุทโย อุปฺปาทกฺขโณติ อาห ‘‘ทิฏฺฐีนํ นิพฺพตฺตี’’ติ. ทิฏฺฐินิพฺพตฺติคฺคหเณเนว เจตฺถ ยถา ทิฏฺฐีนํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนตา วิภาวิตา, เอวํ ทิฏฺฐิวตฺถุโนปีติ อุภเยสมฺปิ อนิจฺจตา ทุกฺขตา อนตฺตตา จ วิภาวิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยานิ ปฏิสมฺภิทานเยน (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๒) ‘‘ปจฺจยสมุทโย อฏฺฐ ฐานานี’’ติ วุตฺตานิ, ตานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘ขนฺธาปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ขนฺธาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ อารมฺมณฏฺเฐน ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทิวจนโต (สํ. นิ. ๓.๘๑; ๔.๓๔๕). อวิชฺชาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ อุปนิสฺสยาทิวเสน ปจฺจยภาวโต. ยถาห – ‘‘อสฺสุตวา, ภิกฺขเว, ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒, ๔๖๑; สํ. นิ. ๓.๑, ๗). ผสฺโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถา จาห ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา (ที. นิ. ๑.๑๑๘-๑๓๐), ผุสฺส ผุสฺส ปฏิสํเวทิยนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๔๔) จ. สญฺญาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขาติ (สุ. นิ. ๘๘๐), ปถวึ ปถวิโต สญฺญตฺวา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒) จ อาทิ. วิตกฺโกปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ตกฺกญฺจ ทิฏฺฐีสุ ปกปฺปยิตฺวา, สจฺจํ มุสาติ ทฺวยธมฺมมาหู’’ติ (สุ. นิ. ๘๙๒; มหานิ. ๑๒๑) ‘‘ตกฺกี โหติ วีมํสี’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๔) จ อาทิ. อโยนิโสมนสิกาโรปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห ภควา ‘‘ตสฺเสว อโยนิโส มนสิกโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, อตฺถิ เม อตฺตาติ อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๑๙). สมุฏฺฐาติ เอเตนาติ สมุฏฺฐานํ, ตสฺส ภาโว สมุฏฺฐานฏฺโฐ, เตน. ขณิกตฺถงฺคโม ขณิกนิโรโธ. ปจฺจยตฺถงฺคโม อวิชฺชาทีนํ อจฺจนฺตนิโรโธ. โส ปน เยน โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โสตาปตฺติมคฺโค’’ติ อาห. จตฺตาโร หิ อริยมคฺคา ยถารหํ ตสฺส ตสฺส สงฺขารคตสฺส อจฺจนฺตนิโรธเหตุ, ขณิกนิโรโธ ปน อเหตุโก.

อานิสํสนฺติ อุทยํ. โส ปน ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกวเสน ทุวิโธ. ตตฺถ สมฺปรายิโก ทุคฺคติปริกิเลสตายอาทีนวปกฺขิโก เอวาติ อิตรํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยํ สนฺธายา’’ติอาทิมาห. อาทีนวมฺปิ ทิฏฺฐธมฺมิกเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘ทิฏฺฐิคฺคหณมูลกํ อุปทฺทว’’นฺติอาทิมาห. โสติอาทีนโว. อาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน นคฺคิยานสนสงฺกฏิวตาทีนํ สงฺคโห. นิสฺสรติ เอเตนาติ นิสฺสรณนฺติ วุจฺจมาเน ทสฺสนมคฺโค เอว ทิฏฺฐีนํ นิสฺสรณํ สิยา, ตสฺส ปน อตฺถงฺคมปริยาเยน คหิตตฺตา สพฺพสงฺขตนิสฺสฏํ นิพฺพานํ ทิฏฺฐีหิปิ นิสฺสฏนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺฐีนํ นิสฺสรณํ นาม นิพฺพาน’’นฺติ. อิมินาติอาทีสุ วตฺตพฺพํ อนุโยควตฺเต วุตฺตนยเมว.

๑๔๓. ทิฏฺฐิจฺเฉทนํ ทสฺเสนฺโตติ สพฺพุปาทานปริญฺญาทสฺสเนน สพฺพโส ทิฏฺฐีนํ สมุจฺเฉทวิธึ ทสฺเสนฺโต. วุตฺตาเยวาติ –

‘‘อุปาทานานิ จตฺตาริ, ตานิ อตฺถวิภาคโต;

ธมฺมสงฺเขปวิตฺถารา, กมโต จ วิภาวเย’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๒.๖๔๕) –

คาถํ อุทฺทิสิตฺวา อตฺถวิภาคาทิวเสน วุตฺตาเยว. กามํ อิโต พาหิรกานํ ‘‘อิมานิ อุปาทานานิ เอตฺตกานิ จตฺตาริ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ อีทิสํ ญาณํ นตฺถิ, เกวลํ ปน เกจิ ‘‘กามา ปหาตพฺพา’’ติ วทนฺติ, เกจิ ‘‘นตฺถิ ปโร โลโกติ จ, มิจฺฉา’’ติ วทนฺติ, อปเร ‘‘สีลพฺพเตน สุทฺธีติ จ, มิจฺฉา’’ติ วทนฺติ, อตฺตทิฏฺฐิยา ปน มิจฺฉาภาวํ สพฺพโส น ชานนฺติ เอว. ยตฺตกํ ปน ชานนฺติ, ตสฺสปิ อจฺจนฺตปฺปหานํ น ชานนฺติ, ตถาปิ สพฺพสฺส ปริญฺเญยฺยสฺส ปริญฺเญยฺยํ ปญฺญเปมอิจฺเจว ติฏฺฐนฺติ. เอวํภูตานํ ปน เนสํ ตตฺถ ยาทิสี ปฏิปตฺติ, ตํ ทสฺเสนฺโต สตฺถา ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สนฺตีติ สํวิชฺชนฺติ. เตน เตสํ ทิฏฺฐิคติกานํ วิชฺชมานตาย อวิจฺเฉทตํ ทสฺเสติ. เอเกติ เอกจฺเจ. สมณพฺราหฺมณาติ ปพฺพชฺชุปคมเนน สมณา, ชาติมตฺเตน จ พฺราหฺมณา. สพฺเพสนฺติ อนวเสสานํ อุปาทานานํ สมติกฺกมํ ปหานํ. สมฺมา น ปญฺญเปนฺตีติ เยสํ ปญฺญเปนฺติ, เตสมฺปิ สมฺมา ปริญฺญํ น ปญฺญเปนฺติ. อิทานิ ตํ อตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘เกจี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โหติก-กุฏีจก-พหูทก-หํส-ปรมหํส-กาชก-ติทณฺฑ-โมนวต-เสว-ปารุปก-ปญฺจมรตฺติก- โสมการก-มุคพฺพต-จรพาก-ตาปส-นิคนฺถา-ชีวก-อิสิ-ปารายนิก-ปญฺจาตปิก-กาปิล- กาณาท-สํสารโมจก-อคฺคิภตฺติก-มควติก-โควติก-กุกฺกุรวติก-กามณฺฑลุก- วคฺคุลิวติก-เอกสาฏก-โอทกสุทฺธิก-สรีรสนฺตาปก-สีลสุทฺธิก-ฌานสุทฺธิก-จตุพฺพิธ- สสฺสตวาทาทโย ฉนฺนวุติ ตณฺหาปาเสน ฑํสนโต, อริยธมฺมสฺส วา วิพาธนโต ปาสณฺฑา. วตฺถุปฏิเสวนํ กามนฺติ พฺยาปารสฺส วตฺถุโน ปฏิเสวนสงฺขาตํ กามํ. เถยฺเยน เสวนฺตีติ ปฏิหตฺถอาทิสมญฺญาย โลกสฺส วจนวเสน เสวนฺติ. ตีณิ การณานีติ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตานิ ทิฏฺฐิวิเสสภูตานิ วฏฺฏการณานิ.

อตฺถสลฺลาปิกาติ อตฺถสฺส สลฺลาปิกา, ทฺวินฺนํ อธิปฺเปตตฺถสลฺลาปวิภาวินีติ อธิปฺปาโย. ทฺวินฺนญฺหิ วจนํ สลฺลาโป. เตนาห ‘‘ปถวี กิรา’’ติอาทิ.

โย ติตฺถิยานํ อตฺตโน สตฺถริ ธมฺเม สหธมฺมิเกสุ จ ปสาโท วุตฺโต, ตสฺส อนายตนคตตฺตา อปฺปสาทกภาวทสฺสนํ ปสาทปจฺเฉโท. ตถาปวตฺโต วาโท ปสาทปจฺเฉทวาโท วุตฺโต. เอวรูเปติ อีทิเส วุตฺตนเยน กิเลสานํ อนุปสมสํวตฺตนิเก. ธมฺเมติ ธมฺมปติรูปเก. วินเยติ วินยปติรูปเก. ติตฺถิยา หิ โกหญฺเญ ฐตฺวา โลกํ วญฺเจนฺตา ธมฺมํ กเถมาติ ‘‘สตฺติเม กายา อกฏา อกฏวิธา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๗๔) ยํ กิญฺจิ กเถตฺวา ตถา ‘‘วินยํ ปญฺญเปมา’’ติ โคสีลวคฺคุลิวตาทีนิ ปญฺญเปตฺวา ตาทิสํ สาวเก สิกฺขาเปตฺวา ‘‘ธมฺมวินโย’’ติ กเถนฺติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ธมฺมวินเย’’ติ. เตนาห ‘‘อุภเยนปิ อนิยฺยานิกํ สาสนํ ทสฺเสตี’’ติ. ปริตฺตมฺปิ นาม ปุญฺญํ กาตุกามํ มจฺเฉรมลาภิภูตตาย นิวาเรนฺตสฺส อนฺตรายํ ตสฺส กโรโต ทิฏฺเฐว ธมฺเม วิญฺญูหิ ครหิตพฺพตา สมฺปราเย จ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา, กิมงฺคํ ปน สกลวฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณาวเห ชินจกฺเก ปหารทายิโน ติตฺถกรสฺส ตโทวาทกรสฺส จาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนิยฺยานิกสาสนมฺหิ หี’’ติอาทิมาห. ยถา โส ปสาโท สมฺปราเย น สมฺมคฺคโต อตฺตโน ปวตฺติวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กญฺจิ กาลํ คนฺตฺวาปิ ปจฺฉา วินสฺสติ เยวา’’ติ อาห, อเวจฺจปฺปสาโท วิย อจฺจนฺติโก น โหตีติ อตฺโถ.

สมฺปชฺชมานา ยถาวิธิปฏิปตฺติยา ติรจฺฉานโยนึ อาวหติ. กมฺมสริกฺขเกน หิ วิปาเกเนว ภวิตพฺพํ. สพฺพมฺปิ การณเภทนฺติ สพฺพมฺปิ ยถาวุตฺตํ ติตฺถกรานํ สาวกานํ อปายทุกฺขาวหํ มิจฺฉาปฏิปตฺติสงฺขาตํ การณวิเสสํ. โส ปเนส ปสาโท น นิยฺยาติ มิจฺฉตฺตปกฺขิกตฺตา สุราปีตสิงฺคาเล ปสาโท วิย. สุรํ ปริสฺสาเวตฺวา ฉฑฺฑิตกสฏํ สุราชลฺลิกํ. พฺราหฺมณา นาม ธนลุทฺธาติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อิมํ วญฺเจสฺสามี’’ติ. กํสสตาติ กหาปณสตา.

๑๔๔. ตสฺสาติ ปสาทสฺส. สพฺโพปิ โลโภ กามุปาทานนฺเตว วุจฺจตีติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺเคน กามุปาทานสฺส ปหานปริญฺญ’’นฺติ. เอวรูเปติ อีทิเส สพฺพโส กิเลสานํ อุปสมสํวตฺตนิเก. ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมานานํ อปาเยสุ อปตนวเสน ธารณฏฺเฐน ธมฺเม. สพฺพโส วินยนฏฺเฐน วินเย. ตตฺถ ภวทุกฺขนิสฺสรณาย สํวตฺตเน.

นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ ปจฺเจกโพธิปารมีนํ ปูรเณน ตตฺถ พุทฺธสาสเน ปริจเยน จ ภควติ ปสนฺนจิตฺตตาย จ. ‘‘อุลูกา’’ตฺยาทิคาถา รุกฺขเทวตาย ภาสิตา. กาลุฏฺฐิตนฺติ สายนฺหกาเล ทิวาวิหารโต อุฏฺฐิตํ. ทุคฺคเตโส น คจฺฉตีติ ทุคฺคตึ เอโส น คมิสฺสติ. โมรชิโก มุรชวาทโก. มหาเภริวาทกวตฺถุอาทีนิปิ สิตปาตุกรณํ อาทึ กตฺวา วิตฺถาเรตพฺพานิ.

ปรมตฺเถติ โลกุตฺตรธมฺเม. กึ ปน วตฺตพฺพนฺติ ธมฺเมปิ ปรมตฺเถ นิมิตฺตํ คเหตฺวา สุณนฺตานํ. สามเณรวตฺถูติ ปพฺพชิตทิวเสเยว สปฺเปน ทฏฺโฐ หุตฺวา กาลํ กตฺวา เทวโลกํ อุปปนฺนสามเณรวตฺถุ.

ขีโรทนนฺติ ขีเรน สทฺธึ สมฺมิสฺสํ โอทนํ. ติมฺพรุสกนฺติ ตินฺทุกผลํ. ติปุสสทิสา เอกา วลฺลิชาติ ติมฺพรุสํ, ตสฺส ผลํ ติมฺพรุสกนฺติ จ วทนฺติ. กกฺการิกนฺติ ขุทฺทกเอลาฬุกํ. มหาติปุสนฺติ จ วทนฺติ. วลฺลิปกฺกนฺติ ขุทฺทกติปุสวลฺลิยา ผลํ. หตฺถปตาปกนฺติ มนฺทามุขิ. อมฺพกญฺชิกนฺติ อมฺพิลกญฺชิกํ. ขฬยาคุนฺติปิ วทนฺติ. โทณินิมฺมชฺชนินฺติ สเตลํ ติลปิญฺญากํ. วิธุปนนฺติ จตุรสฺสพีชนึ. ตาลวณฺฏนฺติ ตาลปตฺเตหิ กตมณฺฑลพีชนึ. โมรหตฺถนฺติ โมรปิญฺเฉหิ กตํ มกสพีชนึ.

วุตฺตนยานุสาเรเนวาติ ยสฺมา อิธาปิ ยถาวุตฺตํ สพฺพมฺปิ การณเภทํ เอกโต กตฺวา ทสฺเสนฺโต สตฺถา ‘‘ตํ กิสฺส เหตู’’นฺติอาทิมาห, ตสฺมา ตตฺถ อนิยฺยานิกสาสเน วุตฺตนยสฺส อนุสฺสรณวเสน โยเชตฺวา เวทิตพฺพํ.

๑๔๕. ปริญฺญนฺติ ปหานปริญฺญํ. เตสํ ปจฺจยํ ทสฺเสตุนฺติ อุปาทานานํ ปริญฺญา นาม ปหานปริญฺญา. เตสํ อจฺจนฺตนิโรโธ อธิปฺเปโต, โส จ ปจฺจยนิโรเธน โหตีติ เตสํ ปจฺจยํ มูลการณโต ปภุติ ทสฺเสตุํ. อยนฺติ อิทานิ วุจฺจมาโน เอตฺถ ‘‘อิเม จา’’ติอาทิปาเฐ ‘‘กึ นิทานา’’ติอาทิสมาสปทานํ อตฺโถ. สพฺพปเทสูติ ‘‘ตณฺหาสมุทยา’’ติอาทีสุ สพฺเพสุ ปเทสุ. อิมินา เอว จ สพฺพคฺคหเณน ‘‘ผสฺสนิทานา’’ติอาทีนมฺปิ ปทานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อิเม อญฺญติตฺถิยา อุปาทานานมฺปิ สมุทยํ น ชานนฺติ, กุโต นิโรธํ, ตถาคโต ปน เตสํ ตปฺปจฺจยปจฺจยานมฺปิ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ ยาถาวโต ชานาติ, ตสฺมา – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ…เป… สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙) ยถารทฺธสีหนาทํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเม จ, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อุปาทานา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๔๕) นเยน เทสนํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน โอตาเรนฺโต วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ยโต จ โข’’ติอาทินา วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต อรหตฺเตน เทสนาย กูฏํ คณฺหิ, ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺมา ปน ภควา’’ติอาทิมาห. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

จูฬสีหนาทสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๒. มหาสีหนาทสุตฺตวณฺณนา

เวสาลีนครวณฺณนา

๑๔๖. อปราปรนฺติ ปุนปฺปุนํ. วิสาลีภูตตายาติ คาวุตนฺตรํ คาวุตนฺตรํ ปุถุภูตตาย. ตตฺราติ ตสฺสํ วิสาลีภูตตายํ. ฉฑฺฑิตมตฺเตติ วิสฺสฏฺฐมตฺเต. อูมิภยาทีหีติ อูมิกุมฺภีลอาวฏฺฏสํสุกาภเยหิ. อุทกปฺปวาเหนาคตสฺสปิ จ อุสฺมา น วิคจฺฉติ, อุสฺมา จ นาม อีทิสสฺส สวิญฺญาณกตาย ภเวยฺยาติ ‘‘สิยา คพฺโภ’’ติ จินฺเตสิ. ตถา หีติอาทิ ตตฺถ การณจินฺตา. ปุญฺญวนฺตตาย ทุคฺคนฺธํ นาโหสิ, สอุสุมตาย ปูติกภาโว. ทารกานํ ปุญฺญูปนิสฺสยโต องฺคุฏฺฐกโต จสฺส ขีรํ นิพฺพตฺติ, ขีรภตฺตญฺจ ลภิ. จริมกภเว โพธิสตฺเต กุจฺฉิคเต โพธิสตฺตมาตุ วิย อุทรจฺฉวิยา อจฺฉวิปฺปสนฺนตาย นิจฺฉวิ วิยาติ กตฺวา อาห ‘‘นิจฺฉวี อเหสุ’’นฺติ. เตสนฺติ ทฺวินฺนํ ทารกานํ. มาตาปิตโรติ โปสกมาตาปิตโร. อภิสิญฺจิตฺวา ราชานํ อกํสุ รชฺชสมฺปตฺติยา ทายกสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา, อสมฺภินฺเน เอว ราชกุเล อุปฺปนฺนตฺตา จ. กุมารสฺส ปุญฺญานุภาวสญฺโจทิตา เทวตาธิคฺคหิตาติ เกจิ.

ปุรสฺส อปเรติ ปุรสฺส อปรทิสาย คาวุตมตฺเต ฐาเน ชีวกมฺพวนํ วิย สปาการมนฺทิรเก. อจิรปกฺกนฺโตติ เอตฺถ น เทสนฺตรปกฺกมนํ อธิปฺเปตํ, อถ โข สาสนโต อปกฺกมนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิพฺภมิตฺวา’’ติอาทิมาห. เตเนวาห ‘‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา’’ติ. ปริสตีติ ปริสายํ, ชนสมูเหติ อตฺโถ. ชนสมูหคโต ปน ‘‘ปริสมชฺเฌ’’ติ วุตฺโต. ภาวนามนสิกาเรน วินา ปกติยาว มนุสฺเสหิ นิพฺพตฺเตตพฺโพ ธมฺโมติ มนุสฺสธมฺโม, มนุสฺสตฺตภาวาวโห วา ธมฺโม มนุสฺสธมฺโม, อนุฬารํ ปริตฺตกุสลํ. ยํ อสติปิ พุทฺธุปฺปาเท วตฺตติ, ยญฺจ สนฺธายาห ‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชตี’’ติ. ‘‘อมฺหากํ พุทฺโธ’’ติ พุทฺเธ มมตฺตการิโน พุทฺธมามกา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.

อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาทิวณฺณนา

อลํ อริยาย อริยภาวายาติ อลมริโย, รูปายตนํ ชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ วิย ปสฺสติ จาติ ญาณทสฺสนํ, ทิพฺพจกฺขุ. สมฺมสนุปเค จ ปน ธมฺเม ลกฺขณตฺตยญฺจ ตถา ชานาติ ปสฺสติ จาติ ญาณทสฺสนํ, วิปสฺสนา. นิพฺพานํ, จตฺตาริ วา สจฺจานิ อสมฺโมหปฏิเวธโต ชานาติ ปสฺสติ จาติ ญาณทสฺสนํ, มคฺโค. ผลํ ปน นิพฺพานวเสเนว โยเชตพฺพํ. ปจฺจเวกฺขณา มคฺคาธิคตสฺส อตฺถสฺส ปจฺจกฺขโต ชานนฏฺเฐน ญาณทสฺสนํ, สพฺพญฺญุตา อนาวรณตาย สมนฺตจกฺขุตาย จ ญาณทสฺสนํ. โลกุตฺตรมคฺโค อธิปฺเปโต, ตสฺมิญฺหิ ปฏิสิทฺเธ สพฺเพสมฺปิ พุทฺธคุณานํ อสมฺภโวติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตญฺหิ โส ภควโต ปฏิเสเธตี’’ติ.

สุขุมํ ธมฺมนฺตรํ นาม ฌานวิปสฺสนาทิกํ อาจริยานุคฺคเหน คหิตํ นาม นตฺถิ. ตกฺกปริยาหตนฺติ ‘‘อิติ ภวิสฺสติ, เอวํ ภวิสฺสตี’’ติ ตํตํทสฺเสตพฺพมตฺถตกฺกเนน วิตกฺกนมตฺเตน ปริโต อาหตํ ปริวตฺติตํ กตฺวา. เตนาห ‘‘ตกฺเกตฺวา’’ติอาทิ. โลกิยปญฺญํ อนุชานาติ อุปนิสินฺนปริสาย อนุกูลธมฺมกถนโตติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘สมโณ โคตโม’’ติอาทิ. ปฏิภาตีติ ปฏิภานํ, ‘‘อิติ วกฺขามี’’ติ เอวํปวตฺตํ กถนจิตฺตํ, ตโต ปฏิภานโต ชานนํ ปฏิภานํ, อาคมาภาวโต สยเมว อุปฏฺฐิตตฺตา สยํปฏิภานํ. เตนาห ‘‘อิมินาสฺส ธมฺเมสุ ปจฺจกฺขภาวํ ปฏิพาหตี’’ติ. สุผุสิตนฺติ นิพฺพิวรํ. อผุสิตตฺเต หิ สุเขน วจีโฆโส น นิจฺฉรติ. ทนฺตาวรณนฺติ โอฏฺฐทฺวยํ. ชิวฺหาปิ ถทฺธตาย สุเขน วจีโฆโส น นิจฺฉรตีติ อาห ‘‘มุทุกา ชิวฺหา’’ติ. กรวีกรุตมญฺชุตาย มธุโร สโร. เอลํ วุจฺจติ โทโส, เอลํ คฬตีติ เอลคฬา, น เอลคฬา อเนลคฬา, นิทฺโทสา, น รุชฺฌตีติ อตฺโถ. สพฺพเมตํ รญฺชนสฺเสว การณํ ทสฺเสนฺโต วทติ.

ปญฺจ ธมฺมาติ คมฺภีรญาณจริยภูตานํ ขนฺธาทีนํ อุคฺคหณ-สวน-ธารณ-ปริจย-โยนิโสมนสิกาเร สนฺธายาห. ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ เอตฺถ สมฺมา-สทฺโท อุภยตฺถาปิ โยเชตพฺโพ ‘‘สมฺมา ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายา’’ติ. โย หิ สมฺมา ธมฺมํ ปฏิปชฺชติ, ตสฺเสว สมฺมา ทุกฺขกฺขโย โหติ. โย ปน วุตฺตนเยน ตกฺกโร, ตสฺส นิยฺยานํ อตฺถโต ธมฺมสฺเสว นิยฺยานนฺติ อาห ‘‘โส ธมฺโม…เป… นิยฺยาติ คจฺฉตี’’ติ.

๑๔๗. โกธโนติ กุชฺฌนสีโล. ยสฺมา ปน สุนกฺขตฺโต โกธวเสน กุรูโร ผรุสวจโน จ, ตสฺมา อาห ‘‘โกธโนติ จณฺโฑ ผรุโส จา’’ติ. ตสฺมึ อตฺตภาเว มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย นตฺถีติ ตสฺมึ อตฺตภาเว อุปฺปชฺชนารหานํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย นตฺถิ. ตํ พุทฺธา ‘‘โมฆปุริโส’’ติ วทนฺติ ยถา ตํ สุทินฺนลาฬุทายิอาทิเก. อุปนิสฺสเย สติปิ ตสฺมึ ขเณ มคฺเค วา ผเล วา อสติ ‘‘โมฆปุริโส’’ติ วทนฺติ ยถา ตํ ธนิยูปเสนตฺเถราทิเก. สมุจฺฉินฺโนปนิสฺสเย ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยถา ‘‘มกฺขลิ โมฆปุริโส มนุสฺสขิปฺปํ มญฺเญ’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๑) ตถา สุนกฺขตฺโตปีติ อาห ‘‘อิมสฺส ปนา’’ติอาทิ. อสฺสาติ เอเตน. กตฺตริ หิทํ สามิวจนํ. โกเธนาติ โกธเหตุนา.

ภควโตติ สมฺปทานวจนํ กุทฺธปทาเปกฺขาย. ปุพฺเพติ ภิกฺขุกาเล. สทฺทํ โสตุกาโมติ โส กิร ทิพฺพจกฺขุนา ตาวตึสภวเน เทวตานํ รูปํ ปสฺสนฺโต โอฏฺฐจลนํ ปสฺสติ, น ปน สทฺทํ สุณาติ, ตสฺมา ตาสํ สทฺทํ โสตุกาโม อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สทฺทํ โสตุกาโม…เป… ปุจฺฉี’’ติ. โส จ อตีเต เอกํ สีลวนฺตํ ภิกฺขุํ กณฺณสกฺขลิยํ ปหริตฺวา พธิรมกาสิ, ตสฺมา ปริกมฺมํ กโรนฺโตปิ อภพฺโพว ทิพฺพโสตาธิคมาย. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อุปนิสฺสโย นตฺถีติ ญตฺวา ปริกมฺมํ น กเถสี’’ติ. จินฺเตสีติ อตฺตโน มิจฺฉาปริวิตกฺกิเตน อโยนิโส อุมฺมุชฺชนฺโต จินฺเตสิ.

นิยฺยานิกตฺตาวโพธนโต อเภโทปจาเรน ‘‘เทสนาธมฺโม นิยฺยานิโก’’ติ วุตฺโต. นิยฺยาโน วา อริยมคฺโค โพเธตพฺโพ เอตสฺส อตฺถีติ นิยฺยานิโก เทสนาธมฺโม. อตฺตนิ อตฺถิตํ ทสฺเสติ กิจฺจสิทฺธิทสฺสเนน ตตฺถ ตตฺถ ปากฏีกตตฺตา, น ปฏิญฺญามตฺเตน. ตถา หิ ยถาปราธํ ตํตํสิกฺขาปทปญฺญตฺติยา ยถาธมฺมํ เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปญฺจ อวิปรีตธมฺมเทสนาย เทวมนุสฺเสหิ ยถาภิสงฺขตปญฺหานํ ตทชฺฌาสยานุกูลํ ฐานโส วิสฺสชฺชเนน จ ภควโต สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณจารภาเวน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ วิญฺญูนํ ปากฏํ, ตถา ตตฺถ ตตฺถ ยมกปาฏิหาริยกรณาทีสุ อิทฺธิวิธญาณาทีนีติ. เตนาห ‘‘มยฺหญฺจา’’ติอาทิ. อเนฺวติ ยถาคหิตสงฺเกตสฺส อนุคมนวเสน เอติ ชานาตีติ อนฺวโย. เตนาห ‘‘อนุพุชฺฌตีติ อตฺโถ’’ติ. สงฺเกตานุคมนญฺเจตฺถ ‘‘ยถาปราธํ ตํตํสิกฺขาปทปญฺญตฺติยา’’ติอาทินา วุตฺตนยเมว. เอวํ โยชนา เวทิตพฺพาติ ยถา สพฺพญฺญุตญฺญาเณน โยชนา กตา, เอวํ ‘‘เอวรูปมฺปิ นาม มยฺหํ อิทฺธิวิธญาณสงฺขาตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺม’’นฺติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.

อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทสพลญาณวณฺณนา

๑๔๘. ยทิปิ อาทิโต อภิญฺญาตฺตยวเสน เทสนาย อาคตตฺตา เจโตปริยญาณานนฺตรํ อุปริ ติสฺโส อภิญฺญา วตฺตพฺพา สิยุนฺติ วตฺตพฺพํ สิยา, อตฺถโต ปน วิชฺชาตฺตยํ ยถาวุตฺตอภิญฺญาตฺตยเมวาติ กตฺวา ‘‘ติสฺโส วิชฺชา วตฺตพฺพา สิยุ’’นฺติ วุตฺตํ. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘ตาสุ วุตฺตาสุ อุปริ ทสพลญาณํ น ปริปูรตี’’ติ วุตฺตํ, นนุ อิมานิ ญาณานิ เสสาภิญฺญา วิย อตฺตโน วิสยสฺส อภิชานนฏฺฐํ อุปาทาย อภิญฺญาสุ วตฺตพฺพานิ, อกมฺปิยฏฺฐํ ปน อุปตฺถมฺภนฏฺฐญฺจ อุปาทาย พลญาเณสุ ยถา สมฺมาสติอาทโย อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺเคสูติ? นยิทเมวํ. ตตฺถ หิ ธมฺมานํ ธมฺมกิจฺจวิเสสวิภาวนปราย เทสนาย วุตฺตํ, อิธ ปน สตฺถุ คุณวิเสสวิภาวนปราย เทสนาย ตถา วตฺตุํ น สกฺกา อตฺถโต อนญฺญตฺตา, เอกจฺจานํ ปุถุชฺชนานํ เอวํ จิตฺตํ อุปฺปชฺเชยฺย ‘‘กิมิทํ ภควา เหฏฺฐา วุตฺตคุเณ ปุนปิ คณฺหนฺโต คุณาธิกทสฺสนํ กโรตี’’ติ. ตสฺมา สุวุตฺตเมตํ ‘‘อุปริ ทสพลญาณํ น ปริปูรตี’’ติ.

อญฺเญหิ อสาธารณานีติ กสฺมา วุตฺตํ (อ. นิ. ฏี. ๓.๑๐.๒๑), นนุ เจตานิ สาวกานมฺปิ เอกจฺจานํ อุปฺปชฺชนฺตีติ? กามํ อุปฺปชฺชนฺติ, ยาทิสานิ ปน พุทฺธานํ ฐานาฏฺฐานญาณาทีนิ, น ตาทิสานิ ตทญฺเญสํ กทาจิปิ อุปฺปชฺชนฺตีติ อญฺเญหิ อสาธารณานีติ. เตนาห ‘‘ตถาคตสฺเสว พลานี’’ติ. อิมเมว หิ ยถาวุตฺตเลสํ อเปกฺขิตฺวา ตทภาวโต อาสยานุสยญาณาทีสุ เอว อสาธารณคุณสมญฺญา นิรุฬฺหา. กามํ ญาณพลานํ ญาณสมฺภาโร วิเสสปจฺจโย, ปุญฺญสมฺภาโรปิ ปน เนสํ ปจฺจโย เอว, ญาณสมฺภารสฺสปิ วา ปุญฺญสมฺภารภาวโต ‘‘ปุญฺญุสฺสยสมฺปตฺติยา อาคตานี’’ติ วุตฺตํ.

ปกติหตฺถิกุลนฺติ (สํ. นิ. ๒.๒๒) คิริจรนทีจรวนจราทิปฺปเภทา โคจริยกาลาวกนามา สพฺพาปิ พเลน ปากติกา หตฺถิชาติ. ทสนฺนํ ปุริสานนฺติ ถามมชฺฌิมานํ ทสนฺนํ ปุริสานํ. เอกสฺส ตถาคตสฺส กายพลนฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. เอกสฺสาติ จ ตถา เหฏฺฐากถายํ อาคตตฺตา เทสนาโสเตน วุตฺตํ. นารายนสงฺฆาตพลนฺติ เอตฺถ นารา วุจฺจนฺติ รสฺมิโย, ตา พหู นานาวิธา อิโต อุปฺปชฺชนฺตีติ นารายนํ, วชิรํ, ตสฺมา นารายนสงฺฆาตพลนฺติ วชิรสงฺฆาตพลนฺติ อตฺโถ. ญาณพลํ ปน ปาฬิยํ อาคตเมว, น กายพลํ วิย อฏฺฐกถารุฬฺหเมวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘สํยุตฺตเก อาคตานิ เตสตฺตติ ญาณานิ สตฺตสตฺตติ ญาณานี’’ติ วุตฺตํ (วิภ. มูลฏี. ๗๖๐), ตตฺถ ปน นิทานวคฺเค สตฺตสตฺตติ อาคตานิ จตุจตฺตารีสญฺจ, เตสตฺตติ ปน ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๗๓ มาติกา) สุตมยาทีนิ อาคตานิ ทิสฺสนฺติ, น สํยุตฺตเก. อญฺญานิปีติ เอเตน ญาณวตฺถุวิภงฺเค เอกกาทิวเสน วุตฺตานิ, อญฺญตฺถ จ ‘‘ปุพฺพนฺเต ญาณ’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๑๐๗๖) พฺรหฺมชาลาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓๖) จ ‘‘ตยิทํ ตถาคโต ปชานาติ, อิมานิ ทิฏฺฐิฏฺฐานานิ เอวํ คหิตานี’’ติอาทินา วุตฺตานิ อเนกานิ ญาณปฺปเภทานิ สงฺคณฺหาติ. ยาถาวปฏิเวธโต สยญฺจ อกมฺปิยํ ปุคฺคลญฺจ ตํสมงฺคึ เนยฺเยสุ อธิพลํ กโรตีติ อาห ‘‘อกมฺปิยฏฺเฐน อุปตฺถมฺภนฏฺเฐน จา’’ติ.

อุสภสฺส อิทนฺติ อาสภํ, (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๘) เสฏฺฐํ ฐานํ. สพฺพญฺญุตปฏิชานนวเสน อภิมุขํ คจฺฉนฺติ, อฏฺฐ วา ปริสา อุปสงฺกมนฺตีติ อาสภา, ปุพฺพพุทฺธา. อิทํ ปนาติ พุทฺธานํ ฐานํ สพฺพญฺญุตเมว วทติ. ติฏฺฐมาโนวาติ อวทนฺโตปิ (สํ. นิ. ฏี. ๒.๒.๒๒) ติฏฺฐมาโนว ปฏิชานาติ นามาติ อตฺโถ. อุปคจฺฉตีติ อนุชานาติ.

อฏฺฐสุ ปริสาสูติ ‘‘อภิชานามิ โข ปนาหํ, สาริปุตฺต, อเนกสตํ ขตฺติยปริสํ…เป… ตตฺร วต มํ ภยํ วา สารชฺชํ วา โอกฺกมิสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ, สาริปุตฺต, น สมนุปสฺสามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕๑) วุตฺตาสุ อฏฺฐสุ ปริสาสุ. อภีตนาทํ นทตีติ ปรโต ทสฺสิตญาณโยเคน ทสพโลหนฺติ อภีตนาทํ นทติ. สีหนาทสุตฺเตน ขนฺธวคฺเค (สํ. นิ. ๓.๗๘) อาคเตน.

‘‘เทวมนุสฺสานํ จตุจกฺกํ วตฺตตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๑) สุตฺตเสเสน สปฺปุริสูปสฺสยาทีนํ ผลสมฺปตฺติปวตฺติ, ปุริมสปฺปุริสูปสฺสยาทึ อุปนิสฺสาย ปจฺฉิมสปฺปุริสูปสฺสยาทีนํ สมฺปตฺติปวตฺติ วา วุตฺตาติ อาทิ-สทฺเทน ตตฺถ จ จกฺก-สทฺทสฺส คหณํ เวทิตพฺพํ. วิจกฺกสณฺฐานา อสนิ เอว อสนิวิจกฺกํ. อุรจกฺกาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน อาณาสมูหาทีสุปิ จกฺก-สทฺทสฺส ปวตฺติ เวทิตพฺพา. ‘‘สงฺฆเภทํ กริสฺสาม จกฺกเภท’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๔๐๙; จูฬว. ๓๔๓) หิ อาณา ‘‘จกฺก’’นฺติ วุตฺตา, ‘‘เทวจกฺกํ อสุรจกฺก’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๘) สมูโหติ. ปฏิเวธนิฏฺฐตฺตา อรหตฺตมคฺคญาณํ ปฏิเวโธติ ‘‘ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นามา’’ติ วุตฺตํ. เตน ปฏิลทฺธสฺสปิ เทสนาญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติ ปรสฺส พุชฺฌนมตฺเตน โหตีติ ‘‘อญฺญาตโกณฺฑญฺญสฺส โสตาปตฺติ…เป… ผลกฺขเณ ปวตฺตํ นามา’’ติ วุตฺตํ. ตโต ปรํ ปน ยาว ปรินิพฺพานา เทสนาญาณปฺปวตฺติ ตสฺเสว ปวตฺติตสฺส ธมฺมจกฺกสฺส ฐานนฺติ เวทิตพฺพํ ปวตฺติตจกฺกสฺส จกฺกวตฺติโน จกฺกรตนสฺส ฐานํ วิย.

‘‘ติฏฺฐตี’’ติ วุตฺตํ, กึ ภูมิยํ ปุริโส วิย? โนติ อาห ‘‘ตทายตฺตวุตฺติตายา’’ติ. ฐานนฺติ เจตฺถ อตฺตลาโภ ธรมานตา จ, น คตินิวตฺตีติ อาห ‘‘อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จา’’ติ. ยตฺถ ปเนตํ ทสพลญาณํ วิตฺถาริตํ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อภิธมฺเม ปนา’’ติอาทิมาห. เสเสสุปิ เอเสว นโย.

สมาทิยนฺตีติ สมาทานานิ, ตานิ ปน สมาทิยิตฺวา กตานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘สมาทิยิตฺวา กตาน’’นฺติ. กมฺมเมว วา กมฺมสมาทานนฺติ เอเตน สมาทานสทฺทสฺส อปุพฺพตฺถาภาวํ ทสฺเสติ มุตฺตคตสทฺเท คตสทฺทสฺส วิย. คตีติ นิรยาทิคติโย. อุปธีติ อตฺตภาโว. กาโลติ กมฺมสฺส วิปจฺจนารหกาโล. ปโยโคติ วิปากุปฺปตฺติยา ปจฺจยภูตา กิริยา.

อคติคามินินฺติ นิพฺพานคามินึ. วกฺขติ หิ ‘‘นิพฺพานญฺจาหํ, สาริปุตฺต, ปชานามิ นิพฺพานคามิญฺจ มคฺคํ นิพฺพานคามินิญฺจ ปฏิปท’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๑๕๓). พหูสุปิ มนุสฺเสสุ เอกเมว ปาณํ ฆาเตนฺเตสุ กามํ สพฺเพสํ เจตนา ตสฺเสเวกสฺส ชีวิตินฺทฺริยารมฺมณา, ตํ ปน กมฺมํ เตสํ นานาการํ. เตสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๑๑) หิ เอโก อาทเรน ฉนฺทชาโต กโรติ, เอโก ‘‘เอหิ ตฺวมฺปิ กโรหี’’ติ ปเรหิ นิปฺปีฬิโต กโรติ, เอโก สมานจฺฉนฺโท วิย หุตฺวา อปฺปฏิพาหมาโน วิจรติ. เตสุ เอโก เตเนว กมฺเมน นิรเย นิพฺพตฺตติ, เอโก ติรจฺฉานโยนิยํ, เอโก เปตฺติวิสเย. ตํ ตถาคโต อายูหนกฺขเณ เอว – ‘‘อิมินา นีหาเรน อายูหิตตฺตา เอส นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส ติรจฺฉานโยนิยํ, เอส เปตฺติวิสเย’’ติ ชานาติ. นิรเย นิพฺพตฺตมานมฺปิ – ‘‘เอส มหานิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส อุสฺสทนิรเย’’ติ ชานาติ. ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตมานมฺปิ – ‘‘เอส อปาทโก ภวิสฺสติ, เอส ทฺวิปาทโก, เอส จตุปฺปโท, เอส พหุปฺปโท’’ติ ชานาติ. เปตฺติวิสเย นิพฺพตฺตมานมฺปิ – ‘‘เอส นิชฺฌามตณฺหิโก ภวิสฺสติ, เอส ขุปฺปิปาสิโก, เอส ปรทตฺตูปชีวี’’ติ ชานาติ. เตสุ จ กมฺเมสุ – ‘‘อิทํ กมฺมํ ปฏิสนฺธิมากฑฺฒิสฺสติ, อิทํ อญฺเญน ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา อุปธิเวปกฺกํ ภวิสฺสตี’’ติ ชานาติ.

ตถา สกลคามวาสิเกสุ เอกโต ปิณฺฑปาตํ ททมาเนสุ กามํ สพฺเพสมฺปิ เจตนา ปิณฺฑปาตารมฺมณาว, ตํ ปน กมฺมํ เตสํ นานาการํ. เตสุ หิ เอโก อาทเรน กโรตีติ เสสํ ปุริมสทิสํ, ตสฺมา เตสุ เกจิ เทวโลเก นิพฺพตฺตนฺติ, เกจิ มนุสฺสโลเก, ตํ ตถาคโต อายูหนกฺขเณเยว ชานาติ – ‘‘อิมินา นีหาเรน อายูหิตตฺตา เอส มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส เทวโลเก, ตตฺถาปิ เอส ขตฺติยกุเล, เอส พฺราหฺมณกุเล, เอส เวสฺสกุเล, เอส สุทฺทกุเล, เอส ปรนิมฺมิตวสวตฺตีสุ, เอส นิมฺมานรตีสุ, เอส ตุสิเตสุ, เอส ยาเมสุ, เอส ตาวตึเสสุ, เอส จาตุมหาราชิเกสุ, เอส ภุมฺมเทเวสู’’ติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ หีนปณีตสุวณฺณทุพฺพณฺณอปฺปปริวารมหาปริวารตาทิเภทํ ตํ ตํ วิเสสํ อายูหนกฺขเณเยว ชานาติ.

ตถา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปนฺเตสุเยว – ‘‘อิมินา นีหาเรน เอส กิญฺจิ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺขิสฺสติ, เอส มหาภูตมตฺตเมว ววตฺถเปสฺสติ, เอส รูปปริคฺคเหเยว ฐสฺสติ, เอส อรูปปริคฺคเหเยว, เอส นามรูปปริคฺคเหเยว, เอส ปจฺจยปริคฺคเห เอว, เอส ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาย เอว, เอส ปฐมผเลเยว, เอส ทุติยผเล เอว, เอส ตติยผเล เอว, เอส อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ ชานาติ. กสิณปริกมฺมํ กโรนฺเตสุปิ – ‘‘อิมสฺส ปริกมฺมมตฺตเมว ภวิสฺสติ, เอส นิมิตฺตํ อุปฺปาเทสฺสติ, เอส อปฺปนํ เอว ปาปุณิสฺสติ, เอส ฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’’ติ ชานาติ. เตนาห ‘‘อิมสฺส เจตนา’’ติอาทิ.

กามนโต, กาเมตพฺพโต, กามปฏิสํยุตฺตโต จ กาโม ธาตุ กามธาตุ. อาทิ-สทฺเทน พฺยาปาทธาตุ-รูปธาตุ-อาทีนํ สงฺคโห. วิลกฺขณตายาติ วิสทิสสภาวตาย. ขนฺธายตนธาตุโลกนฺติ อเนกธาตุํ นานาธาตุํ ขนฺธโลกํ อายตนโลกํ ธาตุโลกํ ยถาภูตํ ปชานาตีติ โยชนา. ‘‘อยํ รูปกฺขนฺโธ นาม…เป… อยํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ นาม. เตสุปิ เอกวิเธน รูปกฺขนฺโธ, เอกาทสวิเธน รูปกฺขนฺโธ (วิภ. ๓๓). เอกวิเธน เวทนากฺขนฺโธ, พหุวิเธน เวทนากฺขนฺโธ (วิภ. ๓๔-๖๑). เอกวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ, พหุวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ (วิภ. ๖๒-๙๑). เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ, พหุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ (วิภ. ๙๒-๑๒๐). เอกวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธ, พหุวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติ (วิภ. ๑๒๑-๑๔๙) เอวํ ตาว ขนฺธโลกสฺส, ‘‘อิทํ จกฺขายตนํ นาม…เป… อิทํ ธมฺมายตนํ นาม. ตตฺถ ทสายตนา กามาวจรา, เทฺว จาตุภูมกา’’ติอาทินา (วิภ. ๑๕๖-๑๗๑) อายตนโลกสฺส, ‘‘อยํ จกฺขุธาตุ นาม…เป… อยํ มโนวิญฺญาณธาตุ นาม, ตตฺถ โสฬส ธาตุโย กามาวจรา, เทฺว จาตุภูมกา’’ติอาทินา (วิภ. ๑๗๒-๑๘๘) ธาตุโลกสฺส อเนกสภาวํ นานาสภาวญฺจ ปชานาติ. น เกวลํ อุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺเสว, อถ โข อนุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺสปิ – ‘‘อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนตฺตา อิมสฺส รุกฺขสฺส ขนฺโธ เสโต, อิมสฺส กาโฬ, อิมสฺส มฏฺโฐ, อิมสฺส สกณฺฏโก, อิมสฺส พหลตฺตโจ, อิมสฺส ตนุตฺตโจ, อิมสฺส ปตฺตํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน เอวรูปํ, อิมสฺส ปุปฺผํ นีลํ ปีตํ โลหิตํ โอทาตํ สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธํ, อิมสฺส ผลํ ขุทฺทกํ มหนฺตํ ทีฆํ รสฺสํ วฏฺฏํ สุสณฺฐานํ ทุสฺสณฺฐานํ มุทุกํ ผรุสํ สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธํ มธุรํ ติตฺตกํ กฏุกํ อมฺพิลํ กสาวํ, อิมสฺส กณฺฏโก ติขิโณ กุณฺโฐ อุชุโก กุฏิโล ตมฺโพ กาโฬ โอทาโต โหตี’’ติอาทินา ปชานาติ. สพฺพญฺญุพุทฺธาทีนํ เอว หิ เอตํ พลํ, น อญฺเญสํ.

นานาธิมุตฺติกตนฺติ นานาอชฺฌาสยตํ. อธิมุตฺติ นาม อชฺฌาสยธาตุ อชฺฌาสยสภาโว. โส ปน หีนปณีตตาสามญฺเญน ปาฬิยํ ทฺวิธาว วุตฺโตปิ หีนปณีตาทิเภเทน อเนกวิโธติ อาห ‘‘หีนาทีหิ อธิมุตฺตีหิ นานาธิมุตฺติกภาว’’นฺติ. ตตฺถ ตตฺถ เย เย สตฺตา ยํยํอธิมุตฺติกา, เต เต ตํตทธิมุตฺติเก เอว เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ธาตุสภาคโต. ยถา คูถาทีนํ ธาตุสภาโว เอโส, ยํ คูถาทีหิ เอว สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ, เอวํ (ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยสฺเสเวส สภาโว, ยํ) (วิภ. มูลฏี. ๘๑๓) หีนชฺฌาสยา ทุสฺสีลาทีหิ เอว สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ, สมฺปนฺนสีลาทโย จ สมฺปนฺนสีลาทีเหว. ตํ เนสํ นานาธิมุตฺติกตํ ภควา ยถาภูตํ ปชานาตีติ.

วุทฺธิญฺจ หานิญฺจาติ ปจฺจยวิเสเสน สามตฺถิยโต อธิกตํ อนธิกตญฺจ. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณนิทฺเทเส (วิภ. ๘๑๔; ปฏิ. ม. ๑.๑๑๓) ‘‘อาสยํ ชานาติ อนุสยํ ชานาตี’’ติ อาสยาทิชานนํ กสฺมา นิทฺทิฏฺฐนฺติ? อาสยชานนาทินา เยหิ อินฺทฺริเยหิ ปโรปเรหิ สตฺตา กลฺยาณปาปาสยาทิกา โหนฺติ, เตสํ ชานนสฺส วิภาวนโต. เอวญฺจ กตฺวา อินฺทฺริยปโรปริยตฺตอาสยานุสยญาณานํ วิสุํ อสาธารณตา, อินฺทฺริยปโรปริยตฺตนานาธิมุตฺติกตาญาณานํ วิสุํ พลตา จ สิทฺธา โหติ. ตตฺถ อาสยนฺติ ยตฺถ สตฺตา นิวสนฺติ, ตํ เตสํ นิวาสฏฺฐานํ ทิฏฺฐิคตํ วา ยถาภูตญาณํ วา อาสโย.อนุสโย อปฺปหีนภาเวน ถามคโต กิเลโส. ตํ ปน ภควา สตฺตานํ อาสยํ ชานนฺโต เตสํ เตสํ ทิฏฺฐิคตานํ, วิปสฺสนามคฺคญาณานญฺจ อปฺปวตฺติกฺขเณปิ ชานาติ. วุตฺตํ เหตํ –

‘‘กามํ เสวนฺตํเยว ภควา ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล กามครุโก กามาสโย กามาธิมุตฺโต’ติ. กามํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล เนกฺขมฺมครุโก เนกฺขมฺมาสโย เนกฺขมฺมาธิมุตฺโต’ติ. เนกฺขมฺมํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ. พฺยาปาทํ, อพฺยาปาทํ, ถินมิทฺธํ, อาโลกสญฺญํ เสวนฺตํเยว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล ถินมิทฺธครุโก ถินมิทฺธาสโย ถินมิทฺธาธิมุตฺโต’ติ’’ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๓).

ปฐมาทีนํ จตุนฺนํ ฌานานนฺติ รูปาวจรานํ ปฐมาทีนํ ปจฺจนีกฌาปนฏฺเฐน อารมฺมณูปนิชฺฌานฏฺเฐน จ ฌานานํ. จตุกฺกนเยน เหตํ วุตฺตํ. อฏฺฐนฺนํ วิโมกฺขานนฺติ เอตฺถ ปฏิปาฏิยา สตฺต อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุจฺจนโต อารมฺมเณ จ อธิมุจฺจนโต วิโมกฺขา นาม, อฏฺฐโม ปน สพฺพโส สญฺญาเวทยิเตหิ วิมุตฺตตฺตา อปคมวิโมกฺโข นาม. จตุกฺกนยปญฺจกนเยสุ ปฐมฌานสมาธิ สวิตกฺกสวิจาโร นาม, ปญฺจกนเย ทุติยชฺฌานสมาธิ อวิตกฺกวิจารมตฺโต, นยทฺวเยปิ อุปริ ตีสุ ฌาเนสุ สมาธิ อวิตกฺกอวิจาโร, สมาปตฺตีสุ ปฏิปาฏิยา อฏฺฐนฺนํ สมาธีติปิ นามํ, สมาปตฺตีติปิ จิตฺเตกคฺคตาสพฺภาวโต, นิโรธสมาปตฺติยา ตทภาวโต น สมาธีติ นามํ. หานภาคิยธมฺมนฺติ อปฺปคุเณหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐิตสฺส สญฺญามนสิการานํ กามาทิอนุปกฺขนฺทนํ. วิเสสภาคิยธมฺมนฺติ ปคุเณหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐิตสฺส สญฺญามนสิการานํ ทุติยชฺฌานาทิปกฺขนฺทนํ. อิติ สญฺญามนสิการานํ กามาทิทุติยชฺฌานาทิปกฺขนฺทนานิ หานภาคิยวิเสสภาคิยธมฺมาติ ทสฺสิตานิ, เตหิ ปน ฌานานํ ตํสภาวตา ธมฺม-สทฺเทน วุตฺตา. ตสฺมาติ วุตฺตเมวตฺถํ เหตุภาเวน ปจฺจามสติ. โวทานนฺติ ปคุณตาสงฺขาตํ โวทานํ. ตญฺหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐหิตฺวา ทุติยชฺฌานาทิอธิคมสฺส ปจฺจยตฺตา ‘‘วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. เย (อ. นิ. ฏี. ๓.๑๐.๒๑) ปน ‘‘นิโรธโต ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐานนฺติ ปาฬิ นตฺถี’’ติ วทนฺติ, เต ‘‘นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ อิมาย ปาฬิยา (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๗) ปฏิเสเธตพฺพา. โย สมาปตฺติลาภี สมาโน เอว ‘‘น ลภามห’’นฺติ, กมฺมฏฺฐานํ สมานํ เอว ‘‘น กมฺมฏฺฐาน’’นฺติ สญฺญี โหติ, โส สมฺปตฺตึเยว สมานํ ‘‘วิปตฺตี’’ติ ปจฺเจตีติ เวทิตพฺโพ.

๑๔๙. อปฺปนนฺติ นิคมนํ. น ตถา ทฏฺฐพฺพนฺติ ยถา ปรวาทินา วุตฺตํ, ตถา น ทฏฺฐพฺพํ. สกสกกิจฺจเมว ชานาตีติ ฐานาฏฺฐานชานนาทึ สกํ สกํเยว กิจฺจํ กาตุํ ชานาติ, ยถาสกเมว วิสยํ ปฏิวิชฺฌตีติ อตฺโถ. ตมฺปีติ เตหิ ทสพลญาเณหิ ชานิตพฺพมฺปิ. กมฺมนฺตรวิปากนฺตรเมวาติ กมฺมนฺตรสฺสวิปากนฺตรเมว ชานาติ, เจตนาเจตนาสมฺปยุตฺตธมฺเม นิรยาทินิพฺพานคามินิปฏิปทาภูเต กมฺมนฺติ คเหตฺวา อาห ‘‘กมฺมปริจฺเฉทเมวา’’ติ. ธาตุนานตฺตญฺจ ธาตุนานตฺตการณญฺจ ธาตุนานตฺตการณนฺติ เอกเทสสรูเปกเสโส ทฏฺฐพฺโพ. ตญฺหิ ญาณํ ตทุภยมฺปิ ชานาติ, ‘‘อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนตฺตา’’ติอาทินา (วิภ. อฏฺฐ. ๘๑๒) ตถา เจว สํวณฺณิตํ. สจฺจปริจฺเฉทเมวาติ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน สจฺจานํ ปริจฺฉินฺทนเมว. อปฺเปตุํ น สกฺโกติ อฏฺฐมนวมพลานิ วิย ตํสทิสํ อิทฺธิวิธญาณํ วิย วิกุพฺพิตุํ. เอเตนสฺส พลสทิสตญฺจ นิวาเรติ. ฌานาทิญาณํ วิย วา อปฺเปตุํ วิกุพฺพิตุญฺจ. ยทิปิ หิ ‘‘ฌานาทิปจฺจเวกฺขณาญาณํ สตฺตมพล’’นฺติ ตสฺส สวิตกฺกสวิจารตา วุตฺตา, ตถาปิ ‘‘ฌานาทีหิ วินา ปจฺจเวกฺขณา นตฺถี’’ติ ฌานาทิสหคตํ ญาณํ ตทนฺโตคธํ กตฺวา เอวํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ฌานาทิกิจฺจํ วิย น สพฺพํ พลกิจฺจํ กาตุํ สกฺโกตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ฌานํ หุตฺวา อปฺเปตุํ น สกฺโกติ อิทฺธิ หุตฺวา วิกุพฺพิตุํ น สกฺโกตี’’ติ วุตฺตํ, น ปน กสฺสจิ พลสฺส ฌานอิทฺธิภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ กิจฺจวิเสสวเสนปิ ทสพลญาณสพฺพญฺญุตญฺญาณานํ วิเสสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิตกฺกตฺติกภูมนฺตรวเสนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปฏิปาฏิยาติอาทิโต ปฏฺฐาย ปฏิปาฏิยา.

อนุปทวณฺณนํ กตฺวา เวทิตพฺพานีติ สมฺพนฺโธ. กิเลสาวรณํ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิ, กิเลสาวรณสฺส อภาโว อาสวกฺขยาธิคมสฺส ฐานํ, ตพฺภาโว อฏฺฐานํ, อนธิคมสฺส ปน ตทุภยํ ยถากฺกมํ อฏฺฐานญฺจ ฐานญฺจาติ ตตฺถ การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โลกิย…เป… ทสฺสนโต จา’’ติ อาห. ตตฺถ โลกิยสมฺมาทิฏฺฐิยา ฐิติ อาสวกฺขยาธิคมสฺส ฐานํ กิเลสาวรณาภาวสฺส การณตฺตา. สา หิ ตสฺมึ สติ น โหติ, อสติ จ โหติ. เอเตน ตสฺสา อฏฺฐิติยา ตสฺส อฏฺฐานตา วุตฺตา เอว. เนสํ เวเนยฺยสตฺตานํ. ธาตุเวมตฺตทสฺสนโตติ กามธาตุอาทีนํ ปวตฺติเภททสฺสนโต. ยทคฺเคน ธาตุเวมตฺตํ ชานาติ, ตทคฺเคน จริยาวิเสสมฺปิ ชานาติ. ธาตุเวมตฺตทสฺสนโตติ วา ธมฺมธาตุเวมตฺตทสฺสนโต. สพฺพาปิ หิ จริยา ธมฺมธาตุปริยาปนฺนา เอวาติ. ปโยคํ อนาทิยิตฺวาปิ สนฺตติมหามตฺตาทีนํ (ธ. ป. ๑๔๒) วิย. ทิพฺพจกฺขุญาณานุภาวโต ปตฺตพฺเพนาติ เอตฺถ ทิพฺพจกฺขุนา ปรสฺส หทยวตฺถุสนฺนิสฺสยโลหิตวณฺณทสฺสนมุเขน ตทา ปวตฺตมานจิตฺตชานนตฺถํ ปริกมฺมกรณํ นาม สาวกานํ, ตญฺจ โข อาทิกมฺมิกานํ, ยโต ทิพฺพจกฺขุอานุภาวโต เจโตปริยญาณสฺส ปตฺตพฺพตา สิยา, พุทฺธานํ ปน ยทิปิ อาสวกฺขยญาณาธิคมโต ปเคว ทิพฺพจกฺขุญาณาธิคโม, ตถาปิ ตถา ปริกมฺมกรณํ นตฺถิ วิชฺชาตฺตยสิทฺธิยา สิชฺฌนโต. เสสาภิญฺญาตฺตเย เจโตปริยญาณํ ทิพฺพจกฺขุญาณาธิคเมน ปตฺตนฺติ จ วตฺตพฺพตํ ลภตีติ ตถา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

ปุน เอวรูปึ วาจํ น วกฺขามีติ จิตฺตํ อุปฺปาเทนฺโต ตํ วาจํ ปชหติ นาม. วาจาย ปน โส อตฺโถ ปากโฏ โหตีติ ‘‘วทนฺโต’’ติ วุตฺตํ. ทิฏฺฐึ น คณฺหิสฺสามีติ ทิฏฺฐิคฺคาหปฏิกฺเขโป. ทิฏฺฐิยา อนุปฺปาทนํ ปชหนเมวาติ อาห ‘‘ปชหนฺโต’’ติ. โส อริยูปวาที นิรเย ฐปิโตเยว, นาสฺส นิรยูปปตฺติยา โกจิ วิพนฺโธ เอกํสิโก อยมตฺโถติ อธิปฺปาโย.

อสฺสาติ เอกํสิกภาวสฺส. สิกฺขาหิ สีลสมาธิปญฺญาหิ, ตทตฺถาย วิปสฺสนาย จ วินา อญฺญาราธนสฺส อสมฺภวโต ‘‘โลกิยโลกุตฺตรา สีลสมาธิปญฺญา เวทิตพฺพา’’ติ วตฺวา ปุน อาสนฺนตเร สีลาทิเก ทสฺเสนฺโต ‘‘โลกุตฺตรวเสเนว วินิวตฺเตตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ อาห, ตสฺมา อคฺคมคฺคปริยาปนฺนา สีลาทโย เวทิตพฺพา. อคฺคมคฺคฏฺฐสฺส หิ ทิฏฺเฐว ธมฺเม เอกํสิกา อญฺญาราธนา, อิตเรสํ อเนกํสิกาติ. สมฺปชฺชนํ สมฺปทา, นิปฺผตฺตีติ อตฺโถ, ตสฺมา เอวํสมฺปทนฺติ เอวํอวิรชฺฌนกนิปฺผตฺติกนฺติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘อิมมฺปิ การณ’’นฺติอาทิ. ตตฺถ การณนฺติ ยุตฺติ. ตตฺรายํ ยุตฺตินิทฺธารณา ‘‘นิรยูปโค อริยูปวาที ตทาทายสฺส อวิชฺชมานโต เสยฺยถาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐี’’ติ. เอตฺถ จ ‘‘ตํ วาจํ อปฺปหายา’’ติอาทิวจเนน ตทาทายสฺส อปฺปหาเนน จ อริยูปวาโท อนฺตรายิโก อนตฺถาวโห จ, ปหาเนน ปน อจฺจยํ เทเสตฺวา ขมาปเนน อนนฺตรายิโก อตฺถาวโห จ ยถา ตํ วุฏฺฐิตา เทสิตา จ อาปตฺตีติ ทสฺเสติ.

ทสพลญาณวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุเวสารชฺชญาณวณฺณนา

๑๕๐. พฺยาโมหภยวเสน (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๘) สรณปริเยสนํ สารชฺชนํ สารโท, พฺยาโมหภยํ, วิคโต สารโท เอตสฺสาติ วิสารโท, ตสฺส ภาโว เวสารชฺชํ. ตํ ปน ญาณสมฺปทํ ปหานสมฺปทํ เทสนาวิเสสสมฺปทํ เขมํ นิสฺสาย ปวตฺตํ จตุพฺพิธํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. เตนาห ‘‘จตูสุ ฐาเนสู’’ติอาทิ. ทสฺสิตธมฺเมสูติ วุตฺตธมฺเมสุ. วจนมตฺตเมว หิ เตสํ, น ปน ทสฺสนํ ตาทิสสฺเสว ธมฺมสฺส อภาวโต. ภควตา เอว วา ‘‘อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’’ติ ปรสฺส วจนวเสน ทสฺสิตธมฺเมสุ. ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๑๘) วิย ธมฺม-สทฺโท เหตุปริยาโยติ อาห ‘‘สหธมฺเมนาติ สเหตุนา’’ติ. เหตูติ จ อุปปตฺติสาธนเหตุ เวทิตพฺโพ, น การโก สมฺปาปโก จ. อปฺปมาณนฺติ อนิทสฺสนํ. นิทสฺสนญฺหิ อนฺวยโต พฺยติเรกโต ปมาณงฺคตาย ‘‘ปมาณ’’นฺติ วุจฺจติ. นิมิตฺตนฺติ โจทนาย การณํ. ตตฺถ โจทโก โจทนํ กโรตีติ การณํ, ธมฺโม โจทนํ กโรติ เอเตนาติ การณํ. เตนาห ‘‘ปุคฺคโลปี’’ติอาทิ. เขมนฺติ เกนจิ อปฺปฏิพนฺธิยภาเวน อนุปทฺทุตตํ.

อนฺตราโย เอเตสํ อตฺถิ, อนฺตราเยวา ยุตฺตาติ อนฺตรายิกา. เอวํภูตา ปน เต ยสฺมา อนฺตรายกรา นาม โหนฺติ, ตสฺมา อาห ‘‘อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา’’ติ. อสญฺจิจฺจ วีติกฺกโม น ตถา สาวชฺโชติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตา’’ติ. สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธาติอาทิ นิทสฺสนมตฺตํ อิตเรสมฺปิ จตุนฺนํ ‘‘อนฺตรายิกา’’ติ วุตฺตธมฺมานํ ตพฺภาเว พฺยภิจาราภาวโต. อิธ ปน เมถุนธมฺโม อธิปฺเปโตติ อิทํ อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน วุตฺตํ อริฏฺฐสิกฺขาปทํ (ปาจิ. ๔๑๗-๔๒๒) วิย. ยสฺมา ตงฺขณมฺปิ กาเมสุ (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๘) อาทีนวํ ทิสฺวา วิรตฺโต (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๘) โหติ เจ, วิเสสํ อธิคจฺฉติ, น กาเมสุ อาสตฺโต, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เมถุนํ…เป… อนฺตราโย โหตี’’ติ. ตตฺถ ยสฺส กสฺสจีติ น เกวลํ ปพฺพชิตสฺเสว, อถ โข ยสฺส กสฺสจิ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘เมถุนมนุยุตฺตสฺส, มุสฺสเตวาปิ สาสน’’นฺติ. ตสฺมึ อนิยฺยานิกธมฺเมติ ตสฺมึ ปเรน ปริกปฺปิตอนิยฺยานิกธมฺมนิมิตฺตํ. นิมิตฺตตฺเถ หิ อิทํ กมฺมสํโยเค ภุมฺมํ.

จตุเวสารชฺชญาณวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อฏฺฐปริสวณฺณนา

๑๕๑. ปุริสสฺส สูรตรภาโว นาม สงฺคาเม ปากโฏ โหติ, น เคเห นิสินฺนกาเล, เอวํ เวสารชฺชญาณสฺส อานุภาโว ปณฺฑิตปริสาสุ ยตฺถ กตฺถจีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เวสารชฺชญาณสฺส พลทสฺสนตฺถ’’นฺติ อาห. สนฺนิปติตฺวา นิสินฺนฏฺฐานนฺติ ฐานสีเสน สนฺนิปติตขตฺติยปริสเมว ทสฺเสติ. เอเสว นโย สพฺพตฺถาติ อติเทเสน อาวิภาวิตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘มารกายิกาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ สทิสตฺถวิสยตฺตา อติเทสสฺส. ยถา หิ ขตฺติยานํ สมูโห ขตฺติยปริสาติ อยมตฺโถ ลพฺภติ, น เอวํ ‘‘มารปริสา’’ติ เอตฺถ, มารสฺส ปริสาติ ปน มารปริสาติ อยมตฺโถ อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘มารกายิกานํ…เป… น มาราน’’นฺติ. มารกายิกานนฺติ มารปกฺขิยานํ. อุคฺคฏฺฐานทสฺสนวเสนาติ สารชฺชิตพฺพฏฺฐานทสฺสนวเสน, เอวํ อุคฺคา ขตฺติยา อตฺตโน ปุญฺญเตเชนาติ อธิปฺปาโย. พฺราหฺมณา ตีสุ เวเทสูติ อิทํ อิตเรสํ อวิสยทสฺสนวเสน วุตฺตํ. เวเท สชฺฌายนฺตาปิ หิ ขตฺติยา เวสฺสา จ ตทตฺถวิจารณาย เยภุยฺเยน อสมตฺถา เอวาติ. กสฺมา ปเนตฺถ ยามาทิปริสา น คหิตาติ? ภุสํ กามาภิคิทฺธตาย โยนิโสมนสิการวิรหโต. ยามาทโย หิ อุฬารุฬาเร กาเม ปฏิเสวนฺตา ตตฺถาภิคิทฺธตาย ธมฺมสฺสวนาย สภาเวน จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทนฺติ, มหาโพธิสตฺตานํ ปน พุทฺธานญฺจ อานุภาเวน อากฑฺฒิยมานา กทาจิ เตสํ ปยิรุปาสนาทีนิ กโรนฺติ ตาทิเส มหาสมเย. เตเนว หิ วิมานวตฺถุเทสนาปิ ตนฺนิมิตฺตา พหุลา นาโหสิ. มนุสฺสานํ วเสนายํ กตา.

ปรจกฺกวาเฬสุ จ มนุสฺสานํ วิเสสาธิคโม นตฺถีติ ปุจฺฉติ ‘‘กึ ปน ภควา อญฺญานิ จกฺกวาฬานิปิ คจฺฉตี’’ติ. อิตโร ยทิปิ เตสํ อริยธมฺมาธิคโม นตฺถิ, วาสนาย ปน ตตฺถ คนฺตฺวา ธมฺมํ เทเสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อามคจฺฉตี’’ติ อาห. เกยูรํ นานาวิธรตนปริสิพฺพิตสุวณฺณชาลวินทฺธํ ภุชาภรณํ. องฺคทํ นานาคนฺธคนฺธิตํ, เกวลํ วา สุวณฺณมยํ พาหุวลยํ. ฉินฺนสฺสราติ ทฺวิธาภูตสฺสรา (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๗๒) คคฺครสฺสราติ คคฺคริกาย วิย คคฺครายมานขรสฺสรา (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๗๒; อ. นิ. ฏี. ๓.๘.๖๙). ภาสนฺตรนฺติ เตสํ ภาสํ (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๗๒; อ. นิ. ฏี. ๓.๘.๖๙) สนฺธายาห. ‘‘วีมํสา อุปฺปชฺชตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตํ วิวริตุํ ‘‘อิทํ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สงฺคมฺมาติ สมาคนฺตฺวา. อาทิโต ลาโป อาลาโป, วจนปฏิวจนวเสน สมํ ลาโป สลฺลาโป. สมฺมา, สมญฺญา วา กถา สํกถา, สํกถาว สากจฺฉา.

อฏฺฐปริสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุโยนิวณฺณนา

๑๕๒. ยวนฺติ ตาย สตฺตา อมิสฺสิตาปิ สมานชาติตาย มิสฺสิตา วิย โหนฺตีติ โยนิ. สา ปน อตฺถโต อณฺฑาทิอุปฺปตฺติฏฺฐานวิสิฏฺโฐ ขนฺธานํ ภาคโส ปวตฺติวิเสโสติ อาห ‘‘ขนฺธโกฏฺฐาโส โยนิ นามา’’ติ. อณฺเฑ ชาตาติ ปฐมาย ชาติยา วเสน วุตฺตํ, ทุติยาย ปน อณฺฑโต, อณฺเฑ วา ภิชฺชมาเน ชาตาติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘อภินิพฺภิชฺช ชายนฺตี’’ติ. วินาติ เอเตหิ อณฺฑาทีหิ พาหิรปจฺจเยหิ วินา. อุปฺปติตฺวา วิยาติ อุปฺปชฺชนวเสน ปติตฺวา วิย. พาหิรปจฺจยนิรเปกฺขตฺตาเยว วา อุปปตเน สาธุการิโน อุปปาติกา, เต เอว อิธ โอปปาติกาติ วุตฺตา. อาทิ-สทฺเทน คพฺภมเล นิพฺพตฺตมหาปทุมกุมาราทีนํ สงฺคโห. นิชฺฌามตณฺหิกเปตานํ นิจฺจํ ทุกฺขาตุรตาย กามเสวนา นตฺถิ, ตสฺมา เต คพฺภเสยฺยกา น โหนฺติ, ชาลวนฺตตาย น ตาสํ กุจฺฉิยํ คพฺโภ สณฺฐาติ, ตสฺมา เต โอปปาติกาเยว สํเสทชตฺตายปิ อสมฺภวโต. เนรยิกา วิยาติ นิทสฺสนาปเทเสน เตสมฺปิ โอปปาติกตฺตํ ทีเปติ. อวเสสาติ นิชฺฌามตณฺหิกเนรยิเก ฐเปตฺวา อวเสสา วินิปาติกา. ยกฺขานํ จาตุมหาราชิกตาย โอปปาติกภาเว เอว อาปนฺเน ตํ นิวตฺเตตุํ ‘‘เอวํ ยกฺขาปี’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ เต น ภุมฺมเทวา น จ วินิปาติกาติ.

จตุโยนิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปญฺจคติวณฺณนา

๑๕๓. คนฺตพฺพาติ อุปปชฺชิตพฺพา. ยถา หิ กมฺมภโว ปรมตฺถโต อสติปิ การเก ปจฺจยสามคฺคิยา สิทฺโธ ตํสมงฺคินา สนฺตานลกฺขเณน สตฺเตน กโตติ โวหรียติ, ตถา อุปปตฺติภวลกฺขณา คติโย ปรมตฺถโต อสติปิ คมเก ตํตํกมฺมวเสน เยสํ ตานิ กมฺมานิ, เตหิ คนฺตพฺพาติ โวหรียนฺตีติ. เอวํ สทฺทตฺถโต คตึ ทสฺเสตฺวา อตฺถุทฺธารนเยนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เยสุ นิรยาทิเภเทสุ อุปปตฺติภเวสุ คติ-สทฺโท นิรูโฬฺห, ตโต อญฺญตฺถาปิ คติสทฺทปฺปวตฺติ อตฺถิ, ตํ เอเกน คติ-สทฺเทน วิเสเสตฺวา อาห ‘‘คติคตี’’ติ ยถา ‘‘ทุกฺขทุกฺขํ, (สํ. นิ. ๔.๓๒๗) รูปรูป’’นฺติ (วิสุทฺธิ. ๒.๔๔๙) จ. อุปฺปาทาวตฺถาย คมนํ อุปคมนนฺติ ‘‘นิพฺพตฺติคตี’’ติ วุตฺตา. คตินฺติ จิตฺตคตึ. เตนาห ‘‘อชฺฌาสยคติ นามา’’ติ, อชฺฌาสยปฺปวตฺตีติ อตฺโถ. ตทฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๕๐๓) ปน ‘‘คตินฺติ นิปฺผตฺติ’’นฺติ อตฺโถ วุตฺโต. พฺรหฺมนิมนฺตนสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๕๐๓) หิ อยํ ปาฬีติ. ชุตินฺติ อานุภาวํ. วิภโวติ วินาโส. โส หิ วิคโมติ อตฺเถน คติ. เตเนว นิพฺพานํ อรหโต คตีติ (ปริ. ๓๓๙) อนุปาทิเสสนิพฺพานํ อรหโต คติ วิคโม วิภโวติ อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ. เทฺวเยว คติโยติ เทฺวว นิปฺผตฺติโยติ อตฺโถติ อาห ‘‘อยํ นิปฺผตฺติคติ นามา’’ติ.

ยสฺส อุปฺปชฺชติ, ตํ พฺรูเหนฺโต เอว อุปฺปชฺชตีติ อโย, สุขํ. นตฺถิ เอตฺถ อโยติ นิรโย. ตโต เอว รมิตพฺพํ อสฺสาเทตพฺพํ ตตฺถ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘นิรติอตฺเถน นิรสฺสาทฏฺเฐน นิรโย’’ติ. ติริยํ อญฺจิตาติ เทวมนุสฺสาทโย วิย อุทฺธํ ทีฆา อหุตฺวา ติริยํ ทีฆาภิ อตฺโถ. ปกฏฺฐโต สุขโต อยนํ อปคโม เปจฺจภาโว, ตํ เปจฺจภาวํ ปตฺตานํ วิสโยติ เปตโยนิเมว วทติ. มนโส อุสฺสนฺนตฺตาติ สติสูรภาวพฺรหฺมจริยโยคฺยตาทิคุณวเสน อุปจิตมานสตาย อุกฺกฏฺฐคุณจิตฺตตายาติ อตฺโต. อยํ ปนตฺโถ นิปฺปริยายโต ชมฺพุทีปวาสีวเสน เวทิตพฺโพ. ยถาห – ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหิ ชมฺพุทีปิกา มนุสฺสา อุตฺตรกุรุเก มนุสฺเส อธิคฺคณฺหนฺติ เทเว จ ตาวตึเส. กตเมหิ ตีหิ? สูรา สติมนฺโต อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ (อ. นิ. ๙.๒๑). เตหิ ปน สมานรูปาทิตาย สทฺธึ ปริตฺตทีปวาสีหิ อิตรมหาทีปวาสิโนปิ มนุสฺสาเตว ปญฺญายึสุ. โลกิยา ปน ‘‘มนุโน อปจฺจภาเวน มนุสฺสา’’ติ วทนฺติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ปรมตฺถทีปนิยํ วิมานวตฺถุสํวณฺณนายํ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๓) วุตฺตนเยน คเหตพฺโพ. อานุภาเวหีติ เทวานุภาวสงฺขาเตหิ อิทฺธิวิเสเสหิ. ตตฺถ กามา เทวา กามคุเณหิ เจว อิทฺธิวิเสเสหิ จ อิตเร อิทฺธิวิเสเสเหว ทิพฺพนฺติ กีฬนฺติ โชตนฺติ, สรณนฺติ วา คมฺมนฺติ, อภิตฺถวิยนฺตีติ วา เทวาติ.

ติรจฺฉานโยนิญฺจาติอาทีสูติ เอตฺถ ติรจฺฉานโยนิเปตฺติวิสยคฺคหเณน ขนฺธานํ เอว คหณํ เตสํ ตาทิสสฺส ปริจฺฉินฺนสฺส โอกาสสฺส อภาวโต. ยตฺถ วา เต อรญฺญสมุทฺทปพฺพตาทิเก นิพทฺธวาสํ วสนฺติ, ตาทิสสฺส ฐานสฺส วเสน โอกาโสปิ คเหตพฺโพ. นิรยูปคาทีหิ สตฺเตหิ มคฺคิตพฺพโต มคฺโค ปฏิปชฺชิตพฺพา ปฏิปทา จาติ ตํ ตํ กมฺมเมว วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อุภเยนปี’’ติอาทิ. ยถา จ ปฏิปนฺโนติ อิมินา ตสฺส กมฺมสฺส กตูปจิตาการมาห. เอตฺถ จ นิรยคามิญฺจ มคฺคํ นิรยคามินิญฺจ ปฏิปทนฺติ อิมินา สาธารณโต นิรยสํวตฺตนิยํ กมฺมํ วตฺวา ปุน ตํ ตํ สนฺตานปติตตาย อสาธารณตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถาปฏิปนฺโน’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. วินิปตนฺตีติ วิวสา, วิรูปํ วา นิปตนฺติ. กสฺมา ปเนตฺถ ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ ทสฺเสนฺโต ภควา ‘‘นิพฺพานญฺจาห’’นฺติอาทิมาหาติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘อิทํ ปนา’’ติอาทิ. น หิ ภควา อตฺตโน พุทฺธสุพุทฺธตํ วิภาเวนฺโต สาวเสสํ กตฺวา เทสนํ เทเสติ.

ปญฺจคติวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ญาณปวตฺตาการวณฺณนา

๑๕๔. ญาณปฺปวตฺตาการนฺติ ญาณสฺส ปวตฺติอาการํ, ญาณสฺส วา ปวตฺติปการํ. เอกนฺตทุกฺขาติ เอกนฺเตน ทุกฺขา อจฺจนฺตทุกฺขา. ตา ปน สพฺพกาลํ ทุกฺขา สุขาลเยนปิ อสมฺมิสฺสาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘นิจฺจทุกฺขา นิรนฺตรทุกฺขา’’ติ. พหลาติ อตนุกา, มหนฺตาติ อตฺโถ. ติพฺพาติ วา ติขิณา. ขราติ กกฺขฬา. กฏุกาติ วา อนิฏฺฐา. กสฺสติ ขณียตีติ กาสุ, อาวาโฏ. กสียติ จียตีติ กาสุ, ราสิ. ผุนนฺตีติ ทฺวีหิ หตฺเถหิ องฺคารานิ อุกฺขิปิตฺวา ปฏิวาตํ โอผุนนฺติ, เตน เตสํ สกลสรีรํ ฑยฺหติ. เตนาห ‘‘ปริทฑฺฒคตฺตา’’ติ. ปุริสปฺปมาณํ โปริสํ. เอกปเถเนวาติ เอกมคฺคภูเตเนว. อนุกฺกมนีเยนาติ อุกฺกมิตุํ อปกฺกมิตุํ อสกฺกุเณยฺเยน.

นนุ จ ทิพฺพจกฺขุญาณํ ปจฺจุปฺปนฺนวณฺณารมฺมณํ, เตน กถํ รูปนฺตรสมงฺคึ นิรเย นิพฺพตฺตสตฺตํ ‘‘อยํ โส’’ติ ชานาตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตตฺถ กิญฺจาปี’’ติอาทิ. ยถากมฺมูปคญาเณน ‘‘อยํ โส’’ติ สลฺลกฺเขติ, ตสฺส ปน ทิพฺพจกฺขุอานุภาเวน ปตฺตพฺพตฺตา ‘‘ทิพฺพจกฺขุพลํ นาม เอตนฺติ วุตฺตํ.

ปุริมนเยเนวาติ ‘‘คูถกูโป วิย ติรจฺฉานโยนิ ทฏฺฐพฺพา’’ติอาทินา องฺคารกาสุปมายํ วุตฺตนเยเนว. ทุกฺขา เวทนา พหุลา เอตาสูติ ทุกฺขพหุลา. พหลปตฺตปลาโสติ อวิรฬตนุวิปุลปณฺโณ. สุขปริโภคํ มหาปาสาทํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทีฆปาสาโท’’ติ วุตฺตํ จตุรสฺสปาสาทาทีนํ ขุทฺทกตฺตา. อุณฺณามยอตฺถรเณนาติ อุณฺณามยโลหิตอตฺถรเณน. อุตฺตรํ อุปริภาคํ ฉาเทตีติ อุตฺตรจฺฉโท, วิตานํ. ตํ ปน โลหิตวิตานํ อิธาธิปฺเปตนฺติ ‘‘รตฺตวิตาเนนา’’ติ วุตฺตํ.

อปรภาคโยชนาติ ปาฬิยํ ‘‘อปเรน สมเยนา’’ติ วุตฺตสฺส อปรภาคสฺส โยชนา. สา ปน เอกเทเสน ปุริมภาเค วุตฺเต เอว สุวิญฺเญยฺยา โหตีติ ‘‘ยถา โส’’ติอาทิมาห. มคฺคารุฬฺหเมวาติ มคฺคํ อุปคตมตฺตเมว.

นิยมาภาวาติ ‘‘ทิพฺพจกฺขุนาว ปสฺสตี’’ติ นิยมสฺส อภาวา. ‘‘ทิพฺพจกฺขุนาปิ ปสฺสิสฺสตี’’ติ อิทํ น อนุตฺตรสุขานุภวนสฺส ทิพฺพจกฺขุโคจรตฺตา วุตฺตํ, อนาคตสฺส ปน ตสฺส ทิพฺพจกฺขุปริภณฺฑภูเตน อนาคตํสญาเณน ทสฺสนเมวาติ การณูปจาเรน วุตฺตํ. ปาฬิยํ ปน ‘‘เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ’’จฺเจว วุตฺตํ. ‘‘อตฺถโต ปน นานา โหตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘เทวโลกสุขํ หี’’ติอาทึ วตฺวา ยถาทสฺสิตอุปมาหิปิ อยมตฺโถ ปากโฏ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปมายมฺปี’’ติอาทิมาห. โคตฺรภุญาณุปฺปาทโต ปฏฺฐาย นิโรธํ ปสฺสิตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลปจฺจเวกฺขณวเสน เจว ปรโต ผลสมาปตฺติสมาปชฺชนวเสน จ อริยสาวโก นิโรเธ สยิโต วิย โหติ ตทปสฺสเยเนว ปวตฺตนโตติ อาห ‘‘นิโรธสยนวรคต’’นฺติ. เตนาห ‘‘นิพฺพานา…เป… ปสฺสตี’’ติ.

ญาณปวตฺตาการวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุกฺกรการิกาทิสุทฺธิวณฺณนา

๑๕๕. ปุจฺฉานุสนฺธิอาทิอนุสนฺธิตฺตยโต อญฺญตฺตา ‘‘ปาฏิเยกฺกํ อนุสนฺธิวเสนา’’ติ วุตฺตํ. น เกวลํ ‘‘ทุกฺกรการิกาย สุทฺธิ โหตี’’ติ เอวํลทฺธิโก เอว, อถ โข ทุกฺกรจารีสุ อภิปฺปสนฺโนติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. จตุกุณฺฑิโกติ ทฺวีหิ ปาเทหิ หตฺเถหีติ จตูหิ องฺเคหิ กุณฺฑนโก อาหิณฺฑนโก. ฉมานิกิณฺณนฺติ ภูมิยํ ขิตฺตํ. ภกฺขสนฺติ อาหารํ.

มจฺฉริยมลาทิปาปธมฺมวิคมนโต เมตฺตาทิคุณานุพฺรูหนโต จ พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ จริยนฺติ พฺรหฺมจริยํ, ทานํ. ตถา หิ ตํ ภควตา ปณฺฑิตปญฺญตฺตํ วุตฺตํ. เอวํ เสเสสุปิ ยถารหํ พฺรหฺมจริยปริยาโย นิทฺธาเรตฺวา วตฺตพฺโพ. กินฺติ กีทิสํ. วตนฺติ สมาทินฺนวตํ. สุจิณฺณสฺสาติ สุฏฺฐุ จิณฺณสฺส ปุญฺญสฺส. อิทฺธีติ อานุภาโว. ชุตีติ วตฺถาภรโณภาสสมุชฺชลา สรีรปฺปภา. พลวีริยูปปตฺตีติ กายพเลน เจว อุสฺสาเหน จ สมนฺนาคโม.

เตน ปาณิ กามทโทติ เตน อทฺธิกานํ อุปคจฺฉนฺตานํ หตฺถํ ปสาเรตฺวา อสยฺหเสฏฺฐิโน ทานฏฺฐานทสฺสนมเยน ปุญฺเญน อิทานิ มยฺหํ หตฺโถ กปฺปรุกฺโข วิย กามทโท อิจฺฉิติจฺฉิตทายี, กามทโท โหนฺโต จ มธุสฺสโว อิฏฺฐวตฺถุวิสฺสชฺชนโก ชาโต. เตน เม พฺรหฺมจริเยนาติ เตน มม ยถาวุตฺตกายเวยฺยาวฏิยกมฺมสงฺขาเตน เสฏฺฐจริเยน. ปุญฺญนฺติ ปุญฺญผลํ. ตมฺปิ หิ ปุชฺชสภาวโต, อุตฺตรปทโลเปน วา ‘‘เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๐) ‘‘ปุญฺญ’’นฺติ วุจฺจติ.

ปญฺจ สิกฺขาปทานิ สมาหฏานิ ปญฺจสิกฺขาปทํ ยถา ‘‘ติภวํ, ติสกฏ’’นฺติ จ. พฺรหฺมจริยสฺมินฺติ ธมฺมเทสนาย. สา หิ วิเนยฺยานํ พฺรหฺมภาวาวหนโต พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ จริยํ, พฺรหฺมุโน วา ภควโต วาจสิกํ จริยนฺติ ‘‘พฺรหฺมจริย’’นฺติ วุจฺจติ.

สหสฺสํ มจฺจุหายินนฺติ สหสฺสมตฺตา อรหตฺตสมธิคเมน มจฺจุวิสยาติกฺกเมน มจฺจุปหายิโน ชาตา. พฺรหฺมจารี ภวิสฺสามาติ เอตฺถ เยน พฺรหฺมจริเยน เต พฺรหฺมจาริโนติ วุจฺจนฺติ, ตํ พฺรหฺมจริยํ นิทฺธาเรตฺวา อาห ‘‘เมถุนวิรติ พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺตา’’ติ.

นาติกฺกมามาติ น อติจราม อคมนียฏฺฐาเนปิ อิตรตฺถาปิ น วีติกฺกมาม. เตนาห ‘‘อญฺญตฺร ตาหิ พฺรหฺมจริยํ จรามา’’ติ. อมฺหนฺติ อมฺหากํ.

อตฺตทมนวเสนาติ ยถาปฏิญฺญํ อรหนฺตานํ อนุกรณากาเรน ปวตฺตจิตฺตทมนวเสน, มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ ทมเนนาติ อตฺโถ. สิขาปฺปตฺตเสฏฺฐจริยตาย อริยมคฺโค พฺรหฺมจริยํ. พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ จรติ เอเตนาติ พฺรหฺมจริยํ, สตฺถุสาสนํ.

อตรมานานนฺติ น ตรมานานํ เทสกาลํ อุทิกฺขนฺตานํ. ผลาสาว สมิชฺฌตีติ สุทุลฺลภผเลปิ อาสา สมฺมาปโยคมนฺวาย สมิชฺฌติ เอว. วิปกฺกพฺรหฺมจริโยสฺมีติ วิเสเสน นิปฺผนฺนปณีตชฺฌาสโย ปริปุณฺณอุฬารมโนรโถ. โส หิ เสฏฺฐมโนสมาจารตาย พฺรหฺมจริยปริยาเยน วุตฺโต.

อิทเมว สุตฺตํ อาคตฏฺฐานนฺติ อธิปฺปาโย เตปิฏเก พุทฺธวจเน อิทเมว สุตฺตปทํ ‘‘วีริยํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ อาคตฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. วีริยญฺหิ ตสฺมึ วิสเย อุตฺตมํ ปรมุกฺกํสคตํ ตาทิสจริยาเหตุ จาติ พฺรหฺมจริยนฺติ อิธ วุตฺตํ. จตุรงฺคสมนฺนาคตนฺติ จตุพฺพิธทุกฺกรกิริยาย สาธกสฺส จตุพฺพิธสฺส อตฺตโน ปวตฺติอาการสฺส วเสน จตุรงฺคสมนฺนาคตํ.

โกจิ ฉินฺนภินฺนปฏปิโลติกธโร ทสนฺตยุตฺตสฺส วตฺถสฺส อภาวโต นิจฺเจโลติ วตฺตพฺพตํ ลเภยฺยาติ ตํ นิวตฺเตนฺโต อาห ‘‘นคฺโค’’ติ. เอวํ อกาสึ, เอวมฺปิ สตฺตปีฬา มา อโหสีติ อธิปฺปาโย. ยถา ‘‘อภิหฏํ น สาทิยามี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๑๕๕) ภิกฺขาปริเยสเน อุกฺกฏฺฐจาริตาทสฺสนํ, เอวํ ‘‘นเอหิ ภทฺทนฺติกาทิภาโวปี’’ติ คเหตพฺพํ. ปุริสนฺตรคตายาติ ปุริสสมีปคตาย. สํกิตฺตียนฺติ เอตายาติ สํกิตฺติ, คามวาสิอาทีหิ สมุทายวเสน กริยมานกิริยา. อิธ ปน ภตฺตสํกิตฺติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘สํกิตฺเตตฺวา กตภตฺเตสู’’ติ. ททนฺติ ตายาติ ทตฺติ. เอกาหํ อนฺตรภูตํ เอตสฺส อตฺถีติ เอกาหิกํ. เอส นโย เสสปเทสุปิ. เอกาหวาเรนาติ เอกาหิกวาเรน. ‘‘เอกาหิก’’นฺติอาทินา วุตฺตวิธิเมว ปฏิปาฏิยา ปวตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ ปุน วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อิติ เอวรูป’’นฺติอาทิ.

เอรกติณาทีนิ วาติ เอรกติณาทีนิ คนฺถิตฺวา กตนิวาสนานิ ฉวทุสฺสานิ, นิหีนทุสฺสานีติ อตฺโถ. ตนฺตาวุตานนฺติ ตนฺตํ ปสาเรตฺวา วีตานํ. ปกติกณฺฏเกติ สลากกณฺฏเก.

๑๕๖. เนกวสฺสคณสญฺชาตนฺติ อเนกวสฺสสมูหสญฺชาตํ. นนุ จ อิทาเนว ‘‘สายตติยกมฺปิ อุทโกโรหนานุโยคมนุยุตฺโต’’ติ วุตฺตํ, ‘‘เนกวสฺสคณิกํ รโชชลฺลํ กาเย สนฺนิจิต’’นฺติ จ, ตทุภยํ เอกสฺมึ กถํ สมฺภวตีติ อาห ‘‘อิทํ อตฺตโน รโชชลฺลกวตสมาทานกาลํ สนฺธาย วทตี’’ติ. เอเตเนว ‘‘อเจลโก โหมี’’ติ วุตฺตอเจลกปฏิญฺญา, ‘‘สาณานิปิ ธาเรมี’’ติอาทินา วุตฺตฉนฺนกปฏิญฺญา, ตตฺถาปิ สาณ-มสาณ-ฉวทุสฺสาทิ-นิวตฺถ-ปฏิญฺญา จ อวิรุทฺธาติ ทฏฺฐพฺพา ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล ตถา ตถา ปฏิปนฺนตฺตา. เตติ อเจลกา. สงฺฆาตนฺติ สพฺพโส ฆาตํ. เตนาห ‘‘วธ’’นฺติ. สีลวา นาม นตฺถิ ‘‘อนภิสนฺธิกมฺปิ ปาปํ โหตี’’ติ เอวํ ลทฺธิกตฺตา. สีลํ อธิฏฺฐายาติ อิทํ ปฏิกฺกมนกิริยํ สนฺธาย วุตฺตํ.

ปาสณฺฑปริคฺคหณตฺถายาติ ปาสณฺเฑสุ อสารสารภาววีมํสนตฺถาย. ตํ ปพฺพชฺชนฺติ อาชีวกปพฺพชฺชํ. วิกฏโภชเนติ วิกตโภชเน วิรูปโภชเน. เตนาห ‘‘อปกติโภชเน’’ติ.

๑๕๗. ภึสนกตสฺมินฺติ ภาวสาธนภาวี อิทํ ปทนฺติ อาห ‘‘ภึสนกตสฺมึ ภึสนกกิริยายา’’ติ. ‘‘ภึสนกตฺตสฺมิ’’นฺติ วตฺตพฺเพ เอกสฺส ต-การสฺส โลโป ทฏฺฐพฺโพ. เยภุยฺยคฺคหณํ โลมวนฺตวเสนปิ โยเชตพฺพํ, น โลมวเสนาติ อาห ‘‘พหุตรานํ วา’’ติอาทิ.

สุ-สทฺเท อุ-การสฺส โอ-การํ กตฺวา ปาฬิยํ ‘‘โสตตฺโต’’ติ วุตฺตนฺติ ตทตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘สุตตฺโต’’ติ อาห. สุฏฺฐุ อวตตฺโตติ วา โสตตฺโต. โสสินฺโนติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สุทฺธิวสนตฺถายาติ สํสารสุทฺธิคเวสนตฺถาย.

วิหารสฺมินฺติ ปจฺจตฺเต ภุมฺมวจนนฺติ อาห ‘‘วิหาโร เอว หิ ‘วิหารสฺมิ’นฺติ วุตฺโต’’ติ. เตเนว จาติ เตเนว วิภตฺติวิปลฺลาสวเสน. เอวํ อตฺโถติ อยํ เอวํ ลิงฺควิปลฺลาสวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ทุกฺขปฺปตฺโตติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. สพฺพตฺถาติ สุขทุกฺเข ลาภาลาภาทิเก จ. ตุลิโตติ ตุลาสทิโส.

ทุกฺกรการิกาทิสุทฺธิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อาหารสุทฺธิวณฺณนา

๑๕๘. สุชฺฌิตุนฺติ สํสารโต สุชฺฌิตุํ.

๑๕๙. อาสีติกปพฺพานีติ อาสีติกปิฏฺฐิปพฺพานิ, ‘‘กาฬปพฺพานี’’ติ วทนฺติ. ปพฺพานํ มชฺเฌ. อุนฺนตุนฺนตานีติ มํเส มิลาเต ทฺวินฺนํ สนฺธีนํ อนฺตเร วาเตนุทฺธุมาตธมนีชาลตาย อุนฺนตานิ อุนฺนตานีติ. อานิสทนฺติ อานิสทฏฺฐานํ. นิสินฺนฏฺฐานนฺติ ปํสูหิ, วาลิกาหิ วา นิจิตํ นิสินฺนฏฺฐานํ. สรโปงฺเขนาติ สรสฺส โปงฺขปฺปเทเสน, สรโปงฺขสญฺญิเตน วา มคฺเคน. อกฺกนฺตนฺติ อกฺกนฺตฏฺฐานํ. ตกฺกโคฬิกสทิสานํ, สรีรฆํสนตฺถํ กต กุรุวินฺทโคฬกานํ วา อาวฬิ วฏฺฏนาหาโร. วํสโตติ ปิฏฺฐิวํสโต. มณฺฑเลติ ภิตฺติปาทานํ มตฺถเก ฐปิตมณฺฑลเก สีสคฺเคน ปติฏฺฐหนฺติ. น เอวํ ผาสุฬิโยติ ยถา ยถา วุตฺตโคปานสิโย ปปตา ติฏฺฐนฺติ, น เอวํ โพธิสตฺตสฺส ผาสุกาปิ ปปตา ฐิตา.

โอกฺขายิกาติ อวกฺขายิกา, เหฏฺฐา หุตฺวา นินฺนภาเวน ปญฺญายมานา. เอวรูปาติ ยถาวุตฺตรูปา, นินฺนตราติ อตฺโถ. ยาว ปิฏฺฐิกณฺฏกํอลฺลีนา โหตีติ มยฺหํ อุทรจฺฉวิ ยาว ปิฏฺฐิกณฺฏกํ, ตาว ตํ อาหจฺจ ฐิตตฺตา อลฺลีนา โหติ อุทริยสฺส ปริกฺขเยน อนฺตานญฺจ สุฏฺฐุมิลาตตาย. ภาริยภาริยาติ ครุตรา. สหอุทรจฺฉวึ ปิฏฺฐิกณฺฏกํ, สหปิฏฺฐิกณฺฏกํ อุทรจฺฉวินฺติ โยชนา. เนว นิกฺขมติ อาหารสนฺนิสฺสยอาโปธาตุยา สพฺพโส วิสุกฺขตฺตา. ปูติมูลานีติ โลมมูลานํ ปริพฺรูหนเก มํเส โลหิเต จ ปริกฺขีเณ ตานิ สุกฺขานิ ฐานโต ภฏฺฐานิ อภาเวเนว ‘‘ปูติมูลานี’’ติ วุตฺตานิ. เตนาห ‘‘ตสฺส ปนา’’ติอาทิ.

อธิคตาติ อิทานิ อธิคตา. ยถา เอตรหิ วิปสฺสนาปญฺญาย อธิคตตฺตาติ อิมินา กิญฺจาปิ มหาโพธิสตฺตา ปริปากคตญาณา วสีภูตชฺฌานาภิญฺญา วิปสฺสนาย ปริกมฺมํ กโรนฺติ, ยถา จ เนสํ จริมภเว วิปสฺสนาจาโร, น ตถา ตทาติ ทสฺเสติ. เอตเทวาติ ยํ เยน วุตฺตํ อตฺถชาตํ, เอตเทว เอตฺถ เอตสฺมึ ปาฐปเทเส ยุตฺตํ ปุพฺเพนาปรํ อวิรุชฺฌนโต. อิตรถาติ ภิกฺขูหิ วุตฺตปฺปกาเรน อนนุรูโป สิยา ‘‘อิมิสฺสา’’ติ วุตฺตาย อญฺญตฺเต.

อาหารสุทฺธิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สํสารสุทฺธิอาทิวณฺณนา

๑๖๐. สํสาเรนาติ อปราปรํ จวนุปปชฺชนวเสน ภเวสุ สํสรเณน. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;

อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, สํสาโรติ ปวุจฺจตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๒.๖๑๙; ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๕; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๖๐; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๑๙๙; ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๖; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๕๒๓; อุทา. อฏฺฐ. ๓๙; อิติวุ. อฏฺฐ. ๑๔, ๕๘; เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๖๗, ๙๙; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๕๘; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๖; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๑๗; วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๒๗; อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๙; สารตฺถ. ฏี. ๑.๑);

พหุกนฺติ พหุกาลํ พหุกฺขตฺตุํ. อุปปชฺชิตฺวาติ ตตฺถ ตตฺถ ภเว นิพฺพตฺติตฺวา. อาวาเสนาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สตฺตาวาเส อาวสเนน นิพฺพตฺติตฺวา ชีวเนน. ขนฺธาเยว วุตฺตา เตสํเยว ปวตฺติวิเสสสฺส เตน เตน ปริยาเยน วุตฺตตฺตา. พหุยาเคติ อชสูกรโคมายฺวาทิเก พหุวิเธ มหายญฺเญ. พหุอคฺคีติ วาจาเปยฺยาทิวเสน อนฺตมโส ปากยญฺญาทิวเสน จ พหุเกปิ อคฺคี ปริจรเณน.

๑๖๑. พาลทารโกปิ ‘‘ทหโร’’ติ วุจฺจตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘ยุวา’’ติ วุตฺตํ. อติกฺกนฺตปฐมวยา สตฺตา สภาเวน ปลิตสิรา โหนฺตีติ ปฐมวเย ฐิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุสุกาฬเกโส’’ติ วุตฺตํ. ชราชิณฺโณติ ชราย ชิณฺโณ, น อกาลิเกน ชราย อภิภูโต. อุกฺกํสคตพุทฺธตาย วุทฺโธ. เตนาห ‘‘วฑฺฒิตฺวา ฐิตองฺคปจฺจงฺโค’’ติ, อาโรหปริณาหวเสน วุทฺธิรหิโตติ อตฺโถ. ชาติมหลฺลโกติ ชาติยา มหลฺลโก, น โภคปริวาราทีหีติ อตฺโถ. อทฺธคโตติ เอตฺถ อทฺธ-สทฺโท ทีฆกาลวาจีติ อาห ‘‘พหุอทฺธานํ คโต’’ติ. วโยติอาทิปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘ปจฺฉิมวย’’นฺติ. ปทสตมฺปิ…เป… สมตฺถตาติ ปทสตมฺปิ ปทสหสฺสมฺปิ โสตปถมาคจฺฉนฺตเมว อุคฺคหณสมตฺถตา ปริคฺคเหตุํ สมตฺถตา. อยญฺจ คติยา พฺยาปาโรติ สกฺกา วิญฺญาตุํ คหณมตฺตภาวโต. ตเทวาติ ปทสตมฺปิ ปทสหสฺสมฺปิ. อาธารณํ อปิลาปนวเสน หทเย ธารณํ. อุปนิพนฺธนํ ยถา น ปมุฏฺฐํ โหติ, ตถา อุเปจฺจ อปราปรํ นิพนฺธนํ. อยํ ปน สติยา พฺยาปาโรติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. ปาฬิยญฺจ ‘‘ปรมาย คติยา จ สติยา จ ธิติยา จา’’ติ วุตฺตํ, ปรโต จ ‘‘เอวํ อธิมตฺตคติมนฺโต’’ติ วุตฺตํ. สมตฺถวีริยํ ธิติ นามาติ วิสิฏฺฐวิสยํ ทสฺเสนฺโต ยถาวุตฺตสติสมาโยคํ ตสฺส ทีเปติ. ตสฺสาติ ยถาวุตฺตคติสติธิตีหิ สุภธาตวจีปริจิตสฺส ปริยตฺติธมฺมสฺส อาคมวเสน อตฺถทสฺสนสมตฺถตา ยุตฺติวเสน การณทสฺสนสมตฺถตา.

ทฬฺหํ (อ. นิ. ฏี. ๓.๙.๓๘) ถิรํ ธนุ เอตสฺสาติ ทฬฺหธนฺวา, โส เอว อิธ ‘‘ทฬฺหธมฺมา’’ติ วุตฺโต. ปฏิสตฺตุวิธมนตฺถํ ธนุํ คณฺหาตีติ ธนุคฺคโห, โส เอว อุสุํ สรํ อสติ ขิปตีติ อิสฺสาโสติ อาห ‘‘ธนุํ คเหตฺวา ฐิโต อิสฺสาโส’’ติ. ทฺวิสหสฺสปลํ โลหาทิภารํ วหิตุํ สมตฺถํ ทฺวิสหสฺสถามํ. เตนาห ‘‘ทฺวิสหสฺสถามํ นามา’’ติอาทิ. ทณฺเฑติ ธนุทณฺเฑ. ยาว กณฺฑปฺปมาณาติ ทีฆโต ยตฺตกํ กณฺฑสฺส ปมาณํ, ตตฺตเก ธนุทณฺเฑ อุกฺขิตฺตมตฺเต อาโรปิโต เจว โหติ ชิยาทณฺโฑ, โส จ ภาโร ปถวิโต มุจฺจติ, เอวํ อิทํ ‘‘ทฺวิสหสฺสถามํ นาม ธนูติ ทฏฺฐพฺพํ. อุคฺคหิตสิปฺโปติ อุคฺคหิตธนุสิปฺโป. กตหตฺโถติ ถิรตรํ ลกฺเขสุ อวิรชฺฌนสรกฺเขโป. อีทิโส ปน ตตฺถ วสีภูโต กตหตฺโถ นาม โหตีติ อาห ‘‘จิณฺณวสีภาโว’’ติ. กตํ ราชกุลาทีสุ อุเปจฺจ อสนํ เอเตน โส กตูปาสโนติ อาห ‘‘ราชกุลาทีสุ ทสฺสิตสิปฺโป’’ติ. เอวํ กตนฺติ เอวํ อนฺโตสุสิรกรณาทินา สลฺลหุกํ กตํ.

โอโลเกตีติ อุทิกฺขติ. เอวํ สนฺเตปิ เตสํ วาโร ปญฺญายตีติ เตสํ ภิกฺขูนํ ‘‘อยํ ปฐมํ ปุจฺฉติ, อยํ ทุติย’’นฺติอาทินา ปุจฺฉนวาโร ตาทิสสฺส ปญฺญวโต ปญฺญายติ สุขุมสฺส อนฺตรสฺส ลพฺภนโต. พุทฺธานํ ปน วาโรติ อีทิเส ฐาเน พุทฺธานํ เทสนาวาโร อญฺเญสํ นปญฺญายนโต พุทฺธานํเยว ปญฺญายติ. อิทานิ ตเมว ปญฺญายนตํ ยุตฺติโต ทสฺเสนฺโต ‘‘วิทตฺถิจตุรงฺคุลฉาย’’นฺติอาทิมาห. อจฺฉราสงฺฆาฏมตฺเต ขเณ อเนก-โกฏิสหสฺส-จิตฺตปวตฺติสมฺภวโต ‘‘วิทตฺถิจตุรงฺคุลฉายํ อติกฺกมนโต ปุเรตรํเยว ภควา…เป… กเถตี’’ติ วตฺวา ตโต ลหุตราปิ สตฺถุ เทสนาปวตฺติ อตฺเถวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ติฏฺฐนฺตุ วา ตาว เอเต’’ติอาทิมาห. อิทานิ ตตฺถ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โสฬส ปทานิ กเถตีติ เอเตน โลกิยชนสฺส เอกปทุจฺจารณกฺขเณ ภควา อฏฺฐวีสสตปทานิ กเถตีติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตสฺสปิ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ธมฺโมติ ปาฬิ. ปชฺชติ อตฺโถ เอเตนาติ ปทํ, ตทตฺโถ. อตฺถํ พฺยญฺเชตีติ พฺยญฺชนํ, อกฺขรํ. ตญฺหิ ปทวากฺยกฺขรภาเวหิ ปริจฺฉิชฺชมานํ ตํ ตํ อตฺถํ พฺยญฺเชติ ปกาเสติ. เตนาห ‘‘ธมฺมปทพฺยญฺชนนฺติ ปาฬิยา ปทพฺยญฺชนํ, ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส พฺยญฺชนกํ อกฺขร’’นฺติ. เอเตน อปราปเรหิ ปทพฺยญฺชเนหิ สุจิรมฺปิ กาลํ กเถนฺตสฺส ตถาคตสฺส น กทาจิ เตสํ ปริยาทานํ อตฺถีติ ทสฺเสติ. ปญฺหํ พฺยากโรนฺติ เอเตนาติ ปญฺหพฺยากรณํ, ตถาปวตฺตปฏิภานํ. อปริกฺขยปฏิภานา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, ยโต วุตฺตํ ‘‘นตฺถิ ธมฺมเทสนาย หานี’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๓.๑๔๑, ๓๐๕; วิภ. มูลฏี. ๑.สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา). เตนาห ‘‘อิมินา กึ ทสฺเสตี’’ติอาทิ. ตถา อาสนฺนปรินิพฺพานสฺสปิ ภควโต เทสนาย อิตราย จ วิเสสาตาโวติ ปฐมพุทฺธวจนมฺปิ มชฺฌิมพุทฺธวจนมฺปิ ปจฺฉิมพุทฺธวจนมฺปิ สทิสเมว. อาสีติกวสฺสโต ปรํ ปญฺจโม อายุโกฏฺฐาโส.

๑๖๒. กามญฺเจตฺถ ภควตา นาคสมาลตฺเถรสฺส อจฺฉริยอพฺภุตปเวทนมุเขน อตฺตโน โลมานํ หฏฺฐภาวสฺส ปเวทิตตฺตา ‘‘โลมหํสนปริยาโย’’ติ นามํ คหิตํ, ตถาปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณาทิ-อนญฺญสาธารณญาณานุภาว-วิภาวนาทิวเสน โสฬสสมูหโต สีหนาทสฺส นทเนน เทสนาย ปวตฺติตตฺตา ‘‘มหาสีหนาโท’’เตฺวว สงฺคีติการมหาเถเรหิ นามํ ฐปิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

มหาสีหนาทสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๓. มหาทุกฺขกฺขนฺธสุตฺตวณฺณนา

๑๖๓. ตโต ปรนฺติ ติณฺณํ ชนานํ อุปริ สงฺโฆ จตุวคฺคกรณียาทิกมฺเมหิ ปฏิกมฺมปฺปตฺตตฺตา. คามํ คโตติ วุจฺจติ คามํ อุทฺทิสฺส คตตฺตา, เอวํ สาวตฺถึ ปวิสิตุํ วิหารโต นิกฺขนฺตา ‘‘ปวิสึสู’’ติ วุตฺตา. ปริญฺญนฺติ ปหานปริญฺญํ. สา หิ สมติกฺกโม, น อิตรา. รูปเวทนาสุปีติ ‘‘รูปานํ ปริญฺญํ, เวทนานํ ปริญฺญ’’นฺติ เอตฺถาปิ. กามํ สพฺเพสํ ติตฺถิยานํ กามาทิปริญฺญาปญฺญาปนเหตุภูโต สมโย นตฺถิ, เยสํ ปน อตฺถิ, เต อุปาทาย ‘‘สกสมยํ ชานนฺตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ยโต ยโต โข โภ อยํ ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, เอตฺตาวตา โข โภ กามานํ ปริญฺญา โหตี’’ติ เอวํ สรูปโต ปฐมชฺฌานํ วิภาเวตุํ อสกฺโกนฺตาปิ เกวลํ อจฺจนฺตปฺปหานสญฺญาย กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปยฺยุํ ปฐมชฺฌานํ วทมานา. ตํ กิสฺส เหตุ? ตาทิสสฺส อาคมาธิคมสฺสาภาวโต. รูปเวทนาปริญฺญาสุปิ เอเสว นโย. วุจฺเจถาติ วุจฺเจยฺย. ทุติยปเทปีติ ‘‘อนุสาสนิยา วา อนุสาสนิ’’นฺติ เอวํ วุตฺตวาเกฺยปิ. เต กิร ภิกฺขู.

๑๖๕. น เจว สมฺปายิสฺสนฺตีติ น เจว สมฺมเทว ปกาเรหิ คเมสฺสนฺติ ญาเปสฺสนฺติ. เตนาห ‘‘สมฺปาเทตฺวา กเถตุํ น สกฺขิสฺสนฺตี’’ติ. ยสฺมา อวิสเย ปโญฺห ปุจฺฉิโต โหติ, ตสฺมา อาปชฺชิสฺสนฺตีติ โยชนา. สเทวเกติ อรูปเทวคฺคหณํ. เต หิ โลกิยเทเวหิ ทีฆายุกตาทินา อุกฺกฏฺฐา. สมารเกติ กามาวจรเทวคฺคหณํ. สพฺรหฺมเกติ รูปาวจรพฺรหฺมคฺคหณํ. สสฺสมณพฺราหฺมณิยาติ เอตฺถ สมณคฺคหเณน ปพฺพชิเต, พฺราหฺมณคฺคหเณน ชาติพฺราหฺมเณ, ปุน เทวคฺคหเณน สมฺมุติเทเว, มนุสฺสคฺคหเณน อวสิฏฺฐมนุสฺสกายํ ปริยาทิยติ. โลกปชาคฺคหเณน ปน ปโยชนํ อฏฺฐกถายํ ทสฺสิตเมว. อญฺญถา อาราธนํ นาม นตฺถีติ อิมินา กามรูปเวทนาสุ อสฺสาทาทีนํ ยาถาวโต อวโพโธ เอว อิโต พาหิรกานํ นตฺถิ, กุโต ปเวทนาติ ทสฺเสติ.

๑๖๖. จิตฺตาราธนนฺติ ยาถาวปเวทเนน ปเรสํ จิตฺตสฺส ปริโตสนํ. พนฺธนฏฺเฐน คุณาติ กามราคสํโยชนสฺส ปจฺจยภาเวน วตฺถุกาเมสุปิ พนฺธนฏฺโฐ วุตฺโต, โกฏฺฐาสฏฺโฐ วา คุณฏฺโฐ ทฏฺฐพฺโพ. ตรยนฺตีติ ตรมานา ยนฺติ คจฺฉนฺติ. อตีตาทิภินฺนปฐมาทิวยา เอว จิตฺตตา ราสิภาเวน วโยคุณาติ คหิตาติ อาห ‘‘ราสฏฺโฐ คุณฏฺโฐ’’ติ. จกฺขุวิญฺเญยฺยาติ วา จกฺขุวิญฺญาณตํทฺวาริกวิญฺญาเณหิ วิชานิตพฺพา. โสตวิญฺเญยฺยาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อิฏฺฐารมฺมณภูตาติ สภาเวเนว อิฏฺฐารมฺมณชาติกา, อิฏฺฐารมฺมณภาวํ วา ปตฺตา. กมนียาติ กาเมตพฺพา. มนวฑฺฒนกาติ มโนหรา. เอเตน ปริกปฺปนโตปิ อิฏฺฐภาวํ คณฺหาติ. ปิยชาติกาติ ปิยายิตพฺพสภาวา. กามูปสํหิตาติ กามราเคน อุเปจฺจ สนฺธานิยา สมฺพทฺธา (อ. นิ. ฏี. ๓.๖.๖๓) กาตพฺพาติ อาห ‘‘อารมฺมณํ กตฺวา’’ติ.

๑๖๗. สญฺญํ ฐเปตฺวาติ ‘‘อิมสฺมึ องฺคุลิกาทิปพฺเพ คหิเต สตํ โหติ, อิมสฺมึ สหสฺส’’นฺติอาทินา สญฺญาณํ กตฺวา คณนา. อจฺฉิทฺทคณนาติ ‘‘เอกํ เทฺว’’ติอาทินา นวนฺตวิธินา นิรนฺตรคณนา. ปิณฺฑคณนาติ สงฺกลนปฏุปฺปาทนาทินา ปิณฺฑิตฺวา คณนา. เตนาห ‘‘เขตฺตํ โอโลเกตฺวา’’ติอาทิ. กสนํ กสีติ กสิคฺคหเณน สพฺโพ กสิปฏิพทฺโธ ชีวิกูปาโย คหิโตติ อาห ‘‘กสีติ กสิกมฺม’’นฺติ. ชงฺฆวณิชฺชาติ ชงฺฆสตฺถวเสน วณิชฺชํ อาห, ถลวณิชฺชาติ สกฏสตฺถวเสน. อาทิ-สทฺเทน นาวาปณาทิวเสน โวหารํ. วณิปฺปโถติ วณิชมคฺโค, ทานคฺคหณวเสน สํโวหาโรติ อตฺโถ. อุสูนํ อสนกมฺมํ อิสฺสตฺตํ, ธนุสิปฺเปน ชีวิกา, อิธ ปน อิสฺสตฺตํ วิยาติ อิสฺสตฺตํ, สพฺพอาวุธชีวิกาติ อาห ‘‘อาวุธํ คเหตฺวา อุปฏฺฐานกมฺม’’นฺติ. โปโรหิจฺจามจฺจกมฺมาทิ ราชกมฺมํ.อาทิ-สทฺเทน รถสิปฺปขตฺตวิชฺชาสิปฺปาทิ-วุตฺตาวเสสํ มหาสิปฺปํ ขุทฺทกสิปฺปญฺจ สงฺคณฺหาติ. สีตสฺส ปุรกฺขโตติ สีตสฺส ปุรโต กโต. โย หิ สีตกาเล ชีวิกาเหตุ สีตลปเทสํ ปกฺขนฺทติ, โส วาฬมิคาทีหิ วิย สีเตน ปริปาติยมาโน เตน ปุรโต กโต วิย โหติ. เตนาห ‘‘สีเตน พาธิยมาโน’’ติ. อุณฺหสฺส ปุรกฺขโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สริตฺวาติ สํสปฺปิตฺวา. ฆฏฺฏิยมาโนติ หึสิยมาโน พาธิยมาโน. อาพาธนํ อาพาโธ, ปีฬาติ อตฺโถ. กามเหตุนฺติ วา ภาวนปุํสกนิทฺเทโส ยถา ‘‘วิสมํ จนฺทิมสูริยา ปริวตฺตนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๗๐). ตถา เสสปททฺวเยปิ. เตเนวาห ‘‘กามานเมว เหตู’’ติ. กามานํ เหตูติ เอตฺถ ปุริมปทาวธารณมยุตฺตํ ตทญฺญปจฺจยปฏิกฺเขปาปตฺติโต, ตถา อุตฺตรปทาวธารณํ กามานํ กทาจิ อเหตุภาวสฺสปิ สมฺภวโต, ตสฺมา ‘‘อุปฺปชฺชติเยวา’’ติ วุตฺตํ.

อุฏฺฐหโตติ อิมินา อุฏฺฐานวีริยํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อาชีวสมุฏฺฐาปกวีริเยนา’’ติ. ตํ วีริยนฺติ อาชีวิกสมุฏฺฐาปกวีริยํ. ปุพฺเพนาปรํ ฆเฏนฺตสฺสาติ อารมฺภโต ปฏฺฐาย นิรนฺตรํ ปวตฺเตนฺตสฺส. จิตฺเต อุปฺปนฺนพลวโสเกน โสจตีติ จิตฺตสนฺตาเปน อนฺโต นิชฺฌายติ. กาเย อุปฺปนฺนทุกฺเขนาติ ตสฺเสว โสกสฺส วเสน กาเย อุปฺปนฺนทุกฺเขน. โสกุทฺเทเสน ตํ ตํ วิปฺปลเปนฺโต วา ปริเทวติ. อุรํ ตาเฬตฺวาติ วกฺขปฺปเทสํ ปหริตฺวา. ‘‘โมฆ’’นฺติอาทิ ปริเทวนาการทสฺสนญฺเจว สมฺโมหาปชฺชนาการทสฺสนญฺจ. เมติ วตฺวา ปุน โนติ ปุถุวจนํ อตฺตโน อุภยถาปิ โวหริตพฺพโต, พฺยามูฬฺหวจนํ วา โสกวเสน.

๑๖๘. อิธ กามคฺคหเณน วิเสสโต วตฺถุกามา คหิตาติ กามาทิคฺคหณํ กตํ, นานนฺตริยตาย ปน กิเลสกาโมปิ คหิโต เอว. อสิจมฺมนฺติ เอตฺถ จมฺมคฺคหเณน น เกวลํ จมฺมมยสฺส, จมฺมปริสิพฺพิตสฺเสว วา คหณํ, อถ โข สพฺพสฺสปิ อาวุธพาธกสฺส คหณนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เขฏกผลกาทีนี’’ติ อาห. อาทิ-สทฺเทน สราทิสงฺคโห. ธนุกลาปํ สนฺนยฺหิตฺวาติ ธนุญฺเจว ขุรปฺปตูณิญฺจ สนฺนยฺหิตฺวา, ธนุทณฺฑสฺส ชิยาย ตถาภาวกรณาทิปิ (อ. นิ. ฏี. ๓.๕.๗๖) ธนุโน สนฺนยฺหนนฺติ. ทฺวินฺนํ เสนานํ พฺยูหสํวิธาเนน วา อุภโตพฺยูฬฺหํ. วิชฺโชตลนฺเตสูติ นิสิตปีตผลตาย วิชฺโชตนวเสน ปริวตฺตมาเนสุ.

ปาการสมีปาติสงฺขารตาย ปาการปาทา อุปการิโย, ยา ‘‘อุทฺทาปา’’ติ วุจฺจนฺติ. สตทนฺเตนาติ อเนกสตทนฺตเกน, ยสฺส ติขิณทนฺตานิ อเนกสตานิ มูลานิ โหนฺติ. อติภารตาย ทสวีสมตฺตาปิ ชนา อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกนฺติ, ยนฺตวเสน ปน อุกฺขิปิตฺวา พนฺธิตฺวา ฐเปนฺติ. เตนาห ‘‘อฏฺฐทนฺตากาเรนา’’ติอาทิ. โอมทฺทนฺตีติ โอฏฺฐเปนฺติ.

๑๖๙. สนฺธิมฺปิ ฉินฺทนฺติ โจริกาย ชีวิตุกามา. นิลฺโลปนฺติ นิสฺเสสวิโลปํ, เอกํ ปริตฺตํ คามํ ปริวาเรตฺวา ตตฺถ กิญฺจิปิ คยฺหูปคํ อเสเสตฺวา กรมรคฺคหณํ. เตนาห ‘‘มหาวิโลป’’นฺติ. ปนฺถทุหนกมฺมํ อฏวิมคฺเค ฐตฺวา อทฺธิกานํ วิลุมฺปนํ. ปหารสาธนตฺถํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๒.๑) ทณฺฑปฺปหารสฺส สุขสิทฺธิอตฺถํ. กญฺชิโต นิพฺพตฺตํ กญฺชิยํ, อารนาลํ. ยํ ‘‘พิลงฺค’’นฺติปิ วุจฺจติ, ตํ ยตฺถ สิญฺจติ, สา กญฺชิยอุกฺขลิกา. พิลงฺคถาลิกสทิสกรณํ พิลงฺคถาลิยํ. สีสกปาลํ อุปฺปาเฏตฺวาติ อโยคุฬปเวสนปฺปมาณํ ฉิทฺทํ กตฺวา. สงฺขมุณฺฑกมฺมการณนฺติ สงฺขํ วิย มุณฺฑกมฺมการณํ.

ราหุมุขกมฺมการณนฺติ ราหุมุขคต-สูริยสทิส-กมฺมการณํ. โชติมาลิกนฺติ โชติมาลวนฺตํ กมฺมการณํ. หตฺถปชฺโชติกนฺติ หตฺถปชฺโชตนกมฺมการณํ. เอรกวตฺตกมฺมการณนฺติ เอรกวตฺตสทิเส สรีรโต พทฺเธ อุปฺปาฏนกมฺมการณํ. จีรกวาสิกกมฺมการณนฺติ สรีรโต อุปฺปาฏิตพทฺธจีรกาหิ นิวาสาปนกมฺมการณํ. ตํ กโรนฺตา ยถา คีวโต ปฏฺฐาย พทฺเธ กนฺติตฺวา กฏิยเมว ฐเปนฺติ, เอวํ โคปฺผกโต ปฏฺฐาย กนฺติตฺวา กฏิยเมว ฐเปนฺติ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘กฏิโต ปฏฺฐาย กนฺติตฺวา โคปฺผเกสุ ฐเปนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เอเณยฺยกกมฺมการณนฺติ เอณีมิคสทิสกมฺมการณํ. อยวลยานิ ทตฺวาติ อยวลยานิ ปฏิมุญฺจิตฺวา. อยสูลานิ โกฏฺเฏนฺตีติ กปฺปรชณฺณุกโกฏีสุ อยสูลานิ ปเวเสนฺติ. นฺติ ตํ ตถากตกมฺมการณํ สตฺตํ.

พฬิสมํสิกนฺติ พฬิเสหิ มํสุปฺปาฏนกมฺมการณํ. กหาปณิกนฺติ กหาปณมตฺตโส ฉินฺทนกมฺมการณํ. โกฏฺเฏนฺตีติ ฉินฺทนฺติ. ขาราปตจฺฉิกนฺติ ตจฺเฉตฺวา ขาราวสิญฺจนกมฺมการณํ. ปลิฆปริวตฺติกนฺติ ปลิฆสฺส วิย ปริวตฺตนกมฺมการณํ. เอกาพทฺธํ กโรนฺติ อยสูลสฺส โกฏฺฏเนน. ปลาลปีฐกนฺติ ปลาลปีฐสฺส วิย สรีรสฺส สํเวลฺลนกมฺมการณํ. การณิกาติ ฆาตนการกา. ปลาลวฏฺฏึ วิย กตฺวาติ ยถา ปลาลปีฐํ กโรนฺตา ปลาลวฏฺฏึ กตฺวา สํเวลฺลนวเสน นํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๒.๑) เวเฐนฺติ, เอวํ กโรนฺตีติ อตฺโถ. ฉาตเกหีติ พุภุกฺขิเตหิ โกเลยฺยกสุนเขหิ. พลวนฺโต หิ เต ชวโยคฺคา สูรา จ โหนฺติ. กมฺมวเสน สมฺปเรติ เอตฺถาติ สมฺปราโย, ปรโลโก. ตตฺถ ภโวติ สมฺปรายิโก.

๑๗๐. ฉนฺทราโค วินียติ เจว ปหียติ จ เอตฺถาติ นิพฺพานํ ฉนฺทราควินโย ฉนฺทราคปฺปหานญฺจาติ. เตนาห ‘‘นิพฺพานญฺหี’’ติ. ตตฺถ อาคมฺมาติ อิทํ โย ฉนฺทราคํ วิเนติ ปชหติ, ตสฺส อารมฺมณํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตีหิ ปริญฺญาหีติ อิมินา ญาตตีรณปริญฺญาหิ ปริชานิสฺสนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. โก ปน วาโท ปหานปริญฺญายาติ ทสฺเสติ? ตถภาวายาติ ปริชานนกภาวาย.