๑๐. วิตกฺกสณฺฐานสุตฺตวณฺณนา

๒๑๖. ทสกุสลกมฺมปถวเสนาติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ วฏฺฏปาทกสมาปตฺติจิตฺตสฺสปิ อิธ อธิจิตฺตภาเวน อนิจฺฉิตตฺตา. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาปาทกอฏฺฐสมาปตฺติจิตฺต’’นฺติ. อถ วา อนุตฺตริมนุสฺสธมฺมสงฺคหิตเมว เกวลํ ‘‘ปกติจิตฺต’’นฺติ วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทสกุสลกมฺมปถวเสน อุปฺปนฺนํ จิตฺตํ จิตฺตเมวา’’ติ วตฺวา ยเทตฺถ อธิจิตฺตนฺติ อธิปฺเปตํ, ตํ ตเทว ทสฺเสนฺโต ‘‘วิปสฺสนาปาทกอฏฺฐสมาปตฺติจิตฺต’’นฺติ อาห. อิตรสฺส ปเนตฺถ วิธิ น ปฏิเสเธตีติ ทฏฺฐพฺพํ. วิปสฺสนาย สมฺปยุตฺตํ อธิจิตฺตนฺติ เกจิ. อนุยุตฺเตนาติ อนุปฺปนฺนสฺส อุปฺปาทนวเสน, อุปฺปนฺนสฺส ปริพฺรูหนวเสน อนุ อนุ ยุตฺเตน. มูลกมฺมฏฺฐานนฺติ ปาริหาริยกมฺมฏฺฐานํ. คเหตฺวา วิหรนฺโตติ ภาวนํ อนุยุญฺชนฺโต. ภาวนาย อปฺปนํ อปฺปตฺโตปิ อธิจิตฺตมนุยุตฺโตเยว ตทตฺเถปิ ตํสทฺทโวหารโต.

เยหิ ผลํ นาม ยถา อุปฺปชฺชนฏฺฐาเน ปกปฺปิยมานํ วิย โหติ, ตานิ นิมิตฺตานิ. เตนาห ‘‘การณานี’’ติ. กาเลน กาลนฺติ เอตฺถ กาเลนาติ ภุมฺมตฺเถ กรณวจนนฺติ อาห ‘‘สมเย สมเย’’ติ. นนุ จ…เป… นิรนฺตรํ มนสิ กาตพฺพนฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ จ ภาวนาย วีถิปฏิปนฺนตฺตา อพฺพุทนีหรณวิธึ ทสฺเสนฺเตน ภควตา ‘‘ปญฺจ นิมิตฺตานิ กาเลน กาลํ มนสิ กาตพฺพานี’’ติ อยํ เทสนา อารทฺธาติ? ‘‘อธิจิตฺตมนุยุตฺเตนา’’ติ วุตฺตตฺตา อวิจฺเฉทวเสน ภาวนาย ยุตฺตปฺปยุตฺโต อธิจิตฺตมนุยุตฺโต นามาติ โจทกสฺส อธิปฺปาโย. อิตโร ภาวนํ อนุยุญฺชนฺตสฺสอาทิกมฺมิกสฺส กทาจิ ภาวนุปกฺกิเลสา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตโต จิตฺตสฺส วิโสธนตฺถาย ยถากาลํ อิมานิ นิมิตฺตานิ มนสิ กาตพฺพานีติ ‘‘กาเลน กาล’’นฺติ สตฺถา อโวจาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปาฬิยญฺหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อิมานีติ อิมานิ ปาฬิยํ อาคตานิ ปญฺจ นิมิตฺตานิ. อพฺพุทนฺติ อุปทฺทวํ.

ฉนฺทสหคตา ราคสมฺปยุตฺตาติ ตณฺหาฉนฺทสหคตา กามราคสมฺปยุตฺตา. อิฏฺฐานิฏฺฐอสมเปกฺขิเตสูติ อิฏฺเฐสุ ปิเยสุ, อนิฏฺเฐสุ อปฺปิเยสุ, อสมํ อสมฺมา เปกฺขิเตสุ. อสมเปกฺขนนฺติ เคหสฺสิตอญฺญาณุเปกฺขาวเสน อารมฺมณสฺส อโยนิโส คหณํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา อุเปกฺขา พาลสฺส มูฬฺหสฺส ปุถุชฺชนสฺสา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๓๐๘). เต ปริวิตกฺกา. ตโต นิมิตฺตโต อญฺญนฺติ ตโต ฉนฺทูปสํหิตาทิอกุสลวิตกฺกุปฺปตฺติการณโต อญฺญํ นวํ นิมิตฺตํ. ‘‘มนสิกโรโต’’ติ หิ วุตฺตํ, ตสฺมา อารมฺมณํ, ตาทิโส ปุริมุปฺปนฺโน จิตฺตปฺปวตฺติอากาโร วา นิมิตฺตํ. กุสลนิสฺสิตํ นิมิตฺตนฺติ กุสลจิตฺตปฺปวตฺติการณํ มนสิ กาตพฺพํ จิตฺเต ฐเปตพฺพํ, ภาวนาวเสน จินฺเตตพฺพํ, จิตฺตสนฺตาเน วา สงฺกมิตพฺพํ. อสุภญฺหิ อสุภนิมิตฺตนฺติ. สงฺขาเรสุ อุปฺปนฺเน ฉนฺทูปสํหิเต วิตกฺเกติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอวํ ‘‘โทสูปสญฺหิเต’’ติอาทีสุ ยถารหํ ตํ ตํ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ยตฺถ กตฺถจีติ ‘‘สตฺเตสุ สงฺขาเรสู’’ติ ยตฺถ กตฺถจิ. ปญฺจธมฺมูปนิสฺสโยติ ปญฺจวิโธ ธมฺมูปสํหิโต อุปนิสฺสโย.

เอวํ ‘‘ฉนฺทูปสญฺหิเต’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺส หตฺถา วา โสภนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ‘‘อสุภโต อุปสํหริตพฺพ’’นฺติ วตฺวา อุปสํหรณาการสฺส ทสฺสนํ ‘‘กิมฺหิ สารตฺโตสี’’ติ. ฉวิราเคนาติ ฉวิราคตาย กาฬสามาทิวณฺณนิภาย. กุผฬปูริโตติ ปกฺเกหิ กุณปผเลหิ ปุณฺโณ. ‘‘กลิผลปูริโต’’ติ วา ปาโฐ.

อสฺสามิกตาวกาลิกภาววเสนาติ อิทํ ปตฺตํ อนุกฺกเมน วณฺณวิการญฺเจว ชิณฺณภาวญฺจ ปตฺวา ฉิทฺทาวฉิทฺทํ ภินฺนํ วา หุตฺวา กปาลนิฏฺฐํ ภวิสฺสติ. อิทํ จีวรํ อนุปุพฺเพน วณฺณวิการํ ชิณฺณตญฺจ อุปคนฺตฺวา ปาทปุญฺฉนโจฬกํ หุตฺวา ยฏฺฐิโกฏิยา ฉฑฺฑนียํ ภวิสฺสติ. สเจ ปน เนสํ สามิโก ภเวยฺย, น เนสํ เอวํ วินสฺสิตุํ ทเทยฺยาติ เอวํ อสฺสามิกภาววเสน, ‘‘อนทฺธนิยํ อิทํ ตาวกาลิก’’นฺติ เอวํ ตาวกาลิกภาววเสน จ มนสิกโรโต.

อาฆาตวินย…เป… ภาเวตพฺพาติ – ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาฆาตปฏิวินยา. ยตฺถ หิ ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน อาฆาโต สพฺพโส ปฏิวิเนตพฺโพ’’ติอาทินา นเยน อาคตสฺส อาฆาตวินยสุตฺตสฺส (อ. นิ. ๕.๑๖๑) เจว กกจูปโมวาท(ม. นิ. ๑.๒๒๒-๒๓๓) ฉวาลาตูปมาทีนญฺจ (อิติวุ. ๙๑) วเสน อาฆาตํ ปฏิวิโนเทตฺวา เมตฺตา ภาเวตพฺพา.

ครุสํวาโสติ ครุํ อุปนิสฺสาย วาโส. อุทฺเทโสติ ปริยตฺติธมฺมสฺส อุทฺทิสาปนญฺเจว อุทฺทิสนญฺจ. อุทฺทิฏฺฐปริปุจฺฉนนฺติ ยถาอุคฺคหิตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถปริปุจฺฉา. ปญฺจ ธมฺมูปนิสฺสายาติ ครุสํวาสาทิเก ปญฺจ ธมฺเม ปฏิจฺจ. โมหธาตูติ โมโห.

อุปนิสฺสิตพฺพาติ อุปนิสฺสยิตพฺพา, อยเมว วา ปาโฐ. ยตฺตปฺปฏิยตฺโตติ ยตฺโต จ คามปฺปเวสนาปุจฺฉากรเณสุ อุสฺสุกฺกํ อาปนฺโน สชฺชิโต จ โหตีติ อตฺโถ. อถสฺส โมโห ปหียตีติ อสฺส ภิกฺขุโน เอวํ ตตฺถ ยุตฺตปฺปยุตฺตสฺส ปจฺฉา โส โมโห วิคจฺฉติ. เอวมฺปีติ เอวํ อุทฺเทเส อปฺปมชฺชเนนปิ. ปุน เอวมฺปีติ อตฺถปริปุจฺฉาย กงฺขาวิโนทเนปิ. เตสุ เตสุ ฐาเนสุ อตฺโถ ปากโฏ โหตีติ สุยฺยมานสฺส ธมฺมสฺส เตสุ เตสุ ปเทสุ ‘‘อิธ สีลํ กถิตํ, อิธ สมาธิ, อิธ ปญฺญา’’ติ โส โส อตฺโถ วิภูโต โหติ. อิทํ จกฺขุรูปาโลกาทิ อิมสฺส จกฺขุวิญฺญาณสฺส การณํ, อิทํ สาลิพีชภูมิสลิลาทิ อิมสฺส สาลิองฺกุรสฺส การณํ. อิทํ น การณนฺติ ตเทว จกฺขุรูปาโลกาทิ โสตวิญฺญาณสฺส, ตเทว สาลิพีชาทิ กุทฺรุสกงฺกุรสฺส น การณนฺติ ฐานาฏฺฐานวินิจฺฉเย เฉโก โหติ.

อารมฺมเณสูติ กมฺมฏฺฐาเนสุ. อิเม วิตกฺกาติ กามวิตกฺกาทโย. สพฺเพ กุสลา ธมฺมา สพฺพากุสลปฏิปกฺขาติ กตฺวา ‘‘ปหียนฺตี’’ติ วตฺตพฺเพ น สพฺเพ สพฺเพสํ อุชุวิปจฺจนีกภูตาติ ‘‘ปหียนฺติ เอวา’’ติ สาสงฺกํ วทติ. เตนาห ‘‘อิมานี’’ติอาทิ.

กุสลนิสฺสิตนฺติ กุสเลน นิสฺสิตํ นิสฺสยิตพฺพํ. กุสลสฺส ปจฺจยภูตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ, กุสลุปฺปตฺติการณํ ยถาวุตฺตอสุภนิมิตฺตาทิเมว วทติ. สารผลเกติ จนฺทนมเย สารผลเก. วิสมาณินฺติ วิสมากาเรน ตตฺถ ฐิตํ อาณึ. หเนยฺยาติ ปหเรยฺย นิกฺขาเมยฺย.

๒๑๗. อฏฺโฏติ อาตุโร, ทุคฺคนฺธพาธตาย ปีฬิโต. ทุกฺขิโตติ สญฺชาตทุกฺโข. อิมินาปิ การเณนาติ อโกสลฺลสมฺภูตตาย กุสลปฏิปกฺขตาย เคหสฺสิตโรเคน สโรคตาย จ เอเต อกุสลา วิญฺญุครหิตพฺพตาย ชิคุจฺฉนียตาย จ สาวชฺชา อนิฏฺฐผลตาย นิรสฺสาทสํวตฺตนิยตาย จ ทุกฺขวิปากาติ เอวํ เตน เตน การเณน อกุสลาทิภาวํ อุปปริกฺขโต.

‘‘อาตุรํ อสุจึ ปูตึ, ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ;

อุคฺฆรนฺตํ ปคฺฆรนฺตํ, พาลานํ อภินนฺทิต’’นฺติ. (อป. เถรี ๒.๔.๑๕๗) –

เอวมาทิ กายวิจฺฉนฺทนียกถาทีหิ วา. อาทิ-สทฺเทน –

‘‘ตสฺเสว เตน ปาปิโย, โย กุทฺธํ ปฏิกุชฺฌติ;

กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต, สงฺคามํ เชติ ทุชฺชย’’นฺติ. (เถรคา. ๔๔๒) –

เอวมาทิ ปฏิฆวูปสมนกถาทิกาปิ สงฺคณฺหาติ.

๒๑๘. น สรณํ อสติ, อนนุสฺสรณํ. อมนสิกรณํ อมนสิกาโร. กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสีทิตพฺพนฺติ กมฺมฏฺฐานมนสิกาเรเนว นิสีทิตพฺพํ. อุคฺคหิโต ธมฺมกถาปพนฺโธติ กมฺมฏฺฐานสฺส อุปกาโร ธมฺมกถาปพนฺโธ. มุฏฺฐิโปตฺถโกติ มุฏฺฐิปฺปมาโณ ปาริหาริยโปตฺถโก. สมนฺนาเนนฺเตนาติ สมนฺนาหรนฺเตน. โอกาโส น โหติ อารทฺธสฺส ปริโยสาเปตพฺพโต. อารทฺธสฺส อนฺตคมนํ อนารมฺโภวาติ เถรวาโท. ตสฺสาติ อุปชฺฌายสฺส. ปพฺภารโสธนํ กายกมฺมํ, อารภนฺโต เอว วิตกฺกนิคฺคณฺหนตฺถํ สํยุตฺตนิกายสชฺฌายนํ วจีกมฺมํ, ทสฺสนกิจฺจปุพฺพกมฺมกรณตฺถํ เตโชกสิณปริกมฺมนฺติ ตีณิ กมฺมานิ อาจิโนติ. เถโร ตสฺส อาสยํ กสิณญฺจ สวิเสสํ ชานิตฺวา ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร’’ติอาทิมโวจ. เตนสฺส ยถาธิปฺปายํ สพฺพํ สมฺปาทิตํ. อสติปพฺพํ นาม อสติยา วิตกฺกนิคฺคหณวิภาวนโต.

๒๑๙. วิตกฺกมูลเภทํ ปพฺพนฺติ วิตกฺกมูลสฺส ตมฺมูลสฺส จ เภทวิภาวนํ วิตกฺกมูลเภทํ ปพฺพํ. วิตกฺกํ สงฺขโรตีติ วิตกฺกสงฺขาโร, วิตกฺกปจฺจโย สุภนิมิตฺตาทีสุปิ สุภาทินา อโยนิโสมนสิกาโร. โส ปน วิตกฺกสงฺขาโร สํติฏฺฐติ เอตฺถาติ วิตกฺกสงฺขารสณฺฐานํ, อสุเภ สุภนฺติอาทิ สญฺญาวิปลฺลาโส. เตนาห ‘‘วิตกฺกานํ มูลญฺจ มูลมูลญฺจ มนสิ กาตพฺพ’’นฺติ. วิตกฺกานํ มูลมูลํ คจฺฉนฺตสฺสาติ อุปปริกฺขนวเสน มิจฺฉาวิตกฺกานํ มูลํ อุปฺปตฺติการณํ ญาณคติยา คจฺฉนฺตสฺส. ยาถาวโต ชานนฺตสฺส ปุพฺเพ วิย วิตกฺกา อภิณฺหํ นปฺปวตฺตนฺตีติ อาห ‘‘วิตกฺกจาโร สิถิโล โหตี’’ติ. ตสฺมึ สิถิลีภูเต มตฺถกํ คจฺฉนฺเตติ วุตฺตนเยน วิตกฺกจาโร สิถิลภูโต, ตสฺมึ วิตกฺกานํ มูลคมเน อนุกฺกเมน ถิรภาวปฺปตฺติยา มตฺถกํ คจฺฉนฺเต. วิตกฺกา สพฺพโส นิรุชฺฌนฺตีติ มิจฺฉาวิตกฺกา สพฺเพปิ คจฺฉนฺติ น สมุทาจรนฺติ, ภาวนาปาริปูริยา วา อนวเสสา ปหียนฺติ.

กณฺณมูเล ปติตนฺติ สสกสฺส กณฺณสมีเป กณฺณสกฺขลึ ปหรนฺตํ วิย อุปปติตํ. ตสฺส กิร สสกสฺส เหฏฺฐา มหามูสิกาหิ ขตมหาวาฏํ อุมงฺคสทิสํ อโหสิ, เตนสฺส ปาเตน มหาสทฺโท อโหสิ. ปลายึสุ ‘‘ปถวี อุทฺรียตี’’ติ. มูลมูลํ คนฺตฺวา อนุวิชฺเชยฺยนฺติ ‘‘ปถวี ภิชฺชตี’’ติ ยตฺถายํ สโส อุฏฺฐิโต, ตตฺถ คนฺตฺวา ตสฺส มูลการณํ ยํนูน วีมํเสยฺยํ. ปถวิยา ภิชฺชนฏฺฐานํ คเต ‘‘โก ชานาติ, กึ ภวิสฺสตี’’ติ สโส ‘‘น สกฺโกมิ สามี’’ติ อาห. อาธิปจฺจวโต หิ ยาจนํ สณฺหมุทุกํ. ทุทฺทุภายตีติ ทุทฺทุภาติ สทฺทํ กโรติ. อนุรวทสฺสนเญฺหตํ. ภทฺทนฺเตติ มิคราชสฺส ปิยสมุทาจาโร, มิคราช, ภทฺทํ เต อตฺถูติ อตฺโถ. กิเมตนฺติ กึ เอตํ, กึ ตสฺส มูลการณํ? ทุทฺทุภนฺติ อิทมฺปิ ตสฺส อนุรวทสฺสนเมว. เอวนฺติ ยถา สสกสฺส มหาปถวีเภทนํ รวนาย มิจฺฉาคาหสมุฏฺฐานํ อมูลํ, เอวํ วิตกฺกจาโรปิ สญฺญาวิปลฺลาสสมุฏฺฐาโน อมูโล. เตนาห ‘‘วิตกฺกาน’’นฺติอาทิ.

๒๒๐. อภิทนฺตนฺติ อภิภวนทนฺตํ, อุปริทนฺตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อุปริทนฺต’’นฺติ. โส หิ อิตรํ มุสลํ วิย อุทุกฺขลํ วิเสสโต กสฺสจิ ขาทนกาเล อภิภุยฺย วตฺตติ. กุสลจิตฺเตนาติ พลวสมฺมาสงฺกปฺปสมฺปยุตฺเตน. อกุสลจิตฺตนฺติ กามวิตกฺกาทิสหิตํ อกุสลจิตฺตํ. อภินิคฺคณฺหิตพฺพนฺติ ยถา ตสฺส อายตึ สมุทาจาโร น โหติ, เอวํ อภิภวิตฺวา นิคฺคเหตพฺพํ, อนุปฺปตฺติธมฺมตา อาปาเทตพฺพาติ อตฺโถ. เก จ ตุเมฺห สติปิ จิรกาลภาวนาย เอวํ อทุพฺพลา โก จาหํ มม สนฺติเก ลทฺธปฺปติฏฺเฐ วิย ฐิเตปิ อิทาเนว อปฺปติฏฺเฐ กโรนฺโต อิติ เอวํ อภิภวิตฺวา. ตํ ปน อภิภวนาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กามํ ตโจ จา’’ติอาทินา จตุรงฺคสมนฺนาคตวีริยปคฺคณฺหนมาห. อตฺถทีปิกนฺติ เอกนฺตโต วิตกฺกนิคฺคณฺหนตฺถโชตกํ. อุปมนฺติ ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, พลวา ปุริโส’’ติอาทิกํ อุปมํ.

๒๒๑. ปริยาทานภาชนียนฺติ ยํ ตํ อาทิโต ‘‘อธิจิตฺตมนุยุตฺเตน ภิกฺขุนา ปญฺจ นิมิตฺตานิ กาเลน กาลํ มนสิ กาตพฺพานี’’ติ นิทฺทิฏฺฐํ, ตตฺถ ตสฺส นิมิตฺตสฺส มนสิกรณกาลปริยาทานสฺส วเสน วิภชนํ. นิคมนํ วา เอตํ, ยทิทํ ‘‘ยโต โข, ภิกฺขเว’’ติอาทิ. ยถาวุตฺตสฺส หิ อตฺถสฺส ปุน วจนํ นิคมนนฺติ. ตถาปฏิปนฺนสฺส วา วสีภาววิสุทฺธิทสฺสนตฺถํ ‘‘ยโต โข, ภิกฺขเว’’ติอาทิ วุตฺตํ. สตฺถาจริโยติ ธนุพฺเพทาจริโย. ยถา หิ สสนโต อสตฺถมฺปิ สตฺถคฺคหเณเนว สงฺคยฺหติ, เอวํ ธนุสิปฺปมฺปิ ธนุพฺเพทปริยาปนฺนเมวาติ.

ปริยายติ ปริวิตกฺเกตีติ ปริยาโย. วาโรติ อาห ‘‘วิตกฺกวารปเถสู’’ติ, วิตกฺกานํ วาเรน ปวตฺตนมคฺเคสุ. จิณฺณวสีติ อาเสวิตวสี. ปคุณวสีติ สุภาวิตวสี. สมฺมาวิตกฺกํเยว ยถิจฺฉิตํ ตถาวิตกฺกนโต, อิตรสฺส ปนสฺส เสตุฆาโตเยวาติ.

วิตกฺกสณฺฐานสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

นิฏฺฐิตา จ สีหนาทวคฺควณฺณนา.