๖. วตฺตาทิกณฺฑนิทฺเทโส
๙๖. อุปชฺฌาจริยวตฺตญฺจ, คมิกาคนฺตุกมฺปิ จ;
เสนาสนาทิวตฺตญฺจ, กาตพฺพํ ปิยสีลินา.
๙๗. หตฺถปาเส ฐิโต กิญฺจิ, คหิตพฺพํ ทเท ติธา;
คเหตุกาโม คเณฺหยฺย, ทฺวิธายํ สมฺปฏิคฺคโห.
๙๘. สงฺฆาฏิมุตฺตราสงฺคํ, ตถา อนฺตรวาสกํ;
‘‘เอตํ อิมํ อธิฏฺฐามิ’’, ตถา ‘‘ปจฺจุทฺธรามิ’’ติ.
๙๙. ‘‘อิมํ อิมานิ เอตานิ, เอตมฺปิ จีวร’’นฺติ วา;
‘‘ปริกฺขารโจฬานี’’ติ, ตถา ‘‘ปจฺจุทฺธรามิ’’ติ.
๑๐๐. ‘‘เอตํ อิมํ อธิฏฺฐามิ, ปตฺตํ ปจฺจุทฺธรามิ’’ติ;
เอวํ ปจฺจุทฺธเรธิฏฺเฐ, จีวราทึ ยถาวิธิ.
๑๐๑. สญฺจริตฺตํ วินา เสสา, สจิตฺตา ครุกนฺติมา;
อจฺฉินฺนํ ปริณตํ หิตฺวา, นิสฺสคฺคิยมจิตฺตกํ.
๑๐๒. ปทโสธมฺมํ ทุเว เสยฺยา, อิตฺถิยา ธมฺมเทสนา;
ทุเว เสนาสนานีปิ, สิพฺพนํ จีวรสฺสปิ.
๑๐๓. ปวาริตํ สุราปานํ, ปญฺจสนฺนิธิอาทิกํ;
โชตินุชฺชาลนญฺเจว, กปฺปพินฺทุมนาทิกํ;
คามปฺปเวสนนฺเตเต, ปาจิตฺตีสุ อจิตฺตกา.
๑๐๔. ปกิณฺณเกสุ อุทฺทิสฺส-กตํ หิตฺวาญฺญมํสกํ;
เอกตฺถรณปาวุรณํ, เอกมญฺเจ ตุวฏฺฏนํ;
เอกโต ภุญฺชนญฺจาปิ, นจฺจคีตาทิสตฺตปิ.
๑๐๕. อกายพนฺธนญฺจาปิ, ปตฺตหตฺถกวาฏกํ;
อจิตฺตกมิทํ สพฺพํ, เสสเมตฺถ สจิตฺตกํ.
๑๐๖. วีติกฺกมนจิตฺเตน, สจิตฺตกมจิตฺตกํ;
ปญฺญตฺติชานเนนาปิ, วทนฺตาจริยา ตถา.
๑๐๗. ปุพฺพกรณาทิกํ กตฺวา, อุโปสถปฺปวารณํ;
นวธา ทีปิตํ สพฺพํ, กาตพฺพํ ปิยสีลินา.
๑๐๘. สมฺมชฺชนี ปทีโป จ, อุทกํ อาสเนน จ;
อุโปสถสฺส เอตานิ, ปุพฺพกรณนฺติ วุจฺจติ.
๑๐๙. ฉนฺทปาริสุทฺธิอุตุกฺขานํ, ภิกฺขุคณนา จ โอวาโท;
อุโปสถสฺส เอตานิ, ปุพฺพกิจฺจนฺติ วุจฺจติ.
๑๑๐. อุโปสโถ ยาวติกา จ ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา,
สภาคาปตฺติโย จ น วิชฺชนฺติ;
วชฺชนียา จ ปุคฺคลา ตสฺมึ น โหนฺติ,
ปตฺตกลฺลนฺติ วุจฺจติ.
๑๑๑. ปุพฺพกรณปุพฺพกิจฺจานิ สมาเปตฺวา เทสิตาปตฺติกสฺส สมคฺคสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส อนุมติยา ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ อาราธนํ กโรม.
๑๑๒. ปาริสุทฺธิอธิฏฺฐาน-สุตฺตุทฺเทสวสา ติธา;
คณปุคฺคลสงฺฆา จ, ตํ กเรยฺยุํ ยถากฺกมํ.
๑๑๓. จาตุทฺทโส ปนฺนรโส, สามคฺคี ทินโต ติธา;
ทินปุคฺคลกตฺตพฺพา-การโต เต นเวริตา.
๑๑๔. ตโย ตโยติ กตฺวาน, ทินปุคฺคลเภทโต;
เตวาจีเทฺวกวาจีติ, นว วุตฺตา ปวารณา.
๑๑๕. กตฺติกนฺติมปกฺขมฺหา, เหมํ ผคฺคุนปุณฺณมา;
ตสฺส อนฺติมปกฺขมฺหา, คิมฺหํ อาสาฬฺหิปุณฺณมา;
วสฺสกาลํ ตโต เสสํ, จตุวีสตุโปสถา.
๑๑๖. จาตุทฺทสา ฉ เอเตสุ, ปกฺขา ตติยสตฺตมา;
เญยฺยา ปนฺนรสา เสสา, อฏฺฐารส อุโปสถา.
๑๑๗. ‘‘ฉนฺทํ ทมฺมิ, ฉนฺทํ เม หร, ฉนฺทํ เม อาโรเจหี’’ติ ฉนฺทํ ทาตพฺพํ.
๑๑๘. ‘‘ปาริสุทฺธึ ทมฺมิ, ปาริสุทฺธึ เม หร, ปาริสุทฺธึ เม อาโรเจหี’’ติ ปาริสุทฺธิ ทาตพฺพา.
๑๑๙. ‘‘ปวารณํ ทมฺมิ, ปวารณํ เม หร, ปวารณํ เม อาโรเจหิ, มมตฺถาย ปวาเรหี’’ติ ปวารณา ทาตพฺพา.
๑๒๐. อาปตฺติเทสเกน ‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา นานาวตฺถุกา อาปตฺติโย อาปชฺชึ, ตา ตุมฺหมูเล ปฏิเทเสมี’’ติ วตฺวา ปฏิคฺคณฺหนฺเตน ‘‘ปสฺสสิ, อาวุโส, ตา อาปตฺติโย’’ติ วุตฺเต ‘‘อาม, ภนฺเต, ปสฺสามี’’ติ วตฺวา ปุน ปฏิคฺคณฺหนฺเตน ‘‘อายตึ, อาวุโส, สํวเรยฺยาสี’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, สุฏฺฐุ, ภนฺเต สํวริสฺสามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา เทเสตพฺพํ.
๑๒๑. เวมตึ อาโรเจนฺเตน ‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลาสุ นานาวตฺถุกาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก, ยทา นิพฺเพมติโก ภวิสฺสามิ, ตทา ตา อาปตฺติโย ปฏิกริสฺสามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา อาโรเจตพฺพํ.
๑๒๒. ‘‘อชฺช เม อุโปสโถ ‘ปนฺนรโส, จาตุทฺทโส’ติ วา อธิฏฺฐามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ปุคฺคเลน อธิฏฺฐานุโปสโถ กาตพฺโพ.
๑๒๓. ทฺวีสุ ปน เถเรน ‘‘ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส, ‘ปริสุทฺโธ’ติ มํ ธาเรหี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺตพฺพํ. นวเกนปิ ตเถว วตฺตพฺพํ. ‘‘ภนฺเต, ธาเรถา’’ติ วจนํ วิเสโส.
๑๒๔. ตีสุ ปน ‘‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา, อชฺชุโปสโถ ปนฺนรโส, ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, มยํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กเรยฺยามา’’ติ ญตฺตึ ฐเปตฺวา ปฏิปาฏิยา วุตฺตนเยน ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ.
๑๒๕. ‘‘อชฺช เม ปวารณา ‘จาตุทฺทสี, ปนฺนรสี’ติ วา อธิฏฺฐามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา เอเกน ปวาเรตพฺพํ.
๑๒๖. ทฺวีสุ ปน เถเรน ‘‘อหํ, อาวุโส, อายสฺมนฺตํ ปวาเรมิ ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทตุ มํ อายสฺมา อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกริสฺสามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ปวาเรตพฺพํ. นวเกนาปิ ตเถว วตฺตพฺพํ. ‘‘ภนฺเต’’ติ วจนํ วิเสโส.
๑๒๗. ตีสุ วา จตูสุ วา ปน ‘‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา, อชฺช ปวารณา ปนฺนรสี, ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, มยํ อญฺญมญฺญํ ปวาเรยฺยามา’’ติ ญตฺตึ ฐเปตฺวา เถเรน ‘‘อหํ, อาวุโส, อายสฺมนฺเต ปวาเรมิ ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺตา อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกริสฺสามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ปวาเรตพฺพํ. นวเกหิปิ ตเถว ปฏิปาฏิยา ปวาเรตพฺพํ. ‘‘ภนฺเต’’ติวจนํ วิเสโส.
๑๒๘. จตูหิ อธิเกสุ ปน ‘‘สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ, อชฺช ปวารณา ปนฺนรสี, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ ปวาเรยฺยา’’ติ ญตฺตึ ฐเปตฺวา วุฑฺฒตเรน ‘‘สงฺฆํ, อาวุโส, ปวาเรมิ ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺโต อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกริสฺสามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ปวาเรตพฺพํ. นวเกหิปิ ตเถว ปฏิปาฏิยา ‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, ปวาเรมิ ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺโต อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกริสฺสามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ปวาเรตพฺพํ.
มูลสิกฺขา นิฏฺฐิตา.
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส