๘. กาลิกนิทฺเทสวณฺณนา
๘๔. กาลิกาติ มชฺฌนฺหิกปจฺฉิมยามสตฺตาหยาวชีวปฺปวตฺติสงฺขาโต กาโล เอเตสมตฺถีติ กาลิกา, สพฺเพปิ ขชฺชโภชฺชเลยฺยเปยฺยสงฺขาตา อตฺถา. เต ปน คณนปริจฺเฉทโต จตฺตาโร โหนฺติ. กึ เต อปฺปฏิคฺคหิตาปิ สภาเวเนว กาลิกโวหารํ ลภนฺติ, อุทาหุ อญฺญถาปีติ อาห ‘‘ปฏิคฺคหิตา’’ติ, ปฏิคฺคหิตาเยว เต ยาวกาลิกาทิ กาลิกโวหารลาภิโน, โน อญฺญถาติ อธิปฺปาโย. อิทานิ เต ทสฺเสติ ‘‘ยาวกาลิก’’นฺติอาทินา. ตตฺถ อรุณุคฺคมนโต ยาว ฐิตมชฺฌนฺหิโก, ตาว ปริภุญฺชิตพฺพตฺตา ยาว มชฺฌนฺหิกสงฺขาโต กาโล อสฺสาติ ยาวกาลิกํ, ปิฏฺฐขาทนียาทิกํ วตฺถุ, ฐิตมชฺฌนฺหิกโต ปฏฺฐาย ตํ ปริภุญฺชิตุํ น สกฺกา, กาลปริจฺเฉทชานนตฺถํ กาลตฺถมฺโภ วา โยเชตพฺโพ, กาลนฺตเร วา ภตฺตกิจฺจํ กาตพฺพํ. ยาว รตฺติยา ปจฺฉิมสงฺขาโต ยาโม, ตาว ปริภุญฺชิตพฺพโต ยาโม กาโล อสฺสาติ ยามกาลิกํ. ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหํ นิเธตพฺพโต สตฺตาโห กาโล อสฺสาติ สตฺตาหกาลิกํ. ฐเปตฺวา อุทกํ อวเสสํ สพฺพมฺปิ ปฏิคฺคหิตํ ยาวชีวํ ปริหริตฺวา สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชิตพฺพโต ชีวสฺส ยตฺตโก ปริจฺเฉโท ยาวชีวํ, ตํ อสฺส อตฺถีติ ยาวชีวิกํ.
นนุ จ อญฺญตฺถ วิย ‘‘ยาวชีวิก’’นฺติ เอตฺถ กาลสุติยา อภาเว กถํ ‘‘จตฺตาโร กาลิกา’’ติ ยุชฺชตีติ? ยุชฺชติ, โสคตานํ ขนฺธวินิมุตฺตสฺเสว กาลสฺสาภาวโต ชีวสงฺขาตสฺส ชีวิตินฺทฺริยสฺส ขนฺธสงฺคหิตตฺตา โสปิ กาโลเยวาติ. นนุ เจตฺถ ‘‘ยาวกาลิก’’นฺติอาทินา นิทฺทิฏฺฐาเนว ‘‘กาลิกา’’ติ วุตฺตานิ, ‘‘กาลิกานี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยาติ? เนทเมวํ วิญฺเญยฺยํ, ‘‘กาลิก’’นฺติอาทีนิ วตฺถุสมฺพนฺเธน วุตฺตานิ, ‘‘กาลิกา’’ติ ปน สามญฺญนฺตรวเสน อตฺถสทฺทสมฺพนฺเธน วุตฺตนฺติ นตฺถิ วิโรโธติ.
๘๕. อิทานิ เตสุ ‘‘ปิฏฺฐ’’นฺติอาทินา ยาวกาลิกํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ปิฏฺฐํ มูลํ ผลนฺติ ปิฏฺฐขาทนียํ มูลขาทนียํ ผลขาทนียญฺจ. ตตฺถ สตฺตนฺนํ ตาว ธญฺญานํ ธญฺญานุโลมานํ อปรณฺณานญฺจ ปิฏฺฐํ ปนสลพุชอมฺพาฏกโธตตาลปิฏฺฐาทิกญฺเจติ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน ๐๓ มนุสฺสานํ ขาทนียโภชนียกิจฺจสาธกํ ปิฏฺฐํ ปิฏฺฐขาทนียํ. ‘‘อโธตํ ตาลปิฏฺฐํ ขีรวลฺลิปิฏฺฐ’’นฺติอาทินา คณิยมานานํ คณนาย อนฺโต นตฺถิ, ขาทนียโภชนียกิจฺจสาธกภาโวเยว ปเนเตสํ ลกฺขณํ, สุพหุํ วตฺวาปิ อิมสฺมึเยว ลกฺขเณ ฐาตพฺพนฺติ น วิตฺถารยาม. เอวํ สพฺพตฺถ. ตมฺพกตณฺฑุเลยฺยาทิมูลํ มูลขาทนียํ. ปนสลพุชนาฬิเกราทิผลํ ผลขาทนียํ. ขชฺชนฺติ สกฺขลิโมทกาทิปุพฺพณฺณาปรณฺณมยํ ขาทนียญฺจ. โครโสติ ขีรทธิตกฺกสงฺขาโต คุนฺนํ รโส จ. ธญฺญโภชนนฺติ สานุโลมานํ ธญฺญานํ โอทนสตฺตุกุมฺมาสสงฺขาตโภชนญฺจ. ฏีกายํ ปน ‘‘สานุโลมานิ สตฺตธญฺญานิ จ ปญฺจวิธโภชนญฺจา’’ติ วุตฺตํ, ตํ น ยุตฺตํ, ธญฺญานํ วิสุํ คหเณ ปโยชนาภาวา, ปโยชนสมฺภเว จ ผลคฺคหเณเนว เตสํ คหณสมฺภวโต.
ยาคุสูปปฺปภุตโยติ ยาคุ จ สูปญฺจ, ตํ ปภุติ เยสํ เตติ เอเต ยาวกาลิกา โหนฺตีติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถ จ ปภุติ-สทฺเทน มจฺฉมํสสงฺขาตํ ธญฺญโภชนโต อวสิฏฺฐํ โภชนญฺจ ปิฏฺฐมูลผลขาทนียโต อวสิฏฺฐํ กนฺทขาทนียํ, มุฬาลขาทนียาทิญฺจ สงฺคณฺหาติ. เตสุ ทีโฆ จ ภิสกนฺทาทิ วฏฺโฏ จ อุปฺปลกณฺฑาทิ กนฺทขาทนียํ, ปทุมมูลาทิ จ ตํสทิสํ เอรกมูลาทิ จ มุฬาลขาทนียํ, ตาลาทีนํ กฬีรสงฺขาตา มตฺถกา มตฺถกขาทนียํ, อุจฺฉุกฺขนฺธาทโย นีลุปฺปลาทีนํ ทณฺฑกฺขนฺธกาทิ ขนฺธขาทนียํ, ตมฺพกตณฺฑุเลยฺยาทีนํ ปณฺณํ ปตฺตขาทนียํ, อุจฺฉุตโจว เอโก สรโส ตจขาทนียํ, ตมฺพกสิคฺคุปุปฺผาทิ ปุปฺผขาทนียํ, ลพุชฏฺฐิปนสฏฺฐิอาทิกํ อฏฺฐิขาทนียํ.
๘๖. ‘‘มธู’’ติอาทินา ยามกาลิกํ ทสฺเสติ. มธุ จ มุทฺทิกา จ สาลูกญฺจ โจจญฺจ โมจญฺจ อมฺพญฺจ ชมฺพุ จาติ ทฺวนฺโท. มุทฺทิกา ผเลปิ อิตฺถิยํ, ผเล เสสา นปุํสเก, ‘‘ชมฺพุ’’ อิติ ผลวาจี นปุํสกสทฺทนฺตรํ, ตโต ชาตํ มธุปานาทิ มธุ…เป… ชมฺพุชํ, ตญฺจ ผารุสญฺจ ปานกนฺติ โยชนา. ตตฺถ มธุชํ ปานํ นาม มุทฺทิกานํ ชาติรสํ อุทกสมฺภินฺนํ กตฺวา กตปานํ. ตํ อตฺตนา กตํ ปุเรภตฺตเมว สามิสํ นิรามิสมฺปิ วฏฺฏติ. อนุปสมฺปนฺเนหิ กตํ ลภิตฺวา ปน ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตํ ปน นิรามิสเมว วฏฺฏติ. เอส นโย สพฺพปาเนสุ. มุทฺทิกชํ ปานํ นาม มุทฺทิกานํ อุทเก มทฺทิตฺวา กตปานํ. ตถา เสสปานานิ ยถานุรูปํ เวทิตพฺพานิ, สาลูกํ รตฺตุปฺปลาทีนํ สาลูกํ. โจจํ อฏฺฐิกกทลิผลํ. โมจํ อนฏฺฐิกํ. อิมานิ อฏฺฐ ปานานิ สีตานิปิ อาทิจฺจปากานิปิ วฏฺฏนฺติ, อคฺคิปากานิ ปน น วฏฺฏนฺติ. เตนาห ‘‘นาคฺคิสนฺตตฺต’’นฺติ.
๘๗-๘. อวเสสานิ ปน เวตฺตตินฺติณิกมาตุลุงฺคกปิตฺถกรมนฺทาทิขุทฺทกผลปานานิ อฏฺฐปานคติกาเนว. เตนาห ‘‘สานุโลมานิ ธญฺญานิ, ฐเปตฺวา ผลโช รโส’’ติ. เอกสฺส ปน วกฺขมานานญฺจ ‘‘ปุปฺผรโส’’ติอาทีนํ ‘‘สีโตทมทฺทิตาทิจฺจปาโก วา ยามกาลิโก’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตาลนาฬิเกรปนสลพุชอลาพุกุมฺภณฺฑปุสฺสผลติปุสเอฬาลุกผลานีติ นว มหาผลานิ, สพฺพญฺจ อปรณฺณํ สตฺตธญฺญานิ อนุโลเมนฺตีติ สห อนุโลเมหีติ สานุโลมานิ. สานุโลมธญฺญานํ ปน รโส ยาวกาลิโก. ‘‘สานุโลมานิ ธญฺญานี’’ติ ผลานิ วิญฺญายนฺติ. ผลสุติยา ‘‘เสสผลโช’’ติ วตฺตพฺเพ คมฺยมานตฺตา น วุตฺตํ. มธุกปุปฺผมญฺญตฺราติ มธุกปุปฺผํ ฐเปตฺวา. ปกฺกฑากชนฺติ ปกฺเกหิ ยาวกาลิเกหิ ฑาเกหิ ชาตํ รสํ. สีตมุทกํ สีโตทํ, ขีโรเท วิย สีโตเท มทฺทิโตติ ตปฺปุริโส. อาทิจฺจ-สทฺโท อาตเป วตฺตติ อุปจารโตติ อาทิจฺเจ ปาโก ยสฺสาติ สมาโส.
๘๙. สตฺตาหกาลิกํ ทสฺเสติ ‘‘สปฺปี’’ติอาทินา. ตตฺถ สตฺตาหกาลิกาติ ยถาวุตฺตานิ สปฺปิอาทีนิ สตฺตาหกาลิกานิ. อิทานิ สปฺปิอาทีนิ วิภชติ ‘‘สปฺปี’’ติอาทินา. ตตฺถ เยสํ โคมหึ สาทีนํ มํสํ กปฺปติ, เตสํ สปฺปิ สปฺปิ นามาติ ‘‘สปฺปี’’ติอาทินา สปฺปิลกฺขณมาห. อกปฺปิยมํสสปฺปิโนปิ กปฺปิยสมฺภเว ตตฺถ สตฺตาหาติกฺกเม ทุกฺกฏสฺส วกฺขมานตฺตา นิสฺสคฺคิยวตฺถุเมว เจตฺถ ทสฺเสตุํ ‘‘เยสํ มํสมวาริต’’นฺติ วุตฺตํ. ขีราทีสุ หิ เตสมกปฺปิยํ นาม นตฺถิ. นวนีตสฺส สปฺปิสทิสตาย นวนีตลกฺขณํ วิสุํ น วุตฺตํ. อุปริ สปฺปิปิณฺฑํ ฐเปตฺวา สีตลปายาสํ เทนฺติ, ยํ ปายาเสน อสํสฏฺฐํ, ตํ สตฺตาหกาลิกํ, มิสฺสิตํ ปน อาทิจฺจปากํ กตฺวา ปริสฺสาวิตํ, ตถา ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา ปกฺกเตลมฺปิ, เตสุ นวนีตํ นาม นวุทฺธฏํ. เตน กตํ ปน สปฺปิ.
๙๐. ติลา จ วสา จ เอรณฺฑานิ จ มธุกานิ จ สาสปา จาติ ทฺวนฺโท. เตหิ สมฺภโว ยสฺสาติ พาหิรตฺโถ, ตํ เตลํ นามาติ อตฺโถ. ขุทฺทา ขุทฺทมธุมกฺขิกา จ ภมรา จ ขุทฺทภมรํ, ขุทฺทชนฺตุกตฺตา นปุํสเกกวจนํ. มธุํ กโรนฺตีติ มธุกริโย, ตา เอว มกฺขิกา มธุกริมกฺขิกา, ขุทฺทภมรเมว มธุกริมกฺขิกาติ กมฺมธารโย. ตาหิ กตํ มธุ มธุ นามาติ อตฺโถ. ฏีกายํ ปน วิสุํ มธุกรี-สทฺทํ วิกปฺเปตฺวา ‘‘ทณฺฑเกสุ มธุกรา มธุกริมกฺขิกา นามา’’ติ วุตฺตํ. มธุปฏลํ วา มธุสิตฺถกํ วา สเจ มธุนา มกฺขิตํ, มธุคติกเมว. ตุมฺพลกานํ จีริกานญฺจ นิยฺยาสสทิสํ มธุ ปน ยาวชีวิกํ. รโส นิกฺกสโฏ อาทิ ยสฺสา สา รสาทิ. อาทิ-สทฺเทน ผาณิตาทีนํ คหณํ, สา อุจฺฉุวิกติ. ปกฺกาติ อวตฺถุกปกฺกา วา, ผาณิตํ ผาณิตํ นามาติ อตฺโถ. สีตูทเกน กตมธุกปุปฺผผาณิตํ ปน ผาณิตคติกเมว. อมฺพผาณิตาทีนิ ยาวกาลิกานิ. เอตานิ ยถาวุตฺตานิ สปฺปิอาทีนิ ปุเรภตฺตํ สามิสปริโภเคนาปิ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย ปน ตานิ จ ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตานิ จ สตฺตาหํ นิทหิตฺวา นิรามิสปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพานิ.
๙๑. อิทานิ โอทิสฺส อนุญฺญาตวสาย ปากโต วิภาคํ ทสฺเสตฺวา ตโต สปฺปิอาทีนํ ทสฺเสตุํ ‘‘สวตฺถู’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปุเรภตฺตํ สามํ วา อตฺตนา เอว. วา-สทฺเทน ปเรหิ วา. อมานุสา มนุสฺสวสารหิตา. วสา อจฺฉาทีนํ อกปฺปิยานํ, สูกราทีนํ กปฺปิยานญฺจ สตฺตานํ วสา. สวตฺถุปกฺกา สตฺตาหกาลิกา โหตีติ เสโส. สวตฺถุปกฺกาติ สวตฺถุกํ กตฺวา ปกฺกา. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – สเจ ปน วสํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคเหตฺวา ปจิตฺวา เตลํ ปริสฺสาวิตํ สตฺตาหานิ นิรามิสปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพํ. อถ ปเรหิ กตํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ, ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย นิรามิสเมว, โน เจ, ทุกฺกฏํ โหตีติ. การิเย การโณปจาเรน ปเนตฺถ ‘‘วสา’’ติ เตลเมว วุตฺตํ, วสา ปน ยาวกาลิกาว.
ฏีกายํ ปน วสาย ‘‘สตฺตาหกาลิเก อาคตฏฺฐานํ นตฺถีติ วทนฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘ตํ อุปปริกฺขิตพฺพ’’นฺติ วสาย สตฺตาหกาลิกตฺตมาสํกิยํ วุตฺตํ. กิเมตฺถ อุปปริกฺขิตพฺพํ? เภสชฺชํ อนุชานตา ภควตา ‘‘ยานิ โข ปน ตานิ คิลานานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสายนียานิ เภสชฺชานิ, เสยฺยถิทํ – สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ, ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหปรมํ สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานี’’ติ (ปารา. ๖๒๒) สปฺปิอาทีนเมว สตฺตาหกาลิกตฺตํ วุตฺตํ. เภสชฺชกฺขนฺธเกปิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตานิ ปญฺจ เภสชฺชานิ ปฏิคฺคเหตฺวา กาเลปิ วิกาเลปิ ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๖๐) ตานิ ปญฺเจว ‘‘เภสชฺชานี’’ติ วตฺวา เตลํ นิยมโต ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสานิ เภสชฺชานิ อจฺฉวสํ มจฺฉวสํ สุสุกาวสํ สูกรวสํ คทฺรภวสํ กาเล ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ กาเล สํสฏฺฐํ เตลปริโภเคน ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๖๒) วุตฺตํ. เภสชฺชสิกฺขาปทฏฺฐกถายญฺจ (กงฺขา. อฏฺฐ. เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ฐเปตฺวา มนุสฺสวสํ อญฺญํ ยํ กิญฺจิ วส’’นฺติอาทินา วสาเตลสฺส วิธานํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อญฺเญสํ ยาวกาลิกวตฺถูนํ วตฺถุํ ปจิตุํ น วฏฺฏติเยวา’’ติ วทตา อฏฺฐกถาจริเยน ยาวกาลิเกสุ วสํ ฐเปตฺวา อญฺเญสํ ยาวกาลิกวตฺถูนํ วตฺถุํ ปจิตุํ น วฏฺฏตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ ทีปิโตติ วสา ‘‘ยาวกาลิกาเยวา’’ติ วิญฺญายตีติ โก เอตฺถ สุขุโม นโยติ.
อญฺเญสํ วสาเตลโต ปเรสํ ยาวกาลิกวตฺถูนํ เยสํ เตสํ ยาวกาลิกวตฺถูนํ สปฺปิอาทีนํ วตฺถุํ ยาวกาลิกสงฺขาตํ ขีราทิกํ น ปเจติ สมฺพนฺโธ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – ยถา สตฺตาหปริโภคตฺถาย วสํ กาเล ปฏิคฺคเหตฺวา กาเล ปจิตุํ วฏฺฏติ, น เอวํ สปฺปิอาทีนํ วตฺถุภูตํ ขีราทิยาวกาลิกํ, ตํ ปน สตฺตาหปริโภคตฺถาย กาเลปิ น วฏฺฏติ. ตานิ หิ ยทิ ตํ ปฏิคฺคเหตฺวา สยํ กตานิ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย น วฏฺฏนฺติ สวตฺถุกปฺปฏิคฺคหิตตฺตา, สามิสํ น วฏฺฏนฺติ สามํปกฺกตฺตา, ปุเรภตฺตมฺปิ น วฏฺฏนฺติ ยาวกาลิกวตฺถุโต วิเวจิตตฺตา. ปเรหิ กตานิ ปน ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏนฺติ อตฺตนา อปกฺกตฺตา. ยาวชีวิกานิ ตุ สาสปมธุกเอรณฺฑอฏฺฐีนิ เตลกรณตฺถํ ปฏิคฺคเหตฺวา ตทเหว กตํ เตลํ สตฺตาหกาลิกํ, ทุติยทิวเส กตํ ฉาหํ วฏฺฏติ, เอวํ ยาว สตฺตมทิวเส กตํ ตทเหว วฏฺฏติ, อุคฺคเต อรุเณ นิสฺสคฺคิยํ, อฏฺฐเม ทิวเส อนชฺโฌหรณียํ, อุคฺคหิเตน เยน เกนจิ วตฺถุนา กตสทิสํ โหติ. เตลตฺถาย ปฏิคฺคหิตสาสปาทีนํ สตฺตาหาติกฺกเมน ทุกฺกฏํ. นิพฺพตฺติตํ สปฺปิ วา นวนีตํ วา กาเลปิ วิกาเลปิ ปฏิคฺคเหตฺวา ปจิตุํ วฏฺฏติ. ตํ ปน ตทหุ ปุเรภตฺตมฺปิ สามิสํ น วฏฺฏติ, สํสคฺคโต ยาวกาลิกมฺปิ สามํปกฺกํ สิยาติ นิรามิสํ ปน สตฺตาหมฺปิ วฏฺฏติ.
๙๒. อิทานิ ‘‘หลิทฺทิ’’นฺติอาทินา ยาวชีวิกํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ‘‘หลิทฺทิ นาม นิสา’’ติอาทินา วุจฺจมาเนปิ ปริยายวจเน สมฺโมโห สิยาติ น ตํวจเนน ภุสํ สมฺโมหยิสฺสาม, ตสฺมา ตานิ อุปเทสโตว เวทิตพฺพานิ. ตตฺถ ‘‘หลิทฺทิ’’นฺติ พินฺทุอาคเมน วุตฺตํ. อุปจาเรน ตุ มูลาทีนิ หลิทฺทาทิสทฺเทน วุตฺตานิ. ตา หลิทฺทาทโย เกจิ อิตฺถิลิงฺคาเยว. มูลผเล วจตฺตญฺจ…เป… ภทฺทมุตฺตญฺจ อติวิสาติ ปทจฺเฉโท. ปญฺจมูล-สทฺเทน จูฬปญฺจมูลมหาปญฺจมูลานิ คหิตานิ. อาทิ-สทฺเทน วชกลิมูเล ชรฏฺฐนฺติ เอวมาทีนํ สงฺคโห.
๙๓-๕. โคฏฺฐผลนฺติ มทนผลนฺติ วทนฺตีติ. ตีณิ ผลานิ ยสฺสํ สงฺคหิตํ สา ติผลา. เอรณฺฑกาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน ชาติรุกฺขาทีนํ คหณํ. สุลสาทีนํ ปณฺณนฺติ สมฺพนฺโธ. อาทิ-สทฺเทน อโสกาทีนํ คหณํ. สูเปยฺยปณฺณนฺติ ตมฺพกตณฺฑุเลยฺยาทิสูปโยคฺคปณฺณํ. อุจฺฉุนิยฺยาสํ ฐเปตฺวา สพฺโพ นิยฺยาโส จ สรสํ อุจฺฉุชํ ตจญฺจ ฐเปตฺวา สพฺโพ ตโจ จาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ หิงฺคุกณิการนิยฺยาสาทิ สพฺโพ นิยฺยาโส นาม. นิรสอุจฺฉุตจาทิ สพฺโพ ตโจ นาม. โลณํ สามุทฺทาทิ. โลหํ อยตมฺพาทิ. สิลา กาฬสิลาทิ.
๙๖. สุทฺธสิตฺถนฺติ มธุนา อมกฺขิตํ. มธุมกฺขิตํ ปน สตฺตาหกาลิกํ. ยญฺจ กิญฺจิ สุฌาปิตนฺติ ทุชฺฌาปิตํ อกตฺวา สุชฺฌาปิตํ ยํ กิญฺจิ จ. วิกฏาทิปฺปเภทนฺติ วิกฏํ คูถมตฺติกามุตฺตฉาริกาสงฺขาตํ อาทิ ยสฺส, โส ปเภโท ยสฺสาติ พาหิรตฺโถ, ตํ. ยํ กิญฺจิ จาติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถ ปน อาทิ-สทฺเทน กนฺทขาทนีเย ขีรกาโกลาทโย, มุฬาลขาทนีเย หลิทฺทิสิงฺคิเวรมูลาทโย, มตฺถกขาทนีเย หลิทฺทิสิงฺคิเวรกฬีราทโย, ขนฺธขาทนีเย อุปฺปลปณฺณทณฺฑาทโย, ปุปฺผขาทนีเย จมฺปกปุปฺผาทโย, อฏฺฐิขาทนีเย มธุกฏฺฐิเอรณฺฑสาสปาทโย, ปิฏฺฐขาทนีเย อโธตตาลปิฏฺฐาทโย จ สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพา.
๙๗. อิทานิ สพฺพโส ยาวชีวิกํ ทสฺเสตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา วุตฺตานิ จ อวุตฺตานิ จ เอกโต สมฺปิณฺเฑตฺวา ตตฺถ ลกฺขณํ ฐเปนฺโต ‘‘มูล’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘สาโร’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘สาร’’นฺติ ลิงฺควิปลฺลาเสนาห. ‘‘สาโร พเล ถิรํเส จา’’ติ หิ นิฆณฺฑุ. อาหารฏฺฐนฺติ อาหาเรน ชาโต อตฺโถ ปโยชนํ อาหารตฺโถ, โสว อาหารฏฺโฐ, ตํ อาหารกิจฺจนฺติ วุตฺตํ โหติ.
๙๘. อิทานิ จตูสุ กปฺปิยากปฺปิยาทิวิภาคํ ทสฺเสติ ‘‘สพฺพา’’ติอาทินา. ตตฺถ สพฺเพ กาลิกา, เตสํ สมฺโภโค อนุภโวติ สมาโส. กาเลติ ปุพฺพณฺหกาเล. สพฺพสฺสาติ คิลานาคิลานสฺส. สติ ปจฺจเยติ ตีสุ ยามกาลิกํ ปิปาสาทิการเณ สติ, สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกญฺจ เคลญฺญการเณ สตีติ อตฺโถ, กาลโต วิคโต วิกาโล, ตสฺมึ, ยามกาลิกํ วิกาเล อาหารตฺถาย อชฺโฌหรเณ, สตฺตาหกาลิกํ ปน ยาวชีวิกญฺจ ตทตฺถาย ปฏิคฺคหณมตฺเตปิ ทุกฺกฏํ.
๙๙. อุโภติ ยาวกาลิกํ ยามกาลิกญฺจ. ตตฺถ ยาวกาลิกํ อตฺตโน กาลาติกฺกนฺตํ วิกาลโภชนภิกฺขาปเทน ปาจิตฺติยํ ชนยติ, ยามกาลิกํ ยามาติกฺกนฺตํ สนฺนิธิสิกฺขาปเทน. เอเต อุโภปิ อนฺโตวุตฺถญฺจ สนฺนิธิญฺจ ชนยนฺตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อนฺโตวุตฺถํ สนฺนิธิ’’นฺติ ภาวปฺปธาโนยํ นิทฺเทโส, อนฺโตวุตฺถตฺตํ สนฺนิธิตฺตญฺจาติ อตฺโถ.
๑๐๐. อตินามิเตติ อติกฺกามิเต. ปาจิตฺตีติ สตฺตาหาติกฺกนฺตํ เภสชฺชสิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยาปตฺติ จ โหตีติ อตฺโถ. สเจ ทฺวินฺนํ สนฺตกํ เอเกน ปฏิคฺคหิตํ อวิภตฺตํ โหติ, สตฺตาหาติกฺกเม ทฺวินฺนมฺปิ อนาปตฺติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน น วฏฺฏติ. ปาฬินารุเฬฺหติ ปาฬิยํ อนารุเฬฺห สปฺปิอาทิมฺหิ สตฺต อหานิ อตินามิเตติ สมฺพนฺโธ. สปฺปีติ มนุสฺสาทีนํ สปฺปิ. อาทิ-สทฺเทน เตสํเยว นวนีตํ, นาฬิเกราทิเตลํ, สีโตทเกน กตํ มธุกปุปฺผผาณิตญฺจ สงฺคหิตํ.
๑๐๑. นิสฺสฏฺฐลทฺธนฺติ นิสฺสฏฺฐํ วินยกมฺมวเสน นิสฺสชฺชิตญฺจ ตํ ลทฺธญฺจ ปุน ตเถวาติ นิสฺสฏฺฐลทฺธํ. ตํ คเหตฺวาติ เสโส. นิสฺสชฺชนวิธานํ ปน วกฺขมานนเยน เวทิตพฺพํ. ‘‘นงฺค’’นฺติอาทิ อุปลกฺขณมตฺตํ. เตน มกฺขิตานิ กาสาวาทีนิ จ ปน อปริโภคานิเยว. อญฺญสฺส ปน กายิกปริโภโค วฏฺฏติ. วิกปฺเปนฺตสฺส สตฺตาเห สามเณรสฺสาติ เอตฺถ ฏีกายํ ‘‘อิทํ สปฺปึ ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติอาทินา เตสํ เตสํ นามํ คเหตฺวา สมฺมุขาปรมฺมุขาวิกปฺปนวเสน อตฺถํ ทสฺเสตฺวา ตํ สาธยนฺเตหิ อวิกปฺปิเต วิกปฺปิตสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ อาปตฺติวาเร ปาฬิ อาหฏา. ‘‘สเจ อุปสมฺปนฺนสฺส วิกปฺเปติ, อตฺตโน เอว สนฺตกํ โหติ, ปฏิคฺคหณมฺปิ น วิชหตี’’ติ โทสํ วตฺวา อนุปสมฺปนฺนสฺส วิกปฺปเน อตฺตสนฺตกตฺตาภาโว, ปฏิคฺคหณวิชหนญฺจ ปโยชนํ วุตฺตํ. ตตฺถ วทาม – อาปตฺติวาเร ‘‘อวิกปฺปิเต’’ติอาทิปาฬิเยว นตฺถิ, ‘‘อนธิฏฺฐิเต อธิฏฺฐิตสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ, อวิสฺสชฺชิเต วิสฺสชฺชิตสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติอาทินา (ปารา. ๖๒๔) ปาฬิยา อาคตตฺตา ตทนุรูปเมว อนาปตฺติวาเร ‘‘อธิฏฺเฐติ, วิสฺสชฺเชตี’’ติอาทินาว ปาฬิ อาคตา. ยทิ ภเวยฺย, วณฺณนียฏฺฐานตาย อฏฺฐกถาย ภวิตพฺพํ, น เจตฺถ อฏฺฐกถายํ วิชฺชติ. อนุปสมฺปนฺนสฺส วิกปฺปเน จ กถํ ปฏิคฺคหณํ วิชหติ สิกฺขาปจฺจกฺขานาทีสุ ฉสุ ปฏิคฺคหณวิชหนการเณสุ วิกปฺปนสฺส อนนฺโตคธตฺตา, ตสฺมา นายเมตฺถ อตฺโถติ.
มยเมตฺถ เอวมตฺถํ ภณาม – วิกปฺเปนฺตสฺสาติ เอตฺถ วิกปฺปนํ สํวิทหนํ ‘‘จิตฺตสงฺกปฺโป’’ติอาทีสุ วิย, อุภยตฺถ ปน อุปสคฺเคหิ นานตฺตมตฺตํ, ตสฺมา อนฺโตสตฺตาเห สามเณรสฺส ยสฺส กสฺสจิ วิกปฺเปนฺตสฺส สํวิทหนฺตสฺส ปริจฺจาคสญฺญํ ปริจฺจาคเจตนํ ปริจฺจาคาธิปฺปายํ อุปฺปาเทนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อตฺโถ. อิทญฺจ มหาสุมตฺเถรวาทโมลุพฺภ วุตฺตํ. วุตฺตญฺหิ ‘‘เตน จิตฺเตนา’’ติอาทีสุ ปาฬิวจเนสุ อธิปฺปายํ ทสฺเสนฺเตน, ‘‘อิทํ กสฺมา วุตฺตํ. เอวญฺหิ อนฺโตสตฺตาเห ทตฺวา ปจฺฉา ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติทสฺสนตฺถ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๕). มหาปทุมตฺเถโร ปนาห ‘‘สตฺตาหาติกฺกนฺตสฺส ปน ปริโภเค อนาปตฺติทสฺสนตฺถมิทํ วุตฺต’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๕). อยเมว วาโท เตสุ สุนฺทรตโร. สตฺตาเห มกฺขนาทึ อธิฏฺฐโต จ อญฺญสฺส ททโตปิ จ อนาปตฺตีติ สมฺพนฺโธ. อาทิ-สทฺเทน อพฺภญฺชนาทึ สงฺคณฺหาติ. อยเมตฺถาธิปฺปาโย – สปฺปิอาทึ อพฺภญฺชนาทึ มธุํ อรุมกฺขนํ, ผาณิตํ ฆรธูปนํ อธิฏฺฐโต อนาปตฺตีติ. อญฺญสฺสาติ อุปสมฺปนฺนสฺส วา อนุปสมฺปนฺนสฺส วา.
๑๐๒. ยาวกาลิกอาทีนิ อตฺตนา สห สํสฏฺฐานิ สพฺภาวํ คาหาปยนฺตีติ สมฺพนฺโธ. สพฺภาวนฺติ สสฺส อตฺตโน ภาโว ทฺวิตฺเต สพฺภาโว, ตํ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอวํ, ตสฺมา. เอวมุทีริตนฺติ เอวํ ‘‘วิกปฺเปนฺตสฺส สตฺตาเห’’ติอาทินา วุตฺตํ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – ยสฺมา อตฺตนา สํสฏฺฐานิ อตฺตโน ภาวํ คาหาปยนฺติ ยาวกาลิกาทีนิ, ตสฺมา สตฺตาหาติกฺกามิตานิ สตฺตาหกาลิกานิ ปาจิตฺติยชนกานิ สํสฏฺฐานิ อตฺตสํสฏฺฐานิปิ ปาจิตฺติยชนกานิ กโรนฺตีติ อวิกปฺปนาทิมฺหิ สติ พฺยติเรกโต ปาจิตฺติยาปตฺติปริทีปกํ ‘‘วิกปฺเปนฺตสฺสา’’ติอาทิกํ วากฺยตฺตยํ วุตฺตนฺติ. ฏีกายํ ปน ‘‘อิทานิ วกฺขมานํ สนฺธาย เอวนฺติ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ วกฺขมานสฺส อตีตอุทีริตตฺตาโยคโต กถํ ยุชฺชตีติ. เอวมุทีริตนฺติ วา ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ เอวเมว วุตฺตนฺติ อตฺโถ. เอว-สทฺโท อวธารเณ.
๑๐๓-๕. อิทานิ อตฺตสํสฏฺฐานํ ยาวกาลิกาทีนํ สพฺภาวคาหาปนํ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘ปุเร’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สตฺตาหนฺติ สตฺต อหานิ ยสฺส ตํ สตฺตาหํ, สตฺตาหกาลิกํ. จ-สทฺโท อฏฺฐานปฺปยุตฺโต, โส สตฺตาหญฺจ ยาวชีวิกญฺจาติ โยเชตพฺโพ. เสสกาลิกสมฺมิสฺสนฺติ เสเสหิ ตทหุ ปฏิคฺคหิเตหิ กาลิเกหิ ยาวกาลิกยามกาลิกสงฺขาเตหิ สมฺมิสฺสํ. ปาจิตฺตีติ สนฺนิธิสิกฺขาปเทน ปาจิตฺติ. ตทหุ ปฏิคฺคหิตนฺติ ตสฺมึเยว ทิเน ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ. ตทเหวาติ ตสฺมึเยว ทิเน ปุเรภตฺตเมว. เสสนฺติ สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกญฺจ. เอวนฺติ ยาเม เอว ปริภุญฺชเยติ วิชานียนฺติ สมฺพนฺโธ. อิตรนฺติ สตฺตาหกาลิกโต อญฺญํ ยาวชีวิกํ.
กาลิกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.