๓๓. กายพนฺธนนิทฺเทสวณฺณนา
๒๓๕. พนฺธียติ อเนนาติ พนฺธนํ, กายสฺส พนฺธนํ กายพนฺธนํ, นตฺถิ กายพนฺธนเมตสฺสาติ อกายพนฺธโน. ทุกฺกฏนฺติ สญฺจิจฺจ วา อสญฺจิจฺจ วา ปวิเสยฺย เจ, ทุกฺกฏํ. อสติยา คโต ยตฺถ สรติ, ตตฺเถว พนฺเธยฺยาติ สมฺพนฺโธ. คโตติ อนฺโตคามํ คโต. สริตฺวา ยาว น พนฺธติ, น ตาว ปิณฺฑาย จริตพฺพํ.
๒๓๖. ‘‘ปฏฺฏิกา’’ติอาทินา สพฺพสงฺคาหกํ กายพนฺธนํ นิทฺทิสติ. ปฏฺฏิกาติ ปกติวีตา วา มจฺฉกณฺฏกขชฺชูริปตฺตวายิมา วา. สูกรานํ อนฺตํ สูกรนฺตํ. อิธ ปน ตํสทิสํ วุจฺจติ. จตุรสฺสํ อกตฺวา สชฺชิตํ มุทฺทิกกายพนฺธนมฺปิ สงฺคเหตฺวา ‘‘เอกา รชฺชู’’ติ วุตฺตํ. ตํ ปน รชฺชุกํ พนฺธนฺเตน เอกคุณเมว กตฺวา พนฺธิตุํ วฏฺฏติ, มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา ทิคุณํ กตฺวา พนฺธิตุํ น วฏฺฏติ. ทิคุณํ ปน อกตฺวา สตวารมฺปิ ปุนปฺปุนํ อาวิชฺฌิตฺวา พนฺธิตุํ วฏฺฏติ, ปามงฺคสณฺฐานํ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. พหุรชฺชุเก เอกโต กตฺวา เอเกน นิรนฺตรํ เวเฐตฺวา กตํ ‘‘พหุรชฺชุก’’นฺติ น วตฺตพฺพํ, ตํ วฏฺฏติ. ตทนุโลมิกาติ เตสํ ปฏฺฏิกาสูกรนฺตานํ ทฺวินฺนํ เทฺว อิเม ยถากฺกมมนุโลมิกา.
๒๓๗-๘. ปฏฺฏิกา กีทิสี วฏฺฏตีติ อาห ‘‘มจฺฉา’’ติอาทิ. ปฏฺฏิกา มจฺฉกณฺฏกขชฺชูริปตฺตา วา มฏฺฐา วา ลพฺภาติ สมฺพนฺโธ. กณฺฏก-สทฺเทน ปตฺต-สทฺเทน จ ตทากาโร วุจฺจติ, อุปจารโต หิ มจฺฉานํ กณฺฏกากาโร จ ขชฺชูรีนํ ปตฺตากาโร จ เอติสฺสาติ สมาโส. มฏฺฐาติ ปกติวีตา. ฏีกายํ ปน ‘‘เอเต มจฺฉกณฺฏกาทโย มฏฺฐา วิการรหิตา ปฏฺฏิกา จ ตทนฺโตคธาติ อธิปฺปาโย’’ติ วุตฺตํ. กถํ เตสมนฺโตคธตา? ยโต ตานิเยว ปฏฺฏิกา นามาติ. ตถา จ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘ปกติวีตา วา มจฺฉกณฺฏกวายิมา วา ปฏฺฏิกา วฏฺฏตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๗๘). เอตฺถ ปน มจฺฉกณฺฏเกเยว ขชฺชูริปตฺตํ ปวิฏฺฐํ. จตสฺโสปิ ทสา ลพฺภาติ สมฺพนฺโธ. จตสฺโสติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน วุตฺตํ, ตสฺมา ตโต อูนาปิ วฏฺฏนฺติ. อนฺเตติ กายพนฺธนสฺส อุภยนฺเต ทิคุณสุตฺตกํ ลพฺภนฺติ สมฺพนฺโธ. คุโณ พนฺธนภูตํ สุตฺตกํ คุณสุตฺตกํ. ‘‘คุโณ ปฏลราสีสุ, อานิสํเส จ พนฺธเน’’ติ หิ อภิธานปฺปทีปิกา. ทฺวินฺนํ คุณสุตฺตกานํ สมาหาโร ทิคุณสุตฺตกํ. ตํ ทสามุขสฺส ถิรภาวาย โกฏฺเฏตุํ วฏฺฏติ, น โสภนตฺถํ. เตนาห ‘‘มาลาทิ’’นฺติอาทิ.
มาลาทึ กกฺกฏจฺฉาทึ กุญฺชรจฺฉาทิญฺจ ทสฺเสตฺวา คุณสุตฺตกโกฏฺฏิตา ปฏฺฏิกา น กปฺปตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘มาลาทิ’’นฺติอาทีสุ อาทิ-สทฺเทน ตาทิสํ ยํ กิญฺจิ วิการรูปํ คยฺหติ. กกฺกฏานํ วิย อจฺฉีนิ, ตานิ อาทีนิ ยสฺสาติ สมาโส. ตถา กุญฺชรจฺฉาทินฺติ.
๒๓๙. ฆฏกนฺติ ฆฏกาการวฏฺฏเลขารูปํ. มกรมุขาทินฺติ เอตฺถ มกรมุขํ นาม มกรมุขสณฺฐานํ. พินฺทุ ปน อาคมวเสน วุตฺโต. อาทิ-สทฺเทน เทฑฺฑุภสีสาทิวิการรูปํ ยํ กิญฺจิ สงฺคยฺหติ. ทสามุเขติ ทสานํ มุขภูเต อนฺเต เอตานิ น กปฺปนฺตีติ สมฺพนฺโธ. วิเธ อุภนฺเต ฆฏกา เลขา อญฺญํ จิตฺตกญฺจ น กปฺปนฺตีติ สมฺพนฺโธ. ฆฏกาติ ฆฏกโต. เลขาติ เลขาย. ปญฺจมิยา โลโป. วิเธติ กายพนฺธนสฺส ปาสนฺเต ทสามูเล ตสฺส ถิรภาวตฺถํ กตฺตพฺเพ ทนฺตวิสาณาทิมเย วิเธ.
๒๔๐. เทฑฺฑุภกนฺติ อุทกสปฺปสีสสทิสํ. มุรชนฺติ นานาวณฺเณหิ สุตฺเตหิ มุรชวฏฺฏิสณฺฐานํ เวเฐตฺวา กตํ. ฏีกายํ ปน ‘‘มุรชนฺติ พหุรชฺชุเก เอกโต สงฺกฑฺฒิตฺวา เอกาย รชฺชุยา ปลิเวเฐตฺวา กตรชฺชู’’ติ วุตฺตํ, ตํ ‘‘พหุรชฺชุเก เอกโต กตฺวา’’ติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺตอฏฺฐกถาวจเนน วิรุชฺฌติ. มทฺทวีณนฺติ ปามงฺคสณฺฐานํ. กลาพุกนฺติ พหุรชฺชุกํ. เตสํ ‘‘น กปฺปตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. เทฺว มชฺฌิมาติ มชฺเฌ ภวา มุรชมทฺทวีณสงฺขาตา เทฺว.
๒๔๑. คณฺฐิโย จาปีติ จีวรสฺส คณฺฐิโย จาปิ. ตมฺมยาติ เตหิ เวฬุอาทีหิ นิพฺพตฺตา. ปสงฺเคน ปเนตํ วุตฺตนฺติ.
กายพนฺธนนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สุมงฺคลปฺปสาทนิยา นาม ฏีกาย
ปฐมภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.