๑๑. นิสฺสคฺคิยนิทฺเทสวณฺณนา

๑๑๖-๗. รูปิเยน อรูปิยํ รูปิยญฺจ อิตเรน รูปิยญฺจ ปริวตฺเตยฺยาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ รูปิเยนาติ รูปิยสงฺขาเตน นิสฺสคฺคิยวตฺถุนา. อรูปิยนฺติ อรูปิยสงฺขาตํ ทุกฺกฏวตฺถุํ กปฺปิยวตฺถุญฺจ. อิตเรนาติ อรูปิเยน. นิสฺสคฺคีติ นิสฺสชฺชนํ นิสฺสคฺโค, ปุพฺพภาเค กตฺตพฺพสฺส วินยกมฺมสฺเสตํ นามํ. นิสฺสคฺโค อสฺส อตฺถีติ นิสฺสคฺคิ, กึ ตํ? ปาจิตฺติยํ. รูปิยสฺส มูลคฺคหเณ ปน รูปิยปฺปฏิคฺคหณสิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ.

อิทานิ รูปิยาทึ ทสฺเสตุํ ‘‘อิธา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กหา…เป… มาสกํ อิธ รูปิยนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ กหาปโณ นาม สุวณฺณมโย วา รชตมโย วา เอตรหิ ปกติกหาปโณ วา. สชฺฌูติ รชตํ. สิงฺคีติ สุวณฺณเภโท, ตถาปิ เจตฺถ สามญฺเญน สุวณฺณมธิปฺเปตํ. โวหารูปคมาสกนฺติ โวหารํ กยวิกฺกยํ อุปคจฺฉตีติ โวหารูปคํ, ตญฺจ ตํ มาสกญฺจ. ตํ ปน สมุฏฺฐาปิตรูปญฺจ อสมุฏฺฐาปิตรูปญฺจ โลหทารุอาทิมยํ วุจฺจติ. อิธ รูปิยนฺติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท รูปิยํ นามาติ อตฺโถ. วตฺถมุตฺตาทิ กปฺปํ ทุกฺกฏวตฺถุญฺจ อิตรนฺติ โยชนา. ตตฺถ วตฺถญฺจ มุตฺตา จ อาทิ ยสฺสาติ สมาโส. อาทิ-สทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ ‘‘วตฺถาทิ มุตฺตาที’’ติ. ตตฺถ ปฐเมน อาทิ-สทฺเทน กปฺปาสสุตฺตาปรณฺณาทิกํ ยํ กิญฺจิ กปฺปิยวตฺถุํ, ทุติเยน มณิ สงฺโข สิลา ปวาฬํ โลหิตงฺโก มสารคลฺลํ สตฺตธญฺญานิ ทาสิทาสเขตฺตวตฺถุปุปฺผารามผลารามาทโยติ อิทํ ทุกฺกฏวตฺถุํ สงฺคณฺหาติ. วตฺถาทิกปฺปิยวตฺถุํ, มุตฺตาทิทุกฺกฏวตฺถุญฺจ อิตรํ อญฺญํ อรูปิยํ นามาติ อตฺโถ.

๑๑๘. เอตฺตาวตา รูปิยสํโวหารํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ กปฺปิยภณฺเฑ กยวิกฺกยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘อิม’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ‘‘อิมํ คเหตฺวา อิมํ เทหิ, อิมํ กร, อิมํ อานยา’’ติ วา ‘‘อิมํ ภุตฺวา อิมํ เทหิ, อิมํ กร, อิมํ อานยา’’ติ วา ‘‘อิมํ เทมิ, อิมํ เทหิ, อิมํ กร, อิมํ อานยา’’ติ วา กยวิกฺกเย สมาปนฺเน นิสฺสคฺคีติ โยชนา. ตตฺถ อิมนฺติ ตณฺฑุลาทึ. ภุตฺวาติ โอทนาทึ ภุญฺชิตฺวา. อิมํ เทหีติ เอตํ วตฺถาทิกํ เทหิ. อิมํ กราติ เอตํ รชนปจนาทึ กโรหิ. อิมํ อานยาติ เอตํ รชนกฏฺฐาทึ อาเนหิ. อิมํ เทมีติ เอตํ วตฺถาทิกํ ตว เทมิ. สมาปนฺเนติ กเต. ตสฺมา กปฺปิยํ ภณฺฑํ ปริวตฺเตนฺเตน อญฺญาตเกหิ สทฺธึ ‘‘อิมํ เทหี’’ติ วทโต วิญฺญตฺติ, ‘‘อิมํ คณฺหาหี’’ติ วทโต สทฺธาเทยฺยวินิปาตนํ, ‘‘อิมินา อิมํ เทหี’’ติ วทโต กยวิกฺกยนฺติ วุตฺตา ติสฺโส อาปตฺติโย. มาตาปิตูหิ ปน สทฺธึ กยวิกฺกยมตฺตํ โมเจนฺเตน ปริวตฺเตตพฺพํ. อยญฺหิ กยวิกฺกโย ฐเปตฺวา ปญฺจสหธมฺมิเก อวเสเสหิ คิหิปพฺพชิเตหิ น วฏฺฏติ. สเจ ปน นวกมฺมานิ กาเรติ, อฏฺฐกถาปมาเณน ปาจิตฺติยมตฺตํ เทเสตพฺพํ.

๑๑๙-๑๒๐. อิทานิ ปริณามนวเสน อาปตฺติเภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺตโน’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถายํ ปิณฺฑตฺโถ – สงฺฆสฺส นตํ ลาภํ อตฺตโน ปริณาเมยฺย, นิสฺสคฺคิ. อญฺญโต ปุคฺคลสฺส ปริณาเมยฺย, ปาจิตฺติ. อญฺญสฺส สงฺฆสฺส วา เจติยสฺส วา ปริณาเมยฺย, ทุกฺกฏํ. อญฺญสฺส ปุคฺคลสฺส วา เจติยสฺส วา นตํ ลาภํ อตฺตโน วา สงฺฆสฺส วา อญฺญปุคฺคลสฺส วา อญฺญเจติยสฺส วา ปริณาเมยฺย, ทุกฺกฏนฺติ โยชนา. ตตฺถ นตนฺติ กาเยน วา วจสา วา นินฺนํ กตํ. ลาภนฺติ ลภิตพฺพํ จีวราทิ. อญฺญโต อญฺญสฺมึ ปุคฺคเล วา เจติเย วา, เจติเย ปน ทุกฺกฏํ. อญฺญสฺสาติ เจติยาทิโน อนฺตมโส สุนขสฺส. อญฺญโต วาติ เจติยาทิมฺหิ วา. สงฺฆสฺสาติ ปน อิทํ กากกฺขิโคฬกญาเยน ‘‘นตํ ปริณาเมยฺยา’’ติ อุภยตฺถ ปริวตฺตติ. นิสฺสฏฺฐํ สกสญฺญาย น ทเทยฺย วา, ทุกฺกฏนฺติ สมฺพนฺโธ. อญฺญถา อญฺเญน ปกาเรน, เถยฺยสญฺญาย น ทเทยฺย เจติ วุตฺตํ โหติ. อิตรนฺติ วตฺถุวเสน อญฺญํ ปาราชิกํ ถุลฺลจฺจยํ ทุกฺกฏญฺจ โหตีติ อตฺโถ.

นิสฺสคฺคิยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.