๕. ปตฺตนิทฺเทสวณฺณนา
๖๐. อิทานิ ภาชนวิกตึ ทสฺเสตุํ ‘‘ปตฺโต จา’’ติ อุทฺธฏํ. เอตฺถ ปน ปฐมคาถา สุวิญฺเญยฺยา.
๖๑. ทุติเย ‘‘มคธนาฬิทฺวยตณฺฑุลสาธิต’’นฺติ วตฺตพฺเพ วิภตฺติโลปํ อกตฺวา คาถาพนฺธสุขตฺถํ ‘‘มคเธ นาฬิทฺวยตณฺฑุลสาธิต’’นฺติ วุตฺตํ, ปจิตนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ (ปารา. ๖๐๒; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๒; กงฺขา. อฏฺฐ. ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา) มคธนาฬิ นาม อฑฺฒเตรสปลํ คณฺหาติ. โอทนนฺติ เอตฺถ สพฺพปฺปการสมฺปนฺนํ อวสฺสาวิโตทนํ คเหตพฺพํ. โอทนสฺส จตุตฺถภาคปฺปมาณํ นาติฆนํ นาติตนุกํ หตฺถหาริยมุคฺคสูปญฺจ อาโลปสฺส อาโลปสฺส อนุรูปํ ยาว จริมกาโลปปฺปโหนกํ มจฺฉมํสาทิพฺยญฺชนญฺจ โย ปตฺโต คณฺหาติ, โส อุกฺกฏฺโฐ นามาติ อตฺโถ. สปฺปิเตลตกฺกรสกญฺชิกาทีนิ ปน คณนูปคานิ น โหนฺติ, ตานิ หิ โอทนคติกาเนว โหนฺติ, เนว หาเปตุํ, น วฑฺเฒตุํ สกฺโกนฺติ. เอวเมตํ สพฺพํ ปกฺขิตฺตํ สเจ ปตฺตสฺส เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, สุตฺเตน วา หีเรน วา ฉินฺทนฺตสฺส สุตฺตสฺส วา หีรสฺส วา เหฏฺฐิมนฺตํ ผุสติ, อยํ อุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมิตฺวา ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ อุกฺกฏฺโฐมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น สมฺปาปุณาติ, อนฺโตคตเมว โหติ, อยํ อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต.
๖๒. ‘‘มชฺฌิโม นาม ปตฺโต นาฬิโกทนํ คณฺหาตี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘มชฺฌิโม ตสฺสุปฑฺโฒ วา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถาปิ วุตฺตปฺปกาเรน มชฺฌิโม มชฺฌิโมมโก มชฺฌิมุกฺกฏฺโฐติ ปตฺตตฺติกํ เวทิตพฺพํ. ‘‘โอมโก นาม ปตฺโต ปตฺโถทนํ คณฺหาตี’’ติ (ปารา. ๖๐๒) วจนโต ‘‘ตโตปฑฺโฒ’’ติ วุตฺตํ. มคธนาฬิยา อุปฑฺฒนาฬิโกทนญฺจ ตทูปิยํ สูปํ พฺยญฺชนญฺจ คณฺหาติ, โส โอมโก นาม. อิธาปิ โอมโก โอมโกมโก โอมกุกฺกฏฺโฐติ ปตฺตตฺติกํ เวทิตพฺพํ. อิเมสุ ปน นวสุ ปตฺเตสุ อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ จ โอมโกมโก จ อปตฺโต. เอเตสุ อธิฏฺฐาตพฺพกิจฺจํ นตฺถิ, เสสา สตฺต ปตฺตา อธิฏฺฐาตพฺพา, วิกปฺเปตพฺพา จาติ อตฺโถ.
๖๓. อติเรกปตฺโตติ (ปารา. ๖๐๑) อนธิฏฺฐิโต อวิกปฺปิโต. สโกติ สสนฺตโก. กปฺโปติ กปฺปิโย. อยเมเวตฺถ สงฺเขโป – โย ปตฺโต กากณิกมตฺตสฺสาปิ มูลสฺส ทาตพฺพสฺส นตฺถิตาย สโก. อโยปตฺโต ปญฺจหิ ปาเกหิ มตฺติกาปตฺโต ทฺวีหิ ปาเกหิ ปกฺกตฺตา กปฺโป. โส ทสาหปรมํ กาลํ อนธิฏฺฐิโต อวิกปฺปิโต ธาเรยฺโยติ.
๖๔. อจฺเฉทาทโย จีวเร วุตฺตปฺปเภทาเยว. ฉิทฺเทนาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๘; กงฺขา. อฏฺฐ. ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา) เอตฺถ ยสฺส ปตฺตสฺส มุขวฏฺฏิโต เหฏฺฐา ทฺวงฺคุลปฺปเทเส เยน ฉิทฺเทน กงฺคุสิตฺถํ นิกฺขมติ, ตตฺตเกน ฉิทฺเทน ภิชฺชติ. ตสฺมึ ปน อยจุณฺณาทีหิ ปฏิปากติเก กเต ทสาหพฺภนฺตเร ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. ปตฺตาธิฏฺฐานมุชฺฌตีติ ปตฺโต อธิฏฺฐานํ อุชฺฌติ.
๖๕. อิทานิ ปริหรณวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘ปตฺตํ น ปฏิสาเมยฺย โสทก’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. โสทกํ (จูฬว. ๒๕๔) ปตฺตํ น ปฏิสาเมยฺย, อาตเป จ โสทกํ ปตฺตํ น โอตเปติ อธิปฺปาโย. น นิทเหติ นิรุทกํ กตฺวาปิ อติกาลํ น นิทเหติ อธิปฺปาโย. ภุมฺยาติ ภูมิยํ. น ฐเปติ ตฏฺฏิกาจมฺมขณฺฑาทีสุ เยน เกนจิ อนตฺถตาย ปํสุสกฺขรมิสฺสาย ภูมิยา น ฐเปยฺยาติ อตฺโถ. โน จ ลคฺคเยติ เอตฺถปิ นาคทนฺตาทีสุ (จูฬว. ๒๕๔) ยตฺถ กตฺถจิ ลคฺคนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว.
๖๖. มิฑฺฒนฺเตติ (จูฬว. ๒๕๔; จูฬว. อฏฺฐ. ๒๕๔) มิฑฺฒปริยนฺเต. สเจ ปน ปริวตฺเตตฺวา ตตฺเถว ปติฏฺฐาติ, เอวรูปาย วิตฺถิณฺณาย มิฑฺฒิยา อพฺภนฺตรปริจฺเฉเท ฐเปตุํ วฏฺฏติ, น ปริยนฺเต. ปริภณฺฑนฺเตติ พาหิรปสฺเส กตาย ตนุกมิฑฺฒิยา อนฺเตติ อตฺโถ. องฺเก วาติ (จูฬว. ๒๕๔) ทฺวินฺนํ อูรูนํ มชฺเฌ. เอตฺถ ปน อํสพทฺธเก อํสกูเฏ ลคฺเคตฺวา องฺเก ฐเปตุํ วฏฺฏติ, น อิตรถา. อาตปตฺตเกติ ฉตฺเต. เอตฺถ ภตฺตปูโรปิ อํสกูเฏ ลคฺคิตปตฺโตปิ ฐเปตุํ น วฏฺฏติ.
๖๗. อุจฺฉิฏฺโฐทกํ (จูฬว. ๒๕๕; จูฬว. อฏฺฐ. ๒๕๕) นาม มุขวิกฺขาลโนทกํ, ตํ ปตฺเต นิฏฺฐุภิตฺวา ปตฺเตน น นีหเรยฺยาติ อตฺโถ. จลกญฺจ อฏฺฐิกญฺจ จลกฏฺฐิกํ. เอเตสุ ยํ กิญฺจิ ปตฺเตน นีหรนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ปตฺตํ ปฏิคฺคหํ กตฺวา หตฺถํ โธวิตุมฺปิ น ลภติ. หตฺถโธวิตวตฺถโธวิตอุทกมฺปิ ปตฺเต อากิริตฺวา นีหริตุํ น วฏฺฏติ. อนุจฺฉิฏฺฐปตฺตํ อุจฺฉิฏฺฐหตฺเถน คเหตุมฺปิ น วฏฺฏติ. หตฺถํ ปน พหิ โธวิตฺวา คเหตุํ วฏฺฏติ. มจฺฉมํสผลาผลาทีนิ ขาทนฺโต ยํ มุเขน ลุญฺจิตฺวา ลุญฺจิตฺวา ขาทติ, ตํ วา เตสํ อฏฺฐิอาทิกํ วา มุขโต นีหฏํ ปุน อขาทิตุกาโม ฉฑฺเฑตุกาโม ปตฺเต ฐเปตุํ น ลภติ. สิงฺคิเวรนาฬิเกรขณฺฑาทีนิ ขาทนฺเตหิ ฑํสิตฺวา ฑํสิตฺวา ปุน ฐเปตุํ ลภติ. ‘‘น ภิกฺขเว ปตฺตหตฺเถน กวาฏํ ปณาเมตพฺพํ, โย ปณาเมยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๕) วุตฺตตฺตา เยน เกนจิ สรีราวยเวน ปตฺตํ คเหตฺวา ฐิโต เยน เกนจิ สรีราวยเวน กวาฏํ ปณาเมตุํ น ลภติ, ตสฺมา ‘‘ปตฺตหตฺโถวา’’ติ วุตฺตํ. อํสกูเฏ ลคฺคิตฺวา ฐิตสฺส วฏฺฏติ.
๖๘. ภูมิอาธารเกติ เอตฺถ ทนฺตวลฺลิเวตฺตวากาทีหิ กเต วลยาธารเก. ทารุทณฺฑาธาเรติ เอกทารุนา กตอาธารเก จ พหูหิ ทณฺเฑหิ กตอาธารเก จาติ อตฺโถ. ติทณฺเฑ น วฏฺฏติ. เอเตสุ ปน สุสชฺชิเตสุ เอกํ ปตฺตํ ฐเปตฺวาว ตสฺสุปริ เอกํ ฐเปตุํ วฏฺฏติ, ตโย ปน น วฏฺฏนฺติ. เอกํ นิกฺกุชฺชิตฺวาว ภูมิยนฺติ เอตฺถ ภูมิยํ กฏสารกาทีสุ อญฺญตรํ ปตฺถริตฺวา ตสฺสุปริ นิกฺกุชฺชิตฺวา วา อุกฺกุชฺชิตฺวา วา เอกํ ฐเปยฺย, เทฺว ฐเปตุํ น วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย. เทฺว ปน ฐเปนฺเตน อุปริ ฐปิตปตฺตํ เอเกน ปสฺเสน ภูมิยํ ผุสาเปตฺวา ฐเปตุํ วฏฺฏตีติ วทนฺติ.
๖๙-๗๐. อิทานิ อกปฺปิยปตฺเต ทสฺเสตุํ ‘‘ทารุรูปิยโสวณฺณา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ มณิเวฬุริยามยาติ (จูฬว. ๒๕๒; จูฬว. อฏฺฐ. ๒๕๒) มณีติ อินฺทนีลกพรกตาทิ. สเจ คหฏฺฐา ภตฺตคฺเค สุวณฺณรูปิยตฏฺฏกาทีสุ สูปพฺยญฺชนํ กตฺวา อุปนาเมนฺติ, อามสิตุมฺปิ น วฏฺฏติ. ฆฏิกฏาหชา (จูฬว. ๒๕๕; จูฬว. อฏฺฐ. ๒๕๕) จ ตุมฺพกฏาหชา จ ฆฏิตุมฺพกฏาหชา. เอตฺถ ตุมฺพกฏาหชานาม อลาพุ. ปตฺตวินิจฺฉโย.
ปตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.