๔๒. เทสนานิทฺเทสวณฺณนา

๓๘๒. ภิกฺขุภาวสฺส (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๙๘) โย จาโค, สา ปาราชิกเทสนาติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘วิสุทฺธาเปกฺโขติ คิหิ วา โหตุกาโม อุปาสโก วา โหตุกาโม อารามิโก วา โหตุกาโม สามเณโร วา โหตุกาโม’’ติ (ปารา. ๑๙๘). ตสฺมา คิหิภาวาทิกํเยว ปาราชิกํ อาปนฺนสฺส วิสุทฺธิ นาม, อญฺญตรสฺส วิสุทฺธิ เอว นตฺถิ. ‘‘ฉาเทติ ชานมาปนฺนํ, ปริวเสยฺย ตาวตา’’ติอาทินา นเยน เหฏฺฐา วุตฺตวิธึ สนฺธาย ‘‘ยถาวุตฺเตน วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ.

๓๘๓. อิทานิ วตฺตพฺพตํ สนฺธาย ‘‘เอว’’นฺติ วุตฺตํ.

๓๘๔. ปฏิเทเสมีติ อาโรเจมิ. เอตานิ อหํ เอตานาหํ.

๓๘๖. (ก) ยํ สงฺโฆ คิลานสฺส ติจีวเรน วิปฺปวาสสมฺมุตึ เทติ, ตํ อญฺญตฺราติ อตฺโถ.

(ข) อกาลจีวรํ (ปารา. ๕๐๐) นาม ‘‘อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺนํ, อตฺถเต กถิเน สตฺตมาเส อุปฺปนฺนํ, กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ, เอตํ อกาลจีวรํ นามา’’ติ.

(ค) ปุราณจีวรํ (ปารา. ๕๐๕) นาม ‘‘สกึ นิวตฺถมฺปิ สกึ ปารุตมฺปี’’ติ วุตฺตํ. อญฺญาติกา นาม มาติโต วา ปิติโต วา ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา อสมฺพนฺธา. นิสีทนปจฺจตฺถรณโธวาปเน ทุกฺกฏํ.

(ฆ) อญฺญตฺร ปาริวตฺตกาติ (ปารา. ๕๑๒) เอตฺถ หรีตกีขณฺฑมฺปิ วฏฺฏติ. จีวรํ นาม อิธ วิกปฺปนูปคปจฺฉิมโต ปฏฺฐาย อธิปฺเปตํ.

(ง) อญฺญตฺร สมยาติ (ปารา. ๕๑๙) เอตฺถ ‘‘อจฺฉินฺนจีวโร วา โหติ ภิกฺขุ นฏฺฐจีวโร วา’’ติ เอวํ วุตฺตํ สมยนฺติ อตฺโถ.

(จ) ‘‘สนฺตรุตฺตรปรมํ เตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๕๒๔) วุตฺตตฺตา ‘‘ตตุตฺตรี’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ ปน ‘‘สเจ ตีณิ นฏฺฐานิ โหนฺติ, เทฺว สาทิตพฺพานิ. เทฺว นฏฺฐานิ, เอกํ สาทิตพฺพํ, เอกํ นฏฺฐํ, น กิญฺจิ สาทิตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๕๒๔) วุตฺตํ.

(ฉ-ช) ‘‘กีทิเสน เต (ปารา. ๕๒๙), ภนฺเต, จีวเรน อตฺโถ, กีทิสํ เต จีวรํ เจตาเปมี’’ติ เอวํ อปฺปวาริโตติ อตฺโถ. วิกปฺปนฺติ วิสิฏฺฐกปฺปํ อธิกวิธานํ อาปนฺนํ. อิธ ปุริมํ เอกสฺส, ทุติยํ พหูนํ วเสน วุตฺตํ, เอตฺตกํ นานตฺตํ.

(ฌ) อติเรกติกฺขตฺตุนฺติ เอตฺถ เกนจิ ยํ กิญฺจิ อกปฺปิยวตฺถุํ อาเนตฺวา ‘‘อิทํ โข เม, ภนฺเต, อายสฺมนฺตํ อุทฺทิสฺส จีวรเจตาปนฺนํ อาภตํ, ปฏิคฺคณฺหตุ อายสฺมา จีวรเจตาปนฺน’’นฺติ วุตฺเต ‘‘น โข มยํ, อาวุโส, จีวรเจตาปนฺนํ ปฏิคฺคณฺหาม, จีวรญฺจ โข มยํ ปฏิคฺคณฺหาม กาเลน กปฺปิย’’นฺติ วตฺตพฺพํ. เอวํ วุตฺเต สเจ โส ‘‘อตฺถิ โกจิ กปฺปิยการโก’’ติ วทติ, จีวรตฺถิเกน ฐเปตฺวา ปญฺจ สหธมฺมิเก โย โกจิ อุทฺทิสิตพฺโพ ‘‘เอโส โข, อาวุโส, ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ, เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ. เอวํ วุตฺเต สเจ ทายโก ตสฺส หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ‘‘เอโส อยฺยสฺส จีวรํ เจตาเปตฺวา ทสฺสตี’’ติ วตฺวา คจฺฉติ, ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ โจเทตพฺโพ สาเรตพฺโพ ‘‘อตฺโถ เม, อาวุโส, จีวเรนา’’ติ, เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ, ‘‘เทหิ เม จีวร’’นฺติอาทินา น วตฺตพฺพํ. เอวํ ติกฺขตฺตุํ โจทนาย ตํ จีวรํ ลภติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ ลภติ, ฉกฺขตฺตุปรมํ ตุณฺหีภูเตน ฐาตพฺพํ, น อาสเน นิสีทิตพฺพํ, น อามิสํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ, น ธมฺโม ภาสิตพฺโพ. ‘‘กึ การณา อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ชานาหิ, อาวุโส’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ. สเจ นิสชฺชาทีนิ กโรติ, ฐานํ ภญฺชติ. วตฺตเภททุกฺกฏญฺจ อาปชฺชตีติ วทนฺติ. เอวํ ปน อปฺปฏิปชฺชิตฺวา อติเรกติกฺขตฺตุํ โจทนาย อติเรกฉกฺขตฺตุํ ฐาเนน สเจ นิปฺผาเทติ, นิสฺสคฺคิยนฺติ อตฺโถ.

(ญ) สนฺถตํ (ปารา. ๕๔๔) นาม สนฺถริตฺวา กตํ โหติ อวายิมํ. เอกโกสิยํสุนาปิ เจ มิสฺเสตฺวา กโรติ, นิสฺสคฺคิยํ.

(ฏ) สุทฺธกาฬกานนฺติ (ปารา. ๕๔๗-๕๔๙) อญฺเญหิ อมิสฺสิตานนฺติ อตฺโถ. ‘‘กาฬกํ นาม เทฺว กาฬกานิ ชาติกาฬกํ วา รชนกาฬกํ วา’’ติ วุตฺตํ.

(ฐ) อนาทิยิตฺวา…เป… ตุลนฺติ (ปารา. ๕๕๔) เอตฺถ ปน ยตฺตเกหิ เอฬกโลเมหิ กตฺตุกาโม โหติ, เตสุ เทฺว โกฏฺฐาสา กาฬกานํ, เอโก โอทาตานํ, เอโก โคจริยานํ อาทาตพฺโพติ วินิจฺฉโย. เอกสฺสาปิ กาฬกโลมสฺส อติเรกภาเค สติ นิสฺสคฺคิยเมว.

(ฑ) อูนกฉพฺพสฺสานีติ (ปารา. ๕๖๒) ฉพฺพสฺสโต โอรภาเค.

(ฒ) นิสีทนสนฺถตํ (ปารา. ๕๖๗) ปน การาเปนฺเตน ปุราณสนฺถตสฺส เอกปสฺสโต วฏฺฏํ วา จตุรสฺสํ วา ฉินฺทิตฺวา คหิตฏฺฐานํ ยถา วิทตฺถิมตฺตํ โหติ, เอวํ คเหตฺวา เอกเทสํ วา สนฺถริตพฺพํ, วิชเฏตฺวา วา สนฺถริตพฺพํ.

(ต) น เกวลํ โธวาปเน (ปารา. ๕๗๘) เอว นิสฺสคฺคิยํ, รชเนปิ นิสฺสคฺคิยเมว.

(ท) รูปิยปฏิคฺคหณสฺเสว (ปารา. ๕๘๙) ปฏิกฺขิตฺตตฺตา ปฏิคฺคหิตปริวตฺตเน โทสํ อปสฺสนฺตา กตากตาทิวเสน อเนกวิธํ ชาตรูปปริวตฺตนํ กโรนฺติ, ตํ สนฺธาย ‘‘นานปฺปการก’’นฺติ วุตฺตํ.

๓๘๗-๙. อาปตฺตึ เทเสตฺวา ปจฺฉา กตฺตพฺพํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถา’’ติ วุตฺตํ. คิหึ วเทติ สเจ ตตฺถ อาคจฺฉติ อารามิโก วา อุปาสโก วา, ตํ วเทยฺยาติ อตฺโถ. เอวํ วุตฺโต โส ‘‘อิมินา กึ อาหรามี’’ติ เจ วเทยฺยาติ อตฺโถ. อวตฺวามนฺติ ‘‘อิมํ วา อิมํ วา อาหรา’’ติ อวตฺวาติ อตฺโถ. วเทติ ‘‘กปฺปิยํ อาจิกฺขิตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๕๘๔, ๕๘๙) วจนโต ‘‘ปพฺพชิตานํ สปฺปิ วา เตลํ วา มธุ วา ผาณิตํ วา วฏฺฏตี’’ติ เอวํ อาจิกฺขิตพฺพํ, ‘‘อิมํ นาม อาหรา’’ติ น วตฺตพฺพเมว. เทฺวเปเตติ เทฺวปิ เอเต รูปิยปฏิคฺคาหกญฺจ รูปิยสโพฺยหาริกญฺจาติ อตฺโถ. อญฺเญนาติ อนฺตมโส อารามิเกนาปิ ลทฺธภาโค น กปฺปติ เอว.

๓๙๐. อนฺตมโส (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๘๓-๔) ตนฺนิพฺพตฺตา รุกฺขจฺฉายาปิ น กปฺปตีติ. นิสฺสฏฺฐํ ปฏิลทฺธมฺปีติ เอตฺถ ยถา รูปิยสํโวหารํ กตฺวา ลทฺธวตฺถุโต อาภตํ น กปฺปติ, ตถา โกสิยมิสฺสกสนฺถตาทิตฺตยมฺปิ น กปฺปติ. น เกวลํ ตสฺเสว, อญฺเญสมฺปิ น กปฺปเตว ‘‘อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๕๔๕, ๕๕๐, ๕๕๕) วุตฺตตฺตา.

๓๙๑. เอวํ โน เจ ลเภถ, โส อารามิกาทิโก ‘‘อิมํ ฉฑฺเฑหี’’ติ สํสิโย วตฺตพฺโพติ อตฺโถ. เอวมฺปิ โน เจ ลเภยฺย, สมฺมโต ภิกฺขุ ฉฑฺเฑยฺยาติ อตฺโถ.

๓๙๒. ปฏิคฺคหิตรูปิยญฺจ ปริวตฺติตรูปิยญฺจ สนฺธาย ‘‘เอตานี’’ติ วุตฺตํ. ทุติยปตฺโต นาม ‘‘อูนปญฺจพนฺธเนน ปตฺเตน อญฺญํ นวํ ปตฺตํ เจตาเปยฺย, นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๖๑๒) วุตฺตปตฺโต. โส จ เอตานิ จ สงฺเฆ นิสฺสฏฺฐุํ ลพฺภเรติ สมฺพนฺโธ. ‘‘สงฺฆมชฺเฌ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, ภิกฺขุปริสาย นิสฺสชฺชิตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๕๘๔, ๕๘๙) จ วุตฺตตฺตา น คณปุคฺคลานํ นิสฺสชฺชิตุํ วฏฺฏติ. เสสานิ ปน ตีณิ จีวราทิวตฺถูนิ ‘‘นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา’’ติ วุตฺตตฺตา (ปารา. ๔๖๓) สงฺฆาทีนํ นิสฺสชฺชิตุํ วฏฺฏติ. ภาสนฺตเรนปีติ ปาฬิยา วตฺตุํ อสกฺโกนฺเตน ทมิฬภาสาทีสุ อญฺญตรายปิ นิสฺสชฺชิตุํ วฏฺฏตีติ อตฺโถ.

๓๙๓. (ก-ค) นานปฺปการกํ นาม ‘‘จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา, ‘‘อนฺตมโส จุณฺณปิณฺโฑปิ ทนฺตกฏฺฐมฺปิ ทสิกสุตฺตมฺปี’’ติ (ปารา. ๕๙๕) ปาฬิยํ วุตฺตํ. เจตาปิโตติ (ปารา. ๖๑๓) ยาจิตฺวา คหิโต.

๓๙๔. สมฺมนฺนิตฺวาน ปตฺตคาหกํ สงฺฆสฺส ปตฺตนฺตนฺติ (ปารา. ๖๑๔; กงฺขา. อฏฺฐ. อูนปญฺจพทฺธนสิกฺขาปทวณฺณนา) ย อนฺติมํ ปตฺตํ, ตํ ตสฺส ทาปเยติ อตฺโถ.

๓๙๕. (ข) ปริทหิตํ นิสฺสคฺคิยนฺติ เอตฺถ (ปารา. ๖๒๖-๖๒๘; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๘) ปน ฐตฺวา วสฺสิกสาฏิกาย ปริเยสนกฺเขตฺตํ กรณกฺเขตฺตํ นิวาสนกฺเขตฺตํ อธิฏฺฐานกฺเขตฺตนฺติ จตุพฺพิธํ เขตฺตญฺจ กุจฺฉิสมโย ปิฏฺฐิสมโยติ ทุวิโธ สมโย จ เวทิตพฺโพ. กถํ? คิมฺหานมาเสสุ ปจฺฉิมมาสสฺส ปุริโม อฑฺฒมาโส ปริเยสนกฺเขตฺตํ, ปจฺฉิโม กรณกฺเขตฺตญฺจ นิวาสนกฺเขตฺตญฺจ, ปริเยสิตุมฺปิ วฏฺฏติ, อธิฏฺฐาตุํ ปน น วฏฺฏติ. วสฺสิกา ปน จตฺตาโร มาสา ปริเยสนาทีนํ จตุนฺนมฺปิ เขตฺตํ. เอเต เอว ปญฺจ มาสา กุจฺฉิสมโย นาม. อิตเร สตฺต มาสา ปิฏฺฐิสมโย, ตตฺถ สตุปฺปาทกรณํ น วฏฺฏติ.

(ค) อจฺฉินฺนนฺติ เอตฺถ ‘‘โย ปน มม ปตฺตจีวราทีนิ วหนฺโต มยา สทฺธึ จริสฺสตี’’ติ สญฺญาย จีวรํ ทตฺวา ปุน สกสญฺญาย เอว อตฺตโน เวยฺยาวจฺจํ อกโรนฺตํ ทิสฺวา อจฺฉินฺทติ, โส อิมํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. เกวลํ ปริจฺจชิตฺวา ทินฺนํ คเหตุเมว น ลภติ.

(ฆ) สุตฺตํ วิญฺญาเปตฺวาติ เอตฺถ จีวรการสมยาทีสุ จีวรสิพฺพนาทีนมตฺถาย สุตฺตํ วิญฺญาเปตฺวาติ อตฺโถ. อญฺญถา สุตฺตํ วิญฺญาเปตุเมว น วฏฺฏติ. วิญฺญตฺติยา เอว ลทฺธตนฺตวาเยหีติ อตฺโถ. สุตฺตตนฺตวายานํ อกปฺปิยภาเว สติ ทีฆโต วิทตฺถิมตฺเต, ติริยนฺตโต หตฺถมตฺเต วีเต นิสฺสคฺคิยํ, เอกโต อกปฺปิยปกฺเข ทุกฺกฏํ.

(ง) วิกปฺปํ อาปนฺนนฺติ (ปารา. ๖๔๓) ‘‘อิทํ โข, อาวุโส, จีวรํ มํ อุทฺทิสฺส วิยฺยติ, อายตญฺจ กโรถ วิตฺถตญฺจา’’ติอาทินา อธิกํ วิธานํ อาปนฺนนฺติ อตฺโถ.

(จ) อจฺเจกจีวรํ (ปารา. ๖๔๙-๖๕๐) นาม เสนาย คนฺตุกามาทีหิ ทินฺนํ.

(ฉ) อติเรกฉารตฺตนฺติ (ปารา. ๖๕๔-๖๕๕) ฉทิวสโต อติเรกํ. ‘‘อตฺถตกถินานํ โว, ภิกฺขเว, ปญฺจ กปฺปิสฺสนฺติ, อนามนฺตจาโร อสมาทานจาโร คณโภชนํ ยาวทตฺถจีวรํ โย จ ตตฺถ จีวรุปฺปาโท, โส เนสํ ภวิสฺสตี’’ติ (มหาว. ๓๐๖) วุตฺตอานิสํเสสุ จีวรมาเส อสมาทานจารํ ฐเปตฺวา เสสานิสํสา ลพฺภนฺติ. ยทิ อสมาทานจาโร ลพฺเภยฺย, ปาเวยฺยกา ภิกฺขู วสฺสํวุตฺถา โอกปุณฺเณหิ จีวเรหิ น ภควนฺตํ อุปสงฺกเมยฺยุํ, ยสฺมา ตํ น ลภนฺติ, ตสฺมา จีวรมาเสปิ ติจีวรํ อาทาย เอว ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ. ตสฺมา เวทิตพฺพํ อสมาทานจารปริหารํ อตฺถตกถินา เอว ลภนฺติ, น อิตเรติ วทนฺติ.

๓๙๗. (ข) ‘‘อหํ, ภนฺเต, เอกํ ปาฏิเทสนียาปตฺตึ, เทฺว, สมฺพหุลา ปาฏิเทสนียาปตฺติโย อาปชฺชิ’’นฺติ อิมํ ปน เยสุ โปตฺถเกสุ ลิขิตํ, ตํ อภยคิริวาสีนํ ขุทฺทสิกฺขาวเสน ทสฺสิตํ กิร. ตตฺถ ‘‘อหํ, อายสฺมา, สมฺพหุลา ปาฏิเทสนียา อาปตฺติโย อาปนฺโน, ตาโย ปฏิเทเสมิ. อหํ, อายสฺมา, เอกํ ปาฏิเทสนียํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตํ ปฏิเทเสมี’’ติ หิ วุตฺตํ. อมฺหากํ ปน เอวํ เทสนาวิธานํ นตฺถิ. ‘‘คารยฺหํ, อาวุโส, ธมฺมํ อาปชฺชึ อสปฺปายํ ปาฏิเทสนียํ, ตํ ปฏิเทเสมี’’ติ (ปาจิ. ๕๕๓) วุตฺตํ. สมนฺตปาสาทิกายํ (ปาจิ. ๕๕๓) ‘‘คารยฺหํ อาวุโส’ติอาทิ ปฏิเทเสตพฺพาการทสฺสน’’นฺติ วุตฺตํ. กงฺขาวิตรณิยมฺปิ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาฏิเทสนียสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ตสฺสา เทเสตพฺพากาโร คารยฺหํ อาวุโส’ติอาทินา นเยน สิกฺขาปเท ทสฺสิโตเยวา’’ติ วุตฺตตฺตา ปาเฐ อาคตนเยเนว เทสนาวิธานํ เวทิตพฺพํ. สเจ เทฺว โหนฺติ, ‘‘คารเยฺห, อาวุโส, เทฺว ธมฺเม อาปชฺชึ อสปฺปาเย ปาฏิเทสนีเย, เต ปฏิเทเสมี’’ติ, ‘‘ปสฺสถ, ภนฺเต, เต ธมฺเม’’ติ จ ‘‘คารเยฺห, อาวุโส, สมฺพหุเล ธมฺเม อาปชฺชึ อสปฺปาเย ปาฏิเทสนีเย, เต ปฏิเทเสมี’’ติ, ‘‘ปสฺสถ, ภนฺเต, เต ธมฺเม’’ติ จ เอวํ ยถานุรูปํ เทสนาวิธานํ เวทิตพฺพํ. เสสํ วุตฺตปฺปการเมวาติ.

๓๙๘. อเทสนาคามินิยนฺติ (ปริ. ๔๒๔ อาทโย; ปริ. อฏฺฐ. ๔๒๕) ปาราชิกญฺจ สงฺฆาทิเสสญฺจ น เทสเยติ อตฺโถ. อนาปตฺติญฺจาติ อนาปตฺตึ เอว ‘‘อาปตฺติ’’นฺติ น เทสเย. ลหุกาปตฺติมฺปิ ปุพฺเพ เทสิตํ ปุน น เทสเยติ สมฺพนฺโธ, นานาสํวาสนิสฺสีมฏฺฐิตานํ สนฺติเก น เทสเยติ อตฺโถ. จตุปญฺจหีติ เอตฺถ สมานวสฺสิกปวารณายํ วิย จตูหิ วา ปญฺจหิ วา เอกโต หุตฺวา เอกสฺส สนฺติเก น เทสเยติ อตฺโถ. ทฺวินฺนํ วา ติณฺณํ วา วฏฺฏติ. กถํ เทเสตพฺพนฺติ เจ? เอกสฺส สนฺติเก ตีหิปิ เอกโต นิสีทิตฺวา ‘‘อหํ, ภนฺเต, เอกํ ปาจิตฺติยาปตฺตึ อาปชฺชึ, ตํ ตุมฺหมูเล ปฏิเทเสมี’’ติ เอวํ อตฺตนา อาปนฺนอาปตฺติวเสน วุตฺเต เตน ‘‘ปสฺสสิ, อาวุโส, ตํ อาปตฺติ’’นฺติ เอวํ ติกฺขตฺตุํ วุตฺเต ‘‘อาม, ภนฺเต, ปสฺสามี’’ติ วา ‘‘อามาวุโส ปสฺสามี’’ติ วา วุตฺเต ปุน เตน ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาถา’’ติ วา ‘‘สํวเรยฺยาสี’’ติ วา วุตฺเต ‘‘สาธุ สุฏฺฐุ สํวริสฺสามี’’ติ วตฺตพฺพํ, เอวํ เทเสตพฺพํ. มนสาติ วจีเภทํ อกตฺวา เกวลํ จิตฺเตเนว น เทสเยติ อตฺโถ. อปกตตฺตานนฺติ อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนสฺส วา อุกฺขิตฺตกสฺส วา อุโปสโถ ปวารณา วา ฐปิตา โหนฺติ, ตสฺส สนฺติเก น เทสเยติ อตฺโถ. นาเนกาติ นานาปตฺติโย ‘‘เอกา’’ติ วตฺวา น เทสเยติ อตฺโถ. เอกา ปน ‘‘สมฺพหุลา’’ติ เทสิตา โหตีติ. เทสนาวินิจฺฉโย.

เทสนานิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.