๓. จีวรนิทฺเทสวณฺณนา
๓๐. เอวํ ครุเก สิกฺขิตพฺพาการํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ จีวเรสุ ทสฺเสตุํ ‘‘จีวร’’นฺติ อุทฺธฏํ. ตตฺถ ชาติโต ฉ จีวรานิ (มหาว. ๓๓๙; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๒-๔๖๓; กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา), ตานิ กานีติ เจ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โขมา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ โขมํ นาม โขมวากสุตฺเตหิ กตํ วตฺถํ. สาณํ นาม สาณวาเกหิ กตํ วตฺถํ. ภงฺคํ นาม โขมสุตฺตาทีหิ ปญฺจหิ มิสฺเสตฺวา กตํ วตฺถํ. ปาเฏกฺกํ วากมยเมว วาติ วทนฺติ. กมฺพลํ นาม มนุสฺสโลมํ วาฬโลมํ ฐเปตฺวา โลเมหิ วายิตฺวา กตํ วตฺถํ. ฉเฬตานีติ ฉ เอตานิ. สห อนุโลเมหีติ สานุโลมานิ. ชาติโต ปน กปฺปิยานิ ฉ จีวรานีติ วุตฺตํ โหติ.
๓๑. อิทานิ เตสํ อนุโลมานิ ทสฺเสตุํ ‘‘ทุกูล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๕) ทุกูลํ สาณสฺส อนุโลมํ วากมยตฺตา. ปฏฺฏุณฺณนฺติ ปฏฺฏุณฺณเทเส ปาณเกหิ สญฺชาตวตฺถํ. โสมารเทเส, จีนเทเส ชาตํ โสมารจีนชํ ปฏนฺติ สมฺพนฺโธ. อิมานิ ตีณิปิ โกเสยฺยสฺส อนุโลมานิ ปาณเกหิ กตสุตฺตมยตฺตา. อิทฺธิชนฺติ เอหิภิกฺขูนํ ปุญฺญิทฺธิยา นิพฺพตฺตจีวรํ. ตํ ปน โขมาทีนํ อญฺญตรํ โหติ. กปฺปรุกฺเขหิ นิพฺพตฺตํ ชาลินิยา เทวกญฺญาย อนุรุทฺธตฺเถรสฺส ทินฺนวตฺถาทิกํ เทวทินฺนํ. ตมฺปิ โขมาทีหิ นิพฺพตฺตวตฺถสทิสตฺตา ฉนฺนมฺปิ อนุโลมํ โหติเยว กปฺปาสิกสฺส วา, อิทฺธิชมฺปิ ตเถว เวทิตพฺพํ. ตสฺส ตสฺสาติ โขมาทิกสฺส. อนุโลมิกนฺติ อนุรูปํ.
๓๒-๓๓. เอวํ ชาติโต สานุโลมานิ ฉ จีวรานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตสุ อธิฏฺฐานาทิกํ วิธานํ ทสฺเสตุํ ‘‘ติจีวร’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกขาปทวณฺณนา; มหาว. ๓๕๘) ธิฏฺฐานโต ปุพฺเพ ติจีวรํ นาม ปาเฏกฺกํ นตฺถิ สงฺฆาฏิอาทิปฺปโหนกสฺส ปจฺจตฺถรณาทิวเสนาปิ อธิฏฺฐาตุํ อนุญฺญาตตฺตา. ตสฺมา ‘‘ติจีวรํ อธิฏฺเฐยฺย น วิกปฺเปยฺยา’’ติ เอตฺถ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏิ’’นฺติ เอวํ นาเม คหิเต ‘‘อธิฏฺฐาน’’มิจฺเจว วตฺตพฺพํ, ‘‘วิกปฺเปมี’’ติ ปน น วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. เอวํ เสเสสุปิ. มุขปุญฺฉนญฺจ นิสีทนญฺจ มุขปุญฺฉนนิสีทนํ. กณฺฑุจฺฉาทินฺติ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ อธิฏฺเฐยฺย, น วิกปฺเปยฺยาติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ อิเมสุ นวสุ จีวเรสุ. ติจีวรนฺติ ติจีวราธิฏฺฐานนเยน อธิฏฺฐิตติจีวรํ. วินา อลทฺธสมฺมุติโก ภิกฺขุ อวิปฺปวาสสมฺมุติอลทฺธฏฺฐาเน เอกาหมฺปิ หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา น วเสยฺยาติ อตฺโถ. ‘‘น ภิกฺขเว จาตุมาสํ นิสีทเนน วิปฺปวสิตพฺพํ, โย วิปฺปวเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ ขุทฺทกกฺขนฺธเก (จูฬว. ๒๖๓) วุตฺตตฺตา จาตุมาสํ นิสีทนํ วินา น วเสยฺยาติ อตฺโถ.
๓๔. อิทานิ อธิฏฺฐานวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏิ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ มิจฺจธิฏฺฐเยติ อิติ อธิฏฺฐเย, ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ เอวํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐเยติ อตฺโถ. อหตฺถปาสเมตนฺติ ทูเร ฐิตํ ปน ฐปิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา สเจ เอกํ, ‘‘เอต’’นฺติ, พหูนิ เจ, ‘‘เอตานี’’ติ วตฺวา อธิฏฺฐเยติ อตฺถสมฺพนฺโธ. เสเสสุปิ อยํ นโยติ ยถา ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วุตฺตํ, เอวํ ‘‘อิมํ อุตฺตราสงฺคํ, อิมํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ อธิฏฺฐามี’’ติ เอวํ อตฺตโน นาเมเนว วตฺวา สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ วุตฺตนเยน อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ.
๓๕. อิทานิ สเจ ปุพฺเพ อธิฏฺฐิตํ ติจีวรํ นิสีทนํ วสฺสิกสาฏิกํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทีติ อิเมสุ ฉสุ จีวเรสุ อญฺญตรํ จีวรํ อตฺถิ, ปุน ตถาวิธํ จีวรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริหริตุํ อิจฺฉนฺเตน ‘‘เทฺว ปน น วฏฺฏนฺตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙; กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตตฺตา ปุพฺเพ อธิฏฺฐิตํ ปจฺจุทฺธริตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อธิฏฺฐหนฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ อุตฺตานเมว. ปตฺตาธิฏฺฐหเน ตถาติ ‘‘อิมํ ปตฺตํ, เอตํ ปตฺต’’นฺติ เอวํ นามมตฺตเมว วิเสโส. เสสํ ตาทิสเมวาติ อตฺโถ.
๓๖. เอตํ อิมํ ว สงฺฆาฏึ สํเสติ เอตฺถ สเจ อนฺโตคพฺเภ วา สามนฺตวิหาเร วา โหติ, ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอตํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา, สเจ หตฺถปาเส โหติ, ‘‘อิมํ สงฺฆาฏิ’’นฺติ เตสํ เตสํ นามวเสน วาจา ภินฺทิตพฺพาติ อตฺโถ. ปจฺจุทฺธาเรปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน ‘‘เทฺว จีวรสฺส อธิฏฺฐานา กาเยน วา อธิฏฺเฐติ, วาจาย วา อธิฏฺเฐตี’’ติ (ปริ. ๓๒๒) วุตฺตตฺตา สงฺฆาฏิอาทิกํ หตฺเถน คเหตฺวา ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติอาทินา นเยน จิตฺเตน อาโภคํ กตฺวา กายวิการํ กโรนฺเตน กาเยน อธิฏฺฐาตพฺพํ, เยน เกนจิ สรีราวยเวน อผุสนฺตสฺส น วฏฺฏติ. วาจาย อธิฏฺฐหนฺเตน วจีเภทํ กตฺวาว อธิฏฺฐาตพฺพํ. ตถา ปตฺเตปิ. วิทูติ ปณฺฑิโต.
๓๗-๘. อิทานิ เตสํ ปมาณปริจฺเฉทํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺฆาฏิ ปจฺฉิมนฺเตนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทีฆโต มุฏฺฐิปญฺจกโต (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙; กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ปฏฺฐาย ‘‘ตตฺริทํ สุคตสฺส สุคตจีวรปฺปมาณํ, ทีฆโส นว วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา, ติริยํ ฉ วิทตฺถิโย’’ติ (ปาจิ. ๕๔๘) เอวํ วุตฺตสุคตจีวรูนาปิ วฏฺฏติ. ติริยํ ปน มุฏฺฐิตฺติกํ. จ-สทฺเทน อติเรกมฺปิ วฏฺฏตีติ อตฺโถ. อุตฺตราสงฺคสฺสปิ เอตเทว ปมาณนฺติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา เอกํสิกสฺสาปี’’ติ วุตฺตํ. อนฺตรวาสกสฺส ปน ‘‘ปารุปเนนปิ หิ สกฺกา นาภึ ปฏิจฺฉาเทตุ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) อฏฺฐกถาวจนโต ‘‘ทฺวิหตฺโถ วา’’ติ วุตฺตํ.
๓๙. นิสีทนสฺส ทีเฆนาติ เอตฺถ (ปาจิ. ๕๓๑ อาทโย; ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๓๑; กงฺขา. อฏฺฐ. นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา) นิสีทนนฺติ สนฺถตสทิสํ สนฺถริตฺวา เอกสฺมึ อนฺเต วุตฺตปฺปมาเณน ทฺวีสุ ฐาเนสุ ผาเลตฺวา กตาหิ ตีหิ ทสาหิ ยุตฺตสฺส ปริกฺขารสฺเสตํ นามํ.
๔๐. กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ (ปาจิ. ๕๓๘; มหาว. ๓๕๔; ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๓๗; กงฺขา. อฏฺฐ. กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิสิกฺขาปทวณฺณนา) นาม ยสฺส อโธนาภิอุพฺภชาณุมณฺฑลํ กณฺฑุ วา ปิฬกา วา อสฺสาโว วา ถุลฺลกจฺฉุ วา อาพาโธ, ตสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถาย อนุญฺญาตํ จีวรํ. คาถาโย สุวิญฺเญยฺยาว.
๔๑. อฑฺฒเตยฺยาวาติ (ปาจิ. ๕๔๔) เอตฺถ ตโต อุทฺธํ น วฏฺฏตีติ อตฺโถ.
๔๒. เอตฺถาติ สงฺฆาฏิโต ปฏฺฐาย ยาว วสฺสิกสาฏิกา, ตาว ทสฺสิตจีวเรสูติ อตฺโถ. ตทุตฺตรินฺติ ตโต เตสํ จีวรานํ วุตฺตปฺปมาณโต อุตฺตรึ กโรนฺตสฺส เฉทนปาจิตฺติ โหตีติ ปาฐเสโส, ตํ อติเรกํ ฉินฺทิตฺวา ปุน ปาจิตฺติยํ เทเสตพฺพนฺติ อตฺโถ. ปจฺจตฺถรณมุขโจฬาติ เอตฺถ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยาว มหนฺตํ ปจฺจตฺถรณํ อากงฺขติ, ตาว มหนฺตํ ปจฺจตฺถรณํ กาตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๓) วุตฺตตฺตา ปจฺจตฺถรณสฺส ปมาณปริจฺเฉโท นตฺถิ,. มุขปุญฺฉนโจฬสฺส ปน อุกฺกฏฺฐวเสน วา อนฺติมวเสน วา ปมาณปริจฺเฉโท น วุตฺโต, ตสฺมา ตมฺปิ อปฺปมาณิกํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อากงฺขิตปฺปมาณิกา’’ติ, อิจฺฉิตปฺปมาณิกาติ อตฺโถ. ยาว เอกํ โธวียติ, ตาว อญฺญํ ปริโภคตฺถาย อิจฺฉิตพฺพนฺติ เทฺวปิ วฏฺฏนฺติ.
๔๓. น ทีปิตนฺติ กตฺถ น ทีปิตํ? อฏฺฐกถาสุ. กสฺมาติ เจ? ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขูนํ ปริปุณฺณํ โหติ ติจีวรํ, อตฺโถ จ โหติ ปริสฺสาวเนหิปิ ถวิกาหิปิ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปริกฺขารโจฬก’’นฺติ (มหาว. ๓๕๗) พหูนํ ปตฺตถวิกปริสฺสาวนาทีนํ สงฺคหวเสน วุตฺตตฺตา ปาเฏกฺกํ นิธานมุขนฺติ. ยสฺมา ปน ภควตา ‘‘ยํ ยํ ลพฺภติ, ตํ ตํ อิมินา วิธาเนน อธิฏฺฐหิตฺวา ปุน เยน เยน ปริสฺสาวนาทินา อตฺโถ โหติ, ตํ ตํ กตฺวา คณฺหนฺตู’’ติ อนุกมฺปาย อนุญฺญาตํ, ตสฺมา วิกปฺปนุปคปจฺฉิมจีวรปฺปมาณํ ถวิกมฺปิ ปฏปริสฺสาวนมฺปิ พหูนิปิ เอกโต กตฺวา ‘‘อิมานิ จีวรานิ ปริกฺขารโจฬานิ อธิฏฺฐามี’’ติ วตฺวา อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏติเยว. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตถา วตฺวา’’ติ, ‘‘ปริกฺขารโจฬ’’นฺติ วตฺวาติ อตฺโถ. วิกปฺปิยนฺติ วิกปฺปนุปคํ.
๔๔. อหตกปฺปานนฺติ (มหาว. ๓๔๘) เอกวารํ โธวิตกานํ.
๔๕. อุตุทฺธฏานนฺติ อุตุโต ทีฆกาลโต อุทฺธฏานํ, กตวตฺถกิจฺจานํ ปิโลติกานนฺติ วุตฺตํ โหติ. เสสาติ อุตฺตราสงฺคอนฺตรวาสกา. ปํสุ วิย กุจฺฉิตภาวํ ปฏิกฺกูลภาวํ อุลติ คจฺฉตีติ ปํสุกูลํ, โจฬขณฺฑานเมตํ นามํ, ตสฺมึ ปํสุกูเล ยถารุจีติ อตฺโถ. กสฺมาติ เจ? ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อหตานํ ทุสฺสานํ อหตกปฺปานํ ทิคุณํ สงฺฆาฏึ เอกจฺจิยํ อุตฺตราสงฺคํ เอกจฺจิยํ อนฺตรวาสกํ, อุตุทฺธฏานํ ทุสฺสานํ จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ ทิคุณํ อุตฺตราสงฺคํ ทิคุณํ อนฺตรวาสกํ, ปํสุกูเล ยาวทตฺถํ, ปาปณิเก อุสฺสาโห กรณีโย’’ติ วุตฺตตฺตา, ตสฺมา สุสานาทีสุ ปติตปํสุกูเล จ อนฺตราปเณ ปติตปิโลติกจีวเร จ ปฏปริจฺเฉโท นตฺถิ, ปฏสตมฺปิ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ.
๔๖. อิทานิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฉินฺนกํ สงฺฆาฏึ ฉินฺนกํ อุตฺตราสงฺคํ ฉินฺนกํ อนฺตรวาสก’’นฺติ (มหาว. ๓๔๕) วตฺวา ปุน ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน ติจีวเร กยิรมาเน สพฺพํ ฉินฺนกํ นปฺปโหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เทฺว ฉินฺนกานิ เอกํ อจฺฉินฺนกนฺติ. เทฺว ฉินฺนกานิ เอกํ อจฺฉินฺนกํ นปฺปโหติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เทฺว อจฺฉินฺนกานิ เอกํ ฉินฺนกนฺติ. เอกํ ฉินฺนกํ นปฺปโหติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อนฺวาธิกมฺปิ อาโรเปตุํ. น จ, ภิกฺขเว, สพฺพํ อจฺฉินฺนกํ ธาเรตพฺพํ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๓๖๐) เอวํ วุตฺตวิธานํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตีสู’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตสฺส อตฺโถ – ตีสุ จีวเรสุ ยํ ฉินฺทิตฺวา สิพฺพิตุํ สพฺพปจฺฉิมปฺปมาณํ ปโหติ, ตํ ฉินฺทิตพฺพํ. สพฺเพสุ ปน อปฺปโหนฺเตสุ อนฺวาธิกํ อาทิเยยฺยาติ. ตตฺถ อนฺวาธิ นาม อนุวาตํ วิย สํหริตฺวา จีวรสฺส อุปริ สงฺฆาฏิอากาเรน อาโรเปตพฺพํ. อาคนฺตุกปตฺตนฺติปิ วทนฺติ. อิทํ ปน อปฺปโหนเก อนุญฺญาตํ. สเจ ปโหติ, น วฏฺฏนฺติ, ฉินฺทิตพฺพเมว. อนาทิณฺณนฺติ อนาโรปิตํ อนฺวาธิกํ. น ธาเรยฺยาติ ติจีวราธิฏฺฐานวเสน อธิฏฺฐหิตฺวา น ธาเรตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.
๔๗-๘. อิทานิ อุโทสิตสิกฺขาปทนยํ ทสฺเสตุํ ‘‘คาเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ ปน สเจ คาโม (ปารา. ๔๗๘; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๗๗-๔๗๘; กงฺขา. อฏฺฐ. อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา) เอกสฺส รญฺโญ วา โภชกสฺส วา วเสน เอกกุลสฺส โหติ, ปาการาทินา ปริกฺขิตฺตตฺตา เอกูปจาโร จ, เอวรูเป คาเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺมึ คาเม ยถารุจิตฏฺฐาเน วสิตุํ ลพฺภติ. สเจ โส คาโม อปริกฺขิตฺโต, ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ ฆเร วสิตพฺพํ, ตสฺส วา ฆรสฺส สมนฺตโต หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ.
สเจ โส คาโม เวสาลิกุสินาราทโย วิย นานาราชูนํ วา โภชกานํ วา โหติ, วุตฺตปฺปกาเรน ปริกฺขิตฺโต จ, เอวรูเป คาเม ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ ฆเร วา วตฺถพฺพํ. ยสฺสา วีถิยา ตํ ฆรํ โหติ, ตสฺสา วีถิยา ตสฺส ฆรสฺส สมฺมุขาฏฺฐาเน สภาเย วา นครทฺวาเร วา วตฺถพฺพํ, เตสํ สภายทฺวารานํ หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. สเจ อปริกฺขิตฺโต, ยสฺมึ ฆเร นิกฺขิตฺตํ, ตตฺถ วา ตสฺส หตฺถปาเส วา วตฺถพฺพํ.
นิเวสนาทโย หมฺมิยปริโยสานา คามปริกฺเขปโต พหิ สนฺนิวิฏฺฐาติ เวทิตพฺพา. อิตรถา เตสํ คามคฺคหเณเนว คหิตตฺตา คามสฺส เอกกุลนานากุลเอกูปจารนานูปจารตาวเสเนว วินิจฺฉโย วตฺตพฺโพ สิยา. นิเวสนาทีนํ วเสเนว ปาฬิยํ (ปารา. ๔๗๘ อาทโย) อตฺโถ วิภตฺโต, น คามวเสน. อุโทสิตวินิจฺฉเย อยํ นโย วุตฺโตเยว.
นิเวสเนติ เอตฺถ สเจ เอกกุลสฺส นิเวสนํ โหติ ปริกฺขิตฺตญฺจ, อนฺโตนิเวสเน จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตนิเวสเน วตฺถพฺพํ. อปริกฺขิตฺตญฺเจ โหติ, ยสฺมึ คพฺเภ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ วตฺถพฺพํ, ตสฺส คพฺภสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. สเจ นานากุลสฺส โหติ ปริกฺขิตฺตญฺจ, ยสฺมึ คพฺเภ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ คพฺเภ วตฺถพฺพํ, สพฺเพสํ สาธารณทฺวารมูเล วา เตสํ คพฺภทฺวารมูเล วา เตสํ คพฺภทฺวารมูลานํ วา หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ. อปริกฺขิตฺตญฺเจ โหติ, ยสฺมึ คพฺเภ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ คพฺเภ วตฺถพฺพํ, หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ.
อุโทสิโตติ ยานาทีนํ ภณฺฑานํ สาลา. ปาสาโทติ ทีฆปาสาโท. หมฺมิยนฺติ มุณฺฑจฺฉทนปาสาโท. นาวา ปน ถลํ อาโรเปตฺวา นิกฺขิตฺตาปิ โหติ, สมุทฺเท ฐิตาปิ. สเจ เอกกุลสฺส นาวา โหติ, อนฺโตนาวาย จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตนาวาย วตฺถพฺพํ. นานากุลสฺส นาวา โหติ นานาคพฺภา นานาโอวรกา, ยสฺมึ โอวรเก จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ วตฺถพฺพํ, จีวรสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ.
อฏฺโฏติ ปฏิราชาทีนํ ปฏิพาหนตฺถํ อิฏฺฐกาหิ กโต พหลภิตฺติโก จตุปญฺจภูมิโก ปติสฺสยวิเสโส. มาโฬติ เอกกูฏสงฺคหิโต จตุรสฺสปาสาโท. อิเมสุ ปน อุโทสิตาทีสุ มาฬปริโยสาเนสุ นิเวสเน วุตฺตนเยเนว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. นิเวสนนฺติ ปน อุโทสิตาทีนํ วเสน อกตาย ปติสฺสยวิกติยา อธิวจนํ.
อาราโม นาม ปุปฺผารามผลารามาทิโก. สเจ เอกกุลสฺส อาราโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ, อนฺโตอาราเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตอาราเม วตฺถพฺพํ. สเจ อปริกฺขิตฺโต, จีวรสฺส หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ. สเจ นานากุลสฺส อาราโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ, ทฺวารมูเล วา วตฺถพฺพํ, ทฺวารมูลสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. อปริกฺขิตฺโต เจ, จีวรสฺส หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ.
สตฺโถ นาม ชงฺฆสตฺถสกฏสตฺถานมญฺญตโร. สเจ เอกกุลสฺส สตฺโถ โหติ, สตฺเถ จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา ปุรโต วา ปจฺฉโต วา สตฺตพฺภนฺตรา น วิชหิตพฺพา, ปสฺสโต อพฺภนฺตรํ น วิชหิตพฺพํ. อพฺภนฺตรํ นาม อฏฺฐวีสติหตฺถํ โหติ. สเจ คจฺฉนฺโต สตฺโถ สกเฏ วา ภคฺเค, โคเณ วา นฏฺเฐ อนฺตรา ฉิชฺชติ, ยสฺมึ โกฏฺฐาเส จีวรํ นิกฺขิปิตพฺพํ, ตตฺถ วสิตพฺพํ. สเจ นานากุลสฺส โหติ, สตฺเถ จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา จีวรสฺส หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ.
เขตฺตขเลสุ อาราเม วุตฺตสทิโสว วินิจฺฉโย. ทุเมติ รุกฺขมูเล. สเจ เอกกุลสฺส รุกฺขมูลํ โหติ, ยํ มชฺฌนฺหิกกาเล สมนฺตา ฉายา ผรติ, ตสฺมึ ฐาเน อวิรเฬ ปเทเส ตสฺส ฉายาย ผุฏฺโฐกาสสฺส อนฺโต เอว นิกฺขิปิตพฺพํ. สเจ วิรฬสาขสฺส ปน รุกฺขสฺส อาตเปน ผุฏฺโฐกาเส ฐเปติ, อรุณุคฺคมเน สเจ โส ภิกฺขุ ตสฺส หตฺถปาเส น โหติ, อญฺญสฺมึ วา ฐาเน ตสฺส ฉายายปิ โหติ, นิสฺสคฺคิยํ โหติเยว. นานากุลสฺส เจ โหติ, จีวรสฺส หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ.
อชฺโฌกาเส ปน วิญฺฌาฏวีอาทีสุ อรญฺเญสุปิ สมุทฺทมชฺเฌ มจฺฉพนฺธานํ อคมนปเถสุ ทีปเกสุปิ จีวรํ ฐเปตฺวา ตโต สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตเร ปเทเส ยตฺถ กตฺถจิ วสิตพฺพํ. สเจ สตฺตพฺภนฺตรโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ อติกฺกมิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐเปติ, นิสฺสคฺคิยํ โหติ.
เอตฺถ ปน ปาฬิยํ ‘‘คาโม เอกูปจาโร นานูปจาโร’’ติอาทินา (ปารา. ๔๗๗) อวิเสเสน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวาปิ คามนิเวสนอุโทสิตเขตฺตธญฺญกรณอารามวิหารานํ เอกูปจารนานูปจารตา ‘‘คาโม เอกูปจาโร นาม เอกกุลสฺส คาโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ อปริกฺขิตฺโต จา’’ติอาทินา (ปารา. ๔๗๘) ปริกฺขิตฺตาปริกฺขิตฺตวเสน วิภตฺตา. อฏฺฏมาฬปาสาทหมฺมิยนาวาสตฺถรุกฺขมูลอชฺโฌกาสานมฺปิ เอวํ อวตฺวา ‘‘เอกกุลสฺส อฏฺโฏ โหติ, นานากุลสฺส อฏฺโฏ โหตี’’ติอาทินา (ปารา. ๔๘๔) นเยน เอกกุลนานากุลวเสน จ อนฺเต ‘‘อชฺโฌกาโส เอกูปจาโร นาม อคามเก อรญฺเญ สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตรา เอกูปจาโร, ตโต ปรํ นานูปจาโร’’ติ (ปารา. ๔๙๔) จ เอวํ เอกูปจารนานูปจารตา วิภตฺตา. ตสฺมา คามาทีสุ ปริกฺขิตฺตํ เอกูปจารํ, อปริกฺขิตฺตํ นานูปจารนฺติ จ อฏฺฏาทีสุ ยํ เอกกุลสฺส, ตํ เอกูปจารํ นานากุลสฺส นานูปจารนฺติ จ คเหตพฺพํ. อชฺโฌกาสปเท วุตฺตนเยน คเหตพฺพํ.
ภิกฺขุสมฺมุติยาญฺญตฺราติ ยํ คิลานสฺส ภิกฺขุโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ญตฺติทุติเยน กมฺเมน อวิปฺปวาสสมฺมุติ ทียติ, ตํ ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. ลทฺธสมฺมุติกสฺส ปน ยาว โรโค น วูปสมฺมติ, ตสฺมึ วูปสนฺเต อญฺโญ วา กุปฺปติ, อนาปตฺติเยว.
๔๙. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ ยาว อาพาธา อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํ. วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) วุตฺตตฺตา โรคปริยนฺตา กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ, วสฺสานปริยนฺตา วสฺสิกสาฏิกาติ อตฺโถ. เสสาติ ติจีวราทโย กาลวเสน อปริยนฺติกาติ อตฺโถ.
๕๐. ปจฺจตฺถรณาทิตฺตยํ สทสมฺปิ อทสมฺปิ รตฺตมฺปิ อรตฺตมฺปิ อาทิณฺณกปฺปมฺปิ อนาทิณฺณกปฺปมฺปิ ลพฺภตีติ อตฺโถ. นิสีทนนฺติ นิสีทนญฺจ รตฺตํ อนาทิณฺณกปฺปญฺจ ลพฺภตีติ อธิปฺปาโย. ปจฺจตฺถรณปริกฺขารมุขปุญฺฉนโจฬานิ ปน นีลมฺปิ ปีตกมฺปิ โลหิตกมฺปิ ปุปฺผทสาทิกมฺปิ วฏฺฏนฺติ, ตสฺมา ‘‘สทสมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวรูปํ ปน นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา น วฏฺฏติ, เกวลํ ปจฺจตฺถรณาทิวเสน อธิฏฺฐานมตฺตํ กาตุํ วฏฺฏติ.
๕๑. ติจีวรํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ วสฺสิกสาฏิกาติ อิทํ ปน เสสจีวรปญฺจกํ อทสํ รชิตํเยว กปฺปติ, ตญฺจ อาทิณฺณกปฺปเมวาติ อตฺโถ. สทสํว นิสีทนนฺติ อิทํ ปน ปุพฺเพ ‘‘สทสมฺปี’’ติ เอตฺถ วุตฺตตฺตา อทสมฺปิ นิสีทนํ วฏฺฏตีติ สมฺโมหนิวารณตฺถํ วุตฺตนฺติ วทนฺติ.
๕๒. อนธิฏฺฐิตนฺติ ติจีวราทิวเสน อนธิฏฺฐิตํ. อนิสฺสฏฺฐํ นาม อญฺเญสํ อวิสฺสชฺชิตํ, ตํ ปน วิกปฺเปตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ อตฺโถ.
อิทานิ วิกปฺปนุปคสฺส ปมาณํ เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ทสฺเสตุํ ‘‘หตฺถทีฆ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อายาเมน อฏฺฐงฺคุลํ สุคตงฺคุเลน จตุรงฺคุลวิตฺถตํ ปจฺฉิมํ จีวรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) วุตฺตตฺตา ทีฆโต เอกหตฺถํ ปุถุลโต อุปฑฺฒหตฺถํ วิกปฺเปตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.
๕๓. ติจีวรสฺสาติ วินยติจีวรสฺส, น ธุตงฺคติจีวรสฺส. ตสฺส ปน อิเมสุ นวสุ จีวรตฺตยเมว ลพฺภติ, น อญฺญํ ลพฺภติ. สพฺพเมตนฺติ สพฺพํ อธิฏฺฐานวิธานญฺจ ปริหรณวิธานญฺจาติ อตฺโถ. ปริกฺขารโจฬิโย สพฺพนฺติ ติจีวราทิกํ นววิธมฺปิ จีวรํ. ตถา วตฺวาติ ‘‘ปริกฺขารโจฬ’’นฺติ วตฺวา. อธิฏฺฐตีติ อธิฏฺฐาติ. กึ ปน ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตีติ? อาม วฏฺฏติ, ‘‘ปริกฺขารโจฬํ นาม ปาเฏกฺกํ นิธานมุขเมตนฺติ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อุโทสิตสิกฺขาปเท ปน ติจีวรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริหรนฺตสฺส ปริหาโร วุตฺโต’’ติ อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) วุตฺตํ, ตสฺมา ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐหนฺเตน ปจฺจุทฺธริตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ.
๕๔. อิทานิ เอเตสํ อธิฏฺฐานวิชหนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘อจฺเฉทวิสฺสชฺชนคาหวิพฺภมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อจฺเฉโทติ โจราทีหิ อจฺฉินฺทนํ. วิสฺสชฺชนนฺติ อญฺเญสํ ทานํ. กถํ ปน ทินฺนํ, กถํ คหิตํ สุทินฺนํ สุคฺคหิตญฺจ โหตีติ? สเจ ‘‘อิทํ ตุยฺหํ เทมิ ททามิ ทชฺชามิ โอโณเชมิ ปริจฺจชามิ นิสฺสชฺชามิ วิสฺสชฺชามี’’ติ วา ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส เทมิ…เป… วิสฺสชฺชามี’’ติ วา วทติ, สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ ทินฺนํเยว โหติ. ‘‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วทติ, สุทินฺนํ สุคฺคหิตญฺจ. ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหิ, ตว สนฺตกํ โหตุ, ตว สนฺตกํ กริสฺสตี’’ติ วุตฺเต ‘‘มมสนฺตกํ กโรมิ, มม สนฺตกํ โหตุ, มม สนฺตกํ กริสฺสามี’’ติ วทติ, ทุทฺทินฺนํ ทุคฺคหิตญฺจ. สเจ ปน ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหี’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, ภนฺเต, มยฺหํ คณฺหามี’’ติ คณฺหาติ, สุคฺคหิตํ.
คาโหติ วิสฺสาสคฺคาโห (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๓๑). โส ปน เอวํ เวทิตพฺโพ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส วิสฺสาสํ คเหตุํ. สนฺทิฏฺโฐ จ โหติ, สมฺภตฺโต จ, อาลปิโต จ, ชีวติ จ, ชานาติ จ ‘คหิเต เม อตฺตมโน ภวิสฺสตี’’’ติ (มหาว. ๓๕๖). ตตฺถ สนฺทิฏฺโฐติ ทิฏฺฐมตฺตกมิตฺโต. สมฺภตฺโตติ ทฬฺหมิตฺโต. อาลปิโตติ ‘‘มม สนฺตกํ ยํ อิจฺฉสิ, ตํ คเณฺหยฺยาสิ, อาปุจฺฉิตฺวา คหเณ การณํ นตฺถี’’ติ วุตฺโต. ชีวตีติ อนุฏฺฐานเสยฺยาย สยิโตปิ ยาว ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทํ น ปาปุณาติ. คหิเต จ อตฺตมโนติ คหิเต จ ตุฏฺฐจิตฺโต. เอวรูปสฺส สนฺตกํ ‘‘คหิเต เม อตฺตมโน ภวิสฺสตี’’ติ ชานนฺเตน คเหตุํ วฏฺฏติ. อนวเสสปริยาทานวเสน เจตานิ ปญฺจ องฺคานิ วุตฺตานิ, วิสฺสาสคฺคาโห ปน ตีหิ องฺเคหิ รุหติ. กถํ? สนฺทิฏฺโฐ ชีวติ คหิเต อตฺตมโน, สมฺภตฺโต ชีวติ คหิเต อตฺตมโน, อาลปิโต ชีวติ คหิเต อตฺตมโนติ เอวํ.
โย ปน ชีวติ, น จ คหิเต อตฺตมโน โหติ, ตสฺส สนฺตกํ วิสฺสาสภาเวน คหิตมฺปิ ปุน ทาตพฺพํ. ททนฺเตน มตกธนํ ตาว เย ตสฺส ธเน อิสฺสรา คหฏฺฐา วา ปพฺพชิตา วา, เตสํ ทาตพฺพํ. โย ปน ปฐมํเยว ‘‘สุฏฺฐุ กตํ ตยา มม สนฺตกํ คณฺหนฺเตนา’’ติ วจีเภเทน วา จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน วา อนุโมทิตฺวา ปจฺฉา เกนจิ การเณน กุปิโต, โส ปจฺจาหราเปตุํ น ลภติ. โยปิ อทาตุกาโม, จิตฺเตน ปน อธิวาเสติ, น กิญฺจิ วทติ, โสปิ ปุน ปจฺจาหราเปตุํ น ลภติ. โย ปน ‘‘มยา ตุมฺหากํ สนฺตกํ คหิต’’นฺติ วา ‘‘ปริภุตฺต’’นฺติ วา วุตฺเต นาธิวาเสติ, ‘‘ปฏิเทหี’’ติ ภณติ, โส ปจฺจาหราเปตุํ ลภติ.
วิพฺภมาติ อิมินา ภิกฺขุนิยาเยว อธิฏฺฐานวิชหนํ คหิตํ โหติ. สา ปน ยทา วิพฺภมติ, ตทา อสฺสมณี โหติ. ภิกฺขุ ปน วิพฺภมนฺโตปิ ยาว สิกฺขํ น ปจฺจกฺขาติ, ตาว ภิกฺขุเยวาติ อธิฏฺฐานํ น วิชหตีติ. ลิงฺคสิกฺขาติ ลิงฺคปริวตฺตนญฺจ สิกฺขาปจฺจกฺขานญฺจาติ อตฺโถ. สพฺเพสูติ นวสุ จีวเรสุ. อธิฏฺฐานวิโยคการณาติ อธิฏฺฐานวิชหนการณา, อิเมสุ อญฺญตเรน อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ อตฺโถ.
กิญฺจ ภิยฺโย (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) – ติจีวรสฺส ปน วินิพฺพิทฺธฉิทฺทญฺจ อธิฏฺฐานวิชหนํ กโรตีติ อตฺโถ. ตตฺถ สงฺฆาฏิอุตฺตราสงฺคานํ ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺส ติริยนฺตโต อฏฺฐงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต กนิฏฺฐงฺคุลินขปิฏฺฐิปฺปมาณกํ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ. อนฺตรวาสกสฺส ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺเสว ติริยนฺตโต จตุรงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, ปรโต ปน น ภินฺทติ. ตสฺมา ฉิทฺเท ชาเต ติจีวรํ อติเรกจีวรํ โหติ, สูจิกมฺมํ กตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. อิตเรสํ ปน ฉิทฺเทน วิชหนํ นาม นตฺถิ. โย ปน ติจีวเรปิ ทุพฺพลฏฺฐาเน ปฐมํ อคฺคฬํ ทตฺวา ปจฺฉา ทุพฺพลฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา อปเนติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. มณฺฑลปริวตฺตเนปิ เอเสว นโย. โย ปน อุโภ โกฏิโย มชฺเฌ กโรนฺโต สเจ ปฐมํ ฉินฺทิตฺวา ปจฺฉา ฆเฏติ, อธิฏฺฐานํ วิชหติ, อถ ฆเฏตฺวา ฉินฺทติ, น วิชหติ. รชเกหิ โธวาเปตฺวา เสตกํ กโรนฺตสฺสาปิ น วิชหติ เอว.
๕๕. อิทานิ อกปฺปิยจีวรานิ ทสฺเสตุํ ‘‘กุสวากผลกานี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กุสจีรํ (มหาว. ๓๗๑; มหาว. อฏฺฐ. ) นาม กุเส คนฺเถตฺวา กตจีวรํ. วากจีรํ นาม ตาปสานํ วกฺกลํ. ผลกจีรํ นาม ผลกานิ สิพฺพิตฺวา กตจีวรํ. เกสกมฺพลนฺติ เกเสหิ ตนฺตํ วายิตฺวา กตกมฺพลํ. วาลกมฺพลนฺติ จมรวาเลหิ วายิตฺวา กตกมฺพลํ. อุลูกปกฺขนฺติ อุลูกสกุณสฺส ปกฺเขหิ กตนิวาสนํ. อชินกฺขิปนฺติ สโลมํ สขุรํ อชินมิคจมฺมํ. อิเมสุ สตฺตสุ วตฺเถสุ ยํ กิญฺจิ ธารยโต ถุลฺลจฺจยนฺติ อตฺโถ. ยถา อิเมสุ ถุลฺลจฺจยํ, ตถา อกฺกนาฬํ นิวาเสนฺตสฺส. อกฺกนาฬํ นาม อกฺกทณฺเฑ วากาทีหิ คนฺเถตฺวา กตจีวรํ. ‘‘น ภิกฺขเว อกฺกนาฬํ นิวาเสตพฺพํ, โย นิวาเสยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (มหาว. ๓๗๑) หิ วุตฺตํ.
๕๖. กทเลรกกฺกทุสฺเส โปตฺถเก จาปีติ เอตฺถ กทลิเอรกอกฺกมกจิวาเกหิ กตานิ วตฺถานิ เอวํ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. เอเตสุ โปตฺถโกเยว ปาฬิยํ อาคโต, อิตรานิ ตคฺคติกตฺตา อฏฺฐกถาสุ ปฏิกฺขิตฺตานิ. อิเมสุ จตูสุปิ ทุกฺกฏเมว. ‘‘น ภิกฺขเว นคฺคิยํ ติตฺถิยสมาทานํ สมาทิยิตพฺพํ, โย สมาทิเยยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (มหาว. ๓๗๐) วุตฺตตฺตา นคฺคิยมฺปิ น กปฺปติ เอว. สพฺพเมว นีลกํ สพฺพนีลกํ. เอวํ เสเสสุปิ. เอตฺถ นีลํ อุมาปุปฺผวณฺณํ โหติ. มญฺเชฏฺฐกํ มญฺเชฏฺฐกวณฺณเมว. ปีตกํ กณิการปุปฺผวณฺณํ. โลหิตกํ ชยสุมนปุปฺผวณฺณํ. กณฺหกํ อทฺทาริฏฺฐกวณฺณํ.
๕๗. มหารงฺคํ นาม สตปทิปิฏฺฐิวณฺณํ. มหานามํ นาม รตฺตสมฺภินฺนวณฺณํ โหติ. ปทุมปุปฺผวณฺณนฺติปิ วุตฺตํ, มนฺทรตฺตนฺติ อตฺโถ. ติรีฏเกติ รุกฺขตเจ. อจฺฉินฺนทีฆทสเกติ สพฺพโส อจฺฉินฺนทสเก จ มชฺเฌ ฉินฺนทสเก จาติ อตฺโถ. อญฺญมญฺญํ สํสิพฺพิตฺวา กตทสํ ผลทสํ นาม. เกตกปุปฺผาทิปุปฺผสทิสาหิ ทสาหิ ยุตฺตํ ปุปฺผทสํ นาม. เอเตสุปิ ‘‘โปตฺถเก จาปี’’ติ เอตฺถ วุตฺตอปิ-สทฺเทน ทุกฺกฏนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถาติ ยถา เอเตสุ กทลิทุสฺสาทีสุ ปุปฺผทสาวสาเนสุ ทุกฺกฏํ, ตถา กญฺจุกเวฐเนสุปิ ยํ กิญฺจิ ธาเรนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ.
เอเตสุ ปน อยํ วินิจฺฉโย (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๒) – สพฺพนีลกาทีนิ รชนานิ วเมตฺวา ปุน รชิตฺวา ธาเรตพฺพานิ, น สกฺกา เจ วเมตุํ, ปจฺจตฺถรณาทีนิ วา กาเรตพฺพานิ, ติปฏฺฏจีวรสฺส มชฺเฌ วา ทาตพฺพานิ. อจฺฉินฺนทสกาทีนิ ทสา ฉินฺทิตฺวา ธาเรตพฺพานิ. กญฺจุกํ วิชเฏตฺวา รชิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. เวฐเนปิ เอเสว นโย. ติรีฏกํ ปาทปุญฺฉนํ กาตพฺพํ. สพฺพนฺติ อิมํ วุตฺตปฺปการํ กุสจีราทิกํ อกปฺปิยจีวรํ อจฺฉินฺนจีวโร ลภตีติ อตฺโถ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ปริวาเร.
‘‘อกปฺปกตํ นาปิ รชนาย รตฺตํ,
เตน นิวตฺโถ เยน กามํ วเชยฺย;
น จสฺส โหติ อาปตฺติ,
โส จ ธมฺโม สุคเตน เทสิโต;
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);
อยญฺหิ ปโญฺห อจฺฉินฺนจีวรภิกฺขุํ สนฺธาย วุตฺโต, ตสฺมา หิ ยํ กิญฺจิ อกปฺปิยจีวรํ นิวาเสตฺวา วา ปารุปิตฺวา วา อจฺฉินฺนจีวรเกน อญฺญํ ปริเยสิตพฺพํ. เอตฺถ ปน ‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, มนุสฺสา นิสฺสีมคตานํ ภิกฺขูนํ จีวรํ เทนฺติ ‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส เทมา’ติ, อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สาทิตุํ, น ตาว ตํ คณนูปคํ, ยาว น หตฺถํ คจฺฉตี’’ติ (มหาว. ๒๕๙) วุตฺตตฺตา ยาว อาหริตฺวา ตํ น ทินฺนํ, ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, จีวรํ อุปฺปนฺน’’นฺติ ปหิณิตฺวา วา นาโรจิตํ, ตาว คณนํ น อุเปติ, อนธิฏฺฐิตํ วฏฺฏติ. ปตฺเตปิ เอเสว นโย. อาเนตฺวา ทินฺเน วา อาโรจิเต วา ปริหาโร นตฺถิ, ทสาหํ อธิฏฺฐาตพฺพํ. จีวรวินิจฺฉโย.
จีวรนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.