๙. กมฺมปฺปฏิพาหนสิกฺขาปทวณฺณนา

ธมฺมิกานนฺติ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน กตตฺตา ธมฺโม เอเตสุ อตฺถีติ ธมฺมิกานิ, เตสํ ธมฺมิกานํ. กมฺมานนฺติ จตุนฺนํ สงฺฆกมฺมานํ. เตนาห ‘‘ธมฺเมนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ธมฺเมนาติ ภูเตน วตฺถุนา. วินเยนาติ โจทนาย เจว สารณาย จ. สตฺถุสาสเนนาติ ญตฺติสมฺปทาย เจว อนุสฺสวนาสมฺปทาย จ. สมคฺคสฺส สงฺฆสฺสาติ สีมฏฺฐกสงฺฆํ โสเธตฺวา ฉนฺทารหานํ ฉนฺทํ อาหริตฺวา กตฺตพฺพตฺตา กาเยน เจว จิตฺเตน จ เอกีภูตสฺส สงฺฆสฺส. ตํ ตํ วตฺถุนฺติ อวณฺณภณนาทึ ตํ ตํ วตฺถุ.

โอสาเรนฺติ สงฺฆมชฺฌํ เอเตนาติ โอสารณํ. นิสฺสาเรนฺติ สงฺฆมฺหา เอเตนาติ นิสฺสารณํ. ภณฺฑุกมฺมนฺติ มุณฺฑกรณํ, เกสจฺเฉทนาปุจฺฉนนฺติ อตฺโถ. กมฺมเมว ลกฺขณํ กมฺมลกฺขณํ. โอสารณาทโย วิย กมฺมญฺจ หุตฺวา อญฺญญฺจ นามํ น ลภติ, กมฺมเมว หุตฺวา ลกฺขียตีติ กมฺมลกฺขณนฺติ อตฺโถ. ‘‘โอสารณํ นิสฺสารณ’’นฺติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๙๕-๔๙๖) เจตฺถ ปทสิลิฏฺฐตาเยตํ วุตฺตํ. ปฐมํ ปน นิสฺสารณา โหติ, ปจฺฉา โอสารณาติ อาห ‘‘ตตฺถ กณฺฏกสามเณรสฺสา’’ติอาทิ. กณฺฏกสามเณรสฺส นาสนา วิย นิสฺสารณาติ ยถา กณฺฏกสามเณรสฺส ทณฺฑกมฺมนาสนา นิสฺสารณา, ตถา พุทฺธสฺส วา ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา อวณฺณํ ภณโต, อกปฺปิยํ ‘‘กปฺปิย’’นฺติ ทีปยโต, มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส อนฺตคฺคาหิกาย ทิฏฺฐิยา สมนฺนาคตสฺส อญฺญสฺสาปิ สามเณรสฺส –

‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, ปุจฺฉามิ ‘อยํ อิตฺถนฺนาโม สามเณโร พุทฺธสฺส วา ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา อวณฺณวาที มิจฺฉาทิฏฺฐิโก, ยํ อญฺเญ สามเณรา ลภนฺติ ทิรตฺตติรตฺตํ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สหเสยฺยํ, ตสฺส อลาภาย นิสฺสารณา รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’ติ. ทุติยมฺปิ…เป… ตติยมฺปิ, ภนฺเต, สงฺฆํ ปุจฺฉามิ ‘อยํ อิตฺถนฺนาโม สามเณโร…เป… รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’ติ, จร ปิเร วินสฺสา’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๙๕-๔๙๖) –

กตฺตพฺพนาสนา นิสฺสารณาติ อตฺโถ. ตาทิสํเยว สมฺมาวตฺตนฺตํ ทิสฺวา ปเวสนา โอสารณาติ ตาทิสํเยว อปเรน สมเยน ‘‘อหํ, ภนฺเต, พาลตาย อญฺญาณตาย อลกฺขิกตาย เอวํ อกาสึ, สฺวาหํ สงฺฆํ ขมาเปมี’’ติ ขมาเปนฺตํ ทิสฺวา ยาวตติยํ ยาจาเปตฺวา –

‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, ปุจฺฉามิ ‘อยํ อิตฺถนฺนาโม สามเณโร พุทฺธสฺส วา ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา อวณฺณวาที มิจฺฉาทิฏฺฐิโก, ยํ อญฺเญ สามเณรา ลภนฺติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ทิรตฺตติรตฺตํ สหเสยฺยํ, ตสฺส อลาภาย นิสฺสาริโต, สฺวายํ อิทานิ โสรโต นิวาตวุตฺติ ลชฺชิธมฺมํ โอกฺกนฺโต หิโรตฺตปฺเป ปติฏฺฐิโต กตทณฺฑกมฺโม อจฺจยํ เทเสติ, อิมสฺส สามเณรสฺส ยถา ปุเร กายสมฺโภคสามคฺคิทานํ รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’ติ. ทุติยมฺปิ…เป… ตติยมฺปิ, ภนฺเต, สงฺฆํ ปุจฺฉามิ…เป… รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๙๕-๔๙๖) –

ปเวสนา โอสารณาติ อตฺโถ.

เกสจฺเฉทนาปุจฺฉนนฺติ สีมาปริยาปนฺเน ภิกฺขู สนฺนิปาตาเปตฺวา ปพฺพชฺชาเปกฺขํ ตตฺถ เนตฺวา ‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, อิมสฺส ทารกสฺส ภณฺฑุกมฺมํ อาปุจฺฉามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา สกึ วา วจนํ. อิธ จ ‘‘อิมสฺส ทารกสฺส ภณฺฑุกมฺมํ อาปุจฺฉามา’’ติปิ ‘‘อิมสฺส สมณกรณํ อาปุจฺฉามา’’ติปิ ‘‘อิมสฺส ปพฺพาชนํ อาปุจฺฉามา’’ติปิ ‘‘อยํ สมโณ โหตุกาโม’’ติปิ ‘‘อยํ ปพฺพชิตุกาโม’’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว.

มุขรสฺสาติ มุเขน ขรสฺส. ยํ อวนฺทิยกมฺมํ อนุญฺญาตนฺติ สมฺพนฺโธ. อูรุํ วิวริตฺวา ทสฺสนาทิวตฺถูสูติ –

‘‘เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย กทฺทโมทเกน โอสิญฺจนฺติ ‘อปฺเปว นาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุ’นฺติ, กายํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ, อูรุํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ, องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ, ภิกฺขุนิโย โอภาเสนฺติ, ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สมฺปโยเชนฺติ ‘อปฺเปว นาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุ’’’นฺติ (จูฬว. ๔๑๑) –

อิเมสุ วตฺถูสุ.

อจฺฉินฺนจีวรกาทีนนฺติ อจฺฉินฺนจีวรชิณฺณจีวรนฏฺฐจีวรคิลานพหุสฺสุตสงฺฆภารนิตฺถรกาทีนํ. จีวราทีนีติ จีวรเภสชฺชเสนาสนาทีนิ. ปริภุญฺชิตพฺพานีติ ปริภุญฺชิตพฺพานิ มูลตจปตฺตองฺกุรปุปฺผผลาทีนิ. อปเนตพฺพานิปิ วตฺถูนีติ อาวาสกรณาทิอตฺถํ หริตพฺพานิปิ ฉายูปคผลูปครุกฺขาทีนิ. ตถารูปํ วา ธมฺมิกํ กติกํ กโรนฺเตหีติ จีวรปิณฺฑปาตตฺถาย ทินฺนโต อาวาสชคฺคนาทิกํ ตาทิสํ วา อญฺญมฺปิ ธมฺมิกํ กติกํ กโรนฺเตหิ.

เนว สุตฺตํ อาคจฺฉตีติ น มาติกา อาคจฺฉติ. โน สุตฺตวิภงฺโคติ วินโยปิ น ปคุโณ. พฺยญฺชนจฺฉายาย อตฺถํ ปฏิพาหตีติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๓๓) พฺยญฺชนมตฺตเมว คเหตฺวา อตฺถํ ปฏิเสเธติ. ชาตรูปรชตเขตฺตวตฺถุปฺปฏิคฺคหณาทีสุ วินยธเรหิ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา การิยมาเน ทิสฺวา ‘‘กึ อิเม อาปตฺติยา กาเรถ, นนุ ‘ชาตรูปรชตปฺปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหตี’ติ (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔) เอวํ สุตฺเต ปฏิวิรติมตฺตเมว วุตฺตํ, นตฺถิ เอตฺถ อาปตฺตี’’ติ วทติ. อปโร ธมฺมกถิโก สุตฺตสฺส อาคตตฺตา โอลมฺเพตฺวา นิวาเสนฺตานํ อาปตฺติยา อาโรปิยมานาย ‘‘กึ อิเมสํ อาปตฺตึ อาโรเปถ, นนุ ‘ปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา’ติ (ปาจิ. ๕๗๖) เอวํ สิกฺขากรณมตฺตเมว วุตฺตํ, นตฺถิ เอตฺถ อาปตฺตี’’ติ วทติ. อุพฺพาหิก วินิจฺฉเยติ สมถกฺขนฺธเก วุตฺตอุพฺพาหิกวินิจฺฉเย ‘‘สีลวา โหตี’’ติอาทิกาย หิ ทสงฺคสมฺปตฺติยา สมนฺนาคเต เทฺว ตโย ภิกฺขู อุจฺจินิตฺวา วินิจฺฉโย อุพฺพาหิกวินิจฺฉโยติ ทฏฺฐพฺโพ.

ปวารณปฺปจฺจุกฺกฑฺฒนาติ ปวารณาย อุกฺกสฺสนา, อุทฺธํ กฑฺฒนาติ อตฺโถ. ติณวตฺถารกสมเถ สพฺพสงฺคาหิกญตฺติ จาติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อมฺหากํ ภณฺฑนชาตานํ…เป… ฐเปตฺวา คิหิปฺปฏิสํยุตฺต’’นฺติ (จูฬว. ๒๑๒-๒๑๓) เอวํ ติณวตฺถารกสมเถ กตา สพฺพปฐมา สพฺพสงฺคาหิกญตฺติ จ.

อลาภาย ปริสกฺกนาทิเกหีติ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ อลาภตฺถาย ปโยคกรณาทิเกหิ. อาทิสทฺเทน ‘‘อนตฺถาย ปริสกฺกนํ, อนาวาสาย ปริสกฺกนํ, อกฺโกสนปริภาสนํ, ภิกฺขู ภิกฺขูหิ เภทนํ, พุทฺธสฺส อวณฺณภณนํ, ธมฺมสฺส อวณฺณภณนํ, สงฺฆสฺส อวณฺณภณน’’นฺติ (จูฬว. ๒๖๕) อวเสสํ สตฺตงฺคํ สงฺคณฺหาติ. อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺสาติ อฏฺฐหิ เจว องฺเคหิ เอเกเกนปิ องฺเคน จ สมนฺนาคตสฺส. อสมฺโภคกรณตฺถนฺติ เตน ทินฺนสฺส เทยฺยธมฺมสฺส อปฺปฏิคฺคหณตฺถํ. ปตฺตนิกฺกุชฺชนวเสนาติ กมฺมวาจาย ปตฺตนิกฺกุชฺชนวเสน, น อโธมุขฏฺฐปนวเสน. ปตฺตุกฺกุชฺชนวเสนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตสฺเสวาติ โย ปตฺตนิกฺกุชฺชนวเสน กตนิสฺสารโณ, ตสฺเสว อุปาสกสฺส. สมฺมาวตฺตนฺตสฺสาติ เยน สมนฺนาคตสฺส ปตฺตุกฺกุชฺชนํ, เตน สมนฺนาคตสฺส. สาติ ยถาวุตฺตา นิสฺสารณา, โอสารณา จ.

สูจิยาทิอปฺปมตฺตกํ ตํตทตฺถิกานํ วิสฺสชฺเชติ เทตีติ อปฺปมตฺตกวิสฺสชฺชโก. สาฏิยคฺคาหาปโกติ วสฺสิกสาฏิยคฺคาหาปโก. กมฺมํ กโรนฺเต อารามิเก เปสนตฺถาย ทาตพฺพา สมฺมุติ อารามิกเปสกสมฺมุติ. เอส นโย สามเณรเปสกสมฺมุตีติ เอตฺถาปิ.

ตชฺชนียกมฺมาทีนํ สตฺตนฺนนฺติ ตชฺชนียํ, นิยสํ, ปพฺพาชนียํ, ปฏิสารณียํ, ติวิธญฺจ อุกฺเขปนียนฺติ ตชฺชนียาทีนํ สตฺตนฺนํ. อฏฺฐยาวตติยกาติ ภิกฺขูนํ วเสน จตฺตาโร, ภิกฺขุนีนํ วเสน จตฺตาโรติ อฏฺฐ สงฺฆาทิเสสา.

ญตฺติกมฺมาทิวเสนาติ ญตฺติกมฺมญตฺติทุติยกมฺมญตฺติจตุตฺถกมฺมวเสน. ‘‘กริยมานํ ทฬฺหตรํ โหติ, ตสฺมา กาตพฺพ’’นฺติ เอกจฺเจ วทนฺติ. เอวํ ปน สติ กมฺมสงฺกโร โหติ, ตสฺมา น กาตพฺพนฺติ ปฏิกฺขิตฺตเมว. สเจ ปน อกฺขรปริหีนํ วา ปทปริหีนํ วา ทุรุตฺตปทํ วา โหติ, ตสฺส โสธนตฺถํ ปุนปฺปุนํ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อิทํ อกุปฺปกมฺมสฺส ทฬฺหีกมฺมํ โหติ, กุปฺปกมฺเม กมฺมํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. สกลกฺขเณเนวาติ ญตฺติญฺจ จตสฺโส จ กมฺมวาจาโย สาเวตฺวาว. น เสสกมฺมวเสนาติ อปโลกนกมฺมาทินา อวเสสกมฺมวเสน น กาตพฺพํ.

กมฺมปฺปฏิพาหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.