๔. ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา
จตฺตาริ ปาราชิกานิ อตฺถุทฺธารวเสน ปทภาชนิยํ ทสฺสิตานีติ อาห ‘‘ทุฏฺฐุลฺลนฺติ สงฺฆาทิเสสํ อธิปฺเปต’’นฺติ. เยน เกนจิ อุปาเยนาติ ‘‘สามํ วา ชานาติ, อญฺเญ วา ตสฺส อาโรเจนฺติ, โส วา อาโรเจตี’’ติ (ปาจิ. ๓๙๙) วุตฺเตสุ เยน เกนจิ อุปาเยน. ปาจิตฺติยํ ธุรํ นิกฺขิตฺตมตฺเตเยวาติ อธิปฺปาโย. สเจ ปจฺฉาปิ อาโรเจติ, ธุรนิกฺเขปเน อาปตฺติโต น มุจฺจติ. เตนาห ‘‘สเจปี’’ติอาทิ. สมณสตมฺปิ อาปชฺชติเยวาติ สมณสตมฺปิ สุตฺวา ยทิ ฉาเทติ, ปาจิตฺติยํ อาปชฺชติเยวาติ อตฺโถ. เยนสฺส อาโรจิตนฺติ เยน ทุติเยน อสฺส ตติยสฺส อาโรจิตํ. ตสฺเสวาติ ตสฺส ทุติยสฺเสว. อาโรเจตีติ ปฏิจฺฉาทนตฺถเมว ‘‘มา กสฺสจิ อาโรเจสี’’ติ วทติ. โกฏิฉินฺนา โหตีติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๓๙๙) ยสฺมา ปฏิจฺฉาทนปจฺจยา อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาว ทุติเยน ตติยสฺส อาโรจิตํ, ตสฺมา ตปฺปจฺจยา ปุน เตน อาปชฺชิตพฺพาปตฺติยา อภาวโต อาปตฺติยา โกฏิ ฉินฺนา นาม โหติ.
อาทิปเทติ ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติสญฺญี, เวมติโก, อทุฏฺฐุลฺลาปตฺติสญฺญีติ อิเมสุ ตีสุ ‘‘ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติสญฺญี ปฏิจฺฉาเทตี’’ติ (ปาจิ. ๔๐๐) อิมสฺมึ ปฐมปเท. อิตเรสุ ทฺวีสูติ ‘‘เวมติโก ปฏิจฺฉาเทติ, อทุฏฺฐุลฺลาปตฺติสญฺญี ปฏิจฺฉาเทตี’’ติ อิเมสุ ปเทสุ. อทุฏฺฐุลฺลายาติ อวเสสปญฺจาปตฺติกฺขนฺเธ. อนุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺเล วา อทุฏฺฐุลฺเล วา อชฺฌาจาเรติ อนุปสมฺปนฺนสฺส ปุริมปญฺจสิกฺขาปทวีติกฺกมสงฺขาเต ทุฏฺฐุลฺเล วา อิตรสฺมึ อทุฏฺฐุลฺเล วา อชฺฌาจาเร. ยํ ปน สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส สุกฺกวิสฏฺฐิ จ กายสํสคฺโค จาติ อยํ ทุฏฺฐุลฺลอชฺฌาจาโร นามา’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๐๐) วุตฺตํ, ตํ ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทฏฺฐกถาย (ปาจิ. อฏฺฐ. ๗๘ อาทโย) น สเมติ, น จาปิ เอวํ วตฺตุํ ยุชฺชติ ‘‘อาโรจเน อนุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อญฺญถา อธิปฺเปตํ, ปฏิจฺฉาทเน อญฺญถา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๔๐๐) วิเสสการณสฺสานุปลพฺภนโต, ตสฺมา ตํ อุปปริกฺขิตพฺพํ.
ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.