๘. ทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปทวณฺณนา

ลาภสทฺโทยํ กมฺมสาธโน ‘‘โก ภวตา ลาโภ ลทฺโธ’’ติอาทีสุ วิย, โส เจตฺถ อตีตกาลิโกติ อาห ‘‘อลพฺภีติ ลโภ’’ติ, ลทฺธนฺติ อตฺโถ. ‘‘ลโภ เอว ลาโภ’’ติ อิมินา สกตฺเถ ณปจฺจโยติ ทสฺเสติ. กึ อลพฺภีติ กึ ลทฺธํ. นวนฺติ อภินวํ. เอตฺตาวตา จ นวญฺจ ตํ จีวรญฺจาติ นวจีวรํ, นวจีวรํ ลาโภ เอเตนาติ นวจีวรลาโภติ เอวเมตฺถ สมาโส ทฏฺฐพฺโพติ. ยทิ เอวํ กถํ ‘‘นวํ จีวรลาเภนา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อิติ นวจีวรลาเภนา’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ น วุตฺตตฺตา จีวรนฺติ ยํ นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา สกฺกา โหติ, ตเทว เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘นิวาสนปารุปนุปคํ จีวร’’นฺติ. ‘‘ทุพฺพณฺณกรณํ อาทาตพฺพ’’นฺติ เอตํ กปฺปพินฺทุํ สนฺธาย วุตฺตํ, น นีลาทีหิ สกลจีวรํ ทุพฺพณฺณกรณํ, ตญฺจ ปน กปฺปํ อาทิยนฺเตน จีวรํ รชิตฺวา จตูสุ วา โกเณสุ, ตีสุ วา ทฺวีสุ วา เอกสฺมึ วา โกเณ โมรสฺส อกฺขิมณฺฑลมตฺตํ วา มงฺคุลปิฏฺฐิมตฺตํ วา อาทาตพฺพนฺติ อาห ‘‘ตสฺสา’’ติอาทิ. กํสนีเลนาติ จมฺมการนีเลน. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘อโยมลํ โลหมลํ, เอตํ กํสนีลํ นามา’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๓๖๘) วุตฺตํ. ปตฺตนีเลนาติ เยน เกนจิ นีลวณฺเณน ปณฺณรเสน. กปฺปพินฺทุํ อาทิยิตฺวาติ วฏฺฏํ เอกํ กปฺปพินฺทุํ อาทิยิตฺวา.

ปาฬิกปฺปกณฺณิกกปฺปาทโย ปน สพฺพฏฺฐกถาสุ ปฏิสิทฺธา. อคฺคฬาทีนิ กปฺปกตจีวเร ปน ปจฺฉา อาโรเปตฺวา กปฺปกรณกิจฺจํ นตฺถีติ อาห ‘‘ปจฺฉา อาโรปิเตสู’’ติอาทิ. อคฺคฬอนุวาตปริภณฺเฑสูติ อุทฺธริตฺวา อลฺลิยาปนกขณฺฑปิฏฺฐิอนุวาตกุจฺฉิอนุวาเตสุ. กิริยากิริยนฺติ นิวาสนปารุปนโต, กปฺปสฺส อนาทานโต กิริยากิริยํ.

ทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.