๖. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘ชาน’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อนุฏฺฐาปนีโย ‘อย’นฺติ ชานนฺโต’’ติ อยํ วิเสโส กุโต ลพฺภตีติ อาห ‘‘เตเนวสฺสา’’ติอาทิ. นนุ ปทภาชเนปิ วุฑฺฒภาวาทิชานนเมว วุตฺตํ, น ตุ อนุฏฺฐาปนียภาวนฺติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘วุฑฺโฒ หี’’ติอาทิ. พหูปการตนฺติ ‘‘ภณฺฑาคาริกตฺตาทิพหุอุปการภาวํ’’. น เกวลํ อิทเมวาติ อาห ‘‘คุณวิสิฏฺฐตญฺจา’’ติอาทิ, เตน พหูปการตฺเตปิ คุณวิสิฏฺฐตฺตาภาเว, คุณวิสิฏฺฐตฺเตปิ พหูปการตฺตาภาเว ทาตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ‘‘ภณฺฑาคาริกสฺส พหูปการตํ, ธมฺมกถิกาทีนํ คุณวิสิฏฺฐตญฺจ สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๑๑๙-๑๒๑) เกจิ. ธุววาสตฺถายาติ นิจฺจวาสตฺถาย. สมฺมนฺนิตฺวาติ อปโลกเนน กมฺเมน สมฺมนฺนิตฺวา. กามญฺเจตฺถ คิลานสฺสาปิ สงฺโฆเยว อนุจฺฉวิกํ เสนาสนํ เทติ, คิลาโน ปน อปโลเกตฺวา สงฺเฆน อทินฺนเสนาสโนปิ น ปีเฬตพฺโพ อนุกมฺปิตพฺโพติ ทสฺเสตุํ วิสุํ วุตฺโต.
สมนฺตา ทิยฑฺโฒ หตฺโถติ มชฺเฌ ปญฺญตฺตํ มญฺจปีฐํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอกปสฺเสน เจ ปโหนกทิสา ทิสฺสติ, ตโต คเหตพฺพํ. ปาทโธวนปาสาณโตติ ทฺวาเร นิกฺขิตฺตปาทโธวนปาสาณโต. นิสีทนฺตสฺส วา นิปชฺชนฺตสฺส วา ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ นิสีทนมตฺเตน, นิปชฺชนมตฺเตเนว วา ปาจิตฺติยํ. ปุนปฺปุนํ กโรนฺตสฺสาติ อุฏฺฐายุฏฺฐาย นิสีทโต วา นิปชฺชโต วา.
สงฺฆิเก สงฺฆิกสญฺญิเวมติกปุคฺคลิกสญฺญีนํ วเสน ติกปาจิตฺติยํ เวทิตพฺพํ. ติกทุกฺกฏํ ปน ปุคฺคลิเก สงฺฆิกสญฺญิเวมติกอญฺญปุคฺคลิกสญฺญีนํ วเสน. วิหารสฺส อุปจาเรติ ตสฺส พหิ อาสนฺนปฺปเทเส.
อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.