๒. ภูตคามวคฺโค
๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘ภวนฺตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๙๐) อิมินา วิรุฬฺหมูเล นีลภาวํ อาปชฺชิตฺวา วฑฺฒมานเก ตรุณคจฺเฉ ทสฺเสติ. ‘‘อเหสุ’’นฺติ อิมินา ปน วฑฺฒิตฺวา ฐิเต มหนฺเต รุกฺขคจฺฉาทิเก ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ชายนฺตี’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ‘‘ภวนฺตี’’ติ อิมสฺส วิวรณํ ‘‘ชายนฺติ วฑฺฒนฺตี’’ติ, ‘‘อเหสุ’’นฺติ อิมสฺส ‘‘ชาตา วฑฺฒิตา’’ติ. คาโมติ สมูโห. ปติฏฺฐิตหริตติณรุกฺขาทีนนฺติ ภูมิยํ ปติฏฺฐิตสฺส หริตติณสฺส เจว หริตรุกฺขาทีนญฺจ. อาทิสทฺเทน โอสธิคจฺฉลตาทโย เวทิตพฺพา. นิมิตฺตตฺเถ จ ภุมฺมํ. โย อตฺโถ สมฺปชฺชติ, ตมาห ‘‘ภูตคามปาตพฺยตายา’’ติอาทินา.
นนุ จ รุกฺขาทโย จิตฺตรหิตตาย น ชีวา, จิตฺตรหิตตา จ ปริผนฺทาภาวโต, ฉินฺเนปิ วิรุหนโต, วิสทิสชาติกภาวโต, จตุโยนิยํ อปริยาปนฺนโต จ เวทิตพฺพา, วุฑฺฒิ ปน ปวาฬสิลาลวณานมฺปิ วิชฺชตีติ น เตสํ ชีวภาเว การณํ, วิสยคฺคหณญฺจ เนสํ ปริกปฺปนามตฺตํ สุปนํ วิย จิญฺจาทีนํ, ตถา โทหฬาทโย, อถ กสฺมา ภูตคามสฺส ปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ อิจฺฉิตนฺติ? สมณอสารุปฺปโต, ตนฺนิสฺสิตสตฺตานุรกฺขณโต จ. เตเนวาห ‘‘ชีวสญฺญิโน หิ โมฆปุริสา มนุสฺสา รุกฺขสฺมิ’’นฺติอาทิ (ปาจิ. ๘๙). สาสปพีชกเสวาลมฺปีติ สาสปพีชกสงฺขาตํ เสวาลมฺปิ, สาสปเสวาลํ, พีชกเสวาลมฺปีติ อตฺโถ. ตตฺถ สาสปเสวาโล นาม สาสปมตฺโต ขุทฺทกเสวาโล. พีชกเสวาโล นาม อุปริ ขุทฺทกปตฺโต เหฏฺฐา ขุทฺทกมูโล เสวาโล.
มูลพีชขนฺธพีชผฬุพีชอคฺคพีชพีชพีชานนฺติ เอตฺถ มูลเมว พีชํ มูลพีชํ. เอวํ เสเสสุปิ. ตตฺถ มูลพีชํ หลิทฺทิอาทิกํ. ขนฺธพีชํ อสฺสตฺถาทิกํ. ผฬุพีชํ อุจฺฉุอาทิกํ. อคฺคพีชํ หิริเวราทิกํ. พีชํพีชํ ปุพฺพณฺณาทิกํ. ภาชนคตนฺติ สราวาทิภาชนคตํ. นิกฺขนฺตํ มูลมตฺตํ เอตสฺมาติ นิกฺขนฺตมูลมตฺตํ. มตฺต สทฺเทน เจตฺถ ปณฺณสฺส นิกฺขมนํ ปฏิกฺขิปติ. เอส นโย นิกฺขนฺตองฺกุรมตฺตนฺติ เอตฺถาปิ. สเจ ปน มูลญฺจ ปณฺณญฺจ นิคฺคตํ, ภูตคามสงฺขํ คจฺฉติ. วิทตฺถิมตฺตา ปตฺตวฏฺฏิ นิคฺคจฺฉตีติ วิทตฺถิมตฺตา อนีลวณฺณา ปตฺตวฏฺฏิ นิกฺขมติ. เตนาห ‘‘นิกฺขนฺเต’’ติอาทิ. หริโต น โหตีติ นีลวณฺโณ น โหติ. มุคฺคาทีนํ ปน ปณฺเณสุ อุฏฺฐิเตสุ, วีหิอาทีนํ วา องฺกุเร หริเต ภูตคามสงฺคหํ คจฺฉนฺติ. เอส นโย อมฺพฏฺฐิอาทีสุ.
ภูตคามพีชคาเมติ เอตฺถ ภูตคามโต วิโยชิตํ วิรุหนสมตฺถเมว มูลพีชาทิกํ พีชคาโม นามาติ เวทิตพฺพํ. อุภยตฺถาติ ภูตคามพีชคาเมสุ. อตถาสญฺญิสฺสาติ อภูตคามาพีชคามสญฺญิสฺส. โก ปน วาโท อภูตคามาพีชคาเมสุ อภูตคามาพีชคามสญฺญิสฺส. อสญฺจิจฺจาติ ปาสาณรุกฺขาทีนิ วา ปวฏฺเฏนฺตสฺส, สาขํ วา กฑฺฒนฺตสฺส, กตฺตรทณฺเฑน วา ภูมึ ปหริตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ติณานิ กุปฺปนฺติ. ตานิ เตน ‘‘วิโกเปสฺสามี’’ติ เอวํ สญฺจิจฺจ อวิโกปิตตฺตา อสญฺจิจฺจ วิโกปิตานิ นาม โหนฺติ. อิติ อสญฺจิจฺจ วิโกเปนฺตสฺส อนาปตฺติ.
อสติยาติ อญฺญวิหิโต เกนจิ สทฺธึ กิญฺจิ กเถนฺโต ปาทงฺคุฏฺฐเกน วา หตฺเถน วา ติณํ วา ลตํ วา วิโกเปนฺโต ติฏฺฐติ, เอวํ อสติยา วิโกเปนฺตสฺส อนาปตฺติ.
อชานิตฺวาติ เอตฺถ อพฺภนฺตเร ‘‘พีชคาโม’’ติ วา ‘‘ภูตคาโม’’ติ วา น ชานาติ, ‘‘วิโกเปมี’’ติ ปน ชานาติ. เอวํ ติเณ วา ปลาลปุญฺเช วา ขณิตฺตึ วา กุทาลํ วา สงฺโคปนตฺถาย ฐเปติ, ฑยฺหมานหตฺโถ วา อคฺคึ ปาเตติ. ตตฺร เจ ติณานิ ฉิชฺชนฺติ วา ฑยฺหนฺติ วา, เอวํ อชานิตฺวา วิโกเปนฺตสฺส อนาปตฺติ.
เยน เกนจิ อคฺคินาติ กฏฺฐคฺคิโคมยคฺคิอาทีสุ เยน เกนจิ อคฺคินา, อนฺตมโส โลหขณฺเฑนปิ อาทิตฺเตน. ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาวาติ ยาย กายจิ ภาสาย ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว. เอว-สทฺเทน ปฐมํ อคฺคินา ผุสิตฺวา ปจฺฉา ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺตุํ น วฏฺฏตี’’ติ ทสฺเสติ. ‘‘ปฐมํ อคฺคึ นิกฺขิปิตฺวา ตํ อนุทฺธริตฺวาว ‘กปฺปิย’นฺติ วุตฺเต ปน วฏฺฏตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๙๓) วทนฺติ. เอส นโย เสเสสุปิ. ตเถวาติ ‘กปฺปิย’นฺติ วตฺวาว. อสฺสมหึสสูกรมิคโครูปานํ ปน ขุรา อติขิณา, ตสฺมา เตหิ น กาตพฺพํ, กตมฺปิ อกตํ โหตีติ อาห ‘‘ฐเปตฺวา โคมหึสาทีนํ ขุเร’’ติ. หตฺถินขา ปน ขุรา น โหนฺติ, ตสฺมา เตหิ วฏฺฏติ. ติรจฺฉานานนฺติ สีหพฺยคฺฆทีปิมกฺกฏานํ, สกุนฺตานญฺจ. เตสญฺหิ นขา ติขิณา โหนฺติ, ตสฺมา เตหิ กาตพฺพํ. ‘‘อนฺตมโส ฉินฺทิตฺวา อาหเฏนปี’’ติ อิมินา เยหิ กาตุํ วฏฺฏติ, เตหิ ตตฺถชาตเกหิ กาตพฺพนฺติ เอตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺเสติ. ‘‘สตฺเถ วุตฺตนเยเนวา’’ติ อิมินา เฉทํ วา เวธํ วา ทสฺเสนฺเตน ‘‘กปฺปิยนฺติ วตฺวาวา’’ติ วุตฺตมติทิสติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ‘‘กปฺปิยนฺติ วตฺวาว กาตพฺพ’’นฺติอาทินา กปฺปิยํ กโรนฺเตน กตฺตพฺพาการเมว ทสฺสิตํ, ตถาปิ ภิกฺขุนา ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ วุตฺเตเยว อนุปสมฺปนฺเนน ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวา อคฺคิปริชิตาทิ กาตพฺพนฺติ คเหตพฺพํ. อวจนํ ปน ‘‘ปุนปิ กปฺปิยํ กโรหีติ กาเรตฺวาว ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ ปฐมเมว วุตฺตตฺตา.
เอกสฺมึ…เป… กปฺปิเย กเต สพฺพํ กตํ โหตีติ เอกํเยว ‘‘กปฺปิยํ กโรมี’’ติ อธิปฺปาเยนปิ กปฺปิเย กเต เอกาพทฺธตฺตา สพฺพํ กตํ โหติ. ทารุกํ วิชฺฌตีติ ชานิตฺวา วา อชานิตฺวา วา วิชฺฌติ วา วิชฺฌาเปติ วา, วฏฺฏติเยว. ภตฺตสิตฺเถ วิชฺฌตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตํ วิชฺฌติ, น วฏฺฏตีติ วลฺลิอาทีนํ ภาชนคติกตฺตาติ อธิปฺปาโย. ภินฺทาเปตฺวา กปฺปิยํ กาเรตพฺพนฺติ พีชโต มุตฺตสฺส กฏาหสฺส ภาชนคติกตฺตา วุตฺตํ. อพีชนฺติ องฺกุรชนนสมตฺถพีชรหิตตรุณมฺพผลาทิ. เตนาห ‘‘ยํ ปน ผลํ ตรุณํ โหติ, อพีช’’นฺติ. นิพฺพตฺตพีชํ นาม พีชํ นิพฺพตฺเตตฺวา วิสุํ กตฺวา ปริภุญฺชิตุํ สกฺกุเณยฺยํ อมฺพปนสาทิผลํ. เตนาห ‘‘พีชํ อปเนตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ. ตตฺถ กปฺปิยกรณกิจฺจํ นตฺถิ, สยเมว กปฺปิยานีติ อธิปฺปาโย.
ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา
ยมตฺถนฺติ ‘‘ตฺวํ กิร ทุกฺกฏาปตฺตึ อาปนฺโน’’ติอาทิกํ ยํ กิญฺจิ อตฺถํ. ตโต อญฺญนฺติ ปุจฺฉิตตฺถโต อญฺญมตฺถํ. อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณสฺสาติ วินยธเรน ยํ วจนํ โทสปุจฺฉนตฺถํ วุตฺตํ, ตโต อญฺเญน วจเนน ปฏิจฺฉาทนสฺส. ปฏิจฺฉาทนตฺโถปิ หิ จรสทฺโท โหติ อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ. วุตฺตนฺติ ปาฬิยํ วุตฺตํ.
สาวเสสํ อาปตฺตึ อาปนฺโนติ เอตฺถ ฐเปตฺวา ปาราชิกํ เสสา สาวเสสาปตฺติ นาม, ตํ อาปนฺโน. อนุยุญฺชิยมาโนติ ‘‘กึ, อาวุโส, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ ปุจฺฉิยมาโน. อญฺเญน วจเนนาติ ‘‘โก อาปนฺโน? กึ อาปนฺโน? กิสฺมึ อาปนฺโน? กถํ อาปนฺโน? กํ ภณถ? กึ ภณถา’’ติ อญฺเญน วจเนน. อญฺญนฺติ ‘‘กึ ตฺวํ อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติอาทิกํ อนุยุญฺชกวจนํ. ตถา ตถา วิกฺขิปตีติ เตน เตน ปกาเรน วิกฺขิปติ. กึ วุตฺตํ โหติ? โส (ปาจิ. อฏฺฐ. ๙๔) กิญฺจิ วีติกฺกมํ ทิสฺวา ‘‘อาวุโส, อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ สงฺฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน ‘‘โก อาปนฺโน’’ติ วทติ. ตโต ‘‘ตฺว’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ กึ อาปนฺโน’’ติ วทติ. อถ ‘‘ปาจิตฺติยํ วา ทุกฺกฏํ วา’’ติ วุตฺเต ‘‘อหํ กิสฺมึ อาปนฺโน’’ติ วทติ. ตโต ‘‘อมุกสฺมึ นาม วตฺถุสฺมิ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ กถํ อาปนฺโน, กึ กโรนฺโต อาปนฺโนมฺหี’’ติ ปุจฺฉติ. อถ ‘‘อิทํ นาม กโรนฺโต อาปนฺโน’’ติ วุตฺเต ‘‘กํ ภณถา’’ติ วทติ. ตโต ‘‘ตํ ภณามา’’ติ วุตฺเต ‘‘กึ ภณถา’’ติ เอวมเนเกหิ ปกาเรหิ วิกฺขิปตีติ วุตฺตํ โหติ.
โย ปน ภิกฺขุ สาวเสสํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตํ น กเถตุกาโม ตุณฺหีภาเวน วิเหเสตีติ สมฺพนฺโธ. วิเหเสตีติ จิรนิสชฺชาจิรภาสเนหิ ปิฏฺฐิอาคิลายนตาลุโสสาทิวเสน สงฺฆํ วิเหเสติ, ปริสฺสมํ เตสํ กโรตีติ อตฺโถ. ปริสฺสโม หิ วิเหสา นาม. อญฺญวาทกกมฺมนฺติ อญฺญวาทกสฺส ภิกฺขุโน อญฺญวาทกาโรปนตฺถํ กาตพฺพํ ญตฺติทุติยกมฺมํ. วิเหสกกมฺมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตสฺมึ สงฺเฆน กเตติ ตสฺมึ อญฺญวาทกกมฺเม จ วิเหสกกมฺเม จ สงฺเฆน ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย กเต. ตถา กโรนฺตานนฺติ ตํ ปการํ กโรนฺตานํ, อญฺญวาทกญฺจ วิเหสกญฺจ กโรนฺตานนฺติ อตฺโถ.
‘‘วิเหสเกติ อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺตี’’ติ อวจนญฺเจตฺถ ‘‘อาปตฺติกรา จ โหติ อญฺญวาทกสิกฺขาปทาทีสุ วิยา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา) วุตฺตตฺตาเยว ปญฺญายตีติ กตฺวา. เอส นโย อุปริ สิกฺขาปเทสุ. ธมฺมกมฺเม ติกปาจิตฺติยนฺติ ธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญิเวมติกอธมฺมกมฺมสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. อธมฺมกมฺเม ติกทุกฺกฏนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อนาโรปิเตติ กมฺมวาจาย อนาโรปิเต, อปฺปติฏฺฐาปิเตติ อตฺโถ. เคลญฺเญนาติ เยน กเถตุํ น สกฺโกติ, มุเข ตาทิเสน พฺยาธินา. สงฺฆสฺส ภณฺฑนาทีนิ ภวิสฺสนฺตีติ สงฺฆมชฺเฌ กถิเต ตปฺปจฺจยา สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ วา กลโห วา วิคฺคโห วา วิวาโท วา สงฺฆเภโท วา สงฺฆราชิ วา ภวิสฺสนฺตีติ อิมินา วา อธิปฺปาเยน น กเถนฺตสฺส. เอตฺถ จ อธมฺเมนาติ อภูเตน วตฺถุนา.
‘‘สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานี’’ติ อวิเสสํ อติทิสิตฺวา วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สิยา กิริยํ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรนฺตสฺส. สิยา อกิริยํ ตุณฺหีภาเวน วิเหเสนฺตสฺส.
อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา
เยน วจเนนาติ ‘‘ฉนฺทาย อิตฺถนฺนาโม อิทํ นาม กโรตี’’ติอาทิเกน เยน วจเนน. เตนาห ‘‘ฉนฺทายา’’ติอาทิ. ตตฺถ ฉนฺทายาติ ฉนฺเทน ปกฺขปาเตน. ‘‘อกฺขราย วาเจตี’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๔๖) วิย ลิงฺควิปลฺลาโส เอส. อิทํ นาม กโรตีติ อตฺตโน สนฺทิฏฺฐสมฺภตฺตานํ ปณีตํ เสนาสนํ วา ปญฺญเปติ, ภตฺตาทิกํ วาติ อธิปฺปาโย. เสนาสนปญฺญาปกาทิเภทนฺติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ภตฺตุทฺเทสกยาคุภาชกผลภาชกาทีนํ คหณํ. อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ เฌ-สทฺโท โอโลกนตฺโถปิ โหตีติ อาห ‘‘อวญฺญาย โอโลกาเปนฺตี’’ติ. จินฺตนตฺโถเยว วา คเหตพฺโพติ อาห ‘‘ลามกโต วา จินฺตาเปนฺตี’’ติ. ตเถว วทนฺตาติ ‘‘ฉนฺทาย อิตฺถนฺนาโม อิทํ นาม กโรตี’’ติอาทีนิ วทนฺตา. วุตฺตนฺติ ปาฬิยํ วุตฺตํ. ‘‘ขิยฺยนเก’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๐๕) อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺติ.
อสมฺมตสฺสาติ สงฺเฆน กมฺมวาจาย อสมฺมตสฺส. เกวลํ ‘‘ตเวโส ภาโร’’ติ สงฺเฆน อาโรปิตภารสฺส, ภิกฺขูนํ วา ผาสุวิหารตฺถาย สยเมว ภารํ วหนฺตสฺส, ยตฺร วา เทฺว ตโย ภิกฺขู วิหรนฺติ, ตตฺร ตาทิสํ กมฺมํ กโรนฺตสฺสาติ อธิปฺปาโย. ยสฺส กสฺสจีติ อุปสมฺปนฺนสฺส วา อนุปสมฺปนฺนสฺส วา ยสฺส กสฺสจิ. อนุปสมฺปนฺนสฺส ปน สมฺมตสฺส วา อสมฺมตสฺส วาติ เอตฺถ ปน (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๐๖) กิญฺจาปิ อนุปสมฺปนฺนสฺส เตรส สมฺมติโย ทาตุํ น วฏฺฏนฺติ, ตถาปิ โย อุปสมฺปนฺนกาเล ลทฺธสมฺมุติโก ปจฺฉา อนุปสมฺปนฺนภาเว ฐิโต, ตํ สนฺธาย ‘‘สมฺมตสฺส วา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺส ปน พฺยตฺตสฺส สามเณรสฺส เกวลํ สงฺเฆน วา สมฺมเตน วา ภิกฺขุนา ‘‘ตฺวํ อิทํ กมฺมํ กโรหี’’ติ ภาโร กโต, ตํ สนฺธาย ‘‘อสมฺมตสฺส วา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา อุชฺฌาปนญฺจ ขิยฺยนญฺจ มุสาวาทวเสน ปวตฺตํ, ตสฺมา อาทิกมฺมิกสฺส อิมินาว อนาปตฺติ, มุสาวาเทน ปน อาปตฺติเยวาติ คเหตพฺพํ.
อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา
มญฺจํ วาติ มสารโก, พุนฺทิกาพทฺโธ, กุฬีรปาทโก, อาหจฺจปาทโกติ อิเมสุ จตูสุ ยํ กญฺจิ มญฺจํ วา. ปีฐํ วาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ภิสึ วาติ อุณฺณภิสิ, โจฬภิสิ, วากภิสิ, ติณภิสิ, ปณฺณภิสีติ อิมาสุ ปญฺจสุ ภิสีสุ ยํ กญฺจิ ภิสึ วา. เตนาห ‘‘มญฺจาทีสู’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘มญฺจสงฺเขเปนา’’ติ อิมินา ปีฐสงฺเขปํ ปฏิกฺขิปติ. กปฺปิยจมฺเมนาติ มิคาเชฬกจมฺเมน. เอตฺถ ปน มิคจมฺเม เอณิมิโค, วาตมิโค, ปสทมิโค, กุรุงฺคมิโค, มิคมาตุโก, โรหิตมิโคติ เอเตสํเยว จมฺมานิ วฏฺฏนฺติ, อญฺเญสํ ปน –
มกฺกโฏ กาฬสีโห จ, สรโภ กทลีมิโค;
เย จ วาฬมิคา เกจิ, เตสํ จมฺมํ น วฏฺฏตีติ. (มหาว. อฏฺฐ. ๒๕๙);
ตตฺถ วาฬมิคาติ สีหพฺยคฺฆอจฺฉตรจฺฉา. น เกวลญฺจ เอเตเยว, เยสํ ปน จมฺมํ วฏฺฏตีติ วุตฺตํ, เต ฐเปตฺวา อวเสสา อนฺตมโส โคมหึสสสพิฬาราทโยปิ สพฺเพ อิมสฺมึ อตฺเถ ‘‘วาฬมิคา’’เตฺวว เวทิตพฺพา. เอเตสญฺหิ สพฺเพสํ จมฺมํ น วฏฺฏติ. ตาลีสปตฺตนฺติ สุทฺธํ ตมาลปตฺตํ, อญฺเญน มิสฺสํ ปน วฏฺฏติ. ติณวากโจเฬสุ อกปฺปิยํ นาม นตฺถิ. กึ ปเนตฺถ พิพฺโพหเน วิย นิสีทิตุญฺจ นิปชฺชิตุญฺจ น วฏฺฏตีติ อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. น เกวลญฺเจทเมวาติ อาห ‘‘ปมาณปริจฺเฉโทปิ เจตฺถ นตฺถี’’ติ, ‘‘เอตฺตกเมว กาตพฺพ’’นฺติ ภิสิยา ปมาณนิยโมปิ นตฺถีติ อตฺโถ. มญฺจภิสิปีฐภิสิภูมตฺถรณภิสิจงฺกมนภิสิปาทปุญฺฉนภิสีติ เอตาสํ ปน อนุรูปโต สลฺลกฺเขตฺวา อตฺตโน รุจิวเสน ปมาณํ กาตพฺพํ. อนฺโต สํเวลฺลิตฺวา พทฺธนฺติ ยถา เวมชฺฌํ สํขิตฺตํ โหติ, เอวํ มชฺเฌ สุฏฺฐุ เวเฐตฺวา พทฺธํ.
เย อฏฺฐ มาสาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อวสฺสิกสงฺเกตา’’ติ เอตสฺเสว วิวรณํ ‘‘วสฺสานมาสาติ เอวํ อปญฺญาตา’’ติ, อปฺปติตา อปฺปสิทฺธาติ อตฺโถ. ‘‘อสญฺญิตา’’ติปิ ปาโฐ, ตตฺถ อวิญฺญาตาติ อตฺโถ. อฏฺฐ มาสาติ จตฺตาโร เหมนฺติกา, จตฺตาโร คิมฺหิกา มาสาติ อฏฺฐ มาสา. โอวสฺสกมณฺฑเปติ สาขามณฺฑปปทรมณฺฑปานํ ยตฺถ กตฺถจิ โอวสฺสเก มณฺฑเป. ยตฺถาติ เยสุ ชนปเทสุ. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ชนปเทสุ. กากาทีนํ นิพทฺธวาสรุกฺขมูเลติ ยตฺถ ธุวนิวาเสน กากา วา กุลาลา วา อญฺเญ วา สกุนฺตา กุลาวเก กตฺวา วสนฺติ, ตาทิสสฺส กากาทีนํ นิพทฺธวาสสฺส ยสฺส กสฺสจิ รุกฺขสฺส เหฏฺฐา. ยตฺถ ปน โคจรปฺปสุตา สกุนฺตา วิสฺสมิตฺวา คจฺฉนฺติ, ตสฺส รุกฺขสฺส มูเล นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘กทาจิปี’’ติ อิมินา น เกวลํ วสฺสิกสงฺเกเตเยวาติ ทสฺเสติ. ยตฺถาติ ยสฺมึ ปเทเส. ยทาติ ยสฺมึ กาเล.
โสติ ยสฺสตฺถาย สนฺถโต, โส. ปกติสนฺถเตติ ปกติยาว สนฺถเต, ยํ เนวตฺตนา สนฺถตํ, น ปเรน สนฺถราปิตํ, ตสฺมินฺติ วุตฺตํ โหติ. ลชฺชี โหตีติ ลชฺชนสีโล โหติ, ปริกฺขารวินาสเน ภีโตติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อตฺตโน ปลิโพธํ วิย มญฺญตี’’ติ, อิมินา อลชฺชึ อาปุจฺฉิตฺวา คนฺตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. นิรเปกฺโขติ ‘‘อาคนฺตฺวา อุทฺธริสฺสามี’’ติ อเปกฺขารหิโต, อิมินา สาเปกฺโข เจ คจฺฉติ, อนาปตฺตีติ ทสฺเสติ. เตเนว หิ อนาปตฺติวาเร ‘‘โอตาเปนฺโต คจฺฉตี’’ติ (ปาจิ. ๑๑๓) วุตฺตํ. อญฺญตฺถ คจฺฉนฺโตติ ตํ มคฺคํ อติกฺกมิตฺวา อญฺญตฺถ คจฺฉนฺโต. เลฑฺฑุปาตูปจารโต พหิ ฐิตตฺตา ‘‘ปาทุทฺธาเรน กาเรตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺส ปฐมปาทุทฺธาเร ทุกฺกฏํ, ทุติยปาทุทฺธาเร ปาจิตฺติยนฺติ อตฺโถ.
ติกปาจิตฺติยํ สงฺฆิเก สงฺฆิกสญฺญิเวมติกปุคฺคลิกสญฺญีนํ วเสน. อิมินาว นเยน ติกทุกฺกฏมฺปิ เวทิตพฺพํ. จิมิลิกาทีนํ อตฺโถ ทุติยสิกฺขาปเท ทสฺสิโตว. ปาทปุญฺฉนี (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๑๒) นาม รชฺชุเกหิ วา ปิโลติกาหิ วา ปาทปุญฺฉนตฺถํ กตา. ผลกปีฐํ นาม ผลกมยํ ปีฐํ. น เกวลํ จิมิลิกาทีนิเยว อชฺโฌกาเส ฐเปตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ อาห ‘‘ยํ วา ปนา’’ติอาทิ. ยํ กิญฺจิ ทารุภณฺฑํ, ยํ กิญฺจิ มตฺติกาภณฺฑนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อนฺตมโส ปตฺตาธารกมฺปี’’ติ อิมินา ตาลวณฺฏพีชนิปตฺตปานียอุฬอุงฺกปานียสงฺขาทีสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺเสติ.
อรญฺเญ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๑๐) ปณฺณกุฏีสุ วสนฺตานํ สีลสมฺปทาย ปสนฺนจิตฺตา มนุสฺสา มญฺจปีฐาทีนิ เทนฺติ ‘‘สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชถา’’ติ, ตตฺถ กึ กาตพฺพนฺติ อาห ‘‘อารญฺญเกน ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ อสติ อโนวสฺสเกติ ปพฺภาราทิอโนวสฺสกฏฺฐาเน อสติ. อิทญฺจ ลกฺขณวจนํ ‘‘สภาคานํ อภาเว’’ติ จ อิจฺฉิตพฺพตฺตา. อารญฺญเกน หิ ภิกฺขุนา ตตฺถ วสิตฺวา อญฺญตฺถ คจฺฉนฺเตน สามนฺตวิหาเร ภิกฺขูนํ เปเสตฺวา คนฺตพฺพํ. สภาคานํ อภาเว อโนวสฺสเก นิกฺขิปิตฺวา คนฺตพฺพํ. อโนวสฺสเก อสติ รุกฺเข ลคฺเคตฺวา คนฺตพฺพํ.
น เกวลํ อิทํเยว กตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏตีติ อาห ‘‘ยถา วา’’ติอาทิ. ยถา วา อุปจิกาหิ น ขชฺชตีติ ยถา ฐปิเต อุปจิกาหิ เสนาสนํ น ขชฺชติ, เอวํ ตถา ปาสาณานํ อุปริ ฐปนํ กตฺวาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – จตูสุ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๑๖) ปาสาเณสุ มญฺจํ ฐเปตฺวา มญฺเจ อวเสสมญฺจปีฐานิ อาโรเปตฺวา อุปริ ภิสิอาทิกํ ราสึ กตฺวา ทารุภณฺฑํ มตฺติกาภณฺฑํ ปฏิสาเมตฺวา คมิกวตฺตํ ปูเรตฺวา คนฺตพฺพนฺติ.
อพฺโภกาสิเกนาปิ ‘‘อหํ อุกฺกฏฺฐอพฺโภกาสิโก’’ติ จีวรกุฏิมฺปิ อกตฺวา อสมเย อชฺโฌกาเส ปญฺญเปตฺวา นิสีทิตุํ วา นิปชฺชิตุํ วา น วฏฺฏตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อพฺโภกาสิเกนา’’ติอาทิ. สเจ ปน จตุคฺคุเณนปิ จีวเรน กตกุฏิ อเตเมนฺตํ รกฺขิตุํ เนว สกฺโกติ, สตฺตาหวทฺทลิกาทีนิ ภวนฺติ, ภิกฺขุโน กายานุคติกตฺตา วฏฺฏติ. รุกฺขมูลิกสฺสาปิ เอเสว นโย.
ยสฺมึ วิสฺสาสคฺคาโห รุหติ, ตสฺส สนฺตกํ อตฺตโน ปุคฺคลิกมิว โหตีติ อาห ‘‘วิสฺสาสิกปุคฺคลิเก’’ติ. ยสฺมึ ปน วิสฺสาโส น รุหติ, ตสฺส สนฺตเก ทุกฺกฏเมว. อมนุสฺโสติ ยกฺโข วา เปโต วา. ปลิพุทฺธํ โหตีติ อุปทฺทุตํ โหติ.
ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา
ยํ กิญฺจิ จมฺมนฺติ กปฺปิยากปฺปิยํ ยํ กิญฺจิ จมฺมํ. นนุ ‘‘น, ภิกฺขเว, มหาจมฺมานิ ธาเรตพฺพานิ สีหจมฺมํ พฺยคฺฆจมฺมํ ทีปิจมฺมํ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๕๕) ขนฺธเก สีหจมฺมาทีนํ ปฏิกฺเขโป กโตติ อาห ‘‘สีหจมฺมาทีนญฺหี’’ติอาทิ. ปริหรเณเยว ปฏิกฺเขโปติ อตฺตโน สนฺตกํ กตฺวา ตํ ตํ วิหารํ หริตฺวา มญฺจปีฐาทีสุ อตฺถริตฺวา ปริโภเคเยว ปฏิกฺเขโป, เสนาสนสนฺตกํ กตฺวา ภูมตฺถรณวเสน ปน ปริโภเค เนวตฺถิ โทโส. เตนาห ‘‘เสนาสนปริโภเค ปน อกปฺปิยจมฺมํ นาม นตฺถี’’ติ. ปาวาเรนฺติ สญฺฉาเทนฺติ สรีรํ เอเตนาติ ปาวาโร. โกชโวติ อุทฺทโลมิเอกนฺตโลมิอาทิโกชวตฺถรณํ. เสสนฺติ ภิสิ นิสีทนํ ติณสนฺถาโร ปณฺณสนฺถาโรติ อวสิฏฺฐํ เสนาสนํ. ตตฺถ ภิสีติ มญฺจกภิสิ วา ปีฐกภิสิ วา. นิสีทนนฺติ สทสํ เวทิตพฺพํ. ติณสนฺถาโรติ เยสํ เกสญฺจิ ติณานํ สนฺถาโร. เอส นโย ปณฺณสนฺถาเร. เอตฺถ จ ภิสิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺตา ปากฏา. นิสีทนํ นิสีทนสิกฺขาปเทเนว (ปาจิ. ๕๓๑ อาทโย) ปากฏํ. ติณสนฺถารปณฺณสนฺถารานิ ปน โลกปสิทฺธานิเยว. เตเนวาห ‘‘ปากฏเมวา’’ติ.
เนว อุทฺธเรยฺย, น อุทฺธราเปยฺยาติ อตฺตนา วา อุทฺธริตฺวา ปติรูเป ฐาเน น ฐเปยฺย, ปเรน วา ตถา น กาเรยฺย. เตนาห ‘‘ยถา ฐปิต’’นฺติอาทิ. ตํ ฐเปนฺเตน จ ‘‘จตูสุ ปาสาเณสู’’ติอาทินา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๑๖) ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว อนฺโตเคเห อโนวสฺสเก นิกฺขิปิตพฺพํ. สเจ ปน เสนาสนํ โอวสฺสติ, ฉทนตฺถญฺจ ติณํ วา อิฏฺฐกา วา อานีตา โหนฺติ. สเจ อุสฺสหติ, ฉาเทตพฺพํ. โน เจ สกฺโกติ, โย โอกาโส อโนวสฺสโก, ตตฺถ นิกฺขิปิตพฺพํ. สเจ สพฺพมฺปิ โอวสฺสติ, อุสฺสหนฺเตน อนฺโตคาเม อุปาสกานํ ฆเร ฐเปตพฺพํ. สเจ เตปิ ‘‘สงฺฆิกํ นาม, ภนฺเต, ภาริยํ, อคฺคิทาหาทีนํ ภายามา’’ติ น สมฺปฏิจฺฉนฺติ, อชฺโฌกาเส ปาสาณานํ อุปริ มญฺจํ ฐเปตฺวา เสสํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว นิกฺขิปิตฺวา ติเณหิ จ ปณฺเณหิ จ ปฏิจฺฉาเทตพฺพํ. ยญฺหิ ตตฺถ องฺคมตฺตมฺปิ อวสิสฺสติ, ตํ อญฺเญสํ ตตฺถ อาคตานํ ภิกฺขูนํ อุปการํ ภวิสฺสตีติ. อุปจารนฺติ สพฺพปจฺฉิมเสนาสนโต เทฺว เลฑฺฑุปาตา.
อยเมตฺถ อาปุจฺฉิตพฺพานาปุจฺฉิตพฺพวินิจฺฉโย – (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๑๘) ยา ตาว ภูมิยํ ทีฆสาลา วา ปณฺณสาลา วา โหติ, ยํ วา รุกฺขตฺถมฺเภสุ กตเคหํ อุปจิกานํ อุฏฺฐานฏฺฐานํ โหติ, ตโต ปกฺกมนฺเตน อาปุจฺฉิตฺวาว ปกฺกมิตพฺพํ. ตสฺมิญฺหิ กติปยานิ ทิวสานิ อชคฺคิยมาเน วมฺมิกาว สนฺติฏฺฐนฺติ. ยํ ปน ปาสาณปิฏฺฐิยํ วา ปาสาณตฺถมฺเภสุ วา กตเสนาสนํ สิลุจฺจยเลณํ วา สุธาลิตฺตเสนาสนํ วา, ยตฺถ อุปจิกาสงฺกา นตฺถิ, ตโต ปกฺกมนฺตสฺส อาปุจฺฉิตฺวาปิ อนาปุจฺฉิตฺวาปิ คนฺตุํ วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘ยตฺถ ปนา’’ติอาทิ. สเจ ตาทิเสปิ เสนาสเน เอเกน ปสฺเสน อุปจิกา อาโรหนฺติ, อาปุจฺฉิตฺวาว คนฺตพฺพํ. อาปุจฺฉนํ ปน วตฺตนฺติ อาปุจฺฉนํ คมิกวตฺตํ. อิทญฺจ อิติกตฺตพฺพตาทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน วตฺตเภททุกฺกฏนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๑๑๘) ทสฺสนตฺถํ. เกจิ ปน ‘‘ทุกฺกฏนฺติ ทสฺสนตฺถ’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ วตฺตกฺขนฺธกฏฺฐกถาย ‘‘ยํ ปาสาณปิฏฺฐิยํ วา ปาสาณตฺถมฺเภสุ วา กตเสนาสนํ, ยตฺถ อุปจิกานาโรหนฺติ, ตํ อนาปุจฺฉนฺตสฺสาปิ อนาปตฺตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๖๐) วุตฺตตฺตา. อาปุจฺฉนฺเตน ปน ภิกฺขุมฺหิ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๑๖) สติ ภิกฺขุ อาปุจฺฉิตพฺโพ, ตสฺมึ อสติ สามเณโร, ตสฺมึ อสติ อารามิโก, ตสฺมิมฺปิ อสติ เยน วิหาโร การาปิโต, โส วิหารสามิโก, ตสฺส วา กุเล โย โกจิ อาปุจฺฉิตพฺโพ.
‘‘อุปจาเร’’ติ เอตสฺเสว วิวรณํ ‘‘พหิ อาสนฺเน’’ติ, วิหารสฺส พหิ อาสนฺนฏฺฐาเนติ อตฺโถ. อุปฏฺฐานสาลาย วาติ โภชนสาลายํ วา. ทุกฺกฏเมวาติ วุตฺตปฺปการญฺหิ ทสวิธํ เสยฺยํ อนฺโตคพฺภาทิมฺหิ คุตฺตฏฺฐาเน ปญฺญเปตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ยสฺมา เสยฺยาปิ เสนาสนมฺปิ อุปจิกาหิ ปลุชฺชติ, วมฺมิกราสิเยว โหติ, ตสฺมา ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ. พหิ ปน อุปฏฺฐานสาลาทีสุ ปญฺญเปตฺวา คจฺฉนฺตสฺส เสยฺยามตฺตเมว นสฺเสยฺย ฐานสฺส อคุตฺตตาย, น เสนาสนํ, ตสฺมา เอตฺถ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. มญฺจปีฐํ ปน ยสฺมา น สกฺกา สหสา อุปจิกาหิ ขายิตุํ, ตสฺมา ตํ วิหาเรปิ สนฺถริตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. วิหารูปจาเร ปน ตํ วิหารจาริกํ อาหิณฺฑนฺตา ทิสฺวาว ปฏิสาเมนฺติ.
อุทฺธรณานิ กตฺวาติ เอตฺถ อุทฺธริตฺวา คจฺฉนฺเตน มญฺจปีฐกวานํ สพฺพํ อปเนตฺวา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๑๘) สํหริตฺวา จีวรวํเส ลคฺเคตฺวา คนฺตพฺพํ. ปจฺฉา อาคนฺตฺวา วสนกภิกฺขุนาปิ ปุน มญฺจปีฐํ วา ปญฺญเปตฺวา สยิตฺวา คจฺฉนฺเตน ตเถว กาตพฺพํ. อนฺโตกุฏฺฏโต เสยฺยํ พหิกุฏฺเฏ ปญฺญเปตฺวา วสนฺเตน คมนกาเล ปุน คหิตฏฺฐาเนเยว ปฏิสาเมตพฺพํ. อุปริปาสาทโต โอโรเปตฺวา เหฏฺฐาปาสาเท วสนฺตสฺสาปิ เอเสว นโย. รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ มญฺจปีฐํ ปญฺญเปตฺวาปิ คมนกาเล ปุน คหิตฏฺฐาเนเยว ฐเปตพฺพํ. อุทฺธราเปตฺวา คมเนปิ เอเสว นโย. อาปุจฺฉิตฺวา คจฺฉนฺเตน ปน ‘‘ภิกฺขุมฺหิ สติ ภิกฺขุ อาปุจฺฉิตพฺโพ’’ติอาทินา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๑๖) เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว อาปุจฺฉิตฺวา คนฺตพฺพํ.
ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘ชาน’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อนุฏฺฐาปนีโย ‘อย’นฺติ ชานนฺโต’’ติ อยํ วิเสโส กุโต ลพฺภตีติ อาห ‘‘เตเนวสฺสา’’ติอาทิ. นนุ ปทภาชเนปิ วุฑฺฒภาวาทิชานนเมว วุตฺตํ, น ตุ อนุฏฺฐาปนียภาวนฺติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘วุฑฺโฒ หี’’ติอาทิ. พหูปการตนฺติ ‘‘ภณฺฑาคาริกตฺตาทิพหุอุปการภาวํ’’. น เกวลํ อิทเมวาติ อาห ‘‘คุณวิสิฏฺฐตญฺจา’’ติอาทิ, เตน พหูปการตฺเตปิ คุณวิสิฏฺฐตฺตาภาเว, คุณวิสิฏฺฐตฺเตปิ พหูปการตฺตาภาเว ทาตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ‘‘ภณฺฑาคาริกสฺส พหูปการตํ, ธมฺมกถิกาทีนํ คุณวิสิฏฺฐตญฺจ สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๑๑๙-๑๒๑) เกจิ. ธุววาสตฺถายาติ นิจฺจวาสตฺถาย. สมฺมนฺนิตฺวาติ อปโลกเนน กมฺเมน สมฺมนฺนิตฺวา. กามญฺเจตฺถ คิลานสฺสาปิ สงฺโฆเยว อนุจฺฉวิกํ เสนาสนํ เทติ, คิลาโน ปน อปโลเกตฺวา สงฺเฆน อทินฺนเสนาสโนปิ น ปีเฬตพฺโพ อนุกมฺปิตพฺโพติ ทสฺเสตุํ วิสุํ วุตฺโต.
สมนฺตา ทิยฑฺโฒ หตฺโถติ มชฺเฌ ปญฺญตฺตํ มญฺจปีฐํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอกปสฺเสน เจ ปโหนกทิสา ทิสฺสติ, ตโต คเหตพฺพํ. ปาทโธวนปาสาณโตติ ทฺวาเร นิกฺขิตฺตปาทโธวนปาสาณโต. นิสีทนฺตสฺส วา นิปชฺชนฺตสฺส วา ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ นิสีทนมตฺเตน, นิปชฺชนมตฺเตเนว วา ปาจิตฺติยํ. ปุนปฺปุนํ กโรนฺตสฺสาติ อุฏฺฐายุฏฺฐาย นิสีทโต วา นิปชฺชโต วา.
สงฺฆิเก สงฺฆิกสญฺญิเวมติกปุคฺคลิกสญฺญีนํ วเสน ติกปาจิตฺติยํ เวทิตพฺพํ. ติกทุกฺกฏํ ปน ปุคฺคลิเก สงฺฆิกสญฺญิเวมติกอญฺญปุคฺคลิกสญฺญีนํ วเสน. วิหารสฺส อุปจาเรติ ตสฺส พหิ อาสนฺนปฺปเทเส.
อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา
อเนกโกฏฺฐกานีติ อเนกทฺวารโกฏฺฐกานิ. ‘‘นิกฺขมาติ วจนํ สุตฺวา อตฺตโน รุจิยา เจ นิกฺขมติ, อนาปตฺตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๑๒๖) วทนฺติ.
ตสฺส ปริกฺขารนิกฺกฑฺฒเนติ ตสฺส สนฺตกํ ยํ กิญฺจิ ปตฺตจีวรปริสฺสาวนธมฺมกรณมญฺจปีฐภิสิพิพฺโพหนาทิเภทํ อนฺตมโส รชนฉลฺลิปิ อตฺถิ, ตสฺส ปริกฺขารสฺส นิกฺกฑฺฒเน. ตญฺจาติ ทุกฺกฏํ ปรามสติ. นิกฺกฑฺฒาปเนปิ เอเสว นโย. คาฬฺหํ พนฺธิตฺวา ฐปิเตสุ ปน เอกาว อาปตฺติ.
ภณฺฑนการกกลหการกเมว สกลสงฺฆารามโต นิกฺกฑฺฒิตุํ ลภติ. โส หิ ปกฺขํ ลภิตฺวา สงฺฆมฺปิ ภินฺเทยฺย. อลชฺชิอาทโย ปน อตฺตโน วสนฏฺฐานโตเยว นิกฺกฑฺฒิตพฺพา. สกลสงฺฆารามโต นิกฺกฑฺฒิตุํ น วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘สกลสงฺฆารามโตปี’’ติอาทิ.
นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา
อุปริเวหาสกุฏิยาติ อุปริมตเล อสนฺถตปทราย กุฏิยา. เตนาห ‘‘อุปริ อจฺฉนฺนตลายา’’ติอาทิ. ยา หิ กาจิ อุปริ อจฺฉนฺนตลา ทฺวิภูมิกกุฏิกา วา ติภูมิกาทิกุฏิกา วา, สา ‘‘เวหาสกุฏี’’ติ วุจฺจติ. อิทญฺหิ เวหาสกุฏิลกฺขณํ. ยทิ เอวํ กสฺมา ปทภาชเน ‘‘มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส อสีสฆฏฺฏา’’ติ (ปาจิ. ๑๓๑) วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปทภาชเน ปนา’’ติอาทิ. อิธ อธิปฺเปตํ กุฏึ ทสฺเสตุนฺติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท อธิปฺเปตํ เวหาสกุฏึ ทสฺเสตุํ. มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺสาติ ปมาณมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส. สพฺพเหฏฺฐิมาหิ ตุลาหิ สีสํ น ฆฏฺเฏตีติ อสีสฆฏฺฏา. องฺเค วิชฺฌิตฺวาติ อฏนิโย วิชฺฌิตฺวา. ปเวสิตปาทกนฺติ ปเวสิตปาทสิขํ. ตสฺมาติ ‘‘ภูมตฺเถ วา’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ การณภาเวน ปจฺจามสติ. ยสฺมา อาหจฺจปาทกาทีสุ ยถาวุตฺโต อตฺโถ โหติ, ตสฺมาติ วุตฺตํ โหติ.
สหสาติ อภิภวิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวา. อเวหาสกุฏิกายาติ ภูมิยํ กตปณฺณสาลาทีสุ, ตตฺถ อนาปตฺติ. น หิ สกฺกา ตตฺถ ปรสฺส ปีฬา กาตุํ. สีสฆฏฺฏายาติ ยา สีสํ ฆฏฺฏา โหติ, ตตฺถาปิ อนาปตฺติ. น หิ สกฺกา ตตฺถ เหฏฺฐาปาสาเท อโนณเตน วิจริตุํ, ตสฺมา อสญฺจรณฏฺฐานตฺตา ปรปีฬา น ภวิสฺสติ. อุปริตลํ วา ปทรสญฺจิตนฺติ อุปริมตลํ ทารุผลเกหิ ฆนสนฺถตํ. กิญฺจิ คณฺหาติ วาติ อุปริ นาคทนฺตกาทีสุ ลคฺคิตํ จีวราทึ ยํ กิญฺจิ คณฺหาติ วา. ลคฺคติ วาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปฏิปกฺขภูตา อาณิ ปฏาณิ. ยสฺสา ทินฺนาย นิสีทนฺเตปิ ปาทา น นิปตนฺติ, เอวํภูตา อาณิ มญฺจปีฐานํ ปาทสิขาสุ ทินฺนา โหตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปาทสีสาน’’นฺติอาทิ.
เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา
ปิฏฺฐสงฺฆาฏสฺสาติ ทฺวารพนฺธสฺส. สามนฺตา อฑฺฒเตยฺยหตฺโถ ปเทโสติ ยสฺส (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๓๕) เวมชฺเฌ ทฺวารํ โหติ, อุปริภาเค จ อุจฺจา ภิตฺติ, ตสฺส ตีสุ ทิสาสุ สามนฺตา อฑฺฒเตยฺยหตฺโถ ปเทโส. ขุทฺทกสฺส ปน วิหารสฺส ทฺวีสุ ทิสาสุ. ตตฺราปิ ยํ ภิตฺตึ วิวริยมานํ กวาฏํ อาหนติ, สา อปริปุณฺณูปจาราปิ โหติ. สเจ ปน ทฺวารสฺส อโธภาเคปิ เลโปกาโส อตฺถิ, ตมฺปิ ลิมฺปิตุํ วฏฺฏติ. อคฺคฬฏฺฐปนายาติ เอตฺถ อคฺคฬสทฺเทน ตํสมฺพนฺธโต ทฺวารผลกสหิตํ ทฺวารพนฺธนํ อธิปฺเปตํ. เตนาห ‘‘สกวาฏกสฺสา’’ติอาทิ. ‘‘นิจฺจลภาวตฺถายา’’ติ อิมินา ตญฺจ โข ฐปนํ อิธ นิจฺจลภาเวนาติ ทสฺเสติ. โก ปเนตฺถ อธิปฺปาโยติ อาห ‘‘กวาฏญฺหี’’ติอาทิ. กมฺปตีติ จลติ. ยาว ทฺวารโกสา อคฺคฬฏฺฐปนาย ปุนปฺปุนํ ลิมฺปิตพฺโพ วา เลปาเปตพฺโพ วาติ อคฺคฬฏฺฐปนตฺถาย ยาว ทฺวารโกสา ปุนปฺปุนํ อตฺตนา ลิมฺปิตพฺโพ วา, ปเรหิ เลปาเปตพฺโพ วาติ อตฺโถ.
นนุ จายมตฺโถ เนว มาติกายํ, น ปทภาชเน วุตฺโต, อถ กุโต ทฏฺฐพฺโพติ อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. กิญฺจาปีติ ยทิปิ. อฏฺฐุปฺปตฺติยนฺติ สิกฺขาปทสฺส นิทาเน. อธิการโตติ อนุวตฺตนโต. อาโลกํ สนฺเธติ ปิเธตีติ อาโลกสนฺธิ. เตนาห ‘‘อาโลกสนฺธีติ วาตปานกวาฏกา วุจฺจนฺตี’’ติ. ตตฺถ วาตปานกวาฏกาติ วาตปานผลกา. อนุญฺญาตปฺปเทสโต ปน อญฺญตฺถ ปุนปฺปุนํ วิลิมฺปิตุํ วา วิลิมฺปาเปตุํ วา น วฏฺฏติ. ‘‘มตฺติกาย กตฺตพฺพกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา ปุน จตุตฺถเลเป ทินฺเน ปาจิตฺติย’’นฺติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๑๓๕) เกจิ. ‘‘ปุนปฺปุนํ เลปทานสฺส วุตฺตปฺปมาณโต อญฺญตฺถ ปฏิกฺขิตฺตมตฺตํ ฐเปตฺวา ปาจิตฺติยสฺส อวุตฺตตฺตา ทุกฺกฏ’’นฺติ อปเร.
อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ สํวิธาตพฺพํ. อปฺปหริเตติ เอตฺถ อปฺปสทฺโท ‘‘อปฺปิจฺโฉ’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๕๒, ๓๓๖; สํ. นิ. ๒.๑๔๘) วิย อภาวตฺโถติ อาห ‘‘อหริเต’’ติ. สาลิวีหิอาทิ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๐) ปุพฺพณฺณํ ‘‘ปุรกฺขตํ สสฺสผล’’นฺติ กตฺวา, ตพฺพิปริยายโต มุคฺคมาสาทิ อปรณฺณํ. วุตฺตนฺติ วปิตํ. ‘‘ตสฺมึ ฐตฺวา อธิฏฺฐหนฺโต ทุกฺกฏํ อาปชฺชตี’’ติ อิมินา ยสฺมึ ปเทเส สมนฺตา วุตฺตปฺปมาเณ ปริจฺเฉเท ปุพฺพณฺณาทีนิ น สนฺติ, ตตฺถ วิหาโร กาเรตพฺโพ. ยตฺถ ปน สนฺติ, ตตฺถ การาเปตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ตเถวาติ มุขวฏฺฏิอนฺเตน. ตสฺมึ ฐาตพฺพํ ปตนฺตสฺส วิหารสฺส อปตโนกาสตฺตา, ตสฺส ภิกฺขุโน อุปริ น ปเตยฺยาติ อธิปฺปาโย. ยถาปริจฺฉินฺนสฺส ปน โอกาสสฺส อพฺภนฺตรํ วิหารสฺส ปตนฺตสฺส โอกาโส โหตีติ อปฺปหริเตปิ ตสฺมึ ฐตฺวา อธิฏฺฐาตุํ น ลภติ. เตนาห ‘‘ตสฺส อนฺโต อหริเตปิ ฐาตุํ น ลภตี’’ติ.
ตโต เจ อุตฺตรีติ ติณฺณํ มคฺคานํ วา ปริยายานํ วา อุปริ จตุตฺเถ มคฺเค วา ปริยาเย วาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘มคฺเคน ฉาทิยมาเน’’ติอาทิ. ตตฺถ มคฺเคน ฉาทิยมาเนติ อปริกฺขิปิตฺวา อุชุกเมว ฉาทิยมาเน. ปริยาเยนาติ ปริกฺเขเปน. ตตฺถ มคฺเคน ฉาทนํ อิฏฺฐกสิลาสุธาหิ ลพฺภติ, ปริยาเยน ฉาทนํ ติณปณฺเณหีติ อาห ‘‘อิฏฺฐกสิลาสุธาหี’’ติอาทิ. ตสฺมา ยถา อิจฺฉติ, ตถา เทฺว มคฺเค วา เทฺว ปริยาเย วา อธิฏฺฐหิตฺวา ตติยํ มคฺคํ วา ปริยายํ วา ‘‘เอวํ ฉาเทหี’’ติ อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพํ. สเจ น ปกฺกมติ, ตุณฺหีภาเวน ฐาตพฺพํ. สพฺพมฺปิ เจตํ ฉทนํ ฉทนูปริ เวทิตพฺพํ. อุปรูปริฉนฺโน หิ วิหาโร จิรํ อโนวสฺสโก โหตีติ มญฺญมานา เอวํ ฉาเทนฺติ. ติณมุฏฺฐิคณนายาติ ติณกรฬคณนาย.
ติกปาจิตฺติยนฺติ อติเรกทฺวตฺติปริยาเย อติเรกสญฺญิเวมติกอูนกสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. เสตวณฺณาทิกรเณติ เสตวณฺณกาฬวณฺณเครุกปริกมฺมมาลากมฺมลตากมฺมมกรทนฺตกปญฺจปฏิกานํ กรเณ. เลณคุหาติณกุฏิกาทีสูติ เอตฺถ เลณนฺติ ทฺวารพทฺธํ. คุหาติ เกวลา ปพฺพตคุหา. ติณกุฏิกา ปากฏา เอว.
มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา
เอกสฺมึ ฆเฏ เอกาว อาปตฺตีติ เอกสฺมึ อุทกฆเฏ เอกาว อาปตฺติ. เอส นโย สพฺพภาชเนสุ. วิจฺฉินฺทนฺตสฺสาติ ธารํ วิจฺฉินฺทนฺตสฺส. เอเกกํ ปกฺขิปนฺตสฺสาติ เอเกกํ ติณํ วา ปณฺณํ วา มตฺติกํ วา อญฺญํ วา กฏฺฐโคมยาทึ ปกฺขิปนฺตสฺส. ปริยาทานนฺติ ขยํ.
‘‘ปทีเป (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๑๔๐) ปติตฺวา ปฏงฺคาทิปาณกา มริสฺสนฺตี’’ติ ชานนฺตสฺสาปิ กุสลจิตฺเตน ปทีปุชฺชลนํ วิย ‘‘สิญฺจเนน ปาณกา มริสฺสนฺตี’’ติ ปุพฺพภาเค ชานนฺตสฺสาปิ ‘‘อิทํ ชลํ สิญฺจามี’’ติ สิญฺจนฺตสฺส วธกจิตฺตํ น โหตีติ อาห ‘‘วินา วธกเจตนายา’’ติอาทิ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ปณฺณตฺติวชฺช’’นฺติ อิทมฺปิ สมตฺถิตํ โหติ. ติจิตฺตนฺติ กุสลากุสลาพฺยากตวเสน ติจิตฺตํ. ตถา หิ ปณฺณตฺตึ มทฺทิตฺวา สิญฺจนฺตสฺส วา สิญฺจาเปนฺตสฺส วา อกุสลจิตฺเตน โหติ, ‘‘อาสนํ โธวิสฺสามี’’ติ จิตฺเตน โธวนตฺถํ สิญฺจนฺตสฺส วา สิญฺจาเปนฺตสฺส วา กุสลจิตฺเตน โหติ, ปณฺณตฺตึ อชานตา อรหตา สิญฺจนาทิกรเณ อพฺยากตจิตฺเตน โหตีติ กุสลากุสลาพฺยากตจิตฺตวเสน ติจิตฺตํ โหติ.
สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ภูตคามวคฺโค ทุติโย.