๑๓. กุลทูสกสิกฺขาปทวณฺณนา

นครสฺสาปิ คามวิเสสตฺตา อิธ คามคฺคหเณเนว นครมฺปิ คหิตนฺติ อาห ‘‘นครมฺปิ คาเม อนฺโตคธเมวา’’ติ, วา-สทฺเทน วา อนุตฺตวิกปฺปตฺเถน คหณนฺติ เอวํ วุตฺตํ. เอตฺถ จ อปาการปริกฺเขโป สาปโณ นิคโม, สปาการาปณํ นครํ, ตํตํวิปรีโต คาโมติ อิเมสํ ติณฺณํ วิเสโส ทฏฺฐพฺโพ. กุลานิ ทูเสตีติ ขตฺติยพฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทวเสน จตฺตาริ กุลานิ วิการํ อาปาเทติ. ทูเสนฺโต จ น อสุจิกทฺทมาทีหิ ทูเสติ, อถ โข อตฺตโน ทุปฺปฏิปตฺติยา เตสํ ปสาทํ วินาเสติ. เตนาห ‘‘ปุปฺผทานาทีหี’’ติอาทิ. ตตฺถ หริตฺวา วา หราเปตฺวา วา ปกฺโกสิตฺวา วา ปกฺโกสาเปตฺวา วา สยํ วา อุปคตานํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๓๖-๔๓๗) ยสฺส กสฺสจิ อตฺตโน สนฺตกสฺส ปุปฺผสฺส กุลสงฺคหตฺถาย ทานํ ปุปฺผทานํ, ตํ อาทิ เยสํ เต ปุปฺผทานาทโย, เตหิ ปุปฺผทานาทีหิ. อาทิสทฺเทน (ปารา. ๔๓๗) ผลทานจุณฺณมตฺติกาทนฺตกฏฺฐเวฬุเวชฺชิกาชงฺฆเปสนิกานํ คหณํ. สทฺธํ วินาเสนฺโตติ ตถา อกโรนฺเตสุ อญฺเญสุ เปสเลสุ ภิกฺขูสุ อปฺปสาทํ อทสฺสนํ คเมนฺโต. ปุปฺผทานาทีหิ จ เตหิ กตสงฺคเหหิ อญฺเญ เปสเล ตถา อกโรนฺเต เต มนุสฺสา อิสฺสนฺติ น อลฺลียนฺตีติ โส เตสํ ปสาทํ วินาเสติ นามาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปาปกา สมาจาราติ พุทฺธปฺปฏิกุฏฺฐตฺตา ลามกา สมาจารา. เต ปน ยสฺมา กุลสงฺคหตฺถํ มาลาวจฺฉโรปนาทโย อิธ อธิปฺเปตา, ตสฺมา ‘‘มาลาวจฺฉโรปนาทโย’’ติ วุตฺตํ. อารามาทีนมตฺถาย ปน กปฺปิยโวหาราทีหิ โรปาปนาทิกํ วฏฺฏติ. ตตฺถ มาลาวจฺฉนฺติ ตรุณปุปฺผรุกฺขํ. ตรุณกา หิ ปุปฺผรุกฺขาปิ ปุปฺผคจฺฉาปิ ‘‘มาลาวจฺฉา’’เตฺวว วุจฺจนฺติ, ตสฺส โรปนํ มาลาวจฺฉโรปนํ, ตํ อาทิ เยสํ เต มาลาวจฺฉโรปนาทโย. อาทิสทฺเทน เจตฺถ โรปาปนสิญฺจนสิญฺจาปนโอจินนโอจินาปนคนฺถนคนฺถาปนานํ คหณํ.

มาติกายํ ทิสฺสนฺตีติ เย ปจฺจกฺขโต ปสฺสนฺติ, เตหิ ทิสฺสนฺติ. สุยฺยนฺตีติ เย ปรโต สุณนฺติ, เตหิ โสตทฺวาเรน สุตฺวา อุปธารียนฺติ. ทุฏฺฐานีติ ทูสิตานิ. อลํ เต อิธ วาเสนาติ ตว อิธ วาเสน อลํ, มา อิธ ตว วาโส โหตูติ อตฺโถ. วารณตฺโถ หิ อิธ อลํ-สทฺโท. ปพฺพาชนียกมฺมกโตติ โจเทตฺวา สาเรตฺวา อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิเม อสฺสชิปุนพฺพสุกา’’ติอาทินา (ปารา. ๔๓๔) ปทภาชเน วุตฺตาย ญตฺติจตุตฺถกมฺมวาจาย กตปพฺพาชนียกมฺโม. ยสฺมิญฺจ วิหาเร วสตีติ คามโต พหิวิหารมาห. เนว ตสฺมึ คาเม…เป… จริตุํ ลภตีติ สเจปิ คาโม วา นิคโม วา ทฺวาทสโยชนปรโม โหติ, ติโยชนปรโม จ วิหาโร โหติ, เนว ตสฺมึ คาเม วา นิคเม วา ปิณฺฑาย จริตุํ ลภติ, น วิหาเร วสิตุํ. ตสฺมึ วิหาเร วสนฺเตน สามนฺตคาเมปิ ปิณฺฑาย น จริตพฺพํ, สามนฺตวิหาเรปิ วสนฺเตน ตสฺมึ คาเม ปิณฺฑาย น จริตพฺพํ. สามนฺตวิหาเร วสนฺเตน ปน สามนฺตคาเม จริตุํ วฏฺฏติ. อาปชฺชิตพฺพา อาปตฺติโยติ กุลสงฺคหตฺถํ อตฺตโน สนฺตกทาเน ทุกฺกฏํ, อิสฺสรวตาย สงฺฆสนฺตกทาเน ถุลฺลจฺจยํ, ปสยฺห ทาเน ปาราชิกนฺติ อิมา อาปตฺติโย. มาติกายํ ‘‘ปกฺกมตา ยสฺมา’’ติ ปพฺพาชนียกมฺมกตสฺส วตฺตวเสน วุตฺตํ. อาทิมฺหิ ปน ปพฺพาชนียกมฺมวเสน ทฏฺฐพฺพํ. อสฺสชิปุนพฺพสุเกติ อสฺสชิญฺเจว ปุนพฺพสุกญฺจ.

กุลทูสกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สงฺฆาทิเสสนิคมนวณฺณนา

ปฐมาปตฺติกาติ อวยเวน วิคฺคโห สมุทาโย สมาสตฺโถติ อาห ‘‘ปฐมํ อาปตฺติ เอเตสนฺติ ปฐมาปตฺติกา’’ติ. วีติกฺกมนกฺขเณเยวาติ วตฺถุวีติกฺกมนกฺขเณเยว. เอว-กาเรน สมนุภาสนกมฺมกฺขณํ ปฏิกฺขิปติ. อหสฺส ยตฺตโก ปริจฺเฉโท ยาวตีหํ. เตนาห ‘‘ยตฺตกานิ อหานี’’ติ. อหานีติ จ ทิวสานีติ อตฺโถ.

วตฺถุวเสน วาติ อสุจิโมจนาทิวีติกฺกมมตฺตวเสน วา. อิทนฺติ อิทํ วีติกฺกมํ. นามมตฺตวเสน วา อยํ อิตฺถนฺนามา อาปตฺตีติ ‘‘อยํ สงฺฆาทิเสโส นาม อาปตฺตี’’ติ เอวํ วินา วตฺถุํ นามวเสน วา. มตฺตสทฺเทน เจตฺถ วตฺถุํ ปฏิกฺขิปติ. โปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิ ‘‘นามโคตฺตวเสน วา’’ติ ลิขนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ ‘‘อยํ อิตฺถนฺนามา อาปตฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา. อิทานิ นํ กสฺสจิ น อาโรเจสฺสามีติ สมฺพนฺโธ. ธุรํ นิกฺขิปิตฺวาติ อาโรจเน อุสฺสาหํ ฐเปตฺวา. น เกวลํ วตฺถุนามวเสเนว อาปตฺติสญฺญี หุตฺวา ฉาเทนฺตสฺเสว, อถ โข โยปิ เอวํ อชานนฺโต เกวลํ ‘‘อาปตฺตึ ฉาเทมี’’ติ อาปตฺติสญฺญาย ฉาเทติ, ตสฺสปิ ฉนฺนา โหตีติ เวทิตพฺพํ. สเจ ปเนตฺถ อนาปตฺติสญฺญี วา โหติ, อญฺญาปตฺติกฺขนฺธสญฺญี วา เวมติโก วา หุตฺวา ‘‘น ทานิ นํ กสฺสจิ อาโรเจสฺสามี’’ติ เอวํ ฉาเทตุกาโมว ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐาเปติ, อจฺฉนฺนาว โหตีติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. อนาปตฺติ ปน อาปตฺติสญฺญายปิ อนาปตฺติสญฺญายปิ ฉาเทนฺเตน อจฺฉาทิตาว โหติ. ลหุกํ วา ‘‘ครุกา’’ติ ครุกํ วา ‘‘ลหุกา’’ติ ฉาเทติ, อลชฺชิปกฺเข ติฏฺฐติ, อาปตฺติ ปน อจฺฉนฺนา โหติ. ครุกํ ‘‘ลหุกา’’ติ มญฺญมาโน เทเสติ, เนว เทสิตา โหติ นจฺฉนฺนา.

ปกโต สภาวภูโต อตฺตา อสฺสาติ ปกตตฺโต, น กมฺเมหิ วิกตตฺโตติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อนุกฺขิตฺโต สมานสํวาสโก’’ติ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘น ทานิ นํ กสฺสจิ อาโรเจสฺสามี’’ติอาทินา วุตฺตเนว นเยน. อถ ‘‘มยฺหํ สงฺเฆน กมฺมํ กต’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) อปกตตฺตสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, อจฺฉนฺนาว โหติ. อปกตตฺเตน ปน ปกตตฺตสญฺญินา วา ปกตตฺเตน อปกตตฺตสญฺญินา วา ฉาทิตาปิ อจฺฉนฺนาว โหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘อาปชฺชติ ครุกํ สาวเสสํ;

ฉาเทติ อนาทริยํ ปฏิจฺจ;

น ภิกฺขุนี โน จ ผุเสยฺย วชฺชํ;

ปญฺหาเมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);

อยญฺหิ ปโญฺห อุกฺขิตฺตเกน กถิโต.

ทสสุ อนฺตราเยสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. สเจ ปน โย ภีรุกชาติกตาย อนฺธกาเร อมนุสฺสจณฺฑมิคภเยน อนฺตรายิกสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, อจฺฉนฺนาว โหติ. ยสฺสปิ ปพฺพตวิหาเร วสนฺตสฺส กนฺทรํ วา นทึ วา อติกฺกมิตฺวา อาโรเจตพฺพํ โหติ, อนฺตรามคฺเค จ จณฺฑวาฬอมนุสฺสาทิภยํ อตฺถิ, มคฺเค อชครา นิปชฺชนฺติ, นที ปูรา โหติ, เอตสฺมึ สติเยว อนฺตราเย อนฺตรายิกสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, อจฺฉนฺนาว โหติ. อนฺตรายิกสฺส ปน อนฺตรายิกสญฺญาย วา อนนฺตรายิกสญฺญาย วา ฉาทยโต อจฺฉนฺนาว.

ภิกฺขุโนติ สภาคสฺส ภิกฺขุโน. สจสฺส มุเข อปฺปมตฺตโก คณฺโฑ วา โหติ, หนุกวาโต วา วิชฺฌติ, ทนฺโต วา รุชฺชติ, ภิกฺขา วา มนฺทา ลทฺธา โหติ, ตาวตเกน ปน เนว วตฺตุํ น สกฺโกติ, น คนฺตุํ. อปิจ โข ‘‘น สกฺโกมี’’ติ สญฺญี โหติ, อยํ ปหุ หุตฺวา อปฺปหุสญฺญี นาม. อิมินา ฉาทิตาปิ อจฺฉาทิตา. อปฺปหุนา ปน วตฺตุํ วา คนฺตุํ วา อสมตฺเถน ปหุสญฺญินา วา อปฺปหุสญฺญินา วา ฉาทิตาปิ อจฺฉาทิตาว.

อิทํ อุตฺตานเมวาติ อิทํ องฺคทฺวยํ อุตฺตานตฺถเมว. สเจ ปน ‘‘ฉาเทสฺสามี’’ติ ธุรนิกฺเขปํ กตฺวา ปุเรภตฺเต วา ปจฺฉาภตฺเต วา ปฐมยามาทีสุ วา ลชฺชิธมฺมํ โอกฺกมติ, อนฺโตอรุเณเยว อาโรเจติ, อยํ ฉาเทตุกาโม น ฉาเทติ นาม.

ยสฺส ปน อภิกฺขุเก ฐาเน วสนฺตสฺส อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา สภาคสฺส ภิกฺขุโน อาคมนํ อาคเมนฺตสฺส วา, สภาคสฺส สนฺติกํ วา คจฺฉนฺตสฺส อฑฺฒมาโสปิ มาโสปิ อติกฺกมติ, อยํ นจฺฉาเทตุกาโม ฉาเทติ นาม. อยมฺปิ อจฺฉนฺนาว โหติ.

โย ปน อาปนฺนมตฺโตว อคฺคึ อกฺกนฺตปุริโส วิย สหสา อปกฺกมิตฺวา สภาคฏฺฐานํ คนฺตฺวา อาวิ กโรติ, อยํ นจฺฉาเทตุกาโมว น ฉาเทติ นาม. สภาคมตฺตเมว ปมาณนฺติ อเวริสภาคมตฺตเมว ปมาณํ. อเวริสภาคสฺส หิ สนฺติเก อาโรเจตพฺพํ. โย ปน วิสภาโค โหติ สุตฺวา ปกาเสตุกาโม, เอวรูปสฺส อุปชฺฌายสฺสปิ สนฺติเก น อาโรเจตพฺพา. ตตฺถ ปุเรภตฺตํ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหตุ, ปจฺฉาภตฺตํ วา ทิวา วา รตฺตึ วา, ยาว อรุณํ น อุคฺคจฺฉติ, ตาว อาโรเจตพฺพํ. อุทฺธสฺเต อรุเณ ปฏิจฺฉนฺนา โหติ, ปฏิจฺฉาทนปจฺจยา จ ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. สงฺเขปโตติ สมาสโต. วิตฺถารโต ปน สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโตติ อธิปฺปาโย.

อกามา ปริวตฺถพฺพนฺติ อปฺปฏิกมฺมกตาย อาปตฺติยา สคฺคโมกฺขาวรณภาวโต อนิจฺฉนฺเตนาปิ ปริวสิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘น กาเมนา’’ติอาทิ. ปริวาสํ สมาทายาติ ปริวาสวตฺตํ สงฺฆมชฺเฌ สมาทิยิตฺวา. ยทิปิ จตุพฺพิโธ ปริวาโส อปฺปฏิจฺฉนฺนปริวาโส, ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส, สุทฺธนฺตปริวาโส, สโมธานปริวาโสติ, ตถาปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนปริวาโส อิธ น อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ตตฺถ ปฏิจฺฉนฺน…เป… ติวิโธ ปริวาโส’’ติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ วาเกฺย. ปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา สติ ทาตพฺโพ ปริวาโส ปฏิจฺฉนฺนวิสยตาย ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส. สุทฺธนฺตโต ปฏฺฐาย ทาตพฺโพ ปริวาโส สุทฺธนฺตปริวาโส. สโมทหิตฺวา ทาตพฺโพ ปริวาโส สโมธานปริวาโส.

อิทานิ เต ติวิเธเยว ปริวาเส สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. หีติ ยสฺมา. เอกาหํ ปฏิจฺฉนฺนา เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนา. วุตฺตนเยนาติ ‘‘อาปตฺติ จ โหตี’’ติอาทินา วุตฺเตน นเยน. เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติ เอตฺถ อิติสทฺโท ‘‘อิติ วา, อิติ เอวรูปา วิสูกทสฺสนา ปฏิวิรโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๓, ๑๙๗) วิย อาทิอตฺโถ. เตน ‘‘โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฏฺฐิยา เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาย เอกาหปริวาสํ ยาจามี’’ติ อิมํ ปาฬิเสสํ (จูฬว. ๑๐๒) สงฺคณฺหาติ. เอวํ ปริวาสํ ยาจาเปตฺวาติ เอวํ ยาวตติยํ ยาจาเปตฺวา. ขนฺธเก อาคตนเยนาติ สมุจฺจยกฺขนฺธเก (จูฬว. ๙๗ อาทโย) อาคตนเยน. ตโตติ ปกฺขโต ปฏฺฐาย. อติเรกปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติ ปกฺขสฺส อติเรโก อติเรกปกฺโข, ตํ ปฏิจฺฉนฺนนฺติ อตฺโถ. ตโตติ ตึสติมทิวสโต ปฏฺฐาย. มาสปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติ สตฺตานํ อายุํ มินนฺโต วิย สิยติ อนฺตํ กโรตีติ มาโส, ตึสรตฺตินฺทิโว, ตํ ปฏิจฺฉนฺนนฺติ อตฺโถ. สํวจฺฉเร ปุณฺเณติ ตํ ตํ สตฺตํ, ธมฺมปฺปวตฺติญฺจ สงฺคมฺม วทนฺโต วิย สรติ ปวตฺตตีติ สํวจฺฉโร, ทฺวาทส มาสา, ตสฺมึ ปริปุณฺเณ.

วตฺถุกิตฺตนวเสน วาติ นาเมน สห วตฺถุกิตฺตนวเสน วาติ อตฺโถ. เตเนว หิ อุปริ ‘‘นามมตฺตวเสน วา’’ติ มตฺตคฺคหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นามมตฺตวเสนาติ วตฺถุกิตฺตนํ วินา เกวลํ นามสฺเสว วเสน. ตสฺมาติ ยสฺมา ทุวิเธ นาเม ‘‘อาปตฺตี’’ติ สพฺพสาธารณํ นามํ, ตสฺมา. สุกฺกวิสฺสฏฺฐีติ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ นามายํ. อิติสทฺโท เหตฺถ วจนียตฺถํ นิทสฺเสติ. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐี’’ติ กายสํสคฺคาทีนมฺปิ วตฺถุอาทิภาเวน อิจฺฉิตพฺพตฺตา. วตฺถุ เจว โคตฺตญฺจาติ วีติกฺกมตฺตา วตฺถุ เจว อนญฺญสาธารณตฺตา โคตฺตญฺจ. คํ ตายตีติ โคตฺตํ, สชาติโต อญฺญตฺถ กายสํสคฺคาทีสุ คนฺตุํ อทตฺวา พุทฺธึ, วจนญฺจ รกฺขตีติ อตฺโถ. สงฺฆาทิเสโสติ สงฺฆาทิเสโส นามายํ. เอตฺถ ปน อิติสทฺโท วจนวจนียสมุทายํ นิทสฺเสติ. เตนาห ‘‘นามญฺเจว อาปตฺติ จา’’ติ, สชาติสาธารณนามตฺตา นามญฺเจว เตน เตน วีติกฺกเมนาปชฺชิตพฺพตฺตา อาปตฺติ จาติ อตฺโถ. อิทมฺปิ นิทสฺสนมตฺตเมว ‘‘อาปตฺติโย’’ติ อิมสฺสาปิ นามาทิภาเวน อิจฺฉิตพฺพตฺตา. อิติสทฺโท วา อาทิอตฺโถ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘กายสํสคฺคนฺติอาทิวจเนนาปี’’ติอาทิกมฺปิ สมตฺถิตํ โหติ.

ตยิทํ กมฺมวาจาย เกน วจเนน คหิตนฺติ อนุโยคํ สนฺธาย ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ‘‘อาปตฺตี’’ติ สพฺพสาธารณนามตฺตา, วีติกฺกเมน อาปชฺชิตพฺพตฺตา จ นามญฺเจว อาปตฺติ จ โหตีติ อาห ‘‘อาปตฺติโยติ วจเนนาปี’’ติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อิทํ ปริวาสาทิวินยกมฺมํ วตฺถุวเสน, โคตฺตวเสน, นามวเสน, อาปตฺติวเสน จ กาตุํ วฏฺฏติเยว, ตสฺมา. เอเตสูติ วตฺถุอาทีสุ, สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทีสุ วา. วตฺตํ สมาทาตพฺพนฺติ ยถาวุตฺเตสุ ทฺวีสุ ปเทสุ เอเกนปิ สมาทาตพฺพํ. ทฺวีหิ ปน สุสมาทินฺนํเยว. เตเนว วกฺขติ ‘‘สมาทาเนปิ เอเสว นโย’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา).

อาโรเจตฺวาติ –

‘‘อหํ, ภนฺเต, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนํ, โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาย เอกาหปริวาสํ ยาจึ, ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาย เอกาหปริวาสํ อทาสิ, โสหํ ปริวสามิ, เวทยามหํ, ภนฺเต, ‘เวทยตี’ติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) –

เอวมาทินา ตํ ตํ โยชนานุรูปํ อาโรเจตฺวา. อิมญฺจ ปนตฺถํ คเหตฺวา ยาย กายจิ ภาสาย อาโรเจตุํ วฏฺฏติเยว (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒). ‘‘ปุน อาคตาคตานํ ภิกฺขูนํ อาโรเจนฺเตนา’’ติ อิทํ อาคนฺตุกํ ภิกฺขุํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอตฺถ จ เอกสฺส อาโรเจนฺเตน อวสาเน ‘‘เวทยตีติ มํ อายสฺมา ธาเรตุ’’, ทฺวินฺนํ ‘‘อายสฺมนฺตา ธาเรนฺตุ’’, ติณฺณํ ‘‘อายสฺมนฺโต ธาเรนฺตู’’ติ วตฺตพฺพํ. วตฺตเภทญฺจ รตฺติจฺเฉทญฺจ อกตฺวาติ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา สาทิตพฺพํ ปกตตฺตานํ ภิกฺขูนํ อภิวาทนํ ปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติอาทินา (จูฬว. ๗๕) ปาริวาสิกกฺขนฺธเก ยานิ จตุนวุติ วตฺตานิ วุตฺตานิ, เตสํ เภทญฺจ, โย จ ‘‘ตโย โข, อุปาลิ, ปาริวาสิกสฺส ภิกฺขุโน รตฺติจฺเฉทา สหวาโส วิปฺปวาโส อนาโรจนา’’ติ (จูฬว. ๘๓) รตฺติจฺเฉโท วุตฺโต, ตญฺจ อกตฺวา.

อยํ เหตฺถ วินิจฺฉโย – สเจ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๖) อาคนฺตุกา มุหุตฺตํ วิสฺสมิตฺวา วา อวิสฺสมิตฺวา เอว วา วิหารมชฺเฌน คจฺฉนฺติ, เตสมฺปิ อาโรเจตพฺพํ. สเจ ตสฺส อชานนฺตสฺเสว คจฺฉนฺติ, อยญฺจ คตกาเล ชานาติ, คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ. สมฺปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภททุกฺกฏํ. เยปิ อนฺโตวิหารํ อปฺปวิสิตฺวา อุปจารสีมํ โอกฺกมิตฺวา คจฺฉนฺติ, อยญฺจ เนสํ ฉตฺตสทฺทํ วา อุกฺกาสิตสทฺทํ วา ขิปิตสทฺทํ วา สุตฺวาว อาคนฺตุกภาวํ ชานาติ, คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ. คตกาเล ชานนฺเตนาปิ อนุพนฺธิตฺวา อาโรเจตพฺพเมว. สมฺปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภททุกฺกฏํ. โยปิ รตฺตึเยว อาคนฺตฺวา รตฺตึเยว คจฺฉติ, โสปิสฺส รตฺติจฺเฉทํ กโรติ. อญฺญาตตฺตา ปน วตฺตเภททุกฺกฏํ นตฺถิ. สเจ อชานิตฺวาว อพฺภานํ กโรติ, อกตเมว โหตีติ กุรุนฺทิยํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๖) วุตฺตํ. ตสฺมา อธิกา รตฺติโย คเหตฺวา กาตพฺพํ. อยํ อปณฺณกปฺปฏิปทา.

นทิอาทีสุ นาวาย คจฺฉนฺตมฺปิ ปรตีเร ฐิตมฺปิ อากาเส คจฺฉนฺตมฺปิ ปพฺพตตลอรญฺญาทีสุ ทูเร ฐิตมฺปิ ภิกฺขุํ ทิสฺวา สเจ ‘‘ภิกฺขู’’ติ ววตฺถานํ อตฺถิ, นาวาทีหิ วา คนฺตฺวา, มหาสทฺทํ กตฺวา วา เวเคน อนุพนฺธิตฺวา วา อาโรเจตพฺพํ, อนาโรเจนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภททุกฺกฏญฺจ. สเจ วายมนฺโตปิ สมฺปาปุณิตุํ วา สาเวตุํ วา น สกฺโกติ, รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภททุกฺกฏํ.

อญฺญํ กญฺจิ วิหารํ คเตนปิ ภิกฺขูนํ อาโรเจตพฺพเมว (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๖). สเจ สพฺเพ เอกฏฺฐาเน ฐิเต ปสฺสติ, เอกฏฺฐาเน ฐิเตเนว อาโรเจตพฺพํ. อถ รุกฺขมูลาทีสุ วิสุํ วิสุํ ฐิตา โหนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ. สญฺจิจฺจ อนาโรเจนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโท จ โหติ, วตฺตเภเท จ ทุกฺกฏํ. อถ วิจินนฺโต เอกจฺเจ น ปสฺสติ, รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น จ วตฺตเภททุกฺกฏํ. สญฺจิจฺจ อนาโรเจนฺตสฺส ปน รตฺติจฺเฉโท เจว โหติ, วตฺตเภเท จ ทุกฺกฏํ.

ตตฺเถวาติ มาฬกสีมายเมว. มาฬกโต ปน ภิกฺขูสุ นิกฺขนฺเตสุ เอกสฺสปิ สนฺติเก นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗). มาฬกโต นิกฺขมิตฺวา สตึ ปฏิลภนฺเตน สห คจฺฉนฺตสฺส สนฺติเก นิกฺขิปิตพฺพํ. เตนาห ‘‘เอกปุคฺคลสฺส วา สนฺติเก’’ติ. สเจ โสปิ ปกฺกนฺโต, อญฺญสฺส ยสฺส มาฬเก นาโรจิตํ, ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ. ปกตตฺตฏฺฐาเนติ สงฺฆกมฺมานํ อรหฏฺฐาเน. เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวาติ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๙๗) ภิกฺขูนํ สชฺฌายนสทฺทสวนูปจารวิชหนตฺถํ วุตฺตํ. มหามคฺคโต โอกฺกมฺมาติ มคฺคปฺปฏิปนฺนภิกฺขูนํ อุปจารวิชหนตฺถํ วุตฺตํ. คุมฺเพน วา วติยา วา ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเนติ ทสฺสนูปจารวิชหนตฺถํ วุตฺตํ. วตฺตํ สมาทิยิตฺวา อาโรเจตพฺพนฺติ วุตฺตนเยเนว วตฺตํ สมาทิยิตฺวา ปริวาโส อาโรเจตพฺโพ. ‘‘อาโรเจตพฺพ’’นฺติ ปน สามญฺเญน วุตฺตํ. อาโรเจนฺเตน จ สเจ นวกตโร โหติ, ‘‘อาวุโส’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ วุฑฺฒตโร, ‘‘ภนฺเต’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ อญฺโญ โกจิ ภิกฺขุ เกนจิเทว กรณีเยน ตํ ฐานํ อาคจฺฉติ. สเจ เอส นํ ปสฺสติ, สทฺทํ วา ตสฺส สุณาติ, อาโรเจตพฺพํ. อนาโรเจนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภโท จ. เตนาห ‘‘ยมฺปิ อญฺญํ ภิกฺขุํ ปสฺสติ, ตสฺสาปิ อาโรเจตพฺพเมวา’’ติ. อถ ทฺวาทสหตฺถํ อุปจารํ โอกฺกมิตฺวา อชานนฺตสฺเสว คจฺฉติ, รตฺติจฺเฉโท โหติเยว, วตฺตเภโท ปน นตฺถิ. อุฏฺฐิเตติ อุคฺคเต. ยํ สพฺพปฐมํ ภิกฺขุนฺติ วิหารโต นิกฺขมนฺตํ วา อาคนฺตุกํ วา สพฺพปฐมํ ยํ อญฺญํ ภิกฺขุํ ปสฺสติ. ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพนฺติ อนาโรเจนฺตสฺส ทุกฺกฏํ สิยา, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ตุ รตฺติจฺเฉทํ สนฺธาย. อิตรถา หิ ‘‘วิหารสีมาปริยาปนฺนานํ สพฺเพสํ อาโรเจตฺวา’’ติ วเทยฺย. ยาว รตฺติโย ปูเรนฺตีติ ยตฺตกา รตฺติโย อาปตฺติ ปฏิจฺฉนฺนา โหติ, ตตฺตกา รตฺติโย ยาว ปูเรนฺติ, ตาว ปริวตฺถพฺพํ. สมนฺตปาสาทิกายํ ปน ‘‘เอวํ ยตฺตกานิ ทิวสานิ อาปตฺติ ปฏิจฺฉนฺนา โหติ, ตตฺตกานิ, ตโต อธิกตรานิ วา กุกฺกุจฺจวิโนทนตฺถาย ปริวสิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. วิตฺถาโรติ ปปญฺโจ.

อิตเรสุ ปน ทฺวีสูติ สุทฺธนฺตปริวาโส, สโมธานปริวาโสติ ทฺวินฺนํ มชฺเฌ. ขนฺธเกติ สมุจฺจยกฺขนฺธเก (จูฬว. ๑๕๖ อาทโย). จูฬสุทฺธนฺโต มหาสุทฺธนฺโตติ เอตฺถ โย อุปสมฺปทโต (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๔๒) ปฏฺฐาย อนุโลมกฺกเมน วา อาโรจิตทิวสโต ปฏฺฐาย ปฏิโลมกฺกเมน วา ‘‘อสุกญฺจ อสุกญฺจ ทิวสํ วา ปกฺขํ วา มาสํ วา สํวจฺฉรํ วา ตว สุทฺธภาวํ ชานาสี’’ติ ปุจฺฉิยมาโน ‘‘อาม, ภนฺเต, ชานามิ, เอตฺตกํ นาม กาลํ อหํ สุทฺโธ’’ติ วทติ, ตสฺส ทินฺโน สุทฺธนฺตปริวาโส ‘‘จูฬสุทฺธนฺโต’’ติ วุจฺจติ.

ตํ คเหตฺวา ปริวสนฺเตน ยตฺตกํ กาลํ อตฺตโน สุทฺธภาวํ ชานาติ, ตตฺตกํ อปเนตฺวา อวเสสํ มาสํ วา เทฺวมาสํ วา ปริวสิตพฺพํ. สเจ ‘‘มาสมตฺตํ อสุทฺโธมฺหี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ปริวาสํ อคฺคเหสิ, ปริวสนฺโต จ ปุน อญฺญํ มาสํ สรติ, ตมฺปิ มาสํ ปริวสิตพฺพเมว, ปุน ปริวาสทานกิจฺจํ นตฺถิ. อถ ‘‘เทฺวมาสํ อสุทฺโธมฺหี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา อคฺคเหสิ, ปริวสนฺโต จ ‘‘มาสมตฺตเมวาหํ อสุทฺโธมฺหี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กโรติ, มาสเมว ปริวสิตพฺพํ, ปุน ปริวาสทานกิจฺจํ นตฺถิ. อยญฺหิ สุทฺธนฺตปริวาโส อุทฺธมฺปิ อาโรหติ, เหฏฺฐาปิ โอโรหติ, อิทมสฺส ลกฺขณํ.

โย ปน ยถาวุตฺเตน อนุโลมปฺปฏิโลมวเสน ปุจฺฉิยมาโนปิ รตฺติปริยนฺตํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) น ชานาติ นสฺสรติ, รตฺติปริยนฺเต เวมติโก วา โหติ, ตสฺส ทินฺโน สุทฺธนฺตปริวาโส ‘‘มหาสุทฺธนฺโต’’ติ วุจฺจติ. ตํ คเหตฺวา คหิตทิวสโต ยาว อุปสมฺปททิวโส, ตาว รตฺติโย คเณตฺวา ปริวสิตพฺพํ. อยํ อุทฺธํ นาโรหติ, เหฏฺฐา ปน โอโรหติ. ตสฺมา สเจ ปริวสนฺโต รตฺติปริจฺเฉเท สนฺนิฏฺฐานํ กโรติ ‘‘มาโส วา สํวจฺฉโร วา มยฺหํ อาปนฺนสฺสา’’ติ, มาสํ วา สํวจฺฉรํ วา ปริวสิตพฺพํ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ‘‘เอตฺตกํ กาลํ อหํ สุทฺโธ’’ติ วทนฺตสฺส จูฬสุทฺธนฺโต ทียติ, ตถาปิ นิยเมเนว ชานนาภาวา ‘‘ทุวิโธปิ เจส…เป… ทาตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส ทานวิธิ ขนฺธเก อาคโตติ ตสฺส ทุวิธสฺสาปิ สุทฺธนฺตสฺส ทานวิธิ ‘‘เตน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา…เป… เอวมสฺส วจนีโย’’ติอาทินา สมุจฺจยกฺขนฺธเก (จูฬว. ๑๕๖) อาคโต. ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ อธิปฺปาโย. เอส นโย วินิจฺฉยกถา ปน วิตฺถารโต สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺตาติ เอตฺถาปิ.

โอธุนิตฺวา อวธุย ปหาย สโมธาโน โอธานสโมธาโน. จิรปฺปฏิจฺฉนฺนานํ อคฺเฆน สโมธาโน อคฺฆสโมธาโน. มิสฺสกานํ สโมธาโน มิสฺสกสโมธาโน. อิทานิ ตํ ติวิธมฺปิ สโมธานปริวาสํ สงฺเขปโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. อนฺตราปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺสาติ โย ปริวาสํ คเหตฺวา อนิกฺขิตฺตวตฺโต หุตฺวา ปริวสนฺโต อปรินิฏฺฐิเตเยว ปริวาเส อนฺตรา เวมชฺเฌ สงฺฆาทิเสสาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺส. ปริวุตฺถทิวเสติ ลกฺขณวจนเมตํ, เตน ‘‘มานตฺตจิณฺณทิวเส จา’’ติปิ วุตฺตเมว โหติ. มกฺเขตฺวาติ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน มูลาย ปฏิกสฺสนวเสน มกฺเขตฺวา. สโมทหิตฺวาติ มูลาปตฺติฏฺฐาเน ฐเปตฺวา, ปกฺขิปิตฺวาติ อตฺโถ. ทาตพฺพปริวาโสติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ’’ติอาทินา ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน ทาตพฺพปริวาโส. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย ปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา ปริวาสํ คเหตฺวา ปริวสนฺโต (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๔๓) วา มานตฺตารโห วา มานตฺตํ จรนฺโต วา อพฺภานารโห วา อนิกฺขิตฺตวตฺโต อญฺญํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปุริมาปตฺติยา สมา วา อูนตรา วา รตฺติโย ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺส มูลาย ปฏิกสฺสเนน เต ปริวุตฺถทิวเส จ มานตฺตจิณฺณทิวเส จ สพฺเพ โอธุนิตฺวา อทิวเส กตฺวา ปจฺฉา อาปนฺนาปตฺตึ มูลาปตฺติยํ สโมธาย ปริวาโส ทาตพฺโพติ.

สเจ ปน อนฺตราปตฺติ มูลาปตฺติโต อติเรกปฺปฏิจฺฉนฺนา โหติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒), ตํ มูลาปตฺตึ กตฺวา ตตฺถ อิตรํ สโมธาย ปริวาโส ทาตพฺโพ. สเจ ปน อนฺตราปตฺติ อปฺปฏิจฺฉนฺนา โหติ, มูลาย ปฏิกสฺสนํ อกตฺวา ปุพฺเพ คหิตปริวาเสเนว ปริวสิตพฺพํ.

ยา เอกา วา…เป… สพฺพจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาโยติ ยา เอกา วา อาปตฺติ สพฺพจิรปฺปฏิจฺฉนฺนา, ยา เทฺว วา ติสฺโส วา สมฺพหุลา วา อาปตฺติโย สพฺพจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาโยติ อตฺโถ. ตาสนฺติ สพฺพจิรปฺปฏิจฺฉนฺนานํ อาปตฺตีนํ. ทานวิธิ ปนสฺส ขนฺธเก วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

ยสฺส ปน สตํ อาปตฺติโย ทสาหปฏิจฺฉนฺนา, อปรมฺปิ สตํ อาปตฺติโย ทสาหปฏิจฺฉนฺนา, อปรมฺปิ สตํ อาปตฺติโย ทสาหปฏิจฺฉนฺนาติ เอวํ ทสกฺขตฺตุํ กตฺวา อาปตฺติสหสฺสํ ทิวสสตปฏิจฺฉนฺนํ โหติ, เตน กึ กาตพฺพนฺติ? สพฺพํ สโมทหิตฺวา ทส ทิวเส ปริวสิตพฺพํ. เอวํ เอเกเนว ทสาเหน ทิวสสตมฺปิ ปริวสิตเมว โหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ทสสตํ รตฺติสตํ, อาปตฺติโย ฉาทยิตฺวาน;

ทส รตฺติโย วสิตฺวาน, มุจฺเจยฺย ปาริวาสิโก’’ติ. (ปริ. ๔๗๗);

อยํ อคฺฆสโมธาโน นาม.

อิทานิ มิสฺสกสโมธานํ นิทฺทิสิตุํ ‘‘มิสฺสกสโมธาโน นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺรายํ นโย –

‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เอกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ, เอกํ กายสํสคฺคํ, เอกํ ทุฏฺฐุลฺลวาจํ, เอกํ อตฺตกามํ, เอกํ สญฺจริตฺตํ, เอกํ กุฏิการกํ, เอกํ วิหารการกํ, เอกํ ทุฏฺฐโทสํ, เอกํ อญฺญภาคิยํ, เอกํ สงฺฆเภทํ, เอกํ เภทานุวตฺตกํ, เอกํ ทุพฺพจํ, เอกํ กุลทูสกํ, โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจามี’’ติ –

ติกฺขตฺตุํ ยาจาเปตฺวา ตทนุรูปาย กมฺมวาจาย ปริวาโส ทาตพฺโพ. เอตฺถ จ ‘‘สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ นานาวตฺถุกาโย’’ติปิ ‘‘สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ’’นฺติปิ เอวํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยน วตฺถุวเสนปิ โคตฺตวเสนปิ นามวเสนปิ อาปตฺติวเสนปิ โยเชตฺวา กมฺมวาจํ กาตุํ วฏฺฐติเยวาติ. อยํ มิสฺสกสโมธาโน. สพฺพปริวาสกมฺมวาจาวสาเน ปน นิกฺขิตฺตานิกฺขิตฺตวตฺตาทิกถา ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพา. ติวิเธปิ สโมธานปริวาเส อตฺถมตฺตสฺเสว วุตฺตตฺตา, วินิจฺฉยาทีนํ วา อนามฏฺฐตฺตา ‘‘อยํ ติวิเธปิ สโมธานปริวาเส สงฺเขปกถา’’ติ วุตฺตํ. มหาวิสยตฺตา สโมธานวิจารณาย สา นิรวเสสา กุโต ลทฺธพฺพาติ อาห ‘‘วิตฺถาโร’’ติอาทิ.

ฉารตฺตนฺติ รา สทฺโท ตียติ ฉิชฺชติ เอตฺถาติ รตฺติ, สตฺตานํ สทฺทสฺส วูปสมนกาโลติ อตฺโถ, ฉ รตฺติโย สมาหฏา, ฉนฺนํ รตฺตีนํ วา สมาหาโร ฉรตฺตํ, ฉรตฺตเมว ฉารตฺตํ, อวยวพฺยติเรเกน สมุทายสฺสาภาวโต ฉ รตฺติโยติ อตฺโถ วุตฺโต.

ปริวาสํ อทตฺวา มานตฺตเมว ทาตพฺพนฺติ ยสฺมา อาปตฺติ อปฺปฏิจฺฉนฺนา, ยสฺมา จ อาปนฺนภาเวเนว มานตฺตารโห โหติ, ตสฺมา ปริวาสํ อทตฺวา เกวลํ มานตฺตเมว ทาตพฺพํ. ยํ ปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา ปริวุตฺถปริวาสสฺส ทียติ, อิทํ ปฏิจฺฉนฺนมานตฺตํ นามาติ อาห ‘‘ยสฺส ปฏิจฺฉนฺนา โหตี’’ติอาทิ. อิทนฺติ ปฏิจฺฉนฺนมานตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ วาเกฺย. กถํ ปน เตสํ ทฺวินฺนํ มานตฺตานํ ทานวิธิ จ วินิจฺฉยกถา จ เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘อุภินฺนมฺปิ ปนา’’ติอาทิ.

อยนฺติ วกฺขมานํ สนฺธายาห. ปริวาเส วุตฺตปฺปการํ ปเทสนฺติ ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปโต, อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา มหามคฺคโต โอกฺกมฺม คุมฺเพน วา วติยา วา ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐานํ. สมาทิยิตฺวาติ อนฺโตอรุเณเยว สมาทิยิตฺวา. อาโรเจตฺวาติ –

‘‘อหํ, ภนฺเต, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ อปฺปฏิจฺฉนฺนํ, โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา อปฺปฏิจฺฉนฺนาย ฉารตฺตํ มานตฺตํ ยาจึ, ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา อปฺปฏิจฺฉนฺนาย ฉารตฺตํ มานตฺตํ อทาสิ, โสหํ มานตฺตํ จรามิ, เวทยามหํ, ภนฺเต, เวทยตี’ติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติอาทินา (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) –

อาปตฺติทิวสานุรูปํ อาโรเจตฺวา. อิมญฺจ ปน อตฺถํ คเหตฺวา (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) ยาย กายจิ ภาสาย อาโรเจตุํ วฏฺฏติเยว. อาโรจิตกาลโต ปฏฺฐาย จ เอกํ ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา เสเสหิ สติ กรณีเย คนฺตุมฺปิ วฏฺฏติ. อรุเณ อุฏฺฐิเต ตสฺส ภิกฺขุสฺส สนฺติเก วตฺตํ นิกฺขิปิตพฺพํ. สเจ โสปิ เกนจิ กมฺเมน ปุเร อรุเณเยว คจฺฉติ, อญฺญํ วิหารโต นิกฺขนฺตํ วา อาคนฺตุกํ วา ยํ ปฐมํ ปสฺสติ, ตสฺส สนฺติเก อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ. อยญฺจ ยสฺมา คณสฺส อาโรเจตฺวา, ภิกฺขูนญฺจ อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาว วสิ, เตนสฺส อูเน คเณ จรณโทโส วา วิปฺปวาโส วา น โหติ. สเจ ปน กญฺจิ น ปสฺสติ, วิหารํ คนฺตฺวา ยํ ปฐมํ ปสฺสติ, ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ. เตนาห ‘‘ตโต เตสุ คเตสุ วา อคเตสุ วา ปุริมนเยน ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ.

ยตฺถ สิยาติ ยสฺสํ สมานสํวาสกสีมายํ วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ อตฺถิ. อวฺหาตพฺโพติ อพฺภานกมฺมวเสน ปกฺโกสิตพฺโพ. อพฺภานกมฺมํ ปน กถนฺติ อาห ‘‘อพฺภานกมฺมํ ปนา’’ติอาทิ. ปาฬิวเสนาติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ’’ติอาทินา (จูฬว. ๑๐๑) ปาฬิวเสน. วินิจฺฉยวเสนาติ ‘‘อพฺภนฺเตหิ จ ปฐมํ อพฺภานารโห กาตพฺโพ. อยญฺหิ นิกฺขิตฺตวตฺตตฺตา ปกตตฺตฏฺฐาเน ฐิโต, ปกตตฺตสฺส จ อพฺภานํ กาตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา วตฺตํ สมาทเปตพฺโพ. วตฺเต สมาทินฺเน อพฺภานารโห โหติ. เตนาปิ วตฺตํ สมาทิยิตฺวา อาโรเจตฺวา อพฺภานํ ยาจิตพฺพํ. อนิกฺขิตฺตวตฺตสฺส ปน วตฺตสมานกิจฺจํ นตฺถิ. โส หิ ฉารตฺตาติกฺกเมเนว อพฺภานารโห โหตี’’ติอาทินา (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) วินิจฺฉยวเสน. ตํ ปเนตํ สพฺพํ ปริวาสาทิกมฺมํ ปาฬิวเสน (จูฬว. ๗๕) จ อฏฺฐกถาวเสน (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๕, ๙๗) จ สุวิญฺเญยฺยตฺตา อติวิตฺถารภเยน น วิตฺถารยิมฺห, อตฺถิเกหิ ปน ตโตว คเหตพฺพํ. อิมสฺส ปน กมฺมสฺส วีสติวคฺคกรณียตฺตา ตโต อูนตเรน กตํ กุปฺปติ. เตนาห ‘‘เอเกนาปิ เจ…เป… อนพฺภิโต’’ติ. อยนฺติ อยํ ยถาวุตฺตา. สามีจีติ วตฺตํ.

อิติ กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

วินยตฺถมญฺชูสายํ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ

สงฺฆาทิเสสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.