๑. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา

สํ-สทฺโท วิชฺชมานตฺโถติ อาห ‘‘สํวิชฺชตี’’ติ. เจตนาติ วีติกฺกมวสปฺปวตฺตา ปุพฺพภาคเจตนา, โมจนสฺสาทเจตนาติ อตฺโถ. อสฺสาติ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา. อญฺญปทตฺถสมาเสเนว สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา วุตฺตตฺตา อิก-สทฺทสฺส วิสุํ อตฺโถ นตฺถีติ อาห ‘‘สญฺเจตนาว สญฺเจตนิกา’’ติ. อิทานิ อิก-สทฺโทว อตฺถิอตฺถํ ปกาเสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สญฺเจตนา วา’’ติอาทิมาห. สํวิชฺชมานา เจตนา สญฺเจตนา. สุกฺกสฺสาติ สมฺภวสฺส. วิสฏฺฐีติ วิสฺสคฺโค.

อิทานิ ตํ ยสฺมึ กาเล โมเจติ, เยนาธิปฺปาเยน โมเจติ, เยน โจปาเยน โมเจติ, ยญฺจ ตสฺส อธิปฺปายสฺส วตฺถุ, ตํ สพฺพํ สงฺเขปโต วิภาเวตฺวา สรูปโต ตํ วิสฏฺฐึ ทสฺเสตุํ ‘‘ราคูปตฺถมฺภาทีสู’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ราคสฺส พลวภาโว, ราเคน วา องฺคชาตสฺสูปตฺถมฺโภ ถทฺธภาโว ราคูปตฺถมฺโภ, โส อาทิ เยสํ เต ราคูปตฺถมฺภาทโย, เตสุ ราคูปตฺถมฺภาทีสุ. อาทิสทฺเทน (ปารา. ๒๓๘) วจฺจูปตฺถมฺภปสฺสาวูปตฺถมฺภวาตูปตฺถมฺภอุจฺจาลิงฺคปาณกทฏฺฐูปตฺถมฺภานํ คหณํ. กมฺมญฺญตํ ปตฺเตติ โมจนกมฺมกฺขมตาย กมฺมนิยตํ ปตฺเต, อชฺฌตฺตรูปาทีสุ อุปกฺกมารหภาวํ ปตฺเตติ อตฺโถ. อโรคสฺส ภาโว อาโรคฺยํ, ตํ อาทิ เยสํ เต อาโรคฺยาทโย, เตสุ อาโรคฺยาทีสุ. อาทิสทฺเทน สุขเภสชฺชทานปุญฺญยญฺญสคฺคพีชวีมํสทวานํ คหณํ. อชฺฌตฺตรูปํ อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนรูปํ, ตํ อาทิ เยสํ เต อชฺฌตฺตรูปาทโย, เตสุ. อาทิสทฺเทน พหิทฺธารูปอชฺฌตฺตพหิทฺธารูปอากาเสกฏิกมฺปนานํ คหณํ. โมจเน อสฺสาโท สุขเวทนา โมจนสฺสาโท, โมจนตฺถํ ปุพฺพภาเค ปวตฺตราโค, สมฺปยุตฺตอสฺสาทสีเสน เจตฺถ ราโค วุตฺโต, เตน สมฺปยุตฺตา เจตนา โมจนสฺสาทเจตนา, ตาย. อิมินา มุจฺจนสฺสาโท (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๔๐) มุตฺตสฺสาโท เมถุนสฺสาโท ผสฺสสฺสาโท กณฺฑุวนสฺสาโท ทสฺสนสฺสาโท นิสชฺชสฺสาโท วาจสฺสาโท เคหสิตเปมํ วนภงฺคิยนฺติ อิเมหิ สมฺปยุตฺตา เจตนาโย ปฏิกฺขิปติ, ตาหิ นิมิตฺเต อุปกฺกมนฺตสฺส มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. ‘‘นิมิตฺเต อุปกฺกมนฺตสฺสา’’ติ อิมินา ปน อูรุมทฺทาปนาทีนิ ปฏิกฺขิปติ. เตน หิ สติปิ โมจนสฺสาเท นิมิตฺเต อุปกฺกมาภาวโต มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. วุตฺตเญฺหตํ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘สา จ โข นิมิตฺเต อุปกฺกมนฺตสฺเสว, หตฺถปริกมฺมปาทปริกมฺมคตฺตปริกมฺมกรเณน สเจปิ อสุจิ มุจฺจติ, อนาปตฺตี’’ติ.

อาสยธาตุนานาตฺตโตติ ปิตฺตเสมฺหปุพฺพโลหิตาสยานญฺเจว ปถวีธาตุอาทีนญฺจ จตุนฺนํ ธาตูนํ, รสโสณิตาทีนํ วา สตฺตนฺนํ ธาตูนํ นานาตฺตโต. ฐานา จาวนาติ สุกฺกสฺส ยํ ฐานํ, ตโต จุติ. สุกฺกสฺส หิ วตฺถิสีสํ กฏิ กาโยติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๗) ติธา ฐานํ ปกปฺเปนฺติ. เอโก กิราจริโย ‘‘วตฺถิสีสํ สุกฺกสฺส ฐาน’’นฺติ อาห, เอโก ‘‘กฏี’’ติ, เอโก ‘‘สกโล กาโย’’ติ. เตสุ ตติยสฺส ภาสิตํ สุภาสิตํ. เกสโลมนขทนฺตานญฺหิ มํสวินิมุตฺตฏฺฐานํ, อุจฺจารปสฺสาวเขฬสิงฺฆาณิกา, ถทฺธสุกฺขจมฺมานิ จ วชฺเชตฺวา อวเสโส ฉวิมํสโลหิตานุคโต สพฺโพปิ กาโย กายปฺปสาทภาวชีวิตินฺทฺริยาพทฺธปิตฺตานํ, สมฺภวสฺส จ ฐานเมว. ตถา หิ ราคปริยุฏฺฐาเนนาภิภูตานํ หตฺถีนํ อุโภหิ กณฺณจูฬิกาหิ สมฺภโว นิกฺขมติ.

เอตฺถ จ ‘‘ราคูปตฺถมฺภาทีสู’’ติอาทินา (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๗) กาโล ทสฺสิโต. ราคูปตฺถมฺภาทิกาเลสุ หิ องฺคชาตํ กมฺมนิยํ โหติ. ยสฺส กมฺมนิยตฺเต สติ โมเจติ, อิโต ปรํ อญฺโญ กาโล นตฺถิ. น หิ วินา ราคูปตฺถมฺภาทีหิ ปุพฺพณฺหาทโย กาลเภทา โมจเน นิมิตฺตํ โหนฺติ. ‘‘อาโรคฺยาทีสู’’ติอาทินา ปน อธิปฺปาโย ทสฺสิโต. เอวรูเปน หิ อธิปฺปายเภเทน โมเจติ, น อญฺญถา. ‘‘อชฺฌตฺตรูปาทีสู’’ติอาทินา อุปาโย ทสฺสิโต. อชฺฌตฺตรูเป วา หิ โมเจยฺย, พหิทฺธารูเป วา, อุภยตฺถ วา, อากาเส วา กฏึ กมฺเปนฺโต, อิโต ปรํ อญฺโญ อุปาโย นตฺถิ. นีลาทิวเสนา’’ติอาทีหิ ปน ทสหิ นวมสฺส อธิปฺปายสฺส วตฺถุ ทสฺสิตํ. วีมํสนฺโต หิ นีลาทีสุ อญฺญตรวเสน วีมํสติ, น เตหิ วินิมุตฺตนฺติ. ‘‘ฐานา จาวนา’’ติ อิมินา ปน อตฺถโต วิสฺสฏฺฐิ ทสฺสิตา. ยถาห ‘‘วิสฺสฏฺฐีติ ฐานโต จาวนา วุจฺจตี’’ติ (ปารา. ๒๓๗). สา จายํ ตสฺส สุกฺกสฺส ฐานา จาวนา ราควเสน. วุตฺตเญฺหตํ กถาวตฺถุอฏฺฐกถายํ ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ นาม ราคสมุฏฺฐานา โหตี’’ติ (กถา. อฏฺฐ. ๓๐๗). อญฺญตฺร สุปินนฺตาติ สุปิโน เอว สุปินนฺโต, ตํ ฐเปตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘ยา สุปิเน’’ติอาทิ. สงฺฆาทิเสโสติ อิมสฺส อาปตฺตินิกายสฺส นามํ. เตนาห ‘‘ยา อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติอาทิ. อาปตฺตินิกาโยติ อาปตฺติสมูโห. กิญฺจาปิ อยํ เอกาว อาปตฺติ, รุฬฺหิสทฺเทน, ปน อวยเว สมูหโวหาเรน วา ‘‘นิกาโย’’ติ วุตฺโต ‘‘เอโก เวทนากฺขนฺโธ, เอโก วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ วิย.

อสฺสาติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๑๖ สํฆาทิเสสกณฺฑ) อาปตฺตินิกายสฺส. นนุ จ อยุตฺโตยํ นิทฺเทโส ‘‘สงฺโฆ อาทิมฺหิ เจว เสเส จ อิจฺฉิตพฺโพ อสฺสา’’ติ. น หิ อาปตฺตินิกายสฺส อาทิมฺหิ เจว เสเส จ สงฺโฆ อิจฺฉิโต, กิญฺจรหิ วุฏฺฐานสฺสาติ อิมํ โจทนํ มนสิ นิธาย ยถา น วิรุชฺฌติ, ตถา อธิปฺปายํ วิวริตุํ ‘‘กึ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิมาห. อาปตฺติโต วุฏฺฐานสฺส อาทิมฺหิ เจว เสเส จ อิจฺฉิโต สงฺโฆ อาปตฺติยาว อิจฺฉิโต นาม โหตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. อาปตฺติวุฏฺฐานนฺติ อาปตฺติโต วุฏฺฐานํ, อนาปตฺติกภาวูปคมนนฺติ อตฺโถ.

ทกโสตนฺติ ปสฺสาวมคฺคํ, องฺคชาตปฺปเทสนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา อฏฺฐกถายํ ‘‘ทกโสตํ โอติณฺณมตฺเต’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ฐานโต ปน จุต’’นฺติอาทิ. อวสฺสเมว ทกโสตํ โอตรติ อธิวาเสตฺวา อนฺตรา นิวาเรตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. ทกโสโตโรหนโต (สารตฺถ. ฏี. ๒.๒๓๖-๒๓๗) ปฏฺฐาย ปน อุปาทินฺนโต วินิมุตฺตตฺตา สมฺภวรูปํ อุตุสมุฏฺฐานเมว อวสิสฺสติ, เสสํ ติสมุฏฺฐานํ นตฺถีติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ฐานโต จุตํ ทกโสตํ โอตรติ, ตสฺมา.

อโมจนาธิปฺปายสฺสาติ เภสชฺเชน นิมิตฺตํ อาลิมฺปนฺตสฺส อุจฺจาราทีนิ วา กโรนฺตสฺส. สุปินํ ปสฺสนฺตสฺสาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๗) ธาตุกฺโขภโต วา อนุภูตปุพฺพโต วา เทวโตปสํหารโต วา ปุพฺพนิมิตฺตโต วาติ อิเมหิ จตูหิ การเณหิ สุปินํ ปสฺสนฺตสฺส. กึ ปเนตํ ปสฺสนฺโต สุตฺโต ปสฺสติ, ปฏิพุทฺโธ, อุทาหุ เนว สุตฺโต, น ปฏิพุทฺโธติ? กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว สุตฺโต ปสฺสติ, อภิธมฺมวิโรโธ อาปชฺชติ. ภวงฺคจิตฺเตน หิ สุปติ, ตํ รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณํ วา ราคาทิสมฺปยุตฺตํ วา น โหติ. สุปินํ ปสฺสนฺตสฺส จ อีทิสานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. อถ ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, วินยวิโรโธ อาปชฺชติ. ยญฺหิ ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, ตํ สพฺโพหาริกจิตฺเตน ปสฺสติ. สพฺโพหาริกจิตฺเตน จ กเต วีติกฺกเม อนาปตฺติ นาม นตฺถิ. สุปินํ ปสฺสนฺเตน ปน กเตปิ วีติกฺกเม เอกนฺตํ อนาปตฺติ เอว. อถ เนว สุตฺโต น ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, โก นาม ปสฺสติ, เอวญฺจ สติ สุปินสฺส อภาโวว อาปชฺชตีติ? น อภาโว, กสฺมา? ยสฺมา กปิมิทฺธปเรโต ปสฺสติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘กปิมิทฺธปเรโต โข มหาราช สุปินํ ปสฺสตี’’ติ (มิ. ป. ๕.๓.๕). กปิมิทฺธปเรโตติ มกฺกฏนิทฺทาย ยุตฺโต. ยถา หิ มกฺกฏสฺส นิทฺทา ลหุปริวตฺตา โหติ, เอวํ ยา นิทฺทา ปุนปฺปุนํ กุสลาทิจิตฺตโวกิณฺณตฺตา ลหุปริวตฺตา, ยสฺสา ปวตฺติยํ ปุนปฺปุนํ ภวงฺคโต อุตฺตรณํ โหติ, ตาย ยุตฺโต สุปินํ ปสฺสติ. ยสฺส จ เอวํ ปสฺสนฺตสฺส สุปิเน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส วิย, กายสํสคฺคาทีนิ อาปชฺชนฺตสฺส วิย จ สุปินนฺเตเนว การเณน อสุจิ มุจฺจติ, ตสฺสปิ อนาปตฺติ. สุปิเน (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๖๒) ปน อุปฺปนฺนาย อสฺสาทเจตนาย สจสฺส วิสโย โหติ, นิจฺจเลน ภวิตพฺพํ, น หตฺเถน นิมิตฺตํ กีฬาเปตพฺพํ. กาสาวปจฺจตฺถรณรกฺขณตฺถํ ปน หตฺถปุเฏน คเหตฺวา ชคฺคนตฺถาย อุทกฏฺฐานํ คนฺตุํ วฏฺฏติ.

สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.