๒. ทุติยปาราชิกวณฺณนา
เอตฺถาติ เอเตสุ ทฺวีสุ. เอกกุฏิกาทิเภโท สพฺโพปิ คาโมติ เวทิตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ เอกกุฏิกาทิเภโทติ ยสฺมึ คาเม เอกา เอว กุฏิ เอกํ เคหํ เสยฺยถาปิ มลยชนปเท, อยํ เอกกุฏิโก คาโม นาม. อาทิสทฺเทน ‘‘ทฺวิกุฏิโกปิ คาโม, ติกุฏิโกปิ คาโม, จตุกฺกุฏิโกปิ คาโม’’ติ (ปารา. ๙๒) วุตฺตปฺปเภทํ สงฺคณฺหาติ. อภินวนิวิฏฺโฐ เอกกุฏิกาทิคาโม ปน ยาว มนุสฺสา ปวิสิตฺวา วาสํ น กปฺเปนฺติ, ตาว คามสงฺขํ น คจฺฉติ. กึภูโตติ อาห ‘‘ปริกฺขิตฺโต วา’’ติอาทิ. ตตฺถ ปริกฺขิตฺโต นาม อิฏฺฐกปาการํ อาทึ กตฺวา อนฺตมโส กณฺฏกสาขาหิปิ ปริกฺขิตฺโต. ตพฺพิปรีโต อปริกฺขิตฺโต. อมนุสฺโส นาม โย สพฺพโส วา มนุสฺสานํ อภาเวน ยกฺขปริคฺคหภูโต, ยโต วา มนุสฺสา เกนจิ กรณีเยน ปุนปิ อาคนฺตุกามา เอว อปกฺกนฺตา, ยโต ปน นิรเปกฺขา หุตฺวา ปกฺกมนฺติ, โส คามสงฺขํ น คจฺฉติ. น เกวลํ เอกกุฏิกาทิเภโทวาติ อาห ‘‘อนฺตมโส’’ติอาทิ. โย โกจิ สตฺโถปีติ ชงฺฆสตฺถสกฏสตฺถาทีสุ โย โกจิ สตฺโถปิ. อิมสฺมึ สิกฺขาปเท นิคมนครานิ วิย คามคฺคหเณเนว คามูปจาโรปิ สงฺคหิโตติ อาห ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ. อญฺญถา ปน มาติกาย อนวเสสโต อวหารฏฺฐานปริคฺคโห กโต นาม น โหติ, น จ พุทฺธา สาวเสสํ ปาราชิกํ ปญฺญาเปนฺติ.
ตตฺถาติ เตสุ คามคามูปจาเรสุ. ทฺวาเรติ นิพฺพโกสสฺส อุทกปตนฏฺฐานโต อพฺภนฺตเร. อนฺโตเคเหติ ปมุขสฺส อพฺภนฺตเร. กตปริกฺเขโปติ ปาการวติอาทีหิ กตปริกฺเขโป. สุปฺปปตนาทิปริจฺเฉโท ปเนตฺถ อปริกฺขิตฺตฆรํ สนฺธาย วุตฺโต. น เกวลํ ฆรสฺส ปุรโต, อถ โข สมนฺตโต ตตฺตโกว ปริจฺเฉโท ฆรูปจาโร นามาติ คเหตพฺพํ. ‘‘ปุรโต’’ติอาทิกํ ปน โลกิเยหิ ตถากรณโต วุตฺตํ. ถามมชฺฌิมสฺสาติ มชฺฌิมถามสฺส, เนว อปฺปถามสฺส, น มหาถามสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ยถา ตรุณมนุสฺสา’’ติอาทินา ยถา มาตุคาโม กาเก อุฑฺฑาเปนฺโต อุชุกเมว หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา เลฑฺฑุํ ขิปติ, ยถา จ อุทกุกฺเขเป อุทกํ ขิปนฺติ, เอวํ ขิตฺตสฺส เลฑฺฑุสฺส ปติตฏฺฐานํ ปฏิกฺขิปติ. ปวตฺติตฺวาติ ลุฐิตฺวา, ปริวตฺติตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺส สเจ เทฺว อินฺทขีลา โหนฺตีติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒) ตสฺส ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส สเจ อนุราธปุรสฺเสว เทฺว อุมฺมารา โหนฺติ. ยสฺส ปน เอโก, ตสฺส คามทฺวารพาหานํ เวมชฺเฌ ฐิตสฺส เลฑฺฑุปาตพฺภนฺตรํ คามูปจาโร นาม. ยตฺร ปน อินฺทขีโล นตฺถิ, ตตฺร คามทฺวารพาหานํ เวมชฺฌํ. ยตฺร ทฺวารพาหาปิ นตฺถิ, ตตฺถ อุโภสุ ปสฺเสสุ วติยา วา ปาการสฺส วา โกฏิเวมชฺฌํว อินฺทขีลฏฺฐานิยตฺตา อินฺทขีโลติ คเหตพฺพํ. โย ปน คาโม ปุพฺเพ มหา หุตฺวา ปจฺฉา กุเลสุ นฏฺเฐสุ อปฺปโก โหติ, โส ฆรูปจารโต เลฑฺฑุปาเตเนว ปริจฺฉินฺทิตพฺโพ. ปุริมปริจฺเฉโท ปนสฺส ปริกฺขิตฺตสฺสาปิ อปริกฺขิตฺตสฺสาปิ อปฺปมาณเมวาติ. นนุ เจตํ อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจารทสฺสนํ ปทภาชเนน วิรุทฺธมิว ทิสฺสติ. ตตฺถ หิ ‘‘คามูปจาโร นาม ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อินฺทขีเล ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ (ปารา. ๙๒) วตฺวา ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ฆรูปจาเร ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ (ปารา. ๙๒) เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น ปน ตํ เลฑฺฑุปาตํ คามสงฺเขปํ กตฺวา ตโต ปรํ คามูปจาโรติ วุตฺโตติ อาห ‘‘ปทภาชเนปิ หิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ.
อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – อิธ คาโม นาม ทุวิโธ โหติ ปริกฺขิตฺโต จ อปริกฺขิตฺโต จ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒). ตตฺร ปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขโปเยว ปริจฺเฉโท. ตสฺมา ตสฺส วิสุํ ปริจฺเฉทํ อวตฺวา ‘‘คามูปจาโร นาม ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อินฺทขีเล ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตํ. อปริกฺขิตฺตสฺส ปน คามสฺส คามปริจฺเฉโท วตฺตพฺโพ. ตสฺมา ตสฺส คามสฺส คามปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ฆรูปจาเร ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ (ปารา. ๙๒) วุตฺตํ. คามปริจฺเฉเท จ ทสฺสิเต คามูปจารลกฺขณํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว สกฺกา ญาตุนฺติ ปุน ‘‘ตตฺถ ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ น วุตฺตํ, อตฺโถ ปน ตตฺถาปิ อยเมว ยถาวุตฺโตติ. โย ปน ฆรูปจาเร ฐิตสฺส เลฑฺฑุปาตํเยว ‘‘คามูปจาโร’’ติ วทติ, ตสฺส ฆรูปจาโร ‘‘คาโม’’ติ อาปชฺชติ. ตโต ฆรํ ฆรูปจาโร, คาโม คามูปจาโรติ เอส วิภาโค สงฺกรียติ. อสํกรโต เจตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. ตสฺมา ปาฬิญฺจ อฏฺฐกถญฺจ สํสนฺทิตฺวา วุตฺตนเยเนเวตฺถ คาโม, คามูปจาโร จ เวทิตพฺโพติ.
ตตฺถาติ เตสุ ทฺวีสุ อุปจาเรสุ. ยฺวายํ อุปจาโร ทสฺสิโตติ สมฺพนฺโธ. วิกาเล คามปฺปเวสนาทีสูติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน อสํกจฺจิกาคามปฺปเวสนํ (ปาจิ. ๑๒๒๕) สงฺคณฺหาติ. โย ปน ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจาโร วุตฺโต, โส น กตฺถจิ วินยปิฏเก อุปโยคํ คโต. เกวลํ อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขโปกาสโต อปโร เอโก เลฑฺฑุปาโต คามูปจาโร นามาติ ญาปนตฺถํ วุตฺโต. เอวํ วุตฺเต หิ ญายติ ‘‘ปริกฺขิตฺตสฺสาปิ เจ คามสฺส เอโก เลฑฺฑุปาโต กปฺปิยภูมิ สมาโน อุปจาโรติ วุตฺโต, ปเคว อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขโปกาสโต เอโก’’ติ. อิเมสํ ปริจฺเฉททสฺสนตฺถนฺติ อิเมสํ คามารญฺญานํ ปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺตา อฏฺฐกถายํ. ปาราชิกวตฺถุนฺติ ปาทคฺฆนกํ. อวหรนฺตสฺสาติ คณฺหนฺตสฺส.
อทินฺนนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๙๒) ทนฺตโปนสิกฺขาปเท อตฺตโน สนฺตกมฺปิ อปฺปฏิคฺคหิตกํ กปฺปิยํ อชฺโฌหรณียํ วุจฺจติ, อิธ ปน ยํ กิญฺจิ ปรปริคฺคหิตํ สสามิกํ ภณฺฑํ, ตเทตํ เตหิ สามิเกหิ กาเยน วา วาจาย วา น ทินฺนนฺติ อทินฺนํ. อวหารปฺปโหนกเมว ปน ทสฺเสตุํ ‘‘อญฺญสฺส มนุสฺสชาติกสฺส สนฺตก’’นฺติ วุตฺตํ. สงฺขาสทฺทสฺเสว ต-กาเรน วฑฺเฒตฺวา วุตฺตตฺตา ‘‘สงฺขา สงฺขาตนฺติ อตฺถโต เอก’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ อตฺถโต เอกนฺติ ปทตฺถโต เอกํ, อนตฺถนฺตรนฺติ วุตฺตํ โหติ. โกฏฺฐาสสฺเสตํ นามํ ภาคโต สงฺขายติ อุปฏฺฐาตีติ กตฺวา. ปปญฺจสงฺขาติ สตฺตานํ สํสาเร ปปญฺเจนฺติ จิรายนฺตีติ ปปญฺจา, ตณฺหามานทิฏฺฐิโย, ยสฺส วา อุปฺปนฺนา, ตํ ‘‘รตฺโต’’ติ วา ‘‘มตฺโต’’ติ วา ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐินิวิฏฺโฐ’’ติ วา ปปญฺเจนฺติ พฺยญฺเชนฺตีติ ปปญฺจา, สงฺขา วุจฺจติ โกฏฺฐาโส, ปปญฺจาว สงฺขา ปปญฺจสงฺขา, ปปญฺจโกฏฺฐาสาติ อตฺโถ, ตณฺหามานทิฏฺฐิโยติ วุตฺตํ โหติ. เถยฺยจิตฺตสงฺขาโตติ ‘‘เถยฺยจิตฺโต’’ติ กถิโต. เอโก จิตฺตโกฏฺฐาโสติ วิสฺสาสตาวกาลิกาทิคฺคาหวสปฺปวตฺตอเถยฺยจิตฺตโกฏฺฐาสโต อญฺโญ จิตฺตโกฏฺฐาโส. เถยฺยสงฺขาเตนาติ เถยฺยภูตจิตฺตโกฏฺฐาเสน. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา เอตสฺส วิภงฺเค ‘‘เถยฺยจิตฺโต อวหรณจิตฺโต’’ติ (ปารา. ๙๒) วุตฺตนฺติ อาห ‘‘โย จา’’ติอาทิ. พฺยญฺชนํ อนาทิยิตฺวาติ พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวาติ อตฺโถ, สทฺทตฺถมนเปกฺขิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อตฺถเมวาติ ภาวตฺถเมว.
เต ปน อวหาราติ เต ปญฺจวีสติ อวหารา. สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกวเสน นานาวิโธ ภณฺโฑ เอตสฺส ปญฺจกสฺสาติ นานาภณฺฑํ, ปญฺจนฺนํ อวหารานํ สมูโห ปญฺจกํ, ปญฺจปริมาณมสฺสาติ วา ปญฺจกํ, นานาภณฺฑเมว ปญฺจกํ นานาภณฺฑปญฺจกํ. สวิญฺญาณกวเสน เอโก ภณฺโฑ เอตสฺสาติ เอกภณฺฑํ. เสสํ วุตฺตนยเมว. สาหตฺถิโกว ปญฺจกํ สาหตฺถิกปญฺจกํ. อาทิปทวเสน เจตํ นามํ กุสลาทิตฺติกสฺส กุสลตฺติกโวหาโร วิย. ตสฺมา สาหตฺถิกาทิปญฺจกนฺติ อตฺถโต ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย เสเสสุ ปญฺจกทฺวเยสุ. เอตสฺเสวาติ ‘‘อาทิเยยฺยา’’ติ เอตสฺเสว มาติกาปทสฺส. อิเมสํ ปทานํ วเสนาติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ ปทานํ วเสน. เอตฺถ จ ปฐมปทํ อภิโยควเสน วุตฺตํ, ทุติยปทํ อญฺเญสํ ภณฺฑํ หรนฺตสฺส คจฺฉโต วเสน, ตติยปทํ อุปนิกฺขิตฺตภณฺฑวเสน, จตุตฺถํ สวิญฺญาณกวเสน, ปญฺจมํ ถเล นิกฺขิตฺตาทิวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อิทานิ เนสํ อตฺถโยชนํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ ทฺวีสุ ปญฺจเกสุ. อิตรนฺติ เอกภณฺฑปญฺจกํ. อารามนฺติ ปุปฺผารามผลารามํ. อภิยุญฺชตีติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๐๒) ปรสนฺตกํ ‘‘มม สนฺตโกว อย’’นฺติ มุสา ภณิตฺวา อภิยุญฺชติ โจเทติ, อฏฺฏํ กโรตีติ อตฺโถ. สมฺปชานมุสาวาเทปิ อทินฺนาทานสฺส ปุพฺพปโยคตฺตา ทุกฺกฏนฺติ อาห ‘‘อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ, ทุกฺกฏสงฺขาตา อาปตฺติ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. อถ วา ทุกฺกฏสญฺญิตสฺส วีติกฺกมสฺส อาปชฺชนนฺติ อตฺโถ. เอส นโย ‘‘อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติอาทีสุ. สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทตีติ วินิจฺฉยกุสลตาย, พลวนิสฺสิตาทิภาเวน วา อารามสามิกสฺส สํสยํ ชเนติ. กถํ? ตญฺหิ ตถา วินิจฺฉยปฺปสุตํ ทิสฺวา สามิโก จินฺเตติ ‘‘สกฺขิสฺสามิ นุ โข อหํ อิมํ อารามํ อตฺตโน กาตุํ, น สกฺขิสฺสามิ นุ โข’’ติ. เอวํ ตสฺส วิมติ อุปฺปชฺชมานา เตน อุปฺปาทิตา โหติ. ธุรํ นิกฺขิปตีติ ยทา ปน สามิโก ‘‘อยํ ถทฺโธ กกฺขโฬ ชีวิตพฺรหฺมจริยนฺตรายมฺปิ เม กเรยฺย, อลํ ทานิ มยฺหํ อิมินา อาราเมนา’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, อุสฺสาหํ ฐเปติ, อตฺตโน สนฺตกกรเณ นิรุสฺสาโห โหตีติ อตฺโถ. อาปตฺติ ปาราชิกสฺส สเจ สยมฺปิ กตธุรนิกฺเขโป จาติ อธิปฺปาโย. อถ ปน สามิเกน ธุเร นิกฺขิตฺเตปิ อภิยุญฺชโก ธุรํ อนิกฺขิปิตฺวาว ‘‘อิมํ สุฏฺฐุ ปีเฬตฺวา มม อาณาปวตฺตึ ทสฺเสตฺวา กิงฺการปฺปฏิสฺสาวิภาเว ฐเปตฺวา ทสฺสามี’’ติ ทาตพฺพภาเว สอุสฺสาโห, รกฺขติ ตาว. อถาปิ อภิยุญฺชโก อจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘น ทานิ อิมํ อิมสฺส ทสฺสามี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, สามิโก ปน ธุรํ น นิกฺขิปติ, ปกฺขํ ปริเยสติ, กาลํ อาคเมติ, ‘‘ลชฺชิปริสํ ตาว ลภามิ, ปจฺฉา ชานิสฺสามี’’ติ คหเณเยว สอุสฺสาโห โหติ, รกฺขติเยว. ยทา ปน ‘‘โสปิ น ทสฺสามี’’ติ, ‘‘สามิโกปิ น ลจฺฉามี’’ติ เอวํ อุโภ ธุรํ นิกฺขิปนฺติ, ตทา อภิยุญฺชกสฺส ปาราชิกํ.
อญฺญสฺส ภณฺฑํ หรนฺโตติ เวตเนน วา มิตฺตภาเวน วา อญฺญสฺส ภณฺฑํ หรนฺโต. สีเส ภารนฺติ สีเส ฐิตภารํ. สีสสฺส ตาว ปุริมคเล คลวาฏโก, ปิฏฺฐิคเล เกสญฺจิ เกสนฺเต อาวฏฺโฏ โหติ, คลสฺเสว อุโภสุ ปสฺเสสุ เกสญฺจิ เกสา โอรุยฺห ชายนฺติ, เย ‘‘กณฺณจูฬิกา’’ติ วุจฺจนฺติ, เตสํ อโธภาโค จาติ อยํ เหฏฺฐิมโก ปริจฺเฉโท, ตโต อุปริ สีสํ, เอตฺถนฺตเร ฐิตภารนฺติ วุตฺตํ โหติ. ขนฺธํ โอโรเปตีติ อุโภสุ ปสฺเสสุ กณฺณจูฬิกาหิ ปฏฺฐาย เหฏฺฐา, กปฺปเรหิ ปฏฺฐาย อุปริ, ปิฏฺฐิคลาวฏฺฏโต จ คลวาฏกโต จ ปฏฺฐาย เหฏฺฐา, ปิฏฺฐิเวมชฺฌาวฏฺฏโต จ อุรปริจฺเฉทมชฺเฌ, หทยาวาฏกโต จ ปฏฺฐาย อุปริ ขนฺโธ, ตํ โอโรเปติ.
อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – โย ภิกฺขุ ‘‘อิทํ คเหตฺวา เอตฺถ ยาหี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๐๑) สามิเกหิ อนาณตฺโต สยเมว ‘‘มยฺหํ อิทํ นาม เทถ, อหํ โว ภณฺฑํ วหามี’’ติ เตสํ ภณฺฑํ สีเสน อาทาย คจฺฉนฺโต เถยฺยจิตฺเตน ตํ ภณฺฑํ อามสติ, ทุกฺกฏํ. ยถาวุตฺตสีสปริจฺเฉทํ อนติกฺกมนฺโตว อิโต จิโต จ ฆํสนฺโต สาเรติปิ ปจฺจาสาเรติปิ, ถุลฺลจฺจยํ. ขนฺธํ โอโรปิตมตฺเต กิญฺจาปิ สามิกานํ ‘‘วหตู’’ติ จิตฺตํ อตฺถิ, เตหิ ปน อนาณตฺตตฺตา ปาราชิกํ. ขนฺธํ ปน อโนโรเปตฺวาปิ สีสโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ จาเวนฺตสฺส ปาราชิกํ. ยมกภารสฺส ปน เอโก ภาโค สีเส ปติฏฺฐาติ, เอโก ปิฏฺฐิยํ, ตตฺถ ทฺวินฺนํ ฐานานํ วเสน วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อยํ ปน สุทฺธสีสภารสฺเสว วเสน วุตฺโต. โย จายํ สีสภาเร วุตฺโต, ขนฺธภาราทีสุปิ อยเมว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.
อุปนิกฺขิตฺตํ ภณฺฑนฺติ สงฺโคปนตฺถาย อตฺตโน หตฺเถ ปเรหิ ฐปิตภณฺฑํ. อหํ น คณฺหามีติ สมฺพนฺโธ. อตีตตฺเถ เจตํ วตฺตมานวจนํ, นาหํ คเหสินฺติ อตฺโถ. ทุกฺกฏํ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๑๑) สมฺปชานมุสาวาเทปิ อทินฺนาทานสฺส ปุพฺพปโยคตฺตา. ‘‘กึ ตุเมฺห ภณถ, เนวิทํ มยฺหํ อนุรูปํ, น ตุมฺหาก’’นฺติอาทีนิ วทนฺตสฺสาปิ ทุกฺกฏเมว. สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทตีติ ‘‘รโห มยา เอตสฺส หตฺเถ ฐปิตํ, น อญฺโญ โกจิ ชานาติ, ทสฺสติ นุ โข เม, โน’’ติ สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ. ธุรํ นิกฺขิปตีติ ตสฺส ผรุสาทิภาวํ ทิสฺวา อุสฺสาหํ ฐเปติ. ตตฺร สจายํ ภิกฺขุ ‘‘กิลเมตฺวา นํ ทสฺสามี’’ติ ทาเน สอุสฺสาโห, รกฺขติ ตาว. สเจ โส ทาเน นิรุสฺสาโห, ภณฺฑสามิโก ปน คหเณ สอุสฺสาโห, รกฺขเตว. ยทิ ปน โส ตสฺมึ ทาเน นิรุสฺสาโห, ภณฺฑสามิโกปิ ‘‘น มยฺหํ ทสฺสตี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, เอวํ อุภินฺนํ ธุรนิกฺเขเปน ภิกฺขุโน ปาราชิกํ. ยทิปิ มุเขน ‘‘ทสฺสามี’’ติ วทติ, จิตฺเตน ปน อทาตุกาโม, เอวมฺปิ สามิกสฺส ธุรนิกฺเขเปน ภิกฺขุโน ปาราชิกํ.
สหภณฺฑหารกํ เนสฺสามีติ ‘‘สหภณฺฑหารกํ ภณฺฑํ เนสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา. ปฐมํ ปาทํ อติกฺกาเมตีติ ภณฺฑหารกํ ตชฺเชตฺวา ตสฺส คมนปถํ วาเรตฺวา อตฺตนา รุจิตมคฺคํ เอกปาทํ อติกฺกาเมติ. ถลฏฺฐนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๕) ถเล นิกฺขิตฺตํ, ภูมิตเล วา ปาสาณปพฺพตตลาทีสุ วา ยตฺถ กตฺถจิ ปฏิจฺฉนฺเน วา อปฺปฏิจฺฉนฺเน วา ฐปิตนฺติ อตฺโถ. ผนฺทาเปติ, ถุลฺลจฺจยนฺติ โย ผนฺทาเปติ, ตสฺส ปโยเค ปโยเค ถุลฺลจฺจยํ, อามสเน ทุกฺกฏํ, ผนฺทาปเน ถุลฺลจฺจยญฺจ วิสุํ วิสุํ เถยฺยจิตฺเตน อามสนผนฺทาปนปโยเค กโรนฺตสฺเสว โหติ. ‘‘เอกปโยเคน คณฺหนฺตสฺส ปน อุทฺธาเร ปาราชิกเมว, น ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยานี’’ติ วทนฺติ. ฐานาติ ฐิตฏฺฐานโต. สเจ ตํ ถลฏฺฐํ ราสิกตํ โหติ, อนฺโตกุมฺภิยํ ภาชนคตกรณมุฏฺฐิจฺเฉทนวินิจฺฉเยน วินิจฺฉินิตพฺพํ. สเจ เอกาพทฺธํ สิเลสนิยฺยาสาทิ, ปกฺกมธุผาณิตวินิจฺฉเยน วินิจฺฉินิตพฺพํ. สเจ ครุกํ โหติ ภารพทฺธํ โลหปิณฺฑิเตลมธุฆฏาทิ วา, กุมฺภิยํ ฐานาจาวนวินิจฺฉเยน วินิจฺฉินิตพฺพํ. สงฺขลิกาพทฺธสฺส จ ฐานเภโท สลฺลกฺเขตพฺโพ. ปตฺถริตฺวา ฐปิตํ ปน ปาวารตฺถรณกฏสารกาทึ อุชุกํ คเหตฺวา อากฑฺฒติ, ปาริมนฺเต โอริมนฺเตน ผุฏฺโฐกาสํ อติกฺกนฺเต ปาราชิกํ. ตเถว คเหตฺวา ปรโต เปลฺลติ, ปาริมนฺเต ผุฏฺโฐกาสํ โอริมนฺเต อติกฺกนฺเต ปาราชิกํ. วามโต วา ทกฺขิณโต วา อปนาเมนฺตสฺส วามนฺเตน วา ทกฺขิณนฺเตน วา ผุฏฺโฐกาสํ ทกฺขิณนฺเต วา วามนฺเต วา อติกฺกนฺเต ปาราชิกํ. เวเฐตฺวา อุทฺธรติ, เกสคฺคมตฺตํ อากาสคตํ กโรนฺตสฺส ปาราชิกํ.
สโก หตฺโถ สหตฺโถ, เตน นิพฺพตฺโต, ตสฺส วา สมฺพนฺธีติ สาหตฺถิโก, อวหาโร. อาณาปนํ อาณตฺติ, ตาย อาณตฺติยา นิพฺพตฺโต อวหาโร อาณตฺติโก. นิสฺสชฺชนํ นิสฺสคฺโค, สุงฺกฆาตฏฺฐาเน, ปริกปฺปิโตกาเส จ ฐตฺวา ภณฺฑสฺส พหิ นิปาตนํ, นิสฺสคฺโคว นิสฺสคฺคิโย. กิริยาสิทฺธิโต ปุเรตรเมว ปาราชิกาปตฺติสงฺขาตํ อตฺถํ สาเธตีติ อตฺถสาธโก. ธุรสฺส อาลยสงฺขาตสฺส ภารสฺส นิกฺขิปนํ ปริจฺจชนํ นิรุสฺสาหภาวาปชฺชนํ ธุรนิกฺเขโป. อิทานิ พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวา เตสํ อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ สาหตฺถิโก นามา’’ติอาทิมาห. สหตฺถาติ สหตฺเถน. กรณตฺเถ หิ อิทํ นิสฺสกฺกวจนํ. ‘‘อสุกสฺส ภณฺฑํ อวหรา’’ติ อญฺญํ อาณาเปตีติ เอตฺถาปิ อาณตฺติกฺขเณ เอว อาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา. ยทิ เอวํ อิมสฺส, อตฺถสาธกสฺส จ โก วิเสโสติ? ตํ ขณํ เอว คหเณ นิยุญฺชนํ อาณตฺติกปโยโค, กาลนฺตเรน คหณตฺถํ นิโยโค อตฺถสาธโกติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๙๒; วิ. วิ. ฏี. ๑.๙๒) อยเมเตสํ วิเสโสติ. เตเนวาห ‘‘อสุกสฺส ภณฺฑํ ยทา สกฺโกสิ, ตทา ตํ อวหราติ อาณาเปตี’’ติ.
สุงฺกฆาตปริกปฺปิโตกาสานนฺติ สุงฺกฆาตญฺจ ปริกปฺปิโตกาโส จ สุงฺกฆาตปริกปฺปิโตกาสา, เตสํ. ตตฺถ สุงฺกฆาตนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๑๓) รุกฺขปพฺพตาทิสญฺญาเณน นิยมิตสฺส สุงฺกฏฺฐานสฺเสตํ อธิวจนํ. ตญฺหิ ยสฺมา ตโต ราชเทยฺยภาคํ สุงฺกํ อทตฺวา นีหรนฺตา รญฺโญ สุงฺกํ หนนฺติ วินาเสนฺติ, ตสฺมา ‘‘สุงฺกฆาต’’นฺติ วุตฺตํ.
โกจิ ปรปริเวณาทีนิ ปวิฏฺโฐ กิญฺจิ โลภเนยฺยภณฺฑํ ทิสฺวา ทฺวารปฺปมุขาทิวเสน ยํ ฐานํ ‘‘สเจ มํ เอตฺถนฺตเร ปสฺสิสฺสนฺติ, ทฏฺฐุกามตาย คเหตฺวา วิจรนฺโต วิย ทสฺสามิ, โน เจ ปสฺสิสฺสนฺติ, หริสฺสามี’’ติ ปริกปฺเปติ, อยํ ปริกปฺปิโตกาโส. อาณตฺติกฺขเณเยว ปาราชิกนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๒๑) อตฺถสาธกเจตนากฺขเณเยว ปาราชิกํ. สเจปิ อวหารโก สฏฺฐิวสฺสาติกฺกเมนปิ ตํ ภณฺฑํ อวหรติ, อาณาปโก จ อนฺตราเยว กาลํ กโรติ, หีนาย วา อาวตฺตติ, อสฺสมโณว หุตฺวา กาลํ วา กริสฺสติ, หีนาย วา อาวตฺติสฺสติ, อวหารกสฺส ปน อวหารกฺขเณเยว ปาราชิกํ. ปาทคฺฆนกเตลนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๔) เอตฺถ ปาโท นาม กหาปณสฺส จตุตฺโถ ภาโค, ตํ อคฺฆตีติ ปาทคฺฆนกํ, ปาทคฺฆนกญฺจ ตํ เตลญฺจาติ ปาทคฺฆนกเตลํ. อุปาหนา อาทิ เยสํ วตฺถูนํ ตานิ อุปาหนาทีนิ. อาทิสทฺเทน ทุกูลสาฏกจมฺมกฺขณฺฑาทีนํ คหณํ. ปกฺขิปตีติ เถยฺยจิตฺเตน ปกฺขิปติ. เตนาห ‘‘หตฺถโต มุตฺตมตฺเตเยว ปาราชิก’’นฺติ สเจ ปน อตฺตโนปิ กุมฺภิยํ อญฺโญ สปฺปึ วา เตลํ วา อากิรติ, ตตฺร จายํ เถยฺยจิตฺเตน เตลปิวนกํ ภณฺฑํ ปกฺขิปติ, วุตฺตนเยเนว ปาราชิกํ.
กาเยน วา วาจาย วา ปยุญฺชนํ อาณาปนํ ปโยโค, อาณตฺตสฺส ภณฺฑคฺคหณโต ปุพฺพตฺตา ปุพฺโพ, อิติ ปุพฺโพ จ โส ปโยโค จาติ ปุพฺพปโยโค. ปโยเคน สห วตฺตมาโน อวหาโร สหปโยโค. สมํ เอกี หุตฺวา วิทหิตฺวา มนฺเตตฺวา อวหรณํ สํวิธาวหาโร, อญฺญมญฺญํ สญฺญุปฺปตฺติยา กตาวหาโรติ วุตฺตํ โหติ. ปุพฺพณฺหาทิกาลปริจฺเฉเทน สญฺชานนํ สงฺเกโต, ตสฺส กมฺมํ สงฺเกตกมฺมํ. นิมิตฺตสฺส กมฺมํ นิมิตฺตกมฺมํ, สญฺญุปฺปาทนตฺถํ กสฺสจิ นิมิตฺตสฺส กรณนฺติ อตฺโถ. ตตฺถาติ ยถาวุตฺเตสุ ปุพฺพปโยคาทีสุ ปญฺจสุ. ขิลาทีนิ สงฺกาเมตฺวา เขตฺตาทิคฺคหณวเสนาติ ขิลํ, รชฺชุํ, วตึ, มริยาทํ วา ปาการํ วา สงฺกาเมตฺวา เขตฺตคฺคหณวเสน, ขิลํ, รชฺชุํ, วตึ, มริยาทํ วา ปาการํ วา สงฺกาเมตฺวา วตฺถุคฺคหณวเสน. สเจ ปน ทฺวีหิ ขิเลหิ คเหตพฺพํ โหติ, ปฐเม ขิเล ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเย ปาราชิกํ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๐๔). สเจ ตีหิ คเหตพฺพํ โหติ, ปฐเม ทุกฺกฏํ, ทุติเย ถุลฺลจฺจยํ, ตติเย ปาราชิกํ. เอวํ พหุเกสุปิ อวสาเน เทฺว ฐเปตฺวา ปุริเมหิ ทุกฺกฏํ, อวสาเน ทฺวินฺนํ เอเกน ถุลฺลจฺจยํ, อิตเรน ปาราชิกํ. รชฺชุปสารณาทีสุปิ เอเสว นโย. ยํ ปน สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘ตญฺจ โข สามิกานํ ธุรนิกฺเขเปนา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๐๔) วุตฺตํ, ตํ ‘‘เขตฺตํ อภิยุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทิ (ปารา. ๑๐๔) -อธิกาเร วุตฺตตฺตา อภิโยควเสน คหณํ สนฺธายาติ ทฏฺฐพฺพํ. สํวิทหิตฺวาติ เอตสฺเสว เววจนํ. สํมนฺตยิตฺวาติ เอกจฺฉนฺทตาย เอกชฺฌาสยตาย ภณิตฺวาติ อตฺโถ. อิมสฺมึ อวหาเร อสมฺโมหตฺถํ ‘‘เอวํ สํวิทหิตฺวา คเตสุ หี’’ติอาทิมาห. สญฺชานนกมฺมนฺติ ปุพฺพณฺหาทิกาลปริจฺเฉทวเสน สญฺญาณกรณํ. เตนาห ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ.
เอตฺถ จ ‘‘ปุเรภตฺตํ อวหรา’’ติ วุตฺเต (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๑๙) อชฺช วา ปุเรภตฺตํ อวหรตุ, เสฺว วา, อนาคเต วา สํวจฺฉเร, นตฺถิ วิสงฺเกโต, อุภินฺนมฺปิ ปาราชิกํ. สเจ ปน ‘‘อชฺช ปุเรภตฺตํ อวหรา’’ติ วุตฺเต เสฺว อวหรติ. ‘‘อชฺชา’’ติ นิยมิตํ สงฺเกตํ อติกฺกมฺม ปจฺฉา อวหฏํ โหติ. สเจ ‘‘เสฺว ปุเรภตฺตํ อวหรา’’ติ วุตฺเต อชฺช ปุเรภตฺตํ อวหรติ, ‘‘เสฺว’’ติ นิยมิตํ ตํ สงฺเกตํ อปตฺวา ปุเร อวหฏํ โหติ, เอวํ อวหรนฺตสฺส อวหารกสฺเสว ปาราชิกํ, มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺติ. ‘‘เสฺวว ปุเรภตฺต’’นฺติ วุตฺเต ตทเหว วา, เสฺว ปจฺฉาภตฺตํ วา อวหรนฺโตปิ ตํสงฺเกตโต ปุเร จ ปจฺฉา จ อวหรติ. โย ปน เอวํอกตฺวา ยถาปริจฺฉินฺนกาลเมว อวหรติ, อยํ สงฺเกตโต อปุเร อปจฺฉา ตํ อวหรตีติ เวทิตพฺโพ. เอส นโย ปจฺฉาภตฺตรตฺตินฺทิเวสุปิ, ปุริมยามมชฺฌิมยามปจฺฉิมยามกาฬชุณฺหมาสอุตุสํวจฺฉราทิวเสนาปิ เอตฺถ สงฺเกตวิสงฺเกตตา เวทิตพฺพา. ปรภณฺฑาวหารสญฺญุปฺปาทสฺส เหตุตฺตา อกฺขินิขณาทีเนว นิมิตฺตนฺติ อกฺขินิขณาทินิมิตฺตํ, ตสฺส กรณํ อกฺขินิขณาทินิมิตฺตกรณํ. อาทิสทฺเทน ภมุกุกฺเขปสีสกมฺปนหตฺถลงฺฆนปาณิปฺปหารองฺคุลิโผฏนคีวุนฺนามนอุกฺกาสนาทิอเนกปฺปการํ สงฺคณฺหาติ. เสสเมตฺถ สงฺเกตกมฺเม วุตฺตนยเมว.
เถโน วุจฺจติ โจโร, ตสฺส ภาโว เถยฺยํ, เตน อวหรณํ เถยฺยาวหาโร. ปสยฺห อภิภวิตฺวา อวหรณํ ปสยฺหาวหาโร. วตฺถสุตฺตาทิกํ ปริจฺฉิชฺช กปฺปนํ ปริกปฺโป, เตน อวหรณํ ปริกปฺปาวหาโร. ติณปณฺณาทีหิ ปฏิจฺฉนฺนสฺส อวหาโร ปฏิจฺฉนฺนาวหาโร. กุเสน อวหาโร กุสาวหาโร. กูฏมานกูฏกหาปณาทีหีติ เอตฺถ กูฏมานํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๙๓; ปุ. ป. อฏฺฐ. ๑๗๙) นาม หทยเภทสิขาเภทรชฺชุเภทวเสน ติวิธํ มานกูฏํ. ตตฺถ หทยนฺติ นาฬิอาทิมานภาชนานํ อพฺภนฺตรํ, ตสฺส เภโท ฉิทฺทกรณํ หทยเภโท, โส สปฺปิเตลาทิมินนกาเล ลพฺภติ. ตานิ หิ คณฺหนฺโต เหฏฺฐาฉิทฺเทน มาเนน ‘‘สณิกํ อาสิญฺจา’’ติ วตฺวา อนฺโตภาชเน พหุํ ปคฺฆราเปตฺวา คณฺหาติ, ททนฺโต จ ฉิทฺทํ ปิธาย สีฆํ ปูเรตฺวา เทติ.
สิขาเภโท ปน ติลตณฺฑุลาทิมินนกาเล ลพฺภติ. ตานิ หิ คณฺหนฺโต สณิกํ สิขํ อุสฺสาเปตฺวา คณฺหาติ, ททนฺโต เวเคน ปูเรตฺวา สิขํ ฉินฺทนฺโต เทติ.
รชฺชุเภโท เขตฺตวตฺถุมินนกาเล ลพฺภติ. เขตฺตาทึ มินนฺตา หิ อมหนฺตมฺปิ มหนฺตํ กตฺวา มินนฺติ, มหนฺตมฺปิ อมหนฺตํ.
ตมฺพกํสาทิมโย กูโฏ กหาปโณ กูฏกหาปโณ. อาทิสทฺเทน ตุลากูฏกํสกูฏวญฺจนาทึ สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ ตุลากูฏํ รูปกูฏํ, องฺคกูฏํ, คหณกูฏํ, ปฏิจฺฉนฺนกูฏนฺติ จตุพฺพิธํ โหติ. ตตฺถ รูปกูฏํ นาม เทฺว ตุลา สมรูปา กตฺวา คณฺหนฺโต มหติยา คณฺหาติ, ททนฺโต ขุทฺทิกาย เทติ. องฺคกูฏํ นาม คณฺหนฺโต ปจฺฉาภาเค หตฺเถน ตุลํ อกฺกมติ, ททนฺโต ปุพฺพภาเค อกฺกมติ. คหณกูฏํ นาม คณฺหนฺโต มูเล รชฺชุํ คณฺหาติ, ททนฺโต อคฺเค. ปฏิจฺฉนฺนกูฏํ นาม ตุลํ สุสิรํ กตฺวา อนฺโต อยจุณฺณํ ปกฺขิปิตฺวา คณฺหนฺโต ตํ ปจฺฉาภาเค กโรติ, ททนฺโต อคฺคภาเค.
กํโส วุจฺจติ สุวณฺณปาติ, ตาย วญฺจนํ กํสกูฏํ. กถํ? เอกํ สุวณฺณปาตึ กตฺวา อญฺญา เทฺว ติสฺโส โลหปาติโย สุวณฺณวณฺณา กโรนฺติ. ตโต ชนปทํ คนฺตฺวา กิญฺจิเทว อฑฺฒํ กุลํ ปวิสิตฺวา ‘‘สุวณฺณภาชนานิ กิณาถา’’ติ วตฺวา อคฺเฆ ปุจฺฉิเต สมคฺฆตรํ ทาตุกามา โหนฺติ. ตโต เตหิ ‘‘กถํ อิเมสํ สุวณฺณภาโว ชานิตพฺโพ’’ติ วุตฺเต ‘‘วีมํสิตฺวา คณฺหถา’’ติ สุวณฺณปาตึ ปาสาเณ ฆํสิตฺวา สพฺพา ปาติโย ทตฺวา คจฺฉติ.
วญฺจนํ นาม เตหิ เตหิ อุปาเยหิ ปเรสํ วญฺจนํ. ตตฺริทเมกํ วตฺถุ – เอโก กิร ลุทฺทโก มิคญฺจ มิคโปตกญฺจ คเหตฺวา อาคจฺฉติ, ตเมโก ธุตฺโต ‘‘กึ โภ มิโค อคฺฆติ, กึ มิคโปตโก’’ติ อาห. ‘‘มิโค เทฺว กหาปเณ, มิคโปตโก เอก’’นฺติ วุตฺเต เอกํ กหาปณํ ทตฺวา มิคโปตกํ คเหตฺวา โถกํ คนฺตฺวา นิวตฺเตนฺโต ‘‘น เม โภ มิคโปตเกน อตฺโถ, มิคํ เม เทหี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ เทฺว กหาปเณ เทหี’’ติ อาห. โส อาห ‘‘นนุ โภ มยา ปฐมํ เอโก กหาปโณ ทินฺโน’’ติ. อาม ทินฺโน, อิมํ มิคโปตกํ คณฺห, เอวํ โส จ กหาปโณ, อยญฺจ กหาปณคฺฆนโก มิคโปตโกติ เทฺว กหาปณา ภวิสฺสนฺตีติ. โส ‘‘การณํ วทตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา มิคโปตกํ คเหตฺวา มิคํ อทาสีติ.
ปสยฺหาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๓๘) ปเร อภิภุยฺย. คามํ ฆาเตนฺตีติ คามฆาตกา, คามํ ปหรนฺตา โจรา, เต อาทิ เยสํ เต คามฆาตกาทโย. อาทิสทฺเทน เจตฺถ ปนฺถฆาตกาทีนํ คหณํ. อุทฺธาเรเยว ปาราชิกนฺติ ‘‘สเจ สาฏโก ภวิสฺสติ, คณฺหิสฺสามี’’ติ ปริกปฺปสฺส ปวตฺตตฺตา, สาฏกสฺส จ ตตฺถ สพฺภาวโต. ปทวาเรน กาเรตพฺโพติ ภูมิยํ อนิกฺขิปิตฺวาว วีมํสิตตฺตา วุตฺตํ. ภณฺฑเทยฺยนฺติ ยํ ปรสฺส นฏฺฐํ, ตสฺส มูลํ วา ตเทว วา ภณฺฑํ ทาตพฺพนฺติ อตฺโถ.
ตสฺสาติ โย เอวํ ปริกปฺเปติ, ตสฺส. อิมสฺส ‘‘อวหาโร โหตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ.
ปเรสนฺติ กีฬนฺตานํ, ปวิสนฺตานํ วา ปเรสํ มนุสฺสานํ. ‘‘ปจฺฉา คณฺหิสฺสามี’’ติ ปํสุนา วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทตีติ ‘‘สเจ อิทาเนว โอนมิตฺวา คณฺหิสฺสามิ, ‘กึ สมโณ คณฺหาตี’ติ มํ ชานิตฺวา วิเหเฐยฺยุํ ปจฺฉา คณฺหิสฺสามี’’ติ ปํสุนา วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทติ. อุทฺธาโร นตฺถีติ ฐานาจาวนํ นตฺถีติ อตฺโถ. สามิกาติ อนฺตาคามํ ปวิสิตุกามา ภณฺฑสามิกา มนุสฺสา. อุทฺธาเรติ อุทฺธรเณ, ฐานาจาวเนติ อตฺโถ. ฐานาจาวนญฺเจตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. ปเวเสตีติ ฐานาจาวนวเสน ปเวเสติ, เหฏฺฐิมนฺเตน ผุฏฺโฐกาสํ เกสคฺคมตฺตมฺปิ อุปริมนฺเตน อติกฺกาเมนฺโต ปเวเสตีติ อตฺโถ.
สมคฺฆตรนฺติ อปฺปคฺฆตรํ. อุทฺธฏมตฺเต อวหาโรติ สกภาวปฺปโยคสฺส นิฏฺฐาปิตตฺตา, น อตฺถสาธกวเสน. อุทฺธาเร รกฺขติ อตฺตโน โกฏฺฐาเส ปาเตตุกามตาย อุทฺธฏตฺตา. เอเสว นโย ปาตเนปิ รกฺขตีติ เอตฺถาปิ. ‘‘อุทฺธาเรเยว รกฺขตี’’ติ อิมินาว ปาตเน น รกฺขตีติ อตฺเถ สิทฺเธปิ อตฺถสาธกวเสน อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ อุทฺธริตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สเจ ปน ทฺวีสุปิ โกฏฺฐาเสสุ ปติตทณฺฑเก อทสฺสนํ คเมติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๓๘), ตโต อวเสสภิกฺขูสุ คเตสุ อิตโร ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, ทณฺฑโก น ปญฺญายตี’’ติ, ‘‘มยฺหมฺปิ, อาวุโส, น ปญฺญายตี’’ติ, ‘‘กตโม ปน, ภนฺเต, มยฺหํ ภาโค’’ติ. ‘‘อยํ ตุยฺหํ ภาโค’’ติ อตฺตโน ภาคํ ทสฺเสติ. ตสฺมึ วิวทิตฺวา วา อวิวทิตฺวา วา ตํ คณฺหิตฺวา คเต อิตโร ตสฺส ภาคํ อุทฺธรติ, อุทฺธาเร ปาราชิกํ. สเจปิ เตน ‘‘อหํ มม ภาคํ ตุยฺหํ น เทมิ, ตฺวํ ปน อตฺตโน ภาคํ ญตฺวา คณฺหา’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘นายํ มมา’’ติ ชานนฺโตปิ ตสฺเสว ภาคํ คณฺหาติ, อุทฺธาเร ปาราชิกํ. สเจ ปน อิตโร ‘‘อยํ ตุยฺหํ ภาโค, อยํ มยฺหํ ภาโคติ กึ อิมินา วิวาเทนา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘มยฺหํ วา ปตฺโต โหตุ, ตุมฺหากํ วา, โย วรภาโค, ตํ ตุเมฺห คณฺหถา’’ติ วทติ, ทินฺนกํ นาม คหิตํ โหติ, นตฺเถตฺถ อวหาโร. สเจ โส วิวาทภีรุโก ภิกฺขุ ‘‘ยํ ตุยฺหํ รุจฺจติ, ตํ คณฺหา’’ติ วุตฺโต อตฺตโน ปตฺตํ วรภาคํ ฐเปตฺวา ลามกํเยว คเหตฺวา คจฺฉติ, ตโต อิตรสฺส วิจินิตาวเสสํ คณฺหนฺตสฺสาปิ อวหาโร นตฺเถว. เอวมิมานิ ปญฺจ ปญฺจกานิ สโมธาเนตฺวา อิเม ปญฺจวีสติ อวหารา เวทิตพฺพา. นิฏฺฐิโต ‘‘อาทิเยยฺยา’’ติ อิมสฺส ปทสฺส วินิจฺฉโย. เตนาห ‘‘อิติ ยํ วุตฺตํ…เป… ยสฺสตฺโถ ปกาสิโต โหตี’’ติ.
ราชาโนติ กิญฺจาปิ อวิเสเสน วุตฺตํ, อปราธานุรูปํ ปน เฉชฺชเภชฺชานุสาสโก ปมาณภูโตว อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ราชาโนติ อิทํ พิมฺพิสารํเยว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. โส หิ ธมฺมิกราชตฺตา ยถาปเวณิยาว กโรติ. อญฺเญ ปน กากณิกมตฺตสฺสปิ สีสํ ฉินฺเทยฺยุํ, พหุกสฺสาปิ น วา กิญฺจิ กเรยฺยุํ. เตนาห ‘‘อญฺเญ ปนา’’ติอาทิ. หนนํ นาม โปถนญฺเจว เฉทนญฺจาติ อาห ‘‘หตฺถาทีหิ วา’’ติอาทิ. อาทิสทฺเทน ปาทกสาเวตฺตอฑฺฒทณฺฑกานํ คหณํ. รชฺชุพนฺธนาทีหีติ อาทิสทฺเทน อนฺทุพนฺธนสงฺขลิกาพนฺธนฆรพนฺธนนครพนฺธนปุริสคุตฺตีนํ คหณํ. นีหเรยฺยุนฺติ รฏฺฐโต นิกฺขาเมยฺยุํ. โจโรสิ…เป… เถโนสีติ เอตฺถ ‘‘ปริภาเสยฺยุ’’นฺติ ปทํ อชฺฌาหริตพฺพํ อูนตฺตา ปทปฺปโยคสฺส. เตนาห ‘‘อิเมหิ วจเนหิ ปริภาเสยฺยุ’’นฺติ. ยถารูปํ ปน ยสฺมา ปาทโต ปฏฺฐาย โหติ, ตสฺมา ‘‘ปาทสฺส วา ปาทารหสฺส วา’’ติ อาห. โปราณกสฺส กหาปณสฺส จตุตฺโถ ภาโค ปาโท, ปาทํ อรหตีติ ปาทารโห, ตสฺส ปาทสฺส วา ปาทารหสฺส วา. เอตฺถ จ ปาเทน กหาปณสฺส จตุตฺถภาคํ อกปฺปิยภณฺฑเมว ทสฺเสติ, ปาทารเหน ปาทคฺฆนกํ กปฺปิยภณฺฑํ. เอตฺตาวตา เหฏฺฐิมนฺตทสฺสเนน สพฺพากาเรน ทุติยปาราชิกปฺปโหนกวตฺถุ ทสฺสิตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. โปราณกสฺสาติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๘๘; วิ. วิ. ฏี. ๑.๘๘) โปราณสตฺถานุรูปํ อุปฺปาทิตสฺส ลกฺขณสมฺปนฺนสฺส นีลกหาปณสทิสสฺส กหาปณสฺส. เอเตน รุทฺรทามกาทีนิ ปฏิกฺขิปติ.
เอวํ อสาธารณวินิจฺฉยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สาธารณวินิจฺฉยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ราชคเห’’ติอาทิมาห. รญฺโญติ พิมฺพิสารรญฺโญ. มาสโก นาม โปราณกสฺส กหาปณสฺส วีสติโม ภาโค. โย โลเก ‘‘มญฺเชฏฺฐี’’ติปิ วุจฺจติ. อิทานิ อิมสฺมึ อทินฺนาทาเน วินิจฺฉยํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพตฺถาติ อูนมาสกาติเรกมาสกปญฺจมาสเกสุ. ปริหีนาปริหีนวเสนาติ อคฺฆสฺส ปริหีนาปริหีนวเสน. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน เอวํ เวทิตพฺโพ – อิทญฺหิ อทินฺนาทานํ วินิจฺฉินนฺเตน โอติณฺเณ วตฺถุสฺมึ สหสา อวินิจฺฉินิตฺวา ปญฺจ ฐานานิ โอโลเกตพฺพานิ. ยานิ สนฺธาย โปราณา อาหุ –
‘‘วตฺถุํ กาลญฺจ เทสญฺจ, อคฺฆํ ปริโภคปญฺจมํ;
ตุลยิตฺวา ปญฺจฐานานิ, ธาเรยฺยตฺถํ วิจกฺขโณ’’ติ. (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒);
ตตฺถ จ วตฺถูติ ภณฺฑํ. อวหารเกน หิ ‘‘มยา อิทํ นาม อวหฏ’’นฺติ วุตฺเตปิ อาปตฺตึ อนาโรเปตฺวาว ตํ ภณฺฑํ สสามิกํ วา อสามิกํ วาติ อุปปริกฺขิตพฺพํ. สสามิเกปิ สามิกานํ สาลยภาโว วา นิราลยภาโว วา อุปปริกฺขิตพฺโพ. สเจ เตสํ สาลยกาเล อวหฏํ, ภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา อาปตฺติ กาเรตพฺพา. สเจ นิราลยกาเล, น ปาราชิเกน กาเรตพฺโพ. ภณฺฑสามิเกสุ ปน ภณฺฑํ อาหราเปนฺเตสุ ภณฺฑํ ทาตพฺพํ. อยเมตฺถ สามีจิ. เอวํ วตฺถุ โอโลเกตพฺพํ.
กาโลติ อวหารกาโล. ตเทว หิ ภณฺฑํ กทาจิ สมคฺฆํ โหติ, กทาจิ มหคฺฆํ. ตสฺมา ตํ ภณฺฑํ ยสฺมึ กาเล อวหฏํ, ตสฺมึเยว กาเล โย ตสฺส อคฺโฆ, เตน อคฺเฆน อาปตฺติ กาเรตพฺพา. เอวํ กาโล โอโลเกตพฺโพ.
เทโสติ อวหารเทโส. ตญฺหิ ภณฺฑํ ยสฺมึ เทเส อวหฏํ, ตสฺมึเยว เทเส โย ตสฺส อคฺโฆ, เตน อคฺเฆน อาปตฺติ กาเรตพฺพา. ภณฺฑุฏฺฐานเทเส หิ ภณฺฑํ สมคฺฆํ โหติ, อญฺญตฺถ มหคฺฆํ. เอวํ เทโส โอโลเกตพฺโพ.
อคฺโฆติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒) ภณฺฑคฺโฆ. นวภณฺฑสฺส หิ โย อคฺโฆ, โส ปจฺฉา ปริหายติ. ยถา นวโธโต ปตฺโต อฏฺฐ วา ทส วา อคฺฆติ, โส ปจฺฉา ภินฺโน วา ฉิทฺโท วา อาณิคณฺฐิกาหโต วา อปฺปคฺโฆ โหติ, ตสฺมา น สพฺพทา ภณฺฑํ ปกติอคฺเฆเนว กาตพฺพนฺติ. เอวํ อคฺโฆ โอโลเกตพฺโพ.
ปริโภโคติ ภณฺฑสฺส ปริโภโค. ปริโภเคนาปิ หิ วาสิอาทิภณฺฑสฺส อคฺโฆ ปริหายติ, ตสฺมา เอวํ อุปปริกฺขิตพฺพํ – สเจ โกจิ กสฺสจิ ปาทคฺฆนกํ วาสึ หรติ, ตตฺร วาสิสามิโก ปุจฺฉิตพฺโพ ‘‘ตยา อยํ วาสิ กิตฺตเกน กีตา’’ติ. ‘‘ปาเทน, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปน เต กิณิตฺวาว ฐปิตา, อุทาหุ ตํ วลญฺเชสี’’ติ? สเจ วทติ ‘‘เอกทิวสํ เม ทนฺตกฏฺฐํ วา รชนฉลฺลิ วา ปตฺตปจนทารุ วา ฉินฺนํ, ฆํสิตฺวา วา นิสิตา’’ติ. อถสฺส โปราโณ อคฺโฆ ภฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ. ยถา จ วาสิยา, เอวํ อญฺชนิยา วา อญฺชนิสลากาย วา กุญฺจิกาย วา ปลาเลน วา ถุเสหิ วา อิฏฺฐกจุณฺเณน วา เอกวารํ ฆํสิตฺวา โธวนมตฺเตนาปิ อคฺโฆ ภสฺสติ. ติปุมณฺฑลสฺส มกรทนฺตจฺเฉทเนนาปิ ปริมทฺทนมตฺเตนาปิ, อุทกสาฏิกาย สกึ นิวาสนปารุปเนนาปิ, ปริโภคสีเสน อํเส วา สีเส วา ฐปนมตฺเตนาปิ, ตณฺฑุลาทีนํ ปปฺโผฏเนนาปิ ตโต เอกํ วา เทฺว วา อปนยเนนปิ, อนฺตมโส เอกํ ปาสาณสกฺขรํ อุทฺธริตฺวา ฉฑฺฑิตมตฺเตนาปิ, สปฺปิเตลาทีนํ ภาชนนฺตรปริวตฺตเนนปิ, อนฺตมโส ตโต มกฺขิกํ วา กิปิลฺลิกํ วา อุทฺธริตฺวา ฉฑฺฑิตมตฺเตนปิ, คุฬปิณฺฑกสฺส มธุรภาวชานนตฺถํ นเขน วิชฺฌิตฺวา อณุมตฺตํ คหิตมตฺเตนปิ อคฺโฆ ภสฺสติ. ตสฺมา ยํ กิญฺจิ ปาทคฺฆนกํ วุตฺตนเยเนว สามิเกน ปริโภเคน อูนํ กตํ โหติ, น ตํ อวหารโก ภิกฺขุ ปาราชิเกน กาเรตพฺโพติ. เอวํ ปริโภโค โอโลเกตพฺโพ.
เอวํ อิมานิ ตุลยิตฺวา ปญฺจ ฐานานิ ธาเรยฺย อตฺถํ วิจกฺขโณ อาปตฺตึ วา อนาปตฺตึ วา ครุกํ วา ลหุกํ วา อาปตฺตึ ยถาฐาเน ฐเปยฺยาติ.
เอวํ ตตฺถ วินิจฺฉยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อนาปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘สกสญฺญิสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สกสญฺญิสฺสาติ ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ อิทํ ภณฺฑ’’นฺติ เอวํ สกสญฺญิสฺส ปรภณฺฑมฺปิ คณฺหโต คหเณ อนาปตฺติ, คหิตํ ปน ปุน ทาตพฺพํ. สเจ สามิเกหิ ‘‘เทหี’’ติ วุตฺโต น เทติ, เตสํ ธุรนิกฺเขเป ปาราชิกํ. วิสฺสาสคฺคาเหติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๓๑) วิสฺสาสคฺคหเณปิ อนาปตฺติ. วิสฺสาสคฺคาหลกฺขณํ ปน อิมินา สุตฺเตน ชานิตพฺพํ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส วิสฺสาสํ คเหตุํ, สนฺทิฏฺโฐ จ โหติ, สมฺภตฺโต จ อาลปิโต จ ชีวติ จ ชานาติ จ ‘คหิเต เม อตฺตมโน’’’ติ (มหาว. ๓๕๖).
ตตฺถ สนฺทิฏฺโฐติ ทิฏฺฐมตฺตกมิตฺโต. สมฺภตฺโตติ ทฬฺหมิตฺโต. อาลปิโตติ ‘‘มม สนฺตกํ ยํ อิจฺฉสิ, ตํ คเณฺหยฺยาสิ, อาปุจฺฉิตฺวา คหเณ การณํ นตฺถี’’ติ วุตฺโต. ชีวตีติ อนุฏฺฐานเสยฺยาย สยิโตปิ ยาว ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทํ น ปาปุณาติ. คหิเต จ อตฺตมโนติ คหิเต ตุฏฺฐจิตฺโต. เอวรูปสฺส สนฺตกํ ‘‘คหิเต เม อตฺตมโน ภวิสฺสตี’’ติ ชานนฺเตน คเหตุํ วฏฺฏติ. อนวเสสปริยาทานวเสน เจตานิ ปญฺจงฺคานิ วุตฺตานิ. วิสฺสาสคฺคาโห ปน ตีหิ องฺเคหิ รุหติ. กถํ? สนฺทิฏฺโฐ, ชีวติ, คหิเต อตฺตมโน, สมฺภตฺโต, ชีวติ, คหิเต อตฺตมโน, อาลปิโต, ชีวติ, คหิเต อตฺตมโนติ เอวํ.
โย ปน ชีวติ, น จ คหิเต อตฺตมโน โหติ, ตสฺส สนฺตกํ วิสฺสาสภาเวน คหิตมฺปิ ปุน ทาตพฺพํ. ททนฺเตน จ มตกธนํ ตาว เย ตสฺส ธเน อิสฺสรา คหฏฺฐา วา ปพฺพชิตา วา, เตสํ ทาตพฺพํ. อนตฺตมนสฺส สนฺตกํ ตสฺเสว ทาตพฺพํ. โย ปน ปฐมํเยว ‘‘สุฏฺฐุ กตํ ตยา มม สนฺตกํ คณฺหนฺเตนา’’ติ วจีเภเทน วา จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน วา อนุโมทิตฺวา ปจฺฉา เกนจิ การเณน กุปิโต, โส ปจฺจาหราเปตุํ น ลภติ. โย จ อทาตุกาโม, จิตฺเตน ปน อธิวาเสติ, น กิญฺจิ วทติ, โสปิ ปุน ปจฺจาหราเปตุํ น ลภติ. โย ปน ‘‘มยา ตุมฺหากํ สนฺตกํ คหิต’’นฺติ วา ‘‘ปริภุตฺต’’นฺติ วา วุตฺโต คหิตํ วา โหตุ, ปริภุตฺตํ วา, ‘‘มยา ปน ตํ เกนจิเทว กรณีเยน ฐปิตํ, ปากติกํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทติ, อยํ ปจฺจาหราเปตุํ ลภติ.
ตาวกาลิเกติ ‘‘ปฏิทสฺสามิ ปฏิกริสฺสามี’’ติ เอวํ คณฺหนฺตสฺส ตาวกาลิเกปิ คหเณ อนาปตฺติ. คหิตํ ปน สเจ ภณฺฑสามิโก ปุคฺคโล วา คโณ วา ‘‘ตุเยฺหเวตํ โหตู’’ติ อนุชานาติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ อนุชานาติ, อาหราเปนฺเต ทาตพฺพํ. สงฺฆสนฺตกํ ปน ปฏิทาตุเมว วฏฺฏติ.
เปตปริคฺคเหติ เอตฺถ ปน เปตฺติวิสเย อุปปนฺนาปิ, กาลํ กตฺวา ตสฺมึเยว อตฺตภาเว นิพฺพตฺตาปิ, จาตุมหาราชิกาทโย เทวาปิ สพฺเพ ‘‘เปตา’’เตฺวว สงฺขฺยํ คตา, เตสํ ปริคฺคเห อนาปตฺติ. เทวตาย ปน อุทฺทิสฺส พลิกมฺมํ กโรนฺเตหิ รุกฺขาทีสุ ลคฺคิตสาฏเก วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ตญฺจ โข อารกฺขเกหิ อปริคฺคหิเต, ปริคฺคหิตํ ปน คเหตุํ น วฏฺฏติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๑๓๑).
ติรจฺฉานคตปริคฺคเหติ นาคสุปณฺณาทีนํ ติรจฺฉานคตานํ ปริคฺคเห. สเจปิ หิ เทโว วา นาคสุปณฺโณ วา มนุสฺสรูเปน อาปณํ ปสาเรติ, ตโต จสฺส สนฺตกํ โกจิ ทิพฺพจกฺขุโก ภิกฺขุ ตํ ญตฺวา คเหตฺวา คจฺฉติ, วฏฺฏติ.
ปํสุกูลสญฺญิสฺสาติ ‘‘อสามิกํ อิทํ ปํสุกูล’’นฺติ เอวสญฺญิสฺสาปิ คหเณ อนาปตฺติ. สเจ ปน ตํ สสามิกํ โหติ, อาหราเปนฺเต ทาตพฺพํ. อุมฺมตฺตกาทีนิ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการาเนว. อาทิกมฺมิโก ปเนตฺถ ธนิโย. อวเสสานํ ปน รชกภณฺฑิกาทิโจรานํ ฉพฺพคฺคิยาทีนํ อาปตฺติเยว.
สจิตฺตเกหิ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ อิทํ สมุฏฺฐาตีติ อาห ‘‘อทินฺนาทานสมุฏฺฐาน’’นฺติ. ตถา หิ สาหตฺถิกํ กายจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ. อาณตฺติกํ วาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ. สาหตฺติกาณตฺติกํ กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, ตญฺจ โข ‘‘ภาริยมิทํ, ตฺวํ เอกปสฺสํ คณฺห, อหํ เอกปสฺส’’นฺติ สํวิธาย อุภเยสํ ปโยเคน เอกสฺส วตฺถุโน ฐานาจาวเน ลพฺภติ. ‘‘กายวจีกมฺม’’นฺติ อวจนํ ปน กายวาจานํ อีทิเส ฐาเน องฺคมตฺตตฺตา. ยาย ปน เจตนาย สมุฏฺฐาปิโต ปโยโค สาหตฺถิโก วา อาณตฺติโก วา ปธานภาเวน ฐานาจาวนํ สาเธติ, ตสฺสา วเสน อาปตฺติ กาเรตพฺพา. อญฺญถา สาหตฺถิกํ วา อาณตฺติกสฺส องฺคํ น โหติ, อาณตฺติกํ วา สาหตฺถิกสฺสาติ อิทํ วิรุชฺฌติ. ‘‘อทินฺนํ อาทิยามี’’ติ สญฺญาย อภาเวน มุจฺจนโต สญฺญาวิโมกฺขํ. กาเยน กตํ กมฺมํ กายกมฺมํ, กายทฺวาเรน กตนฺติ อตฺโถ. วจีกมฺมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตุฏฺโฐ วา ภีโต วา มชฺฌตฺโต วา นํ อาปชฺชตีติ ติเวทนํ. เสสํ ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ทุติยปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.