๑. อุสฺสยวาทิกาสิกฺขาปทวณฺณนา

มานุสฺสยวเสน โกธูสฺสยวเสนาติ พาหุลฺลนเยน วุตฺตํ. เตเนว วกฺขติ ‘‘ติจิตฺตํ ติเวทน’’นฺติ. อฑฺฑกรณตฺถายาติ เอตฺถ อฑฺโฑติ โวหาริกวินิจฺฉโย วุจฺจติ. ยํ ปพฺพชิตา ‘‘อธิกรณ’’นฺติปิ วทนฺติ, ตสฺส กรณตฺถาย โวหาริกวินิจฺฉยตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ. วีติกฺกมกฺขเณเยวาติ วตฺถุชฺฌาจารกฺขเณเยว, น ตติยาย สมนุภาสนายาติ อธิปฺปาโย. ภิกฺขุนึ สงฺฆโต นิสฺสาเรตีติ อาปนฺนํ ภิกฺขุนึ ภิกฺขุนิสงฺฆมฺหา นิสฺสาเรติ. เหตุมฺหิ จายํ กตฺตุโวหาโร ‘‘นิสฺสารณเหตุภูตธมฺโม ‘นิสฺสารณีโย’ติ วุตฺโต’’ติ กตฺวา.

ยตฺถ ฐิตายาติ อุปสฺสยภิกฺขาจารมคฺคาทีสุ ยสฺมึ ฐาเน ฐิตาย. ตโต ปฏฺฐาย คจฺฉนฺติยาติ ตโต ปฏฺฐาย โวหาริกานํ สนฺติกํ คจฺฉนฺติยา. ทุติเยติ ทุติยาโรจเน. เตนาติ อุปาสเกน. เอวํ วุตฺตายาติ ‘‘มม จ ตว จ กถํ ตฺวํเยว อาโรเจหี’’ติ วุตฺตาย. อญฺเญน กถาเปตีติ กปฺปิยการเกน กถาเปติ. ยถา วา ตถา วา หิ อาโรจิยมาเนติ กปฺปิยการโก วา ภิกฺขุนิยา กถํ ปฐมํ อาโรเจตุ, อิตโร วา อตฺตโน กถํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๗๙). กปฺปิยการโก วา อุภินฺนมฺปิ กถํ, อิตโร วา อุภินฺนมฺปิ กถํ อาโรเจตูติ เอวํ ยถา ตถา อาโรจิยมาเน. อุภินฺนมฺปิ ปน กถํ สุตฺวาติ ยถา ตถา วา อาโรจิตํ ปน อุภินฺนมฺปิ กถํ สุตฺวา.

อากฑฺฒิยมานา คจฺฉตีติ วุจฺจมานา โวหาริกานํ สนฺติกํ คจฺฉติ, อิมสฺส ‘‘ตสฺสา อนาปตฺตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุปิ. รกฺขํ ยาจตีติ ธมฺมิกํ รกฺขํ ยาจติ. อิทานิ ยถา ยาจิตา รกฺขา ธมฺมิกา โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปสฺสเย อญฺเญหิ กตํ อนาจารํ อโนทิสฺส อาจิกฺขนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อตีตํ อารพฺภ อตฺถิ โอทิสฺส อาจิกฺขนา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๗๙), อตฺถิ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา, อนาคตํ อารพฺภาปิ อตฺถิ โอทิสฺส อาจิกฺขนา, อตฺถิ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา.

กถํ อตีตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ? ภิกฺขุนุปสฺสเย คามทารกา, ธุตฺตาทโย วา เย เกจิ อนาจารํ วา อาจรนฺติ, รุกฺขํ วา ฉินฺทนฺติ, ผลาผลํ วา หรนฺติ, ปริกฺขาเร วา อจฺฉินฺทนฺติ. ภิกฺขุนี โวหาริเก อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อมฺหากํ อุปสฺสเย อิทํ นาม กต’’นฺติ วทติ. ‘‘เกนา’’ติ วุตฺเต ‘‘อสุเกน จ อสุเกน จา’’ติ อาจิกฺขติ. เอวํ อตีตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สา น วฏฺฏติ. ตญฺเจ สุตฺวา เต โวหาริกา เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ ภิกฺขุนิยา คีวา โหติ. ‘‘ทณฺฑํ คณฺหิสฺสนฺตี’’ติ อธิปฺปาเยปิ สติ คีวาเยว โหติ. สเจ ปน ตสฺส ‘‘ทณฺฑํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ปญฺจมาสกมตฺเต คหิเต ปาราชิกํ โหติ.

เตหิ ‘‘เกนา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อสุเกนา’ติ วตฺตุํ อมฺหากํ น วฏฺฏติ, ตุเมฺหเยว ชานิสฺสถ. เกวลญฺหิ มยํ รกฺขํ ยาจาม, ตํ โน เทถ, อวหฏภณฺฑมฺปิ อาหราเปถา’’ติ วตฺตพฺพํ. เอวํ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สา วฏฺฏติ. เอวํ วุตฺเต สเจปิ เต โวหาริกา เต การเก คเวสิตฺวา เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ สาปเตยฺยมฺปิ คหิตํ, ภิกฺขุนิยา เนว คีวา, น อาปตฺติ.

ปริกฺขารํ หรนฺเต ทิสฺวา เตสํ อนตฺถกามตาย ‘‘โจโร โจโร’’ติ วตฺตุมฺปิ น วฏฺฏติ. เอวํ วุตฺเตปิ หิ ยํ เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ ภิกฺขุนิยา คีวา โหติ. อตฺตโน วจนกรํ ปน ‘‘อิมินา เม ปริกฺขาโร คหิโต, ตํ อาหราเปหิ, มา จสฺส ทณฺฑํ กโรถา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ทาสทาสิวาปิอาทีนํ อตฺถาย อฑฺฑํ กโรนฺติ, อยํ อกปฺปิยอฑฺโฑ นาม, น วฏฺฏติ.

กถํ อนาคตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ? วุตฺตนเยเนว ปเรหิ อนาจาราทีสุ กเตสุ ภิกฺขุนี โวหาริเก เอวํ วทติ ‘‘อมฺหากํ อุปสฺสเย อิทญฺจิทญฺจ กโรนฺติ, รกฺขํ โน เทถ อายตึ อกรณตฺถายา’’ติ. ‘‘เกน เอวํ กต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อสุเกน จ อสุเกน จา’’ติ อาจิกฺขติ. เอวํ อนาคตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สาปิ น วฏฺฏติ. เตสญฺหิ ทณฺเฑ กเต ปุริมนเยเนว สพฺพํ ภิกฺขุนิยา คีวา. เสสํ ปุริมสทิสเมว.

สเจ ปน โวหาริกา ภิกฺขุนุปสฺสเย เอวรูปํ อนาจารํ กโรนฺตานํ ‘‘อิมํ นาม ทณฺฑํ กโรมา’’ติ เภรึ จราเปตฺวา อาณาย อติฏฺฐมาเน ปริเยสิตฺวา ทณฺฑํ กโรนฺติ, ภิกฺขุนิยา เนว คีวา, น อาปตฺติ.

โย จายํ ภิกฺขุนีนํ วุตฺโต, ภิกฺขูนมฺปิ เอเสว นโย. ภิกฺขุโนปิ หิ โอทิสฺส อาจิกฺขนา น วฏฺฏติ, ยํ ตถา อาจิกฺขิเต เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, ตํ สพฺพํ คีวา โหติ. วุตฺตนเยเนว ทณฺฑํ คณฺหาเปนฺตสฺส ปาราชิกํ. โย ปน ‘‘ทณฺฑํ กริสฺสนฺตี’’ติ ชานนฺโตปิ อโนทิสฺส กเถติ, เต จ ปริเยสิตฺวา ทณฺฑํ กโรนฺติเยว, น โทโส. วิหารสีมาย รุกฺขาทีนิ ฉินฺทนฺตานํ วาสิผรสุอาทีนิ คเหตฺวา ปาสาเณ โกฏฺเฏนฺติ, น วฏฺฏติ. สเจ ธารา ภิชฺชติ, การาเปตฺวา ทาตพฺพา. อุปธาวิตฺวา เตสํ ปริกฺขาเร คณฺหนฺติ, ตมฺปิ น กาตพฺพํ. ลหุปริวตฺตญฺหิ จิตฺตํ, เถยฺยเจตนาย อุปฺปนฺนาย มูลจฺเฉชฺชมฺปิ คจฺเฉยฺย.

อุสฺสยวาทิกาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.