สงฺฆาทิเสสกณฺฑํ

๑. อุสฺสยวาทิกาสิกฺขาปทวณฺณนา

มานุสฺสยวเสน โกธูสฺสยวเสนาติ พาหุลฺลนเยน วุตฺตํ. เตเนว วกฺขติ ‘‘ติจิตฺตํ ติเวทน’’นฺติ. อฑฺฑกรณตฺถายาติ เอตฺถ อฑฺโฑติ โวหาริกวินิจฺฉโย วุจฺจติ. ยํ ปพฺพชิตา ‘‘อธิกรณ’’นฺติปิ วทนฺติ, ตสฺส กรณตฺถาย โวหาริกวินิจฺฉยตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ. วีติกฺกมกฺขเณเยวาติ วตฺถุชฺฌาจารกฺขเณเยว, น ตติยาย สมนุภาสนายาติ อธิปฺปาโย. ภิกฺขุนึ สงฺฆโต นิสฺสาเรตีติ อาปนฺนํ ภิกฺขุนึ ภิกฺขุนิสงฺฆมฺหา นิสฺสาเรติ. เหตุมฺหิ จายํ กตฺตุโวหาโร ‘‘นิสฺสารณเหตุภูตธมฺโม ‘นิสฺสารณีโย’ติ วุตฺโต’’ติ กตฺวา.

ยตฺถ ฐิตายาติ อุปสฺสยภิกฺขาจารมคฺคาทีสุ ยสฺมึ ฐาเน ฐิตาย. ตโต ปฏฺฐาย คจฺฉนฺติยาติ ตโต ปฏฺฐาย โวหาริกานํ สนฺติกํ คจฺฉนฺติยา. ทุติเยติ ทุติยาโรจเน. เตนาติ อุปาสเกน. เอวํ วุตฺตายาติ ‘‘มม จ ตว จ กถํ ตฺวํเยว อาโรเจหี’’ติ วุตฺตาย. อญฺเญน กถาเปตีติ กปฺปิยการเกน กถาเปติ. ยถา วา ตถา วา หิ อาโรจิยมาเนติ กปฺปิยการโก วา ภิกฺขุนิยา กถํ ปฐมํ อาโรเจตุ, อิตโร วา อตฺตโน กถํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๗๙). กปฺปิยการโก วา อุภินฺนมฺปิ กถํ, อิตโร วา อุภินฺนมฺปิ กถํ อาโรเจตูติ เอวํ ยถา ตถา อาโรจิยมาเน. อุภินฺนมฺปิ ปน กถํ สุตฺวาติ ยถา ตถา วา อาโรจิตํ ปน อุภินฺนมฺปิ กถํ สุตฺวา.

อากฑฺฒิยมานา คจฺฉตีติ วุจฺจมานา โวหาริกานํ สนฺติกํ คจฺฉติ, อิมสฺส ‘‘ตสฺสา อนาปตฺตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุปิ. รกฺขํ ยาจตีติ ธมฺมิกํ รกฺขํ ยาจติ. อิทานิ ยถา ยาจิตา รกฺขา ธมฺมิกา โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปสฺสเย อญฺเญหิ กตํ อนาจารํ อโนทิสฺส อาจิกฺขนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อตีตํ อารพฺภ อตฺถิ โอทิสฺส อาจิกฺขนา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๗๙), อตฺถิ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา, อนาคตํ อารพฺภาปิ อตฺถิ โอทิสฺส อาจิกฺขนา, อตฺถิ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา.

กถํ อตีตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ? ภิกฺขุนุปสฺสเย คามทารกา, ธุตฺตาทโย วา เย เกจิ อนาจารํ วา อาจรนฺติ, รุกฺขํ วา ฉินฺทนฺติ, ผลาผลํ วา หรนฺติ, ปริกฺขาเร วา อจฺฉินฺทนฺติ. ภิกฺขุนี โวหาริเก อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อมฺหากํ อุปสฺสเย อิทํ นาม กต’’นฺติ วทติ. ‘‘เกนา’’ติ วุตฺเต ‘‘อสุเกน จ อสุเกน จา’’ติ อาจิกฺขติ. เอวํ อตีตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สา น วฏฺฏติ. ตญฺเจ สุตฺวา เต โวหาริกา เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ ภิกฺขุนิยา คีวา โหติ. ‘‘ทณฺฑํ คณฺหิสฺสนฺตี’’ติ อธิปฺปาเยปิ สติ คีวาเยว โหติ. สเจ ปน ตสฺส ‘‘ทณฺฑํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ปญฺจมาสกมตฺเต คหิเต ปาราชิกํ โหติ.

เตหิ ‘‘เกนา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อสุเกนา’ติ วตฺตุํ อมฺหากํ น วฏฺฏติ, ตุเมฺหเยว ชานิสฺสถ. เกวลญฺหิ มยํ รกฺขํ ยาจาม, ตํ โน เทถ, อวหฏภณฺฑมฺปิ อาหราเปถา’’ติ วตฺตพฺพํ. เอวํ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สา วฏฺฏติ. เอวํ วุตฺเต สเจปิ เต โวหาริกา เต การเก คเวสิตฺวา เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ สาปเตยฺยมฺปิ คหิตํ, ภิกฺขุนิยา เนว คีวา, น อาปตฺติ.

ปริกฺขารํ หรนฺเต ทิสฺวา เตสํ อนตฺถกามตาย ‘‘โจโร โจโร’’ติ วตฺตุมฺปิ น วฏฺฏติ. เอวํ วุตฺเตปิ หิ ยํ เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ ภิกฺขุนิยา คีวา โหติ. อตฺตโน วจนกรํ ปน ‘‘อิมินา เม ปริกฺขาโร คหิโต, ตํ อาหราเปหิ, มา จสฺส ทณฺฑํ กโรถา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ทาสทาสิวาปิอาทีนํ อตฺถาย อฑฺฑํ กโรนฺติ, อยํ อกปฺปิยอฑฺโฑ นาม, น วฏฺฏติ.

กถํ อนาคตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ? วุตฺตนเยเนว ปเรหิ อนาจาราทีสุ กเตสุ ภิกฺขุนี โวหาริเก เอวํ วทติ ‘‘อมฺหากํ อุปสฺสเย อิทญฺจิทญฺจ กโรนฺติ, รกฺขํ โน เทถ อายตึ อกรณตฺถายา’’ติ. ‘‘เกน เอวํ กต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อสุเกน จ อสุเกน จา’’ติ อาจิกฺขติ. เอวํ อนาคตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สาปิ น วฏฺฏติ. เตสญฺหิ ทณฺเฑ กเต ปุริมนเยเนว สพฺพํ ภิกฺขุนิยา คีวา. เสสํ ปุริมสทิสเมว.

สเจ ปน โวหาริกา ภิกฺขุนุปสฺสเย เอวรูปํ อนาจารํ กโรนฺตานํ ‘‘อิมํ นาม ทณฺฑํ กโรมา’’ติ เภรึ จราเปตฺวา อาณาย อติฏฺฐมาเน ปริเยสิตฺวา ทณฺฑํ กโรนฺติ, ภิกฺขุนิยา เนว คีวา, น อาปตฺติ.

โย จายํ ภิกฺขุนีนํ วุตฺโต, ภิกฺขูนมฺปิ เอเสว นโย. ภิกฺขุโนปิ หิ โอทิสฺส อาจิกฺขนา น วฏฺฏติ, ยํ ตถา อาจิกฺขิเต เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, ตํ สพฺพํ คีวา โหติ. วุตฺตนเยเนว ทณฺฑํ คณฺหาเปนฺตสฺส ปาราชิกํ. โย ปน ‘‘ทณฺฑํ กริสฺสนฺตี’’ติ ชานนฺโตปิ อโนทิสฺส กเถติ, เต จ ปริเยสิตฺวา ทณฺฑํ กโรนฺติเยว, น โทโส. วิหารสีมาย รุกฺขาทีนิ ฉินฺทนฺตานํ วาสิผรสุอาทีนิ คเหตฺวา ปาสาเณ โกฏฺเฏนฺติ, น วฏฺฏติ. สเจ ธารา ภิชฺชติ, การาเปตฺวา ทาตพฺพา. อุปธาวิตฺวา เตสํ ปริกฺขาเร คณฺหนฺติ, ตมฺปิ น กาตพฺพํ. ลหุปริวตฺตญฺหิ จิตฺตํ, เถยฺยเจตนาย อุปฺปนฺนาย มูลจฺเฉชฺชมฺปิ คจฺเฉยฺย.

อุสฺสยวาทิกาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. โจริวุฏฺฐาปิกาสิกฺขาปทวณฺณนา

มลฺลคณภฏิปุตฺตคณาทิกนฺติอาทีสุ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๖๘๓) มลฺลคโณ นาม นารายนภตฺติโก ตตฺถ ตตฺถ ปานียฏฺฐปนโปกฺขรณิขณนาทิปุญฺญกมฺมการโก คโณ. ภฏิปุตฺตคโณ นาม กุมารภตฺติกคโณ. ธมฺมคโณติ สาสนภตฺติโก อเนกปฺปการปุญฺญกมฺมการโก คโณ. คนฺธิกเสณีติ อเนกปฺปการสุคนฺธิวิกติการโก คโณ. ทุสฺสิกเสณีติ ทุสฺสวาณิชสมูโห, เปสการคโณติ อตฺโถ.

วุฏฺฐาเปนฺติยาติ อุปสมฺปาเทนฺติยา. เกนจิ กรณีเยน ปกฺกนฺตาสุ ภิกฺขุนีสุ อคนฺตฺวา ขณฺฑสีมํ ยถานิสินฺนฏฺฐาเนเยว อตฺตโน นิสฺสิตกปริสาย สทฺธึ วุฏฺฐาเปนฺติยา วาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๘๓), อญฺญํ สีมํ วา นทึ วา คนฺตฺวา วุฏฺฐาเปนฺติยา กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาตีติ อาห ‘‘โจริวุฏฺฐาปนสมุฏฺฐาน’’นฺติ. อนาปุจฺฉา วุฏฺฐาปนวเสน กิริยากิริยํ. ปญฺญตฺตึ อชานนฺตา อริยาปิ วุฏฺฐาเปนฺตีติ วา กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติกฺขเณ วิปากาพฺยากตสมงฺคิตาวเสน วา ติจิตฺตํ.

โจริวุฏฺฐาปิกาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เอกคามนฺตรคมนสิกฺขาปทวณฺณนา

อญฺโญ คาโม คามนฺตรํ. นทิปารนฺติ นทิยา ปาริมตีรํ. ‘‘คามนฺตรํ คจฺเฉยฺยา’’ติ (ปาจิ. ๖๘๗, ๖๙๑) วุตฺตตฺตา อญฺญสฺมึ คาเมเยว อาปตฺติ, น สกคาเมติ อาห ‘‘สกคามโต ตาวา’’ติอาทิ. ปริกฺเขเป วา อุปจาเร วา อติกฺกนฺเตติ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขเป วา อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐาเน วา อติกฺกนฺเต. ทุติเยน อติกฺกนฺตมตฺเตติ ทุติเยน ปาเทน อิตรสฺส คามสฺส ปริกฺเขเป วา อุปจาเร วา อติกฺกนฺตมตฺเต. เยสุ ปน โปตฺถเกสุ ‘‘เอเกน ปาเทน อิตรสฺส คามสฺส ปริกฺเขเป วา อติกฺกนฺเต, อุปจาเร วา โอกฺกนฺเต ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเยน อติกฺกนฺตมตฺเต, โอกฺกนฺตมตฺเต วา สงฺฆาทิเสโส’’ติ ปาโฐ ทิสฺสติ, ตตฺถ ‘‘โอกฺกนฺเต, โอกฺกนฺตมตฺเต วา’’ติ เอตานิ เทฺว ปทานิ ปาฬิยา วิรุชฺฌนฺติ. ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ อติกฺกาเมนฺติยา’’ติ (ปาจิ. ๖๙๒) หิ ปาฬิ. ตถา สมนฺตปาสาทิกายปิ วิรุชฺฌนฺติ. ตตฺถ หิ –

‘‘ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ เอเกน ปาเทน อติกฺกมติ, ถุลฺลจฺจยํ. ทุติเยน อติกฺกนฺตมตฺเต สงฺฆาทิเสโส. อปิเจตฺถ สกคามโต…เป… เอเกน ปาเทน อิตรสฺส คามสฺส ปริกฺเขเป วา อุปจาเรวา อติกฺกนฺตมตฺเต ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเยน อติกฺกนฺตมตฺเต สงฺฆาทิเสโส’’ติ –

วุตฺตํ. ‘‘ปฐมํ ปาทํ อติกฺกาเมนฺติยา’’ติอาทิวจนโต (ปาจิ. ๖๙๒) ปทสา คมนเมว อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ปทสา ปวิสนฺติยา อาปตฺตี’’ติ. อิมินา สเจปิ หตฺถิปิฏฺฐิอาทีหิ วา อิทฺธิยา วา ปวิสติ, วฏฺฏติเยวาติ ทสฺเสติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกาย (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๙๒) วุตฺโตติ อธิปฺปาโย.

นทิปารคมเน วุตฺตลกฺขณาย นทิยาติ ‘‘นที นาม ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ อุตฺตรนฺติยา อนฺตรวาสโก เตมิยตี’’ติ (ปาจิ. ๖๙๒) นทิปารคมนวิภงฺเค วุตฺตลกฺขณาย นทิยา. นทิปารคมนวิภงฺโค หิ อิธ นทิปารคมนสทฺเทน วุตฺโต. ปุน โอริมตีรเมว ปจฺจุตฺตรนฺติยา วาติ ปรตีรํ คนฺตุกามตาย โอติณฺณตฺตา วุตฺตํ. อิตริสฺสา ปน อยํ ปกฺกนฺตฏฺฐาเน ฐิตา โหติ, ตสฺมา ปรตีรํ คจฺฉนฺติยา อนาปตฺติ. สเจ สชฺฌายํ วา ปธานํ วา อญฺญํ วา กิญฺจิ กมฺมํ กุรุมานา ‘‘ปุเร อรุเณเยว ทุติยิกาย สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๙๒) อาโภคํ กโรติ, อชานนฺติยา เอว ตสฺสา อรุโณ อุคฺคจฺฉติ, อนาปตฺตีติ อาห ‘‘ปุเร อรุเณเยวา’’ติอาทิ. อถ ปน ‘‘ยาว อรุณุคฺคมนา อิเธว ภวิสฺสามี’’ติ วา อนาโภเคน วา วิหารสฺส เอกเทเส อจฺฉติ, ทุติยิกาย หตฺถปาสํ น โอตรติ, อรุณุคฺคมเน สงฺฆาทิเสโส. หตฺถปาโสเยว หิ อิธ ปมาณํ. หตฺถปาสาติกฺกเม เอกคพฺโภปิ น รกฺขติ. เตนาห ‘‘เอกคพฺเภ…เป… อาปตฺตี’’ติ.

ทสฺสนูปจารํ วา สวนูปจารํ วาติ เอตฺถ ทสฺสนูปจาโร นาม ยตฺถ ฐิตํ ทุติยิกา ปสฺสติ. สวนูปจาโร นาม ยตฺถ ฐิตา มคฺคมูฬฺหสทฺเทน วิย, ธมฺมสฺสวนาโรจนสทฺเทน วิย จ ‘‘อยฺเย’’ติ สทฺทายนฺติยา สทฺทํ สุณาติ. ตสฺมาติ ยสฺมา โอหียนํ นาม ทสฺสนูปจารสวนูปจารานมญฺญตรสฺส วิชหนํ, ตสฺมา. อนฺโตคาเม ปน โอหียนํ วฏฺฏตีติ อาห ‘‘อินฺทขีลาติกฺกมโต ปฏฺฐายา’’ติ อาทิ. ตตฺถ อินฺทขีลาติกฺกมโตติ อุมฺมาราติกฺกมโต. พหิคาเมติ คามสฺส พหิปเทเส. มคฺคมูฬฺหา อุจฺจาสทฺทํ กโรนฺตีติ อาห ‘‘มคฺคมูฬฺหสทฺเทน วิยา’’ติ. มคฺคมูฬฺหํ อวฺหายนฺตสฺส สทฺเทน วิยาติปิ วทนฺติ. สทฺทายนฺติยาติ สทฺทํ กโรนฺติยา. ‘‘สทฺทสฺสวนาติกฺกเม อาปตฺติเยวา’’ติ อิมินา ทสฺสนูปจาโร เอวรูเป สวนูปจาเร วิชหิเต น รกฺขติ, ชหิตมตฺเตว อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสาติ ทสฺเสติ.

มคฺคํ คจฺฉนฺตีติ เอกมคฺคํ คจฺฉนฺติ. สเจ ปุริมาโย อญฺเญน มคฺเคน คจฺฉนฺติ, ปกฺกนฺตา นาม โหนฺติ, อนาปตฺติเยว. ทฺวินฺนํ คจฺฉนฺตีนํ เอกา อนุพนฺธิตุํ อสกฺโกนฺตี ‘‘คจฺฉตุ อย’’นฺติ โอหียติ, อิตราปิ ‘‘โอหียตุ อย’’นฺติ คจฺฉติ, ทฺวินฺนมฺปิ อาปตฺติ. สเจ ปน คจฺฉนฺตีสุ ปุริมาปิ อญฺญํ มคฺคํ คณฺหาติ, ปจฺฉิมาปิ อญฺญํ, เอกา เอกิสฺสา ปกฺกนฺตฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, ทฺวินฺนมฺปิ อนาปตฺติ.

‘‘สงฺฆาทิเสสา จตุโร’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๗๙) อยํ ปโญฺห อรุณุคฺคมเน คามนฺตรปริยาปนฺนํ นทิปารํ โอกฺกนฺตภิกฺขุนึ สนฺธาย วุตฺโต. สา หิ สกคามโต ปจฺจูสสมเย นิกฺขมิตฺวา อรุณุคฺคมนกาเล วุตฺตปฺปการํ นทิปารํ โอกฺกนฺตมตฺตาว รตฺติวิปฺปวาสคามนฺตรนทิปารคมนคณมฺหาโอหียนลกฺขเณ เอกปฺปหาเรเนว จตุโร สงฺฆาทิเสเส อาปชฺชติ.

ปกฺขสงฺกนฺตาย วาติ ติตฺถายตนํ สงฺกนฺตาย. อนนฺตราเยนาติ หตฺถิโมจนาทิอนฺตรายํ วินา.

เอกคามนฺตรคมนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อุกฺขิตฺตกโอสารณสิกฺขาปทวณฺณนา

ตสฺเสว การกสงฺฆสฺสาติ โย อุกฺเขปนียกมฺมการโก คโณ, ตสฺเสว การกสงฺฆสฺส. วตฺเต วา วตฺตนฺตินฺติ เตจตฺตาลีสปฺปเภเท เนตฺถารวตฺเต วตฺตมานํ.

อุกฺขิตฺตกโอสารณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. โภชนปฺปฏิคฺคหณปฐมสิกฺขาปทวณฺณนา

เอกโตอวสฺสุเตติ ปุคฺคลสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา อวสฺสุเต. มหาปจฺจริยํ ปเนตฺถ ‘‘ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตภาเวติ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๗๐๑) วุตฺตํ. ตํ ‘‘อนวสฺสุโตติ ชานนฺตี ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ (ปาจิ. ๗๐๓) อิมาย ปาฬิยา น สเมติ. ยทิ หิ ปุคฺคลสฺส อวสฺสุตภาโว นปฺปมาณํ, กึ ‘‘อนวสฺสุโตติ ชานนฺตี’’ติ อิมินา วจเนน, ‘‘อนาปตฺติ อุภโตอนวสฺสุตา โหนฺติ, อนวสฺสุตา ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ สิยา. อุโภสุ อนวสฺสุเตสูติ ปุคฺคโล เจว ภิกฺขุนี จาติ อุโภสุ อนวสฺสุเตสุ คณฺหนฺติยา สพฺพถาปิ อนาปตฺติ. ‘‘อนวสฺสุโต’’ติ วา ญตฺวา คณฺหนฺติยาติ สยํ อนวสฺสุตา สมานา อวสฺสุเตปิ ‘‘อนวสฺสุโต อย’’นฺติ สญฺญาย ตสฺส หตฺถโต ปฏิคฺคณฺหนฺติยา. อถ สยํ อนวสฺสุตาปิ อญฺญํ อวสฺสุตํ วา อนวสฺสุตํ วา ‘‘อวสฺสุโต’’ติ ญตฺวา ปฏิคฺคณฺหาติ, ทุกฺกฏเมว. วุตฺตเญฺหตํ อนนฺตรสิกฺขาปเท ‘‘กิสฺส ตฺวํ, อยฺเย, น ปฏิคฺคณฺหาสีติ, อวสฺสุตา, อยฺเยติ, ตฺวํ ปน, อยฺเย, อวสฺสุตาติ, นาหํ, อยฺเย, อวสฺสุตา’’ติ.

โภชนปฺปฏิคฺคหณปฐมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. โภชนปฺปฏิคฺคหณทุติยสิกฺขาปทวณฺณนา

ทุกฺกฏาทิกา สงฺฆาทิเสสปริโยสานา อาปตฺติโย อิมินา สิกฺขาปเทน อุยฺโยชิกาเยว, อิตริสฺสา ปน อาปตฺติเภโท ปฐมสิกฺขาปเทนาติ อาห ‘‘สา เอวํ อุยฺโยชเนนา’’ติอาทิ.

กุลานุทฺทยตายาติ กุลานุกมฺปกตาย.

โภชนปฺปฏิคฺคหณทุติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗-๑๓. สญฺจริตฺตาทิสิกฺขาปทวณฺณนา

สตฺตมาทีนิ อุตฺตานตฺถาเนว.

สญฺจริตฺตาทิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๔-๑๗. สงฺฆเภทกาทิสิกฺขาปทวณฺณนา

ภิกฺขุนี สงฺฆํ น ภินฺทตีติ กมฺมํ, อุทฺเทโส จาติ ทฺวีหิ เภโท, โส ตาย สทฺธึ นตฺถีติ ภิกฺขุนี สงฺฆํ น ภินฺทติ. น เกวลํ ปริวาสาภาโวเยวาติ อาห ‘‘ฉาทนปจฺจยาปี’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ‘‘ฉาทนปจฺจยาปิ น ทุกฺกฏํ อาปชฺชตี’’ติ ปาโฐ ทฏฺฐพฺโพ, ฉาทนปจฺจยาปิ ทุกฺกฏํ น อาปชฺชตีติ อตฺโถ. เอวญฺจ กตฺวา –

‘‘อาปชฺชติ ครุกํ สาวเสสํ;

ฉาเทติ อนาทริยํ ปฏิจฺจ;

น ภิกฺขุนี โน จ ผุเสยฺย วชฺชํ;

ปญฺหาเมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑) –

เอตฺถ ภิกฺขุนินิเสโธ อุปปนฺโน โหติ. เยสุ ปน โปตฺถเกสุ ‘‘ฉาทนปจฺจยา ปน ทุกฺกฏํ อาปชฺชตี’’ติ วินา น-การํ ปาโฐ ทิสฺสติ, โส ปมาทเลโขติ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ปริวาโส นาม นตฺถิ, ตสฺมา. อตฺตโน สีมํ โสเธตฺวา วิหารสีมาย วาติ วิหาเร พทฺธสีมเมว สนฺธาย วุตฺตํ. โสเธตุํ อสกฺโกนฺตีหีติ วิหารสีมํ โสเธตุํ อสกฺโกนฺตีหิ.

มุขมตฺตนิทสฺสนนฺติ ปเวโสปายมตฺตนิทสฺสนํ. เอตฺถาห – อถ กสฺมา ยถา ภิกฺขุมานตฺตกถาย ‘‘ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปโต, อปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมฺมา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิคมนวณฺณนา) วุตฺตํ, เอวมวตฺวา ‘‘คามูปจารโต จ ภิกฺขูนํ วิหารูปจารโต จ เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา’’ติ อิธ วุตฺตนฺติ? ตตฺร เจเก วทนฺติ ‘‘ภิกฺขูนํ วุตฺตปฺปการํ ปเทสํ อติกฺกมิตฺวา คาเมปิ ตํ กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ, ภิกฺขุนีนํ ปน คาเม น วฏฺฏติ, ตสฺมา เอวํ วุตฺต’’นฺติ. อปเร ปน ภณนฺติ ‘‘ภิกฺขูนมฺปิ คาเม น วฏฺฏติ, ภิกฺขุวิหาโร นาม ปุพฺเพเยว คามูปจารํ อติกฺกมิตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺมา คามํ อวตฺวา วิหารูปจารเมว เหฏฺฐา วุตฺตํ. ภิกฺขุนีนํ ปน วิหาโร คาเมเยว, น พหิ, ตสฺมา คามูปจารญฺจ วิหารูปจารญฺจ อุภยเมเวตฺถ ทสฺสิตํ. ตสฺมา อุภยตฺถาปิ อตฺถโต นานาตฺถํ นตฺถี’’ติ. วีมํสิตฺวา ยญฺเจตฺถ ยุชฺชติ, ตํ คเหตพฺพํ.

ตโต ปฏฺฐายาติ อาโรจิตกาลโต ปฏฺฐาย.

สงฺฆเภทกาทิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

วินยตฺถมญฺชูสายํ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ

ภิกฺขุนิปาติโมกฺเข สงฺฆาทิเสสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.