อธิกรณสมถวณฺณนา

คณนปริจฺเฉโทติ สงฺขฺยาปริจฺเฉโท. อธิกรียนฺติ เอตฺถาติ อธิกรณานิ. เก อธิกรียนฺติ? สมถา. กถํ อธิกรียนฺติ? สมนวเสน. ตสฺมา เต เตสํ สมนวเสน ปวตฺตนฺตีติ อาห ‘‘อธิกรณานิ สเมนฺตี’’ติอาทิ. อุปฺปนฺนานํ อุปฺปนฺนานนฺติ อุฏฺฐิตานํ อุฏฺฐิตานํ. กิญฺจาปิ อธิกรณฏฺเฐน เอกวิธํ, ตถาปิ วตฺถุวเสน นานา โหตีติ ‘‘อธิกรณาน’’นฺติ พหุวจนํ กตํ. อิทานิ ตสฺส นานาตฺตํ ทสฺเสตฺวา วิวริตุํ ‘‘วิวาทาธิกรณ’’นฺติอาทิมาห. วิวาโทเยว อธิกรณํ วิวาทาธิกรณํ. เอส นโย เสเสสุปิ. สมถตฺถนฺติ สมนตฺถํ.

อธิกรณสฺส สมฺมุขา วินยนโต สมฺมุขาวินโย. ทพฺพมลฺลปุตฺตตฺเถรสทิสสฺส สติเวปุลฺลปฺปตฺตสฺส ขีณาสวสฺเสว ทาตพฺโพ วินโย สติวินโย. สมฺมูฬฺหสฺส คคฺคภิกฺขุสทิสสฺส อุมฺมตฺตกสฺส ทาตพฺโพ วินโย อมูฬฺหวินโย. ปฏิญฺญาเตน กรณภูเตน กรณํ ปฏิญฺญาตกรณํ. อถ วา ปฏิญฺญาเต อาปนฺนภาวาทิเก กรณํ กิริยา, ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ ปริวาสทานาทิวเสน จ ปวตฺตํ วจีกมฺมํ ปฏิญฺญาตกรณํ. ยสฺสา กิริยาย ธมฺมวาทิโน พหุตรา, เอสา เยภุยฺยสิกา นาม. โย ปาปุสฺสนฺนตาย ปาปิโย, ปุคฺคโล, ตสฺส อุปวาฬภิกฺขุสทิสสฺส กตฺตพฺพโต ตสฺสปาปิยสิกา, อลุตฺตสมาโสยํ. ติณวตฺถารกสทิสตฺตา ติณวตฺถารโก. ยถา (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๑๒) หิ คูถํ วา มุตฺตํ วา ฆฏฺฏิยมานํ ทุคฺคนฺธตาย พาธติ, ติเณหิ อวตฺถริตฺวา สุปฺปฏิจฺฉาทิตสฺส ปนสฺส คนฺโธ น พาธติ, เอวเมว ยํ อธิกรณํ มูลานุมูลํ คนฺตฺวา วูปสมิยมานํ กกฺขฬตฺตาย วาฬตฺตาย เภทาย สํวตฺตติ, ตํ อิมินา กมฺเมน วูปสนฺตํ คูถํ วิย ติณวตฺถารเกน ปฏิจฺฉนฺนํ สุวูปสนฺตํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ติณวตฺถารกสทิสตฺตา ติณวตฺถารโก’’ติ.

ตตฺราติ เตสุ สตฺตสุ อธิกรณสมเถสุ. ‘‘อฏฺฐารสหิ วตฺถูหี’’ติ ลกฺขณวจนเมตํ ‘‘ยทิ เม พฺยาธิกา ภเวยฺยุํ, ทาตพฺพมิทโมสธ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ฏี. ๒.๓.๓๙-๔๒) วิย. ตสฺมา เตสุ อญฺญตเรน วิวทนฺตา อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ วิวทนฺตีติ วุจฺจติ. วิวาโทติ วิปจฺจนีกวาโท. อุปวทนาติ อกฺโกโส. โจทนาติ อนุโยโค. เทฺวติ ถุลฺลจฺจยทุพฺภาสิตาปตฺติโย เทฺว. จตุนฺนํ กมฺมานํ กรณนฺติ จตุนฺนํ กมฺมานํ อนฺตเร ยสฺส กสฺสจิ กมฺมสฺส กรณํ.

เอวํ อธิกรณานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตสุ อิทํ อธิกรณํ เอตฺตเกหิ สมเถหิ สมฺมตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมึ วิหาเร อุปฺปนฺนํ, ตสฺมึเยว วา สมฺมตีติ สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุปิ. ตตฺถ ยสฺมึ วิหาเร อุปฺปนฺนนฺติ ‘‘ยสฺมึ วิหาเร มยฺหํ อิมินา ปตฺโต คหิโต, จีวรํ คหิต’’นฺติอาทินา (ปริ. อฏฺฐ. ๓๔๑) นเยน ปตฺตจีวราทีนํ อตฺถาย วิวาทาธิกรณํ อุปฺปนฺนํ โหติ. ตสฺมึเยว วา สมฺมตีติ ตสฺมึ วิหาเรเยว อาวาสิเกหิ สนฺนิปติตฺวา ‘‘อลํ, อาวุโส’’ติ อตฺถปจฺจตฺถิเก สญฺญาเปตฺวา ปาฬิมุตฺตกวินิจฺฉเยเนว วูปสเมนฺเตหิ สมฺมติ. สเจ ปน ตํ อธิกรณํ เนวาสิกา วูปสเมตุํ น สกฺโกนฺติ, อถญฺโญ วินยธโร อาคนฺตฺวา ‘‘กึ, อาวุโส, อิมสฺมึ วิหาเร อุโปสโถ วา ปวารณา วา ฐิตา’’ติ ปุจฺฉติ, เตหิ จ ตสฺมึ การเณ กถิเต ตํ อธิกรณํ ขนฺธกโต จ ปริวารโต จ สุตฺเตน วินิจฺฉินิตฺวา วูปสเมติ. เอวมฺปิ เอตสฺมึเยว สมฺมตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

อญฺญตฺถ วูปสเมตุํ คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺเค วา สมฺมตีติ ‘‘น มยํ เอตสฺส วินิจฺฉเย ติฏฺฐาม, นายํ วินเย กุสโล, อมุกสฺมึ นาม คาเม วินยธรา เถรา วสนฺติ, ตตฺถ คนฺตฺวา วินิจฺฉินิสฺสามา’’ติ คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺเค วา การณํ สลฺลกฺเขตฺวา อญฺญมญฺญํ สญฺญาเปนฺเตหิ, อญฺเญหิ วา เต ภิกฺขู นิชฺฌาเปนฺเตหิ สมฺมติ. น เหว โข ปน อญฺญมญฺญสญฺญตฺติยา วา สภาคภิกฺขุนิชฺฌาปเนน วา วูปสนฺตํ โหติ, อปิจ โข ปฏิปถํ อาคจฺฉนฺโต เอโก วินยธโร ทิสฺวา ‘‘กตฺถาวุโส, คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อมุกํ นาม คามํ อิมินา นาม กรเณนา’’ติ วุตฺเต ‘‘อลํ, อาวุโส, กึ ตตฺถ คเตนา’’ติ ตตฺเถว ธมฺเมน วินเยน ตํ อธิกรณํ วูปสเมติ. เอวมฺปิ อนฺตรามคฺเค วูปสมฺมติ นาม.

ยตฺถ คนฺตฺวา สงฺฆสฺส นิยฺยาติตํ, ตตฺถ สงฺเฆน วาติ สเจ ปน ‘‘อลํ, อาวุโส, กึ ตตฺถ คเตนา’’ติ วุจฺจมานาปิ ‘‘มยํ ตตฺเถว คนฺตฺวา วินิจฺฉยํ ปาเปสฺสามา’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๓๔๑) วินยธรสฺส วจนํ อนาทิยิตฺวา ยตฺถ คนฺตฺวา สภาคภิกฺขุสงฺฆสฺส อธิกรณํ นิยฺยาติตํ, ตตฺถ สงฺเฆน ‘‘อลํ, อาวุโส, สงฺฆสนฺนิปาตํ นาม ครุก’’นฺติ ตตฺเถว นิสีทิตฺวา วินิจฺฉิตํ สมฺมติ. น เหว โข ปน สภาคภิกฺขูนํ สญฺญตฺติยา วูปสนฺตํ โหติ, อปิจ โข สงฺฆํ สนฺนิปาเตตฺวา อาโรจิตํ สงฺฆมชฺเฌ วินยธรา วูปสเมนฺติ. เอวมฺปิ ตตฺถ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ สมฺมติ นาม.

อุพฺพาหิกาย สมฺมตปุคฺคเลหิ วา วินิจฺฉิตนฺติ อปโลเกตฺวา วา ขนฺธเก วุตฺตาย วา ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สมฺมเตหิ ปุคฺคเลหิ วิสุํ วา นิสีทิตฺวา, ตสฺสาเยว วา ปริสาย ‘‘อญฺเญน น กิญฺจิ กเถตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๓๑) สาเวตฺวา วินิจฺฉิตํ. อยนฺติ อยํ ยถาวุตฺตา จตุพฺพิธา สมฺมุขตา.

การกสงฺฆสฺสาติ วูปสเมตุํ สนฺนิปติตสฺส การกสงฺฆสฺส. สงฺฆสามคฺคิวเสน สมฺมุขีภาโวติ ‘‘ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา, เต อาคตา โหนฺติ, ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ, สมฺมุขีภูตา น ปฏิกฺโกสนฺตี’’ติ (จูฬว. ๒๒๘) เอวํ วุตฺตสงฺฆสามคฺคิวเสน สมฺมุขีภาโว, เอเตน ยถา ตถา ปธานการกปุคฺคลานํ สมฺมุขตามตฺตํ สงฺฆสมฺมุขตา นาม น โหตีติ ทสฺเสติ. ภูตตาติ ตจฺฉตา. สจฺจปริยาโย หิ อิธ ธมฺมสทฺโท ‘‘ธมฺมวาที’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๙, ๑๙๔) วิย. วิเนติ เอเตนาติ วินโย, ตสฺส ตสฺส อธิกรณสฺส วูปสมนาย ภควตา วุตฺตวิธิ, ตสฺส วินยสฺส สมฺมุขตา วินยสมฺมุขตา. เตนาห ‘‘ยถา ตํ…เป… วินยสมฺมุขตา’’ติ. เยนาติ เยน ปุคฺคเลน. อตฺถปจฺจตฺถิกานนฺติ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๒๒๘) วิวาทวตฺถุสงฺขาเต อตฺเถ ปจฺจตฺถิกานํ. สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ สมฺมตปุคฺคเลเหว วูปสมนโต.

นนฺติ วิวาทาธิกรณํ. ปญฺจงฺคสมนฺนาคตนฺติ (จูฬว. ๒๓๔) ‘‘น ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ, น โทสาคตึ คจฺฉติ, น โมหาคตึ คจฺฉติ, น ภยาคตึ คจฺฉติ, คหิตาคหิตํ ชานาตี’’ติ วุตฺเตหิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ. คูฬฺหกวิวฏกสกณฺณชปฺปเกสุ ตีสุ สลากคฺคาเหสูติ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ สญฺญตฺติยา ตโย สลากคฺคาหเก คูฬฺหกํ, วิวฏกํ, สกณฺณชปฺปก’’นฺติ (จูฬว. ๒๓๕) สมถกฺขนฺธเก วุตฺเตสุ ตีสุ สลากคฺคาเหสุ. สลากํ คาเหตฺวาติ ธมฺมวาทีนญฺจ อธมฺมวาทีนญฺจ สลากาโย นิมิตฺตสญฺญํ อาโรเปตฺวา จีวรโภเค กตฺวา สมถกฺขนฺธเก วุตฺตนเยน คาหาเปตฺวา. เอวญฺหิ ตตฺถ วุตฺตํ –

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, คูฬฺหโก สลากคฺคาโห โหติ? เตน สลากคฺคาหาปเกน ภิกฺขุนา สลากาโย วณฺณาวณฺณาโย กตฺวา เอกเมโก ภิกฺขุ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย ‘อยํ เอวํวาทิสฺส สลากา, อยํ เอวํวาทิสฺส สลากา, ยํ อิจฺฉสิ, ตํ คณฺหาหี’ติ. คหิเต วตฺตพฺโพ ‘มา จ กสฺสจิ ทสฺเสหี’ติ. สเจ ชานาติ ‘อธมฺมวาที พหุตรา’ติ, ‘ทุคฺคโห’ติ ปจฺจุกฺกฑฺฒิตพฺพํ. สเจ ชานาติ ‘ธมฺมวาที พหุตรา’ติ, ‘สุคฺคโห’ติ สาเวตพฺพํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, คูฬฺหโก สลากคฺคาโห โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, วิวฏโก สลากคฺคาโห โหติ? สเจ ชานาติ ‘ธมฺมวาที พหุตรา’ติ, วิสฺสฏฺเฐเนว วิวเฏน คาเหตพฺโพ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, วิวฏโก สลากคฺคาโห โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, สกณฺณชปฺปโก สลากคฺคาโห โหติ? เตน สลากคฺคาหาปเกน ภิกฺขุนา เอกเมกสฺส ภิกฺขุโน อุปกณฺณเก อาโรเจตพฺพํ ‘อยํ เอวํวาทิสฺส สลากา, อยํ เอววาทิสฺส สลากา, ยํ อิจฺฉสิ, ตํ คณฺหาหี’ติ. คหิเต วตฺตพฺโพ ‘มา จ กสฺสจิ อาโรเจหี’ติ. สเจ ชานาติ ‘อธมฺมวาที พหุตรา’ติ, ‘ทุคฺคโห’ติ ปจฺจุกฺกฑฺฒิตพฺพํ. สเจ ชานาติ ‘ธมฺมวาที พหุตรา’ติ, ‘สุคฺคโห’ติ สาเวตพฺพํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, สกณฺณชปฺปโก สลากคฺคาโห โหตี’’ติ.

เอตฺถ จ อลชฺชุสฺสนฺนาย (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๓๕) ปริสาย คูฬฺหโก สลากคฺคาโห กาตพฺโพ, ลชฺชุสฺสนฺนาย วิวฏโก, พาลุสฺสนฺนาย สกณฺณชปฺปโกติ เวทิตพฺโพ. ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตายาติ ธมฺมวาทีนํ เอเกนปิ อธิกตาย, โก ปน วาโท ทฺวีหิ ตีหิ.

‘‘จตูหิ สมเถหิ สมฺมตี’’ติ อิทํ สพฺพสงฺคาหกวเสน วุตฺตํ, ตตฺถ ปน ทฺวีหิ เอว วูปสมนํ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ วินิจฺฉิตนฺติ สเจ อาปตฺติ นตฺถิ, อุโภ ขมาเปตฺวา, อถ อตฺถิ, อาปตฺตึ ทสฺเสตฺวา โรปนวเสน วินิจฺฉิตํ. ปฏิกมฺมํ ปน อาปตฺตาธิกรณสมเถ ปรโต อาคมิสฺสตีติ. น สมณสารุปฺปํ อสฺสามณกํ, สมเณหิ อกตฺตพฺพํ, ตสฺมึ. อชฺฌาจาเร วีติกฺกเม สติ.

ปาราชิกสามนฺเตน วาติ ทุกฺกเฏน วา ถุลฺลจฺจเยน วา. เมถุนธมฺเม หิ ปาราชิกสามนฺตา นาม ทุกฺกฏํ โหติ, อทินฺนาทานาทีสุ ถุลฺลจฺจยํ. ปฏิจรโตติ ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส. อจฺฉินฺนมูโล ภวิสฺสตีติ ปาราชิกํ อนาปนฺโน ภวิสฺสติ, สีลวา ภวิสฺสตีติ วุตฺตํ โหติ. สมฺมา วตฺติตฺวาติ วตฺตํ ปูเรตฺวา. โอสารณํ ลภิสฺสตีติ กมฺมปฺปฏิปฺปสฺสทฺธึ ลภิสฺสติ.

ตสฺสาติ อาปตฺตาธิกรณสฺส. สมฺมุขาวินเยเนว วูปสโม นตฺถิ ปฏิญฺญาย, ตถารูปาย ขนฺติยา วา วินา อวูปสมนโต. ยา ปน ปฏิญฺญาติ สมฺพนฺโธ.

เอตฺถาติ อาปตฺติเทสนายํ. สิยาติ อวสฺสํ. กกฺขฬตฺตาย วาฬตฺตายาติ กกฺขฬภาวาย เจว วาฬภาวาย จ. ถุลฺลวชฺชนฺติ ปาราชิกญฺเจว สงฺฆาทิเสสญฺจ. คิหิปฺปฏิสํยุตฺตนฺติ คิหีนํ หีเนน ขุํสนวมฺภนธมฺมิกปฺปฏิสฺสเวสุ อาปนฺนํ อาปตฺตึ.

ยถานุรูปนฺติ ‘‘ทฺวีหิ สมเถหิ, ตีหิ, จตูหิ, เอเกนา’’ติ เอวํ วุตฺตนเยเนว ยถานุรูปํ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สมถาธิกาเร. วินิจฺฉยนโยติ วินิจฺฉยนยมตฺตํ. เตนาห ‘‘วิตฺถาโร ปนา’’ติอาทิ. อสฺสาติ วิตฺถารสฺส. สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโตติ สมนฺตปาสาทิกาย นาม วินยฏฺฐกถายํ วุตฺโต. ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ อธิปฺปาโย.

เอตฺตกนฺติ เอตํปรมํ, น อิโต ภิยฺโย.

อธิกรณสมถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

วินยตฺถมญฺชูสายํ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ

ภิกฺขุปาติโมกฺขวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส