เสขิยกณฺฑํ

๑. ปริมณฺฑลสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘อนฺตรฆเร’’ติ วิเสเสตฺวา น วุตฺตตฺตา ‘‘อาราเมปิ อนฺตรฆเรปิ สพฺพตฺถา’’ติ วุตฺตํ. อาราเมปีติ พุทฺธูปฏฺฐานาทิกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยถา ‘‘ตตฺริเม จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺตี’’ติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ ปริจฺเฉโท กโต, เอวเมตฺถาปิ ‘‘ตตฺริเม ปญฺจสตฺตติ เสขิยา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺตี’’ติ กสฺมา ปริจฺเฉโท น กโตติ อาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ. วตฺตกฺขนฺธเก วุตฺตวตฺตานิปีติ อาคนฺตุกาวาสิกคมิกานุโมทนภตฺตคฺคปิณฺฑจาริการญฺญเสนาสนชนฺตาฆรวจฺจกุฏิอุปชฺฌาจริยสทฺธิวิหาริกอนฺเตวาสิกวตฺตานิ. อิทญฺจ นิทสฺสนมตฺตํ อญฺเญสมฺปิ ขนฺธกวตฺตานํ เอตฺเถว สงฺคหสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – เสขิยคฺคหเณน เจตฺถ วตฺตกฺขนฺธกาทีสุ (จูฬว. ๓๕๖ อาทโย) อาคตวตฺตาทีนมฺปิ คหณํ. เตปิ หิ สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน ‘‘เสขิยา’’ติ อิจฺฉิตา. ตสฺมา มาติกายํ ปาราชิกาทีนํ วิย เสขิยานํ ปริจฺเฉโท น กโตติ. น เกวลํ วตฺตกฺขนฺธกาทีสุ (จูฬว. ๓๕๖ อาทโย) อาคตวตฺตาทีนํ คหณตฺถเมวาติ อาห ‘‘จาริตฺตวินยทสฺสนตฺถญฺจา’’ติ. เอตฺถาปิ ปริจฺเฉโท น กโตติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. มาติกาย ‘‘ทุกฺกฏ’’นฺติ อวุตฺเต กถํ ปเนตฺถ ทุกฺกฏนฺติ เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ.

อฏฺฐงฺคุลมตฺตนฺติ ปกตงฺคุเลน อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ. โย ปน สุกฺขชงฺโฆ วา มหาปิณฺฑิกมํโส วา โหติ, ตสฺส สารุปฺปตฺถาย อฏฺฐงฺคุลาธิกมฺปิ โอตาเรตฺวา นิวาเสตุํ วฏฺฏติ.

ปาสนฺตนฺติ ปาสสฺส อนฺตํ, ทสามูลนฺติ อตฺโถ.

อปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามีติ ‘‘ปุรโต วา ปจฺฉโต วา โอลมฺเพตฺวา นิวาเสสฺสามี’’ติ เอวํ อสญฺจิจฺจ. กิญฺจาปิ ปริมณฺฑลํ นิวาเสตุํ อชานนฺตสฺส อนาปตฺติ, ตถาปิ นิวาสนวตฺตํ สาธุกํ อุคฺคเหตพฺพเมว. สญฺจิจฺจ อนุคฺคหณญฺหิ อนาทริยํ สิยาติ อาห ‘‘อปิจ นิวาสนวตฺตํ อุคฺคเหตพฺพ’’นฺติ.

ปริมณฺฑลสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยปริมณฺฑลสิกฺขาปทวณฺณนา

ปฏิกฺขิตฺตํ คิหิปารุตนฺติ ขุทฺทกวตฺถุขนฺธเก ปฏิกฺขิตฺตํ คิหิปารุตํ. อิทานิ ‘‘น, ภิกฺขเว’’ติอาทินา (จูฬว. ๒๘๐-๒๘๑) สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถเมว วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ยํ กิญฺจิ อญฺญถา ปารุตนฺติ สมฺพนฺโธ. ตสฺมาติ ยสฺมา เสตปฏปารุตาทิ คิหิปารุตํ นาม, ตสฺมา. เสตปฏาติ เอตสฺเสว วิวรณํ. อฑฺฒปาลกนิคณฺฐาติ อฑฺฒํ ปาเลนฺตีติ อฑฺฒปาลกา, อฑฺฒปาลกา จ เต นิคณฺฐา จาติ อฑฺฒปาลกนิคณฺฐา. เต หิ อุปริ เอกเมว เสตวตฺถํ อุปกจฺฉเก ปเวเสตฺวา ปริทหนฺติ, เหฏฺฐา นคฺคาปิ อฑฺฒเมว ปาเลนฺติ. ปริพฺพาชกาติ คิหิพนฺธนํ ปหาย ปพฺพชฺชูปคตา. อุรํ วิวริตฺวาติ หทยมชฺฌํ วิวริตฺวา. อกฺขิตารกามตฺตนฺติ อกฺขิมตฺตํ. อาราเม วาติ พุทฺธูปฏฺฐานาทิกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ. อนฺตรฆเร วาติ อนฺตเร ฆรานิ เอตฺถ, เอตสฺสาติ วา ‘‘อนฺตรฆร’’นฺติ ลทฺธนาเม คาเม.

ทุติยปริมณฺฑลสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓-๔. สุปฺปฏิจฺฉนฺนสิกฺขาปทวณฺณนา

สุฏฺฐุ ปฏิจฺฉนฺโนติ ชตฺตุมฺปิ อุรมฺปิ อวิวริตฺวา ปฏิจฺฉาเทตพฺพฏฺฐาเน ปฏิจฺฉาทเนน ปฏิจฺฉนฺโน, น สีสปารุโต. เตนาห ‘‘คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา’’ติอาทิ. ตตฺถ คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวาติ คณฺฐิกํ ปาสเก ปฏิมุญฺจิตฺวา. อนฺตรฆเร วาติ โคจรคาเม. เอกทิวสมฺปิ วาสูปคตสฺส สนฺติกํ ยถาสุขํ คนฺตุํ วฏฺฏติ, โก ปน วาโท จตุปฺปญฺจาหํ วาสมธิฏฺฐาย วสิตภิกฺขูนํ สนฺติกนฺติ คณฺฐิปเท ลิขิตํ.

วาสูปคตสฺสาติ รตฺติวาสตฺถาย อุปคตสฺส รตฺติภาเค วา ทิวสภาเค วา กายํ วิวริตฺวา นิสีทโต อนาปตฺติ.

สุปฺปฏิจฺฉนฺนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕-๖. สุสํวุตสิกฺขาปทวณฺณนา

สุสํวุโตติ สุสํยโต. ยถา ปเนตฺถ สุสํวุโต นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘หตฺถํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สุสํวุตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗-๘. โอกฺขิตฺตจกฺขุสิกฺขาปทวณฺณนา

กิตฺตเกน ปน โอกฺขิตฺตจกฺขุ โหตีติ อาห ‘‘ยุคมตฺตํ ภูมิภาคํ เปกฺขมาโน’’ติ. ยุคยุตฺตโก หิ ทนฺโต อาชาเนยฺโย ยุคมตฺตํ เปกฺขติ, ปุรโต จตุหตฺถปฺปมาณํ ภูมิภาคํ, อิมินาปิ เอตฺตกํ เปกฺขนฺเตน คนฺตพฺพํ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตํ ตํ ทิสาภาคํ ปาสาทํ กูฏาคารํ วีถึ โอโลเกนฺโต คจฺฉติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. หตฺถิอสฺสาทิปริสฺสยาภาวนฺติ ปริสฺสยนฏฺเฐน, อภิภวนฏฺเฐน, วิเหฐนฏฺเฐน วา ปริสฺสโย, หตฺถิอสฺสาทิเยว ปริสฺสโย หตฺถิอสฺสาทิปริสฺสโย, ตสฺสาภาวํ, หตฺถิอสฺสาทิ อุปทฺทวาภาวนฺติ อตฺโถ. ‘‘ยถา จ เอกสฺมึ ฐาเน ฐตฺวา, เอวํ คจฺฉนฺโตปิ ปริสฺสยาภาวํ โอโลเกตุํ ลภติเยว, ตถา คาเม ปูช’’นฺติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๕๘๒) วทนฺติ.

โอกฺขิตฺตจกฺขุสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙-๑๐. อุกฺขิตฺตกายสิกฺขาปทวณฺณนา

อนฺโตอินฺทขีลโต ปฏฺฐายาติ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อนฺโตอุมฺมารโต ปฏฺฐาย, อปริกฺขิตฺตสฺส ปน ทุติยเลฑฺฑุปาตโต ปฏฺฐาย น เอวํ คนฺตพฺพํ.

อุกฺขิตฺตกายสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๑-๑๒. อุชฺชคฺฆิกสิกฺขาปทวณฺณนา

หสนียสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ, หสิตพฺพวตฺถุการณาติ อตฺโถ.

อุชฺชคฺฆิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๓-๑๔. อุจฺจสทฺทสิกฺขาปทวณฺณนา

กิตฺตาวตา อปฺปสทฺโท โหตีติ อาห ‘‘อยํ ปเนตฺถา’’ติอาทิ. สทฺทเมว สุณาตีติ อปริพฺยตฺตกฺขรํ สทฺทมตฺตเมว สุณาติ. เตนาห ‘‘กถํ น ววตฺถเปตี’’ติ.

อุจฺจสทฺทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๕-๒๐. กายปฺปจาลกาทิสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘กายาทีนิ ปคฺคเหตฺวา’’ติ เอตสฺเสว วิวรณํ ‘‘นิจฺจลานิ อุชุกานิ ฐเปตฺวา’’ติ คนฺตพฺพญฺเจว นิสีทิตพฺพญฺจาติ สเมน อิริยาปเถน คนฺตพฺพญฺเจว นิสีทิตพฺพญฺจ. กายปฺปจาลกาทิยุตฺตํ ฉกฺกํ.

กายปฺปจาลกาทิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒๖. ปลฺลตฺถิกสิกฺขาปทวณฺณนา

ทุสฺสปลฺลตฺถิกายาติ เอตฺถ อาโยคปลฺลตฺถิกาปิ ทุสฺสปลฺลตฺถิกาเยว.

ปลฺลตฺถิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ฉพฺพีสติสารุปฺปสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒๗. สกฺกจฺจปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา

สตึ อุปฏฺฐาเปตฺวาติ ฉฑฺเฑตุกาโม วิย อหุตฺวา ปิณฺฑปาเต สตึ อุปฏฺฐาเปตฺวา, ‘‘ปิณฺฑปาตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ สตึ อุปฏฺฐาเปตฺวา.

สกฺกจฺจปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒๘. ปตฺตสญฺญีปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา

อุปนิพทฺธสญฺญี หุตฺวาติ ปิณฺฑปาตํ เทนฺเต อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ อโนโลเกตฺวา ปตฺเต อาโภคสญฺญี หุตฺวา.

ปตฺตสญฺญีปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒๙. สมสูปกปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา

สมสูปกนฺติ ปมาณยุตฺตํ สูปวนฺตํ กตฺวา, ภาวนปุํสกนิทฺเทโส จายํ. พฺยญฺชนํ ปน อนาทิยิตฺวา อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสตุํ ‘‘สมสูปโก นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพาปิ สูเปยฺยพฺยญฺชนวิกตีติ โอโลณิสากสูเปยฺยมจฺฉมํสรสาทิกา สพฺพาปิ สูเปยฺยพฺยญฺชนวิกติ.

สมสูปกปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓๐-๓๒. สมติตฺติกาทิสิกฺขาปทวณฺณนา

สมติตฺติกนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, สมติตฺติกํ กตฺวาติ อตฺโถ. เอวมญฺเญสุปิ อีทิเสสุ ฐาเนสุ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สมปุณฺณนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๖๐๕) ปตฺตสฺส อนฺโตมุขวฏฺฏิเลขาสมปุณฺณํ. สมภริตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตญฺจ โข อธิฏฺฐานุปคปตฺตสฺเสว, เนตรสฺส. เตนาห ‘‘อธิฏฺฐานุปคปตฺตสฺสา’’ติอาทิ. รจิตนฺติ กตํ, ปกฺขิตฺตํ ปูริตนฺติ อตฺโถ. ยํ กิญฺจิ ยาวกาลิกนฺติ ยาคุภตฺตผลาผลาทึ ยํ กิญฺจิ อามิสชาติกํ. ยตฺถ กตฺถจีติ อธิฏฺฐานุปโค วา โหตุ, อนธิฏฺฐานุปโค วา ยตฺถ กตฺถจิ ปตฺเต. ถูปีกตานีติ ถูปํ วิย กตานิ, อธิฏฺฐานุปคสฺส ปตฺตสฺส อนฺโตมุขวฏฺฏิเลขํ อติกฺกมิตฺวา กตานีติ อตฺโถ. อิทญฺจ ‘‘ยามกาลิกาทีนี’’ติ อิมสฺส วเสน วุตฺตํ, ‘‘ยาวกาลิก’’นฺติ อิมสฺส ปน วเสน วจนพฺยตฺตยํ กตฺวา ‘‘ถูปีกตมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ โยเชตพฺพํ. ปิ-สทฺเทน อถูปีกตานิ วฏฺฏนฺตีติ เอตฺถ กถาว นตฺถีติ ทสฺเสติ. เหฏฺฐา โอโรหตีติ สมนฺตา โอกาสสพฺภาวโต จาลิยมานํ เหฏฺฐา ภสฺสติ. ตกฺโกลวฏํสกาทโยติ เอตฺถ มตฺถเก ฐปิตตกฺโกลเมว วฏํสกสทิสตฺตา ตกฺโกลวฏํสกํ. อาทิสทฺเทน ปุปฺผวฏํสกกฏุกผลาทิวฏํสกานํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๐๕) คหณํ, น ตํ ถูปีกตํ นาม โหติ ปาเฏกฺกํ ภาชนตฺตา ปณฺณาทีนํ.

สมติตฺติกาทิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓๓-๓๔. สปทานสิกฺขาปทวณฺณนา

สปทานนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๖๐๘) เอตฺถ ทานํ วุจฺจติ อวขณฺฑนํ, อเปตํ ทานโต อปทานํ, อนวขณฺฑนฺติ อตฺโถ, สห อปทาเนน สปทานํ, อวขณฺฑนวิรหิตํ, อนุปฏิปาฏิยาติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘ตตฺถ ตตฺถ โอธึ อกตฺวา อนุปฏิปาฏิยา’’ติ.

สปทานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓๖. โอทนปฺปฏิจฺฉาทนสิกฺขาปทวณฺณนา

มาฆาตสมยาทีสูติ เอตฺถ ยสฺมึ สมเย ‘‘ปาโณ น หนฺตพฺโพ’’ติ ราชาโน เภรึ จราเปนฺติ, อยํ มาฆาตสมโย นาม. พฺยญฺชนํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา เทนฺตีติ พฺยญฺชนํ ฉนฺนํ กตฺวา เทนฺติ.

โอทนปฺปฏิจฺฉาทนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓๗. สูโปทนวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา

เอกาทสเมติ สูโปทนวิญฺญตฺติยํ. เอตฺถ ปน ยสฺส มุเข ปกฺขิปิตฺวา วิปฺปฏิสาเร อุปฺปนฺเน ปุน อุคฺคิริตุกามสฺสาปิ สเจ สหสา ปวิสติ, อยํ อสญฺจิจฺจ ปริภุญฺชติ นาม. โย ปน วิญฺญตฺตมฺปิ อวิญฺญตฺตมฺปิ เอกสฺมึ ฐาเน ฐิตํ สหสา อนุปธาเรตฺวา คเหตฺวา ภุญฺชติ, อยํ อสติยา ภุญฺชติ นาม.

สูโปทนวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓๘. อุชฺฌานสญฺญีสิกฺขาปทวณฺณนา

อุชฺฌายติ เอเตนาติ อุชฺฌานํ, จิตฺตํ, ตสฺมึ สญฺญา อุชฺฌานสญฺญาติ อาห ‘‘อุชฺฌานสญฺญี’’ติอาทิ. โอโลเกนฺตสฺสาติ ปเรสํ ปตฺตํ โอโลเกนฺตสฺส.

อุชฺฌานสญฺญีสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓๙. กพฬสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘มยูรณฺฑํ อติมหนฺต’’นฺติ วจนโต มยูรณฺฑปฺปมาโณปิ กพโฬ น วฏฺฏติ. เกจิ ปน ‘‘มยูรณฺฑโต มหนฺโตว น วฏฺฏติ, น มยูรณฺฑปฺปมาโณ’’ติปิ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ. กุกฺกุฏณฺฑํ อติขุทฺทกนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย, คิลานสฺส ปน อติขุทฺทกํ กพฬํ กโรโตปิ อนาปตฺติ.

กพฬสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔๑-๔๒. อนาหฏสิกฺขาปทวณฺณนา

สกลํ หตฺถนฺติ สกลา องฺคุลิโย. หตฺถสทฺโท เจตฺถ ตเทกเทเสสุ องฺคุลีสุ ทฏฺฐพฺโพ ‘‘หตฺถมุทฺทา’’ติอาทีสุ วิย. เอวญฺจ กตฺวา สพฺพคฺคหณํ สมตฺถิตํ โหติ. อญฺญถา สกลํ หตฺถํ มุเข ปเวเสตุมสกฺกุเณยฺยตฺตา สพฺพคฺคหณมสมตฺถิตเมว สิยา. สมุทาเย ปวตฺตสฺส จ โวหารสฺส อวยเวปิ ปวตฺตนโต เอกงฺคุลิมฺปิ ตโต เอกเทสมฺปิ มุเข ปกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ.

อนาหฏสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔๓. สกพฬสิกฺขาปทวณฺณนา

ตตฺตเก สติ วฏฺฏตีติ ตตฺตเก มุขมฺหิ สติ กเถตุํ วฏฺฏติ.

สกพฬสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕๐-๕๑. จปุจปุการกสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘จปุ จปู’’ติ เอวํ สทฺทํ กตฺวาติ ‘‘จปุ จปู’’ติ เอวํ อนุกรณสทฺทํ กตฺวา. ‘‘ปญฺจวีสติเมปิ เอเสว นโย’’ติ อิมินา ‘‘สุรุสุรุการกนฺติ ‘สุรู สุรู’ติ เอวํ สทฺทํ กตฺวา’’ติ อิมมตฺถมติทิสติ.

จปุจปุการกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ตึสโภชนปฺปฏิสํยุตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕๗. ฉตฺตปาณิสิกฺขาปทวณฺณนา

ยํ กิญฺจิ ฉตฺตนฺติ เสตจฺฉตฺตกิลญฺชจฺฉตฺตปณฺณจฺฉตฺเตสุ ยํ กิญฺจิ ฉตฺตํ. ยมฺปิ ตตฺถชาตกทณฺฑเกน กตํ เอกปณฺณจฺฉตฺตํ โหติ, ตมฺปิ ฉตฺตเมว. ยตฺถ กตฺถจิ สรีราวยเวติ อํสอูรุอาทิเก ยตฺถ กตฺถจิ สรีราวยเวติ.

ฉตฺตปาณิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖๐. อาวุธปาณิสิกฺขาปทวณฺณนา

สพฺพาปิ ธนุวิกตีติ จาปโกทณฺฑาทิเภทา สพฺพาปิ ธนุวิกติ. จาโปติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๖๓๗) มชฺเฌ วงฺกา กาชทณฺฑสทิสา ธนุวิกติ. โกทณฺโฑติ วฏฺฏลทณฺฑา ธนุวิกติ. ปฏิมุกฺกนฺติ ปเวสิตํ ลคฺคิตํ. ยาว น คณฺหาตีติ ยาว หตฺเถน น คณฺหาติ, อยเมว วา ปาโฐ. ตาว วฏฺฏตีติ ตาว ธมฺมํ เทเสตุํ วฏฺฏติ.

อาวุธปาณิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖๑-๖๒. ปาทุกสิกฺขาปทวณฺณนา

เกวลํ อกฺกนฺตสฺสาติ เกวลํ ปาทุกํ อกฺกมิตฺวา ฐิตสฺส. ปฏิมุกฺกสฺสาติ ปฏิมุญฺจิตฺวา ฐิตสฺส. เตนาห ‘‘ปเวเสตฺวา ฐานวเสนา’’ติ.

ปาทุกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖๓. ยานสิกฺขาปทวณฺณนา

ยานคตสฺสาติ ‘‘ยานํ นาม วยฺหํ, รโถ, สกฏํ, สนฺธมานิกา, สิวิกา, ปาฏงฺกี’’ติ (ปาจิ. ๖๔๐, ๑๑๘๗) วุตฺตํ ยานํ อุปาทาย อนฺตมโส หตฺถสงฺฆาฏมฺหิ คตสฺส. เตนาห ‘‘สเจปิ ทฺวีหิ ชเนหี’’ติอาทิ. วยฺหาทิเกติ เอตฺถ วยฺหนฺติ อุปริ มณฺฑปสทิสํ ปทรจฺฉทนํ, สพฺพปาลิคุณฺฐิมํ วา ฉาเทตฺวา กตํ สกฏวิเสสํ ‘‘วยฺห’’นฺติ วทนฺติ. อาทิสทฺเทน รถาทีนํ คหณํ.

ยานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗๕. อุทเกอุจฺจารสิกฺขาปทวณฺณนา

ปกิณฺณกนฺติ โวมิสฺสกนยํ. สจิตฺตกนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๕๗๖) วตฺถุวิชานนจิตฺเตน, ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺเตน จ สจิตฺตกํ. ‘‘อนาทริยํ ปฏิจฺจา’’ติ (ปาจิ. ๖๕๔) วุตฺตตฺตา ยสฺมา อนาทริยวเสเนว อาปชฺชิตพฺพโต อิทํ สพฺพํ เกวลํ อกุสลเมว, ตญฺจ ปกติยา วชฺชํ, สญฺจิจฺจ วีติกฺกมนญฺจ โทมนสฺสิกสฺเสว โหติ, ตสฺมา ‘‘โลกวชฺชํ อกุสลจิตฺตํ ทุกฺขเวทน’’นฺติ วุตฺตํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.

เอกูนวีสติธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

วินยตฺถมญฺชูสายํ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ

เสขิยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อธิกรณสมถวณฺณนา

คณนปริจฺเฉโทติ สงฺขฺยาปริจฺเฉโท. อธิกรียนฺติ เอตฺถาติ อธิกรณานิ. เก อธิกรียนฺติ? สมถา. กถํ อธิกรียนฺติ? สมนวเสน. ตสฺมา เต เตสํ สมนวเสน ปวตฺตนฺตีติ อาห ‘‘อธิกรณานิ สเมนฺตี’’ติอาทิ. อุปฺปนฺนานํ อุปฺปนฺนานนฺติ อุฏฺฐิตานํ อุฏฺฐิตานํ. กิญฺจาปิ อธิกรณฏฺเฐน เอกวิธํ, ตถาปิ วตฺถุวเสน นานา โหตีติ ‘‘อธิกรณาน’’นฺติ พหุวจนํ กตํ. อิทานิ ตสฺส นานาตฺตํ ทสฺเสตฺวา วิวริตุํ ‘‘วิวาทาธิกรณ’’นฺติอาทิมาห. วิวาโทเยว อธิกรณํ วิวาทาธิกรณํ. เอส นโย เสเสสุปิ. สมถตฺถนฺติ สมนตฺถํ.

อธิกรณสฺส สมฺมุขา วินยนโต สมฺมุขาวินโย. ทพฺพมลฺลปุตฺตตฺเถรสทิสสฺส สติเวปุลฺลปฺปตฺตสฺส ขีณาสวสฺเสว ทาตพฺโพ วินโย สติวินโย. สมฺมูฬฺหสฺส คคฺคภิกฺขุสทิสสฺส อุมฺมตฺตกสฺส ทาตพฺโพ วินโย อมูฬฺหวินโย. ปฏิญฺญาเตน กรณภูเตน กรณํ ปฏิญฺญาตกรณํ. อถ วา ปฏิญฺญาเต อาปนฺนภาวาทิเก กรณํ กิริยา, ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ ปริวาสทานาทิวเสน จ ปวตฺตํ วจีกมฺมํ ปฏิญฺญาตกรณํ. ยสฺสา กิริยาย ธมฺมวาทิโน พหุตรา, เอสา เยภุยฺยสิกา นาม. โย ปาปุสฺสนฺนตาย ปาปิโย, ปุคฺคโล, ตสฺส อุปวาฬภิกฺขุสทิสสฺส กตฺตพฺพโต ตสฺสปาปิยสิกา, อลุตฺตสมาโสยํ. ติณวตฺถารกสทิสตฺตา ติณวตฺถารโก. ยถา (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๑๒) หิ คูถํ วา มุตฺตํ วา ฆฏฺฏิยมานํ ทุคฺคนฺธตาย พาธติ, ติเณหิ อวตฺถริตฺวา สุปฺปฏิจฺฉาทิตสฺส ปนสฺส คนฺโธ น พาธติ, เอวเมว ยํ อธิกรณํ มูลานุมูลํ คนฺตฺวา วูปสมิยมานํ กกฺขฬตฺตาย วาฬตฺตาย เภทาย สํวตฺตติ, ตํ อิมินา กมฺเมน วูปสนฺตํ คูถํ วิย ติณวตฺถารเกน ปฏิจฺฉนฺนํ สุวูปสนฺตํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ติณวตฺถารกสทิสตฺตา ติณวตฺถารโก’’ติ.

ตตฺราติ เตสุ สตฺตสุ อธิกรณสมเถสุ. ‘‘อฏฺฐารสหิ วตฺถูหี’’ติ ลกฺขณวจนเมตํ ‘‘ยทิ เม พฺยาธิกา ภเวยฺยุํ, ทาตพฺพมิทโมสธ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ฏี. ๒.๓.๓๙-๔๒) วิย. ตสฺมา เตสุ อญฺญตเรน วิวทนฺตา อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ วิวทนฺตีติ วุจฺจติ. วิวาโทติ วิปจฺจนีกวาโท. อุปวทนาติ อกฺโกโส. โจทนาติ อนุโยโค. เทฺวติ ถุลฺลจฺจยทุพฺภาสิตาปตฺติโย เทฺว. จตุนฺนํ กมฺมานํ กรณนฺติ จตุนฺนํ กมฺมานํ อนฺตเร ยสฺส กสฺสจิ กมฺมสฺส กรณํ.

เอวํ อธิกรณานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตสุ อิทํ อธิกรณํ เอตฺตเกหิ สมเถหิ สมฺมตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมึ วิหาเร อุปฺปนฺนํ, ตสฺมึเยว วา สมฺมตีติ สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุปิ. ตตฺถ ยสฺมึ วิหาเร อุปฺปนฺนนฺติ ‘‘ยสฺมึ วิหาเร มยฺหํ อิมินา ปตฺโต คหิโต, จีวรํ คหิต’’นฺติอาทินา (ปริ. อฏฺฐ. ๓๔๑) นเยน ปตฺตจีวราทีนํ อตฺถาย วิวาทาธิกรณํ อุปฺปนฺนํ โหติ. ตสฺมึเยว วา สมฺมตีติ ตสฺมึ วิหาเรเยว อาวาสิเกหิ สนฺนิปติตฺวา ‘‘อลํ, อาวุโส’’ติ อตฺถปจฺจตฺถิเก สญฺญาเปตฺวา ปาฬิมุตฺตกวินิจฺฉเยเนว วูปสเมนฺเตหิ สมฺมติ. สเจ ปน ตํ อธิกรณํ เนวาสิกา วูปสเมตุํ น สกฺโกนฺติ, อถญฺโญ วินยธโร อาคนฺตฺวา ‘‘กึ, อาวุโส, อิมสฺมึ วิหาเร อุโปสโถ วา ปวารณา วา ฐิตา’’ติ ปุจฺฉติ, เตหิ จ ตสฺมึ การเณ กถิเต ตํ อธิกรณํ ขนฺธกโต จ ปริวารโต จ สุตฺเตน วินิจฺฉินิตฺวา วูปสเมติ. เอวมฺปิ เอตสฺมึเยว สมฺมตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

อญฺญตฺถ วูปสเมตุํ คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺเค วา สมฺมตีติ ‘‘น มยํ เอตสฺส วินิจฺฉเย ติฏฺฐาม, นายํ วินเย กุสโล, อมุกสฺมึ นาม คาเม วินยธรา เถรา วสนฺติ, ตตฺถ คนฺตฺวา วินิจฺฉินิสฺสามา’’ติ คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺเค วา การณํ สลฺลกฺเขตฺวา อญฺญมญฺญํ สญฺญาเปนฺเตหิ, อญฺเญหิ วา เต ภิกฺขู นิชฺฌาเปนฺเตหิ สมฺมติ. น เหว โข ปน อญฺญมญฺญสญฺญตฺติยา วา สภาคภิกฺขุนิชฺฌาปเนน วา วูปสนฺตํ โหติ, อปิจ โข ปฏิปถํ อาคจฺฉนฺโต เอโก วินยธโร ทิสฺวา ‘‘กตฺถาวุโส, คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อมุกํ นาม คามํ อิมินา นาม กรเณนา’’ติ วุตฺเต ‘‘อลํ, อาวุโส, กึ ตตฺถ คเตนา’’ติ ตตฺเถว ธมฺเมน วินเยน ตํ อธิกรณํ วูปสเมติ. เอวมฺปิ อนฺตรามคฺเค วูปสมฺมติ นาม.

ยตฺถ คนฺตฺวา สงฺฆสฺส นิยฺยาติตํ, ตตฺถ สงฺเฆน วาติ สเจ ปน ‘‘อลํ, อาวุโส, กึ ตตฺถ คเตนา’’ติ วุจฺจมานาปิ ‘‘มยํ ตตฺเถว คนฺตฺวา วินิจฺฉยํ ปาเปสฺสามา’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๓๔๑) วินยธรสฺส วจนํ อนาทิยิตฺวา ยตฺถ คนฺตฺวา สภาคภิกฺขุสงฺฆสฺส อธิกรณํ นิยฺยาติตํ, ตตฺถ สงฺเฆน ‘‘อลํ, อาวุโส, สงฺฆสนฺนิปาตํ นาม ครุก’’นฺติ ตตฺเถว นิสีทิตฺวา วินิจฺฉิตํ สมฺมติ. น เหว โข ปน สภาคภิกฺขูนํ สญฺญตฺติยา วูปสนฺตํ โหติ, อปิจ โข สงฺฆํ สนฺนิปาเตตฺวา อาโรจิตํ สงฺฆมชฺเฌ วินยธรา วูปสเมนฺติ. เอวมฺปิ ตตฺถ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ สมฺมติ นาม.

อุพฺพาหิกาย สมฺมตปุคฺคเลหิ วา วินิจฺฉิตนฺติ อปโลเกตฺวา วา ขนฺธเก วุตฺตาย วา ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สมฺมเตหิ ปุคฺคเลหิ วิสุํ วา นิสีทิตฺวา, ตสฺสาเยว วา ปริสาย ‘‘อญฺเญน น กิญฺจิ กเถตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๓๑) สาเวตฺวา วินิจฺฉิตํ. อยนฺติ อยํ ยถาวุตฺตา จตุพฺพิธา สมฺมุขตา.

การกสงฺฆสฺสาติ วูปสเมตุํ สนฺนิปติตสฺส การกสงฺฆสฺส. สงฺฆสามคฺคิวเสน สมฺมุขีภาโวติ ‘‘ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา, เต อาคตา โหนฺติ, ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ, สมฺมุขีภูตา น ปฏิกฺโกสนฺตี’’ติ (จูฬว. ๒๒๘) เอวํ วุตฺตสงฺฆสามคฺคิวเสน สมฺมุขีภาโว, เอเตน ยถา ตถา ปธานการกปุคฺคลานํ สมฺมุขตามตฺตํ สงฺฆสมฺมุขตา นาม น โหตีติ ทสฺเสติ. ภูตตาติ ตจฺฉตา. สจฺจปริยาโย หิ อิธ ธมฺมสทฺโท ‘‘ธมฺมวาที’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๙, ๑๙๔) วิย. วิเนติ เอเตนาติ วินโย, ตสฺส ตสฺส อธิกรณสฺส วูปสมนาย ภควตา วุตฺตวิธิ, ตสฺส วินยสฺส สมฺมุขตา วินยสมฺมุขตา. เตนาห ‘‘ยถา ตํ…เป… วินยสมฺมุขตา’’ติ. เยนาติ เยน ปุคฺคเลน. อตฺถปจฺจตฺถิกานนฺติ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๒๒๘) วิวาทวตฺถุสงฺขาเต อตฺเถ ปจฺจตฺถิกานํ. สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ สมฺมตปุคฺคเลเหว วูปสมนโต.

นนฺติ วิวาทาธิกรณํ. ปญฺจงฺคสมนฺนาคตนฺติ (จูฬว. ๒๓๔) ‘‘น ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ, น โทสาคตึ คจฺฉติ, น โมหาคตึ คจฺฉติ, น ภยาคตึ คจฺฉติ, คหิตาคหิตํ ชานาตี’’ติ วุตฺเตหิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ. คูฬฺหกวิวฏกสกณฺณชปฺปเกสุ ตีสุ สลากคฺคาเหสูติ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ สญฺญตฺติยา ตโย สลากคฺคาหเก คูฬฺหกํ, วิวฏกํ, สกณฺณชปฺปก’’นฺติ (จูฬว. ๒๓๕) สมถกฺขนฺธเก วุตฺเตสุ ตีสุ สลากคฺคาเหสุ. สลากํ คาเหตฺวาติ ธมฺมวาทีนญฺจ อธมฺมวาทีนญฺจ สลากาโย นิมิตฺตสญฺญํ อาโรเปตฺวา จีวรโภเค กตฺวา สมถกฺขนฺธเก วุตฺตนเยน คาหาเปตฺวา. เอวญฺหิ ตตฺถ วุตฺตํ –

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, คูฬฺหโก สลากคฺคาโห โหติ? เตน สลากคฺคาหาปเกน ภิกฺขุนา สลากาโย วณฺณาวณฺณาโย กตฺวา เอกเมโก ภิกฺขุ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย ‘อยํ เอวํวาทิสฺส สลากา, อยํ เอวํวาทิสฺส สลากา, ยํ อิจฺฉสิ, ตํ คณฺหาหี’ติ. คหิเต วตฺตพฺโพ ‘มา จ กสฺสจิ ทสฺเสหี’ติ. สเจ ชานาติ ‘อธมฺมวาที พหุตรา’ติ, ‘ทุคฺคโห’ติ ปจฺจุกฺกฑฺฒิตพฺพํ. สเจ ชานาติ ‘ธมฺมวาที พหุตรา’ติ, ‘สุคฺคโห’ติ สาเวตพฺพํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, คูฬฺหโก สลากคฺคาโห โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, วิวฏโก สลากคฺคาโห โหติ? สเจ ชานาติ ‘ธมฺมวาที พหุตรา’ติ, วิสฺสฏฺเฐเนว วิวเฏน คาเหตพฺโพ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, วิวฏโก สลากคฺคาโห โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, สกณฺณชปฺปโก สลากคฺคาโห โหติ? เตน สลากคฺคาหาปเกน ภิกฺขุนา เอกเมกสฺส ภิกฺขุโน อุปกณฺณเก อาโรเจตพฺพํ ‘อยํ เอวํวาทิสฺส สลากา, อยํ เอววาทิสฺส สลากา, ยํ อิจฺฉสิ, ตํ คณฺหาหี’ติ. คหิเต วตฺตพฺโพ ‘มา จ กสฺสจิ อาโรเจหี’ติ. สเจ ชานาติ ‘อธมฺมวาที พหุตรา’ติ, ‘ทุคฺคโห’ติ ปจฺจุกฺกฑฺฒิตพฺพํ. สเจ ชานาติ ‘ธมฺมวาที พหุตรา’ติ, ‘สุคฺคโห’ติ สาเวตพฺพํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, สกณฺณชปฺปโก สลากคฺคาโห โหตี’’ติ.

เอตฺถ จ อลชฺชุสฺสนฺนาย (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๓๕) ปริสาย คูฬฺหโก สลากคฺคาโห กาตพฺโพ, ลชฺชุสฺสนฺนาย วิวฏโก, พาลุสฺสนฺนาย สกณฺณชปฺปโกติ เวทิตพฺโพ. ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตายาติ ธมฺมวาทีนํ เอเกนปิ อธิกตาย, โก ปน วาโท ทฺวีหิ ตีหิ.

‘‘จตูหิ สมเถหิ สมฺมตี’’ติ อิทํ สพฺพสงฺคาหกวเสน วุตฺตํ, ตตฺถ ปน ทฺวีหิ เอว วูปสมนํ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ วินิจฺฉิตนฺติ สเจ อาปตฺติ นตฺถิ, อุโภ ขมาเปตฺวา, อถ อตฺถิ, อาปตฺตึ ทสฺเสตฺวา โรปนวเสน วินิจฺฉิตํ. ปฏิกมฺมํ ปน อาปตฺตาธิกรณสมเถ ปรโต อาคมิสฺสตีติ. น สมณสารุปฺปํ อสฺสามณกํ, สมเณหิ อกตฺตพฺพํ, ตสฺมึ. อชฺฌาจาเร วีติกฺกเม สติ.

ปาราชิกสามนฺเตน วาติ ทุกฺกเฏน วา ถุลฺลจฺจเยน วา. เมถุนธมฺเม หิ ปาราชิกสามนฺตา นาม ทุกฺกฏํ โหติ, อทินฺนาทานาทีสุ ถุลฺลจฺจยํ. ปฏิจรโตติ ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส. อจฺฉินฺนมูโล ภวิสฺสตีติ ปาราชิกํ อนาปนฺโน ภวิสฺสติ, สีลวา ภวิสฺสตีติ วุตฺตํ โหติ. สมฺมา วตฺติตฺวาติ วตฺตํ ปูเรตฺวา. โอสารณํ ลภิสฺสตีติ กมฺมปฺปฏิปฺปสฺสทฺธึ ลภิสฺสติ.

ตสฺสาติ อาปตฺตาธิกรณสฺส. สมฺมุขาวินเยเนว วูปสโม นตฺถิ ปฏิญฺญาย, ตถารูปาย ขนฺติยา วา วินา อวูปสมนโต. ยา ปน ปฏิญฺญาติ สมฺพนฺโธ.

เอตฺถาติ อาปตฺติเทสนายํ. สิยาติ อวสฺสํ. กกฺขฬตฺตาย วาฬตฺตายาติ กกฺขฬภาวาย เจว วาฬภาวาย จ. ถุลฺลวชฺชนฺติ ปาราชิกญฺเจว สงฺฆาทิเสสญฺจ. คิหิปฺปฏิสํยุตฺตนฺติ คิหีนํ หีเนน ขุํสนวมฺภนธมฺมิกปฺปฏิสฺสเวสุ อาปนฺนํ อาปตฺตึ.

ยถานุรูปนฺติ ‘‘ทฺวีหิ สมเถหิ, ตีหิ, จตูหิ, เอเกนา’’ติ เอวํ วุตฺตนเยเนว ยถานุรูปํ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สมถาธิกาเร. วินิจฺฉยนโยติ วินิจฺฉยนยมตฺตํ. เตนาห ‘‘วิตฺถาโร ปนา’’ติอาทิ. อสฺสาติ วิตฺถารสฺส. สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโตติ สมนฺตปาสาทิกาย นาม วินยฏฺฐกถายํ วุตฺโต. ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ อธิปฺปาโย.

เอตฺตกนฺติ เอตํปรมํ, น อิโต ภิยฺโย.

อธิกรณสมถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

วินยตฺถมญฺชูสายํ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ

ภิกฺขุปาติโมกฺขวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส