สตฺตกวณฺณนา

๓๓๐. สมฺปตฺติปฏิลาภฏฺเฐนาติ สีลสมฺปตฺติอาทีนํ สมฺมาสมฺโพธิปริโยสานานํ สมฺปตฺตีนํ ปฏิลาภาปนฏฺเฐน, สมฺปตฺตีนํ วา ปฏิลาโภ สมฺปตฺติปฏิลาโภ, ตสฺส การณํ สมฺปตฺติปฏิลาภฏฺโฐ, เตน สมฺปตฺติปฏิลาภฏฺเฐน. เตเนวาห ‘‘สมฺปตฺตีนํ ปฏิลาภการณโต’’ติ. สทฺธาว อุภยหิตตฺถิเกหิ ธนายิตพฺพฏฺเฐน ธนํ สทฺธาธนํ. เอตฺถาติ เอเตสุ ธเนสุ. สพฺพเสฏฺฐํ สพฺเพสํ ปฏิลาภการณภาวโต, เตสญฺจ สํกิเลสวิโสธเนน มหาชุติกมหาวิปฺผารภาวาปาทนโต. เตนาห ‘‘ปญฺญาย หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ปญฺญาย ฐตฺวาติ กมฺมสฺสกตาปญฺญาย ปติฏฺฐาย สุจริตาทีนิ ปูเรตฺวา สคฺคูปคา โหนฺติ. ตตฺถ เจว ปารมิตา ปญฺญาย จ ฐตฺวา สาวกปารมิญาณาทีนิ ปฏิวิชฺฌนฺติ.

สมาธึ ปริกฺขโรนฺติ อภิสงฺขโรนฺตีติ สมาธิปริกฺขารา, สมาธิสฺส สมฺภารภูตา สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย. อิธ ปน สหการีการณภูตา อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘สมาธิปริวารา’’ติ.

อสตํ อสาธูนํ ธมฺมา เตสํ อสาธุภาวสาธนโต. อสนฺตาติ อสุนฺทรา คารยฺหา. เตนาห ‘‘ลามกา’’ติ. ‘‘วิปสฺสกสฺเสว กถิตา’’ติ วตฺวา ตสฺส วิปสฺสนานิพฺพตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘เตสุปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. จตุนฺนมฺปิ หิ สจฺจานํ วิเสเสน ทสฺสนโต มคฺคปญฺญา สาติสยํ ‘‘วิปสฺสนา’’ติ วตฺตพฺพา, ตํสมงฺคี จ อริโย วิปสฺสนโกติ.

สปฺปุริสานํ ธมฺมาติ สปฺปุริสานํเยว ธมฺมา, น อสปฺปุริสานํ. ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติยา เอว หิ ธมฺมญฺญุอาทิภาโว, น ปาฬิธมฺมปฐนาทิมตฺเตน. ภาสิตสฺสาติ สุตฺตเคยฺยาทิภาสิตสฺส เจว ตทญฺญสฺส จ อตฺตตฺถปรตฺถโพธกสฺส ปทสฺส. อตฺถกุสลตาวเสน อตฺถํ ชานาตีติ อตฺถญฺญู. อตฺตานํ ชานาตีติ ยาถาวโต อตฺตโน ปมาณชานนวเสน อตฺตานํ ชานาติ. ปฏิคฺคหณปริโภคมตฺตญฺญุตาหิ เอว ปริเยสนวิสฺสชฺชนมตฺตญฺญุตาปิ โพธิตา โหนฺตีติ ‘‘ปฏิคฺคหณปริโภเคสุ’’ อิจฺเจว วุตฺตํ. เอวญฺหิ ตา อนวชฺชา โหนฺตีติ. โยคสฺส อธิคมายาติ ภาวนาย อนุยุญฺชนสฺส. อติสมฺพาธนฺติ อติขุทฺทกํ อติกฺขปญฺญสฺส ตาวตา กาเลน ตีเรตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. อฏฺฐวิธํ ปริสนฺติ ขตฺติยปริสาทิกํ อฏฺฐวิธํ ปริสํ. ภิกฺขุปริสาทิกํ จตุพฺพิธํ ขตฺติยปริสาทิกํ มนุสฺสปริสํเยว ปุน จตุพฺพิธํ คเหตฺวา อฏฺฐวิธํ วทนฺติ อปเร. ‘‘อิมํ เม เสวนฺตสฺส อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ, กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ, ตสฺมา เสวิตพฺโพ, วิปริยายโต ตทญฺโญ อเสวิตพฺโพ’’ติ เอวํ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพํ ปุคฺคลํ ชานาตีติ ปุคฺคลญฺญู. เอวํ เตสํ ปุคฺคลานมฺปิ โพธนํ อุกฺกฏฺฐํ, นิหีนํ วา ชานาติ นาม.

๓๓๑. ‘‘นิทฺทสวตฺถูนี’’ติ. ‘‘อาทิ-สทฺทโลเปนายํ นิทฺเทโส’’ติ อาห ‘‘นิทฺทสาทิวตฺถูนี’’ติ. นตฺถิ ทานิ อิมสฺส ทสาติ นิทฺทโส. ปโญฺหติ ญาตุํ อิจฺฉิโต อตฺโถ. ปุน ทสวสฺโส น โหตีติ เตสํ มติมตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘โส กิรา’’ติ กิรสทฺทคฺคหณํ. ‘‘นิทฺทโส’’ติ เจตํ เทสนามตฺตํ, ตสฺส นิพฺพีสาทิภาวสฺส วิย นินฺนวาทิภาวสฺส จ อิจฺฉิตตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘น เกวลญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คาเม วิจรนฺโตติ คาเม ปิณฺฑาย วิจรนฺโต.

น อิทํ ติตฺถิยานํ อธิวจนํ เตสุ ตนฺนิมิตฺตสฺส อภาวา. สาสเนปิ เสกฺขสฺสาปิ น อิทํ อธิวจนํ, กิมงฺคํ ปน ปุถุชฺชนสฺส. ยสฺส ปเนตํ อธิวจนํ, เยน จ การเณน, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ขีณาสวสฺเสต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อปฺปฏิสนฺธิกภาโว หิสฺส ปจฺจกฺขโต การณํ. ปรมฺปราย อิตรานิ, ยานิ ปาฬิยํ อาคตานิ.

สิกฺขาย สมฺมเทว อาทานํ สิกฺขาสมาทานํ, ตํ ปนสฺสา ปาริปูริยา เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สิกฺขตฺตยปูรเณ’’ติ. สิกฺขาย วา สมฺมเทว อาทิโต ปฏฺฐาย รกฺขณํ สิกฺขาสมาทานํ, ตญฺจ อตฺถโต ปูรเณ ปริจฺฉินฺนํ อรกฺขเณ สพฺเพน สพฺพํ อภาวโต, รกฺขเณ จ ปริปูรณโต. พหลจฺฉนฺโทติ ทฬฺหจฺฉนฺโท. อายตินฺติ อนนฺตรานาคตทิวสาทิกาโล อธิปฺเปโต, น อนาคตภโวติ อาห ‘‘อนาคเต ปุนทิวสาทีสุปี’’ติ. สิกฺขํ ปริปูเรนฺตสฺส ตตฺถ นิวิฏฺฐอตฺถิตา อวิคตเปมตา, เตภูมกธมฺมานํ อนิจฺจาทิวเสน สมฺมเทว นิชฺฌานํ ธมฺมนิสามนาติ อาห ‘‘วิปสฺสนาเยตํ อธิวจน’’นฺติ. ตณฺหาวินยเนติ วิราคานุปสฺสนาทิวิปสฺสนาญาณานุภาวสิทฺเธ ตณฺหาวิกฺขมฺภเน. เอกีภาเวติ คณสงฺคณิกากิเลสสงฺคณิกาวิคมสิทฺเธ วิเวกภาเว. วีริยารมฺเภติ สมฺมปฺปธานวีริยสฺส ปคฺคณฺหเน, ตํ ปน สพฺพโส วีริยสฺส ปริพฺรูหนํ โหตีติ อาห ‘‘กายิกเจตสิกสฺส วีริยสฺส ปูรเณ’’ติ. สติยญฺเจว เนปกฺกภาเว จาติ สโตการิตาย เจว สมฺปชานการิตาย จ. สติสมฺปชญฺญพเลเนว วีริยารมฺโภ อิชฺฌติ. ทิฏฺฐิปฏิเวเธติ สมฺมาทิฏฺฐิยา ปฏิวิชฺฌเน. เตนาห ‘‘มคฺคทสฺสเน’’ติ. สจฺจสมฺปฏิเวเธ หิ อิชฺฌมาเน มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ สิทฺธา เอว โหติ.

อสุภานุปสฺสนาญาเณติ ทสวิธสฺส, เอกาทสวิธสฺสาปิ วา อสุภสฺส อนุปสฺสนาวเสน ปวตฺตญาเณ. อิทญฺหิ ทุกฺขานุปสฺสนาย ปริจยญาณํ. อาทีนวานุปสฺสนาญาเณติ สงฺขารานํ อนิจฺจทุกฺขวิปริณามตาสํสูจิตสฺส อาทีนวสฺส อนุปสฺสนาวเสน ปวตฺตญาเณ. อปฺปหีนฏฺเฐนาติ มคฺเคน อสมุจฺฉินฺนภาเวน. อนุเสนฺตีติ สนฺตาเน อนุ อนุ สยนฺติ. การณลาเภ หิ สติ อุปฺปนฺนารหา กิเลสา สนฺตาเน อนุ อนุ สยิตา วิย โหนฺติ, ตสฺมา เต ตทวตฺถา ‘‘อนุสยา’’ติ วุจฺจนฺติ. ถามคโตติ ถามปฺปตฺโต. ถามคมนญฺจ อญฺเญหิ อสาธารโณ กามราคาทีนเมว อาเวณิโก สภาโว ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ วุตฺตํ อภิธมฺเม ‘‘ถามคตานุสยํ ปชหตี’’ติ. กามราโค เอว อนุสโย กามราคานุสโย. เย ปน ‘‘กามราคสฺส อนุสโย กามราคานุสโย’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ. น หิ กามราควินิมุตฺโต กามราคานุสโย นาม โกจิ อตฺถิ. ยทิ ‘‘ตสฺส พีช’’นฺติ วเทยฺยุํ, ตมฺปิ ตพฺพินิมุตฺตํ ปรมตฺถโต น อุปลพฺภเตวาติ. เอเสว นโย เสเสสุปิ.