กายานุปสฺสนา

อานาปานปพฺพวณฺณนา

๓๗๔. อารมฺมณวเสนาติ อนุปสฺสิตพฺพกายาทิอารมฺมณวเสน. จตุธา ภินฺทิตฺวาติ อุทฺเทสวเสน จตุธา ภินฺทิตฺวา. ตโต จตุพฺพิธสติปฏฺฐานโต เอเกกํ สติปฏฺฐานํ คเหตฺวา กายํ วิภชนฺโตติ ปาฐเสโส.

กถญฺจาติ เอตฺถ กถนฺติ ปการปุจฺฉา, เตน นิทฺทิสิยมาเน กายานุปสฺสนาปกาเร ปุจฺฉติ. จ-สทฺโท พฺยติเรโก, เตน อุทฺเทสวาเรน อปากฏํ นิทฺเทสวาเรน วิภาวิยมานํ วิเสสํ โชเตติ. พาหิรเกสุปิ อิโต เอกเทสสฺส สมฺภวโต สพฺพปฺปการคฺคหณํ กตํ ‘‘สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตกสฺสา’’ติ, เตน เย อิเม อานาปานปพฺพาทิวเสน อาคตา จุทฺทสปฺปการา, ตทนฺโตคธา จ อชฺฌตฺตาทิอนุปสฺสนาปฺปการา, ตถา กายคตาสติสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๕๓) วุตฺตา เกสาทิวณฺณสณฺฐานกสิณารมฺมณจตุกฺกชฺฌานปฺปการา, โลกิยาทิปฺปการา จ, เต สพฺเพปิ อนวเสสโต สงฺคณฺหาติ. อิเม จ ปการา อิมสฺมึเยว สาสเน, น อิโต พหิทฺธาติ วุตฺตํ ‘‘สพฺพปฺปการ…เป… ปฏิเสธโน จา’’ติ. ตตฺถ ตถาภาวปฏิเสธโนติ สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตกสฺส ปุคฺคลสฺส อญฺญสาสนสฺส นิสฺสยภาวปฏิเสธโน, เอเตน อิธ ภิกฺขเวติ เอตฺถ อิธ-สทฺโท อนฺโตคธเอวสทฺทตฺโถติ ทสฺเสติ. สนฺติ หิ เอกปทานิปิ อวธารณานิ ยถา ‘‘วายุภกฺโข’’ติ. เตนาห ‘‘อิเธว ภิกฺขเว สมโณ’’ติอาทิ. ปริปุณฺณสมณปฺปกรณธมฺโม หิ โส ปุคฺคโล, โย สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตโก. ปรปฺปวาทาติ ปเรสํ อญฺญติตฺถิยานํ นานปฺปการา วาทา ติตฺถายตนานิ.

อรญฺญาทิกสฺเสว ภาวนานุรูปเสนาสนตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺสหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุทฺทโม ทมถํ อนุปคโต โคโณ กูฏโคโณ. โทหนกาเล ยถา ถเนหิ อนวเสสโต ขีรํ น ปคฺฆรติ, เอวํ โทหปฏิพนฺธินี กูฏเธนุ. รูป-สทฺทาทิเก ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนกอสฺสาโท รูปารมฺมณาทิรโส. ปุพฺเพ อาจิณฺณารมฺมณนฺติ ปพฺพชฺชโต ปุพฺเพ, อนาทิมติ วา สํสาเร ปริจิตารมฺมณํ. นิพนฺเธยฺยาติ พนฺเธยฺย. สติยาติ สมฺมเทว กมฺมฏฺฐานสฺส สลฺลกฺขณวเสน ปวตฺตาย สติยา. อารมฺมเณติ กมฺมฏฺฐานารมฺมเณ. ทฬฺหนฺติ ถิรํ, ยถา สโตการิสฺส อุปจารปฺปนาเภโท สมาธิ อิชฺฌติ, ตถา ถามคตํ กตฺวาติ อตฺโถ.

วิเสสาธิคมทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารปทฏฺฐานนฺติ สพฺเพสํ พุทฺธานํ, เอกจฺจานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ, พุทฺธสาวกานญฺจ วิเสสาธิคมสฺส อญฺเญน กมฺมฏฺฐาเนน อธิคตวิเสสานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสฺส ปทฏฺฐานภูตํ.

วตฺถุวิชฺชาจริโย วิย ภควา โยคีนํ อนุรูปนิวาสฏฺฐานุปทิสนโต. ภิกฺขุ ทีปิสทิโส อรญฺเญ เอกโก วิหริตฺวา ปฏิปกฺขนิมฺมถนวเสน อิจฺฉิตตฺถสาธนโต ผลมุตฺตมนฺติ สามญฺญผลํ สนฺธาย วทติ. ปรกฺกมชวโยคฺคภูมินฺติ ภาวนุสฺสาหชวสฺส โยคฺคกรณภูมิภูตํ.

อทฺธานวเสน ปวตฺตานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ วเสน ทีฆํ วา อสฺสสนฺโต, อิตฺตรวเสน ปวตฺตานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ วเสน รสฺสํ วา อสฺสสนฺโตติ โยชนา. เอวํ สิกฺขโตติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ทีฆรสฺสตาปชานนสพฺพกายปฺปฏิสํเวทนโอฬาริโกฬาริกปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสน ภาวนํ สิกฺขโต, ตถาภูโต วา หุตฺวา ติสฺโส สิกฺขา ปวตฺตยโต. อสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺเตติ อสฺสาสปสฺสาสสนฺนิสฺสเยน อุปฏฺฐิตปฏิภาคนิมิตฺเต. อสฺสาสปสฺสาเส ปริคฺคณฺหาติ รูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต, โย ‘‘อสฺสาสปสฺสาสกมฺมิโก’’ติ วุตฺโต. ฌานงฺคานิ ปริคฺคณฺหาติ อรูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต. วตฺถุ นาม กรชกาโย จิตฺตเจตสิกานํ ปวตฺติฏฺฐานภาวโต. อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา นตฺถีติ วิสุทฺธิทิฏฺฐิ ‘‘ตยิทํ ธมฺมมตฺตํ, น อเหตุกํ, นาปิ อิสฺสราทิวิสมเหตุกํ, อถ โข อวิชฺชาทิเหตุก’’นฺติ อทฺธาตฺตเยปิ กงฺขาวิตรเณน วิติณฺณกงฺโข. ‘‘ยํ กิญฺจิ ภิกฺขุ รูป’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๖๑; ๒.๑๑๓; ๓.๘๖, ๘๙; ปฏิ. ม. ๑.๕๔) นเยน กลาปสมฺมสนวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา. อุทยวยานุปสฺสนาทิวเสน วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต. อนุกฺกเมน มคฺคปฏิปาฏิยา.

‘‘ปรสฺส วา อสฺสาสปสฺสาสกาเย’’ติ อิทํ สมฺมสนวารวเสนายํ ปาฬิ ปวตฺตาติ กตฺวา วุตฺตํ, สมถวเสน ปน ปรสฺส อสฺสาสปสฺสาสกาเย อปฺปนานิมิตฺตุปฺปตฺติ เอว นตฺถิ. อฏฺฐเปตฺวาติ อนฺตรนฺตรา น ฐเปตฺวา. อปราปรํ สญฺจรณกาโลติ อชฺฌตฺตพหิทฺธาธมฺเมสุปิ นิรนฺตรํ วา ภาวนาย ปวตฺตนกาโล กถิโต. เอกสฺมึ กาเล ปนิทํ อุภยํ น ลพฺภตีติ ‘‘อชฺฌตฺตํ, พหิทฺธา’’ติ จ วุตฺตํ อิทํ ธมฺมทฺวยํ ฆฏิตํ เอกสฺมึ กาเล เอกโต อารมฺมณภาเวน น ลพฺภติ, เอกชฺฌํ อาลมฺพิตุํ น สกฺกาติ อตฺโถ.

สมุเทติ เอตสฺมาติ สมุทโย, โส เอว การณฏฺเฐน ธมฺโมติ สมุทยธมฺโม. อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปตฺติเหตุ กรชกายาทิ, ตสฺส อนุปสฺสนสีโล สมุทยธมฺมานุปสฺสี, ตํ ปน สมุทยธมฺมํ อุปมาย ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ภสฺตนฺติ รุตฺตึ. คคฺครนาฬินฺติ อุกฺกาปนาฬึ. เตติ กรชกายาทิเก. ยถา อสฺสาสปสฺสาสกาโย กรชกายาทิสมฺพนฺธี ตํนิมิตฺตตาย, เอวํ กรชกายาทโยปิ อสฺสาสปสฺสาสกายสมฺพนฺธิโน ตํนิมิตฺตภาเวนาติ ‘‘สมุทยธมฺมา กายสฺมิ’’นฺติ วตฺตพฺพตํ ลภนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘สมุทย…เป… วุจฺจตี’’ติ. ปกติวาจี วา ธมฺม-สทฺโท ‘‘ชาติธมฺมาน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๓๑; ๓.๓๑๐; ปฏิ. ม. ๑.๓๓) วิยาติ กายสฺส ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนกปกติกายานุปสฺสี วา ‘‘สมุทยธมฺมานุปสฺสี’’ติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘กรชกายญฺจา’’ติอาทิ. เอวญฺจ กตฺวา กายสฺมินฺติ ภุมฺมวจนํ สุฏฺฐุตรํ ยุชฺชติ.

วยธมฺมานุปสฺสีติ เอตฺถ อเหตุกตฺเตปิ วินาสสฺส เยสํ เหตุธมฺมานํ อภาเว ยํ น โหติ, ตทภาโว ตสฺส อภาวสฺส เหตุ วิย โวหรียตีติ อุปจารโต กรชกายาทิอภาโว อสฺสาสปสฺสาสกายสฺส วยการณํ วุตฺโต. เตนาห ‘‘ยถา ภสฺตายา’’ติอาทิ. อยํ ตาเวตฺถ ปฐมวิกปฺปวเสน อตฺถวิภาวนา. ทุติยวิกปฺปวเสน อุปจาเรน วินาเยว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อชฺฌตฺตพหิทฺธานุปสฺสนา วิย ภินฺนวตฺถุวิสยตาย สมุทยวยธมฺมานุปสฺสนาปิ เอกกาเล น ลพฺภตีติ อาห ‘‘กาเลน สมุทยํ กาเลน วยํ อนุปสฺสนฺโต’’ติ. ‘‘อตฺถิ กาโย’’ติ เอว-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ ‘‘กาโยว อตฺถี’’ติ วตฺวา อวธารเณน นิวตฺติตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘น สตฺโต’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – โย รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย, ปเรสญฺจ สชฺชาปนฏฺเฐน, สตฺวคุณโยคโต วา ‘‘สตฺโต’’ติ ปเรหิ ปริกปฺปิโต, ตสฺส สตฺตนิกายสฺส ปูรณโต จ จวนุปปชฺชนธมฺมตาย คลนโต จ ‘‘ปุคฺคโล’’ติ, ถียติ สํหญฺญติ เอตฺถ คพฺโภติ ‘‘อิตฺถี’’ติ, ปุริ ปุเร ภาเค เสติ ปวตฺตตีติ ‘‘ปุริโส’’ติ, อาหิโต อหํ มาโน เอตฺถาติ ‘‘อตฺตา’’ติ, อตฺตโน สนฺตกภาเวน ‘‘อตฺตนิย’’นฺติ, ปโร น โหตีติ กตฺวา ‘‘อห’’นฺติ, มม สนฺตกนฺติ กตฺวา ‘‘มมา’’ติ, วุตฺตปฺปการวินิมุตฺโต อญฺโญติ กตฺวา ‘‘โกจี’’ติ, ตสฺส สนฺตกภาเวน ‘‘กสฺสจี’’ติ, วิกปฺเปตพฺโพ โกจิ นตฺถิ, เกวลํ ‘‘กาโย เอว อตฺถี’’ติ. ทสหิปิ ปเทหิ อตฺตตฺตนิยสุญฺญตเมว กายสฺส วิภาเวติ. เอวนฺติ ‘‘กาโยว อตฺถี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน.

ญาณปมาณตฺถายาติ กายานุปสฺสนาญาณํ ปรํ ปมาณํ ปาปนตฺถาย. สติปมาณตฺถายาติ กายปริคฺคาหิกํ สตึ ปวตฺตนสตึ ปรํ ปมาณํ ปาปนตฺถาย. อิมสฺส หิ วุตฺตนเยน ‘‘อตฺถิ กาโย’’ติ อปราปรุปฺปตฺติวเสน ปจฺจุปฏฺฐิตา สติ ภิยฺโยโส มตฺตาย ตตฺถ ญาณสฺส, สติยา จ ปริพฺรูหนาย โหติ. เตนาห ‘‘สติสมฺปชญฺญานํ วุฑฺฒตฺถายา’’ติ. อิมิสฺสา ภาวนาย ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาหานํ อุชุปฏิปกฺขตฺตา วุตฺตํ ‘‘ตณฺหา…เป… วิหรตี’’ติ. ตถาภูโต จ โลเก กิญฺจิปิ ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา คเหตพฺพํ น ปสฺสติ, กุโต คเณฺหยฺยาติ อาห ‘‘น จ กิญฺจี’’ติอาทิ. เอวมฺปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท เหฏฺฐา นิทฺทิฏฺฐสฺส ตาทิสสฺส อตฺถสฺส อภาวโต อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปริ อตฺถํ อุปาทายา’’ติ อาห ยถา ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปิ, อยมฺปิ ปาราชิโก โหตี’’ติ. (ปารา. ๔๒) เอวนฺติ ปน นิทฺทิฏฺฐาการสฺส ปจฺจามสนํ นิคมนวเสน กตนฺติ อาห ‘‘อิมินา ปน…เป… ทสฺเสตี’’ติ.

ปุพฺพภาคสติปฏฺฐานสฺส อิธ อธิปฺเปตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สติ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ. สา ปน สติ ยสฺมึ อตฺตภาเว, ตสฺส สมุฏฺฐาปิกา ตณฺหา, ตสฺสาปิ สมุฏฺฐาปิกา เอว นาม โหติ ตทภาเว อภาวโตติ อาห ‘‘ตสฺสา สมุฏฺฐาปิกา ปุริมตณฺหา’’ติ, ยถา ‘‘สงฺขารปจฺจยา’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; อุทา. ๑; วิภ. ๔๘๔). ตํวิญฺญาณพีชตํสนฺตติสมฺภูโต สพฺโพปิ โลกิโย วิญฺญาณปฺปพนฺโธ ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ’’ เตฺวว วุจฺจติ สุตฺตนฺตนเยน. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ, อุภินฺนํ อปฺปวตฺติยา นิมิตฺตภูโตติ อตฺโถ. น ปวตฺตติ เอตฺถาติ วา อปฺปวตฺติ. ‘‘ทุกฺขปริชานโน’’ติอาทิ เอกนฺตโต จตุกิจฺจสาธนวเสเนว อริยมคฺคสฺส ปวตฺตีติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. อวุตฺตสิทฺโธ หิ ตสฺส ภาวนาปฏิเวโธ. จตุสจฺจวเสนาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานวเสน. อุสฺสกฺกิตฺวาติ วิสุทฺธิปรมฺปราย อารุหิตฺวา, ภาวนํ อุปริ เนตฺวาติ อตฺโถ. นิยฺยานมุขนฺติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรณูปาโย.

อานาปานปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิริยาปถปพฺพวณฺณนา

๓๗๕. อิริยาปถวเสนาติ อิริยนํ อิริยา, กิริยา, อิธ ปน กายิกปโยโค เวทิตพฺโพ. อิริยานํ ปโถ ปวตฺติมคฺโคติ อิริยาปโถ, คมนาทิวเสน ปวตฺตา สรีราวตฺถา. คจฺฉนฺโต วา หิ สตฺโต กาเยน กาตพฺพกิริยํ กโรติ ฐิโต วา นิสินฺโน วา นิปนฺโน วาติ, เตสํ อิริยาปถานํ วเสน, อิริยาปถวิภาเคนาติ อตฺโถ. ปุน จปรนฺติ ปุน จ อปรํ, ยถาวุตฺตอานาปานกมฺมฏฺฐานโต ภิยฺโยปิ อญฺญํ กายานุปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ กเถมิ, สุณาถาติ วา อธิปฺปาโย. ‘‘คจฺฉนฺโต วา’’ติอาทิ คมนาทิมตฺตชานนสฺส, คมนาทิคตวิเสสชานนสฺส จ สาธารณวจนํ, ตตฺถ คมนาทิมตฺตชานนํ น อิธ นาธิปฺเปตํ, คมนาทิคตวิเสสชานนํ ปน อธิปฺเปตนฺติ ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กาม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สตฺตูปลทฺธินฺติ ‘‘สตฺโต อตฺถี’’ติ อุปลทฺธึ สตฺตคฺคาหํ. น ปชหติ น ปริจฺจชติ ‘‘อหํ คจฺฉามิ, มม คมน’’นฺติ คาหสพฺภาวโต. ตโต เอว อตฺตสญฺญํ ‘‘อตฺถิ อตฺตา การโก เวทโก’’ติ เอวํ ปวตฺตํ วิปรีตสญฺญํ น อุคฺฆาเฏติ นาปเนติ อปฺปฏิปกฺขภาวโต, อนนุพฺรูหนโต วา. เอวํ ภูตสฺส จสฺส กุโต กมฺมฏฺฐานาทิภาโวติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานํ วา สติปฏฺฐานภาวนา วา น โหตี’’ติ. ‘‘อิมสฺส ปนา’’ติอาทิ สุกฺกปกฺโข, ตสฺส วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตเมว หิ อตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิทญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ โก คจฺฉตีติ สาธนํ, กิริยญฺจ อวินิพฺภุตฺตํ กตฺวา คมนกิริยาย กตฺตุปุจฺฉา, สา กตฺตุภาววิสิฏฺฐอตฺตปฏิกฺเขปตฺถา ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธิทสฺสนโต. กสฺส คมนนฺติ ตเมวตฺถํ ปริยายนฺตเรน วทติ สาธนํ, กิริยญฺจ วินิพฺภุตฺตํ กตฺวา คมนกิริยาย อกตฺตุสมฺพนฺธีภาววิภาวนโต. ปฏิกฺเขปตฺถญฺหิ อนฺโตนีตํ กตฺวา อุภยตฺถํ กึ-สทฺโท ปวตฺโต. กึ การณาติ ปน ปฏิกฺขิตฺตกตฺตุกาย คมนกิริยาย อวิปรีตการณปุจฺฉา. อิทญฺหิ คมนํ นาม อตฺตา มนสา สํยุชฺชติ, มโน อินฺทฺริเยหิ, อินฺทฺริยานิ อตฺเตหีติ เอวมาทิ มิจฺฉาการณวินิมุตฺตอนุรูปปจฺจยเหตุโก ธมฺมานํ ปวตฺติอาการวิเสโส. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ.

น โกจิ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา คจฺฉติ ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธิโต, ตพฺพินิมุตฺตสฺส จ กสฺสจิ อภาวโต. อิทานิ ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘จิตฺตกิริยาวาโยธาตุวิปฺผาเรนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จิตฺตกิริยา จ สา, วาโยธาตุยา วิปฺผาโร วิปฺผนฺทนญฺจาติ จิตฺตกิริยาวาโยธาตุวิปฺผาโร, เตน. เอตฺถ จ จิตฺตกิริยคฺคหเณน อนินฺทฺริยพทฺธวาโยธาตุวิปฺผารํ นิวตฺเตติ, วาโยธาตุวิปฺผารคฺคหเณน เจตนาวจีวิญฺญตฺติเภทํ จิตฺตกิริยํ นิวตฺเตติ, อุภเยน ปน กายวิญฺญตฺตึ วิภาเวติ. ‘‘คจฺฉตี’’ติ วตฺวา ยถา ปวตฺตมาเน กาเย ‘‘คจฺฉตี’’ติ โวหาโร โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตนฺติ คนฺตุกามตาวเสน ปวตฺตจิตฺตํ. วายํ ชเนตีติ วาโยธาตุอธิกํ รูปกลาปํ อุปฺปาเทติ, อธิกตา เจตฺถ สามตฺถิยโต, น ปมาณโต. คมนจิตฺตสมุฏฺฐิตํ สหชาตรูปกายสฺส ถมฺภนสนฺธารณจลนานํ ปจฺจยภูเตน อาการวิเสเสน ปวตฺตมานํ วาโยธาตุํ สนฺธายาห ‘‘วาโย วิญฺญตฺตึ ชเนตี’’ติ. อธิปฺปายสหภาวี หิ วิกาโร วิญฺญตฺติ. ยถาวุตฺตอธิกภาเวเนว จ วาโยคหณํ, น วาโยธาตุยา เอว ชนกภาวโต, อญฺญถา วิญฺญตฺติยา อุปาทายรูปภาโว ทุรุปปาโท สิยา. ปุรโต อภินีหาโร ปุรโตภาเคน กายสฺส ปวตฺตนํ, โย ‘‘อภิกฺกโม’’ติ วุจฺจติ.

‘‘เอเสว นโย’’ติ อติเทเสน สงฺเขปโต วตฺวา ตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ตตฺราปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โกฏิโต ปฏฺฐายาติ เหฏฺฐิมโกฏิโต ปฏฺฐาย ปาทตลโต ปฏฺฐาย. อุสฺสิตภาโวติ อุพฺพิทฺธภาโว.

เอวํ ปชานโตติ เอวํ จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว คมนาทิ โหตีติ ปชานโต. ตสฺส เอวํ ปชานนาย นิจฺฉยคมนตฺถํ ‘‘เอวํ โหตี’’ติ วิจารณา วุจฺจติ โลเก ยถาภูตํ อชานนฺเตหิ มิจฺฉาภินิเวสวเสน, โลกโวหารวเสน วา. อตฺถิ ปนาติ อตฺตโน เอวํ วีมํสนวเสน ปุจฺฉาวจนํ. นตฺถีติ นิจฺฉยวเสน สตฺตสฺส ปฏิกฺเขปวจนํ. ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ ตสฺเสว อตฺถสฺส อุปมาย วิภาวนํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

นาวา มาลุตเวเคนาติ ยถา อเจตนา นาวา วาตเวเคน เทสนฺตรํ ยาติ, ยถา จ อเจตโน เตชนํ กณฺโฑ ชิยาเวเคน เทสนฺตรํ ยาติ, ตถา อเจตโน กาโย วาตาหโต ยถาวุตฺตวายุนา นีโต เทสนฺตรํ ยาตีติ เอวํ อุปมาสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ. สเจ ปน โกจิ วเทยฺย ‘‘ยถา นาวาเตชนานํ เปลฺลกสฺส ปุริสสฺส วเสน เทสนฺตรคมนํ, เอวํ กายสฺสาปี’’ติ, โหตุ, เอวํ อิจฺฉิโต วายมตฺโถ ยถา หิ นาวาเตชนานํ สํหตลกฺขณสฺเสว ปุริสสฺส วเสน คมนํ, น อสํหตลกฺขณสฺส, เอวํ กายสฺสาปีติ. กา โน หานิ, ภิยฺโยปิ ธมฺมมตฺตตาว ปติฏฺฐํ ลภติ, น ปุริสวาโท. เตนาห ‘‘ยนฺตสุตฺตวเสนา’’ติอาทิ.

ตตฺถ ปยุตฺตนฺติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน คมนาทิกิริยาวเสน ปจฺจเยหิ ปโยชิตํ. ฐาตีติ ติฏฺฐติ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ โลเก. วินา เหตุปจฺจเยติ คนฺตุกามตาจิตฺตตํสมุฏฺฐานวาโยธาตุอาทิเหตุปจฺจเยหิ วินา. ติฏฺเฐติ ติฏฺเฐยฺย. วเชติ วเชยฺย คจฺเฉยฺย โก นามาติ สมฺพนฺโธ. ปฏิกฺเขปตฺโถ เจตฺถ กึ-สทฺโทติ เหตุปจฺจยวิรเหน ฐานคมนปฏิกฺเขปมุเขน สพฺพายปิ ธมฺมปฺปวตฺติยา ปจฺจยาธีนวุตฺติตาวิภาวเนน อตฺตสุญฺญตา วิย อนิจฺจทุกฺขตาปิ วิภาวิตาติ ทฏฺฐพฺพา.

ปณิหิโตติ ยถา ยถา ปจฺจเยหิ ปกาเรหิ นิหิโต ฐปิโต. สพฺพสงฺคาหิกวจนนฺติ สพฺเพสมฺปิ จตุนฺนํ อิริยาปถานํ เอกชฺฌํ สงฺคณฺหนวจนํ, ปุพฺเพ วิสุํ วิสุํ อิริยาปถานํ วุตฺตตฺตา อิทํ เนสํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วจนนฺติ อตฺโถ. ปุริมนโย วา อิริยาปถปฺปธาโน วุตฺโตติ ตตฺถ กาโย อปฺปธาโน อนุนิปฺผาทีติ อิธ กายํ ปธานํ, อปธานญฺจ อิริยาปถํ อนุนิปฺผาทึ กตฺวา ทสฺเสตุํ ทุติยนโย วุตฺโตติ เอวมฺเปตฺถ ทฺวินฺนํ นยานํ วิเสโส เวทิตพฺโพ. ฐิโตติ ปวตฺโต.

อิริยาปถปริคฺคณฺหนมฺปิ อิริยาปถวโต กายสฺเสว ปริคฺคณฺหนํ ตสฺส อวตฺถาวิเสสภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘อิริยาปถปริคฺคณฺหเนน กาเย กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติ. เตเนเวตฺถ รูปกฺขนฺธวเสเนว สมุทยาทโย อุทฺธฏา. เอส นโย เสสวาเรสุปิ. อาทินาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ยถา ‘‘ตณฺหาสมุทยา กมฺมสมุทยา อาหารสมุทยา’’ติ นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสตีติ อิเม จตฺตาโร อาการา สงฺคยฺหนฺติ, เอวํ ‘‘อวิชฺชานิโรธา’’ติ อาทโยปิ ปญฺจ อาการา สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อิริยาปถปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุสมฺปชญฺญปพฺพวณฺณนา

๓๗๖. จตุสมฺปชญฺญวเสนาติ สมนฺตโต ปกาเรหิ, ปกฏฺฐํ วา สวิเสสํ ชานาตีติ สมฺปชาโน, สมฺปชานสฺส ภาโว สมฺปชญฺญํ, ตถาปวตฺตํ ญาณํ, หตฺถวิการาทิเภทภินฺนตฺตา จตฺตาริ สมฺปชญฺญานิ สมาหฏานิ จตุสมฺปชญฺญํ, ตสฺส วเสน. ‘‘อภิกฺกนฺเต’’ติอาทีนิ สามญฺญผเล (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑๔; ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๔ วากฺยขนฺเธปิ) วณฺณิตานิ, น ปุน วณฺเณตพฺพานิ, ตสฺมา ตํตํสํวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนาปิ ตตฺถ วิหิตนเยเนว คเหตพฺพา. ‘‘อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหตี’’ติอาทิ วจนโต อภิกฺกมาทิคตจตุสมฺปชญฺญปริคฺคณฺหเนน รูปกายสฺเสเวตฺถ สมุทยธมฺมานุปสฺสิตาทิ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘รูปกฺขนฺธสฺเสว สมุทโย จ วโย จ นีหริตพฺโพ’’ติ. รูปธมฺมานํเยว หิ ปวตฺติอาการวิเสสา อภิกฺกมาทโยติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

จตุสมฺปชญฺญปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺพวณฺณนา

๓๗๗. ปฏิกฺกูลมนสิการวเสนาติ ชิคุจฺฉนียตาย ปฏิกูลเมว ปฏิกฺกูลํ, โย ปฏิกฺกูลสภาโว ปฏิกฺกูลากาโร, ตสฺส มนสิ กรณวเสน. อนฺตเรนาปิ หิ ภาววาจินํ สทฺทํ ภาวตฺโถ วิญฺญายติ ยถา ‘‘ปฏสฺส สุกฺก’’นฺติ. ยสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘๒) วุตฺตํ, ตสฺมา ตตฺถ, ตํสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๘๒ อาทโย) วุตฺตนเยน ‘‘อิมเมว กาย’’นฺติ อาทีนมตฺโถ เวทิตพฺโพ.

วตฺถาทีหิ ปสิพฺพกากาเรน พนฺธิตฺวา กตํ อาวาฏนํ ปุโตฬิ. นานาการา เอกสฺมึ ฐาเน สมฺมิสฺสาติ เอตฺตาวตา นานาวณฺณานํ เกสาทีนญฺจ อุปเมยฺยตา. วิภูตกาโลติ ปณฺณตฺตึ สมติกฺกมิตฺวา เกสาทีนํ อสุภาการสฺส อุปฏฺฐิตกาโล. อิติ-สทฺทสฺส อาการตฺถตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอว’’นฺติ วตฺวา ตํ อาการํ สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘เกสาทิปริคฺคณฺหเนนา’’ติอาทิมาห. เกสาทิสญฺญิตานญฺหิ อสุจิภาวานํ ปรมทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกฺกูลาการสฺส สมุทยโต อนุปสฺสนา อิธ กายานุปสฺสนาติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ธาตุมนสิการปพฺพวณฺณนา

๓๗๘. ธาตุมนสิการวเสนาติ ปถวีธาตุอาทิกา จตสฺโส ธาตุโย อารพฺภ ปวตฺตภาวนามนสิการวเสน, จตุธาตุววตฺถานวเสนาติ อตฺโถ. ธาตุมนสิกาโร, ธาตุกมฺมฏฺฐานํ, จตุธาตุววตฺถานนฺติ หิ อตฺถโต เอกํ. โคฆาตโกติ ชีวิกตฺถาย คุนฺนํ ฆาตโก. อนฺเตวาสิโกติ กมฺมกรณวเสน ตสฺส สมีปวาสี ตํ นิสฺสาย ชีวนโก. วินิวิชฺฌิตฺวาติ เอกสฺมึ ฐาเน อญฺญมญฺญํ วินิวิชฺฌิตฺวา. มหาปถานํ เวมชฺฌฏฺฐานสงฺขาเตติ จตุนฺนํ มหาปถานํ ตาย เอว วินิวิชฺฌนฏฺฐานตาย เวมชฺฌสงฺขาเต. ยสฺมา เต จตฺตาโร มหาปถา จตูหิ ทิสาหิ อาคนฺตฺวา ตตฺถ สโมหิตา วิย โหนฺติ, ตสฺมา ตํ ฐานํ จตุมหาปถํ, ตสฺมึ จตุมหาปเถ. ฐิต-สทฺโท ‘‘ฐิโต วา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๖๓; อ. นิ. ๕.๒๘) ฐานสงฺขาตอิริยาปถสมงฺคิตาย, ฐา-สทฺทสฺส วา คตินิวตฺติอตฺถตาย อญฺญตฺถ ฐเปตฺวา คมนํ เสสอิริยาปถสมงฺคิตาย โพธโก, อิธ ปน ยถา ตถา รูปกายสฺส ปวตฺติอาการโพธโก อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘จตุนฺนํ อิริยาปถานํ เยน เกนจิ อากาเรน ฐิตตฺตา ยถา ฐิต’’นฺติ. ตตฺถ อากาเรนาติ ฐานาทินา รูปกายสฺส ปวตฺติอากาเรน. ฐานาทโย หิ อิริยาปถสงฺขาตาย กิริยาย ปโถ ปวตฺติมคฺโคติ ‘‘อิริยาปโถ’’ติ วุจฺจนฺตีติ วุตฺโต วายมตฺโถ. ยถาฐิตนฺติ ยถาปวตฺตํ, ยถาวุตฺตํ ฐานเมเวตฺถ ปณิธานนฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ยถา ฐิตตฺตา จ ยถาปณิหิต’’นฺติ. ‘‘ฐิต’’นฺติ วา กายสฺส ฐานสงฺขาตอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ, ‘‘ปณิหิต’’นฺติ ตทญฺญอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. ‘‘ฐิต’’นฺติ วา กายสงฺขาตานํ รูปธมฺมานํ ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ สกิจฺจวเสน อวฏฺฐานปริทีปนํ, ปณิหิตนฺติ ปจฺจยวเสน เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ ปการโต นิหิตํ ปณิหิตนฺติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปจฺจเวกฺขตีติ ปติ ปติ อเวกฺขติ, ญาณจกฺขุนา วินิพฺภุชฺชิตฺวา วิสุํ วิสุํ ปสฺสติ.

อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ภาวตฺถวิภาวนวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา โคฆาตกสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โปเสนฺตสฺสาติ มํสูปจยปริพฺรูหนาย กุณฺฑกภตฺตกปฺปาสฏฺฐิอาทีหิ สํวฑฺเฒนฺตสฺส. วธิตํ มตนฺติ หึสิตํ หุตฺวา มตํ. มตนฺติ จ มตมตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตาวเทวา’’ติ. คาวีติ สญฺญา น อนฺตรธายตีติ ยานิ องฺคปจฺจงฺคานิ ยถาสนฺนิวิฏฺฐานิ อุปาทาย คาวีสมญฺญา มตมตฺตายปิ คาวิยา เตสํ ตํสนฺนิเวสสฺส อวินฏฺฐตฺตา. วิลียนฺติ ภิชฺชนฺติ วิภุชฺชนฺตีติ พีลา, ภาคา ว-การสฺส พ-การํ, อิการสฺส จ อีการํ กตฺวา. พีลโสติ พีลํ พีลํ กตฺวา. วิภชิตฺวาติ อฏฺฐิสงฺฆาตโต มํสํ วิเวเจตฺวา, ตโต วา วิเวจิตํ มํสํ ภาคโส กตฺวา. เตเนวาห ‘‘มํสสญฺญา ปวตฺตตี’’ติ. ปพฺพชิตสฺสาปิ อปริคฺคหิตกมฺมฏฺฐานสฺส. ฆนวินิพฺโภคนฺติ สนฺตติสมูหกิจฺจฆนานํ วินิพฺภุชฺชนํ วิเวจนํ. ธาตุโส ปจฺจเวกฺขโตติ ฆนวินิพฺโภคกรเณน ธาตุํ ธาตุํ ปถวีอาทิธาตุํ วิสุํ วิสุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส. สตฺตสญฺญาติ อตฺตานุทิฏฺฐิวเสน ปวตฺตา สตฺตสญฺญาติ วทนฺติ, โวหารวเสน ปวตฺตสตฺตสญฺญายปิ ตทา อนฺตรธานํ ยุตฺตเมว ยาถาวโต ฆนวินิพฺโภคสฺส สมฺปาทนโต. เอวญฺหิ สติ ยถาวุตฺตโอปมฺมตฺเถน อุปเมยฺยตฺโถ อญฺญทตฺถุ สํสนฺทติ สเมติ. เตเนวาห ‘‘ธาตุวเสเนว จิตฺตํ สนฺติฏฺฐตี’’ติ. ทกฺโขติ เฉโก ตํตํสมญฺญาย กุสโล ‘‘ยถาชาเต สูนสฺมึ นงฺคุฏฺฐขุรวิสาณาทิวนฺเต อฏฺฐิมํสาทิอวยวสมุทาเย อวิภตฺเต คาวีสมญฺญา, น วิภตฺเต. วิภตฺเต ปน อฏฺฐิมํสาทิอวยวสมญฺญา’’ติ ชานนโต. จตุมหาปโถ วิย จตุอิริยาปโถติ คาวิยา ฐิตจตุมหาปโถ วิย กายสฺส ปวตฺติมคฺคภูโต จตุพฺพิโธ อิริยาปโถ ยสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๕) วิตฺถาริตา, ตสฺมา ตตฺถ, ตํสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๓๐๖) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ธาตุมนสิการปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นวสิวถิกปพฺพวณฺณนา

๓๗๙. สิวถิกาย อปวิทฺธอุทฺธุมาตกาทิปฏิสํยุตฺตานํ โอธิโส ปวตฺตานํ กถานํ, ตทภิเธยฺยานญฺจ อุทฺธุมาตกาทิอสุภภาคานํ สิวถิกปพฺพานีติ สงฺคีติกาเรหิ คหิตสมญฺญา. เตนาห ‘‘สิวถิกปพฺเพหิ วิภชิตุ’’นฺติ. มริตฺวา เอกาหาติกฺกนฺตํ เอกาหมตํ. อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานาติ ชีวิตกฺขยโต อุปริ มรณโต ปรํ. สมุคฺคเตนาติ สมุฏฺฐิเตน. อุทฺธุมาตตฺตาติ อุทฺธํ อุทฺธํ ธุมาตตฺตา สูนตฺตา. เสตรตฺเตหิ วิปริภินฺนํ วิมิสฺสิตํ นีลํ วินีลํ, ปุริมวณฺณวิปริณามภูตํ วา นีลํ วินีลํ. วินีลเมว วินีลกนฺติ ก-กาเรน ปทวฑฺฒนํ อนตฺถนฺตรโต ยถา ‘‘ปีตกํ โลหิตก’’นฺติ (ธ. ส. ๖๑๖). ปฏิกฺกูลตฺตาติ ชิคุจฺฉนียตฺตา. กุจฺฉิตํ วินีลนฺติ วินีลกนฺติ กุจฺฉนตฺโถ วา อยํ ก-กาโรติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ยถา ‘‘ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ. (ที. นิ. ๓.๓๑๖; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕) ปริภินฺนฏฺฐาเนหิ กากกงฺกาทีหิ. วิสฺสนฺทมานปุพฺพนฺติ วิสฺสวนฺตปุพฺพํ, ตหํ ตหํ ปคฺฆรนฺตปุพฺพนฺติ อตฺโถ. ตถาภาวนฺติ วิสฺสนฺทมานปุพฺพภาวํ.

โส ภิกฺขูติ โย ‘‘ปสฺเสยฺย สรีรํ สิวถิกาย ฉฑฺฑิต’’นฺติ วุตฺโต, โส ภิกฺขุ. อุปสํหรติ สทิสตํ. ‘‘อยมฺปิ โข’’ติอาทิ อุปสํหรณาการทสฺสนํ. อายูติ รูปชีวิตินฺทฺริยํ, อรูปชีวิตินฺทฺริยํ ปเนตฺถ วิญฺญาณคติกเมว. อุสฺมาติ กมฺมชเตโช. เอวํ ปูติกสภาโวเยวาติ เอวํ อติวิย ทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกฺกูลปูภิกสภาโว เอว, น อายุอาทีนํ อวิคเม วิย มตฺตโสติ อธิปฺปาโย. เอทิโส ภวิสฺสตีติ เอวํภาวีติ อาห ‘‘เอวํ อุทฺธุมาตาทิเภโท ภวิสฺสตี’’ติ.

ลุญฺจิตฺวา ลุญฺจิตฺวาติ อุปฺปาเฏตฺวา อุปฺปาเฏตฺวา. สาวเสสมํสโลหิตยุตฺตนฺติ สพฺพโส อขาทิตตฺตา ตหํ ตหํ เสเสน อปฺปาวเสเสน มํสโลหิเตน ยุตฺตํ. ‘‘อญฺเญน หตฺถฏฺฐิก’’นฺติ อวิเสเสน หตฺถฏฺฐิกานํ วิปฺปกิณฺณตา โชติตาติ อนวเสสโต เตสํ วิปฺปกิณฺณตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตุสฏฺฐิเภทมฺปี’’ติอาทิมาห.

เตโรวสฺสิกานีติ ติโรวสฺสํ คตานิ, ตานิ ปน สํวจฺฉรํ วีติวตฺตานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘อติกฺกนฺตสํวจฺฉรานี’’ติ. ปุราณตาย ฆนภาววิคเมน วิจุณฺณตา อิธ ปูติภาโวติ โส ยถา โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อพฺโภกาเส’’ติอาทิมาห. เตโรวสฺสิกาเนวาติ สํวจฺฉรมตฺตาติกฺกนฺตานิ เอว. ขชฺชมานตาทิวเสน ทุติยสิวถิกปพฺพาทีนํ ววตฺถาปิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ขชฺชมานตาทีนํ วเสน โยชนา กาตพฺพา’’ติ.

นวสิวถิกปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิมาเนว เทฺวติ อวธารเณน อปฺปนากมฺมฏฺฐานํ ตตฺถ นิยเมติ อญฺญปพฺเพสุ ตทภาวโต. ยโต หิ เอว-กาโร, ตโต อญฺญตฺถ นิยเมติ, เตน ปพฺพทฺวยสฺส วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานตาปิ อปฺปฏิสิทฺธา ทฏฺฐพฺพา อนิจฺจตาทิทสฺสนโต. สงฺขาเรสุ อาทีนววิภาวนานิ สิวถิกปพฺพานีติ อาห ‘‘สิวถิกานํ อาทีนวานุปสฺสนาวเสน วุตฺตตฺตา’’ติ. อิริยาปถปพฺพาทีนํ อปฺปนาวหตา ปากฏา เอวาติ ‘‘เสสานิ ทฺวาทสปี’’ติ วุตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

กายานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.