อตฺตปญฺญตฺติวณฺณนา

๑๑๗. อนุสนฺธิยติ เอเตนาติ อนุสนฺธิ, เหฏฺฐา อาคตเทสนาย อนุสนฺธานวเสน ปวตฺตา อุปริเทสนา, สา ปฐมปทสฺส ทสฺสิตา, อิทานิ ทุติยปทสฺส ทสฺเสตพฺพาติ ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติ ภควา’’ติอาทิมาห. รูปินฺติ รูปวนฺตํ. ปริตฺตนฺติ น วิปุลํ, อปฺปกนฺติ อตฺโถ. ยสฺมา อตฺตา นาม โกจิ ปรมตฺถโต นตฺถิ. เกวลํ ปน ทิฏฺฐิคติกานํ ปริกปฺปิตมตฺตํ, ตสฺมา ยตฺถ เนสํ อตฺตสญฺญา, ยถา จสฺส รูปิภาวาทิปริกปฺปนา โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย’’ติอาทิมาห. รูปึ ปริตฺตนฺติ อตฺตโน อุปฏฺฐิตกสิณรูปวเสน รูปึ, ตสฺส อวฑฺฒิตภาเวน ปริตฺตํ. ปญฺญเปติ นีลกสิณาทิวเสน นานากสิณลาภี. ตนฺติ อตฺตานํ. อนนฺตนฺติ กสิณนิมิตฺตสฺส อปฺปมาณตาย ปริจฺเฉทสฺส อนุปฏฺฐานโต อนฺตรหิตํ. อุคฺฆาเฏตฺวาติ ภาวนาย อปเนตฺวา. นิมิตฺตผุฏฺโฐกาสนฺติ เตน กสิณนิมิตฺเตน ผุฏฺฐปฺปเทสํ. เตสูติ จตูสุ อรูปกฺขนฺเธสุ. วิญฺญาณมตฺตเมวาติ ‘‘วิญฺญาณมโย อตฺตา’’ติ เอวํวาที.

๑๑๘. ‘‘เอตรหี’’ติ สาวธารณมิทํ ปทนฺติ ตทตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทาเนวา’’ติ วตฺวา อวธารเณน นิวตฺติตมตฺถํ อาห ‘‘น อิโต ปร’’นฺติ. ตตฺถ ตตฺเถว สตฺตา อุจฺฉิชฺชนฺตีติ อุจฺเฉทวาที, เตนาห ‘‘อุจฺเฉทวเสเนตํ วุตฺต’’นฺติ. ภาวินฺติ สพฺพํ สทา ภาวึ อวินสฺสนกํ. เตนาห ‘‘สสฺสตวเสเนตํ วุตฺต’’นฺติ. อตถาสภาวนฺติ ยถา ปรวาที วทนฺติ, น ตถา สภาวํ. ตถภาวายาติ อุจฺเฉทภาวาย วา สสฺสตภาวาย วา. อนิยมวจนเญฺหตํ วุตฺตํ สามญฺญโชตนาวเสน. สมฺปาเทสฺสามีติ ตถภาวํ อสฺส สมฺปนฺนํ กตฺวา ทสฺสยิสฺสามิ, ปติฏฺฐาเปสฺสามีติ อตฺโถ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘สสฺสตวาทญฺจ ชานาเปตฺวา’’ติอาทิ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๑๘) อิมินาติ ‘‘อตถํ วา ปนา’’ติอาทิ วจเนน, อนุจฺเฉทสภาวมฺปิ สมานํ สสฺสตวาทิโน มติวเสนาติ อธิปฺปาโย. อุปกปฺเปสฺสามีติ อุเปจฺจ สมตฺถยิสฺสามิ.

เอวํ สมานนฺติ เอวํ ภูตํ สมานํ. รูปกสิณชฺฌานํ รูปํ อุตฺตรปทโลเปน, อธิคมนวเสน ตํ เอตสฺส อตฺถีติ รูปีติ อาห ‘‘รูปินฺติ รูปกสิณลาภิ’’นฺติ. ปริตฺตตฺตานุทิฏฺฐีติ เอตฺถ รูปี-สทฺโทปิอาวุตฺติอาทินเยน อาเนตฺวา วตฺตพฺโพ, รูปีภาวมฺปิ หิ โส ทิฏฺฐิคติโก ปริตฺตภาวํ วิย อตฺตโน อภินิวิสฺส ฐิโตติ. อรูปินฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ‘‘ปตฺตปลาสพหุลคจฺฉสงฺเขเปน ฆนคหนชฏาวิตานา นาติทีฆสนฺตานา วลฺลิ, ตพฺพิปรีตา ลตา’’ติ วทนฺติ. อปฺปหีนฏฺเฐนาติ มคฺเคน อสมุจฺฉินฺนภาเวน. การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชนารหตา อนุสยนฏฺโฐ.

อรูปกสิณํ นาม กสิณุคฺฆาฏึ อากาสํ, น ปริจฺฉินฺนากาสกสิณํ. ‘‘อุภยมฺปิ อรูปกสิณเมวา’’ติ เกจิ. อรูปกฺขนฺธโคจรํ วาติ เวทนาทโย อรูปกฺขนฺธา ‘‘อตฺตา’’ติ อภินิเวสสฺส โคจโร เอตสฺสาติ อรูปกฺขนฺธโคจโร, ทิฏฺฐิคติโก, ตํ อรูปกฺขนฺธโคจรํ. วา-สทฺโท วุตฺตวิกปฺปตฺโถ. สทฺทโยชนา ปน อรูปํ อรูปกฺขนฺธา โคจรภูตา เอตสฺส อตฺถีติ อรูปี, ตํ อรูปึ. ลาภิโน จตฺตาโรติ รูปกสิณาทิลาภวเสน ตํ ตํ ทิฏฺฐิวาทํ สยเมว ปริกปฺเปตฺวา ตํ อาทาย ปคฺคยฺห ปญฺญาปนกา จตฺตาโร ทิฏฺฐิคติกา. เตสํ อนฺเตวาสิกาติ เตสํ ลาภีนํ วาทํ ปจฺจกฺขโต, ปรมฺปราย จ อุคฺคเหตฺวา ตเถว นํ ขมิตฺวา โรเจตฺวา ปญฺญาปนกา จตฺตาโร. ตกฺกิกา จตฺตาโรติ กสิณชฺฌานสฺส อลาภิโน เกวลํ ตกฺกนวเสเนว ยถาวุตฺเต จตฺตาโร ทิฏฺฐิวาเท สยเมว อภินิวิสฺส ปคฺคยฺห ฐิตา จตฺตาโร. เตสํ อนฺเตวาสิกา ปุพฺเพ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา.