ปฏิจฺจสมุปฺปาทวณฺณนา
อิมินา ตาวาติ เอตฺถ ตาว-สทฺโท กมตฺโถ, เตน ‘‘ตนฺตากุลกชาตา’’ติ ปทสฺส อนุสนฺธิ ปรโต อาวิภวิสฺสตีติ ทีเปติ. อตฺถิ อิทปฺปจฺจยาติ เอตฺถ อยํ ปจฺจโยติ อิทปฺปจฺจโย, ตสฺมา อิทปฺปจฺจยา, อิมสฺมา ปจฺจยาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อิมสฺมา นาม ปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ เอวํ วตฺตพฺโพ อตฺถิ นุ โข ชรามรณสฺส ปจฺจโยติ. เตนาห ‘‘อตฺถิ นุ โข…เป… ภเวยฺยา’’ติ. เอตฺถ หิ ‘‘กึ ปจฺจยา ชรามรณํ? ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ อุปริ ชาติสทฺทปจฺจยสทฺทสมานาธิกรเณน กึ-สทฺเทน อิทํ-สทฺทสฺส สมานาธิกรณตาทสฺสนโต กมฺมธารยสมาสตา อิทปฺปจฺจยสทฺทสฺส ยุชฺชติ. น เหตฺถ ‘‘อิมสฺส ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา’’ติ ชรามรณสฺส, อญฺญสฺส วา ปจฺจยโต ชรามรณสมฺภวปุจฺฉา สมฺภวติ วิญฺญาตภาวโต, อสมฺภวโต จ, ชรามรณสฺส ปน ปจฺจยปุจฺฉา สมฺภวติ. ปจฺจยสทฺทสมานาธิกรณตายญฺจ อิทํ-สทฺทสฺส ‘‘อิมสฺมา ปจฺจยา’’ติ ปจฺจยปุจฺฉา ยุชฺชติ.
สา ปน สมานาธิกรณตา ยทิปิ อญฺญปทตฺถสมาเสปิ ลพฺภติ, อญฺญปทตฺถวจนิจฺฉาภาวโต ปเนตฺถ กมฺมธารยสมาโส เวทิตพฺโพ. สามิวจนสมาสปกฺเข ปน นตฺเถว สมานาธิกรณตาสมฺภโวติ. นนุ จ ‘‘อิทปฺปจฺจยตา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ เอตฺถ อิทปฺปจฺจย-สทฺโท สามิวจนสมาโส อิจฺฉิโตติ? สจฺจํ อิจฺฉิโต อุชุกเมว ตตฺถ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวจนิจฺฉาติ กตฺวา, อิธ ปน เกวลํ ชรามรณสฺส ปจฺจยปริปุจฺฉา อธิปฺเปตา, ตสฺมา ยถา ตตฺถ อิทํ-สทฺทสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิเสสนตา, อิธ จ ‘‘ปุจฺฉิตพฺพปจฺจยตฺถตา สมฺภวติ, ตถา ตตฺถ, อิธ จ สมาสกปฺปนา เวทิตพฺพา. กสฺมา ปน ตตฺถ กมฺมธารยสมาโส น อิจฺฉิโตติ? เหตุปฺปภวานํ เหตุ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อิมสฺส อตฺถสฺส กมฺมธารยสมาเส อสมฺภวโตติ อิมสฺส, อตฺตโน ปจฺจยานุรูปสฺส อนุรูโป ปจฺจโย อิทปฺปจฺจโยติ เอตสฺส จ อตฺถสฺส อิจฺฉิตตฺตา. โย ปเนตฺถ อิทํ-สทฺเทน คหิโต อตฺโถ, โส ‘‘อตฺถิ อิทปฺปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ ชรามรณคฺคหเณเนว คหิโตติ อิทํ-สทฺโท ปฏิจฺจสมุปฺปาทโต ปริจฺจชนโต อญฺญสฺส อสมฺภวโต ปจฺจเย อวติฏฺฐติ, เตเนตฺถ กมฺมธารยสมาโส. ตตฺถ ปน อิทํ-สทฺทสฺส ตโต ปริจฺจชนการณํ นตฺถีติ สามิวจนสมาโส เอว อิจฺฉิโต. อฏฺฐกถายํปน ยสฺมา ชรามรณาทีนํ ปจฺจยปุจฺฉามุเขนายํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนา อารทฺธา, ปฏิจฺจสมุปฺปาโท จ นาม อตฺถโต เหตุปฺปภวานํ เหตูติ วุตฺโต วายมตฺโถ, ตสฺมา ‘‘อิมสฺส ชรามรณสฺส ปจฺจโย’’ติ เอวมตฺถวณฺณนา กตา.
ปณฺฑิเตนาติ เอกํสพฺยากรณียาทิปญฺหาวิเสสชานนสมตฺถาย ปญฺญาย สมนฺนาคเตน. ตเมว หิสฺส ปณฺฑิจฺจํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยาทิสสฺส ชีวสฺส ทิฏฺฐิคติโก สรีรโต อนญฺญตฺตํ ปุจฺฉติ ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติ, โส เอวํ ปรมตฺถโต นุปลพฺภติ, กถํ ตสฺส วญฺฌาตนยสฺส วิย ทีฆรสฺสตา สรีรโต อญฺญตา วา อนญฺญตา วา พฺยากาตพฺพา สิยา, ตสฺมาสฺส ปญฺหสฺส ฐปนียตา เวทิตพฺพา. ตุณฺหีภาโว นาเมส ปุจฺฉโต อนาทโร วิเหสา วิย โหตีติ ‘‘อพฺยากตเมต’’นฺติ ปการนฺตรมาห. เอวํ อพฺยากรณการณํ ญาตุกามสฺส กเถตพฺพํ โหติ, กถิเต จ ชานนฺตสฺส ปมาโทปิ เอวํ สิยา, กถนวิธิ ปน ‘‘ยาทิสสฺสา’’ติอาทินา ทสฺสิโต เอว. เอวํ อปฺปฏิปชฺชิตฺวาติ เอวํ ฐปนียปเญฺห วิย ตุณฺหีภาวาทึ อนาปชฺชิตฺวา เอว. ‘‘อปฺปฏิปชฺชิตฺวา’’ติ วจนํ นิทสฺสนมตฺตเมตํ. ‘‘กึ สพฺพํ อนิจฺจ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘กึ สงฺขตํ สนฺธาย ปุจฺฉสิ, อุทาหุ อสงฺขต’’นฺติ ปฏิปุจฺฉิตฺวา พฺยากาตพฺพํ โหติ ‘‘กึ ขนฺธปญฺจกํ ปริญฺเญยฺย’’นฺติ ปุฏฺเฐ ‘‘อตฺถิ ตตฺถ ปริญฺเญยฺยํ, อตฺถิ น ปริญฺเญยฺย’’นฺติ วิภชฺช พฺยากาตพฺพํ โหติ, เอวํ อปฺปฏิปชฺชิตฺวาติ จ อยเมตฺถ อตฺโถ อิจฺฉิโตติ. ปุพฺเพ ยสฺส ปจฺจยสฺส อตฺถิตามตฺตํ โจทิตนฺติ อตฺถิตามตฺตํ วิสฺสชฺชิตํ. ปุจฺฉาสภาเคน หิ วิสฺสชฺชนนฺติ. อิทานิ ตสฺเสว สรูปปุจฺฉา กรียตีติ ‘‘ปุน กิ’’นฺติ วุตฺตํ. อิธาปิ ‘‘ยถา’’ติอาทิ สพฺพํ อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ.
‘‘เอส นโย สพฺพปเทสู’’ติ อติเทสวเสน อุสฺสุกฺกํ กตฺวา ‘‘นามรูปปจฺจยา’’ติอาทินา ตตฺถ อปวาโท อารทฺโธ. ยสฺมา ทสฺเสตุกาโม, ตสฺมา อิทํ วุตฺตนฺติ โยชนา. ฉนฺนํ วิปากสมฺผสฺสานํเยว คหณํ โหติ วิญฺญาณาทิ เวทนาปริโยสานา วิปากวิธีติ กตฺวา อเนเกสุ สุตฺตปเทสุ, (ม. นิ. ๓.๑๒๖; อุทา. ๑) อภิธมฺเม (วิภ. ๒๒๕) จ เยภุยฺเยน เตสํเยว คหณสฺส นิรุฬฺหตฺตา. อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. จ-สทฺโท พฺยติเรกตฺโถ, เตเนตฺถ ‘‘คหิตมฺปี’’ติอาทินา วุจฺจมานํเยว วิเสสํ โชเตติ. ปจฺจยภาโว นาม ปจฺจยุปฺปนฺนาเปกฺโข เตน วินา ตสฺส อสมฺภวโต. ตสฺมา สฬายตนปฺปจฺจยาติ ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ อิมินา ปเทนาติ โยชนา. อวยเวน วา สมุทาโยปลกฺขณเมตํ ‘‘สฬายตนปจฺจยา’’ติ, ตสฺมา ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ อิมินา ปเทนาติ วุตฺตํ โหติ. คหิตมฺปีติ ฉพฺพิธํ วิปากผสฺสมฺปิ. อคฺคหิตมฺปีติ อวิปากผสฺสมฺปิ กุสลากุสลกิริยาผสฺสมฺปิ. ปจฺจยุปฺปนฺนวิเสสํ ทสฺเสตุกาโมติ โยชนา. น เจตฺถ ปจฺจยุปฺปนฺโนว อุปาทินฺโน อิจฺฉิโต, อถ โข ปจฺจโยปิ อุปาทินฺโน อิจฺฉิโตติ อชฺฌตฺติกายตนสฺเสว สฬายตนคฺคหเณน คหณนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘สฬายตนโต…เป… ทสฺเสตุกาโม’’ติ. น หิ ผสฺสสฺส จกฺขาทิสฬายตนเมว ปจฺจโย, อถ โข ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๔, ๔๕; ๒.๔.๖๐; กถา. ๔๖๕, ๔๖๗) วจนโต รูปายตนาทิรูปญฺจ จกฺขุวิญฺญาณาทินามญฺจ ปจฺจโย, ตสฺมา อิมํ จกฺขาทิสฬายตนโต อติริตฺตํ อาวชฺชนาทิ วิย สาธารณํ อหุตฺวา, ตสฺส ตสฺส ผสฺสสฺส สาธารณตาย อญฺญํ วิเสสปจฺจยํ ปิ-สทฺเทน อวิสิฏฺฐํ สาธารณปจฺจยํ ปิทสฺเสตุกาโม ภควา, ‘‘นามรูปปจฺจยา ผสฺโส’’ติ อิทํ วุตฺตนฺติ โยชนา. อภิธมฺมภาชนีเยปิ อิมเมว ปจฺจยํ สนฺธาย ‘‘นามรูปปจฺจยา ผสฺโส’’ติ วุตฺตนฺติ ตทฏฺฐกถายํ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๔๓) ‘‘ปจฺจยวิเสสทสฺสนตฺถญฺเจว มหานิทานเทสนาสงฺคหตฺถญฺจา’’ติ อตฺถวณฺณนา กตา. ปจฺจยานนฺติ ชาติอาทีนํ ปจฺจยธมฺมานํ. นิทานํ กถิตนฺติ ชรามรณาทิกสฺส นิทานตฺตํ กถิตํ เอกํสิโก ปจฺจยภาโว กถิโต. ตญฺหิ เตสํ ปจฺจยภาเว อพฺยภิจารีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อิติ โข ปเนต’’นฺติอาทินา อุปริ เทสนา ปวตฺตา. นิชฺชเฏติ นิชฺชาลเก. นิคฺคุมฺเพติ นิกฺเขเป. ปททฺวเยนาปิ อากุลาภาวเมว ทสฺเสติ, ตสฺมา อนากุลํ อพฺยากุลํ มหนฺตํ ปจฺจยนิทานเมตฺถ กถิตนฺติ มหานิทานํ สุตฺตํ อญฺญถาภาวสฺส อภาวโต.
๙๘. เตสํ เตสํ ปจฺจยานนฺติ เตสํ เตสํ ชาติอาทีนํ ปจฺจยานํ. ยสฺมา ปจฺจยภาโว นาม เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ อนูนาธิเกเหว ตสฺส ตสฺส ผลสฺส สมฺภวโต ตโถ ตจฺโฉ, ตปฺปกาโร วา สามคฺคิอุปคเตสุ ปจฺจเยสุ มุหุตฺตมฺปิ ตโถ นิพฺพตฺตนธมฺมานํ อสมฺภวาภาวโต. อวิตโถ อวิสํวาทนโก วิสํวาทนาการวิรหิโต อญฺญธมฺมปจฺจเยหิ อญฺญธมฺมานุปฺปตฺติโต. ‘‘อนญฺญถา’’ติ วุจฺจติ อญฺญถาภาวสฺส อภาวโต. ตสฺมา ‘‘ตถํ อวิตถํ อนญฺญถํ ปจฺจยภาวํ ทสฺเสตุ’’นฺติ วุตฺตํ. ปริยายติ อตฺตโน ผลํ ปริคฺคเหตฺวา วตฺตตีติ ปริยาโย, เหตูติ อาห ‘‘ปริยาเยนาติ การเณนา’’ติ. สพฺเพน สพฺพนฺติ เทวตฺตาทินา สพฺพภาเวน สพฺพา ชาติ. สพฺพถา สพฺพนฺติ ตตฺถาปิ จาตุมหาราชิกาทิสพฺพากาเรน สพฺพา, นิปาตทฺวยเมตํ, นิปาตญฺจ อพฺยยํ, ตญฺจ สพฺพลิงฺควิภตฺติวจเนสุ เอกาการเมว โหตีติ ปาฬิยํ ‘‘สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. อตฺถวจเน ปน ตสฺส ตสฺส ชาติสทฺทาเปกฺขาย อิตฺถิอตฺถวุตฺติตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพากาเรน สพฺพา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมินาว นเยนาติ อิมินา ชาติวาเร วุตฺเตเนว นเยน. เทวาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน คนฺธพฺพยกฺขาทิเก ปาฬิยํ (ที. นิ. ๒.๙๘) อาคเต, ตทนฺตรเภเท จ สงฺคณฺหาติ.
อิธ นิกฺขิตฺตอตฺถวิภชนตฺเถติ อิมสฺมึ ‘‘กสฺสจิ กิมฺหิจี’’ติ อนิยมโต อุทฺเทสวเสน วุตฺตตฺถสฺส นิทฺทิสนตฺเถ โชเตตพฺเพ นิปาโต, ตทตฺถโชตนํ นิปาตปทนฺติ อตฺโถ. ตสฺสาติ ตสฺส ปทสฺส. เตติ ธมฺมเทสนาย สมฺปทานภูตํ เถรํ วทติ. เสยฺยถิทนฺติ วา เต กตเมติ เจติ อตฺโถ. เย หิ ‘‘กสฺสจี’’ติ, ‘‘กิมฺหิจี’’ติ จ อนิยมโต วุตฺโต อตฺโถ, เต กตเมติ. กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา เหสา. เทวภาวายาติ เทวภาวตฺถํ. ขนฺธชาตีติ ขนฺธปาตุภาโว, ยถา ขนฺเธสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘เทวา’’ติ สมญฺญา โหติ, ตถา เตสํ อุปฺปาโทติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยายา’’ติ อาห. สพฺพปเทสูติ ‘‘คนฺธพฺพานํ คนฺธพฺพตฺถายา’’ติอาทีสุ สพฺเพสุ ชาตินิทฺเทสปเทสุ, ภวาทิปเทสุ จ. เยน หิ นเยน สเจ หิ ชาตีติ อยมตฺถโยชนา กตา, ชาตินิทฺเทสปเทโสว ‘‘ภโว’’ติอาทินา ภวาทิปเทสุปิ โส กาตพฺโพติ. เทวาติ อุปปตฺติเทวา จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย ยาว ภวคฺคา ทิพฺพนฺติ กามคุณาทีหิ กีฬนฺติ ลฬนฺติ วิหรนฺติ โชตนฺตีติ กตฺวา. คนฺธํ อพฺพนฺติ ปริภุญฺชนฺตีติ คนฺธพฺพา, ธตรฏฺฐสฺส มหาราชสฺส ปริวารภูตา. ยชนฺติ เวสฺสวณสกฺกาทิเก ปูเชนฺตีติ ยกฺขา, เตน เตน วา ปณิธิกมฺมาทินา ยชิตพฺพา ปูเชตพฺพาติ ยกฺขา, เวสฺสวณสฺส มหาราชสฺส ปริวารภูตา. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อมนุสฺสา’’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ. ภูตาติ กุมฺภณฺฑา, วิรูฬฺหกสฺส มหาราชสฺส ปริวารภูตา. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เย เกจิ นิพฺพตฺตสตฺตา’’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ. อฏฺฐิปกฺขา ภมรตุปฺปฬาทโย. จมฺมปกฺขา ชตุสิงฺคาลาทโย. โลมปกฺขา หํสโมราทโย. สรีสปา อหิวิจฺฉิกสตปทิอาทโย.
‘‘เตสํ เตส’’นฺติ อิทํ น เยวาปนกนิทฺเทโส วิย อวุตฺตสงฺคหตฺถํ วจนํ, อถ โข อเยวาปนกนิทฺเทโส วิย วุตฺตสงฺคหตฺถนฺติ. อาทิ-สทฺเทเนว จ อาเมฑิตตฺโถ สงฺคยฺหตีติ อาห ‘‘เตสํ เตสํ เทวคนฺธพฺพาทีน’’นฺติ. ตทตฺตายาติ ตํภาวาย, ยถารูเปสุ ขนฺเธสุ ปวตฺตมาเนสุ ‘‘เทวา คนฺธพฺพา’’ติ โลกสมญฺญา โหติ, ตถารูปตายาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เทวคนฺธพฺพาทิภาวายา’’ติ. ‘‘นิโรโธ, วิคโม’’ติ จ ปฏิลทฺธตฺตาลาภสฺส ภาโว วุจฺจติ, อิธ ปน อจฺจนฺตาภาโว อธิปฺเปโต ‘‘สพฺพโส ชาติยา อสตี’’ติ อวตฺวา ‘‘ชาตินิโรธา’’ติ วุตฺตตฺตาติ อาห ‘‘อภาวาติ อตฺโถ’’ติ.
ผลตฺถาย หิโนตีติ ยถา ผลํ ตโต นิพฺพตฺตติ, เอวํ หิโนติ ปวตฺตติ, ตสฺส เหตุภาวํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ. อิทํ คณฺหถ นนฺติ ‘‘อิทํ เม ผลํ, คณฺหถ น’’นฺติ เอวํ อปฺเปติ วิย นิยฺยาเตติ วิย. ‘‘เอส นโย’’ติ อวิเสสํ อติทิสิตฺวา วิเสสมตฺตสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นนุ จายํ ชาติ ปรินิปฺผนฺนา, สงฺขตภาวา จ น โหติ วิการภาวโต, ตถา ชรามรณํ, ตสฺส กถํ สา เหตุ โหตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ชรามรณสฺส หี’’ติอาทิ. ตพฺภาเว ภาโว, ตทภาเว จ อภาโว ชรามรณสฺส ชาติยา อุปนิสฺสยตา.
๙๙. โอกาสปริคฺคโหติ ปวตฺติฏฺฐานปริคฺคโห. อุปปตฺติภเว ยุชฺชติ อุปปตฺติกฺขนฺธานํ ยถาวุตฺตฏฺฐานโต อญฺญตฺถ อนุปฺปชฺชนโต. อิธ ปนาติ อิมสฺมึ สุตฺเต ‘‘กามภโว’’ติอาทินา อาคเต อิมสฺมึ ฐาเน. กมฺมภเว ยุชฺชติ กามภวาทิโชตนา วิเสสโต ตสฺส ชาติยา ปจฺจยภาวโตติ. เตนาห ‘‘โส หิ ชาติยา อุปนิสฺสยโกฏิยาว ปจฺจโย’’ติ. นนุ จ อุปปตฺติภโวปิ ชาติยา อุปนิสฺสยวเสน ปจฺจโย โหตีติ? สจฺจํ โหติ, โส ปน น ตถา ปธานภูโต, กมฺมภโว ปน ปธานภูโต ปจฺจโย ชนกภาวโตติ. ‘‘โส หิ ชาติยา’’ติอาทิ วุตฺตํ กามภวูปคํ กมฺมํ กามภโว. เอส นโย รูปารูปภเวสุปิ. โอกาสปริคฺคโหว กโต‘‘กิมฺหิจี’’ติ อิมินา สตฺตปริคฺคหสฺส กตตฺตา.
๑๐๐. ติณฺณมฺปิ กมฺมภวานนฺติ กามกมฺมภวาทีนํ ติณฺณมฺปิ กมฺมภวานํ. ติณฺณญฺจ อุปปตฺติภวานนฺติ กามุปปตฺติภวาทีนํ ติณฺณญฺจ อุปปตฺติภวานํ. ตถา เสสานิปีติ ทิฏฺฐุปาทานาทีนิ เสสุปาทานานิปิ ติณฺณมฺปิ กมฺมภวานํ, ติณฺณญฺจ อุปปตฺติภวานํ ปจฺจโยติ อตฺโถ. อิตีติ เอวํ วุตฺตนเยน. ทฺวาทส กมฺมภวา ทฺวาทส อุปปตฺติภวาติ จตุวีสติภวา เวทิตพฺพา. ยสฺมา กมฺมภวสฺส ปจฺจยภาวมุเขเนว อุปาทานํ อุปปตฺติภวสฺส ปจฺจโย นาม โหติ, น อญฺญถา, ตสฺมา อุปาทานํ กมฺมภวสฺส อุชุกเมว ปจฺจยภาโวติ อาห ‘‘นิปฺปริยาเยเนตฺถ ทฺวาทส กมฺมภวา ลพฺภนฺตี’’ติ. เตสนฺติ กมฺมภวานํ. สหชาตโกฏิยาติ อกุสลสฺส กมฺมภวสฺส สหชาตํ อุปาทานํ สหชาตโกฏิยา, อิตรํ อนนฺตรูปนิสฺสยาทิวเสน อุปนิสฺสยโกฏิยา, กุสลสฺส กมฺมภวสฺส ปน อุปนิสฺสยโกฏิยาว ปจฺจโย. เอตฺถ จ ยถา อญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตาทิปจฺจยานํ สหชาตปจฺจเยน เอกสงฺคหตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สหชาตโกฏิยา’’ติ วุตฺตํ, เอวํ อารมฺมณูปนิสฺสยอนนฺตรูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสยานํ เอกชฺฌํ คหณวเสน ‘‘อุปนิสฺสยโกฏิยา’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๑๐๑. อุปาทานสฺสาติ เอตฺถ กามุปาทานสฺส ตณฺหา อุปนิสฺสยโกฏิยาว ปจฺจโย, เสสุปาทานานํ สหชาตโกฏิยาปิ อุปนิสฺสยโกฏิยาปิ วิญฺญาณาทิ จ เวทนาปริโยสานา วิปากวิธีติ กตฺวา.
๑๐๒. ยทิทํ เวทนาติ เอตฺถ วิปากเวทนาติ ตเมว ตาว อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย อิตรโกฏิยา อสมฺภวโต. อญฺญาติ กุสลากุสลกิริยเวทนา. อญฺญถาปีติ สหชาตโกฏิยาปิ.
๑๐๓. เอตฺตาวตาติ ชรามรณาทีนํ ปจฺจยปรมฺปราทสฺสนวเสน ปวตฺตาย เอตฺตกาย เทสนาย. ปุริมตณฺหนฺติ ปุริมภวสิทฺธํ ตณฺหํ. ‘‘เอส ปจฺจโย ตณฺหาย, ยทิทํ เวทนา’’ติ วตฺวา ตทนนฺตรํ ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺต’’นฺติอาทินา เวทนาย ปจฺจยภูตสฺส ผสฺสสฺส อุทฺธรณํ อญฺเญสุ สุตฺเตสุ อาคตนเยน ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส เทสนามคฺโค, ตํ ปน อโนตริตฺวา สมุทาจารตณฺหาทสฺสนมุเขเนว ตณฺหามูลกธมฺเม เทเสนฺโต อาจิณฺณเทสนามคฺคโต โอกฺกมนฺโต วิย, ตญฺจ เทสนํ ปสฺสโต อปฺปวตฺตนฺติ ปสยฺห พลกฺกาเรน เทเสนฺโต วิย จ โหตีติ อาห ‘‘อิทานี’’ติอาทิ. เทฺว ตณฺหาติ อิธาธิปฺเปตตณฺหา เอว ทฺวิธา ภินฺทนฺโต อาห. เอสนตณฺหาติ โภคานํ ปริเยสนวเสน ปวตฺตตณฺหา. เอสิตตณฺหาติ ปริยิฏฺเฐสุ โภเคสุ อุปฺปชฺชมานตณฺหา. สมุทาจารตณฺหายาติ ปริยุฏฺฐานวเสน ปวตฺตตณฺหาย. ทุวิธาเปสา เวทนํ ปฏิจฺจ ตณฺหา นาม เวทนาปจฺจยา จ อปฺปฏิลทฺธานํ โภคานํ ปฏิลาภาย ปริเยสนา, ลทฺเธสุ จ เตสุปาตพฺยตาปตฺติอาทิ โหตีติ.
ปริตสฺสนวเสน ปริเยสติ เอตายาติ ปริเยสนา. อาสยโต, ปโยคโต จ ปริเยสนา ตถาปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท. เตนาห ‘‘ตณฺหาย สติ โหตี’’ติ. รูปาทิอารมฺมณปฏิลาโภติ สวตฺถุกานํ รูปาทิอารมฺมณานํ คเวสนวเสน, ปวตฺติยํ ปน อปริยิฏฺฐํเยว ลพฺภติ, ตมฺปิ อตฺถโต ปริเยสนาย ลทฺธเมว นาม ตถารูปสฺส กมฺมสฺส ปุพฺเพกตตฺตา เอว ลพฺภนโต. เตนาห ‘‘โส หิ ปริเยสนาย สติ โหตี’’ติ. สุขวินิจฺฉยนฺติ สุขํ วิเสสโต นิจฺฉิโนตีติ สุขวินิจฺฉโย, สุขํ สภาวโต, สมุทยโต, อตฺถงฺคมนโต, นิสฺสรณโต จ ยาถาวโต ชานิตฺวา ปวตฺตญาณํ, ตํ สุขวินิจฺฉยํ. ชญฺญาติ ชาเนยฺย. ‘‘สุภสุข’’นฺติอาทิกํ อารมฺมเณ อภูตาการํ วิวิธํ นินฺนภาเวน นิจฺฉิโนติ อาโรเปตีติ วินิจฺฉโย. อสฺสาทานุปสฺสนตณฺหาทิฏฺฐิยาปิ เอวเมว วินิจฺฉยภาโว เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต วิตกฺโกเยว อาคโตติ โยชนา. อิมสฺมึ ปน สุตฺเตติ สกฺกปญฺหสุตฺเต. (ที. นิ. ๒.๓๕๘) ตตฺถ หิ ‘‘ฉนฺโท โข, เทวานํ อินฺท, วิตกฺกนิทาโน’’ติ อาคตํ. อิธาติ อิมสฺมึ มหานิทานสุตฺเต.‘‘วิตกฺเกเนว วินิจฺฉินาตี’’ติ เอเตน ‘‘วินิจฺฉียติ เอเตนาติ วินิจฺฉโย’’ติ วินิจฺฉย-สทฺทสฺส กรณสาธนมาห. ‘‘เอตฺตก’’นฺติอาทิ วินิจฺฉยนาการทสฺสนํ.
ฉนฺทนฏฺเฐน ฉนฺโท, เอวํ รญฺชนฏฺเฐน ราโค, สฺวายํ อนาเสวนตาย มนฺโท หุตฺวา ปวตฺโต อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ทุพฺพลราคสฺสาธิวจน’’นฺติ. อชฺโฌสานนฺติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน อภินิวิสนํ. ‘‘มยฺหํ อิท’’นฺติ หิ ตณฺหาคาโห เยภุยฺเยน อตฺตคฺคาหสนฺนิสฺสโยว โหติ. เตนาห ‘‘อหํ มม’’นฺติ, ‘‘พลวสนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ จ เตสํ คาหานํ ถิรภาวปฺปตฺติมาห. ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ปริคฺคหกรณนฺติ ‘‘อหํ มม’’นฺติ พลวสนฺนิฏฺฐานวเสน อภินิวิฏฺฐสฺส อตฺตตฺตนิยคฺคาหวตฺถุโน อญฺญาสาธารณํ วิย กตฺวา ปริคฺคเหตฺวา ฐานํ, ตถาปวตฺโต โลภสหคตจิตฺตุปฺปาโท. อตฺตนา ปริคฺคหิตสฺส วตฺถุโน ยสฺส วเสน ปเรหิ สาธารณภาวสฺส อสหมาโน โหติ ปุคฺคโล, โส ธมฺโม อสหนตา. เอวํ วจนตฺถํ วทนฺติ นิรุตฺตินเยน. สทฺทลกฺขเณ ปน ยสฺส ธมฺมสฺส วเสน มจฺฉริยโยคโต ปุคฺคโล มจฺฉโร, ตสฺส ภาโว, กมฺมํ วา มจฺฉริยํ, มจฺเฉโร ธมฺโม. มจฺฉริยสฺส พลวภาวโต อาทเรน รกฺขณํ อารกฺโขติ อาห ‘‘ทฺวาร…เป… สุฏฺฐุ รกฺขณ’’นฺติ. อตฺตโน ผลํ กโรตีติ กรณํ, ยํ กิญฺจิ การณํ, อธิกํ กรณนฺติ อธิกรณํ, วิเสสการณํ. วิเสสการณญฺจ โภคานํ อารกฺขทณฺฑาทานาทิอนตฺถสมฺภวสฺสาติ วุตฺตํ ‘‘อารกฺขาธิกรณ’’นฺติอาทิ. ปรนิเสธนตฺถนฺติ มารณาทินา ปเรสํ วิพาธนตฺถํ. อาทียติ เอเตนาติ อาทานํ, ทณฺฑสฺส อาทานํ ทณฺฑาทานํ, อภิภวิตฺวา ปรวิเหฐนจิตฺตุปฺปาโท. สตฺถาทาเนปิ เอเสว นโย. หตฺถปรามาสาทิวเสน กาเยน กาตพฺพกลโห กายกลโห. มมฺมฆฏฺฏนาทิวเสน วาจาย กาตพฺพกลโห วาจากลโห. วิรุชฺฌนวเสน วิรูปํ คณฺหาติ เอเตนาติ วิคฺคโห. วิรุทฺธํ วทติ เอเตนาติ วิวาโท. ตุวํ ตุวนฺติ อคารววจนสหจรณโต ตุวํ ตุวํ, สพฺเพเต ตถาปวตฺตา โทสสหคตจิตฺตุปฺปาทา เวทิตพฺพา. เตนาห ภควา ‘‘อเนเก ปาปกา อกุสลา ธมฺมา สมฺภวนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๐๔).
๑๑๒. เทสนํ นิวตฺเตสีติ ‘‘ตณฺหํ ปฏิจฺจ ปริเยสนา’’ติอาทินา อนุโลมนเยน ปวตฺติตํ เทสนํ ปฏิโลมนเยน ปุน ‘‘อารกฺขาธิกรณ’’นฺติ อารภนฺโต นิวตฺเตสิ. ปญฺจกามคุณิกราควเสนาติ อารมฺมณภูตา ปญฺจ กามคุณา เอตสฺส อตฺถีติ ปญฺจกามคุณิโก, ตตฺถ รญฺชนวเสน อภิรมณวเสน ปวตฺตราโค, ตสฺส วเสน อุปฺปนฺนา รญฺชนวเสน ตณฺหายนวเสน ปวตฺตา รูปาทิตณฺหาว กาเมสุ ตณฺหาติ กามตณฺหา. ภวติ อตฺถิ สพฺพกาลํ ติฏฺฐตีติ ปวตฺตา ภวทิฏฺฐิ อุตฺตรปทโลเปน ภโว, ตํสหคตา ตณฺหา ภวตณฺหา. วิภวติ วินสฺสติ อุจฺฉิชฺชตีติ ปวตฺตา วิภวทิฏฺฐิ วิภโว อุตฺตรปทโลเปน, ตํสหคตา ตณฺหา วิภวตณฺหาติ อาห ‘‘สสฺสตทิฏฺฐี’’ติอาทิ. อิเม เทฺว ธมฺมาติ ‘‘เอส ปจฺจโย อุปาทานสฺส, ยทิทํ ตณฺหา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๐๑) เอวํ วุตฺตา วฏฺฏมูลตณฺหา จ ‘‘ตณฺหํ ปฏิจฺจ ปริเยสนา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๐๓) เอวํ วุตฺตา สมุทาจารตณฺหา จาติ อิเม เทฺว ธมฺมา. วฏฺฏมูลสมุทาจารวเสนาติ วฏฺฏมูลวเสน เจว สมุทาจารวเสน จ. ทฺวีหิ โกฏฺฐาเสหีติ ทฺวีหิ ภาเคหิ. ทฺวีหิ อวยเวหิ สโมสรนฺติ นิพฺพตฺตนวเสน สมํ วตฺตนฺติ อิโตติ สโมสรณํ, ปจฺจโย, เอกํ สโมสรณํ เอตาสนฺติ เอกสโมสรณา. เกน ปน เอกสโมสรณาติ อาห ‘‘เวทนายา’’ติ. เทฺวปิ หิ ตณฺหา เวทนาปจฺจยา เอวาติ. เตนาห ‘‘เวทนาปจฺจเยน เอกปจฺจยา’’ติ. ตโต ตโต โอสริตฺวา อาคนฺตฺวา สมวสนฏฺฐานํ โอสรณ สโมสรณํ. เวทนาย สมํ สห เอกสฺมึ อารมฺมเณ โอสรณกปวตฺตนกา เวทนา สโมสรณาติ อาห ‘‘อิทํ สหชาตสโมสรณํ นามา’’ติ.
๑๑๓. สพฺเพติ อุปฺปตฺติทฺวารวเสน ภินฺทิตฺวา วุตฺตา สวิปากผสฺสา เอว วิญฺญาณาทิ เวทนาปริโยสานา วิปากวิถีติ กตฺวา. ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา นาม วฏฺฏกถาติ อาห ‘‘ฐเปตฺวา จตฺตาโร โลกุตฺตรวิปากผสฺเส’’ติ. พหุธาติ พหุปฺปกาเรน. อยญฺหิ ปญฺจทฺวาเร จกฺขุปสาทาทิวตฺถุกานํ ปญฺจนฺนํ เวทนานํ จกฺขุสมฺผสฺสาทิโก ผสฺโส สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากอาหารสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน อฏฺฐธา ปจฺจโย โหติ. เสสานํ ปน เอเกกสฺมึ ทฺวาเร สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณตทารมฺมณวเสน ปวตฺตานํ กามาวจรวิปากเวทนานํ จกฺขุสมฺผสฺสาทิโก ผสฺโส อุปนิสฺสยวเสน เอกธาว ปจฺจโย โหติ. มโนทฺวาเรปิ ตทารมฺมณวเสน ปวตฺตานํ กามาวจรวิปากเวทนานํ สหชาตมโนสมฺผสฺโส ตเถว อฏฺฐธา ปจฺจโย โหติ, ตถา ปฏิสนฺธิภวงฺคจุติวเสน ปวตฺตานํ เตภูมกวิปากเวทนานํ. ยา ปน ตา มโนทฺวาเร ตทารมฺมณวเสน ปวตฺตา กามาวจรเวทนา, ตาสํ มโนทฺวาราวชฺชนสมฺปยุตฺโต มโนสมฺผสฺโส อุปนิสฺสยวเสน เอกธาว ปจฺจโย โหตีติ เอวํ ผสฺโส พหุธา เวทนาย ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺพํ.
๑๑๔. เวทนาทีนนฺติ เวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณานํ. อสทิสภาวาติ อนุภวนสญฺชานนาภิสงฺขรณวิชานนภาวา. เต หิ อญฺญมญฺญวิธุเรน เวทยิตาทิรูเปน อากิริยนฺติ ปญฺญายนฺตีติ อาการาติ วุจฺจนฺติ. เตเยวาติ เวทนาทีนํ เต เอว เวทยิตาทิอาการา. สาธุกํ ทสฺสิยมานาติ สกฺกจฺจํ ปจฺจกฺขโต วิย ปกาสิยมานา. ตํ ตํ ลีนมตฺถํ คเมนฺตีติ ‘‘อรูปฏฺโฐ อารมฺมณาภิมุขนมนฏฺโฐ’’ติ เอวมาทิกํ ตํ ตํ ลีนํ อปากฏมตฺถํ คเมนฺติ ญาเปนฺตีติ ลิงฺคานิ. ตสฺส ตสฺส สญฺชานนเหตุโตติ ตสฺส ตสฺส อรูปฏฺฐาทิกสฺส สลฺลกฺขณสฺส การณตฺตา. นิมียนฺติ อนุมียนฺติ เอเตหีติ นิมิตฺตานิ. ตถา ตถา อรูปภาวาทิปฺปกาเรน, เวทยิตาทิปฺปกาเรน จ อุทฺทิสิตพฺพโต กเถตพฺพโต อุทฺเทสา. ตสฺมาติ ‘‘อสทิสภาวา’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ การณภาเวน ปจฺจามสติ. ยสฺมา เวทนาทีนํ อญฺญมญฺญอสทิสภาวา ยถาวุตฺเตนตฺเถน อาการาทโย, ตสฺมา อยํ อิทานิ วุจฺจมาโน เอตฺถ ปาฬิปเท อตฺโถ.
นามสมูหสฺสาติ อารมฺมณาภิมุขํ นมนฏฺเฐน ‘‘นาม’’นฺติ ลทฺธสมญฺญสฺส เวทนาทิจตุกฺขนฺธสงฺขาตสฺส อรูปธมฺมปุญฺชสฺส. ปญฺญตฺตีติ ‘‘นามกาโย อรูปกลาโป อรูปิโน ขนฺธา’’ติอาทิกา ปญฺญาปนา โหติ. เจตนาปธานตฺตา สงฺขารกฺขนฺธธมฺมานํ ‘‘สงฺขารานํ เจตนากาเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถา หิ สุตฺตนฺตภาชนีเย สงฺขารกฺขนฺธวิภชเน ‘‘ยา เจตนา สญฺเจตนา สญฺเจตยิตตฺต’’นฺติ (วิภ. ๒๔๙ อภิธมฺมภาชนีเย) เจตนาว นิทฺทิฏฺฐา. อสตีติ อสนฺเตสุ. วจนวิปลฺลาเสน หิ เอวํ วุตฺตํ. จตฺตาโร ขนฺเธ วตฺถุํ กตฺวาติ เวทนา สญฺญา จิตฺตํ เจตนาทโยติ อิเม จตุกฺขนฺธสญฺญิเต นิสฺสยปจฺจยภูเต ธมฺเม วตฺถุํ กตฺวา. อยญฺจ นโย ปญฺจทฺวาเรปิ สมฺภวตีติ ‘‘มโนทฺวาเร’’ติ วิเสสิตํ. อธิวจนสมฺผสฺสเววจโนติ อธิวจนมุเขน ปญฺญตฺติมุเขน คเหตพฺพตฺตา ‘‘อธิวจนสมฺผสฺโส’’ติ ลทฺธนาโม. โสติ มโนสมฺผสฺโส. ปญฺจโวกาเร จ หทยวตฺถุํ นิสฺสาย ลพฺภนโต รูปกาเย ปญฺญายเตว, อยํ ปน นโย อิธ น อิจฺฉิโต เวทนาทิปฏิกฺเขปวเสน อสมฺภวปริยายสฺส โชติตตฺตาติ ‘‘ปญฺจปสาเท วตฺถุํ กตฺวา อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. น หิ เวทนาสนฺนิสฺสเยน วินา ปญฺจปสาเท วตฺถุํ กตฺวา มโนสมฺผสฺสสฺส สมฺภโว อตฺถิ. อุปฺปตฺติฏฺฐาเน อสติ อนุปฺปตฺติฏฺฐานโต ผลสฺส อุปฺปตฺติ นาม กทาจิปิ นตฺถีติ อิมมตฺถํ ยถาธิคตสฺส อตฺถสฺส นิทสฺสนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘อมฺพรุกฺเข’’ติอาทิมาห. รูปกายโตติ เกวลํ รูปกายโต. ตสฺสาติ มโนสมฺผสฺสสฺส.
วิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิภูตตรา วิสทิสุปฺปตฺติ, ตสฺมึ วา สติ อตฺตโน สนฺตาเน วิชฺชมานสฺเสว วิสทิสุปฺปตฺติเหตุภาโว รุปฺปนากาโร. โส เอว รุปฺปนากาโร วตฺถุสปฺปฏิฆาทิกํ ตํ ตํ ลีนมตฺถํ คเมตีติ ลิงฺคํ. ตสฺส ตสฺส สญฺชานนเหตุโต นิมิตฺตํ. ตถา ตถา อุทฺทิสิตพฺพโต อุทฺเทโสติ เอวเมตฺถ อาการาทโย อตฺถโต เวทิตพฺพา. วตฺถารมฺมณานํ อญฺญมญฺญปฏิหนนํ ปฏิโฆ, ตโต ปฏิฆโต ชาโต ปฏิฆสมฺผสฺโส. เตนาห ‘‘สปฺปฏิฆ’’นฺติอาทิ. นามกายโตติ เกวลํ นามกายโต. ตสฺสาติ ปฏิฆสมฺผสฺสสฺส. เสสํ ปฐมปเญฺห วุตฺตนยเมว.
อุภยวเสนาติ นามกาโย รูปกาโยติ อุภยสนฺนิสฺสยสฺส อธิวจนสมฺผสฺโส ปฏิฆสมฺผสฺโสติ อุภยสมฺผสฺสสฺส วเสน.
วิสุํ วิสุํ ปจฺจยํ ทสฺเสตฺวาติ พฺยติเรกมุเขน ปจฺเจกํ นามกายรูปกายสญฺญิตํ ปจฺจยํ ทสฺเสตฺวา. เตสนฺติ ผสฺสานํ. อวิเสสโตติ วิเสสํ อกตฺวา สามญฺญโต. ทสฺเสตุนฺติ พฺยติเรกมุเขเนว ทสฺเสตุํ. เอเสว เหตูติ เอส ฉสุปิ ทฺวาเรสุ ปวตฺโต นามรูปสงฺขาโต เหตุ ยถารหํ ทฺวินฺนมฺปิ ผสฺสานํ. อิทานิ ตํ ยถารหํ ปวตฺตึ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขุทฺวาราทีสุ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
สมฺปยุตฺตกา ขนฺธาติ ผสฺเสน สมฺปยุตฺตา เวทนาทโย ขนฺธา. อาวชฺชนสฺสาปิ สมฺปยุตฺตกฺขนฺธคฺคหเณเนเวตฺถ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ ตทวินาภาวโต. ปรโต มโนสมฺผสฺเสปิ เอเสว นโย. ปญฺจวิโธปีติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิวเสน ปญฺจวิโธปิ. โส ผสฺโสติ ปฏิฆสมฺผสฺโส. พหุธาติ พหุปฺปกาเรน. ตถา หิ วิปากนามํ วิปากสฺส อเนกเภทสฺส มโนสมฺผสฺสสฺส สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน สตฺตธา ปจฺจโย โหติ. ยํ ปเนตฺถ อาหารกิจฺจํ, ตํ อาหารปจฺจยวเสน. ยํ อินฺทฺริยกิจฺจํ, ตํ อินฺทฺริยปจฺจยวเสน ปจฺจโย โหติ. อวิปากํ ปน นามํ อวิปากสฺส มโนสมฺผสฺสสฺส ฐเปตฺวา วิปากปจฺจยํ อิตเรสํ วเสน ปจฺจโย โหติ. รูปํ ปน จกฺขายตนาทิเภทํ จกฺขุสมฺผสฺสาทิกสฺส ปญฺจวิธสฺส ผสฺสสฺส นิสฺสยปุเรชาตอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน ฉธา ปจฺจโย โหติ. รูปายตนาทิเภทํ ตสฺส ปญฺจวิธสฺส อารมฺมณปุเรชาตอตฺถิอวิคตวเสน จตุธา ปจฺจโย โหติ. มโนสมฺผสฺสสฺส ปน ตานิ รูปายตนาทีนิ, ธมฺมารมฺมณญฺจ ตถา จ อารมฺมณปจฺจยมตฺเตเนว ปจฺจโย โหติ. วตฺถุรูปํ ปน มโนสมฺผสฺสสฺส นิสฺสยปุเรชาตวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน ปญฺจธา ปจฺจโย โหติ. เอวํ นามรูปํ อสฺส ผสฺสสฺส พหุธา ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺพํ.
๑๑๕. ปฐมุปฺปตฺติยํ วิญฺญาณํ นามรูปสฺส วิเสสปจฺจโยติ อิมมตฺถํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘มาตุกุจฺฉิมฺหิ น โอกฺกมิสฺสถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คพฺภเสยฺยกปฏิสนฺธิ หิ พาหิรโต มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมนฺตสฺส วิย โหนฺตีปิ อตฺถโต ยถาปจฺจยํ ขนฺธานํ ตตฺถ ปฐมุปฺปตฺติเยว. เตนาห ‘‘ปวิสิตฺวา…เป… น วตฺติสฺสถา’’ติ. สุทฺธนฺติ เกวลํ วิญฺญาเณน อมิสฺสิตํ วิรหิตํ. ‘‘อวเสส’’นฺติ อิทํ นามาเปกฺขํ, ตสฺมา อวเสสํ นามรูปนฺติ อิมํ วิญฺญาณํ ฐเปตฺวา อวเสสํ นามรูปํ วาติ อตฺโถ. ปฏิสนฺธิวเสน โอกฺกนฺตนฺติ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน, มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมนฺตสฺส วา ปฐมาวยวภาเวน โอติณฺณํ. โวกฺกมิสฺสถาติ สนฺตติวิจฺเฉทํ วินาสํ อุปคมิสฺสถ, ตํ ปน มรณํ นาม โหตีติ อาห ‘‘จุติวเสนา’’ติ. อสฺสาติ วิญฺญาณสฺส, ตญฺจ โข วิญฺญาณสามญฺญวเสน วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ตสฺเสว จิตฺตสฺส นิโรเธนา’’ติ, ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺเสว นิโรเธนาติ อตฺโถ. ตโตติ ปฏิสนฺธิจิตฺตโต. ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส, ตโต ทุติยตติยจิตฺตานํ วา นิโรเธน จุติ น โหตีติ วุตฺตมตฺถํ ยุตฺติโต วิภาเวตุํ ‘‘ปฏิสนฺธิจิตฺเตน หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตสฺมึ อนฺตเรติ เอตสฺมึ โสฬสจิตฺตกฺขเณ กาเล. อนฺตราโย นตฺถีติ เอตฺถ ทารกสฺส ตาว มรณนฺตราโย มา โหตุ ตทา จุติจิตฺตสฺส อสมฺภวโต, มาตุ ปน กถํ ตทา มรณนฺตรายาภาโวติ? ตํ ตํ กาลํ อนติกฺกมิตฺวา ตทนฺตเรเยว จวนธมฺมาย คพฺภคฺคหณสฺเสว อสมฺภวโต. เตนาห ‘‘อยญฺหิ อโนกาโส นามา’’ติ, จุติยาติ อธิปฺปาโย.
ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺฐิตรูปานีติ โอกฺกนฺติกฺขเณ อุปฺปนฺนกมฺมชรูปานิ วทติ. ตานิ หิ นิปฺปริยายโต ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺฐิตรูปานิ นาม, น อุตุสมุฏฺฐานานิ ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส อุปฺปาทโต ปจฺฉา สมุฏฺฐิตตฺตา. จิตฺตชาหารชานํ ปน ตทา อสมฺภโว เอว. ยานิ ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺฐิตรูปานิ, ตานิ ติวิธานิ ตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ สมุฏฺฐิตานิ, ฐิติกฺขเณ สมุฏฺฐิตานิ, ภงฺคกฺขเณ สมุฏฺฐิตานีติ. เตสุ อุปฺปาทกฺขเณ สมุฏฺฐิตานิ สตฺตรสมสฺส ภวงฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิรุชฺฌนฺติ, ฐิติกฺขเณ สมุฏฺฐิตานิ ฐิติกฺขเณ นิรุชฺฌนฺติ, ภงฺคกฺขเณ สมุฏฺฐิตานิ ภงฺคกฺขเณ นิรุชฺฌนฺติ. ตตฺถ ‘‘ภญฺชมาโน ธมฺโม ภญฺชมานสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโย โหตี’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ, อุปฺปาเท, ปน ฐิติยญฺจ น น สกฺกาติ ‘‘สตฺตรสมสฺส ภวงฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ, ฐิติกฺขเณ จ ธรนฺตานํ วเสน ตสฺส ปจฺจยมฺปิ ทาตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ วุตฺตํ. รูปกายูปตฺถมฺภิตสฺเสว หิ นามกายสฺส ปญฺจโวกาเร ปวตฺตีติ. เตหิ รูปธมฺเมหิ ตสฺส จิตฺตสฺส พลวตรํ สนฺธายาห ‘‘สตฺตรสมสฺส…เป… ปวตฺติ ปวตฺตตี’’ติ. ปเวณี ฆฏิยตีติ อฏฺฐจตฺตาลีสกมฺมชสฺส รูปปเวณี สมฺพนฺธา หุตฺวา ปวตฺตติ. ปฐมญฺหิ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ, ตโต ยาว โสฬสมํ ภวงฺคจิตฺตํ, เตสุ เอเกกสฺส อุปฺปาทฐิติภงฺควเสน ตโย ตโย ขณา. ตตฺถ เอเกกสฺส จิตฺตสฺส ตีสุ ตีสุ ขเณสุ สมตึส สมตึส กมฺมชรูปานิ อุปฺปชฺชนฺติ. อิติ โสฬสติกา อฏฺฐจตฺตาลีสํ โหนฺติ. เอส นโย ตโต ปเรสุปิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อฏฺฐจตฺตาลีสกมฺมชสฺส รูปปเวณี สมฺพนฺธา หุตฺวา ปวตฺตตี’’ติ. สเจ ปน น สกฺโกนฺตีติ ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺฐิตรูปานิ สตฺตรสมสฺส ภวงฺคสฺส ปจฺจยํ ทาตุํ สเจ น สกฺโกนฺติ. ยทิ หิ ปฏิสนฺธิจิตฺตโต สตฺตรสมํ จุติจิตฺตํ สิยา, ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส ฐิติภงฺคกฺขเณสุปิ กมฺมชรูปํ น อุปฺปชฺเชยฺย, ปเคว ภวงฺคจิตฺตกฺขเณสุ. ตถา สติ นตฺเถว ตสฺส จิตฺตสฺส ปจฺจยลาโภติ ปวตฺติ นปฺปวตฺตติ, ปเวณี น ฆฏิยเตว, อญฺญทตฺถุ วิจฺฉิชฺชติ. เตนาห ‘‘โวกฺกมติตินาม โหตี’’ติอาทิ.
อิตฺถตฺตายาติ อิตฺถํปการตาย. ยาทิโส คพฺภเสยฺยกสฺส อตฺตภาโว, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ตสฺส จ ปญฺจกฺขนฺธา อนูนา เอว โหนฺตีติ อาห ‘‘เอวํ ปริปุณฺณปญฺจกฺขนฺธภาวายา’’ติ. อุปจฺฉิชฺชิสฺสถาติ สนฺตานวิจฺเฉเทน วิจฺฉินฺเทยฺย. สุทฺธํ นามรูปเมวาติ วิญฺญาณวิรหิตํ เกวลํ นามรูปเมว. อวยวานํ ปาริปูริ วุฑฺฒิ. ถิรภาวปฺปตฺติ วิรูฬฺหิ. มหลฺลกภาวปฺปตฺติ เวปุลฺลํ. ตานิ จ ยถากฺกมํ ปฐมาทิวยวเสน โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘ปฐมวยวเสนา’’ติอาทิ. วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ, เตน วสฺสสหสฺสทฺวยาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
วิญฺญาณเมวาติ นิยมวจนํ, อิโต พาหิรกปฺปิตสฺส อตฺตโน, อิสฺสราทีนญฺจ ปฏิกฺเขปปทํ, น อวิชฺชาทิผสฺสาทิปฏิกฺเขปปทํ ปฏิโยคีนิวตฺตนปทตฺตา อวธารณสฺส. เตนาห ‘‘เอเสว เหตู’’ติอาทิ. อยญฺจ นโย เหฏฺฐาปิ สพฺพปเทสุ ยถารหํ วตฺตพฺโพ. อิทานิ วิญฺญาณเมว นามรูปสฺส ปธานการณนฺติ อิมมตฺถํ โอปมฺมวเสน วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปจฺเจกํ วิย สมุทิตสฺสาปิ นามรูปสฺส วิญฺญาเณน วินา อตฺตกิจฺจาสมตฺถตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตฺวํ นามรูปํ นามา’’ติ เอกชฺฌํ คหณํ. ปุเรจาริเกติ ปุพฺพงฺคเมว. วิญฺญาณญฺหิ สหชาตธมฺมานํ ปุพฺพงฺคมํ. เตนาห ภควา ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ. (ธ. ป. ๑; เนตฺติ. ๙๐, ๙๒; เปฏโก. ๑๓, ๘๓) พหุธาติ อเนกปฺปกาเรน ปจฺจโย โหติ.
กถํ? วิปากนามสฺส หิ ปฏิสนฺธิยํ อญฺญํ วา วิญฺญาณํ สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากอาหารอินฺทฺริยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ นวธา ปจฺจโย โหติ. วตฺถุรูปสฺส ปฏิสนฺธิยํ สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากอาหารอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ นวธา ปจฺจโย โหติ. ฐเปตฺวา ปน วตฺถุรูปํ เสสรูปสฺส อิเมสุ นวสุ อญฺญมญฺญปจฺจยํ อปเนตฺวา เสเสหิ อฏฺฐหิ ปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหติ. อภิสงฺขารวิญฺญาณํ ปน อสญฺญสตฺตรูปสฺส, ปญฺจโวกาเร วา กมฺมชสฺส สุตฺตนฺติกปริยายโต อุปนิสฺสยวเสน เอกธาว ปจฺจโย โหติ. อวเสสญฺหิ ปฐมภวงฺคโต ปภุติ สพฺพมฺปิ วิญฺญาณํ ตสฺส นามรูปสฺส ยถารหํ ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺพํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน ปจฺจยนเย ทสฺสิยมาเน สพฺพาปิ มหาปกรณกถา อาเนตพฺพา โหตีติ น วิตฺถาริตา. กถํ ปเนตํ ปจฺเจตพฺพํ ‘‘ปฏิสนฺธินามรูปํ วิญฺญาณปจฺจยา โหตี’’ติ? สุตฺตโต, ยุตฺติโต จ. ปาฬิยญฺหิ ‘‘จิตฺตานุปริวตฺติโน ธมฺมา’’ติอาทินา (ธ. ส. มาติกา ๖๒) นเยน พหุธา เวทนาทีนํ วิญฺญาณปจฺจยตา อาคตา. ยุตฺติโต ปน อิธ จิตฺตเชน รูเปน ทิฏฺเฐน อทิฏฺฐสฺสาปิ รูปสฺส วิญฺญาณํ ปจฺจโย โหตีติ วิญฺญายติ. จิตฺเตหิ ปสนฺเน, อปฺปสนฺเน วา ตทนุรูปานิ รูปานิ อุปฺปชฺชมานานิ ทิฏฺฐานิ, ทิฏฺเฐน จ อทิฏฺฐสฺส อนุมานํ โหตีติ. อิมินา อิธ ‘‘ทิฏฺเฐน จิตฺตชรูเปน อทิฏฺฐสฺสาปิ ปฏิสนฺธิรูปสฺส วิญฺญาณํ ปจฺจโย โหตี’’ติ ปจฺเจตพฺพเมตํ. กมฺมสมุฏฺฐานสฺสาปิ หิ รูปสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานสฺส วิย วิญฺญาณปจฺจยตา ปฏฺฐาเน อาคตาติ.
๑๑๖. อิธ สมุทย-สทฺโท สมุทาย-สทฺโท วิย สมูหปริยาโยติ อาห ‘‘ทุกฺขราสิสมฺภโว’’ติ. เอกโกติ อสหาโย ราชปริสารหิโต. ปสฺเสยฺยาม เต ราชภาวํ อเมฺหหิ วินาติ อธิปฺปาโย. ยถารหํ ปริสํ รญฺเชตีติ หิ ราชา. อตฺถโตติ อตฺถสิทฺธิโต อวทนฺตมฺปิ วทติ วิย. ‘‘หทยวตฺถุ’’นฺติ อิมินาว ตนฺนิสฺสโยปิ คหิโต วาติ ทฏฺฐพฺพํ. อานนฺตริยภาวโต นิสฺสยนิสฺสโยปิ ‘‘นิสฺสโย’’ เตฺวว วุจฺจตีติ. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ นาม ภเวยฺยาสิ, เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปสฺเสยฺยามา’’ติอาทิ. พหุธาติ อเนกธา ปจฺจโย โหติ. กถํ? นามํ ตาว ปฏิสนฺธิยํ สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ สตฺตธา วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหตีติ. กิญฺจิ ปเนตฺถ เหตุปจฺจเยน, กิญฺจิ อาหารปจฺจเยนาติ เอวํ อญฺญถาปิ ปจฺจโย โหติ. อวิปากํ ปน นามํ ยถาวุตฺเตสุ ปจฺจเยสุ ฐเปตฺวา วิปากปจฺจยํ อิตเรหิ ฉหิ ปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหติ. กิญฺจิ ปเนตฺถ เหตุปจฺจเยน, กิญฺจิ อาหารปจฺจเยนาติ อญฺญถาปิ ปจฺจโย โหติ, ตญฺจ โข ปวตฺติยํเยว, น ปฏิสนฺธิยํ. รูปโต ปน หทยวตฺถุ ปฏิสนฺธิยํ วิญฺญาณสฺส สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปฺปยุตฺตอตฺถิ อวิคตปจฺจเยหิ ฉธาว ปจฺจโย โหติ. ปวตฺติยํ ปน สหชาตอญฺญมญฺญปจฺจยวชฺชิเตหิ ปญฺจหิ ปุเรชาตปจฺจเยน สห เตเหว ปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหติ. จกฺขายตนาทิเภทํ ปน ปญฺจวิธมฺปิ รูปํ ยถากฺกมํ จกฺขุวิญฺญาณาทิเภทสฺส วิญฺญาณสฺส นิสฺสยปุเรชาตอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหตีติ เอวํ นามรูปํ วิญฺญาณสฺส พหุธา ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺพํ.
ยฺวายมนุกฺกเมน วิญฺญาณสฺส นามรูปํ, ปฏิสนฺธินามรูปสฺส, จ วิญฺญาณํ ปติ ปจฺจยภาโว, โส กทาจิ วิญฺญาณสฺส สาติสโย, กทาจิ นามรูปสฺส, กทาจิ อุภินฺนํ สทิโสติ ติวิโธปิ โส ‘‘เอตฺตาวตา’’ติ ปเทน เอกชฺฌํ คหิโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิญฺญาเณ…เป… ปวตฺเตสู’’ติ วตฺวา ปุน ยมิทมฺปิ วิญฺญาณํ นามรูปสญฺญิตานํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อญฺญมญฺญนิสฺสเยน ปวตฺตานํ เอตฺตเกน สพฺพา สํสารวฏฺฏปฺปวตฺตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตฺตเกน…เป… ปฏิสนฺธิโย’’ติ อาห. ตตฺถ เอตฺตเกนาติ เอตฺตเกเนว, น อิโต อญฺเญน เกนจิ การกเวทกสภาเวน อตฺตนา, อิสฺสราทินา วาติ อตฺโถ. อนฺโตคธาวธารณเญฺหตํ ปทํ.
วจนมตฺตเมว อธิกิจฺจาติ ทาสาทีสุ สิริวฑฺฒกาทิ-สทฺทา วิย อตถตฺตา วจนมตฺตเมว อธิการํ กตฺวา ปวตฺตสฺส. เตนาห ‘‘อตฺถํ อทิสฺวา’’ติ. โวหารสฺสาติ โวหรณมตฺตสฺส. ปโถติ ปวตฺติมคฺโค ปวตฺติยา วิสโย. ยสฺมา สรณกิริยาวเสน ปุคฺคโล ‘‘สโต’’ติ วุจฺจติ, สมฺปชานนกิริยาวเสน ‘‘สมฺปชาโน’’ติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘การณาปเทสวเสนา’’ติ. การณํ นิทฺธาเรตฺวา อุตฺติ นิรุตฺตีติ. เอกเมว อตฺถํ ‘‘ปณฺฑิโต’’ติอาทินา ปการโต ญาปนโต ‘‘ปญฺญตฺตี’’ติ วทนฺติ. โส เอว หิ ‘‘ปณฺฑิโต’’ติ จ ‘‘พฺยตฺโต’’ติ จ ‘‘เมธาวี’’ติ จ ปญฺญาปียตีติ. ปณฺฑิจฺจปฺปการโต ปน ปณฺฑิโต, เวยฺยตฺติยปฺปการโต พฺยตฺโตติ ปญฺญาปียตีติ เอวํ ปการโต ปญฺญาปนโต ปญฺญตฺติ. ยสฺมา อิธ อธิวจนนิรุตฺติปญฺญตฺติปทานิ สมานตฺถานิ. สพฺพญฺจ วจนํ อธิวจนาทิภาวํ ภชติ, ตสฺมา เกสุจิ วจนวิเสเสสุ วิเสเสน ปวตฺเตหิ อธิวจนาทิสทฺเทหิ สพฺพานิ วจนานิ ปญฺญตฺติอตฺถปฺปกาสนสามญฺเญน วุตฺตานีติ อิมินา อธิปฺปาเยน อยมตฺถโยชนา กตาติ เวทิตพฺพา.
อถ วา อธิ-สทฺโท อุปริภาเว, อุปริ วจนํ อธิวจนํ. กสฺส อุปริ? ปกาเสตพฺพสฺส อตฺถสฺสาติ ปากโฏ ยมตฺโถ. อธีนํ วา วจนํ อธิวจนํ. เกน อธีนํ? อตฺเถน. ตถา ตํตํอตฺถปฺปกาเสน นิจฺฉิตํ, นิยตํ วา วจนํ นิรุตฺติ. ปถวีธาตุปุริสาทิตํตํปกาเรน ญาปนโต ปญฺญตฺตีติ เอวํ อธิวจนาทิปทานํ สพฺพวจเนสุ ปวตฺติ เวทิตพฺพา, อญฺญถา สิริวฑฺฒกธนวฑฺฒกปฺปการานเมว นิรุตฺติตา, ‘‘ปณฺฑิโต วิยตฺโต’’ติ เอวํ ปการานเมว เอกเมว อตฺถํ เตน เตน ปกาเรน ญาเปนฺตานํ ปญฺญตฺติตา จ อาปชฺเชยฺยาติ. เอวํ ตีหิปิ นาเมหิ วุตฺตสฺส โวหารสฺส ปวตฺติมคฺโคปิ สห วิญฺญาเณน นามรูปนฺติ เอตฺตาวตาว อิจฺฉิตพฺโพ. เตนาห ‘‘อิตี’’ติอาทิ. ปญฺญาย อวจริตพฺพนฺติ ปญฺญาย ปวตฺติตพฺพํ, เญยฺยนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ชานิตพฺพ’’นฺติ. วฏฺฏนฺติ กิเลสวฏฺฏํ, กมฺมวฏฺฏํ, วิปากวฏฺฏนฺติ ติวิธมฺปิ วฏฺฏํ. วตฺตตีติ ปวตฺตติ. ตยิทํ ‘‘ชาเยถา’’ติอาทินา ปญฺจหิ ปเทหิ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส นิคมนวเสน วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน อิตฺถีติปุริสาติอาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. นามปญฺญตฺตตฺถายาติ ขนฺธาทิผสฺสาทิสตฺตาทิอิตฺถาทินามสฺส ปญฺญาปนตฺถาย. วตฺถุปิ เอตฺตาวตาว. เตนาห ‘‘ขนฺธปญฺจกมฺปิ เอตฺตาวตาว ปญฺญายตี’’ติ. เอตฺตาวตา เอตฺตเกน, สห วิญฺญาเณน นามรูปปฺปวตฺติยาติ อตฺโถ.