อตฺตสมนุปสฺสนาวณฺณนา

๑๒๑. ทิฏฺฐิวเสน สมนุปสฺสิตฺวา, น ญาณวเสน. สา จ สมนุปสฺสนา อตฺถโต ทิฏฺฐิทสฺสนวเสน.

‘‘เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ เอวํ อาคตา เวทนากฺขนฺธวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺฐิ. อิฏฺฐาทิเภทํ อารมฺมณํ น ปฏิสํเวเทตีติ อปฺปฏิสํเวทโนติ เวทกภาวปฏิกฺเขปมุเขน สญฺชานนาทิภาโวปิ ปฏิกฺขิตฺโต โหติ ตทวินาภาวโตติ อาห ‘‘อิมินา รูปกฺขนฺธวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺฐิ กถิตา’’ติ. ‘‘อตฺตา เม เวทิยตี’’ติ อิมินา อปฺปฏิสํเวทนตฺตํ ปฏิกฺขิปติ. เตนาห ‘‘โนปิ อปฺปฏิสํเวทโน’’ติ. ‘‘เวทนาธมฺโม’’ติ ปน อิมินา ‘‘เวทนา เม อตฺตา’’ติ อิมํ วาทํ ปฏิกฺขิปติ. เวทนาสงฺขาโต ธมฺโม เอตสฺส อตฺถีติ หิ เวทนาธมฺโมติ เวทนาย สมนฺนาคตภาวํ ตสฺส ปฏิชานาติ. เตนาห ‘‘เอตสฺส จ เวทนาธมฺโม อวิปฺปยุตฺตสภาโว’’ติ. สญฺญาสงฺขารวิญฺญาณกฺขนฺธวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺฐิ กถิตาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ‘‘เวทนาสมฺปยุตฺตตฺตา เวทิยตี’’ติ ตํสมฺปโยคโต ตํกิจฺจกตมาห ยถา เจตนาโยคโต เจตโน ปุริโสติ. สพฺเพสมฺปิ ตํ สารมฺมณธมฺมานํ อารมฺมณานุภวนํ ลพฺภเตว, ตญฺจ โข เอกเทสโต ผุฏฺฐตามตฺตโต, เวทนาย ปน วิสฺสวิตาย สามิภาเวน อารมฺมณรสานุภวนนฺติ. ตสฺสา วเสน สญฺญาทโยปิ ตํสมฺปยุตฺตตฺตา ‘‘เวทิยตี’’ติ วุจฺจนฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ อฏฺฐสาลินิยํ ‘‘อารมฺมณรสานุภวนฏฺฐานํ ปตฺวา เสสสมฺปยุตฺตธมฺมา เอกเทสมตฺตกเมว อนุภวนฺตี’’ติ, (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ ธมฺมุทฺเทสกถา) ราชสูทนิทสฺสเนน วายมตฺโถ ตตฺถ วิภาวิโต เอว. เอตสฺสาติ สญฺญาทิกฺขนฺธตฺตยสฺส. ‘‘อวิปฺปยุตฺตสภาโว’’ติ อิมินา อวิสํโยคชนิตํ กญฺจิ วิเสสํ ฐานํ ทีเปติ.

๑๒๒. ตตฺถาติ เตสุ วาเรสุ. ตีสุ ทิฏฺฐิคติเกสูติ ‘‘เวทนา เม อตฺตา’’ติ, ‘‘อปฺปฏิสํเวทโน เม อตฺตา’’ติ, ‘‘เวทนาธมฺโม เม อตฺตา’’ติ จ เอวํวาเทสุ ตีสุ ทิฏฺฐิคติเกสุ. ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ภินฺนสภาวตฺตา สุขํ เวทนํ ‘‘อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสโต ทุกฺขํ, อทุกฺขมสุขํ วา เวทนํ ‘‘อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสนา น ยุตฺตา. เอวํ เสสทฺวเย ปีติ อาห ‘‘โย โย ยํ ยํ เวทนํ อตฺตาติ สมนุปสฺสตี’’ติ.

๑๒๓. ‘‘หุตฺวา อภาวโต’’ติ อิมินา อุทยพฺพยวนฺตตาย อนิจฺจาติ ทสฺเสติ, ‘‘เตหิ เตหี’’ติอาทินา อเนกการณสงฺขตตฺตา สงฺขตาติ. ตํ ตํ ปจฺจยนฺติ ‘‘อินฺทฺริยํ, อารมฺมณํ, วิญฺญาณํ, สุข, เวทนีโย ผสฺโส’’ติ เอวํ อาทิกํ ตํ ตํ อตฺตโน การณํ ปฏิจฺจ นิสฺสาย สมฺมา สสฺสตาทิภาวสฺส, อุจฺเฉทาทิภาวสฺส จ อภาเวน ญาเยน สมการเณน สทิสการเณน อนุรูปการเณน อุปฺปนฺนา. ขยสภาวาติ ขยธมฺมา, วยสภาวาติ วยธมฺมา วิรชฺชนสภาวาติ วิราคธมฺมา, นิรุชฺฌนสภาวาติ นิโรธธมฺมา, จตูหิปิ ปเทหิ เวทนาย ภงฺคภาวเมว ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ขโยติ…เป… ขยธมฺมาติอาทิ วุตฺต’’นฺติ.

วิคโตติ สภาววิคเมน วิคโต. เอกสฺเสวาติ เอกสฺเสว ทิฏฺฐิคติกสฺส. ตีสุปิ กาเลสูติ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปวตฺติกาเลสุ. เอโส เม อตฺตาติ ‘‘เอโส สุขเวทนาสภาโว, ทุกฺขอทุกฺขมสุขเวทนาสภาโว เม อตฺตา’’ติ กึ ปน โหตี, เอกสฺเสว ภินฺนสภาวตํ อนุมฺมตฺตโก กถํ ปจฺเจตีติ อธิปฺปาเยน ปุจฺฉติ. อิตโร เอวมฺปิ ตสฺส น โหติ เยวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กึ ปน น ภวิสฺสตี’’ติอาทิมาห. วิเสเสนาติ สุขาทิวิภาเคน. สุขญฺจ ทุกฺขญฺจาติ เอตฺถ จ-สทฺเทน อทุกฺขมสุขํ สงฺคณฺหาติ, สุขสงฺคหเมว วา เตน กตํ สนฺตสุขุมภาวโต. อวิเสเสนาติ อวิภาเคน เวทนาสามญฺเญน. โวกิณฺณนฺติ สุขาทิเภเทน โวมิสฺสกํ. ตํ ติวิธมฺปิ เวทนํ เอส ทิฏฺฐิคติโก เอกชฺฌํ คเหตฺวา อตฺตาติ สมนุปสฺสติ. เอกกฺขเณ จ พหูนํ เวทนานํ อุปฺปาโท อาปชฺชติ อวิเสเสน เวทนาสภาวตฺตา. อตฺตโน หิ ตสฺมึ สติ สทา สพฺพเวทนาปวตฺติปฺปสงฺคโต ทิฏฺฐิคติโก อคติยา เอกกฺขเณปิ พหูนมฺปิ เวทนานํ อุปฺปตฺตึ ปฏิชาเนยฺยาติ ตสฺส อวสรํ อเทนฺโต ‘‘น เอกกฺขเณ พหูนํ เวทนานํ อุปฺปตฺติ อตฺถี’’ติ อาห, ปจฺจกฺขวิรุทฺธเมตนฺติ อธิปฺปาโย. เอเตน เปตํ นกฺขมตีติ เอเตน วิรุทฺธตฺตสาธเนนปิ สพฺเพน สพฺพํ อตฺตโน อภาเวนปิ ปณฺฑิตานํ น รุจฺจติ, เอตํ ทสฺสนํ ธีรา นกฺขมนฺตีติ อตฺโถ.

๑๒๔. อินฺทฺริยพทฺเธปิ รูปปฺปพนฺเธ วาโยธาตุวิปฺผารวเสน กาจิ กิริยา นาม ลพฺภตีติ สุทฺธรูปกฺขนฺเธปิ ยตฺถ กทาจิ วาโยธาตุวิปฺผาโร ลพฺภติ, ตเมว นิทสฺสนภาเวน คณฺหนฺโต ‘‘ตาลวณฺเฏ วา วาตปาเน วา’’ติ อาห. เวทนาธมฺเมสูติ เวทนาธมฺมวนฺเตสุ. ‘‘อหมสฺมี’’ติ อิมินา ตโยปิ ขนฺเธ เอกชฺฌํ คเหตฺวา อหํการสฺส อุปฺปชฺชนากาโร วุตฺโตติ. ‘‘อยมหมสฺมี’’ติ ปน อิมินา ตตฺถ เอกํ เอกํ คเหตฺวา อหํการสฺส อุปฺปชฺชนากาโร วุตฺโต. เตนาห ‘‘เอกธมฺโมปี’’ติอาทิ. ตนฺติ ‘‘อหมสฺมี’’ติ อหํการุปฺปตฺตึ. สา หิ จตุกฺขนฺธนิโรเธน อนุปลพฺภมานสนฺนิสฺสยา สสวิสาณติขิณตา วิย น ภเวยฺยาวาติ.

เอตฺตาวตาติ ‘‘กิตฺตาวตา จ อานนฺทา’’ติอาทินา ‘‘ตนฺตากุลกชาตา’’ติ ปทสฺส อนุสนฺธิทสฺสนวเสน ปวตฺเตน เอตฺตเกน เทสนาธมฺเมน. กามํ เหฏฺฐาปิ วฏฺฏกถาว กถิตา, อิธ ปน ทิฏฺฐิคติกสฺส วฏฺฏโต สีสุกฺขิปนาสมตฺถตาวิภาวนวเสน มิจฺฉาทิฏฺฐิยา มหาสาวชฺชภาวทีปนิยกถา ปกาสิตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วฏฺฏกถา กถิตา’’ติ อาห. นนุ วฏฺฏมูลํ อวิชฺชา ตณฺหา, ตา อนามสิตฺวา ตโต อญฺญถา กสฺมา อิธ วฏฺฏกถา กถิตาติ อาห ‘‘ภควา หี’’ติอาทิ. อวิชฺชาสีเสนาติ อวิชฺชํ อุตฺตมงฺคํ กตฺวา, อวิชฺชามุเขนาติ อตฺโถ. โกฏิ น ปญฺญายตีติ ‘‘อสุกสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, จกฺกวตฺติโน วา กาเล อวิชฺชา อุปฺปนฺนา, น ตโต ปุพฺเพ อตฺถี’’ติ อวิชฺชาย อาทิ มริยาทา อปฺปฏิหตสฺส มม สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺสาปิ น ปญฺญายติ อวิชฺชมานตฺตา เอวาติ อตฺโถ. อยํ ปจฺจโย อิทปฺปจฺจโย, ตสฺมา อิทปฺปจฺจยา, อิมสฺมา อาสวาทิการณาติ อตฺโถ. ภวตณฺหายาติ ภวสํโยชนภูตาย ตณฺหาย. ภวทิฏฺฐิยาติ สสฺสตทิฏฺฐิยา. ‘‘ตตฺถ ตตฺถ อุปปชฺชนฺโต’’ติ อิมินา ‘‘อิโต เอตฺถ เอตฺโต อิธา’’ติ เอวํ อปริยนฺตํ อปราปรุปฺปตฺตึ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘มหาสมุทฺเท’’ติอาทิ.

๑๒๖. ปจฺจยาการมูฬฺหสฺสาติ ภูตกถนเมตํ, น วิเสสนํ. สพฺโพปิ หิ ทิฏฺฐิคติโก ปจฺจยาการมูโฬฺห เอวาติ. วิวฏฺฏํ กเถนฺโตติ วฏฺฏโต วินิมุตฺตตฺตา วิวฏฺฏํ, วิโมกฺโข, ตํ กเถนฺโต. การกสฺสาติ สตฺถุโอวาทการกสฺส, สมฺมาปฏิปชฺชนฺตสฺสาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สติปฏฺฐานวิหาริโน’’ติ. โส หิ เวทนานุปสฺสนาย, ธมฺมานุปสฺสนาย จ สมฺมาปฏิปตฺติยา ‘‘เนว เวทนํ อตฺตานํ สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา วตฺตพฺพตํ อรหติ. เตนาห ‘‘เอวรูโป หี’’ติอาทิ. สพฺพธมฺเมสูติ สพฺเพสุ เตภูมกธมฺเมสุ. เต หิ สมฺมสนียา. น อญฺญนฺติ เวทนาย อญฺญํ สญฺญาทิธมฺมํ อตฺตานํ น สมนุปสฺสตีติ. ‘‘ขนฺธโลกาทโย’’ติ รูปาทิธมฺมา เอว วุจฺจนฺติ, เตสํ สมูโหติ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปาทีสุ ธมฺเมสู’’ติ วุตฺตํ. น อุปาทิยติ ทิฏฺฐิตณฺหาคาหวเสน. ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๔.๑๐๘; มหานิ. ๒๑, ๑๗๘; ธ. ส. ๑๑๒๑; วิภ. ๘๓๒, ๘๖๖) ปวตฺตมานมญฺญนาปิ ตณฺหาทิฏฺฐิมญฺญนา วิย ปริตสฺสนรูปา เอวาติ อาห ‘‘ตณฺหาทิฏฺฐิมานปริตสฺสนายปี’’ติ.

สา เอวํ ทิฏฺฐีติ สา อรหโต เอวํปการา ทิฏฺฐีติ โย วเทยฺย, ตทกลฺลํ, ตํ น ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. เอวมสฺส ทิฏฺฐีติ เอตฺถาปิ เอวํปการา อสฺส อรหโต ทิฏฺฐีติอาทินา โยเชตพฺพํ. เอวญฺหิ สตีติ โย วเทยฺย ‘‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา อิติสฺส ทิฏฺฐี’’ติ, ตสฺส เจ วจนํ ตเถวาติ อตฺโถ. ‘‘อรหา น กิญฺจิ ชานาตี’’ติ วุตฺตํ ภเวยฺย ชานโต ตถา ทิฏฺฐิยา อภาวโต. เตเนวาติ ตถา วตฺตุมยุตฺตตฺตา เอว. จตุนฺนมฺปิ นยานนฺติ ‘‘โหติ ตถาคโต’’ติอาทินา อาคตานํ จตุนฺนํ วารานํ. อาทิโต ตีสุ วาเรสุ สงฺขิปิตฺวา ปริโยสานวาเร วิตฺถาริตตฺตา ‘‘อวสาเน ‘ตํ กิสฺส เหตู’ติอาทิมาหา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อาทิโต ตีสุ วาเรสุ ตเถว เทสนา ปวตฺตา, ยถา ปริโยสานวาเร, ปาฬิ ปน สงฺขิตฺตา’’ติ เกจิ.

โวหาโรติ ‘‘สตฺโต อิตฺถี ปุริโส’’ติอาทินา, ‘‘ขนฺธาอายตนานี’’ติอาทินา, ‘‘ผสฺโส เวทนา’’ติอาทินา จ โวหาริตพฺพโวหาโร. ตสฺส ปน โวหารสฺส ปวตฺติฏฺฐานํ นาม สงฺเขปโต อิเม เอวาติ อาห ‘‘ขนฺธา อายตนานิ ธาตุโย’’ติ. ยสฺมา นิพฺพานํ ปุพฺพภาเค สงฺขารานํ นิโรธภาเวเนว ปญฺญาปิยติ จ, ตสฺมา ตสฺสาปิ ขนฺธมุเขน อวจริตพฺพตา ลพฺภตีติ ‘‘ปญฺญาย อวจริตพฺพํ ขนฺธปญฺจก’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ภควา ‘‘อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสญฺญิมฺหิ สมนเก โลกญฺจ ปญฺญเปมิ โลกสมุทยญฺจ โลกนิโรธญฺจ โลกนิโรธคามินิญฺจ ปฏิปท’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๑๐๗; อ. นิ. ๔.๔๕) ปญฺญาวจรนฺติ วา เตภูมกธมฺมานเมตํ คหณนฺติ ‘‘ขนฺธปญฺจก’’นฺเตฺวว วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ยาวตา ปญฺญา’’ติ เอตฺถาปิ โลกิยปญฺญาย เอว คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. วฏฺฏกถา เหสาติ. ตถา หิ ‘‘ยาวตา วฏฺฏํ วฏฺฏติ’’ อิจฺเจว วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตนฺตากุลกปทสฺเสว อนุสนฺธิ ทสฺสิโต’’ติ. ยสฺมา ภควา ทิฏฺฐิสีเสเนตฺถ วฏฺฏกถํ กเถตฺวา ยถานุสนฺธินาปิ วฏฺฏกถํ กเถสิ, ตสฺมา ‘‘ตนฺตากุลกปทสฺเสว อนุสนฺธิ ทสฺสิโต’’ติ สาวธารณํ กตฺวา วุตฺตํ. ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา ปเนตฺถ ยาวเทว ตสฺส คมฺภีรภาววิภาวนตฺถาย วิตฺถาริตา, วิวฏฺฏกถาปิ สมานา อิธ ปจฺจามฏฺฐาติ ทฏฺฐพฺพํ.