เอกจฺจสสฺสตวาทวณฺณนา
๓๘. สตฺเตสุ สงฺขาเรสุ จ เอกจฺจํ สสฺสตํ เอตสฺสาติ เอกจฺจสสฺสโต, เอกจฺจสสฺสตวาโท. โส เอเตสํ อตฺถีติ เอกจฺจสสฺสติกา. เต ปน ยสฺมา เอกจฺจสสฺสโต วาโท ทิฏฺฐิ เอเตสนฺติ เอกจฺจสสฺสตวาทา นาม โหนฺติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เอกจฺจสสฺสตวาทา’’ติ. อิมินา นเยน เอกจฺจอสสฺสติกา ทิปทสฺสปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นนุ จ ‘‘เอกจฺจสสฺสติกา’’ติ วุตฺเต ตทญฺญสฺส เอกจฺจสฺส อสสฺสตตาสนฺนิฏฺฐานํ สิทฺธเมว โหตีติ? สจฺจํ สิทฺธเมว โหติ อตฺถโต, น ปน สทฺทโต. ตสฺมา สุปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เอกจฺจอสสฺสติกา’’ติ วุตฺตํ. น หิ อิธ สาวเสสํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสติ ธมฺมสฺสามี. อิธาติ ‘‘เอกจฺจสสฺสติกา’’ติ อิมสฺมึ ปเท. คหิตาติ วุตฺตา, ตถา เจว อตฺโถ ทสฺสิโต. อิธาติ วา อิมิสฺสา เทสนาย. ตถา หิ ปุริมกา ตโย วาทา สตฺตวเสน, จตุตฺโถ สงฺขารวเสน วิภตฺโต. ‘‘สงฺขาเรกจฺจสสฺสติกา’’ติ อิทํ เตหิ สสฺสตภาเวน คยฺหมานานํ ธมฺมานํ ยาถาวสภาวทสฺสนวเสน วุตฺตํ, น ปเนกจฺจสสฺสติกมตทสฺสนวเสน. ตสฺส หิ สสฺสตาภิมตํ อสงฺขตเมวาติ ลทฺธิ. เตเนวาห ‘‘จิตฺตนฺติ วา…เป… ฐสฺสตี’’ติ. น หิ ยสฺส ภาวสฺส ปจฺจเยหิ อภิสงฺขตภาวํ ปฏิชานาติ, ตสฺเสว นิจฺจธุวาทิภาโว อนุมฺมตฺตเกน สกฺกา ปฏิญฺญาตุํ. เอเตน ‘‘อุปฺปาทวยธุวตายุตฺตภาวา สิยา นิจฺจา, สิยา อนิจฺจา สิยา น วตฺตพฺพา’’ติอาทินา ปวตฺตสฺส สตฺตภงฺควาทสฺส อยุตฺตตา วิภาวิตา โหติ.
ตตฺถายํ อยุตฺตตาวิภาวนา – ยทิ ‘‘เยน สภาเวน โย ธมฺโม อตฺถีติ วุจฺจติ, เตเนว สภาเวน โส ธมฺโม นตฺถี’’ติอาทินา วุจฺเจยฺย, สิยา อเนกนฺตวาโท. อถ อญฺเญน, สิยา น อเนกนฺตวาโท. น เจตฺถ เทสนฺตราทิสมฺพนฺธภาโว ยุตฺโต วตฺตุํ ตสฺส สพฺพโลกสิทฺธตฺตา, วิวาทาภาวโต. เย ปน วทนฺติ ‘‘ยถา สุวณฺณฆเฏน มกุเฏ กเต ฆฏภาโว นสฺสติ, มกุฏภาโว อุปฺปชฺชติ, สุวณฺณภาโว ติฏฺฐติเยว, เอวํ สพฺพภาวานํ โกจิ ธมฺโม นสฺสติ, โกจิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ, สภาโว ปน ติฏฺฐตี’’ติ. เต วตฺตพฺพา ‘‘กึ ตํ สุวณฺณํ, ยํ ฆเฏ มกุเฏ จ อวฏฺฐิตํ, ยทิ รูปาทิ, โส สทฺโท วิย อนิจฺโจ. อถ รูปาทิ สมูโห, สมูโห นาม สมฺมุติมตฺตํ. น ตสฺส อตฺถิตา นตฺถิตา นิจฺจตา วา ลพฺภตี’’ติ อเนกนฺตวาโท น สิยา. ธมฺมานญฺจ ธมฺมิโน อญฺญถานญฺญถาสุ โทโส วุตฺโตเยว สสฺสตวาทวิจารณายํ. ตสฺมา โส ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อปิจ นิจฺจานิจฺจนวตฺตพฺพรูโป อตฺตา โลโก จ ปรมตฺถโต วิชฺชมานตาปฏิชานนโต ยถา นิจฺจาทีนํ อญฺญตรํ รูปํ, ยถา วา ทีปาทโย. น หิ ทีปาทีนํ อุทยพฺพยสภาวานํ นิจฺจานิจฺจนวตฺตพฺพสภาวตา สกฺกา วิญฺญาตุํ, ชีวสฺส นิจฺจาทีสุ อญฺญตรํ รูปํ วิยาติ เอวํ สตฺตภงฺคสฺส วิย เสสภงฺคานมฺปิ อสมฺภโวเยวาติ สตฺตภงฺควาทสฺส อยุตฺตตา เวทิตพฺพา.
เอตฺถ จ ‘‘อิสฺสโร นิจฺโจ, อญฺเญ สตฺตา อนิจฺจา’’ติ เอวํ ปวตฺตวาทา สตฺเตกจฺจสสฺสติกา เสยฺยถาปิ อิสฺสรวาทา. ‘‘ปรมาณโว นิจฺจา ธุวา, อณุกาทโย อนิจฺจา’’ติ เอวํ ปวตฺตวาทา สงฺขาเรกจฺจสสฺสติกา เสยฺยถาปิ กาณาทา. นนุ ‘‘เอกจฺเจ ธมฺมา สสฺสตา, เอกจฺเจ อสสฺสตา’’ติ เอตสฺมึ วาเท จกฺขาทีนํ อสสฺสตตาสนฺนิฏฺฐานํ ยถาสภาวาวโพโธ เอว, ตยิทํ กถํ มิจฺฉาทสฺสนนฺติ, โก วา เอวมาห ‘‘จกฺขาทีนํ อสสฺสตภาวสนฺนิฏฺฐานํ มิจฺฉาทสฺสน’’นฺติ? อสสฺสเตสุเยว ปน เกสญฺจิ ธมฺมานํ สสฺสตภาวาภินิเวโส อิธ มิจฺฉาทสฺสนํ. เตน ปน เอกวาเร ปวตฺตมาเนน จกฺขาทีนํ อสสฺสตภาวาวโพโธ วิทูสิโต สํสฏฺฐภาวโต วิสสํสฏฺโฐ วิย สปฺปิมณฺโฑ สกิจฺจกรณาสมตฺถตาย สมฺมาทสฺสนปกฺเข ฐเปตพฺพตํ นารหตีติ. อสสฺสตภาเวน นิจฺฉิตาปิ วา จกฺขุอาทโย สมาโรปิตชีวสภาวา เอว ทิฏฺฐิคติเกหิ คยฺหนฺตีติ ตทวโพธสฺส มิจฺฉาทสฺสนภาโว น สกฺกา นิวาเรตุํ. เตเนวาห ‘‘จกฺขุํ อิติปิ…เป… กาโย อิติปิ อยํ เม อตฺตา’’ติอาทิ. เอวญฺจ กตฺวา อสงฺขตาย สงฺขตาย จ ธาตุยา วเสน ยถากฺกมํ ‘‘เอกจฺเจ ธมฺมา สสฺสตา, เอกจฺเจ อสสฺสตา’’ติ เอวํ ปวตฺโต วิภชฺชวาโทปิ เอกจฺจสสฺสตวาโท อาปชฺชตีติ เอวํปการา โจทนา อนวกาสา โหติ อวิปรีตธมฺมสภาวสมฺปฏิปตฺติภาวโต.
กามญฺเจตฺถ ปุริมวาเทปิ อสสฺสตานํ ธมฺมานํ ‘‘สสฺสตา’’ติ คหณํ วิเสสโต มิจฺฉาทสฺสนํ, สสฺสตานํ ปน ‘‘สสฺสตา’’ติ คาโห น มิจฺฉาทสฺสนํ ยถาสภาวคฺคหณภาวโต. อสสฺสเตสุเยว ปน ‘‘เกจิเทว ธมฺมา สสฺสตา, เกจิ อสสฺสตา’’ติ คเหตพฺพธมฺเมสุ วิภาคปฺปวตฺติยา อิมสฺส วาทสฺส วาทนฺตรตา วุตฺตา, น เจตฺถ ‘‘สมุทายนฺโตคธตฺตา เอกเทสสฺส สปฺปเทสสสฺสตคฺคาโห นิปฺปเทสสสฺสตคฺคาเห สโมธานํ คจฺฉตี’’ติ สกฺกา วตฺตุํ วาที ตพฺพิสยวิเสสวเสน วาททฺวยสฺส ปวตฺตตฺตา. อญฺเญ เอว หิ ทิฏฺฐิคติกา ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สสฺสตา’’ติ อภินิวิฏฺฐา, อญฺเญ ‘‘เอกจฺจสสฺสตา’’ติ. สงฺขารานํ อนวเสสปริยาทานํ, เอกเทสปริคฺคโห จ วาททฺวยสฺส ปริพฺยตฺโตเยว. กิญฺจ ภิยฺโย อเนกวิธสมุสฺสเย เอกวิธสมุสฺสเย จ ขนฺธปพนฺเธ อภินิเวสภาวโต. จตุพฺพิโธปิ หิ สสฺสตวาที ชาติวิเสสวเสน นานาวิธรูปกายสนฺนิสฺสเย เอว อรูปธมฺมปุญฺเช สสฺสตาภินิเวสี ชาโต อภิญฺญาเณน อนุสฺสวาทีหิ จ รูปกายเภทคฺคหณโต. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทิ’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๓๒) ‘‘จวนฺติ อุปปชฺชนฺตี’’ติ จ อาทิ. วิเสสลาภี เอกจฺจสสฺสติโก อนุปธาริตเภทสมุสฺสเยว ธมฺมปพนฺเธ สสฺสตาการคฺคหเณน อภินิวิสนํ ชเนสิ เอกภวปริยาปนฺนขนฺธสนฺตานวิสยตฺตา ตทภินิเวสสฺส. ตถา จ ตีสุปิ วาเทสุ ‘‘ตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ, ตโต ปรํ นานุสฺสรตี’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, ตกฺกีนํ ปน สสฺสเตกจฺจสสฺสตวาทีนํ สสฺสตาภินิเวสวิเสโส รูปารูปธมฺมวิสยตาย สุปากโฏเยวาติ.
๓๙. ทีฆสฺส กาลสฺส อติกฺกเมนาติ วิวฏฺฏวิวฏฺฏฏฺฐายีนํ อปคเมน. อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ สํ-สทฺเทน ยุตฺโต วฏฺฏ-สทฺโท วินาสวาจีติ อาห ‘‘วินสฺสตี’’ติ, สงฺขยวเสน วตฺตตีติ อตฺโถ. วิปตฺติกรมหาเมฆสมุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย หิ ยาว อณุสหคโตปิ สงฺขาโร น โหติ, ตาว โลโก สํวฏฺฏตีติ วุจฺจติ. โลโกติ เจตฺถ ปถวีอาทิภาชนโลโก อธิปฺเปโต. อุปริพฺรหฺมโลเกสูติ ปริตฺตสุภาทีสุ รูปีพฺรหฺมโลเกสุ. อคฺคินา หิ กปฺปวุฏฺฐานํ อิธาธิปฺเปตํ พหุลํ ปวตฺตนโต. เตเนวาห ภควา ‘‘อาภสฺสรสํวตฺตนิกา โหนฺตี’’ติ. อรูเปสุวาติ วา-สทฺเทน สํวฏฺฏมานโลกธาตูหิ อญฺญโลกธาตูสุ วาติ วิกปฺปนํ เวทิตพฺพํ. น หิ ‘‘สพฺเพ อปายสตฺตา ตทา รูปารูปภเวสุ อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ สกฺกา วิญฺญาตุํ อปาเยสุ ทีฆตมายุกานํ มนุสฺสโลกูปตฺติยา อสมฺภวโต. สติปิ สพฺพสตฺตานํ อภิสงฺขารมนสา นิพฺพตฺตภาเว พาหิรปจฺจเยหิ วินา มนสาว นิพฺพตฺตตฺตา ‘‘มโนมยา’’ติ วุจฺจนฺติ รูปาวจรสตฺตา. ยทิ เอวํ กามภเว โอปปาติกสตฺตานมฺปิ มโนมยภาโว อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ อธิจิตฺตภูเตน อติสยมนสา นิพฺพตฺตสตฺเตสุ มโนมยโวหารโตติ ทสฺสนฺโต อาห ‘‘ฌานมเนน นิพฺพตฺตตฺตา มโนมยา’’ติ. เอวํ อรูปาวจรสตฺตานมฺปิ มโนมยภาโว อาปชฺชตีติ เจ? น, ตตฺถ พาหิรปจฺจเยหิ นิพฺพตฺเตตพฺพตาสงฺกาย เอว อภาวโต, ‘‘มนสาว นิพฺพตฺตา’’ติ อวธารณาสมฺภวโต. นิรุโฬฺห วายํ โลเก มโนมยโวหาโร รูปาวจรสตฺเตสุ. ตถา หิ ‘‘อนฺนมโย ปานมโย มโนมโย อานนฺทมโย วิญฺญาณมโย’’ติ ปญฺจธา อตฺตานํ เวทวาทิโน วทนฺติ. อุจฺเฉทวาเทปิ วกฺขติ ‘‘ทิพฺโพ รูปี มโนมโย’’ติ (ที. นิ. ๑.๘๖). โสภนา ปภา เอเตสุ สนฺตีติ สุภา. ‘‘อุกฺกํเสนา’’ติ อาภสฺสรเทเว สนฺธายาห, ปริตฺตาภา อปฺปมาณาภา ปน เทฺว จตฺตาโร จ กปฺเป ติฏฺฐนฺติ. อฏฺฐกปฺเปติ อฏฺฐ มหากปฺเป.
๔๐. สณฺฐาตีติ สมฺปตฺติกรมหาเมฆสมุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย ปถวีสนฺธารกุทกตํสนฺธารกวายุมหาปถวีอาทีนํ สมุปฺปตฺติวเสน ฐาติ, ‘‘สมฺภวติ’’ อิจฺเจว วา อตฺโถ อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ. ปกติยาติ สภาเวน, ตสฺส ‘‘สุญฺญ’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ตตฺถ การณมาห ‘‘นิพฺพตฺตสตฺตานํ นตฺถิตายา’’ติ, อนุปฺปนฺนตฺตาติ อตฺโถ, เตน ยถา เอกจฺจานิ วิมานานิ ตตฺถ นิพฺพตฺตสตฺตานํ จุตตฺตา สุญฺญานิ โหนฺติ, น เอวมิทนฺติ ทสฺเสติ. พฺรหฺมปาริสชฺชพฺรหฺมปุโรหิตมหาพฺรหฺมาโน พฺรหฺมกายิกา, เตสํ นิวาโส ภูมิปิ ‘‘พฺรหฺมกายิกา’’ติ วุตฺตา. กมฺมํ อุปนิสฺสยวเสน ปจฺจโย เอติสฺสาติ กมฺมปจฺจยา. อถ วา ตตฺถ นิพฺพตฺตสตฺตานํ วิปจฺจนกกมฺมสฺส สหการีปจฺจยภาวโต, กมฺมสฺส ปจฺจยาติ กมฺมปจฺจยา. อุตุ สมุฏฺฐานํ เอติสฺสาติ อุตุสมุฏฺฐานา. ‘‘กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานา’’ติ วา ปาโฐ, กมฺมสหาโย ปจฺจโย, กมฺมสฺส วา สหายภูโต ปจฺจโย กมฺมปจฺจโย, โสว อุตุ กมฺมปจฺจยอุตุ, โส สมุฏฺฐานํ เอติสฺสาติ โยเชตพฺพํ. เอตฺถาติ ‘‘พฺรหฺมวิมาน’’นฺติ วุตฺตาย พฺรหฺมกายิกภูมิยา. กถํ ปณีตาย ทุติยชฺฌานภูมิยํ ฐิตานํ หีนาย ปฐมชฺฌานภูมิยา อุปปตฺติ โหตีติ อาห ‘‘อถ สตฺตาน’’นฺติอาทิ. โอตรนฺตีติ อุปปชฺชนวเสน เหฏฺฐาภูมึ คจฺฉนฺติ.
อปฺปายุเกติ ยํ อุฬารํ ปุญฺญกมฺมํ กตํ, ตสฺส อุปฺปชฺชนารหวิปากปพนฺธโต อปฺปปริมาณายุเก. อายุปฺปมาเณเนวาติ ปรมายุปฺปมาเณเนว. กึ ปเนตํ ปรมายุ นาม, กถํ วา ตํ ปริจฺฉินฺนปมาณนฺติ? วุจฺจเต – โย เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตสฺมึ ตสฺมึ ภววิเสเส ปุริมสิทฺธภวปตฺถนูปนิสฺสยวเสน สรีราวยววณฺณสณฺฐานปมาณาทิวิเสสา วิย ตํตํคตินิกายาทีสุ เยภุยฺเยน นิยตปริจฺเฉโท คพฺภเสยฺยกกามาวจรเทวรูปาวจรสตฺตานํ สุกฺกโสณิตอุตุโภชนาทิ อุตุอาทิปจฺจยุปฺปนฺนปจฺจยูปตฺถมฺภิโต วิปากปพนฺธสฺส ฐิติกาลนิยโม, โส ยถาสกํ ขณมตฺตาวฏฺฐายีนมฺปิ อตฺตโน สหชาตานํ รูปารูปธมฺมานํ ฐปนาการวุตฺติตาย ปวตฺตกานิ รูปารูปชีวิตินฺทฺริยานิ ยสฺมา น เกวลํ เนสํ ขณฐิติยา เอว การณภาเวน อนุปาลกานิ, อถ โข ยาว ภวงฺคุปจฺเฉทา อนุปพนฺธสฺส อวิจฺเฉทเหตุภาเวนาปิ, ตสฺมา อายุเหตุกตฺตา การณูปจาเรน อายุ, อุกฺกํสปริจฺเฉทวเสน ปรมายูติ จ วุจฺจติ. ตํ ปน เทวานํ เนรยิกานํ อุตฺตรกุรุกานญฺจ นิยตปริจฺเฉทํ, อุตฺตรกุรุกานํ ปน เอกนฺตนิยตปริจฺเฉทเมว, อวสิฏฺฐมนุสฺสเปตติรจฺฉานานํ ปน จิรฏฺฐิติสํวตฺตนิกกมฺมพหุเล กาเล ตํกมฺมสหิตสนฺตานชนิตสุกฺกโสณิตปฺปจฺจยานํ ตํมูลกานญฺจ จนฺทสูริยสมวิสมปริวตฺตนาทิชนิตอุตุอาหาราทิสมวิสม ปจฺจยานํ วเสน จิราจิรกาลโต อนิยตปริจฺเฉทํ, ตสฺส จ ยถา ปุริมสิทฺธภวปตฺถนาวเสน ตํตํคตินิกายาทีสุ วณฺณสณฺฐานาทิวิเสสนิยโม สิทฺโธ ทสฺสนานุสฺสวาทีหิ, ตถา อาทิโต คหณสิทฺธิยา. เอวํ ตาสุ ตาสุ อุปปตฺตีสุ นิพฺพตฺตสตฺตานํ เยภุยฺเยน สมปฺปมาณฏฺฐิติกาลํ ทสฺสนานุสฺสเวหิ ลภิตฺวา ตํ ปรมตํ อชฺโฌสาย ปวตฺติตภวปตฺถนาวเสน อาทิโต ปริจฺเฉทนิยโม เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปน กมฺมํ ตาสุ ตาสุ อุปปตฺตีสุ ยถา ตํตํอุปปตฺตินิยตวณฺณาทินิพฺพตฺตเน สมตฺถํ, เอวํ นิยตายุปริจฺเฉทาสุ อุปปตฺตีสุ ปริจฺเฉทาติกฺกเมน วิปากนิพฺพตฺตเน สมตฺถํ น โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อายุปฺปมาเณเนว จวนฺตี’’ติ. ยสฺมา ปน อุปตฺถมฺภกสหาเยหิ อนุปาลกปฺปจฺจเยหิ อุปาทินฺนกกฺขนฺธานํ ปวตฺเตตพฺพากาโร อตฺถโต ปรมายุ, ตสฺส ยถาวุตฺตปริจฺเฉทานติกฺกมนโต สติปิ กมฺมาวเสเส ฐานํ น สมฺภวติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน ปุญฺญพเลเนว ฐาตุํ น สกฺโกตี’’ติ. กปฺปํ วาติ อสงฺเขฺยยฺยกปฺปํ วา ตสฺส อุปฑฺฒํ วา อุปฑฺฒกปฺปโต อูนมธิกํ วาติ วิกปฺปนตฺโถ วา-สทฺโท.
๔๑. อนภิรตีติ เอกวิหาเรน อนภิรติ. สา ปน ยสฺมา อญฺเญหิ สมาคมิจฺฉา โหติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อปรสฺสาปิ สตฺตสฺส อาคมนปตฺถนา’’ติ. ปิยวตฺถุวิรเหน ปิยวตฺถุอลาเภน วา จิตฺตวิฆาโต อุกฺกณฺฐิตา, สา อตฺถโต โทมนสฺสจิตฺตุปฺปาโท เยวาติ อาห ‘‘ปฏิฆสมฺปยุตฺตา’’ติ. ทีฆรตฺตํ ฌานรติยา รมมานสฺส วุตฺตปฺปการํ อนภิรตินิมิตฺตํ อุปฺปนฺนา ‘‘มม’’นฺติ จ ‘‘อห’’นฺติ จ คหณสฺส การณภูตา ตณฺหาทิฏฺฐิโย อิธ ปริตสฺสนา. ตา ปน จิตฺตสฺส ปุริมาวตฺถาย จลนํ กมฺปนนฺติ อาห ‘‘อุพฺพิชฺชนา ผนฺทนา’’ติ. เตเนวาห ‘‘ตณฺหาตสฺสนาปิ ทิฏฺฐิตสฺสนาปิ วฏฺฏตี’’ติ. ยํ ปน อตฺถุทฺธาเร ‘‘อโห วต อญฺเญปิ สตฺตา อิตฺถตฺตํ อาคจฺเฉยฺยุนฺติ อยํ ตณฺหาตสฺสนา นามา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ทิฏฺฐิตสฺสนาย วิสุํ อุทาหรณํ ทสฺเสนฺเตน ตณฺหาตสฺสนํเยว ตโต นิทฺธาเรตฺวา วุตฺตํ, น ปน ตตฺถ ทิฏฺฐิตสฺสนาย อภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ตาสตสฺสนา จิตฺตุตฺราโส. ภยานกนฺติ เภรวารมฺมณนิมิตฺตํ พลวภยํ. เตน สรีรสฺส ถทฺธภาโว ฉมฺภิตตฺตํ ภยํ สํเวคนฺติ เอตฺถ ภยนฺติ ภงฺคานุปสฺสนาย จิณฺณนฺเต สพฺพสงฺขารโต ภายนวเสน อุปฺปนฺนํ ภยญาณํ. สํเวคนฺติ สโหตฺตปฺปญาณํ, โอตฺตปฺปเมว วา. สนฺตาสนฺติ อาทีนวนิพฺพิทานุปสฺสนาหิ สงฺขาเรหิ สนฺตสฺสนญาณํ. สห พฺยายติ ปวตฺตติ, โทสํ วา ฉาเทตีติ สหโพฺย, สหาโย, ตสฺส ภาวํ สหพฺยตํ.
๔๒. อภิภวิตฺวา ฐิโต อิเม สตฺเตติ อธิปฺปาโย. ยสฺมา ปน โส ปาสํสภาเวน อุตฺตมภาเวน จ ‘‘เต สตฺเต อภิภวิตฺวา ฐิโต’’ติ อตฺตานํ มญฺญติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เชฏฺฐโกหมสฺมี’’ติ. อญฺญทตฺถุ ทโสติ ทสฺสเน อนฺตรายาภาววจเนน, เญยฺยวิเสสปริคฺคาหิกภาเวน จ อนาวรณทสฺสาวิตํ ปฏิชานาตีติ อาห ‘‘สพฺพํ ปสฺสามีติ อตฺโถ’’ติ. ภูตภพฺยานนฺติ อเหสุนฺติ ภูตา, ภวนฺติ ภวิสฺสนฺตีติ ภพฺยา, อฏฺฐกถายํ ปน วตฺตมานกาลวเสเนว ภพฺย-สทฺทสฺส อตฺโถ ทสฺสิโต. ปฐมจิตฺตกฺขเณติ ปฏิสนฺธิจิตฺตกฺขเณ. กิญฺจาปิ โส พฺรหฺมา อนวฏฺฐิตทสฺสนตฺตา ปุถุชฺชนสฺส ปุริมตรชาติปริจิตมฺปิ กมฺมสฺสกตญฺญาณํ วิสฺสชฺเชตฺวา วิกุพฺพนิทฺธิวเสน จิตฺตุปฺปตฺติมตฺตปฏิพทฺเธน สตฺตนิมฺมาเนน วิปลฺลฏฺโฐ ‘‘อหํ อิสฺสโร กตฺตา นิมฺมาตา’’ติอาทินา อิสฺสรกุตฺตทสฺสนํ ปกฺขนฺทมาโน อภินิวิสนวเสเนว ปติฏฺฐิโต, น ปติฏฺฐาปนวเสน ‘‘ตสฺส เอวํ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา, ปติฏฺฐาปนกฺกเมเนว ปน ตสฺส โส อภินิเวโส ชาโตติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘การณโต สาเธตุกาโม’’ติ, ‘‘ปฏิญฺญํ กตฺวา’’ติ จ วุตฺตํ. เตนาห ภควา ‘‘ตํ กิสฺส เหตู’’ติอาทิ. ตตฺถ มโนปณิธีติ มนสา เอว ปตฺถนา, ตถา จิตฺตปฺปวตฺติมตฺตเมวาติ อตฺโถ, อิตฺถภาวนฺติ อิทปฺปการตํ. ยสฺมา ปน อิตฺถนฺติ พฺรหฺมตฺตภาโว อิธาธิปฺเปโต, ตสฺมา ‘‘พฺรหฺมภาวนฺติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. นนุ จ เทวานํ อุปปตฺติสมนนฺตรํ ‘‘อิมิสฺสา นาม คติยา จวิตฺวา อิมินา นาม กมฺมุนา อิธูปปนฺนา’’ติ ปจฺจเวกฺขณา โหตีติ? สจฺจํ โหติ, สา ปน ปุริมชาตีสุ กมฺมสฺสกตญฺญาเณ สมฺมเทว นิวิฏฺฐชฺฌาสยานํ. อิเม ปน สตฺตา ปุริมาสุปิ ชาตีสุ อิสฺสรกุตฺตทสฺสนวเสน วินิพนฺธาภินิเวสา อเหสุนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิมินา มย’’นฺติอาทิ.
๔๓. อีสตีติ อีโส, อภิภูติ อตฺโถ. มหา อีโส มเหโส, สุปฺปติฏฺฐมเหสตาย ปน ปเรหิ ‘‘มเหโส’’ติ อกฺขาตพฺพตาย มเหสกฺโข, อติสเยน มเหสกฺโข มเหสกฺขตโรติ วจนตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา ปน โส มเหสกฺขภาโว อาธิปเตยฺยปริวารสมฺปตฺติยา วิญฺญายติ, ตสฺมา ‘‘อิสฺสริยปริวารวเสน มหายสตโร’’ติ วุตฺตํ.
๔๔. อิเธว อาคจฺฉตีติ อิมสฺมึ มนุสฺสโลเก เอว ปฏิสนฺธิวเสน อาคจฺฉติ. ยํ อญฺญตโร สตฺโตติ เอตฺถ ยนฺติ นิปาตมตฺตํ, กรเณ วา ปจฺจตฺตนิทฺเทโส, เยน ฐาเนนาติ อตฺโถ, กิริยาปรามสนํ วา. อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉตีติ เอตฺถ ยเทตํ อิตฺถตฺตสฺส อาคมนํ, เอตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. เอส นโย ‘‘ปพฺพชติ, เจโตสมาธึ ผุสติ, ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรตี’’ติ เอเตสุปิ ปเทสุ. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ ภิกฺขเว วิชฺชติ, ยํ อญฺญตโร สตฺโต’’ติ อิมญฺหิ ปทํ ‘‘ปพฺพชตี’’ติอาทีหิ ปเทหิ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพนฺติ.
๔๕. ขิฑฺฑาย ปทุสฺสนฺตีติ ขิฑฺฑาปโทสิโน, ขิฑฺฑาปโทสิโน เอว ขิฑฺฑาปโทสิกา, ขิฑฺฑาปโทโส วา เอเตสํ อตฺถีติ ขิฑฺฑาปโทสิกา. อติกฺกนฺตเวลํ อติเวลํ, อาหารูปโภคกาลํ อติกฺกมิตฺวาติ อตฺโถ. เมถุนสมฺปโยเคน อุปฺปชฺชนกสุขํ เกฬิหสฺสสุขํ รติธมฺโม รติสภาโว. อาหารนฺติ เอตฺถ โก เทวานํ อาหาโร, กา อาหารเวลาติ? สพฺเพสมฺปิ กามาวจรเทวานํ สุธา อาหาโร, สา เหฏฺฐิเมหิ อุปริมานํ ปณีตตมา โหติ, ตํ ยถาสกํ ทิวสวเสน ทิวเส ทิวเส ภุญฺชนฺติ. เกจิ ปน ‘‘พิฬารปทปฺปมาณํ สุธาหารํ ภุญฺชนฺติ, โส ชิวฺหาย ฐปิตมตฺโต ยาว เกสคฺคนขคฺคา กายํ ผรติ, เตสํเยว ทิวสวเสน สตฺตทิวเส ยาปนสมตฺโถ จ โหตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘นิรนฺตรํ ขาทนฺตา ปิวนฺตา’’ติ อิทํ ปริกปฺปนวเสน วุตฺตํ. กมฺมชเตชสฺส พลวภาโว อุฬารปุญฺญนิพฺพตฺตตฺตา, อุฬารครุสินิทฺธสุธาหารชีรณโต จ. กรชกายสฺส มนฺทภาโว มุทุสุขุมาลภาวโต. เตเนว หิ ภควา อินฺทสาลคุหายํ ปกติปถวิยํ สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตํ สกฺกํ เทวราชานํ ‘‘โอฬาริกํ กายํ อธิฏฺเฐหี’’ติ อาห. เตสนฺติ มนุสฺสานํ. วตฺถุนฺติ กรชกายํ. เกจีติ อภยคิริวาสิโน.
๔๗. มเนนาติ อิสฺสาปกตตฺตา ปทุฏฺเฐน มนสา. อุสูยาวเสน มนโสว ปโทโส มโนปโทโส, โส เอเตสํ อตฺถิ วินาสเหตุภูโตติ มโนปโทสิกาติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อกุทฺโธ รกฺขตีติ กุทฺธสฺส โส โกโธ อิตรสฺมึ อกุชฺฌนฺเต อนุปาทาโน เอกวารเมว อุปฺปตฺติยา อนาเสวโน จาเวตุํ น สกฺโกติ อุทกนฺตํ ปตฺวา อคฺคิ วิย นิพฺพายติ, ตสฺมา อกุทฺโธ ตํ จวนโต รกฺขติ, อุโภสุ ปน กุทฺเธสุ ภิยฺโย ภิยฺโย อญฺญมญฺญมฺหิ ปริวฑฺฒนวเสน ติขิณสมุทาจาโร นิสฺสยทหนรโส โกโธ อุปฺปชฺชมาโน หทยวตฺถุํ นิทหนฺโต อจฺจนฺตสุขุมาลกรชกายํ วินาเสติ, ตโต สกโลปิ อตฺตภาโว อนฺตรธายติ. เตนาห ‘‘อุโภสุ ปนา’’ติอาทิ. ตถา จาห ภควา ‘‘อญฺญมญฺญํ ปทุฏฺฐจิตฺตา กิลนฺตกายา…เป… จวนฺตี’’ติ. ธมฺมตาติ ธมฺมนิยาโม. โส จ เตสํ กรชกายสฺส มนฺทตาย, ตถาอุปฺปชฺชนกโกธสฺส จ พลวตาย ฐานโส จวนํ, เตสํ รูปารูปธมฺมานํ สภาโวติ อธิปฺปาโย.
๔๙. จกฺขาทีนํ เภทํ ปสฺสตีติ วิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิการาปตฺติทสฺสนโต, อนฺเต จ อทสฺสนูปคมนโต วินาสํ ปสฺสติ โอฬาริกตฺตา รูปธมฺมเภทสฺส. ปจฺจยํ ทตฺวาติ อนนฺตรปจฺจยาทิวเสน ปจฺจโย หุตฺวา. ‘‘พลวตร’’นฺติ จิตฺตสฺส ลหุตรํ เภทํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตถา หิ เอกสฺมึ รูเป ธรนฺเตเยว โสฬส จิตฺตานิ ภิชฺชนฺติ. เภทํ น ปสฺสตีติ ขเณ ขเณ ภิชฺชนฺตมฺปิ จิตฺตํ ปรสฺส อนนฺตรปจฺจยภาเวเนว ภิชฺชตีติ ปุริมจิตฺตสฺส อภาวํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา วิย ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปตฺติโต ภาวปกฺโข พลวตโร ปากโฏ จ โหติ, น อภาวปกฺโขติ จิตฺตสฺส วินาสํ น ปสฺสติ, อยญฺจ อตฺโถ อลาตจกฺกทสฺสเนน สุปากโฏ วิญฺญายติ. ยสฺมา ปน ตกฺกีวาที นานตฺตนยสฺส ทูรตรตาย เอกตฺตนยสฺสปิ มิจฺฉาคหิตตฺตา ‘‘ยเทวิทํ วิญฺญาณํ สพฺพทาปิ เอกรูเปน ปวตฺตติ, อยเมว อตฺตา นิจฺโจ’’ติอาทินา อภินิเวสํ ชเนติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โส ตํ อปสฺสนฺโต’’ติอาทิ.