อนฺตานนฺตวาทวณฺณนา

๕๓. อนฺตานนฺติกาติ เอตฺถ อมติ คจฺฉติ เอตฺถ สภาโว โอสานนฺติ อนฺโต, มริยาทา. ตปฺปฏิเสเธน อนนฺโต, อนฺโต จ อนนฺโต จ อนฺตานนฺโต จ เนวนฺตานานนฺโต จ อนฺตานนฺตา สามญฺญนิทฺเทเสน, เอกเสเสน วา ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๗๖; สํ. นิ. ๒.๑; อุทา. ๑) วิย. กสฺส ปน อนฺตานนฺโตติ? โลกียติ สํสารนิสฺสรณตฺถิเกหิ ทิฏฺฐิคติเกหิ, โลกียนฺติ วา เอตฺถ เตหิ ปุญฺญาปุญฺญํ ตพฺพิปาโก จาติ โลโกติ สงฺขฺยํ คตสฺส อตฺตโน. เตนาห ภควา ‘‘อนฺตานนฺตํ โลกสฺส ปญฺญเปนฺตี’’ติ. โก ปน เอโส อตฺตาติ? ฌานวิสยภูตกสิณนิมิตฺตํ. ตตฺถ หิ อยํ ทิฏฺฐิคติโก โลกสญฺญี. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘ตํ โลโกติ คเหตฺวา’’ติ. เกจิ ปน ‘‘ฌานํ ตํสมฺปยุตฺตธมฺมา จ อิธ ‘อตฺตา, โลโก’ติ จ คหิตา’’ติ วทนฺติ. อนฺตานนฺตสหจริตวาโท อนฺตานนฺโต, ยถา ‘‘กุนฺตา ปจรนฺตี’’ติ อนฺตานนฺตสนฺนิสฺสโย วา ยถา ‘‘มญฺจา โฆสนฺตี’’ติ. โส เอเตสํ อตฺถีติ อนฺตานนฺติกา. เต ปน ยสฺมา ยถาวุตฺตนเยน อนฺตานนฺโต วาโท ทิฏฺฐิ เอเตสนฺติ ‘‘อนฺตานนฺตวาทา’’ติ วุจฺจนฺติ. ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ‘‘อนฺตานนฺตวาทา’’ติ วตฺวา ‘‘อนฺตํ วา’’ติอาทินา อตฺโถ วิภตฺโต.

เอตฺถาห – ยุตฺตํ ตาว ปุริมานํ ติณฺณํ วาทีนํ อนฺตตฺตญฺจ อนนฺตตฺตญฺจ อนฺตานนฺตตฺตญฺจ อารพฺภ ปวตฺตวาทตฺตา อนฺตานนฺติกตฺตํ, ปจฺฉิมสฺส ปน ตทุภยปฏิเสธนวเสน ปวตฺตวาทตฺตา กถ อนฺตานนฺติกตฺตนฺติ? ตทุภยปฏิเสธนวเสน ปวตฺตวาทตฺตา เอว. ยสฺมา อนฺตานนฺตปฏิเสธวาโทปิ อนฺตานนฺตวิสโย เอว ตํ อารพฺภ ปวตฺตตฺตา. เอตทตฺถํเยว หิ สนฺธาย อฏฺฐกถายํ ‘‘อารพฺภ ปวตฺตวาทา’’ติ วุตฺตํ. อถ วา ยถา ตติยวาเท เทสเภทวเสน เอกสฺเสว อนฺตวนฺตตา อนนฺตตา จ สมฺภวติ, เอวํ ตกฺกีวาเทปิ กาลเภทวเสน อุภยสมฺภวโต อญฺญมญฺญปฏิเสเธน อุภยญฺเญว วุจฺจติ. กถํ? อนฺตวนฺตตาปฏิเสเธน หิ อนนฺตตา วุจฺจติ, อนนฺตตาปฏิเสเธน จ อนฺตวนฺตตา, อนฺตานนฺตานญฺจ น ตติยวาทภาโว กาลเภทสฺส อธิปฺเปตตฺตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา อยํ โลกสญฺญิโต อตฺตา อธิคตวิเสเสหิ มเหสีหิ อนนฺโต กทาจิ สกฺขิทิฏฺโฐติ อนุสุยฺยติ, ตสฺมา เนวนฺตวา. ยสฺมา ปน เตหิเยว กทาจิ อนฺตวา สกฺขิทิฏฺโฐติ อนุสุยฺยติ, ตสฺมา น ปน อนนฺโตติ. ยถา จ อนุสฺสุติตกฺกีวเสน, เอวํ ชาติสฺสรตกฺกี อาทีนญฺจ วเสน ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพํ. อยญฺหิ ตกฺกิโก อวฑฺฒิตภาวปุพฺพกตฺตา ปฏิภาคนิมิตฺตานํ วฑฺฒิตภาวสฺส วฑฺฒิตกาลวเสน อปฺปจฺจกฺขการิตาย อนุสฺสวาทิมตฺเต ฐตฺวา ‘‘เนวนฺตวา’’ติ ปฏิกฺขิปติ. อวฑฺฒิตกาลวเสน ปน ‘‘น ปนานนฺโต’’ติ, น ปน อนฺตตานนฺตตานํ อจฺจนฺตมภาเวน ยถา ตํ ‘‘เนวสญฺญินาสญฺญี’’ติ. ปุริมวาทตฺตยปฏิกฺเขโป จ อตฺตนา ยถาธิปฺเปตปฺปการวิลกฺขณตาย เตสํ, อวสฺสญฺเจตํ เอวํ วิญฺญาตพฺพํ, อญฺญถา วิกฺเขปปกฺขํเยว ภเชยฺย จตุตฺถวาโท. น หิ อนฺตตาอนนฺตตาตทุภยวินิมุตฺโต อตฺตโน ปกาโร อตฺถิ, ตกฺกีวาที จ ยุตฺติมคฺคโก, กาลเภทวเสน จ ตทุภยํ เอกสฺมิมฺปิ น น ยุชฺชตีติ.

เกจิ ปน ยทิ ปนายํ อตฺตา อนฺตวา สิยา, ทูรเทเส อุปปชฺชนานุสฺสรณาทิ กิจฺจนิปฺผตฺติ น สิยา. อถ อนนฺโต, อิธ ฐิตสฺส เทวโลกนิรยาทีสุ สุขทุกฺขานุภวนมฺปิ สิยา. สเจ ปน อนฺตวา จ อนนฺโต จ, ตทุภยโทสสมาโยโค. ตสฺมา ‘‘อนฺตวา, อนนฺโต’’ติ จ อพฺยากรณีโย อตฺตาติ เอวํ ตกฺกนวเสน จตุตฺถวาทปฺปวตฺตึ วณฺเณนฺติ. เอวมฺปิ ยุตฺตํ ตาว ปจฺฉิมวาทีทฺวยสฺส อนฺตานนฺติกตฺตํ อนฺตานนฺตานํ วเสน อุภยวิสยตฺตา เตสํ วาทสฺส. ปุริมวาทีทฺวยสฺส ปน กถํ วิสุํ อนฺตานนฺติกตฺตนฺติ? อุปจารวุตฺติยา. สมุทิเตสุ หิ อนฺตานนฺตวาทีสุ ปวตฺตมาโน อนฺตานนฺติก-สทฺโท ตตฺถ นิรุฬฺหตาย ปจฺเจกมฺปิ อนฺตานนฺติกวาทีสุ ปวตฺตติ, ยถา อรูปชฺฌาเนสุ ปจฺเจกํ อฏฺฐวิโมกฺขปริยาโย, ยถา จ โลเก สตฺตาสโยติ. อถ วา อภินิเวสโต ปุริมกาลปฺปวตฺติวเสน อยํ ตตฺถ โวหาโร กโต. เตสญฺหิ ทิฏฺฐิคติกานํ ตถารูปเจโตสมาธิสมธิคมโต ปุพฺพกาลํ ‘‘อนฺตวา นุ อยํ โลโก, อนนฺโต นู’’ติ อุภยาการาวลมฺพิโน ปริวิตกฺกสฺส วเสน นิรุโฬฺห อนฺตานนฺติกภาโว วิเสสลาเภน ตตฺถ อุปฺปนฺเนปิ เอกํสคฺคาเห ปุริมสิทฺธรุฬฺหิยา โวหรียตีติ.

๕๔-๖๐. วุตฺตนเยนาติ ‘‘ตกฺกยตีติ ตกฺกี’’ติอาทินา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๔) สทฺทโต, ‘‘จตุพฺพิโธ ตกฺกี’’ติอาทินา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๔) อตฺถโต จ สสฺสตวาเท วุตฺตวิธินา. ทิฏฺฐปุพฺพานุสาเรนาติ ทสฺสนภูเตน วิญฺญาเณน อุปลทฺธปุพฺพสฺส อนฺตวนฺตาทิโน อนุสฺสรเณน. เอวญฺจ กตฺวา อนุสฺสุติตกฺกีสุทฺธตกฺกีนมฺปิ อิธ สงฺคโห สิทฺโธ โหติ. อถ วา ทิฏฺฐคฺคหเณเนว ‘‘นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑๐, ๑๙๔) วิย สุตาทีนมฺปิ คหิตตา เวทิตพฺพา. ‘‘อนฺตวา’’ติอาทินา อิจฺฉิตสฺส อตฺตโน สพฺพทา ภาวปรามสนวเสเนว อิเมสํ วาทานํ ปวตฺตนโต สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘เสสา สสฺสตทิฏฺฐิโย’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๙๗-๙๘).