๑. พฺรหฺมชาลสุตฺตวณฺณนา
ปริพฺพาชกกถาวณฺณนา
เอวํ ปฐมมหาสงฺคีตึ ทสฺเสตฺวา ยทตฺถํ สา อิธ ทสฺสิตา, อิทานิ ตํ นิคมนวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘อิมิสฺสา’’ติอาทิมาห.
๑. เอตฺตาวตา จ พฺรหฺมชาลสฺส สาธารณโต พาหิรนิทานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อพฺภนฺตรนิทานํ สํวณฺเณตุํ ‘‘ตตฺถ เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อถ วา ฉหิ อากาเรหิ สํวณฺณนา กาตพฺพา สมฺพนฺธโต ปทโต ปทวิภาคโต ปทตฺถโต อนุโยคโต ปริหารโต จาติ. ตตฺถ สมฺพนฺโธ นาม เทสนาสมฺพนฺโธ. ยํ โลกิยา ‘‘อุมฺมุคฺฆาโต’’ติ วทนฺติ. โส ปน ปาฬิยา นิทานปาฬิวเสน, นิทานปาฬิยา ปน สงฺคีติวเสน เวทิตพฺโพติ ปฐมมหาสงฺคีตึ ทสฺเสนฺเตน นิทานปาฬิยา สมฺพนฺธสฺส ทสฺสิตตฺตา ปทาทิวเสน สํวณฺณนํ กโรนฺโต ‘‘เอวนฺติ นิปาตปท’’นฺติอาทิมาห. ‘‘เมติอาทีนี’’ติ เอตฺถ อนฺตรา-สทฺท-จ-สทฺทานํ นิปาตปทภาโว, วตฺตพฺโพ, น วา วตฺตพฺโพ เตสํ นยคฺคหเณน คหิตตฺตา, ตทวสิฏฺฐานํ อาปฏิ-สทฺทานํ อาทิ-สทฺเทน สงฺคณฺหนโต. ‘‘ปทวิภาโค’’ติ ปทานํ วิเสโส, น ปน ปทวิคฺคโห. อถ วา ปทานิ จ ปทวิภาโค จ ปทวิภาโค, ปทวิคฺคโห จ ปทวิภาโค จ ปทวิภาโคติ วา เอกเสสวเสน ปทปทวิคฺคหาปิ ปทวิภาค สทฺเทน วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ปทวิคฺคโห ‘‘ภิกฺขูนํ สงฺโฆ’’ติอาทิเภเทสุ ปเทสุ ทฏฺฐพฺโพ.
อตฺถโตติ ปทตฺถโต. ตํ ปน ปทตฺถํ อตฺถุทฺธารกฺกเมน ปฐมํ เอวํ-สทฺทสฺส ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํสทฺโท ตาวา’’ติอาทิมาห. อวธารณาทีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อิทมตฺถปุจฺฉาปริมาณาทิอตฺถานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ ‘‘เอวํคตานิ, เอวํวิโธ, เอวมากาโร’’ติอาทีสุ อิทํ-สทฺทสฺส อตฺเถ เอวํ-สทฺโท. คต-สทฺโท หิ ปการปริยาโย, ตถา วิธาการ-สทฺทา จ. ตถา หิ วิธยุตฺตคต-สทฺเท โลกิยา ปการตฺเถ วทนฺติ. ‘‘เอวํ นุ โข, น นุ โข, กึ นุ โข, กถํ นุ โข’’ติ, ‘‘เอวํ สุ เต สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา กปฺปิตเกสมสฺสุ, อามุตฺตมาลาภรณา โอทาตวตฺถวสนา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรนฺติ, เสยฺยถาปิ ตฺวํ เอตรหิ สาจริยโกติ? โน หิทํ โภ โคตมา’’ติ จ อาทีสุ ปุจฺฉายํ. ‘‘เอวํ ลหุปริวตฺตํ, เอวํ อายุปริยนฺโต’’ติ จ อาทีสุ ปริมาเณ. นนุ จ ‘‘เอวํ นุ โข, เอวํ สุ เต, เอวํ อายุปริยนฺโต’’ติ เอตฺถ เอวํ-สทฺเทน ปุจฺฉนาการปริมาณาการานํ วุตฺตตฺตา อาการตฺโถ เอว เอวํ-สทฺโท ติ? น, วิเสสสพฺภาวโต. อาการมตฺตวาจโก เหตฺถ อาการตฺโถติ อธิปฺเปโต, ยถา ‘‘เอวํ พฺยาโขติอาทีสุ ปน น อาการวิเสสวาจโก เอวญฺจ กตฺวา ‘‘เอวํ ชาเตน มจฺเจนา’’ติอาทีนิ อุปมาทีสุ อุทาหรณานิ อุปปนฺนานิ โหนฺติ. ตถา หิ ‘‘ยถาปิ…เป… พหุ’’นฺติ? เอตฺถ ปุปฺผราสิฏฺฐานิยโต มนุสฺสุปปตฺติสปฺปุริสูปนิสฺสยสทฺธมฺมสวนโยนิโสมนสิการโภคสมฺปตฺติอาทิทานาทิปุญฺญกิริยาเหตุสมุทายโต โสภาสุคนฺธตาทิคุณโยคโต มาลาคุณสทิสิโย ปหูตา ปุญฺญกิริยา มริตพฺพสภาวตาย มจฺเจน สตฺเตน กตฺตพฺพาติ โชทิตตฺตา ปุปฺผราสิมาลาคุณาว อุปมา, เตสํ อุปมากาโร ยถา-สทฺเทน อนิยมโต วุตฺโตติ เอวํ-สทฺโท อุปมาการนิคมนตฺโถติ วตฺตุํ ยุตฺตํ. โส ปน อุปมากาโร นิยมิยมาโน อตฺถโต อุปมาว โหตีติ อาห ‘‘อุปมายํ อาคโต’’ติ.
ตถา เอวํ อิมินา อากาเรน ‘‘อภิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทินา อุปทิสิยมานาย สมณสารุปฺปาย อากปฺปสมฺปตฺติยา โย ตตฺถ อุปทิสนากาโร, โส อตฺถโต อุปเทโสเยวาติ วุตฺตํ ‘‘เอวํ เต…เป… อุปเทเส’’ติ. ตถา เอวเมตํ ภควา, เอวเมตํ สุคตาติ เอตฺถ จ ภควตา ยถาวุตฺตมตฺถํ อวิปรีตโต ชานนฺเตหิ กตํ ตตฺถ สํวิชฺชมานคุณานํ ปกาเรหิ หํสนํ อุทคฺคตากรณํ สมฺปหํสนํ, โย ตตฺถ สมฺปหํสนากาโรติ โยเชตพฺพํ. เอวเมวํ ปนายนฺติ เอตฺถ ครหณากาโรติ โยเชตพฺพํ. โส จ ครหณากาโร ‘‘วสลี’’ติอาทิ ขุํสนสทฺทสนฺนิธานโต อิธ เอวํ-สทฺเทน ปกาสิโตติ วิญฺญายติ. ยถา เจตฺถ, เอวํ อุปมาการาทโยปิ อุปมาทิวเสน วุตฺตานํ ปุปฺผราสิอาทิสทฺทานํ สนฺนิธานโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺจ วเทหีติ ‘‘ยถาหํ วทามิ, เอวํ สมณํ อานนฺทํ วเทหี’’ติ วทนากาโร อิทานิ วตฺตพฺโพ เอวํ-สทฺเทน นิทสฺสียตีติ นิทสฺสนตฺโถ วุตฺโต. เอวํ โนติ เอตฺถาปิ เตสํ ยถาวุตฺตธมฺมานํ อหิตทุกฺขาวหภาเว สนฺนิฏฺฐานชนนตฺถํ อนุมติคฺคหณวเสน ‘‘สํวตฺตนฺติ, โน วา, กถํ วา เอตฺถ โหตี’’ติ ปุจฺฉาย กตาย ‘‘เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา ตทาการสนฺนิฏฺฐานํ เอวํ-สทฺเทน วิภาวิตนฺติ วิญฺญายติ, โส ปน เตสํ ธมฺมานํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนากาโร นิยมิยมาโน อวธารณตฺโถ โหตีติ อาห ‘‘เอวํ โน เอตฺถ โหตีติ อาทีสุ อวธารเณ’’ติ. เอวํ ภนฺเตติ ปน ธมฺมสฺส สาธุกํ สวนมนสิกาเร สนฺนิโยชิเตหิ ภิกฺขูหิ อตฺตโน ตตฺถ ฐิตภาวสฺส ปฏิชานนวเสน วุตฺตตฺตา เอตฺถ เอวํ-สทฺโท วจนสมฺปฏิจฺฉนตฺโถ วุตฺโต, เตน เอวํ ภนฺเต, สาธุ ภนฺเต, สุฏฺฐุ ภนฺเตติ วุตฺตํ โหติ.
นานานยนิปุณนฺติ เอกตฺตนานตฺตอพฺยาปารเอวํธมฺมตาสงฺขาตา, นนฺทิยาวฏฺฏ ติปุกฺขลสีหวิกฺกีฬิตองฺกุสทิสาโลจนสงฺขาตา วา อาธาราทิเภทวเสน นานาวิธา นยา นานานยา, นยา วา ปาฬิคติโย, ตา จ ปญฺญตฺติอนุปญฺญตฺติอาทิวเสน สํกิเลภาคิยาทิโลกิยาทิตทุภยโวมิสฺสตาทิวเสน กุสลาทิวเสน ขนฺธาทิวเสน สงฺคหาทิวเสน สมยวิมุตฺตาทิวเสน ฐปนาทิวเสน กุสลมูลาทิวเสน ติกปฏฺฐานาทิวเสน จ นานปฺปการาติ นานานยา, เตหิ นิปุณํ สณฺหสุขุมนฺติ นานานยนิปุณํ. อาสโยว อชฺฌาสโย, เต จ สสฺสตาทิเภเทน, ตตฺถ จ อปฺปรชกฺขตาทิวเสน อเนกา, อตฺตชฺฌาสยาทโย เอว วา สมุฏฺฐานํ อุปฺปตฺติเหตุ เอตสฺสาติ อเนกชฺฌาสยสมุฏฺฐานํ. อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนนฺติ อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณํ อุปเนตพฺพาภาวโต, สงฺกาสนปกาสนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปญฺญตฺติวเสน ฉหิ อตฺถปเทหิ, อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสวเสน ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ จ สมนฺนาคตนฺติ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
วิวิธปาฏิหาริยนฺติ เอตฺถ ปาฏิหาริยปทสฺส วจนตฺถํ ‘‘ปฏิปกฺขหรณโต ราคาทิกิเลสาปนยนโต ปาฏิหาริย’’นฺติ วทนฺติ. ภควโต ปน ปฏิปกฺขา ราคาทโย น สนฺติ, เย หริตพฺพา. ปุถุชฺชนานมฺปิ วิคตูปกฺกิเลเส อฏฺฐคุณสมนฺนาคเต จิตฺเต หตปฏิปกฺเข อิทฺธิวิธํ ปวตฺตติ, ตสฺมา ตตฺถ ปวตฺตโวหาเรน จ น สกฺกา อิธ ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วตฺตุํ. สเจ ปน มหาการุณิกสฺส ภควโต เวเนยฺยคตา จ กิเลสา ปฏิปกฺขา, เตสํ หรณโต ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ สติ ยุตฺตเมตํ. อถ วา ภควโต จ สาสนสฺส จ ปฏิปกฺขา ติตฺถิยา, เตสํ หรณโต ปาฏิหาริยํ. เต หิ ทิฏฺฐิหรณวเสน, ทิฏฺฐิปฺปกาสเน อสมตฺถภาเวน จ อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีหิ หริตา อปนีตา โหนฺตีติ. ‘‘ปฏี’’ติ วา อยํ สทฺโท ‘‘ปจฺฉา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ โพเธติ ‘‘ตสฺมึ ปฏิปวิฏฺฐมฺหิ, อญฺโญ อาคญฺฉิ พฺราหฺมโณ’’ติอาทีสุ วิย, ตสฺมา สมาหิเต จิตฺเต, วิคตูปกฺกิเลเส จ กตกิจฺเจน ปจฺฉา หริตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ ปฏิหาริยํ, อตฺตโน วา อุปกฺกิเลเสสุ จตุตฺถชฺฌานมคฺเคหิ หริเตสุ ปจฺฉา หรณํ ปฏิหาริยํ. อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิโย จ วิคตูปกฺกิเลเสน, กตกิจฺเจน จ สตฺตหิตตฺถํ ปุน ปวตฺเตตพฺพา, หริเตสุ จ อตฺตโน อุปกฺกิเลเสสุ ปรสตฺตานํ อุปกฺกิเลสหรณานิ โหนฺตีติ ปฏิหาริยานิ ภวนฺติ. ปฏิหาริยเมว ปาฏิหาริยํ. ปฏิหาริเย วา อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีสมุทาเย ภวํ เอเกกํ ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วุจฺจติ. ปฏิหาริยํ วา จตุตฺถชฺฌานํ มคฺโค จ ปฏิปกฺขหรณโต, ตตฺถ ชาตํ, ตสฺมึ วา นิมิตฺตภูเต, ตโต วา อาคตนฺติ ปาฏิหาริยํ. ตสฺส ปน อิทฺธิอาทิเภเทน วิสยเภเทน จ พหุวิธสฺส ภควโต เทสนาย ลพฺภมานตฺตา อาห ‘‘วิวิธปาฏิหาริย’’นฺติ.
น อญฺญถาติ ภควโต สมฺมุขา สุตาการโต น อญฺญถาติ อตฺโถ, น ปน ภควโต เทสิตาการโต. อจินฺเตยฺยานุภาวา หิ ภควโต เทสนา. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘สพฺพปฺปกาเรน โก สมตฺโถ วิญฺญาตุ’’นฺติ อิทํ วจนํ สมตฺถิตํ โหติ. ธารณพลทสฺสนญฺจ น วิรุชฺฌติ สุตาการาวิรชฺฌนสฺส อธิปฺเปตตฺตา. น เหตฺถ อตฺถนฺตรตาปริหาโร ทฺวินฺนมฺปิ อตฺถานํ เอกวิสยตฺตา, อิตรถา เถโร ภควโต เทสนาย สพฺพถา ปฏิคฺคหเณ สมตฺโถ อสมตฺโถ จาติ อาปชฺเชยฺยาติ.
‘‘โย ปโร น โหติ, โส อตฺตา’’ติ เอวํ วุตฺตาย นิยกชฺฌตฺตสงฺขาตาย สสนฺตติยํ วตฺตนโต ติวิโธปิ เม-สทฺโท กิญฺจาปิ เอกสฺมึเยว อตฺเถ ทิสฺสติ, กรณสมฺปทานสามินิทฺเทสวเสน ปน วิชฺชมานเภทํ สนฺธายาห ‘‘เม-สทฺโท ตีสุ อตฺเถสุ ทิสฺสตี’’ติ.
กิญฺจาปิ อุปสคฺโค กิริยํ วิเสเสติ, โชตกภาวโต ปน สติปิ ตสฺมึ สุต-สทฺโท เอว ตํ ตมตฺถํ อนุวทตีติ อนุปสคฺคสฺส สุต-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร สอุปสคฺคสฺส คหณํ น วิรุชฺฌตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สอุปสคฺโค จ อนุปสคฺโค จา’’ติ อาห. อสฺสาติ สุต-สทฺทสฺส. กมฺมภาวสาธนานิ อิธ สุต-สทฺเท สมฺภวนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อุปธาริตนฺติ วา อุปธารณนฺติ วา อตฺโถ’’ติ. มยาติ อตฺเถ สตีติ ยทา เมสทฺทสฺส กตฺตุวเสน กรณนิทฺเทโส, ตทาติ อตฺโถ. มมาติ อตฺเถ สตีติ ยทา สมฺพนฺธวเสน สามินิทฺเทโส, ตทา.
สุตสทฺทสนฺนิธาเน ปยุตฺเตน เอวํสทฺเทน สวนกิริยาโชตเกน ภวิตพฺพนฺติ วุตฺตํ ‘‘เอวนฺติ โสตวิญฺญาณาทิวิญฺญาณกิจฺจนิทสฺสน’’นฺติ. อาทิ-สทฺเทน สมฺปฏิจฺฉนาทีนํ ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาณานํ ตทภินิหฏานญฺจ มโนทฺวาริกวิญฺญาณานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. สพฺเพสมฺปิ วากฺยานํ เอวการตฺถสหิตตฺตา ‘‘สุต’’นฺติ เอตสฺส สุตํ เอวาติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ, เอเตน อวธารเณน นิรากตํ ทสฺเสติ. ยถา จ สุตํ สุตํ เอวาติ นิยเมตพฺพํ, ตํ สมฺมา สุตํ โหตีติ อาห ‘‘อนูนาธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. อถ วา ‘‘สทฺทนฺตรตฺถาโปหนวเสน สทฺโท อตฺถํ วทตี’’ติ สุตนฺติ อสุตํ น โหตีติ อยเมตสฺส อตฺโถติ วุตฺตํ ‘‘อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ, อิมินา ทิฏฺฐาทิวินิวตฺตนํ กโรติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ. น อิทํ มยา ทิฏฺฐํ, น สยมฺภุญาเณน สจฺฉิกตํ, อถ โข สุตํ, ตญฺจ โข สมฺมเทวาติ. เตเนวาห ‘‘อนูนาธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. อวธารณตฺเถ วา เอวํ-สทฺเท อยํ อตฺถโยชนา กรียตีติ ตทเปกฺขสฺส สุต-สทฺทสฺส อยมตฺโถ วุตฺโต ‘‘อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ. เตเนว อาห ‘‘อนูนาธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. สวนสทฺโท เจตฺถ กมฺมตฺโถ เวทิตพฺโพ สุยฺยตีติ.
เอวํ สวนเหตุสุณนฺตปุคฺคลสวนวิเสสวเสน ปทตฺตยสฺส เอเกน ปกาเรน อตฺถโยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปการนฺตเรหิปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตสฺสาติ ยา สา ภควโต สมฺมุขา ธมฺมสฺสวนากาเรน ปวตฺตา มโนทฺวารวิญฺญาณวีถิ, ตสฺสา. สา หิ นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺติตุํ สมตฺถา. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘โสตทฺวารานุสาเรนา’’ติ. นานปฺปกาเรนาติ วกฺขมานานํ อเนกวิหิตานํ พฺยญฺชนตฺถคฺคหณานานากาเรน, เอเตน อิมิสฺสา โยชนาย อาการตฺโถ เอวํ-สทฺโท คหิโตติ ทีเปติ. ปวตฺติภาวปฺปกาสนนฺติ ปวตฺติยา อตฺถิภาวปฺปกาสนํ. ‘‘สุตนฺติ ธมฺมปฺปกาสน’’นฺติ ยสฺมึ อารมฺมเณ วุตฺตปฺปการา วิญฺญาณวีถิ นานปฺปกาเรน ปวตฺตา, ตสฺส ธมฺมตฺตา วุตฺตํ, น สุตสทฺทสฺส ธมฺมตฺถตฺตา. วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏีกรณํ ‘‘อยเญฺหตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ วิญฺญาณวีถิยาติ กรณตฺเถ กรณวจนํ. มยาติ กตฺถุอตฺเถ.
‘‘เอวนฺติ นิทฺทิสิตพฺพปฺปกาสน’’นฺติ นิทสฺสนตฺถํ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา วุตฺตํ นิทสฺเสตพฺพสฺส นิทฺทิสิตพฺพตฺตาภาวาภาวโต, เตน เอวํ-สทฺเทน สกลมฺปิ สุตฺตํ ปจฺจามฏฺฐนฺติ ทสฺเสติ. สุต-สทฺทสฺส กิริยาสทฺทตฺตา, สวนกิริยาย จ สาธารณวิญฺญาณปฺปพนฺธปฏิพทฺธตฺตา ตตฺถ จ ปุคฺคลโวหาโรติ วุตฺตํ ‘‘สุตนฺติ ปุคฺคลกิจฺจปฺปกาสน’’นฺติ. น หิ ปุคฺคลโวหารรหิเต ธมฺมปฺปพนฺเธ สวนกิริยา ลพฺภตีติ.
‘‘ยสฺส จิตฺตสนฺตานสฺสา’’ติอาทิปิ อาการตฺถเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา ปุริมโยชนาย อญฺญถา อตฺถโยชนํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ อาการปญฺญตฺตีติ อุปาทาปญฺญตฺติ เอว, ธมฺมานํ ปวตฺติอาการุปาทานวเสน ตถา วุตฺตา. ‘‘สุตนฺติ วิสยนิทฺเทโส’’ติ โสตพฺพภูโต ธมฺโม สวนกิริยากตฺตุปุคฺคลสฺส สวนกิริยาวเสน ปวตฺติฏฺฐานนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. จิตฺตสนฺตานวินิมุตฺตสฺส ปรมตฺถโต กสฺสจิ กตฺตุ อภาเวปิ สทฺทโวหาเรน พุทฺธิปริกปฺปิตเภทวจนิจฺฉาย จิตฺตสนฺตานโต อญฺญํ วิย ตํสมงฺคึ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘จิตฺตสนฺตาเนน ตํสมงฺคิโน’’ติ. สวนกิริยาวิสโยปิ โสตพฺพธมฺโม สวนกิริยาวเสน ปวตฺตจิตฺตสนฺตานสฺส อิธ ปรมตฺถโต กตฺตุภาวโต, สวนวเสน จิตฺตปฺปวตฺติยา เอว วา สวนกิริยาภาวโต ตํกิริยากตฺตุ จ วิสโย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ตํสมงฺคิโน กตฺตุ วิสเย’’ติ. สุตาการสฺส จ เถรสฺส สมฺมานิจฺฉิตภาวโต อาห ‘‘คหณสนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ, เอเตน วา อวธารณตฺถํ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา อยํ อตฺถโยชนา กตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปุพฺเพ สุตานํ นานาวิหิตานํ สุตฺตสงฺขาตานํ อตฺถพฺยญฺชนานํ อุปธาริตรูปสฺส อาการสฺส นิทสฺสนสฺส อวธารณสฺส วา ปกาสนสภาโว เอวํ-สทฺโทติ ตทาการาทิอุปธารณสฺส ปุคฺคลปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตธมฺมปฺปพนฺธพฺยาปารตาย วุตฺตํ ‘‘เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. สวนกิริยา ปน ปุคฺคลวาทิโนปิ วิญฺญาณนิรเปกฺขา นตฺถีติ วิเสสโต วิญฺญาณพฺยาปาโรติ อาห ‘‘สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. เมติ สทฺทปฺปวตฺติยา เอกนฺเตเนว สตฺตวิสยตฺตา, วิญฺญาณกิจฺจสฺส จ ตตฺเถว สโมทหิตพฺพโต ‘‘เมติ อุภยกิจฺจยุตฺตปุคฺคลนิทฺเทโส’’ติ วุตฺตํ. อวิชฺชมานปญฺญตฺติวิชฺชมานปญฺญตฺติสภาวา ยถากฺกมํ เอวํ-สทฺท สุต-สทฺทานํ อตฺถาติ เต ตถารูปปญฺญตฺติอุปาทานพฺยาปารภาเวน ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส. สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. เอตฺถ จ กรณกิริยากตฺตุกมฺมวิเสสปฺปกาสนวเสน ปุคฺคลพฺยาปาวิสยปุคฺคลพฺยาปารนิทสฺสนวเสน คหณาการคาหกตพฺพิสยวิเสสนิทฺเทสวเสน กตฺตุกรณ พฺยาปารกตฺตุนิทฺเทสวเสน จ ทุติยาทโย จตสฺโส อตฺถโยชนา ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
สพฺพสฺสาปิ สทฺทาธิคมนียสฺส อตฺถสฺส ปญฺญตฺติมุเขเนว ปฏิปชฺชิตพฺพตฺตา, สพฺพปญฺญตฺตีนญฺจ วิชฺชมานาทิวเสน ฉสุ ปญฺญตฺติเภเทสุ อนฺโตคธตฺตา เตสุ ‘‘เอว’’นฺติอาทีนํ ปญฺญตฺตีนํ สรูปํ นิทฺธาเรนฺโต อาห ‘‘เอวนฺติ จ เมติ จา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอวนฺติ จ เมติ จ วุจฺจมานสฺส อตฺถสฺส อาการาทิโน, ธมฺมานญฺจ อสลฺลกฺขณภาวโต อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาโวติ อาห ‘‘สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน อวิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติ. ตตฺถ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสนาติ ภูตตฺถอุตฺตมตฺถวเสน. อิทํ วุตฺตํ โหติโย มายามรีจิอาทโย วิย อภูตตฺโถ, อนุสฺสวาทีหิ คเหตพฺโพ วิย อนุตฺตมตฺโถ จ น โหติ, โส รูปสทฺทาทิสภาโว รุปฺปนานุภวนาทิสภาโว วา อตฺโถ ‘‘สจฺจิกฏฺโฐ, ปรมตฺถ จา’’ติ วุจฺจติ, น ตถา เอวํ เมติ ปทานมตฺโถติ, เอตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘กิเญฺหตฺถ ต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สุตนฺติ ปน สทฺทายตนํ สนฺธายาห ‘‘วิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติ. เตเนว หิ ‘‘ยญฺหิ ตเมตฺถ โสเตน อุปลทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ, ‘‘โสตทฺวารานุสาเรน อุปลทฺธ’’นฺติ ปน วุตฺเต อตฺถพฺยญฺชนาทิสพฺพํ ลพฺภติ. ตํ ตํ อุปาทาย วตฺตพฺพโตติ โสตปถํ อาคเต ธมฺเม อุปาทาย เตสํ อุปธาริตาการาทิโน ปจฺจามสนวเสน ‘‘เอว’’นฺติ, สสนฺตติปริยาปนฺเน ขนฺเธ อุปาทาย ‘‘เม’’ติ วตฺตพฺพตฺตาติ อตฺโถ. ทิฏฺฐาทิสภาวรหิเต สทฺทายตเน ปวตฺตมาโนปิ สุตโวหาโร ‘‘ทุติยํ ตติย’’นฺติอาทิโก วิย ปฐมาทีนิ ทิฏฺฐมุตวิญฺญาเต อเปกฺขิตฺวา ปวตฺโตติ อาห ‘‘ทิฏฺฐาทีนิ อุปนิธาย วตฺตพฺพโต’’ติ. อสุตํ น โหตีติ หิ ‘‘สุต’’นฺติ ปกาสิโต ยมตฺโถติ.
อตฺตนา ปฏิวิทฺธา สุตฺตสฺส ปการวิเสสา ‘‘เอว’’นฺติ เถเรน ปจฺจามฏฺฐาติ อาห ‘‘อสมฺโมหํ ทีเปตี’’ติ. ‘‘นานปฺปการปฏิเวธสมตฺโถ โหตี’’ติ เอเตน วกฺขมานสฺส สุตฺตสฺส นานปฺปการตํ ทุปฺปฏิวิชฺฌตญฺจ ทสฺเสติ. ‘‘สุตสฺส อสมฺโมสํ ทีเปตี’’ติ สุตาการสฺส ยาถาวโต ทสฺสิยมานตฺตา วุตฺตํ. อสมฺโมเหนาติ สมฺโมหาภาเวน, ปญฺญาย เอว วา สวนกาลสมฺภูตาย ตทุตฺตรกาลปญฺญาสิทฺธิ, เอวํ อสมฺโมเสนาติ เอตฺถาปิ วตฺตพฺพํ. พฺยญฺชนานํ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ อากาโร นาติคมฺภีโร, ยถาสุตธารณเมว ตตฺถ กรณียนฺติ สติยา พฺยาปาโร อธิโก, ปญฺญา ตตฺถ คุณีภูตาติ วุตฺตํ ‘‘ปญฺญาปุพฺพงฺคมายา’’ติอาทิ ปญฺญาย ปุพฺพงฺคมาติ กตฺวา. ปุพฺพงฺคมตา เจตฺถ ปธานภาโว ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา’’ติอาทีสุ วิย, ปุพฺพงฺคมตาย วา จกฺขุวิญฺญาณาทีสุ อาวชฺชนาทีนํ วิย อปฺปธานตฺเต ปญฺญา ปุพฺพงฺคมา เอติสฺสาติ อยมฺปิ อตฺโถ ยุชฺชติ, เอวํ ‘‘สติปุพฺพงฺคมายา’’ติ เอตฺถาปิ วุตฺตนยานุสาเรน ยถาสมฺภวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺสาติ อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณสฺส, สงฺกาสนปกาสนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปญฺญตฺติวเสน ฉหิ อตฺถปเทหิ, อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสวเสน ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ จ สมนฺนาคตสฺสาติ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
โยนิโสมนสิการํ ทีเปตีติ เอวํ-สทฺเทน วุจฺจมานานํ อาการนิทสฺสนาวธารณตฺถานํ อวิปรีตสทฺธมฺมวิสยตฺตาติ อธิปฺปาโย. ‘‘อวิกฺเขปํ ทีเปตี’’ติ ‘‘พฺรหฺมชาลํ กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทิ ปุจฺฉาวเสน ปกรณปฺปตฺตสฺส วกฺขมานสฺส สุตฺตสฺส สวนํ สมาธานมนฺตเรน น สมฺภวตีติ กตฺวา วุตฺตํ. ‘‘วิกฺขิตฺตจิตฺตสฺสา’’ติอาทิ ตสฺเสวตฺถสฺส สมตฺถนวเสน วุตฺตํ. สพฺพสมฺปตฺติยาติ อตฺถพฺยญฺชนเทสกปโยชนาทิสมฺปตฺติยา. อวิปรีตสทฺธมฺมวิสเยหิ วิย อาการนิทสฺสนาวธารณตฺเถหิ โยนิโสมนสิการสฺส, สทฺธมฺมสฺสวเนน วิย จ อวิกฺเขปสฺส ยถา โยนิโสมนสิกาเรน ผลภูเตน อตฺตสมฺมาปณิธิปุพฺเพกตปุญฺญตานํ สิทฺธิ วุตฺตา ตทวินาภาวโต, เอวํ อวิกฺเขเปน ผลภูเตน การณภูตานํ สทฺธมฺมสฺสวนสปฺปุริสูปนิสฺสยานํ สิทฺธิ ทสฺเสตพฺพา สิยา อสฺสุตวโต, สปฺปุริสูปนิสฺสยรหิตสฺส จ ตทภาวโต.
‘‘น หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโต’’ติอาทินา สมตฺถนวจเนน ปน อวิกฺเขเปน การณภูเตน สปฺปุริสูปนิสฺสเยน จ ผลภูตสฺส สทฺธมฺมสฺสวนสฺส สิทฺธิ ทสฺสิตา. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย ยุตฺโต สิยาสทฺธมฺมสฺสวนสปฺปุริสูปนิสฺสยา น เอกนฺเตน อวิกฺเขปสฺส การณํ พาหิรงฺคตฺตา, อวิกฺเขโป ปน สปฺปุริสูปนิสฺสโย วิย สทฺธมฺมสฺสวนสฺส เอกนฺตการณนฺติ. เอวมฺปิ อวิกฺเขเปน สปฺปุริสูปนิสฺสยสิทฺธิโชตนา น สมตฺถิตาว, โน น สมตฺถิตา วิกฺขิตฺตจิตฺตานํ สปฺปุริสปยิรุปาสนาภาวสฺส อตฺถสิทฺธตฺตา. เอตฺถ จ ปุริมํ ผเลน การณสฺส สิทฺธิทสฺสนํ นทีปูเรน วิย อุปริ วุฏฺฐิสพฺภาวสฺส, ทุติยํ การเณน ผลสฺส สิทฺธิทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ เอกนฺเตน วสฺสินา วิย เมฆวุฏฺฐาเนน วุฏฺฐิปฺปวตฺติยา.
ภควโต วจนสฺส อตฺถพฺยญฺชนปเภทปริจฺเฉทวเสน สกลสาสนสมฺปตฺติโอคาหนากาโร นิรวเสสปรหิตปาริปูริการณนฺติ วุตฺตํ ‘‘เอวํ ภทฺทโก อากาโร’’ติ. ยสฺมา น โหตีติ สมฺพนฺโธ. ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตินฺติ อตฺตสมฺมาปณิธิปุพฺเพกตปุญฺญตาสงฺขาตํ คุณทฺวยํ. อปราปรํ วุตฺติยา เจตฺถ จกฺกภาโว, จรนฺติ เอเตหิ สตฺตา สมฺปตฺติภเวสูติ วา. เย สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จตฺตาริมานิ ภิกฺขเว จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุจกฺกํ วตฺตตี’’ติอาทิ. ปุริมปจฺฉิมภาโว เจตฺถ เทสนากฺกมวเสน ทฏฺฐพฺโพ. ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสิทฺธิยาติ ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสฺส อตฺถิตาย. สมฺมาปณิหิตตฺโต ปุพฺเพ จ กตปุญฺโญ สุทฺธาสโย โหติ ตทสุทฺธิเหตูนํ กิเลสานํ ทูรีภาวโตติ อาห ‘‘อาสยสุทฺธิ สิทฺธา โหตี’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ, เสยฺยโส นํ ตโต กเร’’ติ, ‘‘กตปุญฺโญสิ ตฺวํ อานนฺท, ปธานํ อนุยุญฺช ขิปฺปํ โหหิสิ อนาสโวติ จ. เตเนวาห ‘‘อาสยสุทฺธิยา อธิคมพฺยตฺติสิทฺธี’’ติ. ปโยคสุทฺธิยาติ โยนิโสมนสิการปุพฺพงฺคมสฺส ธมฺมสฺสวนปโยคสฺส วิสทภาเวน. ตถา จาห ‘‘อาคมพฺยตฺติสิทฺธี’’ติ. สพฺพสฺส วา กายวจีปโยคสฺส นิทฺโทสภาเวน. ปริสุทฺธกายวจีปโยโค หิ วิปฺปฏิสาราภาวโต อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ปริยตฺติยํ วิสารโท โหตีติ.
‘‘นานปฺปการปฏิเวธทีปเกนา’’ติอาทินา อตฺถพฺยญฺชเนสุ เถรสฺส เอวํ-สทฺท สุต-สทฺทานํ อสมฺโมหาสมฺโมสทีปนโต จตุปฏิสมฺภิทาวเสน อตฺถโยชนํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ‘‘โสตพฺพปฺปเภทปฏิเวธทีปเกนา’’ติ เอเตน อยํ สุต-สทฺโท เอวํ-สทฺทสนฺนิธานโต, วกฺขมานาเปกฺขาย วา สามญฺเญเนว โสตพฺพธมฺมวิเสสํ อามสตีติ ทสฺเสติ. มโนทิฏฺฐิกรณาปริยตฺติธมฺมานํ อนุเปกฺขนสุปฺปฏิเวธา วิเสสโต มนสิการปฏิพทฺธาติ เต วุตฺตนเยน โยนิโสมนสิการทีปเกน เอวํ-สทฺเทน โยเชตฺวา, สวนธารณวจีปริจยา ปริยตฺติธมฺมานํ วิเสเสน โสตาวธานปฏิพทฺธาติ เต อวิกฺเขปทีปเกน สุต-สทฺเทน โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต สาสนสมฺปตฺติยา ธมฺมสฺสวเน อุสฺสาหํ ชเนติ. ตตฺถ ธมฺมาติ ปริยตฺติธมฺมา. มนสานุเปกฺขิตาติ ‘‘อิธ สีลํ กถิตํ, อิธ สมาธิ, อิธ ปญฺญา, เอตฺตกา เอตฺถ อนุสนฺธิโย’’ติอาทินา นเยน มนสา อนุเปกฺขิตา. ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธาติ นิชฺฌานกฺขนฺติภูตาย, ญาตปริญฺญาสงฺขาตาย วา ทิฏฺฐิยา ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตรูปารูปธมฺเม ‘‘อิติ รูปํ, เอตฺตกํ รูป’’นฺติอาทินา สุฏฺฐุ ววตฺถเปตฺวา ปฏิวิทฺธา.
‘‘สกเลน วจเนนา’’ติ ปุพฺเพ ตีหิ ปเทหิ วิสุํ วิสุํ โยชิตตฺตา วุตฺตํ. อสปฺปุริสภูมินฺติ อกตญฺญุตํ ‘‘อิเธกจฺโจ ปาปภิกฺขุ ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ ปริยาปุณิตฺวา อตฺตโน ทหตี’’ติ เอวํ วุตฺตํ อนริยโวหาราวตฺถํ. สา เอว อนริยโวหาราวตฺถา อสทฺธมฺโม. นนุ จ อานนฺทตฺเถรสฺส ‘‘มเมทํ วจน’’นฺติ อธิมานสฺส, มหากสฺสปตฺเถราทีนญฺจ ตทาสงฺกาย อภาวโต อสปฺปุริสภูมิสมติกฺกมาทิวจนํ นิรตฺถกํ ติ? นยิทํ เอวํ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ วทนฺเตน อยมฺปิ อตฺโถ วิภาวิโตติ ทสฺสนโต. เกจิ ปน ‘‘เทวตานํ ปริวิตกฺกาเปกฺขํ ตถาวจนนฺติ เอทิสี โจทนา อนวกาสา’’ติ วทนฺติ. ตสฺมึ กิร ขเณ เอกจฺจานํ เทวตานํ เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘ตถาคโต จ ปรินิพฺพุโต, อยญฺจ อายสฺมา เทสนากุสโล, อิทานิ ธมฺมํ เทเสติ, สกฺยกุลปฺปสุโต ตถาคตสฺส ภาตา จูฬปิตุปุตฺโต, กึ นุ โข สยํ สจฺฉิกต ธมฺมํ เทเสติ, อุทาหุ ภควโตเยว วจนํ ยถาสุต’’นฺติ. เอวํ ตทาสงฺกิตปฺปการโต อสปฺปุริสภูมิสโมกฺกมาทิโต อติกฺกมาทิ วิภาวิตนฺติ. อตฺตโน อทหนฺโตติ ‘‘มเมต’’นฺติ อตฺตนิ อฏฺฐเปนฺโต. อปฺเปตีติ นิทสฺเสติ. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถสุ ยถารหํ สตฺเต เนตีติ เนตฺติ, ธมฺโมเยว เนตฺติ ธมฺมเนตฺติ.
ทฬฺหตรนิวิฏฺฐา วิจิกิจฺฉา กงฺขา. นาติสํสปฺปนํ มติเภทมตฺตํ วิมติ. อสฺสทฺธิยํ วินาเสติ ภควโต เทสิตตฺตา, สมฺมุขา จสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา, ขลิตทุรุตฺตาทิคฺคหณโทสาภาวโต จ. เอตฺถ จ ปฐมาทโย ติสฺโส อตฺถโยชนา อาการาทิอตฺเถสุ อคฺคหิตวิเสสเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา ทสฺสิตา, ตโต ปรา ติสฺโส อาการตฺถเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา วิภาวิตา. ปจฺฉิมา ปน ติสฺโส ยถากฺกมํ อาการตฺถํ นิทสฺสนตฺถํ อวธารณตฺถญฺจ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา โยชิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอก-สทฺโท อญฺญเสฏฺฐาสหายสงฺขฺยทีสุ ทิสฺสติ. ตถาเหส ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ อิตฺเถเก อภิวทนฺตี’’ติอาทีสุ อญฺญตฺเถ ทิสฺสติ, ‘‘เจตโส เอโกทิภาว’’นฺติอาทีสุ เสฏฺฐตฺเถ, ‘‘เอโก วูปกฏฺโฐ’’ติอาทีสุ อสหาเย, ‘‘เอโกว โข ภิกฺขเว ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ สงฺขฺยยํ, อิธาปิ สงฺขฺยยนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เอกนฺติ คณนปริจฺเฉทนิทฺเทโส’’ติ. กาลญฺจ สมยญฺจาติ ยุตฺตกาลญฺจ ปจฺจยสามคฺคิญฺจ. ขโณติ โอกาโส. ตถาคตุปฺปาทาทิโก หิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส โอกาโส ตปฺปจฺจยปฏิลาภเหตุตฺตา. ขโณ เอว จ สมโย. โย ‘‘ขโณ’’ติ จ ‘‘สมโย’’ติ จ วุจฺจติ, โส เอโก วาติ หิ อตฺโถ. มหาสมโยติ มหาสมูโห. สมโยปิ โขติ สิกฺขาปทปูรณสฺส เหตุปิ. สมยปฺปวาทเกติ ทิฏฺฐิปฺปวาทเก. ตตฺถ หิ นิสินฺนา ติตฺถิยา อตฺตโน อตฺตโน สมยํ ปวทนฺตีติ. อตฺถาภิสมยาติ หิตปฏิลาภา. อภิสเมตพฺโพติ อภิสมโย, อภิสมโย อตฺโถติ อภิสมยฏฺโฐติ ปีฬน อาทีนิ อภิสเมตพฺพภาเวน เอกีภาวํ อุปเนตฺวา วุตฺตานิ. อภิสมยสฺส วา ปฏิเวธสฺส วิสยภูตภาโว อภิสมยฏฺโฐติ ตาเนว ตถา เอกตฺเตน วุตฺตานิ. ตตฺถ ปีฬนํ ทุกฺขสจฺจสฺส ตํ สมงฺคีโน หึสนํ อวิปฺผาริกตากรณํ. สนฺตาโปทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน สนฺตาปนํ ปริทหณํ.
ตตฺถ สหการีการณํ สนฺนิชฺฌ สเมติ สมเวตีติ สมโย, สมวาโย. สเมติ สมาคจฺฉติ มคฺคพฺรหฺมจริยเมตฺถ ตทาธารปุคฺคเลหีติ สมโย, ขโณ. สเมติ เอตฺถ, เอเตนว สํคจฺฉติ สตฺโต, สภาวธมฺโม วา สหชาตาทีหิ, อุปฺปาทาทีหิ วาติ สมโย, กาโล. ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตาย อตฺถโต อภูโตปิ หิ กาโล ธมฺมปฺปวตฺติยา อธิกรณํ, กรณํ วิย จ กปฺปนามตฺตสิทฺเธน รูเปน โวหรียตีติ. สมํ, สห วา อวยวานํ อยนํ ปวตฺติ อวฏฺฐานนฺติ สมโย, สมูโห, ยถา ‘‘สมุทาโย’’ติ. อวยวสหาวฏฺฐานเมว หิ สมูโหติ. อวเสสปจฺจยานํ สมาคเม เอติ ผลํ เอตสฺมา อุปฺปชฺชติ ปวตฺตติ จาติ สมโย, เหตุ ยถา ‘‘สมุทโย’’ติ. สเมติ สํโยชนภาวโต สมฺพนฺโธ เอติ อตฺตโน วิสเย ปวตฺตติ, ทฬฺหคฺคหณภาวโต วา สํยุตฺตา อยนฺติ ปวตฺตนฺติ สตฺตา ยถาภินิเวสํ เอเตนาติ สมโย, ทิฏฺฐิ. ทิฏฺฐิสํโยชเนน หิ สตฺตา อติวิย พชฺฌนฺตีติ. สมิติ สงฺคติ สโมธานนฺติ สมโย, ปฏิลาโภ. สมสฺส ยานํ, สมฺมา วา ยานํ อปคโมติ สมโย, ปหานํ. อภิมุขํ ญาเณน เอตพฺโพ อภิสเมตพฺโพติ อภิสมโย, ธมฺมานํ อวิปรีโต สภาโว. อภิมุขภาเวน สมฺมา เอติ คจฺฉติ พุชฺฌตีติ อภิสมโย, ธมฺมานํ ยถาภูตสภาวาวโพโธ. เอวํ ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ สมย-สทฺทสฺส ปวตฺติ เวทิตพฺพา. สมย-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร อภิสมย-สทฺทสฺส อุทาหรณํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อสฺสาติ สมย-สทฺทสฺส. กาโล อตฺโถ สมวายาทีนํ อตฺถานํ อิธ อสมฺภวโต เทสเทสกปริสานํ วิย สุตฺตสฺส นิทานภาเวน กาลสฺส อปทิสิตพฺพโต จ.
กสฺมา ปเนตฺถ อนิยามิตวเสเนว กาโล นิทฺทิฏฺโฐ, น อุตุสํวจฺฉราทิวเสน นิยเมตฺวาติ อาห ‘‘ตตฺถ กิญฺจาปี’’ติอาทิ. อุตุสํวจฺฉราทิวเสน นิยมํ อกตฺวา สมย-สทฺทสฺส วจเน อยมฺปิ คุโณ ลทฺโธ โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย วา อิเม’’ติอาทิมาห. สามญฺญโชตนา หิ วิเสเส อวติฏฺฐตีติ. ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย เทวสิกํ ฌานสมาปตฺตีหิ วีตินามนกาโล, วิเสสโต สตฺตสตฺตาหานิ. ปกาสาติ ทสสหสฺสิโลกธาตุยา ปกมฺปนโอภาสปาตุภาวาทีหิ ปากฏา. ยถาวุตฺตปฺปเภเทสุเยว สมเยสุ เอกเทสํ ปการนฺตเรหิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘โย จาย’’นฺติอาทิมาห. ตถา หิ ญาณกิจฺจสมโย อตฺตหิตปฏิปตฺติสมโย จ อภิสมฺโพธิสมโย. อริยตุณฺหิภาวสมโย ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย. กรุณากิจฺจปรหิตปฏิปตฺติธมฺมิกถาสมโย เทสนาสมเยว.
กรณวจเนน นิทฺเทโส กโต ยถาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ อภิธมฺมวินเยสุ. ตถาติ ภุมฺมกรเณหิ. อธิกรณตฺถ อาธารตฺโถ. ภาโว นาม กิริยา, กิริยาย กิริยนฺตรลกฺขณํ ภาเวนภาวลกฺขณํ. ตตฺถ ยถา กาโล สภาวธมฺมปริจฺฉินฺโน สยํ ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ อาธารภาเวน ปญฺญาโต ตงฺขณปฺปวตฺตานํ ตโต ปุพฺเพ ปรโต จ อภาวโต ‘‘ปุพฺพเณฺห ชาโต, สายเนฺห คจฺฉตี’’ติ, จ อาทีสุ, สมูโห จ อวยววินิมุตฺโต อวิชฺชมาโนปิ กปฺปนามตฺตสิทฺโธ อวยวานํ อาธารภาเวน ปญฺญาปียติ ‘‘รุกฺเข สาขา, ยวราสิยํ สมฺภูโต’’ติอาทีสุ, เอวํ อิธาปีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อธิกรณญฺหิ…เป… ธมฺมาน’’นฺติ. ยสฺมึ กาเล, ธมฺมปุญฺเช วา กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว กาเล, ธมฺมปุญฺเช จ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ อยญฺหิ ตตฺถ อตฺโถ. ยถา จ คาวีสุ ทุยฺหมานาสุ คโต, ทุทฺธาสุ อาคโตติ โทหนกิริยาย คมนกิริยา ลกฺขียติ, เอวํ อิธาปิ ‘‘ยสฺมึ สมเย, ตสฺมึ สมเย’’ติ จ วุตฺเต สตีติ อยมตฺโถ วิญฺญายมาโน เอว โหติ ปทตฺถสฺส สตฺตาวิรหาภวโตติ สมยสฺส สตฺตากิริยาย จิตฺตสฺส อุปฺปาทกิริยา, ผสฺสาทีนํ ภวนกิริยา จ ลกฺขียติ. ยสฺมึ สมเยติ ยสฺมึ นวเม ขเณ, โยนิโสมนสิการาทิเหตุมฺหิ, ปจฺจยสมวาเย วา สติ กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว ขเณ, เหตุมฺหิ, ปจฺจยสมวาเย จ สติ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ อุภยตฺถ สมย-สทฺเท ภุมฺมนิทฺเทโส กโต ลกฺขณภูตภาวยุตฺโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ขณ…เป… ลกฺขียตี’’ติ.
เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวติ ‘‘อนฺเนน วสติ, อชฺเฌเนน วสติ, ผรสุนา ฉินฺทติ, กุทาเลน ขณตี’’ติอาทีสุ วิย. วีติกฺกมญฺหิ สุตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา โอติณฺณวตฺถุกํ ปุคฺคลํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา, วิครหิตฺวา จ ตํ ตํ วตฺถุํ โอติณฺณกาลํ อนติกฺกมิตฺวา เตเนว กาเลน สิกฺขาปทานิ ปญฺญเปนฺโต ภควา วิหรติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน ตติยปาราชิกาทีสุ วิยาติ.
อจฺจนฺตเมว อารมฺภโต ปฏฺฐาย ยาว เทสนานิฏฺฐานํ ปรหิตปฏิปตฺติสงฺขาเตน กรุณาวิหาเรน. ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ อจฺจนฺตสํโยคตฺถโชตนตฺถํ. อุปโยควจนนิทฺเทโส กโต ยถา ‘‘มาสํ อชฺเฌตี’’ติ.
โปราณาติ อฏฺฐกถาจริยา. อภิลาปมตฺตเภโทติ วจนมตฺเตน วิเสโส. เตน สุตฺตวินเยสุ วิภตฺติพฺยตโย กโตติ ทสฺเสติ.
เสฏฺฐนฺติ เสฏฺฐวาจกํ วจนํ เสฏฺฐนฺติ วุตฺตํ เสฏฺฐคุณสหจรณโต. ตถา อุตฺตมนฺติ เอตฺถาปิ. คารวยุตฺโตติ ครุภาวยุตฺโต ครุคุณโยคโต, ครุกรณารหตาย วา คารวยุตฺโต.
วุตฺโตเยว น ปน อิธ วตฺตพฺโพ วิสุทฺธิมคฺคสฺส อิมิสฺสา อฏฺฐกถาย เอกเทสภาวโตติ อธิปฺปาโย.
อปิจ ภเค วนิ, วมีติ วา ภควา, ภเค สีลาทิคุเณ วนิ ภชิ เสวิ, เต วา วิเนยฺยสนฺตาเนสุ ‘‘กถํ นุ โข อุปฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติ วนิ ยาจิ ปตฺถยีติ ภควา, ภคํ วา สิรึ, อิสฺสริยํ, ยสญฺจ วมิ เขลปิณฺฑํ วิย ฉฑฺฑยีติ ภควา. ตถา หิ ภควา หตฺถคตํ สิรึ, จตุทฺทีปิสฺสริยํ, จกฺกวตฺติสมฺปตฺติสนฺนิสฺสยญฺจ สตฺตรตนสมุชฺชลํ ยสํ อนเปกฺโข ปริจฺจชีติ. อถ วา ภานิ นาม นกฺขตฺตานิ, เตหิ สมํ คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตีติ ภคา, สิเนรุยุคนฺธราทิคตา ภาชนโลกโสภา. เต ภควา วมิ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน ปชหตีติ เอวมฺปิ ภเค วมีติ ภควา.
‘‘ธมฺมสรีรํ ปจฺจกฺขํ กโรตี’’ติ ‘‘โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’’ติ วจนโต ธมฺมสฺส สตฺถุภาวปริยาโย วิชฺชตีติ กตฺวา วุตฺตํ.
วชิรสงฺฆาตสมานกาโย ปเรหิ อเภชฺชสรีรตฺตา. น หิ ภควโต รูปกาเย เกนจิ อนฺตราโย สกฺกา กาตุนฺติ. เทสนาสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ วกฺขมานสฺส สกลสุตฺตสฺส ‘‘เอว’’นฺติ นิทฺทิสนโต. สาวกสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺเตน ปญฺจสุ ฐาเนสุ ภควตา เอตทคฺเค ฐปิเตน มยา มหาสาวเกน สุตํ, ตญฺจ โข มยาว สุตํ, น อนุสฺสวิตํ, น ปรมฺปราภตนฺติ อิมสฺสตฺถสฺส ทีปนโต. กาลสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ ‘‘ภควา’’ติ ปทสฺส สนฺนิธาเน ปยุตฺตสฺส สมย-สทฺทสฺส กาลสฺส พุทฺธุปฺปาทปฏิมณฺฑิตภาวทีปนโต. พุทฺธุปฺปาทปรมา หิ กาลสมฺปทา. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘กปฺปกสาเย กลิยุเค, พุทฺธุปฺปาโท อโห มหจฺฉริยํ;
หุตาวหมชฺเฌ ชาตํ, สมุทิตมกรนฺทมรวินฺท’’นฺติ.
ภควาติ เทสกสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมคารวาธิวจนโต.
วิชฺชนฺตริกายาติ วิชฺชุนิจฺฉรณกฺขเณ. อนฺตรโตติ หทเย. อนฺตราติ อารพฺภ นิปฺผตฺตีนํ เวมชฺเฌ. อนฺตริกายาติ อนฺตราเฬ. เอตฺถ จ ‘‘ตทนฺตรํ โก ชาเนยฺย, เอเตสํ อนฺตรา กปฺปา, คณนาโต อสงฺขิยา, อนฺตรนฺตรา กถํ โอปาเตตี’’ติ จ อาทีสุ วิย การณเวมชฺเฌสุ วตฺตมานา อนฺตรา-สทฺทา เอว อุทาหริตพฺพา สิยุํ, น ปน จิตฺตขณวิวเรสุ วตฺตมานา อนฺตรนฺตริกา-สทฺทา. อนฺตรา-สทฺทสฺส หิ อยํ อตฺถุทฺธาโรติ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย สิยา – เยสุ อตฺเถสุ อนฺตรา-สทฺโท วตฺตติ, เตสุ อนฺตรสทฺโทปิ วตฺตตีติ สมานตฺถตฺตา อนฺตรา-สทฺทตฺเถ วตฺตมาโน อนฺตร-สทฺโท อุทาหโฏ, อนฺตรา-สทฺโท เอว วา ‘‘ยสฺสนฺตรโต’’ติ เอตฺถ คาถาสุขตฺถํ รสฺสํ กตฺวา วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อนฺตรา-สทฺโท เอว ปน อิก-สทฺเทน ปทํ วฑฺเฒตฺวา ‘‘อนฺตริกา’’ติ วุตฺโตติ เอวเมตฺถ อุทาหรโณทาหริตพฺพานํ วิโรธาภาโว ทฏฺฐพฺโพ. อโยชิยมาเน อุปโยควจนํ น ปาปุณาติ สามิวจนสฺส ปสงฺเค อนฺตรา-สทฺทโยเคน อุปโยควจนสฺส อิจฺฉิตตฺตา. เตเนวาห ‘‘อนฺตราสทฺเทน ยุตฺตตฺตา อุปโยควจนํ กต’’นฺติ.
‘‘นิยโต สมฺโพธิปรายโณ, อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, ‘‘เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ ติอาทิวจนโต ทิฏฺฐิสีลานํ นิยตสภาวตฺตา โสตาปนฺนาปิ อญฺญมญฺญํ ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตา, ปเคว สกทาคามิอาทโย. ‘‘ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรติ, ตถารูเปสุ สีเลสุ สีลสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ วจนโต ปุถุชฺชนานมฺปิ ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตภาโว ลพฺภติเยว.
สุปฺปิโยปิ โขติ เอตฺถ โข-สทฺโท อวธารณตฺโถ ‘‘อสฺโสสิ โข’’ติอาทีสุ วิย. เตน อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน อโหสิเยว, นาสฺส มคฺคปฏิปตฺติยา โกจิ อนฺตราโย อโหสีติ อยมตฺโถ ทีปิโต โหติ. ตตฺราติ วา กาลสฺส ปฏินิทฺเทโส. โสปิ หิ ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ ปุพฺเพ อธิกโต. ยญฺหิ สมยํ ภควา อนฺตรา ราชคหญฺจ นาฬนฺทญฺจ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน, ตสฺมึเยว สมเย สุปฺปิโยปิ ตํ มคฺคํ ปฏิปนฺโน อวณฺณํ ภาสติ, พฺรหฺมทตฺโต จ วณฺณํ ภาสตีติ. ปริยายติ ปริวตฺตตีติ ปริยาโย, วาโร. ปริยาเยติ เทเสตพฺพมตฺถํ ปฏิปาเทตีติ ปริยาโย, เทสนา. ปริยายติ อตฺตโน ผลํ ปริคฺคเหตฺวา ปวตฺตตีติ ปริยาโย, การณนฺติ เอวํ ปริยาย-สทฺทสฺส วาราทีสุ ปวตฺติ เวทิตพฺพา. การเณนาติ การณปติรูปเกน. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘อการณเมว การณนฺติ วตฺวา’’ติ. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘อวณฺณํ ภาสตี’’ติ, ‘‘วณฺณํ ภาสตี’’ติ จ วตฺตมานกาลนิทฺเทโส กโต, นนุ สงฺคีติกาลโต โส อวณฺณวณฺณานํ ภาสิตกาโล อตีโตติ? สจฺจเมตํ, ‘‘อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน โหตี’’ติ เอตฺถ โหติ-สทฺโท วิย อตีตกาลตฺโถ ภาสติ-สทฺโท จ ทฏฺฐพฺโพ. อถ วา ยสฺมึ กาเล เตหิ อวณฺโณ วณฺโณ จ ภาสียติ, ตํ อเปกฺขิตฺวา เอวํ วุตฺตํ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ตตฺราติ กาลสฺส ปฏินิทฺเทโส’’ติ อิทญฺจ วจนํ สมตฺถิตํ โหติ.
อการณนฺติ อยุตฺตึ, อนุปปตฺตินฺติ อตฺโถ. น หิ อรสรูปตาทโย โทสา ภควติ สํวิชฺชนฺติ, ธมฺมสงฺฆานญฺจ ทุรกฺขาตทุปฺปฏิปนฺนตาทโยติ. อการณนฺติ วา ยุตฺตการณรหิตํ, ปฏิญฺญามตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. อิมสฺมิญฺจ อตฺเถ การณนฺติ วตฺวาติ การณํ วาติ วตฺวาติ อตฺโถ. อรสรูปาทีนญฺเจตฺถ ชาติวุฑฺเฒสุ อภิวาทนาทิสามีจิกมฺมากรณํ การณํ, ตถา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาลมริยญาณทสฺสนาภาวสฺส สุนฺทริกามคุณาทินวโพโธ, สํสารสฺส อาทิโกฏิยา อปญฺญายนปฏิญฺญา, อพฺยากตวตฺถุพฺยากรณนฺติ เอวมาทโย, ตถา อสพฺพญฺญุตาทีนํ กมาวโพธาทโย ยถารหํ นิทฺธาเรตพฺพา. ตถา ตถาติ ชาติวุฑฺฒานํ อนภิวาทนาทิอากาเรน.
อวณฺณํ ภาสมาโนติ อวณฺณํภาสนเหตุ. เหตุอตฺโถ หิ อยํ มาน-สทฺโท. อนยพฺยสนํ ปาปุณิสฺสติ เอกนฺตมหาสาวชฺชตฺตา รตนตฺตโยปวาทสฺส. เตเนวาห –
‘‘โย นินฺทิยํ ปสํสติ,
ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย;
วิจินาติ มุเขน โส กลึ,
กลินา เตน สุขํ น วินฺทตี’’ติ.
‘‘อมฺหากํ อาจริโย’’ติอาทินา พฺรหฺมทตฺตสฺส สํเวคุปฺปตฺตึ, อตฺตโน อาจริเย การุญฺญปฺปวตฺติญฺจ ทสฺเสตฺวา กิญฺจาปิ อนฺเตวาสินา อาจริยสฺส อนุกูเลน ภวิตพฺพํ, อยํ ปน ปณฺฑิตชาติกตฺตา น เอทิเสสุ ตํ อนุวตฺตตีติ, อิทานิ ตสฺส กมฺมสฺสกตญฺญาณปฺปวตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘อาจริเย โข ปนา’’ติอาทิมาห. วณฺณํ ภาสิตุํ อารทฺโธ ‘‘อปินามายํ เอตฺตเกนาปิ รตนตฺตยาวณฺณโต โอรเมยฺยา’’ติ. วณฺณียตีติ วณฺโณ, คุโณ. วณฺณนํ คุณสงฺกิตฺตนนฺติ วณฺโณ, ปสํสา. สํญฺญูฬฺหาติ คนฺถิตา, นิพนฺธิตาติ อตฺโถ. อติตฺเถน ปกฺขนฺโท ธมฺมกถิโกติ น วตฺตพฺโพ อปริมาณคุณตฺตา พุทฺธาทีนํ, นิรวเสสานญฺจ เตสํ อิธ ปกาสนํ ปาฬิสํวณฺณนาเยว สมฺปชฺชตีติ. อนุสฺสวาทีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อาการปริวิตกฺกทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติโย สงฺคณฺหาติ. อตฺตโน ถาเมน วณฺณํ อภาสิ, น ปน พุทฺธาทีนํ คุณานุรูปนฺติ อธิปฺปาโย. อสงฺขฺยยฺยาปริมิตปฺปเภทา หิ พุทฺธาทีนํ คุณา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘พุทฺโธปิ พุทฺธสฺส ภเณยฺย วณฺณํ,
กปฺปมฺปิ เจ อญฺญมภาสมาโน;
ขีเยถ กปฺโป จิรทีฆมนฺตเร,
วณฺโณ น ขีเยถ ตถาคตสฺสา’’ติ.
อิธาปิ วกฺขติ ‘‘อปฺปมตฺตกํ โข ปเนต’’นฺติอาทิ.
อิติ ห เตติ เอตฺถ อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. ห-กาโร นิปาตมตฺตนฺติ อาห ‘‘เอวํ เต’’ติ.
อิริยาปถานุพนฺธเนน อนุพนฺธา โหนฺติ, น ปน สมฺมาปฏิปตฺติอนุพนฺธเนนาติ อธิปฺปาโย. ตสฺมึ กาเลติ ยสฺมึ สํวจฺฉเร อุตุมฺหิ มาเส ปกฺเข วา ภควา ตํ อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺโน, ตสฺมึ กาเล. เตเนว หิ กิริยาวิจฺเฉททสฺสนวเสน ‘‘ราชคเห ปิณฺฑาย จรตี’’ติ วตฺตมานกาลนิทฺเทโส กโต. โสติ เอวํ ราชคเห วสมาโน ภควา. ตํ ทิวสนฺติ ยํ ทิวสํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน, ตํ ทิวสํ. ตํ อทฺธานํ ปฏิปนฺโน นาฬนฺทายํ เวเนยฺยานํ วิวิธ หิตสุขนิปฺผตฺตึ อากงฺขมาโน อิมิสฺสา จ อฏฺฐุปฺปตฺติยา ติวิธสีลาลงฺกตํ นานาวิธกุหนลปนาทิมิจฺฉาชีววิทฺธํสนํ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิชาลวินิเวฐนํ ทสสหสฺสิโลกธาตุปกมฺปนํ พฺรหฺมชาลสุตฺตนฺตํ เทเสสฺสามีติ. เอตฺตาวตา ‘‘กสฺมา ปน ภควา ตํ อทฺธานํ ปฏิปนฺโน’’ติ โจทนา วิโสธิตา โหติ. ‘‘กสฺมา จ สุปฺปิโย อนุพนฺโธ’’ติ อยํ ปน โจทนา ‘‘ภควโต ตํ มคฺคํ ปฏิปนฺนภาวํ อชานนฺโต’’ติ เอเตน วิโสธิตา โหติ. น หิ โส ภควนฺตํ ทฏฺฐุเมว อิจฺฉตีติ. เตเนวาห ‘‘สเจ ปน ชาเนยฺย, นานุพนฺเธยฺยา’’ติ.
นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรวเสน ‘‘ฉพฺพณฺณรสฺมิโย. ‘‘สมนฺตา อสีติหตฺถปฺปมาเณ’’ติ ตาสํ รสฺมีนํ ปกติยา ปวตฺติฏฺฐานวเสน วุตฺตํ. ‘‘ตสฺมึ กิร สมเย’’ติ จ ตสฺมึ อทฺธานคมนสมเย พุทฺธสิริยา อนิคูหิตภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. น หิ ตทา ตสฺสา นิคูหเน ปกฺกุสาติอภิคมนาทีสุ วิย กิญฺจิปิ การณํ อตฺถีติ. รตนาเวฬํ รตนวฏํสกํ. จีนปิฏฺฐจุณฺณํ สินฺธนจุณฺณํ.
พฺยามปฺปภาปริกฺเขปวิลาสินี จ อสฺส ภควโต ลกฺขณมาลาติ มหาปุริสลกฺขณานิ อญฺญมญฺญปฏิพทฺธตฺตา เอวมาห. ทฺวตฺตึสาย จนฺทมณฺฑลานํ มาลา เกนจิ คนฺเถตฺวา ฐปิตา ยทิ สิยาติ ปริกปฺปนวเสนาห ‘‘คนฺเถตฺวา ฐปิตทฺวตฺตึสจนฺทมาลายา’’ติ. สิรึ อภิภวนฺตี อิวาติ สมฺพนฺโธ. เอส นโย สูริยมาลายาติอาทีสุปิ. มหาเถราติ มหาสาวเก สนฺธายาห. เอวํ คจฺฉนฺตํ ภควนฺตํ ภิกฺขู จ ทิสฺวา อถ อตฺตโน ปริสํ อวโลเกสีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ยสฺมา ปเนสา’’ติอาทินา ‘‘กสฺมา จ โส รตนตฺตยสฺส อวณฺณํ ภาสตี’’ติ โจทนํ วิโสเธติ. อิตีติ เอวํ, วุตฺตปฺปกาเรนาติ อตฺโถ. อิเมหิ ทฺวีหีติ ลาภปริวารหานึ นิคมนวเสน ทสฺเสติ. ภควโต วิโรธานุนยาภาววีมํสนตฺถํ เอเต อวณฺณํ วณฺณญฺจ ภาสนฺตีติ อปเร. ‘‘มาเรน อนฺวาวิฏฺฐา เอวํ กโรนฺตี’’ติ จ วทนฺติ.
๒. อมฺพลฏฺฐิกาย อวิทูเร ภวตฺตา อุยฺยานํ อมฺพลฏฺฐิกา ยถา ‘‘วรุณานครํ, โคทาคาโม’’ติ. เกจิ ปน ‘‘อมฺพลฏฺฐิกาติ ยถาวุตฺตนเยเนว เอกคาโม’’ติ วทนฺติ. เตสํ มเต อมฺพลฏฺฐิกายนฺติ สมีปตฺเถ ภุมฺมวจนํ. ราชาคารกํ เวสฺสวณมหาราชเทวายตนนฺติ เอเก. พหุปริสฺสโยติ พหุปทฺทโว. ‘‘สทฺธึ อนฺเตวาสินา พฺรหฺมทตฺเตน มาณเวนา’’ติ วุตฺตํ สีหฬฏฺฐกถายํ. ตญฺจ โข ปาฬิ อารุฬฺหวเสเนว, น ปน ตทา สุปฺปิยสฺส ปริสาย อภาวโต. กสฺมา ปเนตฺถ พฺรหฺมทตฺโตเยว ปาฬิ อารุโฬฺห, น สุปฺปิยสฺส ปริสาติ? ปโยชนาภาวโต. ยถา เจตํ, เอวํ อญฺญมฺปิ เอทิสํ ปโยชนาภาวโต สงฺคีติกาเรหิ น สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘วุตฺตนฺติ ปาฬิยํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ ปาฬิอารุฬฺหวเสน ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ อาปชฺชนโต. ตสฺมา ยถาวุตฺตนเยเนเวตฺถ อตฺโถ คเหตพฺโพ. ปริวาเรตฺวา นิสินฺโน โหตีติ สมฺพนฺโธ.
๓. กถาธมฺโมติ กถาสภาโว, กถาธมฺโม อุปปริกฺขาวิธีติ เกจิ. นียตีติ นโย, อตฺโถ. สทฺทสตฺถํ อนุคโต นโย สทฺทนโย. ตตฺถ หิ อนภิณฺหวุตฺติเก อจฺฉริย-สทฺโท อิจฺฉิโต. เตเนวาห ‘‘อนฺธสฺส ปพฺพตาโรหณํ วิยา’’ติ. อจฺฉราโยคฺคนฺติอจฺฉริยนฺติ นิรุตฺตินโย, โส ปน ยสฺมา โปราณฏฺฐกถายํ อาคโต, ตสฺมา อาห ‘‘อฏฺฐกถานโยติ. ยาวญฺจิทํ สุปฺปฏิวิทิตาติ สมฺพนฺโธ, ตสฺส ยตฺตกํ สุฏฺฐุ ปฏิวิทิตา, ตํ เอตฺตกนฺติ น สกฺกา อเมฺหหิ ปฏิวิชฺฌิตุํ, อกฺขาตุํ วาติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘เตน สุปฺปฏิวิทิตตาย อปฺปเมยฺยตํ ทสฺเสตี’’ติ.
ปกตตฺถปฏินิทฺเทโส ตํ-สทฺโทติ ตสฺส ‘‘ภควตา’’ติอาทีหิ ปเทหิ สมานาธิกรณภาเวน วุตฺตสฺส เยน อภิสมฺพุทฺธภาเวน ภควา ปกโต สุปากโฏ จ โหติ, ตํ อภิสมฺพุทฺธภาวํ สทฺธึ อาคมนปฏิปทาย อตฺถภาเวน ทสฺเสนฺโต ‘‘โย โส…เป… อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ อาห. สติปิ ญาณทสฺสน-สทฺทานํ อิธ ปญฺญาเววจนภาเว เตน เตน วิเสเสน เนสํ สวิสยวิเสสปฺปวตฺติทสฺสนตฺถํ อสาธารณญาณวิเสสวเสน วิชฺชตฺตยวเสน วิชฺชาภิญฺญานาวรณวเสน สพฺพญฺญุตญฺญาณมํสจกฺขุวเสน ปฏิเวธเทสนาญาณวเสน จ ตทตฺถํ โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เตสํ เตส’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อาสยานุสยํ ชานตาอาสยานุสยญาเณน. สพฺพเญยฺยธมฺมํ ปสฺสตา สพฺพญฺญุตานาวรณญาเณหิ.
ปุพฺเพนิวาสาทีหีติ ปุพฺเพนิวาสาสวกฺขยญาเณหิ. ปฏิเวธปญฺญายาติ อริยมคฺคปญฺญาย. อรีนนฺติ กิเลสารีนํ, ปญฺจวิธมารานํ วา, สาสนปจฺจตฺถิกานํ วา อญฺญติตฺถิยานํ, เตสํ หนนํ ปาฏิหาริเยหิ อภิภวนํ, อปฺปฏิภานตากรณํ, อชฺฌุเปกฺขนญฺจ. เกสิวินยสุตฺตญฺเจตฺถ นิทสฺสนํ.
ตถา ฐานาฐานาทีนิ ชานตา, ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปสฺสตา, สวาสนานํ อาสวานํ ขีณตฺตา อรหตา, อภิญฺเญยฺยาทิเภเท ธมฺเม อภิญฺเญยฺยาทิโต อวิปรีตาวโพธโต สมฺมาสมฺพุทฺเธน. อถ วา ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณตาย ชานตา, ติณฺณมฺปิ กมฺมานํ ญาณานุปริวตฺติโต นิสมฺมการิตาย ปสฺสตา, ทวาทีนมฺปิ อภาวสาธิกาย ปหานสมฺปทาย อรหตา, ฉนฺทาทีนํ อหานิเหตุภูตาย อปริกฺขยปฏิภานสาธิกาย สพฺพญฺญุตาย สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ เอวํ ทสพลฏฺฐารสาเวณิกพุทฺธธมฺเมหิปิ โยชนา เวทิตพฺพา.
ยทิปิ หีนกลฺยาณเภเทน ทุวิธาว อธิมุตฺติ ปาฬิยํ วุตฺตา, ปวตฺติอาการวเสน ปน อเนกเภทภินฺนาติ อาห ‘‘นานาธิมุตฺติกตา’’ติ. สา ปน อธิมุตฺติ อชฺฌาสยธาตุ, ตทปิ ตถา ตถา ทสฺสนํ ขมนํ โรจนญฺจาติ อาห ‘‘นานาชฺฌาสยตา…เป… รุจิตา’’ติ. นานาธิมุตฺติกตญาเณนาติ เจตฺถ สพฺพญฺญุตญาณํ อธิปฺเปตํ, น ทสพลญาณนฺติ อาห ‘‘สพฺพญฺญุตญาเณนา’’ติ. อิติ ห เมติ เอตฺถ เอวํ-สทฺทตฺโถ อิติ-สทฺโท, ห-กาโร นิปาตมตฺตํ สรโลโป จ กโตติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘เอวํ อิเม’’ติ.
๔. อรหตฺตมคฺเคน สมุคฺฆาตํ กตํ, ยโต ‘‘นตฺถิ อพฺยาวฏมโน’’ติ พุทฺธธมฺเมสุ วุจฺจติ. วีตินาเมตฺวา ผลสมาปตฺตีหิ. นิวาเสตฺวา วิหารนิวาสนปริวตฺตนวเสน. ‘‘กทาจิ เอกโก’’ติอาทิ เตสํ เตสํ วิเนยฺยานํ วินยนานุกูลํ ภควโต อุปสงฺกมทสฺสนํ. ปาทนิกฺเขปสมเย ภูมิยา สมภาวาปตฺติ สุปฺปติฏฺฐิตปาทตาย นิสฺสนฺทผลํ, น อิทฺธินิมฺมานํ. ‘‘ฐปิตมตฺเต ทกฺขิณปาเท’’ติ พุทฺธานํ สพฺพทกฺขิณตาย วุตฺตํ. อรหตฺเต ปติฏฺฐหนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
ทุลฺลภา สมฺปตฺตีติ สติปิ มนุสฺสตฺตปฏิลาเภ ปติรูปเทสวาสอินฺทฺริยาเวกลฺลสทฺธาปฏิลาภาทโย คุณา ทุลฺลภาติ อตฺโถ. จาตุมหาราชิกภวนนฺติ จาตุมหาราชิกเทวโลเก สุญฺญวิมานานิ คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. เอส นโย ตาวตึสภวนาทีสุปิ. กาลยุตฺตนฺติ อิมิสฺสา เวลาย อิมสฺส เอวํ วตฺตพฺพนฺติ ตํตํกาลานุรูปํ. สมยยุตฺตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ, อฏฺฐุปฺปตฺติอนุรูปํ วา. อถ วา สมยยุตฺตนฺติ เหตูทาหรณสหิตํ. กาเลน สาปเทสญฺหิ ภควา ธมฺมํ เทเสติ. อุตุํ คณฺหเปติ, น ปน มลํ ปกฺขาเลตีติ อธิปฺปาโย. น หิ ภควโต กาเย รโชชลฺลํ อุปลิมฺปตีติ.
กิลาสุภาโว กิลมโถ. สีหเสยฺยํ กปฺเปติ สรีรสฺส กิลาสุภาวโมจนตฺถนฺติ โยเชตพฺพํ. ‘‘พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกตี’’ติ อิทํ ปจฺฉิมยาเม ภควโต พหุลอาจิณฺณวเสน วุตฺตํ. อปฺเปกทา อวสิฏฺฐพลญาเณหิ สพฺพญฺญุตญาเณน จ ภควา ตมตฺถํ สาเธตีติ. ‘‘อิเม ทิฏฺฐิฏฺฐานา’’ติอาทิเทสนา สีหนาโท. เตสํ ‘‘เวทนาปจฺจยา ตณฺหา’’ ติอาทินา ปจฺจยาการํ สโมธาเนตฺวา. ‘‘สิเนรุํ อุกฺขิปนฺโต วิย นภํ ปหรนฺโต วิย จา’’ติ อิทํ พฺรหฺมชาลเทสนาย อนญฺญสาธารณตฺตา สุทุกฺกรตาทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เอตนฺติ ‘‘เยน, เตนา’’ติ เอตํ ปททฺวยํ. เยนาติ วา เหตุมฺหิ กรณวจนํ, เยน การเณน โส มณฺฑลมาโฬ อุปสงฺกมิตพฺโพ, เตน การเณน อุปสงฺกมีติ อตฺโถ, การณํ ปน ‘‘อิเม ภิกฺขู’’ติอาทินา อฏฺฐกถายํ วุตฺตํเอว. กฏฺฐนฺติ นิสีทนโยคฺยํ ทารุกฺขนฺธํ.
ปุริโมติ ‘‘กตมาย นุ ภวถา’’ติ เอวํ วุตฺโต อตฺโถ. กา จ ปน โวติ เอตฺถ จ-สทฺโท พฺยติเรเก. เตน ยถาปุจฺฉิตาย กถาย วกฺขมานํ วิปฺปกตภาวํ โชเตติ. ปน-สทฺโท วจนาลงฺกาโร. ยาย หิ กถาย เต ภิกฺขู สนฺนิสินฺนา, สา เอว อนฺตรากถาภูตา วิปฺปกตา วิเสเสน ปุน ปุจฺฉียตีติ. อญฺญาติ อนฺตราสทฺทสฺส อตฺถมาห. อญฺญตฺเถ หิ อยํ อนฺตรา-สทฺโท ‘‘ภูมนฺตรํ สมยนฺตร’’นฺติอาทีสุ วิย. อนฺตราติ วา เวมชฺเฌติ อตฺโถ. นนุ จ เตหิ ภิกฺขูหิ สา กถา ยถาธิปฺปายํ ‘‘อิติ ห เม’’ติอาทินา นิฏฺฐปิตา เยวาติ? น นิฏฺฐาปิตา ภควโต อุปสงฺกมเนน อุปจฺฉินฺนตฺตา. ยทิ หิ ภควา ตสฺมึ ขเณ น อุปสงฺกเมยฺย ภิยฺโยปิ ตปฺปฏิพทฺธาเยว กถา ปวตฺเตยฺยุํ, ภควโต อุปสงฺกมเนน ปน น ปวตฺเตสุํ. เตเนวาห อยํ โข…เป… อนุปฺปตฺโต’’ติ. กสฺมา ปเนตฺถ ธมฺมวินยสงฺคเห กริยมาเน นิทานวจนํ, นนุ ภควโต วจนเมว สงฺคเหตพฺพนฺติ? วุจฺจเตเทสนาย ฐิติอสมฺโมสสทฺเธยฺยภาวสมฺปาทนตฺถํ. กาลเทสเทสกวตฺถุธมฺมปฏิคฺคาหกปฏิพทฺธา หิ เทสนา จิรฏฺฐิติกา โหติ, อสมฺโมสธมฺมา สทฺเธยฺยา จ. เทสกาลกตฺตุโสตุนิมิตฺเตหิ อุปนิพนฺโธ วิย โวหารวินิจฺฉโย, เตเนว จายสฺมตา มหากสฺสเปน ‘‘พฺรหฺมชาลํ อาวุโส อานนฺท กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทินา เทสาทิปุจฺฉาสุ กตาสุ ตาสํ วิสฺสชฺชนํ กโรนฺเตน ธมฺมภณฺฑาคาริเกน นิทานํ ภาสิตนฺติ ตยิทมาห ‘‘กาล…เป… นิทานํ ภาสิต’’นฺติ.
อปิจ สตฺถุสิทฺธิยา นิทานวจนํ. ตถาคตสฺส หิ ภควโต ปุพฺพรจนานุมานาคมตกฺกาภาวโต สมฺมาสมฺพุทฺธตฺตสิทฺธิ. สมฺมาสมฺพุทฺธภาเวน หิสฺส ปุพฺพรจนาทีนํ อภาโว สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณจารตาย, เอกปฺปมาณตฺตา จ เญยฺยธมฺเมสุ. ตถา อาจริยมุฏฺฐิธมฺมมจฺฉริยสตฺถุสาวกานุโรธาภาวโต ขีณาสวตฺตสิทฺธิ. ขีณา สวตาย หิสฺส อาจริยมุฏฺฐิอาทีนํ อภาโว, วิสุทฺธา จ ปรานุคฺคหปฺปวตฺติ. อิติ เทสกโทสภูตานํ ทิฏฺฐิจาริตฺตสมฺปตฺติทูสกานํ อวิชฺชาตณฺหานํ อภาวสูจเกหิ, ญาณปฺปหานสมฺปทาภิ พฺยญฺชนเกหิ จ สมฺพุทฺธวิสุทฺธภาเวหิ ปุริมเวสารชฺชทฺวยสิทฺธิ, ตโต เอว จ อนฺตรายิกนิยฺยานิกธมฺเมสุ สมฺโมหาภาวสิทฺธิโต ปจฺฉิมเวสารชฺชทฺวยสิทฺธีติ ภควโต จตุเวสารชฺชสมนฺนาคโม, อตฺตหิตปรหิตปฺปฏิปตฺติ จ ปกาสิตา โหติ นิทานวจเนน สมฺปตฺตปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ฐานุปฺปตฺติกปฺปฏิภาเนน ธมฺมเทสนาทีปนโต, ‘‘ชานตา ปสฺสตา’’ติอาทิ วจนโต จ. เตน วุตฺตํ ‘‘สตฺถุสิทฺธิยา นิทานวจน’’นฺติ.
ตถา สตฺถุสิทฺธิยา นิทานวจนํ. ญาณกรุณาปริคฺคหิตสพฺพกิริยสฺส หิ ภควโต นตฺถิ นิรตฺถิกา ปวตฺติ, อตฺตหิตตฺถา วา, ตสฺมา ปเรสํเยว อตฺถาย ปวตฺตสพฺพกิริยสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สกลมฺปิ กายวจีมโนกมฺมํ สตฺถุภูตํ, น กพฺยรจนาทิสาสนภูตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘สตฺถุสิทฺธิยา นิทานวจน’’นฺติ. อปิจ สตฺถุโน ปมาณภูตตาวิภาวเนน สาสนสฺส ปมาณภาวสิทฺธิยา นิทานวจนํ. ‘‘ภควตา’’ติ หิ อิมินา ตถาคตสฺส คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมาทิภาวทีปเนน, ‘‘ชานตา’’ติอาทินา อาสยานุสยญาณาทิปโยคทีปเนน จ อยมตฺโถ สาธิโต โหติ. อิทเมตฺถ นิทานวจนปโยชนสฺส มุขมตฺตทสฺสนํ. โก หิ สมตฺโถ พุทฺธานุพุทฺเธน ธมฺมภณฺฑาคาริเกน ภาสิตสฺส นิทานสฺส ปโยชนานิ นิรวเสสโต วิภาเวตุนฺติ.
นิทานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. นิกฺขิตฺตสฺสาติ เทสิตสฺส. เทสนาปิ หิ เทเสตพฺพสฺส สีลาทิอตฺถสฺส วิเนยฺยสนฺตาเนสุ นิกฺขิปนโต ‘‘นิกฺเขโป’’ติ วุจฺจติ. ตตฺถ ยถา อเนกสตอเนกสหสฺสเภทานิปิ สุตฺตนฺตานิ สํกิเลสภาคิยาทิสาสนปฺปฏฺฐานนเยน โสฬสวิธตํ นาติวตฺตนฺติ, เอวํ อตฺตชฺฌาสยาทิสุตฺตนิกฺเขปวเสน จตุพฺพิธภาวนฺติ อาห ‘‘จตฺตาโร สุตฺตนิกฺเขปา’’ติ. กามญฺเจตฺถ อตฺตชฺฌาสยสฺส, อฏฺฐุปฺปตฺติยา จ ปรชฺฌาสยปุจฺฉาหิ สทฺธึ สํสคฺคเภโท สมฺภวติ อชฺฌาสยปุจฺฉานุสนฺธิสพฺภาวโต, อตฺตชฺฌาสยอฏฺฐุปฺปตฺตีนํ ปน อญฺญมญฺญํ สํสคฺโค นตฺถีติ นยิธ นิรวเสโส วิตฺถารนโย สมฺภวติ, ตสฺมา ‘‘จตฺตาโร สุตฺตนิกฺเขปา’’ติ วุตฺตํ. อถ วา ยทิปิ อฏฺฐุปฺปตฺติยา อชฺฌาสเยน สิยา สํสคฺคเภโท, ตทนฺโตคธตฺตา ปน เสสนิกฺเขปานํ มูลนิกฺเขปวเสน จตฺตาโรว ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. โส ปนายํ สุตฺตนิกฺเขโป สามญฺญภาวโต ปฐมํ วิจาเรตพฺโพ, ตสฺมึ วิจาริเต ยสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยา อิทํ สุตฺตํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺสา วิภาควเสน ‘‘มมํ วา ภิกฺขเว’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๕, ๖), ‘‘อปฺปมตฺตกํ โข ปเนต’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๑.๗), ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๘) จ ปวตฺตานํ สุตฺตานํ สุตฺตปเทสานํ วณฺณนา วุจฺจมานา ตํตํอนุสนฺธิทสฺสนสุขตาย สุวิญฺเญยฺยา โหตีติ อาห ‘‘สุตฺตนิกฺเขปํ วิจาเรตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหตี’’ติ.
‘‘สุตฺตนิกฺเขปา’’ติอาทีสุ นิกฺขิปนํ นิกฺเขโป, สุตฺตสฺส นิกฺเขโป สุตฺตสฺส กถนํ สุตฺตนิกฺเขโป, สุตฺตเทสนาติ อตฺโถ. นิกฺขิปียตีติ วา นิกฺเขโป, สุตฺตํเยว นิกฺเขโป สุตฺตนิกฺเขโป. อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย, โส อสฺส อตฺถิ สุตฺตเทสนาการณภูโตติ อตฺตชฺฌาสโย. อตฺตโน อชฺฌาสโย เอตสฺสาติ วา อตฺตชฺฌาสโย. ปรชฺฌาสโยติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปุจฺฉาย วโส ปุจฺฉาวโส, โส เอตสฺส อตฺถีติ ปุจฺฉวสิโก. อรณียโต อตฺโถ, สุตฺตเทสนาย วตฺถุ. อตฺถสฺส อุปฺปตฺติ อตฺถุปฺปตฺติ, อตฺถุปฺปตฺติเยว อฏฺฐุปฺปตฺติ, สา เอตสฺส อตฺถีติ อฏฺฐุปฺปตฺติโก. อถ วา นิกฺขิปียติ สุตฺตํ เอเตนาติ สุตฺตนิกฺเขโป, อตฺตชฺฌาสยาทิ เอว. เอตสฺมึ ปน อตฺถวิกปฺเป อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย, ปเรสํ อชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉียตีติ ปุจฺฉา, ปุจฺฉิตพฺโพ อตฺโถ. โสตพฺพวสปฺปวตฺตํ ธมฺมปฺปฏิคฺคาหกานํ วจนํ ปุจฺฉาวสิกา, ตเทว นิกฺเขปสทฺทาเปกฺขาย ปุลฺลิงฺควเสน วุตฺตํ ‘‘ปุจฺฉาวสิโก’’ติ. ตถา อฏฺฐุปฺปตฺติเยว ‘‘อฏฺฐุปฺปตฺติโก’’ติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ ปเรสํ อินฺทฺริยปริปากาทิการณนิรเปกฺขตา อตฺตชฺฌาสยสฺส วิสุํ นิกฺเขปภาโว ยุตฺโต. เตเนวาห ‘‘เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว กเถตี’’ติ. ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ ปน ปเรสํ อชฺฌาสยปุจฺฉานํ เทสนานิมิตฺตภูตานํ อุปฺปตฺติยํ ปวตฺติตานํ กถํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ อนวโรโธ, ปุจฺฉาวสิกอฏฺฐุปฺปตฺติกานํ วา ปรชฺฌาสยานุโรเธน ปวตฺติตเทสนตฺตา กถํ ปรชฺฌาสเย อนวโรโธติ น โจเทตพฺพเมตํ. ปเรสญฺหิ อภินีหารปริปุจฺฉาทิวินิมุตฺตสฺเสว สุตฺตเทสนาการณุปฺปาทสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติภาเวน คหิตตฺตา ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ วิสุํ คหณํ. ตถา หิ ธมฺมทายาทสุตฺตาทีนํ (ม. นิ. ๑.๒๙) อามิสุปฺปาทาทิเทสนานิมิตฺตํ ‘‘อฏฺฐุปฺปตฺตี’’ติ วุจฺจติ. ปเรสํ ปุจฺฉํ วินา อชฺฌาสยเมว นิมิตฺตํ กตฺวา เทสิโต ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉาวเสน เทสิโต ปุจฺฉาวสิโกติ ปากโฏ ยมตฺโถติ. อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว กเถสิ ธมฺมตนฺติฐปนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สมฺมปฺปธานสุตฺตนฺตหารโกติ อนุปุพฺเพน นิทฺทิฏฺฐานํ สํยุตฺตเก สมฺมปฺปธานปฏิสํยุตฺตานํ สุตฺตานํ อาวฬิ, ตถา อิทฺธิปาทหารกาทิ.วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา สทฺธินฺทฺริยาทโย. อภินีหารนฺติ ปณิธานํ.
วณฺณาวณฺเณติ เอตฺถ ‘‘อจฺฉริยํ อาวุโส’’ติอาทินา ภิกฺขุสงฺเฆน วุตฺโต วณฺโณปิ สงฺคหิโต, ตํ ปน อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว อญฺเญ จ ธมฺมา’’ติอาทินา อุปริ เทสนํ อารภิสฺสตีติ. ‘‘มมํ วา ภิกฺขเว ปเร วณฺณํ ภาเสยฺยุ’’นฺติ อิมิสฺสา เทสนาย พฺรหฺมทตฺเตน วุตฺตวณฺโณ อฏฺฐุปฺปตฺตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อนฺเตวาสี วณฺณํ. อิติ อิมํ วณฺณาวณฺณํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา’’ติ. วา-สทฺโท อุปมานสมุจฺจยสํสยววสฺสคฺคปทปูรณวิกปฺปาทีสุ พหูสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๖๓) อุปมาเน ทิสฺสติ, สทิสภาเวติ อตฺโถ. ‘‘ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตี’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๒๐๓) สมุจฺจเย, ‘‘เก วา อิเม, กสฺส วา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๙๖) สํสเย, ‘‘อยํ วา อิเมสํ สมณพฺราหฺมณานํ สพฺพพาโล สพฺพมูโฬฺห’’ติอาทีสุ ววสฺสคฺเค, ‘‘น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) ปทปูรเณ, ‘‘เย หิ เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๗๐) วิกปฺเป, อิธายํ วิกปฺเปเยวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วา-สทฺโท วิกปฺปนตฺโถ’’ติ. ปร-สทฺโท อตฺเถว อญฺญตฺเถ ‘‘อหญฺเจว โข ปน ธมฺมํ เทเสยฺยํ, ปเร จ เม น อาชาเนยฺยุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๖๔, ๖๕; ม. นิ. ๑.๒๘๑; ม. นิ. ๒.๒๒๓; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๔, ๘) อตฺถิ อธิเก ‘‘อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณ’’นฺติอาทีสุ (ปฏิ. ม. มาติกา ๖๘, ๑.๑๑๑) อตฺถิ ปจฺฉาภาเค ‘‘ปรโต อาคมิสฺสตี’’ติอาทีสุ. อตฺถิ ปจฺจนีกภาเว ‘‘อุปฺปนฺนํ ปรปฺปวาทํ สห ธมฺเมน สุนิคฺคหิตํ นิคฺคเหตฺวา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๖๘). อิธาปิ ปจฺจนีกภาเวติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปเรติ ปฏิวิรุทฺธา’’ติ.
อีทิเสสุปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท สมฺภาวเน, เตน รตนตฺตยนิมิตฺตมฺปิ อกุสลจิตฺตปฺปวตฺติ น กาตพฺพา, ปเคว วฏฺฏามิสโลกามิสนิมิตฺตนฺติ ทสฺเสติ. สภาวธมฺมโต อญฺญสฺส กตฺตุอภาวโชตนตฺถํ อาหนตีติ กตฺตุอตฺเถ อาฆาตสทฺทํ ทสฺเสติ, ตตฺถ อาหนตีติ หึสติ วิพาธติ, อุปตาเปติ จาติ อตฺโถ. อาหนติ เอเตน, อาหนนมตฺตํ วา อาฆาโตติ กรณภาวตฺถาปิ สมฺภวนฺติเยว. เอวํ อวยวเภทเนน อาฆาต-สทฺทสฺส อตฺถํ วตฺวา อิทานิ ตตฺถ ปริยาเยนปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โกปสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ อาห. อยญฺจ นโย ‘‘อปฺปจฺจโย อนภิรทฺธี’’ติอาทีสุปิ ยถาสมฺภวํ วตฺตพฺโพ. อปฺปตีตา โหนฺติ เตนาติ ปากฏปริยาเยน อปฺปจฺจย-สทฺทสฺส อตฺถทสฺสนํ, ตํมุเขน ปน น ปจฺเจติ เตนาติ อปฺปจฺจโยติ ทฏฺฐพฺพํ. อภิราธยตีติ สาธยติ. ทฺวีหีติ อาฆาตอนภิรทฺธิปเทหิ. เอเกนาติ อปฺปจฺจยปเทน. เสสานนฺติ สญฺญาวิญฺญาณกฺขนฺธานํ, สญฺญาวิญฺญาณอวสิฏฺฐสงฺขารกฺขนฺธสงฺขาตานํ วา. กรณนฺติ อุปฺปาทนํ. อาฆาตาทีนญฺหิ ปวตฺติยา ปจฺจยสมวายนํ อิธ ‘‘กรณ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ปน อตฺถโต อุปฺปาทนเมว. อนุปฺปาทนญฺหิ สนฺธาย ภควตา ‘‘น กรณียา’’ติ วุตฺตนฺติ. ปฏิกฺขิตฺตเมว เอกุปฺปาเทกวตฺถุเกการมฺมเณกนิโรธภาวโต.
ตตฺถาติ ตสฺมึ มโนปโทเส. ตุมฺหนฺติ ‘‘ตุมฺหาก’’นฺติ อิมินา สมานตฺโถ เอโก สทฺโท ‘‘ยถา อมฺหาก’’นฺติ อิมินา สมานตฺโถ ‘‘อมฺห’’นฺติ อยํ สทฺโท. ยถาห, ‘‘ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร’’ติ (ชา. ๑.๙.๙๓, ๙๙). ‘‘อนฺตราโย’’ติ อิทํ มโนปโทสสฺส อกรณียตาย การณวจนํ. ยสฺมา ตุมฺหากํเยว จ ภเวยฺย เตน โกปาทินา ปฐมชฺฌานาทีนํ อนฺตราโย, ตสฺมา เต โกปาทิปริยาเยน วุตฺตา อาฆาตาทโย น กรณียาติ อตฺโถ. เตน นาหํ ‘‘สพฺพญฺญู’’ติ อิสฺสรภาเวน ตุเมฺห ตโต นิวาเรมิ, อถ โข อิมินา นาม การเณนาติ ทสฺเสติ. ตํ ปน การณวจนํ ยสฺมา อาทีนววิภาวนํ โหติ, ตสฺมา อาห ‘‘อาทีนวํ ทสฺเสนฺโต’’ติ. ‘‘อปิ นุ ตุเมฺห’’ติอาทินา มโนปโทโส น กาลนฺตรภาวิโนเยว หิตสุขสฺส อนฺตรายกโร, อถ โข ตงฺขณปฺปวตฺติรหสฺสปิ หิตสุขสฺส อนฺตรายกโรติ มโนปโทเส อาทีนวํ ทฬฺหตรํ กตฺวา ทสฺเสติ. เยสํ เกสญฺจิ ‘‘ปเร’’ติอาทีสุ วิย น ปฏิวิรุทฺธานํเยวาติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘กุปิโต’’ติอาทิ.
อนฺธตมนฺติ อนฺธภาวกรตมํ. ยนฺติ ยตฺถ. ภุมฺมตฺเถ หิ เอตํ ปจฺจตฺตวจนํ. ยสฺมึ กาเล โกโธ สหเต นรํ, อนฺธตมํ ตทา โหตีติ สมฺพนฺโธ. ยนฺติ วา การณวจนํ, ยสฺมา โกโธ อุปฺปชฺชมาโน นรํ อภิภวติ, ตสฺมา อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยทา โกโธติ อตฺโถ ยํตํสทฺทานํ เอกนฺตสมฺพนฺธิภาวโต. อถ วา ยนฺติ กิริยาย ปรามสนํ. โกโธ สหเตติ ยเทตํ โกธสฺส สหนํ อภิภวนํ, เอตํ อนฺธการตมภวนนฺติ อตฺโถ. อถ วา ยํ นรํ โกโธ สหเต อภิภวติ, ตสฺส อนฺธตมํ ตทา โหติ, ตโต จ กุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, กุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสตีติ. อนฺตรโตติ อพฺภนฺตรโต, จิตฺตโต วา.
‘‘อิทญฺจิทญฺจ การณ’’นฺติ อิมินา สพฺพญฺญู เอว อมฺหากํ สตฺถา อวิปรีตธมฺมเทสนตฺตา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม เอกนฺตนิยฺยานิกตฺตา, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ สํกิเลสรหิตตฺตาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘อิทญฺจิทญฺจ การณ’’นฺติ เอเตน จ ‘‘น สพฺพญฺญู’’ติอาทิวจนํ อภูตํ อตจฺฉนฺติ นิพฺเพฐิตํ โหติ. ทุติยํ ปทนฺติ ‘‘อตจฺฉ’’นฺติ ปทํ. ปฐมสฺสาติ ‘‘อภูต’’นฺติ ปทสฺส. จตุตฺถญฺจาติ ‘‘น จ ปเนตํ อเมฺหสุ สํวิชฺชตี’’ติ ปทํ. ตติยสฺสาติ ‘‘นตฺถิ เจตํ อเมฺหสู’’ติ ปทสฺส. อวณฺเณเยวาติ การณปติรูปกํ วตฺวา โทสปติฏฺฐาปนวเสน นินฺทเน เอว. น สพฺพตฺถาติ เกวลํ อกฺโกสนขุํสนวมฺภนาทีสุ น เอกนฺเตน นิพฺเพฐนํ กาตพฺพนฺติ อตฺโถ. วุตฺตเมวตฺถํ ‘‘ยทิ หี’’ติอาทินา ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสติ.
๖. อานนฺทนฺติ ปโมทนฺติ เอเตน ธมฺเมน ตํสมงฺคิโน สตฺตาติ อานนฺท-สทฺทสฺส กรณตฺถตํ ทสฺเสติ. โสภนํ มโน อสฺสาติ สุมโน, โสภนํ วา มโน สุมโน, ตสฺส ภาโว โสมนสฺสนฺติ ตทญฺญธมฺมานมฺปิ สมฺปยุตฺตานํ โสมนสฺสภาโว อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ รุฬฺหีสทฺทตฺตา ยถา ‘‘ปงฺกช’’นฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เจตสิกสุขสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ อาห. อุพฺพิลยตีติ อุพฺพิลํ, ภินฺทติ ปุริมาวตฺถาย วิเสสํ อาปชฺชตีติ อตฺโถ. อุพฺพิลเมว อุพฺพิลาวิตํ, ตสฺส ภาโว อุพฺพิลาวิตตฺตํ. ยาย อุปฺปนฺนาย กายจิตฺตํ วาตปูริตภสฺตา วิย อุทฺธุมายนาการปฺปตฺตํ โหติ, ตสฺสา เคหสฺสิตาย โอทคฺคิยปีติยา เอตํ อธิวจนํ. เตเนวาห ‘‘อุทฺธจฺจาวหายา’’ติอาทิ. อิธาปิ ‘‘กิญฺจาปิ เตสํ ภิกฺขูนํ อุพฺพิลาวิตเมว นตฺถิ, อถ โข อายตึ กุลปุตฺตานํ เอทิเสสุปิ ฐาเนสุ อกุสลุปฺปตฺตึ ปฏิเสเธนฺโต ธมฺมเนตฺตึ ฐเปตี’’ติ, ‘‘ทฺวีหิ ปเทหิ สงฺขารกฺขนฺโธ, เอเกน เวทนากฺขนฺโธ วุตฺโต’’ติ เอตฺถ ‘‘เตสํ วเสน เสสานมฺปิ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ กรณํ ปฏิกฺขิตฺตเมวา’’ติ จ อฏฺฐกถายํ, ‘‘ปิ-สทฺโท สมฺภาวเน’’ติอาทินา อิธ จ วุตฺตนเยน อตฺโถ ยถาสมฺภวํ เวทิตพฺโพ. ‘‘ตุมฺหํเยวสฺส เตน อนฺตราโย’’ติ เอตฺถาปิ ‘‘อนฺตราโยติ อิท’’นฺติอาทินา เหฏฺฐา อวณฺณปกฺเข วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
กสฺมา ปเนตนฺติ จ วกฺขมานํเยว อตฺถํ มนสิ กตฺวา โจเทติ. อาจริโย ‘‘สจฺจํ วณฺณิต’’นฺติ ตมตฺถํ ปฏิชานิตฺวา ‘‘ตํ ปน เนกฺขมฺมนิสฺสิต’’นฺติอาทินา ปริหรติ. ตตฺถ เอตนฺติ อานนฺทาทีนํ อกรณียตาวจนํ. นนุ ภควตา วณฺณิตนฺติ สมฺพนฺโธ. กสิเณนาติ กสิณตาย สกลภาเวน. เกจิ ปน ‘‘ชมฺพุทีปสฺสาติ กรเณ สามิวจน’’นฺติ วทนฺติ, เตสํ มเตน กสิณชมฺพุทีป-สทฺทานํ สมานาธิกรณภาโว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมาติ ยสฺมา เคหสฺสิตปีติโสมนสฺสํ ฌานาทีนํ อนฺตรายกรํ, ตสฺมา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘โสมนสฺสํ ปาหํ เทวานํ อินฺท ทุวิเธน วทามิ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕๙). ‘‘อยญฺหี’’ติอาทิ เยน สมฺปยุตฺตา ปีติ อนฺตรายกรี, ตํ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘อิทญฺหิ โลภสหคตํ ปีติโสมนสฺส’’นฺติ วตฺตพฺพํ สิยา, ปีติคฺคหเณน ปน โสมนสฺสมฺปิ คหิตเมว โหติ โสมนสฺสรหิตาย ปีติยา อภาวโตติ ปีติเยว คหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา เสวิตพฺพาเสวิตพฺพวิภาควจนโต โสมนสฺสสฺส ปากโฏ อนฺตรายกรภาโว, น ตถา ปีติยาติ ปีติเยว โลภสหคตตฺเตน วิเสเสตฺวา วุตฺตา. ‘‘ลุทฺโธ อตฺถ’’นฺติอาทิคาถานํ ‘‘กุทฺโธ อตฺถ’’นฺติอาทิ คาถาสุ วิย อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
‘‘มมํ วา ภิกฺขเว ปเร วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ธมฺมสฺส วา วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, สงฺฆสฺส วา วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ตตฺร เจ ตุเมฺห อสฺสถ อานนฺทิโน สุมนา อุพฺพิลาวิตา, อปิ นุ ตุเมฺห ปเรสํ สุภาสิตทุพฺภาสิตํ อาชาเนยฺยาถาติ. โน เหตํ ภนฺเต’’ติ อยํ ตติยวาโร, โส เทสนากาเล นีหริตฺวา เทเสตพฺพปุคฺคลาภาวโต เทสนาย อนาคโตปิ ตทตฺถสมฺภวโต อตฺถโต อาคโตเยวาติ ทฏฺฐพฺโพ ยถา ตํ กถาวตฺถุปกรณํ วิตฺถารวเสนาติ อธิปฺปาโย. ‘‘อตฺถโต อาคโต เยวา’’ติ เอเตน สํวณฺณนากาเล ตถา พุชฺฌนกสตฺตานํ วเสน โส วาโร อาเนตฺวา วตฺตพฺโพติ ทสฺเสติ. ‘‘ยเถว หี’’ติอาทินา ตเมวตฺถสมฺภวํ วิภาเวติ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘ตตฺร ตุเมฺหหีติ ตสฺมึ วณฺเณ ตุเมฺหหี’’ติอาทินา, ‘‘ทุติยํ ปทํ ปฐมสฺส ปทสฺส, จตุตฺถญฺจ ตติยสฺส เววจน’’นฺติอาทินา จ วุตฺตนเยน.
จูฬสีลวณฺณนา
๗. นิวตฺโต อมูลกตฺตา วิสฺสชฺเชตพฺพตาภาวโต. อนุวตฺตติเยว วิสฺสชฺเชตพฺพตาย อธิกตภาวโต. อนุสนฺธึ ทสฺเสสฺสติ ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว’’ติอาทินา. โอรนฺติ วา อปรภาโค ‘‘โอรโต โภคํ, โอรํ ปาร’’นฺติอาทีสุ วิย. อถ วา เหฏฺฐาอตฺโถ โอร-สทฺโท ‘‘โอรํ อาคมนาย เย ปจฺจยา, เต โอรมฺภาคิยานิ สํโยชนานี’’ติอาทีสุ วิย. สีลญฺหิ สมาธิปญฺญาโย อเปกฺขิตฺวา อปรภาโค, เหฏฺฐาภูตญฺจ โหตีติ. สีลมตฺตกนฺติ เอตฺถ มตฺต-สทฺโท อปฺปกตฺโถ วา ‘‘เภสชฺชมตฺตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๔๗) วิย. วิเสสนิวตฺติอตฺโถ วา ‘‘อวิตกฺกวิจารมตฺตา ธมฺมา (ธ. ส. ติกมาติกา ๖), มโนมตฺตา ธาตุ มโนธาตู’’ติ จ อาทีสุ วิย. ‘‘อปฺปมตฺตกํ, โอรมตฺตก’’นฺติ ปททฺวเยน สามญฺญโต วุตฺโตเยว หิ อตฺโถ สีลมตฺตกนฺติ วิเสสวเสน วุตฺโต. อถ วา สีเลนปิ ตเทกเทสสฺเสว สงฺคหณตฺถํ อปฺปกตฺถวาจโก, วิเสสนิวตฺติอตฺโถ เอว วา ‘‘สีลมตฺตก’’นฺติ เอตฺถ มตฺต-สทฺโท วุตฺโต. ตถา หิ อินฺทฺริยสํวรปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลานิ อิธ เทสนํ อนารุฬฺหานิ. น หิ ตานิ ปาติโมกฺขอาชีวปาริสุทฺธิสีลานิ วิย สพฺพปุถุชฺชเนสุ ปากฏานีติ. ‘‘อุสฺสาหํ กตฺวา’’ติ เอเตน ‘‘วทมาโน’’ติ เอตฺถ สตฺติอตฺถํ มาน-สทฺทํ ทสฺเสติ.
อลงฺกรณํ วิภูสนํ อลงฺกาโร, กุณฺฑลาทิปสาธนํ วา. อูนฏฺฐานปูรณํ มณฺฑนํ. มณฺฑเนติ มณฺฑนเหตุ. อถ วา มณฺฑตีติ มณฺฑโน, มณฺฑนชาติโก ปุริโส. พหุวจนตฺเถ จ อิทํ เอกวจนํ, มณฺฑนสีเลสูติ อตฺโถ. ปริปูรการีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เตน สกลมฺปิ สีลโถมน สุตฺตํ ทสฺเสติ. จนฺทนนฺติ จนฺทนสหจรณโต จนฺทนคนฺโธ, ตถา ตคราทีสุปิ. สตญฺจ คนฺโธติ เอตฺถ คนฺโธ วิยาติ คนฺโธติ วุตฺโต สีลนิพนฺธโน ถุติโฆโส. สีลญฺหิ กิตฺติยา นิมิตฺตํ. ยถาห ‘‘สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๐; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕). ปวายตีติ ปกาสติ. คนฺธาว คนฺธชาตา.
‘‘อปฺปกํ พหุก’’นฺติ อิทํ ปาราปารํ วิย อญฺญมญฺญํ อุปนิธาย วุจฺจตีติ อาห ‘‘อุปริคุเณ อุปนิธายา’’ติ. สีลญฺหีติ เอตฺถ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ, เตน อิทํ ทสฺเสติ ‘‘ยสฺมา สีลํ กิญฺจาปิ ปติฏฺฐาภาเวน สมาธิสฺส พหุการํ, ปภาวาทิคุณวิเสเส ปนสฺส อุปนิธาย กลมฺปิ น อุเปติ, ตถา สมาธิ จ ปญฺญายา’’ติ. เตเนวาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. อิทานิ ‘‘กถ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา สมาธิสฺส อานุภาวํ วิตฺถารโต วิภาเวติ. ‘‘อภิ…เป… มูเล’’ติ อิทํ ยมกปาฏิหาริยสฺส สุปากฏภาวทสฺสนตฺถํ, อญฺเญหิ โพธิมูลญาติสมาคมาทีสุ กตปาฏิหาริเยหิ วิเสสนตฺถญฺจ วุตฺตํ. ยมกปาฏิหาริยกรณตฺถาย หิ ภควโต จิตฺเต อุปฺปนฺเน ตทนุจฺฉวิกํ ฐานํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ รตนมณฺฑปาทิ สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อาณาย วิสฺสกมฺมุนา นิมฺมิตนฺติ วทนฺติ, ภควตาว นิมฺมิตนฺติ อปเร. ‘‘โย โกจิ เอวรูปํ ปาฏิหาริยํ กาตุํ สมตฺโถ อตฺถิ เจ, อาคจฺฉตู’’ติ โจทนาสทิสตฺตา วุตฺตํ ‘‘อตฺตาทานปริทีปน’’นฺติ. ตตฺถ อตฺตาทานํ อนุโยโค, ติตฺถิยานํ ตถา กาตุํ อสมตฺถตฺตา, ‘‘กริสฺสามา’’ติ ปุพฺเพ อุฏฺฐิตตฺตา ติตฺถิยปริมทฺทนํ.
อุปริมกายโตติอาทิ ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๖).
ตตฺถายํ ปาฬิเสโส –
‘‘เหฏฺฐิมกายโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, อุปริมกายโต อุทกธารา ปวตฺตติ. ปุรตฺถิมกายโต อคฺคิ, ปจฺฉิมกายโต อุทกํ. ปจฺฉิมกายโต อคฺคิ, ปุรตฺถิมกายโต อุทกํ. ทกฺขิณอกฺขิโต อคฺคิ, วามอกฺขิโต อุทกํ. วามอกฺขิโต อคฺคิ, ทกฺขิณอกฺขิโต อุทกํ. ทกฺขิณกณฺณโสตโต อคฺคิ, วามกณฺณโสตโต อุทกํ. วามกณฺณโสตโต อคฺคิ, ทกฺขิณกณฺณโสตโต อุทกํ. ทกฺขิณนาสิกาโสตโต อคฺคิ, วามนาสิกาโสตโต อุทกํ. วามนาสิกาโสตโต อคฺคิ, ทกฺขิณนาสิกาโสตโต อุทกํ. ทกฺขิณอํสกูฏโต อคฺคิ, วามอํสกูฏโต อุทกํ. วามอํสกูฏโต อคฺคิ, ทกฺขิณอํสกูฏโต อุทกํ. ทกฺขิณหตฺถโต อคฺคิ, วามหตฺถโต อุทกํ. วามหตฺถโต อคฺคิ, ทกฺขิณหตฺถโต อุทกํ. ทกฺขิณปสฺสโต อคฺคิ, วามปสฺสโต อุทกํ. วามปสฺสโต อคฺคิ, ทกฺขิณปสฺสโต อุทกํ. ทกฺขิณปาทโต อคฺคิ, วามปาทโต อุทกํ. วามปาทโต อคฺคิ, ทกฺขิณปาทโต อุทกํ. องฺคุลงฺคุเลหิ อคฺคิ, องฺคุลนฺตริกาหิ อุทกํ. องฺคุลนฺตริกาหิ อคฺคิ, องฺคุลงฺคุเลหิ อุทกํ. เอเกกโลมโต อคฺคิ, เอเกกโลมโต อุทกํ. โลมกูปโต โลมกูปโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, โลมกูปโต โลมกูปโต อุทกธารา ปวตฺตตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๖).
อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เอเกกโลมกูปโต’’ติ อาคตํ.
‘‘ฉนฺนํ วณฺณานนฺติ อาทินยปฺปวตฺต’’นฺติ เอตฺถาปิ นีลานํ ปีตกานํ โลหิตกานํ โอทาตานํ มญฺชิฏฺฐานํ ปภสฺสรานนฺติ อยํ ปาฬิเสโส. ‘‘สุวณฺณวณฺณา รสฺมิโย’’ติ อิทํ ตาสํ เยภุยฺยตาย วุตฺตํ. วิตฺถาเรตพฺพนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘สตฺถา ติฏฺฐติ, นิมฺมิโต จงฺกมติ วา นิสีทติ วา เสยฺยํ วา กปฺเปตี’’ติอาทินา จตูสุ อิริยาปเถสุ เอเกกมูลกา สตฺถุวเสน จตฺตาโร, นิมฺมิตวเสน จตฺตาโรติ สพฺเพว อฏฺฐ วาเร วิตฺถาเรตพฺพํ.
มธุปายาสนฺติ มธุสิตฺตํ ปายาสํ. อตฺตา มิตฺโต มชฺฌตฺโต เวรีติ จตูสุ สีมสมฺเภทวเสน จตุรงฺคสมนฺนาคตํ เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ. ‘‘จตุรงฺคสมนฺนาคต’’นฺติ อิทํ ปน ‘‘วีริยาธิฏฺฐาน’’นฺติ เอเตนาปิ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จา’’ติอาทิปาฬิ (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๒; อ. นิ. ๒.๕; อ. นิ. ๘.๑๓; มหานิ. ๑๙๖) วเสน จตุรงฺคสมนฺนาคตตา เวทิตพฺพา. ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๕๗; สํ. นิ. ๒.๔) ชรามรณมุเขน ปจฺจยากาเร ญาณํ โอตาเรตฺวา. อานาปานจตุตฺถชฺฌานนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณ’’นฺติ ปทํ วิภตฺติวิปริณามํ กตฺวา โยเชตพฺพํ. ตมฺปิ หิ สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณเมวาติ วทนฺติ. ฉตฺตึสโกฏิสตสหสฺสมุเขน มหาวชิรญาณคพฺภํ คณฺหาเปนฺโต วิปสฺสนํวฑฺเฒตฺวา. ทฺวตฺตึสโทณคณฺหนปฺปมาณํ กุณฺฑํ โกลมฺโพ. ทริภาโค กนฺทโร. จกฺกวาฬปาเทสุ มหาสมุทฺโท จกฺกวาฬมหาสมุทฺโท.
‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา’’ติอาทิ ปุถุชฺชเน ลพฺภมานวิภาคทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น มูลปริยายวณฺณนาทีสุ วิย ปุถุชฺชนวิเสสนิทฺธารณตฺถํ. สพฺโพปิ หิ ปุถุชฺชโน ภควโต อุปริ คุเณ วิภาเวตุํ น สกฺโกติ, ติฏฺฐตุ ปุถุชฺชโน, สาวกปจฺเจกพุทฺธานมฺปิ อวิสยา พุทฺธคุณา. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘โสตาปนฺนา’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘). วาจุคฺคตกรณํ อุคฺคโห. อตฺถปริปุจฺฉนํ ปริปุจฺฉา. อฏฺฐกถาวเสน อตฺถสฺส สวนํ สวนํ. พฺยญฺชนตฺถานํ สุนิกฺเขปสุทสฺสเนน ธมฺมสฺส ปริหรณํ ธารณํ. เอวํ สุตธาตปริจิตานํ มนสานุเปกฺขนํ ปจฺจเวกฺขณํ. พหูนํ นานปฺปการานํ กิเลสานํ สกฺกายทิฏฺฐิยา จ อวิหตตฺตา ตา ชเนนฺติ, ตาหิ วา ชนิตาติ ปุถุชฺชนา. อวิฆาตเมว วา ชน-สทฺโท วทติ. ปุถุ สตฺถารานํ มุขุลฺโลกิกาติ เอตฺถ ปุถู ชนา สตฺถุปฏิญฺญา เอเตสนฺติ ปุถุชฺชนาติ วจนตฺโถ. ปุถุ…เป… อวุฏฺฐิตาติ เอตฺถ ชเนตพฺพา, ชายนฺติ วา เอตฺถาติ ชนา, คติโย. ปุถู ชนา เอเตสนฺติ ปุถุชฺชนา. อิโต ปเร ชายนฺติ เอเตหีติ ชนา, อภิสงฺขาราทโย. เต เอเตสํ ปุถู วิชฺชนฺตีติ ปุถุชฺชนา. อภิสงฺขรณาทิ อตฺโถ เอว วา ชน-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. กามราคภวราคทิฏฺฐิอวิชฺชา โอฆา. ราคคฺคิอาทโย สนฺตาปา. เตเยว, สพฺเพปิ วา กิเลสา ปริฬาหา. ปุถุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รตฺตาติ เอตฺถ ชายตีติ ชโน, ราโค เคโธติ เอวํ อาทิโก. ปุถุ ชโน เอเตสนฺติ ปุถุชฺชนา, ปุถูสุ วา ชนา ชาตา รตฺตาติ เอวํ ราคาทิอตฺโถ เอว วา ชน-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. ปลิพุทฺธาติ สมฺพุทฺธา, อุปทฺทุตา วา. ‘‘ปุถูนํ คณนปถมตีตาน’’นฺติอาทินา ปุถู ชนา ปุถุชฺชนาติ ทสฺเสติ.
เยหิ คุณวิเสเสหิ นิมิตฺตภูเตหิ ภควติ ตถาคต-สทฺโท ปวตฺโต, ตํทสฺสนตฺถํ ‘‘อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต’’ติอาทิมาห. คุณเนมิตฺตกาเนว หิ ภควโต สพฺพานิ นามานิ. ยถาห –
‘‘อสงฺเขฺยยฺยานิ นามานิ, สคุเณน มเหสิโน;
คุเณน นามมุทฺเธยฺยํ, อปิ นามสหสฺสโต’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๓๑๓; อุทา. อฏฺฐ. ๕๓; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๗๖);
ตถา อาคโตติ เอตฺถ อาการนิยมนวเสน โอปมฺมสมฺปฏิปาทนตฺโถ ตถา-สทฺโท. สามญฺญโชตนาย วิเสสาวฏฺฐานโต ปฏิปทาคมนตฺโถ อาคต-สทฺโท, น ญาณคมนตฺโถ ‘‘ตถลกฺขณํ อาคโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๒; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๗๘; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๗๐; อุทา. อฏฺฐ. ๑๘; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๗; เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๓; อิติวุ. อฏฺฐ. ๓๘; มหานิ. อฏฺฐ. ๑๔) วิย, นาปิ กายคมนาทิอตฺโถ ‘‘อาคโต โข มหาสมโณ, มาคธานํ คิริพฺพช’’นฺติอาทีสุ (มหาว. ๖๒) วิย. ตตฺถ ยทาการนิยมนวเสน โอปมฺมสมฺปฏิปาทนตฺโถ ตถา-สทฺโท, ตํ กรุณาปธานตฺตา มหากรุณามุเขน ปุริมพุทฺธานํ อาคมนปฏิปทํ อุทาหรณวเสน สามญฺญโต ทสฺเสนฺโต ยํตํสทฺทานํ เอกนฺตสมฺพนฺธภาวโต ‘‘ยถา สพฺพโลก…เป… อาคตา’’ติ อาห. ตํ ปน ปฏิปทํ มหาปทานสุตฺตาทีสุ (ที. นิ. ๒.๔) สมฺพหุลนิทฺเทเสน สุปากฏานํ อาสนฺนานญฺจ วิปสฺสีอาทีนํ ฉนฺนํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ วเสน นิทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา วิปสฺสี ภควา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เยน อภินีหาเรนาติ มนุสฺสตฺตลิงฺคสมฺปตฺติเหตุสตฺถารทสฺสนปพฺพชฺชาอภิญฺญาทิคุณสมฺปตฺติอธิการฉนฺทานํ วเสน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน กายปฺปณิธานมหาปณิธาเนน. สพฺเพสญฺหิ พุทฺธานํ กายปฺปณิธานํ อิมินาว อภินีหาเรน สมิชฺฌตีติ. เอวํ มหาภินีหารวเสน ‘‘ตถาคโต’’ติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปารมีปูรณวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา วิปสฺสี ภควา…เป… กสฺสโป ภควา ทานปารมึ ปูเรตฺวา’’ติอาทิมาห.
เอตฺถ จ สุตฺตนฺติกานํ มหาโพธิยานปฏิปทาย โกสลฺลชนนตฺถํ ปารมีสุ อยํ วิตฺถารกถา – กา ปเนตา ปารมิโย? เกนฏฺเฐน ปารมิโย? กติวิธา เจตา? โก ตาสํ กโม? กานิ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ? โก ปจฺจโย? โก สํกิเลโส? กึ โวทานํ? โก ปฏิปกฺโข? กา ปฏิปตฺติ? โก วิภาโค? โก สงฺคโห? โก สมฺปาทนูปาโย? กิตฺตเกน กาเลน สมฺปาทนํ? โก อานิสํโส? กึ เจตาสํ ผลนฺติ?
ตตฺริทํ วิสฺสชฺชนํ – กา ปเนตา ปารมิโยติ. ตณฺหามานาทีหิ อนุปหตา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา ทานาทโย คุณา ปารมิโย.
เกนฏฺเฐน ปารมิโยติ ทานสีลาทิคุณวิเสสโยเคน สตฺตุตฺตมตาย ปรมา มหาสตฺตา โพธิสตฺตา, เตสํ ภาโว, กมฺมํ วา ปารมี, ทานาทิกิริยา. อถ วา ปรตีติ ปรโม, ทานาทิคุณานํ ปูรโก ปาลโก จ โพธิสตฺโต. ปรมสฺส อยํ, ปรมสฺส วา ภาโว, กมฺมํ วา ปารมี, ทานาทิกิริยาว. อถ วา ปรํ สตฺตํ อตฺตนิ มวติ พนฺธติ คุณวิเสสโยเคน, ปรํ วา อธิกตรํ มชฺชติ สุชฺฌติ สํกิเลสมลโต, ปรํ วา เสฏฺฐํ นิพฺพานํ วิเสเสน มยติ คจฺฉติ, ปรํ วา โลกํ ปมาณภูเตน ญาณวิเสเสน อิธโลกํ วิย มุนาติ ปริจฺฉินฺทติ, ปรํ วา อติวิย สีลาทิคุณคณํ อตฺตโน สนฺตาเน มิโนติ ปกฺขิปติ, ปรํ วา อตฺตภูตโต ธมฺมกายโต อญฺญํ, ปฏิปกฺขํ วา ตทนตฺถกรํ กิเลสโจรคณํ มินาติ หึสตีติ ปรโม, มหาสตฺโต. ‘‘ปรมสฺส อย’’นฺติอาทิ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. ปาเร วา นิพฺพาเน มชฺชติ สุชฺฌติ สตฺเต จ โสเธติ, ตตฺถ วา สตฺเต มวติ พนฺธติ โยเชติ, ตํ วา มยติ คจฺฉติ คเมติ จ, มุนาติ วา ตํ ยาถาวโต, ตตฺถ วา สตฺเต มิโนติ ปกฺขิปติ, กิเลสารึ วา สตฺตานํ ตตฺถ มินาติ หึสตีติ ปารมี, มหาปุริโส. ตสฺส ภาโว, กมฺมํ วา ปารมิตา, ทานาทิกิริยาว. อิมินา นเยน ปารมีนํ สทฺทตฺโถ เวทิตพฺโพ.
กติวิธาติ สงฺเขปโต ทสวิธา, ตา ปน ปาฬิยํ สรูปโต อาคตาเยว. ยถาห –
‘‘วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ, ปฐมํ ทานปารมิ’’นฺติอาทิ (พุ. วํ. ๑๑๖).
ยถา จาห –
‘‘กติ นุ โข ภนฺเต พุทฺธการกา ธมฺมา? ทส โข สาริปุตฺต พุทฺธการกา ธมฺมา. กตเม ทส? ทานํ โข สาริปุตฺต พุทฺธการโก ธมฺโม, สีลํ เนกฺขมฺมํ ปญฺญา วีริยํ ขนฺติ สจฺจมธิฏฺฐานํ เมตฺตา อุเปกฺขา พุทฺธการโก ธมฺโม, อิเม โข สาริปุตฺต ทส พุทฺธการกา ธมฺมาติ. อิทมโวจ ภควา, อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –
‘ทานํ สีลญฺจ เนกฺขมฺมํ, ปญฺญา วีริเยน ปญฺจมํ;
ขนฺติ สจฺจํ อธิฏฺฐานํ, เมตฺตุเปกฺขาติ เต ทสา’ติ’’.
เกจิ ปน ‘‘ฉพฺพิธา’’ติ วทนฺติ, ตํ เอตาสํ สงฺคหวเสน วุตฺตํ. โส ปน สงฺคโห ปรโต อาวิภวิสฺสติ.
โก ตาสํ กโมติ เอตฺถ กโม นาม เทสนากฺกโม, โส จ ปฐมสมาทานเหตุโก, สมาทานํ ปวิจยเหตุกํ, อิติ ยถา อาทิมฺหิ ปวิจิตา สมาทินฺนา จ, ตถา เทสิตา. ตตฺถ จ ทานํ สีลสฺส พหูปการํ สุกรญฺจาติ ตํ อาทิมฺหิ วุตฺตํ. ทานํ สีลปริคฺคหิตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสนฺติ ทานานนฺตรํ สีลํ วุตฺตํ. สีลํ เนกฺขมฺมปริคฺคหิตํ, เนกฺขมฺมํ ปญฺญาปริคฺคหิตํ, ปญฺญา วีริยปริคฺคหิตา, วีริยํ ขนฺติปริคฺคหิตํ, ขนฺติ สจฺจปริคฺคหิตา, สจฺจํ อธิฏฺฐานปริคฺคหิตํ, อธิฏฺฐานํ เมตฺตาปริคฺคหิตํ, เมตฺตา อุเปกฺขาปริคฺคหิตา มหปฺผลา โหติ มหานิสํสาติ เมตฺตานนฺตรํ อุเปกฺขา วุตฺตา. อุเปกฺขา ปน กรุณาปริคฺคหิตา, กรุณา จ อุเปกฺขาปริคฺคหิตาติ เวทิตพฺพา. กถํ ปน มหาการุณิกา โพธิสตฺตา สตฺเตสุ อุเปกฺขกา โหนฺตีติ? อุเปกฺขิตพฺพยุตฺเตสุ กญฺจิ กาลํ อุเปกฺขกา โหนฺติ, น ปน สพฺพตฺถ, สพฺพทา จาติ เกจิ. อปเร ปน น สตฺเตสุ อุเปกฺขกา, สตฺตกเตสุ ปน วิปฺปกาเรสุ อุเปกฺขกา โหนฺตีติ.
อปโร นโย – ปจุรชเนสุปิ ปวตฺติยา สพฺพสตฺตสาธารณตฺตา, อปฺปผลตฺตา, สุกรตฺตา จ อาทิมฺหิ ทานํ วุตฺตํ. สีเลนทายกปฏิคฺคาหกสุทฺธิโต, ปรานุคฺคหํ วตฺวา ปรปีฬานิวตฺติวจนโต, กิริยธมฺมํ วตฺวา อกิริยธมฺมวจนโต, โภคสมฺปตฺติเหตุํ วตฺวา ภวสมฺปตฺติเหตุวจนโต จ ทานสฺส อนนฺตรํ สีลํ วุตฺตํ. เนกฺขมฺเมน สีลสมฺปตฺติสิทฺธิโต, กายวจีสุจริตํ วตฺวา มโนสุจริตวจนโต, วิสุทฺธสีลสฺส สุเขเนว ฌานสมิชฺฌนโต, กมฺมาปราธปฺปหาเนน ปโยคสุทฺธึ วตฺวา กิเลสาปราธปฺปหาเนน อาสยสุทฺธิวจนโต, วีติกฺกมปฺปหาเนน จิตฺตสฺส ปริยุฏฺฐานปฺปหานวจนโต จ สีลสฺส อนนฺตรํ เนกฺขมฺมํ วุตฺตํ. ปญฺญาย เนกฺขมฺมสฺส สิทฺธิปริสุทฺธิโต, ฌานาภาเว ปญฺญาภาววจนโต. สมาธิปทฏฺฐานา หิ ปญฺญา, ปญฺญาปจฺจุปฏฺฐาโน จ สมาธิ. สมถนิมิตฺตํ วตฺวา อุเปกฺขานิมิตฺตวจนโต, ปรหิตชฺฌาเนน ปรหิตกรณูปายโกสลฺลวจนโต จ เนกฺขมฺมสฺส อนนฺตรํ ปญฺญา วุตฺตา. วีริยารมฺเภน ปญฺญากิจฺจสิทฺธิโต, สตฺตสุญฺญตาธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺตึ วตฺวา สตฺตหิตาย อารมฺภสฺส อจฺฉริยตาวจนโต, อุเปกฺขานิมิตฺตํ วตฺวา ปคฺคหนิมิตฺตวจนโต, นิสมฺมการิตํ วตฺวา อุฏฺฐานวจนโต จ. นิสมฺมการิโน หิ อุฏฺฐานํ ผลวิเสสมาวหตีติ ปญฺญาย อนนฺตรํ วีริยํ วุตฺตํ.
วีริเยน ติติกฺขาสิทฺธิโต. วีริยวา หิ อารทฺธวีริยตฺตา สตฺตสงฺขาเรหิ อุปนีตํ ทุกฺขํ อภิภุยฺย วิหรติ วีริยสฺส ติติกฺขาลงฺการภาวโต. วีริยวโต หิ ติติกฺขา โสภติ. ปคฺคหนิมิตฺตํ วตฺวา สมถนิมิตฺตวจนโต, อจฺจารมฺเภน อุทฺธจฺจโทสปฺปหานวจนโต. ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติยา หิ อุทฺธจฺจโทโส ปหียติ. วีริยวโต สาตจฺจกรณวจนโต. ขนฺติพหุโล หิ อนุทฺธโต สาตจฺจการี โหติ. อปฺปมาทวโต ปรหิตกิริยารมฺเภ ปจฺจุปการตณฺหาภาววจนโต. ยาถาวโต ธมฺมนิชฺฌาเน หิ สติ ตณฺหา น โหติ. ปรหิตารมฺเภ ปรเมปิ ปรกตทุกฺขสหนภาววจนโต จ วีริยสฺส อนนฺตรํ ขนฺติ วุตฺตา. สจฺเจน ขนฺติยา จิราธิฏฺฐานโต, อปการิโน อปการขนฺตึ วตฺวา ตทุปการกรเณ อวิสํวาทวจนโต, ขนฺติยา อปวาทวาจาวิกมฺปเนน ภูตวาทิตาย อวิชหนวจนโต, สตฺตสุญฺญตาธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺตึ วตฺวา ตทุปพฺรูหิตญาณสจฺจวจนโต จ ขนฺติยา อนนฺตรํ สจฺจํ วุตฺตํ. อธิฏฺฐาเนน สจฺจสิทฺธิโต. อจลาธิฏฺฐานสฺส หิ วิรติ สิชฺฌติ. อวิสํวาทิตํ วตฺวา ตตฺถ อจลภาววจนโต. สจฺจสนฺโธ หิ ทานาทีสุ ปฏิญฺญานุรูปํ นิจฺจโลว ปวตฺตติ. ญาณสจฺจํ วตฺวา สมฺภาเรสุ ปวตฺตินิฏฺฐาปนวจนโต. ยถาภูตญาณวา หิ โพธิสมฺภาเรสุ อธิติฏฺฐติ, เต จ นิฏฺฐาเปติ ปฏิปกฺเขหิ อกมฺปิยภาวโตติ สจฺจสฺส อนนฺตรํ อธิฏฺฐานํ วุตฺตํ. เมตฺตาย ปรหิตกรณสมาทานาธิฏฺฐานสิทฺธิโต, อธิฏฺฐานํ วตฺวา หิตูปสํหารวจนโต. โพธิสมฺภาเร หิ อธิติฏฺฐมาโน เมตฺตาวิหารี โหติ. อจลาธิฏฺฐานสฺส สมาทานาวิโกปนโต, สมาทานสมฺภวโต จ อธิฏฺฐานสฺส อนนฺตรํ เมตฺตา วุตฺตา. อุเปกฺขาย เมตฺตาวิสุทฺธิโต, สตฺเตสุ หิตูปสํหารํ วตฺวา ตทปราเธสุ อุทาสีนตาวจนโต, เมตฺตาภาวนํ วตฺวา ตนฺนิสฺสนฺทภาวนาวจนโต, ‘‘หิตกามสตฺเตปิ อุเปกฺขโก’’ติ อจฺฉริยคุณภาววจนโต จ เมตฺตาย อนนฺตรํ อุเปกฺขา วุตฺตาติ เอวเมตาสํ กโม เวทิตพฺโพ.
กานิ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานีติ? เอตฺถ อวิเสเสน ตาว สพฺพาปิ ปารมิโย ปรานุคฺคหลกฺขณา, ปเรสํ อุปการกรณรสา, อวิกมฺปนรสา วา, หิเตสิตาปจฺจุปฏฺฐานา, พุทฺธตฺตปจฺจุปฏฺฐานา วา, มหากรุณาปทฏฺฐานา, กรุณูปายโกสลฺลปทฏฺฐานา วา.
วิเสเสน ปน ยสฺมา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา อตฺตุปกรณปริจฺจาคเจตนา ทานปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ กายวจีสุจริตํ อตฺถโต อกตฺตพฺพวิรติ, กตฺตพฺพกรณเจตนาทโย จ สีลปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคโม กามภเวหิ นิกฺขมนจิตฺตุปฺปาโท เนกฺขมฺมปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต ธมฺมานํ สามญฺญวิเสสลกฺขณาวโพโธ ปญฺญาปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต กายจิตฺเตหิ ปรหิตารมฺโภ วีริยปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ สตฺตสงฺขาราปราธสหนํ อโทสปฺปธาโน ตทาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท ขนฺติปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ วิรติเจตนาทิเภทํ อวิสํวาทนํ สจฺจปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ อจลสมาทานาธิฏฺฐานํ ตทาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท อธิฏฺฐานปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต โลกสฺส หิตูปสํหาโร อตฺถโต อพฺยาปาโท เมตฺตาปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา อนุนยปฏิฆวิทฺธํสินี อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ สตฺตสงฺขาเรสุ สมปฺปวตฺติ อุเปกฺขาปารมิตา.
ตสฺมา ปริจฺจาคลกฺขณํ ทานํ, เทยฺยธมฺเม โลภวิทฺธํสนรสํ, อนาสตฺติปจฺจุปฏฺฐานํ, ภววิภวสมฺปตฺติปจฺจุปฏฺฐานํ วา, ปริจฺจชิตพฺพวตฺถุปทฏฺฐานํ. สีลนลกฺขณํ สีลํ, สมาธานลกฺขณํ, ปติฏฺฐานลกฺขณญฺจาติ วุตฺตํ โหติ. ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนรสํ, อนวชฺชรสํ วา, โสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานํ, หิโรตฺตปฺปปทฏฺฐานํ. กามโต ภวโต จ นิกฺขมนลกฺขณํ เนกฺขมฺมํ, ตทาทีนววิภาวนรสํ, ตโต เอว วิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, สํเวคปทฏฺฐานํ. ยถาสภาวปฏิเวธลกฺขณา ปญฺญา, อกฺขลิตปฏิเวธลกฺขณา วา กุสลิสฺสาสขิตฺตอุสุปฏิเวโธ วิย, วิสโยภาสนรสา ปทีโป วิย, อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา อรญฺญคตสุเทสโก วิย, สมาธิปทฏฺฐานา, จตุสจฺจปทฏฺฐานา วา. อุสฺสาหลกฺขณํ วีริยํ, อุปตฺถมฺภนรสํ, อสํสีทนปจฺจุปฏฺฐานํ, วีริยารมฺภวตฺถุ (อ. นิ. ๘.๘๐) ปทฏฺฐานํ, สํเวคปทฏฺฐานํ วา. ขมนลกฺขณา ขนฺติ, อิฏฺฐานิฏฺฐสหนรสา, อธิวาสนปจฺจุปฏฺฐานา, อวิโรธปจฺจุปฏฺฐานา วา, ยถาภูตทสฺสนปทฏฺฐานา. อวิสํวาทนลกฺขณํ สจฺจํ, ยาถาววิภาวนรสํ [ยถาสภาววิภาวนรสํ (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถาย)], สาธุตาปจฺจุปฏฺฐานํ, โสรจฺจปทฏฺฐานํ. โพธิสมฺภาเรสุ อธิฏฺฐานลกฺขณํ อธิฏฺฐานํ, เตสํ ปฏิปกฺขาภิภวนรสํ, ตตฺถ อจลตาปจฺจุปฏฺฐานํ, โพธิสมฺภารปทฏฺฐานํ. หิตาการปฺปวตฺติลกฺขณา เมตฺตา, หิตูปสํหารรสา, อาฆาตวินยนรสา วา, โสมฺมภาวปจฺจุปฏฺฐานา, สตฺตานํ มนาปภาวทสฺสนปทฏฺฐานา. มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺติลกฺขณา อุเปกฺขา, สมภาวทสฺสนรสา, ปฏิฆานุนยวูปสมปจฺจุปฏฺฐานา, กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณปทฏฺฐานา. เอตฺถ จ กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตตา ทานาทีนํ ปริจฺจาคาทิลกฺขณสฺส วิเสสนภาเวน วตฺตพฺพา, ยโต ตานิ ปารมีสงฺขฺยํ ลภนฺตีติ.
โก ปจฺจโยติ อภินีหาโร ปจฺจโย. โย หิ อยํ ‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺตี’’ติอาทิ (พุ. วํ. ๒.๕๙) อฏฺฐธมฺมสโมธานสมฺปาทิโต ‘‘ติณฺโณ ตาเรยฺยํ, มุตฺโต โมเจยฺยํ, พุทฺโธ โพเธยฺยํ, สุทฺโธ โสเธยฺยํ, ทนฺโต ทเมยฺยํ, สนฺโต สเมยฺยํ, อสฺสตฺโถ อสฺสาเสยฺยํ, ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปยฺย’’นฺติอาทินา (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถาย) ปวตฺโต อภินีหาโร, โส อวิเสเสน สพฺพปารมีนํ ปจฺจโย. ตปฺปวตฺติยา หิ อุทฺธํ ปารมีนํ ปวิจยุปฏฺฐานสมาทานาธิฏฺฐานนิปฺผตฺติโย มหาปุริสานํ สมฺภวนฺติ.
ยถา จ อภินีหาโร, เอวํ มหากรุณา, อุปายโกสลฺลญฺจ. ตตฺถ อุปายโกสลฺลํ นาม ทานาทีนํ โพธิสมฺภารภาวสฺส นิมิตฺตภูตา ปญฺญา, ยาหิ กรุณูปายโกสลฺลตาหิ มหาปุริสานํ อตฺตสุขนิรเปกฺขตา, นิรนฺตรํ ปรหิตกรณปสุตตา, สุทุกฺกเรหิปิ มหาโพธิสตฺตจริเตหิ วิสาทาภาโว, ปสาทสมฺพุทฺธิทสฺสนสวนานุสฺสรณาวตฺถาสุปิ สตฺตานํ หิตสุขปฏิลาภเหตุภาโว จ สมฺปชฺชติ. ตถา หิ ปญฺญาย พุทฺธภาวสิทฺธิ, กรุณาย พุทฺธกมฺมสิทฺธิ. ปญฺญาย สยํ ตรติ, กรุณาย ปเร ตาเรติ. ปญฺญาย ปรทุกฺขํ ปริชานาติ, กรุณาย ปรทุกฺขปฏิการํ อารภติ. ปญฺญาย จ ทุกฺเข นิพฺพินฺทติ, กรุณาย ทุกฺขํ สมฺปฏิจฺฉติ. ตถา ปญฺญาย ปรินิพฺพานาภิมุโข โหติ, กรุณาย ตํ น ปาปุณาติ. ตถา กรุณาย สํสาราภิมุโข โหติ, ปญฺญาย ตตฺร นาภิรมติ. ปญฺญาย จ สพฺพตฺถ วิรชฺชติ, กรุณานุคตตฺตา น จ น สพฺเพสํ อนุคฺคหาย ปวตฺโต, กรุณาย สพฺเพปิ อนุกมฺปติ, ปญฺญานุคตตฺตา น จ น สพฺพตฺถ วิรตฺตจิตฺโต. ปญฺญาย จ อหํการมมํการาภาโว, กรุณาย อาลสิยทีนตาภาโว. ตถา ปญฺญากรุณาหิ ยถากฺกมํ อตฺตปรนาถตา, ธีรวีรภาโว, อนตฺตนฺตปอปรนฺตปตา, อตฺตหิตปรหิตนิปฺผตฺติ, นิพฺภยาภึสนกภาโว, ธมฺมาธิปติโลกาธิปติตา, กตญฺญุปุพฺพการิภาโว, โมหตณฺหาวิคโม, วิชฺชาจรณสิทฺธิ, พลเวสารชฺชนิปฺผตฺตีติ สพฺพสฺสาปิ ปารมิตาผลสฺส วิเสเสน อุปายภาวโต ปญฺญากรุณา ปารมีนํ ปจฺจโย. อิทญฺจ ทฺวยํ ปารมีนํ วิย ปณิธานสฺสาปิ ปจฺจโย.
ตถา อุสฺสาหอุมฺมงฺคอวตฺถานหิตจริยา จ ปารมีนํ ปจฺจโยติ เวทิตพฺพา, ยา พุทฺธภาวสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานตาย ‘‘พุทฺธภูมิโย’’ติ ปวุจฺจนฺติ. ยถาห –
‘‘กติ ปน ภนฺเต พุทฺธภูมิโย? จตสฺโส โข สาริปุตฺต พุทฺธภูมิโย. กตมา จตสฺโส? อุสฺสาโห จ โหติ วีริยํ, อุมงฺโค จ โหติ ปญฺญาภาวนา, อวตฺถานญฺจ โหติ อธิฏฺฐานํ, เมตฺตาภาวนา จ โหติ หิตจริยา. อิมา โข สาริปุตฺต จตสฺโส พุทฺธภูมิโย’’ติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.ขคฺควิสาณสุตฺตวณฺณนายมฺปิ).
ตถา เนกฺขมฺมปวิเวกอโลภาโทสาโมหนิสฺสรณปฺปเภทา ฉ อชฺฌาสยา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เนกฺขมฺมชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา กาเม โทสทสฺสาวิโน, ปวิเวก…เป… สงฺคณิกาย, อโลภ…เป… โลเภ, อโทส…เป… โทเส, อโมห…เป… โมเห, นิสฺสรณชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา สพฺพภเวสุ โทสทสฺสาวิโน’’ติ (วิสุทฺธิ. อฏฺฐ. ๑.๔๙ วากฺยขนฺเธปิ).
ตสฺมา เอเต โพธิสตฺตานํ ฉ อชฺฌาสยา ทานาทีนํ ปจฺจยาติ เวทิตพฺพา. น หิ โลภาทีสุ อาทีนวทสฺสเนน, อโลภาทิอธิกภาเวน จ วินา ทานาทิปารมิโย สมฺภวนฺติ. อโลภาทีนญฺหิ อธิกภาเวน ปริจฺจาคาทินินฺนจิตฺตตา อโลภชฺฌาสยาทิตาติ. ยถา เจเต, เอวํ ทานชฺฌาสยตาทโยปิ. ยถาห –
‘‘กติ ปน ภนฺเต โพธาย จรนฺตานํ โพธิสตฺตานํ อชฺฌาสยา? ทส โข สาริปุตฺต โพธาย จรนฺตานํ โพธิสตฺตานํ อชฺฌาสยา. กตเม ทส? ทานชฺฌาสยา สาริปุตฺต โพธิสตฺตา มจฺเฉเร โทสทสฺสาวิโน, สีล…เป… อุเปกฺขชฺฌาสยา สาริปุตฺต โพธิสตฺตา สุขทุกฺเขสุ โทสทสฺสาวิโน’’ติ.
เอเตสุ หิ มจฺเฉรอสํวรกามวิจิกิจฺฉาโกสชฺชอกฺขนฺติวิสํวาทอนธิฏฺฐานพฺยาปาท- สุขทุกฺขสงฺขาเตสุ อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคมา ทานาทินินฺนจิตฺตตาสงฺขาตา ทานชฺฌาสยตาทโย ทานาทิปารมีนํ นิพฺพตฺติยา การณนฺติ. ตถา อปริจฺจาคปริจฺจาคาทีสุ ยถากฺกมํ อาทีนวานิสํสปจฺจเวกฺขณา ทานาทิปารมีนํ ปจฺจโย.
ตตฺถายํ ปจฺจเวกฺขณาวิธิ – เขตฺตวตฺถุหิรญฺญสุวณฺณโคมหึสทาสิทาสปุตฺตทาราทิปริคฺคหพฺยาสตฺตจิตฺตานํ สตฺตานํ เขตฺตาทีนํ วตฺถุกามภาเวน พหุปตฺถนียภาวโต, ราชโจราทิสาธารณภาวโต, วิวาทาธิฏฺฐานโต, สปตฺตกรณโต, นิสฺสารโต, ปฏิลาภปริปาลเนสุ ปรวิเหฐนเหตุโต, วินาสนิมิตฺตญฺจ โสกาทิอเนกวิหิตพฺยสนาวหโต, ตทาสตฺตินิทานญฺจ มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิตจิตฺตานํ อปายูปปตฺติสมฺภวโตติ เอวํ วิวิธวิปุลานตฺถาวหา เอเต อตฺถา นาม, เตสํ ปริจฺจาโคเยเวโก โสตฺถิภาโวติ ปริจฺจาเค อปฺปมาโท กรณีโย.
อปิจ ‘‘ยาจโก ยาจมาโน อตฺตโน คุยฺหสฺส อาจิกฺขนโต มยฺหํ วิสฺสาสิโก’’ติ จ ‘‘ปหาย คมนียํ อตฺตโน สนฺตกํ คเหตฺวา ปรโลกํ ยาหีติ มยฺหํ อุปเทสโก’’ติ จ ‘‘อาทิตฺเต วิย อคาเร มรณคฺคินา อาทิตฺเต โลเก ตโต มยฺหํ สนฺตกสฺส อปวาหกสหาโย’’ติ จ ‘‘อปวาหิตสฺส จสฺส นิชฺฌายนิกฺเขปฏฺฐานภูโต’’ติ จ ‘‘ทานสงฺขาเต กลฺยาณกมฺมสฺมึ สหายภาวโต, สพฺพสมฺปตฺตีนํ อคฺคภูตาย ปรมทุลฺลภาย พุทฺธภูมิยา สมฺปตฺติเหตุภาวโต จ ปรโม กลฺยาณมิตฺโต’’ติ จ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ.
ตถา ‘‘อุฬาเร กมฺมนิ อเนนาหํ สมฺภาวิโต, ตสฺมา สา สมฺภาวนา อวิตถา กาตพฺพา’’ติ จ ‘‘เอกนฺตเภทิตาย ชีวิตสฺส อยาจิเตนปิ มยา ทาตพฺพํ, ปเคว ยาจิเตนา’’ติ จ ‘‘อุฬารชฺฌาสเยหิ คเวสิตฺวาปิ ทาตพฺโพ, สยเมวาคโต มม ปุญฺเญนา’’ติ จ ‘‘ยาจกสฺส ทานาปเทเสน มยฺหเมวายมนุคฺคโห’’ติ จ ‘‘อหํ วิย อยํ สพฺโพปิ โลโก มยา อนุคฺคเหตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อสติ ยาจเก กถํ มยฺหํ ทานปารมี ปูเรยฺยา’’ติ จ ‘‘ยาจกานเมวตฺถาย มยา สพฺโพ ปริคฺคเหตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อยาจิตฺวา มม สนฺตกํ ยาจกา สยเมว กทา คเณฺหยฺยุ’’นฺติ จ ‘‘กถมหํ ยาจกานํ ปิโย จสฺสํ มนาโป’’ติ จ ‘‘กถํ วา เต มยฺหํ ปิยา จสฺสุ มนาปา’’ติ จ ‘‘กถํ วาหํ ททมาโน, ทตฺวาปิ จ อตฺตมโน อสฺสํ ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต’’ติ จ ‘‘กถํ วา เม ยาจกา ภเวยฺยุํ, อุฬาโร จ ทานชฺฌาสโย’’ติ จ ‘‘กถํ วาหมยาจิโตเยว ยาจกานํ หทยมญฺญาย ทเทยฺย’’นฺติ จ ‘‘สติ ธเน ยาจเก จ อปริจฺจาโค มหตี มยฺหํ วญฺจนา’’ติ จ ‘‘กถํ วาหํ อตฺตโน องฺคานิ ชีวิตํ วาปิ ยาจกานํ ปริจฺจเชยฺย’’นฺติ จ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ.
อปิจ ‘‘อตฺโถ นามายํ นิรเปกฺขํ ทายกํ อนุคจฺฉติ ยถา ตํ นิรเปกฺขํ เขปกํ กิฏโก’’ติ อตฺเถ นิรเปกฺขตาย จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ. ยาจมาโน ปน ยทิ ปิยปุคฺคโล โหติ, ‘‘ปิโย มํ ยาจตี’’ติ โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. อถ อุทาสีนปุคฺคโล โหติ, ‘‘อยํ มํ ยาจมาโน อทฺธา อิมินา ปริจฺจาเคน มิตฺโต โหตี’’ติ โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. ททนฺโตปิ หิ ยาจกานํ ปิโย โหตีติ. อถ ปน เวรีปุคฺคโล ยาจติ, ‘‘ปจฺจตฺถิโก มํ ยาจติ, อยํ มํ ยาจมาโน อทฺธา อิมินา ปริจฺจาเคน เวรีปิ ปิโย มิตฺโต โหตี’’ติ วิเสสโต โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. เอวํ ปิยปุคฺคเล วิย มชฺฌตฺตเวรีปุคฺคเลสุปิ เมตฺตาปุพฺพงฺคมํ กรุณํ อุปฏฺฐเปตฺวาว ทาตพฺพํ.
สเจ ปนสฺส จิรกาลปริภาวิตตฺตา โลภสฺส เทยฺยธมฺมวิสยา โลภธมฺมา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตน โพธิสตฺตปฏิญฺเญน อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘นนุ ตยา สปฺปุริส สมฺโพธาย อภินีหารํ กโรนฺเตน สพฺพสตฺตานํ อุปการตฺถาย อยํ กาโย นิสฺสฏฺโฐ, ตปฺปริจฺจาคมยญฺจ ปุญฺญํ, ตตฺถ นาม เต พาหิเรปิ วตฺถุสฺมึ อติสงฺคปฺปวตฺติ หตฺถิสินานสทิสี โหติ, ตสฺมา ตยา น กตฺถจิ สงฺโค อุปฺปาเทตพฺโพ. เสยฺยถาปิ นาม มหโต เภสชฺชรุกฺขสฺส ติฏฺฐโต มูลํ มูลตฺถิกา หรนฺติ, ปปฏิกํ, ตจํ, ขนฺธํ, วิฏปํ, สารํ, สาขํ, ปลาสํ, ปุปฺผํ, ผลํ ผลตฺถิกา หรนฺติ, น ตสฺส รุกฺขสฺส ‘มยฺหํ สนฺตกํ เอเต หรนฺตี’’ติ วิตกฺกสมุทาจาโร โหติ, เอวเมว สพฺพโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปชฺชนฺเตน มยา มหาทุกฺเข อกตญฺญุเก นิจฺจาสุจิมฺหิ กาเย ปเรสํ อุปการาย วินิยุชฺชมาเน อณุมตฺโตปิ มิจฺฉาวิตกฺโก น อุปฺปาเทตพฺโพ, โก วา เอตฺถ วิเสโส อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ มหาภูเตสุ เอกนฺตเภทนวิกิรณวิทฺธํสนธมฺเมสุ, เกวลํ ปน สมฺโมหวิชมฺภิตเมตํ, ยทิทํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ อภินิเวโส. ตสฺมา พาหิเรสุ วิย อชฺฌตฺติเกสุปิ กรจรณนยนาทีสุ, มํสาทีสุ จ อนเปกฺเขน หุตฺวา ‘ตํตทตฺถิกา หรนฺตู’ติ นิสฺสฏฺฐจิตฺเตน ภวิตพฺพ’’นฺติ. เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขโต จสฺส โพธาย ปหิตตฺตสฺส กายชีวิเตสุ นิรเปกฺขสฺส อปฺปกสิเรเนว กายวจีมโนกมฺมานิ สุวิสุทฺธานิ โหนฺติ. โส วิสุทฺธกายวจีมโนกมฺมนฺโต วิสุทฺธาชีโว ญายปฏิปตฺติยํ ฐิโต, อายาปายุปายโกสลฺลสมนฺนาคเมน ภิยฺโยโส มตฺตาย เทยฺยธมฺมปริจฺจาเคน, อภยทานสทฺธมฺมทาเนหิ จ สพฺพสตฺเต อนุคฺคณฺหิตุํ สมตฺโถ โหตีติ. อยํ ตาว ทานปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณานโย.
สีลปารมิยํ ปน เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – อิทญฺหิ สีลํ นาม คงฺโคทกาทีหิ วิโสเธตุํ อสกฺกุเณยฺยสฺส โทสมลสฺส วิกฺขาลนชลํ, หริจนฺทนาทีหิ วิเนตุํ อสกฺกุเณยฺยราคาทิปริฬาหวินยนํ, หารมกุฏกุณฺฑลาทีหิ ปจุรชนาลงฺกาเรหิ อสาธารโณ สาธูนํ อลงฺการวิเสโส, สพฺพทิสาวายนโต อกิตฺติโม, สพฺพกาลานุรูโป จ สุรภิคนฺโธ, ขตฺติยมหาสาลาทีหิ เทวตาหิ จ วนฺทนียาทิภาวาวหนโต ปรโม วสีกรณมนฺโต, จาตุมหาราชิกาทิ เทวโลกาโรหนโสปานปนฺติ, ฌานาภิญฺญานํ อธิคมุปาโย, นิพฺพานมหานครสฺส สมฺปาปกมคฺโค, สาวกโพธิปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธีนํ ปติฏฺฐานภูมิ, ยํ ยํ วา ปนิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ, ตสฺส ตสฺส สมิชฺฌนูปายภาวโต จินฺตามณิกปฺปรุกฺขาทิเก จ อติเสติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘อิชฺฌติ ภิกฺขเว สีลวโต เจโตปณิธิ วิสุทฺธตฺตา’’ติ (อ. นิ. ๘.๓๕). อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘อากงฺเขยฺย เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ อสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จาติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๖๑), ตถา ‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข อานนฺท กุสลานิ สีลานี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑; ๑๑.๑), ‘‘ปญฺจิเม คหปตโย อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทายา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๐; อุทา. ๗๖; มหาว. ๑๘๕) สุตฺตานญฺจ วเสน สีลสฺส คุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา, ตถา อคฺคิกฺขนฺโธปมสุตฺตาทีนํ (อ. นิ. ๗.๗๒) วเสน สีลวิรเห อาทีนวา.
ปีติโสมนสฺสนิมิตฺตโต, อตฺตานุวาทปรานุวาททณฺฑทุคฺคติภยาภาวโต, วิญฺญูหิ ปาสํสภาวโต, อวิปฺปฏิสารเหตุโต, โสตฺถิฏฺฐานโต, อภิชนสาปเตยฺยาธิปเตยฺยายุรูปฏฺฐานพนฺธุมิตฺตสมฺปตฺตีนํ อติสยนโต จ สีลํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ. สีลวโต หิ อตฺตโน สีลสมฺปทาเหตุ มหนฺตํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ‘‘กตํ วต มยา กุสลํ, กตํ กลฺยาณํ, กตํ ภีรุตฺตาณ’’นฺติ. ตถา สีลวโต อตฺตา น อุปวทติ, น ปเร วิญฺญู, ทณฺฑทุคฺคติภยานํ สมฺภโวเยว นตฺถิ, ‘‘สีลวา ปุริสปุคฺคโล กลฺยาณธมฺโม’’ติ วิญฺญูนํ ปาสํโส โหติ. ตถา สีลวโต ยฺวายํ ‘‘กตํ วต มยา ปาปํ, กตํ ลุทฺทํ, กตํ กิพฺพิส’’นฺติ ทุสฺสีลสฺส วิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺชติ, โส น โหติ. สีลญฺจ นาเมตํ อปฺปมาทาธิฏฺฐานโต, โภคพฺยสนาทิปริหารมุเขน มหโต อตฺถสฺส สาธนโต, มงฺคลภาวโต จ ปรมํ โสตฺถิฏฺฐานํ, นิหีนชจฺโจปิ สีลวา ขตฺติยมหาสาลาทีนํ ปูชนีโย โหตีติ กุลสมฺปตฺตึ อติเสติ สีลสมฺปทา, ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ มหาราช, อิธ เต อสฺส ปุริโส ทาโส กมฺมกโร’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๘๓) วจนญฺเจตฺถ สาธกํ. โจราทีหิ อสาธารณโต, ปรโลกานุคมนโต, มหปฺผลภาวโต, สมถาทิคุณาธิฏฺฐานโต จ พาหิรธนํ อติเสติ สีลํ, ปรมสฺส จิตฺติสฺสริยสฺส อธิฏฺฐานภาวโต ขตฺติยาทีนํ อิสฺสริยํ อติเสติ สีลํ. สีลนิมิตฺตญฺหิ ตํตํสตฺตนิกาเยสุ สตฺตานํ อิสฺสริยํ วสฺสสตทีฆปฺปมาณโต ชีวิตโต เอกาหมฺปิ สีลวโต ชีวิตสฺส วิสิฏฺฐตาวจนโต, สติ จ ชีวิเต สิกฺขานิกฺเขปสฺส มรณตาวจนโต สีลํ ชีวิตโต วิสิฏฺฐตรํ. เวรีนมฺปิ มนุญฺญภาวาวหนโต, ชราโรควิปตฺตีหิ อนภิภวนียโต จ รูปสมฺปตฺตึ อติเสติ สีลํ. ปาสาทหมฺมิยาทิฏฺฐานวิเสเส, ราชยุวราชเสนาปติอาทิฏฺฐานวิเสเส จ อติเสติ สีลํ สุขวิเสสาธิฏฺฐานภาวโต. สภาวสินิทฺเธ สนฺติกาวจเรปิ พนฺธุชเน มิตฺตชเน จ อติเสติ เอกนฺตหิตสมฺปาทนโต, ปรโลกานุคมนโต จ. ‘‘น ตํ มาตา ปิตา กยิรา’’ติอาทิ (ธ. ป. ๔๓) วจนญฺเจตฺถ สาธกํ. ตถา หตฺถิอสฺสรถาทิเภเทหิ, มนฺตาคทโสตฺถานปฺปโยเคหิ จ ทุรารกฺขํ อตฺตานํ อารกฺขภาเวน สีลเมว วิสิฏฺฐตรํ อตฺตาธีนโต, อปราธีนโต, มหาวิสยโต จ. เตเนวาห ‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจาริ’’นฺติอาทิ (ชา. ๑.๙.๑๐๒). เอวมเนกคุณสมนฺนาคตํ สีลนฺติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อปริปุณฺณา เจว สีลสมฺปทา ปาริปูรึ คจฺฉติ อปริสุทฺธา จ ปาริสุทฺธึ.
สเจ ปนสฺส ทีฆรตฺตํ ปริจเยน สีลปฏิปกฺขา ธมฺมา โทสาทโย อนฺตรนฺตรา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตน โพธิสตฺตปฏิญฺเญน เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘นนุ ตยา สมฺโพธาย ปณิธานํ กตํ, สีลวิกเลน จ น สกฺกา โลกิยาปิ สมฺปตฺติโย ปาปุณิตุํ, ปเคว โลกุตฺตรา, สพฺพสมฺปตฺตีนํ ปน อคฺคภูตาย สมฺมาสมฺโพธิยา อธิฏฺฐานภูเตน สีเลน ปรมุกฺกํสคเตน ภวิตพฺพํ. ตสฺมา ‘กิกีว อณฺฑ’นฺติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๑๙; ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗) วุตฺตนเยน สมฺมา สีลํ ปริรกฺขนฺเตน สุฏฺฐุ ตยา เปสเลน ภวิตพฺพํ. อปิ จ ตยา ธมฺมเทสนาย ยานตฺตเย สตฺตานํ อวตารณปริปาจนานิ กาตพฺพานิ, สีลวิกลสฺส จ วจนํ น ปจฺเจตพฺพํ โหติ อสปฺปายาหารวิจารสฺส วิย เวชฺชสฺส ติกิจฺฉนํ, ตสฺมา กถาหํ สทฺเธยฺโย หุตฺวา สตฺตานํ อวตารณปริปาจนานิ กเรยฺย’’นฺติ สภาวปริสุทฺธสีเลน ภวิตพฺพํ. กิญฺจ ‘‘ฌานาทิคุณวิเสสโยเคน เม สตฺตานํ อุปการกรณสมตฺถตา, ปญฺญาปารมีอาทิปริปูรณญฺจ, ฌานาทโย จ คุณา สีลปาริสุทฺธึ วินา น สมฺภวนฺตี’’ติ สมฺมเทว สีลํ ปริโสเธตพฺพํ.
ตถา ‘‘สมฺพาโธ ฆราวาโส รโชปโถ’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๙๑; ม. นิ. ๑.๒๙๑; สํ. นิ. ๒.๑๕๔; ม. นิ. ๒.๑๐) ฆราวาเส ‘‘อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. ๔๑๗; มหานิ. ๓, ๖;), ‘‘มาตาปิ ปุตฺเตน วิวทตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๖๘, ๑๗๘) จ กาเมสุ ‘‘เสยฺยถาปิ ปุริโส อิณํ อาทาย กมฺมนฺเต ปโยเชยฺยา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๑๘) กามจฺฉนฺทาทีสุ อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคมา วุตฺตวิปริยาเยน ‘‘อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑.๙๑; สํ. นิ. ๑.๑๕๔) ปพฺพชฺชาทีสุ อานิสํสปฏิสงฺขาวเสน เนกฺขมฺมปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณา เวทิตพฺพา. อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ, วิตฺถาโร ปน ทุกฺขกฺขนฺธ (ม. นิ. ๑.๑๖๓) วีมํสสุตฺตาทิ (ม. นิ. ๑.๔๘๗) วเสน ทุกฺขกฺขนฺธอาสิวิโสปมสุตฺตาทิวเสน (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถายํ) เวทิตพฺโพ.
ตถา ‘‘ปญฺญาย วินา ทานาทโย ธมฺมา น วิสุชฺฌนฺติ, ยถาสกํ พฺยาปารสมตฺถา จ น โหนฺตี’’ติ ปญฺญาคุณา มนสิ กาตพฺพา. ยเถว หิ ชีวิเตน วินา สรีรยนฺตํ น โสภติ, น จ อตฺตโน กิริยาสุ ปฏิปตฺติสมตฺถํ โหติ, ยถา จ จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ วิญฺญาเณน วินา ยถาสกํ วิสเยสุ กิจฺจํ กาตุํ นปฺปโหนฺติ, เอวํ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ปญฺญาย วินา สกิจฺจปฏิปตฺติยํ อสมตฺถานีติ ปริจฺจาคาทิปฏิปตฺติยํ ปญฺญา ปธานการณํ. อุมฺมีลิตปญฺญาจกฺขุกา หิ มหาสตฺตา อตฺตโน องฺคปจฺจงฺคานิปิ ทตฺวา อนตฺตุกฺกํสกา, อปรวมฺภกา จ โหนฺติ, เภสชฺชรุกฺขา วิย วิกปฺปรหิตา กาลตฺตเยปิ โสมนสฺสชาตา. ปญฺญาวเสน อุปายโกสลฺลโยคโต ปริจฺจาโค ปรหิตปฺปวตฺติยา ทานปารมิภาวํ อุเปติ. อตฺตตฺถญฺหิ ทานํ วุฑฺฒิสทิสํ โหติ.
ตถา ปญฺญาย อภาเวน ตณฺหาทิสํกิเลสาวิโยคโต สีลสฺส วิสุทฺธิเยว น สมฺภวติ, กุโต สพฺพญฺญุคุณาธิฏฺฐานภาโว. ปญฺญวา เอว จ ฆราวาเส กามคุเณสุ สํสาเร จ อาทีนวํ, ปพฺพชฺชาย ฌานสมาปตฺติยํ นิพฺพาเน จ อานิสํสํ สุฏฺฐุ สลฺลกฺเขนฺโต ปพฺพชิตฺวา ฌานสมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา นิพฺพานนินฺโน, ปเร จ ตตฺถ ปติฏฺฐเปตีติ.
วีริยญฺจ ปญฺญารหิตํ ยทิจฺฉิตมตฺถํ น สาเธติ ทุรารมฺภภาวโต. วรเมว หิ อนารมฺโภ ทุรารมฺภโต, ปญฺญาสหิเตน ปน วีริเยน น กิญฺจิ ทุรธิคมํ อุปายปฏิปตฺติโต. ตถา ปญฺญวา เอว ปราปการาทิอธิวาสกชาติโย โหติ, น ทุปฺปญฺโญ. ปญฺญาวิรหิตสฺส จ ปเรหิ อุปนีตา อปการา ขนฺติยา ปฏิปกฺขเมว อนุพฺรูเหนฺติ, ปญฺญวโต ปน เต ขนฺติสมฺปตฺติยา ปริพฺรูหนวเสน อสฺสา ถิรภาวาย สํวตฺตนฺติ. ปญฺญวา เอว ตีณิ สจฺจานิ เตสํ การณานิ ปฏิปกฺเข จ ยถาภูตํ ชานิตฺวา ปเรสํ อวิสํวาทโก โหติ. ตถา ปญฺญาพเลน อตฺตานํ อุปตฺถมฺเภตฺวา ธิติสมฺปทาย สพฺพปารมีสุ อจลสมาทานาธิฏฺฐาโน โหติ, ปญฺญวา เอว จ ปิยมชฺฌตฺตเวรีวิภาคํ อกตฺวา สพฺพตฺถ หิตูปสํหารกุสโล โหติ. ตถา ปญฺญาวเสน ลาภาทิโลกธมฺมสนฺนิปาเต นิพฺพิการตาย มชฺฌตฺโต โหติ. เอวํ สพฺพาสํ ปารมีนํ ปญฺญาว ปาริสุทฺธิเหตูติ ปญฺญาคุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
อปิจ ปญฺญาย วินา น ทสฺสนสมฺปตฺติ, อนฺตเรน จ ทิฏฺฐิสมฺปทํ น สีลสมฺปทา, สีลทิฏฺฐิสมฺปทารหิตสฺส น สมาธิสมฺปทา, อสมาหิเตน จ น สกฺกา อตฺตหิตมตฺตมฺปิ สาเธตุํ, ปเคว อุกฺกํสคตํ ปรหิตนฺติ ปรหิตาย ปฏิปนฺเนน ‘‘นนุ ตยา สกฺกจฺจํ ปญฺญาปาริสุทฺธิยํ อาโยโค กรณีโย’’ติ โพธิสตฺเตน อตฺตา โอวทิตพฺโพ. ปญฺญานุภาเวน หิ มหาสตฺโต จตุรธิฏฺฐานาธิฏฺฐิโต จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ (ที. นิ. ๓.๒๑๐, ๓๑๓; อ. นิ. ๑๐.๓๒) โลกํ อนุคฺคณฺหนฺโต สตฺเต นิยฺยานิกมคฺเค อวตาเรติ, อินฺทฺริยานิ จ เนสํ ปริปาเจติ. ตถา ปญฺญาพเลน ขนฺธายตนาทีสุ ปวิจยพหุโล ปวตฺตินิวตฺติโย ยาถาวโต ปริชานนฺโต ทานาทโย คุเณ วิเสสนิพฺเพธภาคิยภาวํ นยนฺโต โพธิสตฺตสิกฺขาย ปริปูรการี โหตีติ เอวมาทินา อเนกาการโวกาเร ปญฺญาคุเณ ววตฺถเปตฺวา ปญฺญาปารมี อนุพฺรูเหตพฺพา.
ตถา ทิสฺสมานปารานิปิ โลกิยานิ กมฺมานิ นิหีนวีริเยน ปาปุณิตุํ อสกฺกุเณยฺยานิ, อคณิตเขเทน ปน อารทฺธวีริเยน ทุรธิคมํ นาม นตฺถิ. นิหีนวีริโย หิ ‘‘สํสารมโหฆโต สพฺพสตฺเต สนฺตาเรสฺสามี’’ติ อารภิตุเมว น สกฺกุโณติ. มชฺฌิโม อารภิตฺวา อนฺตราโวสานมาปชฺชติ. อุกฺกฏฺฐวีริโย ปน อตฺตสุขนิรเปกฺโข อารมฺภปารํ อธิคจฺฉตีติ วีริยสมฺปตฺติ ปจฺจเวกฺขิตพฺพา. อปิจ ‘‘ยสฺส อตฺตโนเยว สํสารปงฺกโต สมุทฺธรณตฺถมารมฺโภ, ตสฺสาปิ วีริยสฺส สิถิลภาเวน มโนรถานํ มตฺถกปฺปตฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ, ปเคว สเทวกสฺส โลกสฺส สมุทฺธรณตฺถํ กตาภินีหาเรนา’’ติ จ ‘‘ราคาทีนํ โทสคณานํ มตฺตมหาคชานํ วิย ทุนฺนิวารยภาวโต, ตนฺนิทานานญฺจ กมฺมสมาทานานํ อุกฺขิตฺตาสิกวธกสทิสภาวโต, ตนฺนิมิตฺตานญฺจ ทุคฺคตีนํ สพฺพทา วิวฏมุขภาวโต, ตตฺถ นิโยชกานญฺจ ปาปมิตฺตานํ สทา สนฺนิหิตภาวโต, ตโทวาทการิตาย จ พาลสฺส ปุถุชฺชนภาวสฺส สติ สมฺภเว ยุตฺตํ สยเมว สํสารทุกฺขโต นิสฺสริตุ’’นฺติ จ ‘‘มิจฺฉาวิตกฺกา วีริยานุภาเวน ทูรี ภวนฺตี’’ติ จ ‘‘ยทิ ปน สมฺโพธิ อตฺตาธีเนน วีริเยน สกฺกา สมธิคนฺตุํ, กิเมตฺถ ทุกฺกร’’นฺติ จ เอวมาทินา นเยน วีริยสฺส คุณาปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
ตถา ‘‘ขนฺติ นามายํ นิรวเสสคุณปฏิปกฺขสฺส โกธสฺส วิธมนโต คุณสมฺปาทเน สาธูนมปฺปฏิหตมายุธํ, ปราภิภวเน สมตฺถานํ อลงฺกาโร, สมณพฺราหฺมณานํ พลสมฺปทา, โกธคฺคิวินยนี อุทกธารา, กลฺยาณสฺส กิตฺติสทฺทสฺส สญฺชาติเทโส, ปาปปุคฺคลานํ วจีวิสวูปสมกโร มนฺตาคโท, สํวเร ฐิตานํ ปรมา ธีรปกติ, คมฺภีราสยตาย สาคโร, โทสมหาสาครสฺส เวลา, อปายทฺวารสฺส ปิธานกวาฏํ, เทวพฺรหฺมโลกานํ อาโรหณโสปานํ, สพฺพคุณานํ อธิวาสนภูมิ, อุตฺตมา กายวจีมโนวิสุทฺธี’’ติ มนสิ กาตพฺพํ. อปิ จ ‘‘เอเต สตฺตา ขนฺติสมฺปตฺติยา อภาวโต อิธ เจว ตปนฺติ, ปรโลเก จ ตปนียธมฺมานุโยคโต’’ติ จ ‘‘ยทิปิ ปราปการนิมิตฺตํ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปน ทุกฺขสฺส เขตฺตภูโต อตฺตภาโว, พีชภูตญฺจ กมฺมํ มยาว อภิสงฺขต’’นฺติ จ ‘‘ตสฺส ทุกฺขสฺส อาณณฺยการณเมต’’นฺติ จ ‘‘อปการเก อสติ กถํ มยฺหํ ขนฺติสมฺปทา สมฺภวตี’’ติ จ ‘‘ยทิปายํ เอตรหิ อปการโก, อยํ นาม ปุพฺเพ อเนน มยฺหํ อุปกาโร กโต’’ติ จ ‘‘อปกาโร เอว วา ขนฺตินิมิตฺตตาย อุปกาโร’’ติ จ ‘‘สพฺเพปิเม สตฺตา มยฺหํ ปุตฺตสทิสา, ปุตฺตกตาปราเธสุ จ โก กุชฺฌิสฺสตี’’ติ จ ‘‘เยน โกธภูตาเวเสน อยํ มยฺหํ อปรชฺฌติ, โส โกธภูตาเวโส มยา วิเนตพฺโพ’’ติ จ ‘‘เยน อปกาเรน อิทํ มยฺหํ ทุกฺขํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺส อหมฺปิ นิมิตฺต’’นฺติ จ ‘‘เยหิ ธมฺเมหิ อปราโธ กโต, ยตฺถ จ กโต, สพฺเพปิ เต ตสฺมึเยว ขเณ นิรุทฺธา, กสฺสิทานิ เกน โกโธ กาตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อนตฺตตาย สพฺพธมฺมานํ โก กสฺส อปรชฺฌตี’’ติ จ ปจฺจเวกฺขนฺเตน ขนฺติสมฺปทา พฺรูเหตพฺพา.
ยทิ ปนสฺส ทีฆรตฺตํ ปริจเยน ปราปการนิมิตฺตโก โกโธ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺเฐยฺย, อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘ขนฺติ นาเมสา ปราปการสฺส ปฏิปกฺขปฏิปตฺตีนํ ปจฺจุปการการณ’’นฺติ จ ‘‘อปกาโร จ มยฺหํ ทุกฺขุปฺปาทเนน ทุกฺขุปนิสาย สทฺธาย, สพฺพโลเก อนภิรติสญฺญาย จ ปจฺจโย’’ติ จ ‘‘อินฺทฺริยปกติเรสา, ยทิทํ อิฏฺฐานิฏฺฐวิสยสมาโยโค, ตตฺถ อนิฏฺฐวิสยสมาโยโค มยฺหํ น สิยาติ ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’’ติ จ ‘‘โกธวสิโก สตฺโต โกเธน อุมฺมตฺโต วิกฺขิตฺตจิตฺโต, ตตฺถ กึ ปจฺจปกาเรนา’’ติ จ ‘‘สพฺเพ ปิเม สตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน โอรสปุตฺตา วิย ปริปาลิตา, ตสฺมา น ตตฺถ มยา จิตฺตโกโปปิ กาตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อปราธเก จ สติ คุเณ คุณวติ มยา น โกโป กาตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อสติ คุเณ วิเสเสน กรุณายิตพฺโพ’’ติ จ ‘‘โกเปน จ มยฺหํ คุณยสา นิหียนฺตี’’ติ จ ‘‘กุชฺฌเนน มยฺหํ ทุพฺพณฺณทุกฺขเสยฺยาทโย สปตฺตกนฺตา อาคจฺฉนฺตี’’ติ จ ‘‘โกโธ จ นามายํ สพฺพาหิตการโก สพฺพหิตวินาสโก พลวา ปจฺจตฺถิโก’’ติ จ ‘‘สติ จ ขนฺติยา น โกจิ ปจฺจตฺถิโก’’ติ จ ‘‘อปราธเกน อปราธนิมิตฺตํ ยํ อายตึ ลทฺธพฺพํ ทุกฺขํ, สติ จ ขนฺติยา มยฺหํ ตทภาโว’’ติ จ ‘‘จินฺตเนน กุชฺฌนฺเตน จ มยา ปจฺจตฺถิโกเยว อนุวตฺติโต โหตี’’ติ จ ‘‘โกเธ จ มยา ขนฺติยา อภิภูเต ตสฺส ทาสภูโต ปจฺจตฺถิโก สมฺมเทว อภิภูโต โหตี’’ติ จ ‘‘โกธนิมิตฺตํ ขนฺติคุณปริจฺจาโค มยฺหํ น ยุตฺโต’’ติ จ ‘‘สติ จ โกเธ คุณวิโรธินิ (คุณวิโรธปจฺจนีธมฺเม จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถายํ) กึ เม สีลาทิธมฺมา ปาริปูรึ คจฺเฉยฺยุํ, อสติ จ เตสุ กถาหํ สตฺตานํ อุปการพหุโล ปฏิญฺญานุรูปํ อุตฺตมํ สมฺปตฺตึ ปาปุณิสฺสามี’’ติ จ ‘‘ขนฺติยา จ สติ พหิทฺธา วิกฺเขปาภาวโต สมาหิตสฺส สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจโต ทุกฺขโต สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตโต นิพฺพานญฺจ อสงฺขตามตสนฺตปณีตาทิภาวโต นิชฺฌานํ ขมนฺติ ‘พุทฺธธมฺมา จ อจินฺเตยฺยาปริเมยฺยปภาวา’ติ’’, ตโต จ ‘‘อนุโลมิยํ ขนฺติยํ ฐิโต ‘เกวลา อิเม จ อตฺตตฺตนิยภาวรหิตา ธมฺมมตฺตา ยถาสกํ ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชนฺติ วยนฺติ, น กุโตจิ อาคจฺฉนฺติ, น กุหิญฺจิ คจฺฉนฺติ, น จ กตฺถจิ ปติฏฺฐิตา, น เจตฺถ โกจิ กสฺสจิ พฺยาปาโร’ติ อหํการมมํการานธิฏฺฐานตา นิชฺฌานํ ขมติ, เยน โพธิสตฺโต โพธิยา นิยโต อนาวตฺติธมฺโม โหตี’’ติ เอวมาทินา ขนฺติปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณา เวทิตพฺพา.
ตถา ‘‘สจฺเจน วินา สีลาทีนํ อสมฺภวโต, ปฏิญฺญานุรูปํ ปฏิปตฺติยา อภาวโต จ สจฺจธมฺมาติกฺกเม จ สพฺพปาปธมฺมานํ สโมสรณโต, อสจฺจสนฺธสฺส อปฺปจฺจยิกภาวโต, อายติญฺจ อนาเทยฺยวจนตาวหนโต, สมฺปนฺนสจฺจสฺส จ สพฺพคุณาธิฏฺฐานภาวโต, สจฺจาธิฏฺฐาเนน สพฺพโพธิสมฺภารานํ ปาริสุทฺธิปาริปูริสมนฺวายโต, สภาวธมฺมาวิสํวาทเนน สพฺพโพธิสมฺภารกิจฺจกรณโต, โพธิสตฺตปฏิปตฺติยา จ ปรินิปฺผตฺติโต’’ติอาทินา สจฺจปารมิยา สมฺปตฺติโย ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
ตถา ‘‘ทานาทีสุ ทฬฺหสมาทานํ, ตมฺปฏิปกฺขสนฺนิปาเต จ เนสํ อจลาวตฺถานํ, ตตฺถ จ ถิรภาวํ วินา น ทานาทิสมฺภารา สมฺโพธินิมิตฺตา สมฺภวนฺตี’’ติอาทินา อธิฏฺฐาเน คุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
ตถา ‘‘อตฺตหิตมตฺเต อวติฏฺฐนฺเตนาปิ สตฺเตสุ หิตจิตฺตตํ วินา น สกฺกา อิธโลกปรโลกสมฺปตฺติโย ปาปุณิตุํ, ปเคว สพฺพสตฺเต นิพฺพานสมฺปตฺติยํ ปติฏฺฐาเปตุกาเมนา’’ติ จ ‘‘ปจฺฉา สพฺพสตฺตานํ โลกุตฺตรสมฺปตฺตึ อากงฺขนฺเตน อิทานิ โลกิยสมฺปตฺตึ อากงฺขา ยุตฺตรูปา’’ติ จ ‘‘อิทานิ อาสยมตฺเตน ปเรสํ หิตสุขูปสํหารํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต กทา ปโยเคน ตํ สาเธสฺสามี’’ติ จ ‘‘อิทานิ มยา หิตสุขูปสํหาเรน สํวทฺธิตา ปจฺฉา ธมฺมสํวิภาคสหายา มยฺหํ ภวิสฺสนฺตี’’ติ จ ‘‘เอเตหิ วินา น มยฺหํ โพธิสมฺภารา สมฺภวนฺติ, ตสฺมา สพฺพพุทฺธคุณวิภูตินิปฺผตฺติการณตฺตา มยฺหํ เอเต ปรมํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ กุสลายตนํ อุตฺตมํ คารวฏฺฐาน’’นฺติ จ ‘‘สวิเสสํ สตฺเตสุ สพฺเพสุ หิตชฺฌาสยตา ปจฺจุปฏฺฐเปตพฺพา, กิญฺจ กรุณาธิฏฺฐานโตปิ สพฺพสตฺเตสุ เมตฺตา อนุพฺรูเหตพฺพา. วิมริยาทีกเตน หิ เจตสา สตฺเตสุ หิตสุขูปสํหารนิรตสฺส เตสํ อหิตทุกฺขาปนยนกามตา พลวตี อุปฺปชฺชติ ทฬฺหมูลา, กรุณา จ สพฺเพสํ พุทฺธการกธมฺมานมาทิ จรณํ ปติฏฺฐา มูลํ มุขํ ปมุข’’นฺติ เอวมาทินา เมตฺตาย คุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
ตถา ‘‘อุเปกฺขาย อภาเว สตฺเตหิ กตา วิปฺปการา จิตฺตสฺส วิการํ อุปฺปาเทยฺยุํ, สติ จ จิตฺตวิกาเร ทานาทิสมฺภารานํ สมฺภโวเยว นตฺถี’’ติ จ ‘‘เมตฺตาสิเนเหน สิเนหิเต จิตฺเต อุเปกฺขาย วินา สมฺภารานํ ปาริสุทฺธิ น โหตี’’ติ จ ‘‘อนุเปกฺขโก สมฺภาเรสุ ปุญฺญสมฺภารํ ตพฺพิปากญฺจ สตฺตหิตตฺถํ ปริณาเมตุํ น สกฺโกตี’’ติ จ ‘‘อุเปกฺขาย อภาเว เทยฺยปฏิคฺคาหเกสุ วิภาคํ อกตฺวา ปริจฺจชิตุํ น สกฺโกตี’’ติ จ ‘‘อุเปกฺขารหิเตน ชีวิตปริกฺขารานํ ชีวิตสฺส จ อนฺตรายํ อมนสิกริตฺวา สํวรวิโสธนํ กาตุํ น สกฺกา’’ติ จ ‘‘อุเปกฺขาวเสน อรติรติสหสฺเสว เนกฺขมฺมพลสิทฺธิโต, อุปปตฺติโต อิกฺขนวเสเนว สพฺพสมฺภารกิจฺจนิปฺผตฺติโต, อจฺจารทฺธสฺส วีริยสฺส อนุเปกฺขเน ปธานกิจฺจากรณโต, อุเปกฺขโตเยว ติติกฺขานิชฺฌานสมฺภวโต, อุเปกฺขาวเสน สตฺตสงฺขารานํ อวิสํวาทนโต, โลกธมฺมานํ อชฺฌุเปกฺขเนน สมาทินฺนธมฺเมสุ อจลาธิฏฺฐานสิทฺธิโต, ปราปการาทีสุ อนาโภควเสเนว เมตฺตาวิหารนิปฺผตฺติโตติ สพฺพโพธิสมฺภารานํ สมาทานาธิฏฺฐานปาริปูรินิปฺผตฺติโย อุเปกฺขานุภาเวน สมฺปชฺชนฺตี’’ติ เอวํ อาทินา นเยน อุเปกฺขาปารมี ปจฺจเวกฺขิตพฺพา. เอวํ อปริจฺจาคปริจฺจาคาทีสุ ยถากฺกมํ อาทีนวานิสํสปจฺจเวกฺขณา ทานาทิปารมีนํ ปจฺจโยติ เวทิตพฺพา.
ตถา สปริกฺขารา ปญฺจทส จรณธมฺมา ปญฺจ จ อภิญฺญาโย. ตตฺถ จรณธมฺมา นาม สีลสํวโร, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา, โภชเน มตฺตญฺญุตา, ชาคริยานุโยโค, สตฺต สทฺธมฺมา, จตฺตาริ ฌานานิ จ. เตสุ สีลาทีนํ จตุนฺนํ เตรสปิ ธุตธมฺมา, อปฺปิจฺฉตาทโย จ ปริกฺขาโร. สทฺธมฺเมสุ สทฺธาย พุทฺธธมฺมสงฺฆสีลจาคเทวตูปสมานุสฺสติ- ลูขปุคฺคลปริวชฺชนสินิทฺธปุคฺคลเสวนปสาทนีย- ธมฺมปจฺจเวกฺขณตทธิมุตฺตตา ปริกฺขาโร, หิโรตฺตปฺปานํ อกุสลาทีนวปจฺจเวกฺขณอปายาทีนวปจฺจเวกฺขณกุสลธมฺมุปตฺถมฺภน- ภาวปจฺจเวกฺขณหิโรตฺตปฺป รหิตปุคฺคลปริวชฺชนหิโรตฺตปฺปสมฺปนฺนปุคฺคลเสวนตทธิมุตฺตตา, พาหุสจฺจสฺส ปุพฺพโยคปริปุจฺฉกภาวสทฺธมฺมาภิโยคอนวชฺชวิชฺชาฏฺฐานาทิ- ปริจยปริปกฺกินฺทฺริยตากิเลสทูรีภาวอปฺปสฺสุตปริวชฺชนพหุสฺสุตเสวนตทธิมุตฺตตา, วีริยสฺส อปายภยปจฺจเวกฺขณคมนวีถิปจฺจเวกฺขณธมฺมมหตฺตปจฺจเวกฺขณ- ถินมิทฺธวิโนทนกุสีตปุคฺคลปริวชฺชนอารทฺธวีริยปุคฺคล- เสวนสมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณตทธิมุตฺตตา, สติยา สติสมฺปชญฺญมุฏฺฐสฺสติปุคฺคลปริวชฺชนอุปฏฺฐิตสฺสติปุคฺคลเสวนตทธิมุตฺตตา, ปญฺญาย ปริปุจฺฉกภาววตฺถุวิสทกิริยาอินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนทุปฺปญฺญ- ปุคฺคลปริวชฺชนปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนคมฺภีรญาณจริยปจฺจ- เวกฺขณตทธิมุตฺตตา, จตุนฺนํ ฌานานํ สีลาทิจตุกฺกํ อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ ปุพฺพภาคภาวนา, อาวชฺชนาทิวสีภาวกรณญฺจ ปริกฺขาโร. ตตฺถ สีลาทีหิ ปโยคสุทฺธิยา สตฺตานํ อภยทาเน, อาสยสุทฺธิยา อามิสทาเน, อุภยสุทฺธิยา จ ธมฺมทาเน สมตฺโถ โหตีติอาทินา จรณาทีนํ ทานาทิสมฺภารานํ ปจฺจยภาโว ยถารหํ นิทฺธาเรตพฺโพ, อติวิตฺถารภเยน น นิทฺธารยิมฺห. เอวํ สมฺปตฺติจกฺกาทโยปิ ทานาทีนํ ปจฺจโยติ เวทิตพฺพา.
โก สํกิเลโสติ อวิเสเสน ตณฺหาทีหิ ปรามฏฺฐภาโว ปารมีนํ สํกิเลโส, วิเสเสน เทยฺยปฏิคฺคาหกวิกปฺปา ทานปารมิยา สํกิเลโส, สตฺตกาลวิกปฺปา สีลปารมิยา, กามภวตทุปสเมสุ อภิรติอนภิรติวิกปฺปา เนกฺขมฺมปารมิยา, ‘‘อหํ มมา’’ติ วิกปฺปา ปญฺญาปารมิยา, ลีนุทฺธจฺจวิกปฺปา วีริยปารมิยา, อตฺตปรวิกปฺปา ขนฺติปารมิยา, อทิฏฺฐาทีสุ ทิฏฺฐาทิวิกปฺปา สจฺจปารมิยา, โพธิสมฺภารตพฺพิปกฺเขสุ โทสคุณวิกปฺปา อธิฏฺฐานปารมิยา, หิตาหิตวิกปฺปา เมตฺตาปารมิยา, อิฏฺฐานิฏฺฐวิกปฺปา อุเปกฺขาปารมิยา สํกิเลโสติ เวทิตพฺโพ.
กึ โวทานนฺติ ตณฺหาทีหิ อนุปฆาโต, ยถาวุตฺตวิกปฺปวิรโห จ เอตาสํ โวทานนฺติ เวทิตพฺพํ. อนุปหตา หิ ตณฺหามานทิฏฺฐิโกธูปนาหมกฺขปลาสอิสฺสามจฺฉริยมายาสาเฐยฺยถมฺภสารมฺภ- มทปมาทาทีหิ กิเลเสหิ เทยฺยปฏิคฺคาหกวิกปฺปาทิรหิตา จ ทานาทิปารมิโย ปริสุทฺธา ปภสฺสรา ภวนฺตีติ.
โก ปฏิปกฺโขติ อวิเสเสน สพฺเพปิ กิเลสา สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา เอตาสํ ปฏิปกฺโข, วิเสเสน ปน ปุพฺเพ วุตฺตา มจฺเฉราทโยติ เวทิตพฺพา. อปิจ เทยฺยปฏิคฺคาหกทานผเลสุ อโลภาโทสาโมหคุณโยคโต โลภโทสโมหปฏิปกฺขํ ทานํ, กายาทิโทสวงฺกาปคมนโต โลภาทิปฏิปกฺขํ สีลํ, กามสุขปรูปฆาตอตฺตกิลมถปริวชฺชนโต โทสตฺตยปฏิปกฺขํ เนกฺขมฺมํ, โลภาทีนํ อนฺธีกรณโต, ญาณสฺส จ อนนฺธีกรณโต โลภาทิปฏิปกฺขา ปญฺญา, อลีนานุทฺธตญายารมฺภวเสน โลภาทิปฏิปกฺขํ วีริยํ, อิฏฺฐานิฏฺฐสุญฺญตานํ ขมนโต โลภาทิปฏิปกฺขา ขนฺติ, สติปิ ปเรสํ อุปกาเร อปกาเร จ ยถาภูตปฺปวตฺติยา โลภาทิปฏิปกฺขํ สจฺจํ, โลกธมฺเม อภิภุยฺย ยถาสมาทินฺเนสุ สมฺภาเรสุ อจลนโต โลภาทิปฏิปกฺขํ อธิฏฺฐานํ, นีวรณวิเวกโต โลภาทิปฏิปกฺขา เมตฺตา, อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ อนุนยปฏิฆวิทฺธํสนโต, สมปฺปวตฺติโต จ โลภาทิปฏิปกฺขา อุเปกฺขาติ ทฏฺฐพฺพํ.
กา ปฏิปตฺตีติ สุขูปกรณสรีรชีวิตปริจฺจาเคน ภยาปนูทเนน ธมฺโมปเทเสน จ พหุธา สตฺตานํ อนุคฺคหกรณํ ทาเน ปฏิปตฺติ. ตตฺถายํ วิตฺถารนโย – ‘‘อิมินาหํ ทาเนน สตฺตานํ อายุวณฺณสุขพลปฏิภานาทิสมฺปตฺตึ รมณียํ อคฺคผลสมฺปตฺตึ นิปฺผาเทยฺย’’นฺติ อนฺนทานํ เทติ, ตถา สตฺตานํ กมฺมกิเลสปิปาสวูปสมาย ปานํ เทติ, ตถา สุวณฺณวณฺณตาย, หิโรตฺตปฺปาลงฺการสฺส จ นิปฺผตฺติยา วตฺถานิ เทติ, ตถา อิทฺธิวิธสฺส เจว นิพฺพานสุขสฺส จ นิปฺผตฺติยา ยานํ เทติ, ตถา สีลคนฺธนิปฺผตฺติยา คนฺธํ, พุทฺธคุณโสภานิปฺผตฺติยา มาลาวิเลปนํ, โพธิมณฺฑาสนนิปฺผตฺติยา อาสนํ, ตถาคตเสยฺยานิปฺผตฺติยา เสยฺยํ, สรณภาวนิปฺผตฺติยา อาวสถํ, ปญฺจจกฺขุปฏิลาภาย ปทีเปยฺยํ เทติ. พฺยามปฺปภานิปฺผตฺติยา รูปทานํ, พฺรหฺมสฺสรนิปฺผตฺติยา สทฺททานํ, สพฺพโลกสฺส ปิยภาวาย รสทานํ, พุทฺธสุขุมาลภาวาย โผฏฺฐพฺพทานํ, อชรามรณภาวาย เภสชฺชทานํ, กิเลสทาสพฺยวิโมจนตฺถํ ทาสานํ ภุชิสฺสตาทานํ, สทฺธมฺมาภิรติยา อนวชฺชขิฑฺฑารติเหตุทานํ, สพฺเพปิ สตฺเต อริยาย ชาติยา อตฺตโน ปุตฺตภาวูปนยนาย ปุตฺตทานํ, สกลสฺส โลกสฺส ปติภาวูปคมนาย ทารทานํ, สุภลกฺขณสมฺปตฺติยา สุวณฺณมณิมุตฺตาปวาฬาทิทานํ, อนุพฺยญฺชนสมฺปตฺติยา นานาวิธวิภูสนทานํ, สทฺธมฺมโกสาธิคมาย วิตฺตโกสทานํ, ธมฺมราชภาวาย รชฺชทานํ, ฌานาทิสมฺปตฺติยา อารามุยฺยานาทิวนทานํ, จกฺกงฺกิเตหิ ปาเทหิ โพธิมณฺฑูปสงฺกมนาย จรณทานํ, จตุโรฆนิตฺถรณาย สตฺตานํ สทฺธมฺมหตฺถทานตฺถํ หตฺถทานํ, สทฺธินฺทฺริยาทิปฏิลาภาย กณฺณนาสาทิทานํ, สมนฺตจกฺขุปฏิลาภาย จกฺขุทานํ, ‘‘ทสฺสนสวนานุสฺสรณปาริจริยาทีสุ สพฺพกาลํ สพฺพสตฺตานํ หิตสุขาวโห, สพฺพโลเกน จ อุปชีวิตพฺโพ เม กาโย ภเวยฺยา’’ติ มํสโลหิตาทิทานํ, ‘‘สพฺพโลกุตฺตโม ภเวยฺย’’นฺติ อุตฺตมงฺคทานํ เทติ.
เอวํ ททนฺโต จ น อเนสนาย เทติ, น ปโรปฆาเตน, น ภเยน, น ลชฺชาย, น ทกฺขิเณยฺยโรสเนน, น ปณีเต สติ ลูขํ, น อตฺตุกฺกํสเนน, น ปรวมฺภเนน, น ผลาภิกงฺขาย, น ยาจกชิคุจฺฉาย, น อจิตฺตีกาเรน เทติ, อถ โข สกฺกจฺจํ เทติ, สหตฺเถน เทติ, กาเลน เทติ, จิตฺตึ กตฺวา เทติ, อวิภาเคน เทติ, ตีสุ กาเลสุ โสมนสฺสิโต เทติ. ตโตเยว ทตฺวา น ปจฺฉานุตาปี โหติ, น ปฏิคฺคาหกวเสน มานาวมานํ กโรติ, ปฏิคฺคาหกานํ ปิยสมุทาจาโร โหติ วทญฺญู ยาจโยโค สปริวารทายี. ตญฺจ ทานสมฺปตฺตึ สกลโลกหิตสุขาย ปริณาเมติ, อตฺตโน จ อกุปฺปาย วิมุตฺติยา, อปริกฺขยสฺส ฉนฺทสฺส, อปริกฺขยสฺส วีริยสฺส, อปริกฺขยสฺส สมาธานสฺส, อปริกฺขยสฺส ญาณสฺส, อปริกฺขยาย สมฺมาสมฺโพธิยา ปริณาเมติ. อิมญฺจ ทานปารมึ ปฏิปชฺชนฺเตน มหาสตฺเตน ชีวิเต, โภเคสุ จ อนิจฺจสญฺญา ปจฺจุปฏฺฐเปตพฺพา, สตฺเตสุ จ มหากรุณา. เอวญฺหิ โภเค คเหตพฺพสารํ คณฺหนฺโต อาทิตฺตสฺมา วิย อคารสฺมา สพฺพํ สาปเตยฺยํ, อตฺตานญฺจ พหิ นีหรนฺโต น กิญฺจิ เสเสติ, นิรวเสสโต นิสฺสชฺชติเยว. อยํ ตาว ทานปารมิยา ปฏิปตฺติกฺกโม.
สีลปารมิยา ปน ยสฺมา สพฺพญฺญุสีลาลงฺกาเรหิ สตฺเต อลงฺกริตุกาเมน อตฺตโนเยว ตาว สีลํ วิโสเธตพฺพํ, ตสฺมา สตฺเตสุ ตถา ทยาปนฺนจิตฺเตน ภวิตพฺพํ, ยถา สุปินนฺเตนปิ น อาฆาโต อุปฺปชฺเชยฺย. ปรูปการนิรตตาย ปรสนฺตโก อลคทฺโท วิย น ปรามสิตพฺโพ. อพฺรหฺมจริยโตปิ อาราจารี, สตฺตวิธเมถุน สํโยควิรโต, ปเคว ปรทารคมนโต. สจฺจํ หิตํ ปิยํ ปริมิตเมว จ กาเลน ธมฺมึ กถํ ภาสิตา โหติ, อนภิชฺฌาลุ อพฺยาปนฺโน อวิปรีตทสฺสโน สมฺมาสมฺพุทฺเธ นิวิฏฺฐสทฺโธ นิวิฏฺฐเปโม. อิติ จตุราปายวฏฺฏทุกฺขปเถหิ อกุสลกมฺมปเถหิ, อกุสลธมฺเมหิ จ โอรมิตฺวา สคฺคโมกฺขปเถสุ กุสลกมฺมปเถสุ ปติฏฺฐิตสฺส สุทฺธาสยปโยคตาย ยถาภิปตฺถิตา สตฺตานํ หิตสุขูปสญฺหิตา มโนรถา สีฆํ อภินิปฺผชฺชนฺติ.
ตตฺถ หึสานิวตฺติยา สพฺพสตฺตานํ อภยทานํ เทติ, อปฺปกสิเรเนว เมตฺตาภาวนํ สมฺปาเทติ, เอกาทส เมตฺตานิสํเส อธิคจฺฉติ, อปฺปาพาโธ โหติ อปฺปาตงฺโก ทีฆายุโก สุขพหุโล, ลกฺขณวิเสเส ปาปุณาติ, โทสวาสนญฺจ สมุจฺฉินฺทติ. ตถา อทินฺนาทานนิวตฺติยา โจราทิอสาธารเณ อุฬาเร โภเค อธิคจฺฉติ, อนาสงฺกนีโย ปิโย มนาโป วิสฺสสนีโย, วิภวสมฺปตฺตีสุ อลคฺคจิตฺโต ปริจฺจาคสีโล, โลภวาสนญฺจ สมุจฺฉินฺทติ. อพฺรหฺมจริยนิวตฺติยา อโลโภ โหติ สนฺตกายจิตฺโต, สตฺตานํ ปิโย โหติ มนาโป อปริสงฺกนีโย, กลฺยาโณ จสฺส กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, อลคฺคจิตฺโต โหติ มาตุคาเมสุ อลุทฺธาสโย, เนกฺขมฺมพหุโล, ลกฺขณวิเสเส อธิคจฺฉติ, โลภวาสนญฺจ สมุจฺฉินฺทติ.