๒. สามญฺญผลสุตฺตวณฺณนา
ราชามจฺจกถาวณฺณนา
๑๕๐. ราชคเหติ เอตฺถ ทุคฺคชนปทฏฺฐานวิเสสสมฺปทาทิโยคโต ปธานภาเวน ราชูหิ คหิตนฺติ ราชคหนฺติ อาห ‘‘มนฺธาตุ…เป… วุจฺจตี’’ติ. ตตฺถ มหาโควินฺเทน มหาสตฺเตน ปริคฺคหิตํ เรณุอาทีหิ ราชูหิ ปริคฺคหิตเมว โหตีติ มหาโควินฺทคฺคหณํ. มหาโควินฺโทติ มหานุภาโว เอโก ปุราตโน ราชาติ เกจิ. ปริคฺคหิตตฺตาติ ราชธานีภาเวน ปริคฺคหิตตฺตา. ปกาเรติ นครมาปเนน รญฺญา การิตสพฺพเคหตฺตา ราชคหํ, คิชฺฌกูฏาทีหิ ปริกฺขิตฺตตฺตา ปพฺพตราเชหิ ปริกฺขิตฺตเคหสทิสนฺติปิ ราชคหํ, สมฺปนฺนภวนตาย ราชมานํ เคหนฺติ ปิ ราชคหํ, สํวิหิตารกฺขตาย อนตฺถาวหภาเวน อุปคตานํ ปฏิราชูนํ คหํ เคหภูตนฺติปิ ราชคหํ, ราชูหิ ทิสฺวา สมฺมา ปติฏฺฐาปิตตฺตา เตสํ คหํ เคหภูตนฺติปิ ราชคหํ, อารามรามเณยฺยกาทีหิ ราชเต, นิวาสสุขตาทินา สตฺเตหิ มมตฺตวเสน คยฺหติ, ปริคฺคยฺหตีติ วา ราชคหนฺติ เอทิเส ปกาเร โส ปเทโส ฐานวิเสสภาเวน อุฬารสตฺตปริโภโคติ อาห ‘‘ตํ ปเนต’’นฺติอาทิ. เตสนฺติ ยกฺขานํ. วสนวนนฺติ อาปานภูมิภูตํ อุปวนํ.
อวิเสเสนาติ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ’’ (ม. นิ. ๑.๖๙; ๓.๗๕; วิภ. ๕๐๘), ‘‘ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, (ที. นิ. ๑.๒๒๖; สํ. นิ. ๒.๑๕๒; อ. นิ. ๔.๑๒๓; ปารา. ๑๑) ‘‘เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ’’, (ที. นิ. ๑.๕๕๖; ๓.๓๐๘; ม. นิ. ๑.๗๗, ๔๕๙, ๕๐๙; ๒.๓๐๙, ๓๑๕, ๔๕๑, ๔๗๑; ๓.๒๓๐; วิภ. ๖๔๒) ‘‘สพฺพนิมิตฺตานํ อมนสิการา อนิมิตฺตํ เจโตสมาธึ สมาปชฺชิตฺวา วิหรตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๕๙) วิย สทฺทนฺตรสนฺนิธานสิทฺเธน วิเสสปรามสเนน วินา. อิริยาย กายิกกิริยาย ปวตฺตนูปายภาวโต ปโถติ อิริยาปโถ. ฐานาทีนญฺหิ คตินิวตฺติ อาทิอวตฺถาหิ วินา น กญฺจิ กายิกกิริยํ ปวตฺเตตุํ สกฺกา. วิหรติ ปวตฺตติ เอเตน, วิหรณญฺจาติ วิหาโร, ทิพฺพภาวาวโห วิหาโร ทิพฺพวิหาโร, มหคฺคตชฺฌานานิ. เนตฺติยํ ปน ‘‘จตสฺโส อารุปฺปสมาปตฺติโย อาเนญฺชา วิหารา’’ติ วุตฺตํ. ตํ ตาสํ เมตฺตาฌานาทีนํ พฺรหฺมวิหารตา วิย ภาวนาวิเสสภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. อฏฺฐกถาสุ ปน ทิพฺพภาวาวหสามญฺญโต ตาปิ ‘‘ทิพฺพวิหารา’’ เตฺวว วุตฺตา. หิตูปสํหาราทิวเสน ปวตฺติยา พฺรหฺมภูตา เสฏฺฐภูตา วิหาราติ พฺรหฺมวิหารา, เมตฺตาฌานาทิกา. อนญฺญสาธารณตฺตา อริยานํ วิหาราติ อริยวิหารา, จตสฺโสปิ ผลสมาปตฺติโย. สมงฺคีปริทีปนนฺติ สมงฺคิภาวปริทีปนํ. อิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ อิตรวิหารสมาโยคปริทีปนสฺส วิเสสวจนสฺส อภาวโต, อิริยาปถสมาโยคปริทีปนสฺส จ อตฺถสิทฺธตฺตา. วิหรตีติ เอตฺถ วิ-สทฺโท วิจฺเฉทตฺถโชตโน, หรตีติ เนติ, ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. ตตฺถ กสฺส เกน วิจฺฉินฺทนํ, กถํ กสฺส ปวตฺตนนฺติ อนฺโตลีนํ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘โส หี’’ติอาทิ.
โคจรคามทสฺสนตฺถํ ‘‘ราชคเห’’ติ วตฺวา พุทฺธานํ อนุรูปนิวาสนฏฺฐานทสฺสนตฺถํ ‘‘อมฺพวเน’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อิทมสฺสา’’ติอาทิ. เอตนฺติ เอตํ ‘‘ราชคเห’’ติ ภุมฺมวจนํ สมีปตฺเถ ‘‘คงฺคาย คาโว จรนฺติ, กูเป คคฺคกุล’’นฺติ จ ยถา. กุมาเรน ภโตติ กุมารภโต, โส เอว โกมารภจฺโจ ยถา ภิสคฺคเมว เภสชฺชํ. โทสาภิสนฺนนฺติ วาตปิตฺตาทิวเสน อุสฺสนฺนโทสํ. วิเรเจตฺวาติ โทสปโกปโต วิเวเจตฺวา.
อฑฺฒเตฬสหีติ อฑฺเฒน เตรสหิ อฑฺฒเตรสหิ ภิกฺขุสเตหิ. ตานิ ปน ปญฺญาสาย อูนานิ เตรสภิกฺขุสตานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘อฑฺฒสเตนา’’ติอาทิ.
ราชตีติ ทิพฺพติ, โสภตีติ อตฺโถ. รญฺเชตีติ รเมติ. รญฺโญติ ปิตุ พิมฺพิสารรญฺโญ. สาสนฏฺเฐน หึสนฏฺเฐน สตฺตุ.
ภาริเยติ ครุเก อญฺเญสํ อสกฺกุเณยฺเย วา. สุวณฺณสตฺถเกนาติ สุวณฺณมเยน สตฺถเกน. อโยมยญฺหิ รญฺโญ สรีรํ อุปเนตุํ อยุตฺตนฺติ วทติ. สุวณฺณสตฺถเกนาติ วา สุวณฺณปริกฺขเตน สตฺถเกน พาหุํ ผาลาเปตฺวาติ สิราเวธวเสน พาหุํ ผลาเปตฺวา อุทเกน สมฺภินฺทิตฺวา ปาเยสิ เกวลสฺส โลหิตสฺส คพฺภินิตฺถิยา ทุชฺชีรภาวโต. ธุราติ ธุรภูตา, คณสฺส, โธรยฺหาติ อตฺโถ. ธุรํ นีหรามีติ คณธุรํ คณพนฺธิยํ นิพฺพตฺเตมิ. ‘‘ปุพฺเพ โข’’ติอาทิ ขนฺธกปาฬิ เอว.
โปตฺถนิยนฺติ ฉุริกํ, ยํ ‘‘นขร’’นฺติปิ [โปถนิกนฺติ ฉุริกํ, ยํ ขรนฺติปิ (สารตฺถ. ฏี. ๓.๓๓๙) โปถนิกนฺติ ฉุริกํ, ขรนฺติปิ (วิ. วิ. ฏี. ๒.จูฬวคฺควณฺณนา ๓๓๙)] วุจฺจติ. ทิวา ทิวสฺสาติ ทิวสฺสปิ ทิวา, มชฺฌนฺหิกเวลายนฺติ อตฺโถ.
ตสฺสา สรีรํ เลหิตฺวา ยาเปติ อตฺตูปกฺกเมน มรณํ น ยุตฺตนฺติ. น หิ อริยสาวกา อตฺตานํ วินิปาเตนฺตีติ. มคฺคผลสุเขนาติ มคฺคผลสุขาวเหน โสตาปตฺติมคฺคผลสุขูปสญฺหิเตน จงฺกเมน ยาเปติ.เจติยงฺคเณติ คนฺธปุปฺผาทีหิ ปูชนฏฺฐานภูเต เจติยงฺคเณ. นิสชฺชนตฺถายาติ ภิกฺขุสงฺฆนิสีทนตฺถาย. จาตุมหาราชิกเทวโลเก…เป… ยกฺโข หุตฺวา นิพฺพตฺติ ตตฺถ พหุลํ นิพฺพตฺตปุพฺพตาย จิรปริจิตนิกนฺติวเสน.
โขเภตฺวาติ ปุตฺตสิเนหสฺส พลวภาวโต, สหชาตปีติเวคสฺส จ สวิปฺผารตาย ตํสมุฏฺฐานรูปธมฺเมหิ ผรณวเสน สกลสรีรํ อาโลเฬตฺวา. เตนาห ‘‘อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ อฏฺฐาสี’’ติ. ปิตุคุณนฺติ ปิตุ อตฺตนิ สิเนหคุณํ. มุญฺจาเปตฺวาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปการตฺโถ, เตน ‘‘อภิมารกปุริสเปสนาทิปฺปกาเรนา’’ติ วุตฺเต เอว ปกาเร ปจฺจามสติ. วิตฺถารกถานโยติ อชาตสตฺตุปสาทนาทิวเสน วิตฺถารโต วตฺตพฺพาย กถาย นยมตฺตํ. กสฺมา ปเนตฺถ วิตฺถารนยา กถา น วุตฺตาติ อาห ‘‘อาคตตฺตา ปน สพฺพํ น วุตฺต’’นฺติ.
โกสลรญฺโญติ มหาโกสลรญฺโญ. ปณฺฑิตาธิวจนนฺติ ปณฺฑิตเววจนํ. วิทนฺตีติ ชานนฺติ. เวเทน ญาเณน กรณภูเตน อีหติ ปวตฺตตีติ เวเทหิ.
เอตฺถาติ เอตสฺมึ ทิวเส. อนสเนน วาติ วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ, เตน เอกจฺจมโนทุจฺจริตทุสฺสีลฺยาทีนิ สงฺคณฺหาติ. ตถา หิ โคปาลกูโปสโถ อภิชฺฌาสหคตจิตฺตสฺส วเสน วุตฺโต, นิคณฺฐุโปสโถ โมสวชฺชาทิวเสน. ยถาห ‘‘โส เตน อภิชฺฌาสหคเตน เจตสา ทิวสํ อตินาเมตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๗๑), ‘‘อิติ ยสฺมึ สมเย สจฺเจ สมาทเปตพฺพา, มุสาวาเท ตสฺมึ สมเย สมาทเปนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๗๑) จ อาทิ. เอตฺถาติ อุโปสถสทฺเท. อตฺถุทฺธาโรติ วตฺตพฺพอตฺถานํ อุทฺธารณํ.
นนุ จ อตฺถมตฺตํ ปติ สทฺทา อภินิวิสนฺตีติ น เอเกน สทฺเทน อเนเก อตฺถา อภิธียนฺตีติ? สจฺจเมตํ สทฺทวิเสเส อเปกฺขิเต, เตสํ ปน อตฺถานํ อุโปสถสทฺทวจนียตา สามญฺญํ อุปาทาย วุจฺจมาโน อยํ วิจาโร อุโปสถสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาโรติ วุตฺโต. เหฏฺฐา ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทีสุ อาคเต อตฺถุทฺธาเรปิ เอเสว นโย. กามญฺจ ปาติโมกฺขุทฺเทสาทิวิสโยปิ อุโปสถสทฺโท สามญฺญรูโป เอว วิเสสสทฺทสฺส อวาจกภาวโต, ตาทิสํ ปน สามญฺญํ อนาทิยิตฺวา อยมตฺโถ วุตฺโตติ เวทิตพฺพํ. สีลสุทฺธิวเสน อุเปเตหิ สมคฺเคหิ วสียติ อนุฏฺฐียตีติ อุโปสโถ, ปาติโมกฺขุทฺเทโส. สมาทานวเสน อธิฏฺฐานวเสน วา อุเปจฺจ อริยวาสาทิอตฺถํ วสิตพฺพโต อุโปสโถ, สีลํ. อนสนาทิวเสน อุเปจฺจ วสิตพฺพโต อนุวสิตพฺพโต อุโปสโถ. อุปวาโสติ สมาทานํ. อุโปสถกุลภูตตาย นวมหตฺถินิกายปริยาปนฺเน หตฺถินาเค กิญฺจิ กิริยํ อนเปกฺขิตฺวา รูฬฺหิวเสน สมญฺญามตฺตํ อุโปสโถติ อาห ‘‘อุโปสโถ นาคราชาติอาทีสุ ปญฺญตฺตี’’ติ. ทิวเส ปน อุโปสถสทฺทปฺปวตฺติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตา เอว. สุทฺธสฺส เว สทา ผคฺคูติ เอตฺถ ปน สุทฺธสฺสาติ สพฺพโส กิเลสมลาภาเวน สุทฺธสฺส. เวติ นิปาตมตฺตํ. เวติ วา พฺยตฺตนฺติ อตฺโถ. สทา ผคฺคูติ นิจฺจกาลมฺปิ ผคฺคุณนกฺขตฺตเมว. ยสฺส หิ ผคฺคุณมาเส อุตฺตรผคฺคุณทิวเส ติตฺถนฺหานํ กโรนฺตสฺส สํวจฺฉริกปาปปวาหนํ โหตีติ ลทฺธิ, ตํ ตโต วิเวเจตุํ อิทํ ภควตา วุตฺตํ. สุทฺธสฺสุโปสโถ สทาติ ยถาวุตฺตสุทฺธิยา สุทฺธสฺส อุโปสถงฺคานิ วตสมาทานานิ จ อสมาทิยโตปิ นิจฺจํ อุโปสโถ, อุโปสถวาโส เอวาติ อตฺโถ. ปญฺจทสนฺนํ ติถีนํ ปูรณวเสน ปนฺนรโส.
พหุโส, อติสยโต วา กุมุทานิ เอตฺถ สนฺตีติ กุมุทวตี, ติสฺสํ กุมุทวติยา. จตุนฺนํ มาสานํ ปาริปูริภูตาติ จาตุมาสี. สา เอว ปาฬิยํ จาตุมาสินีติ วุตฺตาติ อาห ‘‘อิธ ปน จาตุมาสินีติ วุจฺจตี’’ติ. ตทา กตฺติกมาสสฺส ปุณฺณตาย มาสปุณฺณตา. วสฺสานสฺส อุตุโน ปุณฺณตาย อุตุปุณฺณตา. กตฺติกมาสลกฺขิตสฺส สํวจฺฉรสฺส ปุณฺณตาย สํวจฺฉรปุณฺณตา. ‘‘มา’’ อิติ จนฺโท วุจฺจติ ตสฺส คติยา ทิวสสฺส มินิตพฺพโต. เอตฺถ ปุณฺโณติ เอติสฺสา รตฺติยา สพฺพกลาปาริปูริยา ปุณฺโณ. ตทา หิ จนฺโท สพฺพโส ปริปุณฺโณ หุตฺวา ทิสฺสติ. เอตฺถ จ ‘‘ตทหุโปสเถ ปนฺนรเส’’ติ ปทานิ ทิวสวเสน วุตฺตานิ, ‘‘โกมุทิยา’’ติอาทีนิ รตฺติวเสน.
ราชามจฺจปริวุโตติ ราชกุลสมุทาคเตหิ อมจฺเจหิ ปริวุโต. อถ วา อนุยุตฺตกราชูหิ เจว อมจฺเจหิ จ ปริวุโต. จตุรุปกฺกิเลสาติ อพฺภา มหิกา ธูมรโช ราหูติ อิเมหิ จตูหิ อุปกฺกิเลเสหิ. สนฺนิฏฺฐานํ กตํ อฏฺฐกถายํ.
ปีติวจนนฺติ ปีติสมุฏฺฐานํ วจนํ. ยญฺหิ วจนํ ปฏิคฺคาหกนิรเปกฺขํ เกวลํ อุฬาราย ปีติยา วเสน สรสโต สหสาว มุขโต นิจฺฉรติ, ตํ อิธ ‘‘อุทาน’’นฺติ อธิปฺเปตํ. เตนาห ‘‘ยํ ปีติวจนํ หทยํ คเหตุํ น สกฺโกตี’’ติอาทิ.
โทเสหิ อิตา คตา อปคตาติ โทสินา ต-การสฺส น-การํ กตฺวา ยถา ‘‘กิเลเส ชิโต วิชิตาวีติ ชิโน’’ติ. อนีย-สทฺโท กตฺตุอตฺเถ เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘มนํ รมยตี’’ติ ‘‘รมณียา’’ติ ยถา ‘‘นิยฺยานิกา ธมฺมา’’ติ. ชุณฺหวเสน รตฺติยา สุรูปตาติ อาห ‘‘วุตฺตโทสวิมุตฺตายา’’ติอาทิ. ตตฺถ อพฺภาทโย วุตฺตโทสา, ตพฺพิคเมเนว จสฺสา ทสฺสนียตา, เตน, อุตุสมฺปตฺติยา จ ปาสาทิกตา เวทิตพฺพา. ลกฺขณํ ภวิตุํ ยุตฺตาติ เอติสฺสา รตฺติยา ยุตฺโต ทิวโส มาโส อุตุ สํวจฺฉโรติ เอวํ ทิวสมาสอุตุสํวจฺฉรานํ สลฺลกฺขณํ ภวิตุํ ยุตฺตา ลกฺขญฺญา, ลกฺขณียาติ อตฺโถ.
‘‘ยํ โน ปยิรุปาสโต จิตฺตํ ปสีเทยฺยา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา’’ติ เอตฺถ ปรมตฺถสมโณ จ ปรมตฺถพฺราหฺมโณ จ อธิปฺเปโต, น ปพฺพชฺชามตฺตสมโณ, น ชาติมตฺตพฺราหฺมโณ จาติ อาห ‘‘สมิตปาปตาย สมณํ. พาหิตปาปตาย พฺราหฺมณ’’นฺติ. พหุวจเน วตฺตพฺเพ เอกวจนํ, เอกวจเน วา วตฺตพฺเพ พหุวจนํ วจนพฺยตโย. อฏฺฐกถายํ ปน เอกวจนวเสเนว พฺยตโย ทสฺสิโต. อตฺตนิ, ครุฏฺฐานิเย จ เอกสฺมิมฺปิ พหุวจนปฺปโยโค นิรูโฬฺหติ. สพฺเพนปีติ ‘‘รมณียา วตา’’ติอาทินา สพฺเพน วจเนน. โอภาสนิมิตฺตกมฺมนฺติ โอภาสภูตนิมิตฺตกมฺมํ ปริพฺยตฺตํ นิมิตฺตกรณนฺติ อตฺโถ. เทวทตฺโต จาติ. จ-สทฺโท อตฺตูปนยเน, เตน ยถา ราชา อชาตสตฺตุ อตฺตโน ปิตุ อริยสาวกสฺส สตฺถุอุปฏฺฐากสฺส ฆาตเนน มหาปราโธ, เอวํ ภควโต มหาอนตฺถกรสฺส เทวทตฺตสฺส อวสฺสยภาเวน ปีติ อิมมตฺถํ อุปเนติ. ตสฺส ปิฏฺฐิฉายายาติ ตสฺส ชีวกสฺส ปิฏฺฐิอปสฺสเยน, ตํ ปมุขํ กตฺวา ตํ อปสฺสายาติ อตฺโถ. วิกฺเขปปจฺเฉทนตฺถนฺติ ภาวินิยา อตฺตโน กถาย อุปฺปชฺชนกวิกฺเขปนสฺส ปจฺฉินฺทนตฺถํ, อนุปฺปตฺติอตฺถนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตสฺสํ หี’’ติอาทิ.
๑๕๑. ‘‘โส กิรา’’ติอาทิ โปราณฏฺฐกถาย อาคตนโย. เอเสว นโย ปรโต มกฺขลิปทนิพฺพจเนปิ. อุปสงฺกมนฺตีติ อุปคตา. ตเทว ปพฺพชฺชํ อคฺคเหสีติ ตเทว นคฺครูปํ ปพฺพชฺชํ กตฺวา คณฺหิ.
ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต สงฺโฆติ ปพฺพชิตสมูหตามตฺเตน สงฺโฆ, น นิยฺยานิกทิฏฺฐิสุวิสุทฺธสีลสามญฺญวเสน สํหตตฺตาติ อธิปฺปาโย. อสฺส อตฺถีติ อสฺส สตฺถุปฏิญฺญสฺส ปริวารภูโต อตฺถิ. เสฺววาติ ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโตว. เกจิ ปน ‘‘ปพฺพชิตสมูหวเสน สงฺฆี, คหฏฺฐสมูหวเสน คณี’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ คเณ เอว โลเก สงฺฆ-สทฺทสฺส นิรูฬฺหตฺตา. อาจารสิกฺขาปนวเสนาติ อเจลก วตจริยาทิอาจารสิกฺขาปนวเสน. ปากโฏติ สงฺฆีอาทิภาเวน ปกาสิโต. ‘‘อปฺปิจฺโฉ’’ติ วตฺวา ตตฺถ ลพฺภมานํ อปฺปิจฺฉตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปฺปิจฺฉตาย วตฺถมฺปิ น นิวาเสตี’’ติ วุตฺตํ. น หิ ตสฺมึ สาสนิเก วิย สนฺตคุณนิคูหณลกฺขณา อปฺปิจฺฉตา ลพฺภตีติ. ยโสติ กิตฺติสทฺโท. ‘‘ตรนฺติ เอเตน สํสาโรฆ’’นฺติ เอวํ สมฺมตตฺตา ติตฺถํ วุจฺจติ ลทฺธีติ อาห ‘‘ติตฺถกโรติ ลทฺธิกโร’’ติ. สาธุสมฺมโตติ ‘‘สาธู’’ติ สมฺมโต, น สาธูหิ สมฺมโตติ อาห ‘‘อยํ สาธู’’ติอาทิ. ‘‘อิมานิ เม วตสมาทานานิ เอตฺตกํ กาลํ สุจิณานี’’ติ ปพฺพชิตโต ปฏฺฐาย อติกฺกนฺตา พหู รตฺติโย ชานาตีติ รตฺตญฺญู. ตา ปนสฺส รตฺติโย จิรกาลภูตาติ กตฺวา จิรํ ปพฺพชิตสฺส อสฺสาติ จิรปพฺพชิโต. ตตฺถ จิรปพฺพชิตตาคหเณน พุทฺธิสีลตํ ทสฺเสติ, รตฺตญฺญุตาคหเณน ตตฺถ สมฺปชานตํ. อทฺธานนฺติ ทีฆกาลํ. กิตฺตโก ปน โสติ อาห ‘‘เทฺว ตโย ราชปริวฏฺเฏ’’ติ, ทฺวินฺนํ ติณฺณํ ราชูนํ รชฺชํ อนุสาสนปฏิปาฏิโยติ อตฺโถ. ‘‘อทฺธคโต’’ติ วตฺวา กตํ วโยคหณํ โอสานวยาเปกฺขนฺติ อาห ‘‘ปจฺฉิมวยํ อนุปฺปตฺโต’’ติ. อุภยนฺติ ‘‘อทฺธคโต, วโยอนุปฺปตฺโต’’ติ ปททฺวยํ.
ปุพฺเพ ปิตรา สทฺธึ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา เทสนาย สุตปุพฺพตํ สนฺธายาห ‘‘ฌานาภิญฺญาทิ…เป… โสตุกาโม’’ติ. ทสฺสเนนาติ น ทสฺสนมตฺตํ, ทิสฺวา ปน เตน สทฺธึ อาลาปสลฺลาปํ กตฺวา ตโต อกิริยวาทํ สุตฺวา เตสํ อนตฺตมโน อโหสิ. คุณกถายาติ อภูตคุณกถาย. เตนาห ‘‘สุฏฺฐุตรํ อนตฺตมโน หุตฺวา’’ติ. ยทิ อนตฺตมโน, กสฺมา ตุณฺหี อโหสีติ อาห ‘‘อนตฺตมโน สมาโนปี’’ติอาทิ.
๑๕๒. โคสาลายาติ เอวํ นามเก คาเม. วสฺสานกาเล คุนฺนํ ติฏฺฐนสาลาติ เอเก.
๑๕๓. ปฏิกิฏฺฐตรนฺติ นิหีนตรํ. ตนฺตาวุตานีติ ตนฺเต ปสาเรตฺวา วีตานิ. ‘‘สีเต สีโต’’ติอาทินา ฉหากาเรหิ ตสฺส นิหีนสฺส นิหีนตรตํ ทสฺเสติ.
๑๕๔. วจฺจํ กตฺวาปีติ ปิ-สทฺเทน โภชนํ ภุญฺชิตฺวาปิ เกนจิ อสุจินา มกฺขิโต ปีติ อิมมตฺถํ สมฺปิณฺเฑติ. วาลิกถูปํ กตฺวาติ วตฺตวเสน วาลิกาย ถูปํ กตฺวา.
๑๕๖. ปลิพุทฺธนกิเลโสติ สํสาเร ปลิพุทฺธนกิจฺโจ ราคาทิกิเลโส เขตฺตวตฺถุปุตฺตทาราทิวิสโย.
โกมารภจฺจชีวกกถาวณฺณนา
๑๕๗. น ยถาธิปฺปายํ วตฺตตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อนตฺโถ วต เม’’ติ. ชีวกสฺส ตุณฺหีภาโว มม อธิปฺปายสฺส มทฺทนสทิโส, ตสฺมา ตํ ปุจฺฉิตฺวา กถาปเนน มม อธิปฺปาโย ปูเรตพฺโพติ อยเมตฺถ รญฺโญ อชฺฌาสโยติ ทสฺเสนฺโต ‘‘หตฺถิมฺหิ นุ โข ปนา’’ติอาทิมาห. กึ ตุณฺหีติ กึ การณา ตุณฺหี, กึ ตํ การณํ, เยน ตุวํ ตุณฺหีติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘เกน การเณน ตุณฺหี’’ติ.
กามํ สพฺพาปิ ตถาคตสฺส ปฏิปตฺติ อนญฺญสาธารณา อจฺฉริยอพฺภุตรูปา จ, ตถาปิ คพฺโภกฺกนฺติ- อภิชาติอภินิกฺขมนอภิสมฺโพธิธมฺมจกฺกปฺปวตฺตน- ยมกปาฏิหาริยเทโวโรหณานิ สเทวเก โลเก อติวิย สุปากฏานิ, น สกฺกา เกนจิ ปฏิพาหิตุนฺติ ตานิเยเวตฺถ อุทฺธฏานิ. อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถติ อิตฺถํ เอวํ ปกาโร ภูโต ชาโตติ เอวํ กถนตฺเถ. อุปโยควจนนฺติ. ‘‘อพฺภุคฺคโต’’ติ เอตฺถ อภีติ อุปสคฺโค อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺถโชตโก, เตน โยคโต ‘‘ตํ โข ปน ภควนฺต’’นฺติ อิทํ สามิอตฺเถ อุปโยควจนํ, เตนาห ‘‘ตสฺส โข ปน ภควโตติ อตฺโถ’’ติ. กลฺยาณคุณสมนฺนาคโตติ กลฺยาเณหิ คุเณหิ ยุตฺโต, ตํ นิสฺสิโต ตพฺพิสยตายาติ อธิปฺปาโย. เสฏฺโฐติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. กิตฺเตตพฺพโต กิตฺติ, สา เอว สทฺทนียโต สทฺโทติ อาห ‘‘กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติเยวา’’ติ. อภิตฺถวนวเสน ปวตฺโต สทฺโท ถุติโฆโส. อนญฺญสาธารณคุเณ อารพฺภ ปวตฺตตฺตา สเทวกํ โลกํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อภิภวิตฺวา อุคฺคโต.
โส ภควาติ โย โส สมตึ สปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ เทวานํ อติเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา โลกนาโถ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ สเทวเก โลเก ‘‘ภควา’’ติ สพฺพตฺถ ปตฺถฏกิตฺติสทฺโท, โส ภควา. ‘‘ภควา’’ติ จ อิทํ สตฺถุ นามกิตฺตนํ. เตนาห อายสฺมา ธมฺมเสนาปติ ‘‘ภควาติ เนตํ นามํ มาตรา กต’’นฺติอาทิ (มหานิ. ๘๔). ปรโต ปน ภควาติ คุณกิตฺตนํ.
ยถา กมฺมฏฺฐานิเกน ‘‘อรห’’นฺติอาทีสุ นวฏฺฐาเนสุ ปจฺเจกํ อิติ-สทฺทํ โยเชตฺวา พุทฺธคุณา อนุสฺสรียนฺติ, เอวํ พุทฺธคุณสงฺกิตฺตเกนาปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติปิ อรหํ, อิติปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… อิติปิ ภควา’’ติ อาห. ‘‘อิติเปตํ อภูตํ, อิติเปตํ อตจฺฉ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๕) วิย อิธ อิติ-สทฺโท อาสนฺนปจฺจกฺขกรณตฺโถ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, เตน จ เตสํ คุณานํ พหุภาโว ทีปิโต. ตานิ จ สงฺกิตฺเตนฺเตน วิญฺญุนา จิตฺตสฺส สมฺมุขีภูตาเนว กตฺวา สงฺกิตฺเตตพฺพานีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ อาห. เอวญฺหิ นิรูเปตฺวา กิตฺเตนฺเต ยสฺส สงฺกิตฺเตติ, ตสฺส ภควติ อติวิย อภิปฺปสาโท โหติ. อารกตฺตาติ สุวิทูรตฺตา. อรีนนฺติ กิเลสารีนํ. อรานนฺติ สํสารจกฺกสฺส อรานํ. หตตฺตาติ วิหตตฺตา. ปจฺจยาทีนนฺติ จีวราทิปจฺจยานญฺเจว ปูชาวิเสสานญฺจ. ตโตติ วิสุทฺธิมคฺคโต. ยถา จ วิสุทฺธิมคฺคโต, เอวํ ตํสํวณฺณนโตปิ เนสํ วิตฺถาโร คเหตพฺโพ.
ยสฺมา ชีวโก พหุโส สตฺถุสนฺติเก พุทฺธคุเณ สุตฺวา ฐิโต, ทิฏฺฐสจฺจตาย จ สตฺถุสาสเน วิคตกถํกโถ เวสารชฺชปฺปตฺโต, ตสฺมา อาห ‘‘ชีวโก ปนา’’ติอาทิ. ปญฺจวณฺณายาติ ขุทฺทิกาทิวเสน ปญฺจปฺปการาย. นิรนฺตรํ ผุฏํ อโหสิ กตาธิการภาวโต. กมฺมนฺตรายวเสน หิสฺส รญฺโญ คุณสรีรํ ขตุปหตํ อโหสิ.
๑๕๘. ‘‘อุตฺตม’’นฺติ วตฺวา น เกวลํ เสฏฺฐภาโว เอเวตฺถ การณํ, อถ โข อปฺปสทฺทตาปิ การณนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อสฺสยานรถยานานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. หตฺถิยาเนสุ นิพฺพิเสวนเมว คณฺหนฺโต หตฺถินิโยว กปฺปาเปสิ. รญฺโญ อาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ อาสนฺนจารีภาเวน ตตฺถ อิตฺถิโยว นิสชฺชาปิตา. รญฺโญ ปเรสํ ทุรุปสงฺกมนภาวทสฺสนตฺถํ ตา ปุริสเวสํ คาหาเปตฺวา อาวุธหตฺถา การิตา. ปฏิเวเทสีติ ญาเปสิ. ตเทวาติ คมนํ, อคมนเมว วา.
๑๕๙. มหญฺจาติ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘มหตาจา’’ติ. มหจฺจาติ มหติยา, ลิงฺควิปลฺลาสวเสน วุตฺตํ, มหนฺเตนาติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘ราชานุภาเวนา’’ติ ‘‘ทฺวินฺนํ มหารฏฺฐานํ อิสฺสริยสิรี’’ติ องฺคมคธรฏฺฐานํ อาธิปจฺจมาห. อาสตฺตขคฺคานีติ อํเส โอลมฺพนวเสน สนฺนทฺธอสีนิ. กุลโภคอิสฺสริยาทิวเสน มหตี มตฺตา เอเตสนฺติ มหามตฺตา, มหานุภาวา ราชปุริสา. วิชฺชาธรตรุณา วิยาติ วิชฺชาธรกุมารา วิย. รฏฺฐิยปุตฺตาติ โภชปุตฺตา. หตฺถิฆฏาติ หตฺถิสมูหา. อญฺญมญฺญสงฺฆฏฺฏนาติ อวิจฺเฉทวเสน คมเนน อญฺญมญฺญสมฺพนฺธา.
จิตฺตุตฺราโส สยํ ภายนฏฺเฐน ภยํ ยถา ตถา ภายตีติ กตฺวา. ญาณํ ภายิตพฺเพ เอว วตฺถุสฺมึ ภยโต อุปฏฺฐิเต ‘‘ภายิตพฺพมิท’’นฺติ ภยโต ตีรณโต ภยํ. เตเนวาห ‘‘ภยตุปฏฺฐานญาณํ ปน ภายติ นภายตีติ? น ภายติ. ตญฺหิ อตีตา สงฺขารา นิรุทฺธา, ปจฺจุปฺปนฺนา นิรุชฺฌนฺติ, อนาคตา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ ตีรณมตฺตเมว โหตี’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๕๑). อารมฺมณํ ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ. โอตปฺปํ ปาปโต ภายติ เอเตนาติ ภยํ. ภยานกนฺติ ภายนากาโร. ภยนฺติ ญาณภยํ. สํเวคนฺติ สโหตฺตปฺปญาณํ สนฺตาสนฺติ สพฺพโส อุพฺพิชฺชนํ. ภายิตพฺพฏฺเฐน ภยํ ภีมภาเวน เภรวนฺติ ภยเภรวํ, ภีตพฺพวตฺถุ. เตนาห ‘‘อาคจฺฉตี’’ติ.
ภีรุํ ปสํสนฺตีติ ปาปโต ภายนโต อุตฺตสนโต ภีรุํ ปสํสนฺติ ปณฺฑิตา. น หิ ตตฺถ สูรนฺติ ตสฺมึ ปาปกรเณ สูรํ ปคพฺภธํสินํ น หิ ปสํสนฺติ. เตนาห ‘‘ภยา หิ สนฺโต น กโรนฺติ ปาป’’นฺติ. ตตฺถ ภยาติ ปาปุตฺราสโต, โอตฺตปฺปเหตูติ อตฺโถ. สรีรจลนนฺติ ภยวเสนสรีรสํกมฺโป. เอเกติ อุตฺตรวิหารวาสิโน. ‘‘ราชคเห’’ติอาทิ เตสํ อธิปฺปายวิวรณํ. กามํ วยตุโลฺย ‘‘วยสฺโส’’ติ วุจฺจติ, รูฬฺหิเรโส, โย โกจิ ปน สหาโย วยสฺโส, ตสฺมา วยสฺสาภิลาโปติ สหายาภิลาโป. น วิปฺปลมฺเภสีติ น วิสํวาเทสิ. วินสฺเสยฺยาติ จิตฺตวิฆาเตน วิหญฺเญยฺย.
สามญฺญผลปุจฺฉาวณฺณนา
๑๖๐. ภควโต เตโชติ พุทฺธานุภาโว. รญฺโญ สรีรํ ผริ ยถา ตํ โสณทณฺฑสฺส พฺราหฺมณสฺส ภควโต สนฺติกํ คจฺฉนฺตสฺส อนฺโตวนสณฺฑคตสฺส. เอเกติ อุตฺตรวิหารวาสิโน.
๑๖๑. เยน, เตนาติ จ ภุมฺมตฺเถ กรณวจนนฺติ อาห ‘‘ยตฺถ ภควา, ตตฺถ คโต’’ติ. ตทา ตสฺมึ ภิกฺขุสงฺเฆ ตุณฺหีภาวสฺส อนวเสสโต พฺยาปิภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหีภูต’’นฺติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยโต ยโต…เป… เมวาติ อตฺโถ’’ติ. หตฺถสฺส กุกตตฺตา อสํยโม อสมฺปชญฺญกิริยา หตฺถกุกฺกุจฺจนฺติ เวทิตพฺโพ. วา-สทฺโท อวุตฺตวิกปฺปตฺโถ, เตน ตทญฺโญ อสํยมภาโว วิภาวิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ ปน จกฺขุอสํยโม สพฺพปฐโม, ทุนฺนิวาโร จาติ ตทภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. กายิกวาจสิเกน อุปสเมน ลทฺเธน อิตโรปิ อนุมานโต ลทฺโธ เอว โหตีติ อาห ‘‘มานสิเกน จา’’ติ. อุปสมนฺติ สํยมํ, อาจารสมฺปตฺตินฺติ อตฺโถ. ปญฺจปริวฏฺเฏติ ปญฺจปุริสปริวฏฺเฏ. ปญฺจหากาเรหีติ ‘‘อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาที’’ติ (มหานิ. ๓๘, ๑๙๒) เอวํ อาทินา อาคเตหิ, ปญฺจวิธอริยิทฺธิสิทฺเธหิ จ ปญฺจหิ ปกาเรหิ. ตาทิลกฺขเณติ ตาทิภาเว.
๑๖๒. น เม ปญฺหวิสฺสชฺชเน ภาโร อตฺถีติ สตฺถุ สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณจารตาทสฺสนํ. ยทากงฺขสีติ น วทนฺติ, กถํ ปน วทนฺตีติ อาห ‘‘สุตฺวา เวทิสฺสามา’’ติ ปเทสญาเณ ฐิตตฺตา. พุทฺธา ปน สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรนฺตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ยกฺขนรินฺทเทวสมณพฺราหฺมณปริพฺพาชกาน’’นฺติ อิทํ ‘‘ปุจฺฉาวุโส ยทากงฺขสี’’ติอาทีนิ (สํ. นิ. ๑.๒๓๗, ๒๔๖; สุ. นิ. อาฬวกสุตฺเต) สุตฺตปทานิ ปุจฺฉนฺตานํ เยสํ ปุคฺคลานํ วเสน อาคตานิ, ตํ ทสฺสนตฺถํ. ‘‘ปุจฺฉาวุโส ยทากงฺขสี’’ติ อิทํ อาฬวกสฺส ยกฺขสฺส โอกาสกรณํ, เสสานิ นรินฺทาทีนํ. มนสิจฺฉสีติ มนสา อิจฺฉสิ. ปุจฺฉโวฺห, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉถาติ พาวริสฺส สํสยํ มนสา ปุจฺฉโวฺห. ตุมฺหากํ ปน สพฺเพสํ ยํ กิญฺจิ สพฺพสํสยํ มนสา, อญฺญถา จ, ยถา อิจฺฉถ, ตถา ปุจฺฉโวฺหติ อธิปฺปาโย.
สาธุรูปาติ สาธุสภาวา. ธมฺโมติ ปเวณีธมฺโม. วุทฺธนฺติ สีลาทีหิ พุทฺธิปฺปตฺตํ, ครุนฺติ อตฺโถ. เอส ภาโรติ เอส สํสยูปจฺเฉทนสงฺขาโต ภาโร, อาคโต ภาโร อวสฺสํ อาวหิตพฺโพติ อธิปฺปาโย. ญตฺวา สยนฺติ ปรูปเทเสน วินา สยเมว ญตฺวา.
สุจิรเตนาติ เอวํ นามเกน พฺราหฺมเณน. ตคฺฆาติ เอกํเสน. ยถาปิ กุสโล ตถาติ ยถา สพฺพธมฺมกุสโล สพฺพวิทู ชานาติ กเถติ, ตถา อหมกฺขิสฺสํ. ราชา จ โข ตํ ยทิ กาหติ วา น วาติ โย ตํ อิธ ปุจฺฉิตุํ เปเสสิ, โส ราชานํ ตยา ปุจฺฉิตํ กโรตุ วา มา วา, อหํ ปน เต อกฺขิสฺสํ อกฺขิสฺสามิ, อาจิกฺขิสฺสามีติ อตฺโถ.
๑๖๓. สิปฺปนฏฺเฐน สิกฺขิตพฺพตาย จ สิปฺปเมว สิปฺปายตนํ ชีวิกาย การณภาวโต. เสยฺยถิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส เต กตเมติ อตฺโถ. ปุถุ สิปฺปายตนานีติ หิ สาธารณโต สิปฺปานิ อุทฺทิสิตฺวา อุปริ ตํตํสิปฺปูปชีวิโน นิทฺทิฏฺฐา ปุคฺคลาธิฏฺฐานกถาย ปปญฺจํ ปริหริตุํ. อญฺญถา ยถาธิปฺเปตานิ ตาว สิปฺปายตนานิ ทสฺเสตฺวา ปุน ตํตํสิปฺปูปชีวีสุ ทสฺสิยมาเนสุ ปปญฺโจ สิยาติ. เตนาห ‘‘หตฺถาโรหา’’ติอาทิ.
หตฺถึ อาโรหนฺติ, อาโรหาปยนฺติ จาติ หตฺถาโรหา. เยหิ ปโยเคหิ ปุริโส หตฺถิโน อาโรหนโยคฺโค โหติ, หตฺถิสฺส ตํ ปโยคํ วิธายตํ สพฺเพสํ เปเตสํ คหณํ. เตนาห ‘‘สพฺเพปี’’ติอาทิ. ตตฺถ หตฺถาจริยา นาม เย หตฺถิโน หตฺถาโรหกานญฺจ สิกฺขปกา. หตฺถิเวชฺชา นาม หตฺถิภิสกฺกา. หตฺถิเมณฺฑา นาม หตฺถีนํ ปาทรกฺขกา. อาทิ-สทฺเทน หตฺถีนํ ยวสทายกาทิเก สงฺคณฺหาติ. อสฺสาโรหา รถิกาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. รเถ นิยุตฺตา รถิกา. รถรกฺขา นาม รถสฺส อาณิรกฺขกา. ธนุํ คณฺหนฺติ, คณฺหาเปนฺติ จาติ ธนุคฺคหา, อิสฺสาสา ธนุสิปฺปสฺส สิกฺขาปกา จ. เตนาห ‘‘ธนุอาจริยา อิสฺสาสา’’ติ. เจเลน เจลปฏากาย ยุทฺเธ อกนฺติ คจฺฉนฺตีติ เจลกาติ อาห ‘‘เย ยุทฺเธ ชยธชํ คเหตฺวา ปุรโต คจฺฉนฺตี’’ติ. ยถา ตถา ฐิเต เสนิเก พฺยูหกรณวเสน ตโต จลยนฺติ อุจฺจาเลนฺตีติ จลกา. สกุณคฺฆิอาทโย วิย มํสปิณฺฑํ ปรเสนาสมูหํ สาหสิกมหาโยธตาย เฉตฺวา เฉตฺวา ทยนฺติ อุปฺปติตฺวา อุปฺปติตฺวา คจฺฉนฺตีติ ปิณฺฑทายกา. ทุติยวิกปฺเป ปิณฺเฑ ทยนฺติ ชนสมฺมทฺเท อุปฺปตนฺตา วิย คจฺฉนฺตีติ ปิณฺฑทายกาติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อุคฺคตุคฺคตาติ ถามชวปรกฺกมาทิวเสน อติวิย อุคฺคตา อุคฺคาติ อตฺโถ. ปกฺขนฺทนฺตีติ อตฺตโน วีรสูรภาเวน อสชฺชมานา ปรเสนํ อนุปวิสนฺตีติ อตฺโถ. ถามชวพลปรกฺกมาทิสมฺปตฺติยา มหานาคา วิย มหานาคา. เอกนฺตสูราติ เอกากิสูรา อตฺตโน สูรภาเวเนว เอกากิโน หุตฺวา ยุชฺฌนกา. สชาลิกาติ สวมฺมิกา. สรปริตฺตาณจมฺมนฺติ จมฺมปริสิพฺพิตํ เขฏกํ, จมฺมมยํ วา ผลกํ. ฆรทาสโยธาติ อนฺโตชาตโยธา.
อาฬารํ วุจฺจติ มหานสํ, ตตฺถ นิยุตฺตาติ อาฬาริกา, ภตฺตการา. ปูวิกาติ ปูวสมฺปาทกา, เย ปูวเมว นานปฺปการโต สมฺปาเทตฺวา วิกฺกิณนฺตา ชีวนฺติ. เกสนขลิขนาทิวเสน มนุสฺสานํ อลงฺการวิธึ กปฺเปนฺติ สํวิทหนฺตีติ กปฺปกา. นฺหาปกาติ จุณฺณวิเลปนาทีหิ มลหรณวณฺณสมฺปาทนวิธินา นฺหาเปนฺตีติ นฺหาปกา. นวนฺตาทิวิธินา ปวตฺโต คณนคนฺโถ อนฺตรา ฉิทฺทาภาเวน อจฺฉิทฺทโกติ วุจฺจติ, ตํ คณนํ อุปนิสฺสาย ชีวนฺตา อจฺฉิทฺทกปาฐกา. หตฺเถน อธิปฺปายวิญฺญาปนํ หตฺถมุทฺทา หตฺถ-สทฺโท เจตฺถ ตเทกเทเสสุ องฺคุลีสุ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘น ภุญฺชมาโน สพฺพํ หตฺถํ มุเข ปกฺขิปิสฺสามี’’ติอาทีสุ วิย, ตสฺมา องฺคุลิสงฺโกจนาทินา คณนา หตฺถมุทฺทาย คณนา. จิตฺตการาทีนีติ. อาทิ-สทฺเทน ภมการโกฏฺฏกเลขก วิลีวการาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. สนฺทิฏฺฐิกเมวาติ อสมฺปรายิกตาย สามํ ทฏฺฐพฺพํ, สยํ อนุภวิตพฺพํ อตฺตปจฺจกฺขํ ทิฏฺฐธมฺมิกนฺติ อตฺโถ. สุขิตนฺติ สุขปฺปตฺตํ. อุปรีติ เทวโลเก. โส หิ มนุสฺสโลกโต อุปริโม. กมฺมสฺส กตตฺตา นิพฺพตฺตนโต ตสฺส ผลํ ตสฺส อคฺคิสิขา วิย โหติ, ตญฺจ อุทฺธํ เทวโลเกติ อาห ‘‘อุทฺธํ อคฺคํ อสฺสา อตฺถีติ อุทฺธคฺคิกา’’ติ. สคฺคํ อรหตีติ อตฺตโน ผลภูตํ สคฺคํ อรหติ, ตตฺถ สา นิพฺพตฺตนารโหติ อตฺโถ. สุขวิปากาติ อิฏฺฐวิปากวิปจฺจนีกา. สุฏฺฐุ อคฺเคติ อติวิย อุตฺตเม อุฬาเร. ทกฺขนฺติ วฑฺฒนฺติ เอตายาติ ทกฺขิณา, ปริจฺจาคมยํ ปุญฺญนฺติ อาห ‘‘ทกฺขิณํ ทาน’’นฺติ.
มคฺโค สามญฺญํ สมิตปาปสมณภาโวติ กตฺวา. ยสฺมา อยํ ราชา ปพฺพชิตานํ ทาสกสฺสกาทีนํ โลกโต อภิวาทนาทิลาโภ สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลนฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อีทิสมตฺถํ ชานนฺโต’’ติ วีมํสนฺโต ปูรณาทิเก ปุจฺฉิตฺวา เตสํ กถาย อนาราธิตจิตฺโต ภควนฺตมฺปิ ตมตฺถํ ปุจฺฉิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุปริ อาคตํ ปน ทาสกสฺสโกปมํ สนฺธาย ปุจฺฉตี’’ติ.
กณฺหปกฺขนฺติ ยถาปุจฺฉิเต อตฺเถ ลพฺภมานํ ทิฏฺฐิคตูปสญฺหิตํ สํกิเลสปกฺขํ. สุกฺกปกฺขนฺติ ตพฺพิธุรํ อุปริสุตฺตาคตํ โวทานปกฺขํ. สมณโกลาหลนฺติ สมณโกตูหลํ ตํตํสมณวาทานํ อญฺญมญฺญวิโรธํ. สมณภณฺฑนนฺติ เตเนว วิโรเธน ‘‘เอวํวาทีนํ เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ อยํ โทโส, เอวํวาทีนํ อยํ โทโส’’ติ เอวํ ตํตํวาทสฺส ปริภาสนํ. รญฺโญ ภารํ กโรนฺโต อตฺตโน เทสนาโกสลฺเลนาติ อธิปฺปาโย.
๑๖๔. ปณฺฑิตปติรูปกานนฺติ อามํ วิย ปกฺกานํ ปณฺฑิตาภาสานํ.
ปูรณกสฺสปวาทวณฺณนา
๑๖๕. เอกํ อิทาหนฺติ เอกาหํ. อิธ-สทฺโท เจตฺถ นิปาตมตฺตํ, เอกาหํ สมยํ ติจฺเจว อตฺโถ. สริตพฺพยุตฺตนฺติ อนุสฺสรณานุจฺฉวิกํ.
๑๖๖. สหตฺถา กโรนฺตสฺสาติ สหตฺเถเนว กโรนฺตสฺส. นิสฺสคฺคิยถาวราทโยปิ อิธ สหตฺถกรเณเนว สงฺคหิตา. หตฺถาทีนีติ หตฺถปาทกณฺณนาสาทีนิ. ปจนํ ทหนํ วิพาธนนฺติ อาห ‘‘ทณฺเฑน อุปฺปีเฬนฺตสฺสา’’ติ. ปปญฺจสูทนิยํ ‘‘ตชฺเชนฺตสฺส วา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต, อิธ ปน ตชฺชนํ ปริภาสนํ ทณฺเฑเนว สงฺคเหตฺวา ‘‘ทณฺเฑน อุปฺปีเฬนฺตสฺส’’ อิจฺเจว วุตฺตํ. โสกํ สยํ กโรนฺตสฺสาติ ปรสฺส โสกการณํ สยํ กโรนฺตสฺส, โสกํ วา อุปฺปาเทนฺตสฺส. ปเรหีติ อตฺตโน วจนกเรหิ. สยมฺปิ ผนฺทโตติ ปรสฺส วิพาธนปโยเคน สยมฺปิ ผนฺทโต. ‘‘อติปาตาปยโต’’ติ ปทํ สุทฺธกตฺตุอตฺเถ เหตุกตฺตุอตฺเถ จ วตฺตตีติ อาห ‘‘หนนฺตสฺสาปิ หนาเปนฺตสฺสาปี’’ติ. การณวเสนาติ การาปนวเสน.
ฆรสฺส ภิตฺติ อนฺโต พหิ จ สนฺธิตา หุตฺวา ฐิตา ฆรสนฺธิ. กิญฺจิปิ อเสเสตฺวา นิรวเสโส โลโป นิลฺโลโป. เอกาคาเร นิยุตฺโต วิโลโป เอกาคาริโก. ปริโต สพฺพโส ปนฺเถ หนนํ ปริปนฺโถ. ปาปํ น กรียติ ปุพฺเพ อสญฺญโต อุปฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา, ตสฺมา นตฺถิ ปาปํ. ยทิ เอวํ กถํ สตฺตา ปาเป ปฏิปชฺชนฺตีติ อาห ‘‘สตฺตา ปน ปาปํ กโรมาติ เอวํ สญฺญิโน โหนฺตี’’ติ. เอวํ กิรสฺส โหติ – อิเมสญฺหิ สตฺตานํ หึสาทิกิริยา น อตฺตานํ ผุสติ ตสฺส นิจฺจตาย นิพฺพิการตฺตา สรีรํ ปน อเจตนํ กฏฺฐกลิงฺครูปมํ, ตสฺมึ วิโกปิเตปิ น กิญฺจิ ปาปนฺติ. ขุรเนมินาติ นิสิตขุรมยเนมินา.
คงฺคาย ทกฺขิณา ทิสา อปฺปติรูปเทโส, อุตฺตรา ทิสา ปติรูปเทโสติ อธิปฺปาเยน‘‘ทกฺขิณญฺจ’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทกฺขิณตีเร มนุสฺสา กกฺขฬา’’ติอาทิ. มหายาคนฺติ มหาวิชิตยญฺญสทิสํ มหายาคํ. อุโปสถกมฺเมน วาติ อุโปสถกมฺเมน จ. ทม-สทฺโท หิ อินฺทฺริยสํวรสฺส อุโปสถสีลสฺส จ วาจโก อิธาธิปฺเปโต. เกจิ ปน ‘‘อุโปสถกมฺเมนาติ อิทํ อินฺทฺริยทมนสฺส วิเสสนํ, ตสฺมา ‘อุโปสถกมฺมภูเตน อินฺทฺริยทมเนนา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ. สีลสํยเมนาติ กายิกวาจสิกสํวเรน. สจฺจวชฺเชนาติ สจฺจวาจาย, ตสฺสา วิสุํ วจนํ โลเก ครุตรปุญฺญสมฺมตภาวโต. ยถา หิ ปาปธมฺเมสุ มุสาวาโท ครุ, เอวํ ปุญฺญธมฺเมสุ สจฺจวาจา. เตนาห ภควา ‘‘เอกํ ธมฺมํ อตีตสฺสา’’ติอาทิ. ปวตฺตีติ โย ‘‘กโรตี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺส สนฺตาเน ผลุปฺปตฺติปจฺจยภาเวน อุปฺปตฺติ. สพฺพถาติ ‘‘กโรโต’’ติอาทินา วุตฺเตน สพฺพปฺปกาเรน. กิริยเมว ปฏิกฺขิปติ, น รญฺญา ปุฏฺฐํ สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ พฺยากโรตีติ อธิปฺปาโย. อิทํ อวธารณํ วิปากปฏิกฺเขปนิวตฺตนตฺถํ. โย หิ กมฺมํ ปฏิกฺขิปติ, เตน อตฺถโต วิปาโกปิ ปฏิกฺขิตฺโต เอว นาม โหติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘กมฺมํ ปฏิพาหนฺเตนาปี’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๗๐-๑๗๒).
ปฏิราชูหิ อนภิภวนียภาเวน วิเสสโต ชิตนฺติ วิชิตํ, อาณาปวตฺติเทโส. ‘‘มา มยฺหํ วิชิเต วสถา’’ติ อปสาทนา ปพฺพชิตสฺส วิเหฐนา ปพฺพาชนาติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อปสาเทตพฺพนฺติ วิเหเฐตพฺพ’’นฺติ. อุคฺคณฺหนํ เตน วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ‘‘เอวเมต’’นฺติ อุปธารณํ สลฺลกฺขณํ, นิกุชฺชนํ ตสฺส อทฺธนิยภาวาปาทนวเสน จิตฺเตน สนฺธารณํ. ตทุภยํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘อนุคฺคณฺหนฺโต อนิกุชฺชนฺโต’’ติ. เตนาห ‘‘สารวเสน อคฺคณฺหนฺโต’’ติอาทิ.
มกฺขลิโคสาลวาทวณฺณนา
๑๖๘. อุภเยนาติ เหตุปจฺจยปฏิเสธนวจเนน. สํกิเลสปจฺจยนฺติ สํกิลิสฺสนสฺส มลีนภาวสฺส การณํ. วิสุทฺธิปจฺจยนฺติ สงฺกิกิเลสโต วิสุทฺธิยา โวทานสฺส การณํ. อตฺตกาโรติ เตน เตน สตฺเตน อตฺตนา กาตพฺพกมฺมํ อตฺตนา นิปฺผาเทตพฺพปโยโค. ปรการนฺติ ปรสฺส วาหสา อิชฺฌนกปโยชนํ. เตนาห ‘‘เยนา’’ติอาทิ. มหาสตฺตนฺติ อนฺติมภวิกํ มหาโพธิสตฺตํ, ปจฺเจกโพธิสตฺตสฺสปิ เอตฺเถว สงฺคโห เวทิตพฺโพ. มนุสฺสโสภคฺยตนฺติ มนุสฺเสสุ สุภคภาวํ. เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน. กมฺมวาทสฺส กิริยวาทสฺส ปฏิกฺขิปเนน ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว กมฺมํ กณฺหํ กณฺหวิปาก’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๔.๒๓๒) นยปฺปวตฺเต ชินจกฺเก ปหารํ เทติ นาม. นตฺถิ ปุริสกาเรติ ยถาวุตฺตอตฺตการปรการาภาวโต เอว สตฺตานํ ปจฺจตฺตปุริสกาโร นาม โกจิ นตฺถีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เยนา’’ติอาทิ. นตฺถิ พลนฺติ สตฺตานํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกนิพฺพานสมฺปตฺติอาวหํ พลํ นาม กิญฺจิ นตฺถิ. เตนาห ‘‘ยมฺหี’’ติอาทิ. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ, สํกิเลสิกมฺปิ จายํ พลํ ปฏิกฺขิปเตว. ยทิ วีริยาทีนิ ปุริสการเววจนานิ, กสฺมา วิสุํ คหณนฺติ อาห ‘‘อิทํ โน วีริเยนา’’ติอาทิ. สทฺทตฺถโต ปน ตสฺสา ตสฺสา กิริยาย อุสฺสนฺนฏฺเฐน พลํ. สูรวีรภาวาวหฏฺเฐน วีริยํ. ตเทว ทฬฺหภาวโต, โปริสธุรํ วหนฺเตน ปวตฺเตตพฺพโต จ ปุริสถาโม. ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนปฺปวตฺติยา ปุริสปรกฺกโมติ วุตฺโตติ เวทิตพฺพํ.
สตฺตโยคโต รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย สตฺตา. ปาณนโต อสฺสสนปสฺสสนวเสน ปวตฺติยา ปาณา. เต ปน โส เอกินฺทฺริยาทิวเสน วิภชิตฺวา วทตีติ อาห ‘‘เอกินฺทฺริโย’’ติอาทิ. อณฺฑโกสาทีสุ ภวนโต ‘‘ภูตา’’ติ วุจฺจนฺตีติ อาห ‘‘อณฺฑโกส…เป… วทตี’’ติ. ชีวนโต ปาณํ ธาเรนฺตา วิย วฑฺฒนโต ชีวา. เตนาห ‘‘สาลิยวา’’ติอาทิ. นตฺถิ เอเตสํ สํกิเลสวิสุทฺธีสุ วโสติ อวสา. นตฺถิ เนสํ พลํ วีริยํ จาติ อพลา อวีริยา. นิยตาติ อจฺเฉชฺชสุตฺตาวุตาเภชฺชมณิโน วิย นิยตปฺปวตฺติตาย คติชาติพนฺธาปวคฺควเสน นิยาโม. ตตฺถ ตตฺถ คมนนฺติ ฉนฺนํ อภิชาตีนํ ตาสุ ตาสุ คตีสุ อุปคมนํ สมวาเยน สมาคโม. สภาโวเยวาติ ยถา กณฺฏกสฺส ติขิณตา, กปิตฺถผลานํ ปริมณฺฑลตา, มิคปกฺขีนํ วิจิตฺตาการตา, เอวํ สพฺพสฺสาปิ โลกสฺส เหตุปจฺจเยน วินา ตถา ตถา ปริณาโม อยํ สภาโว เอว อกิตฺติโมเยว. เตนาห ‘‘เยน หี’’ติอาทิ. ฉฬาภิชาติโย ปรโต วิตฺถารียนฺติ. ‘‘สุขญฺจ ทุกฺขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ วทนฺโต อทุกฺขมสุขภูมึ สพฺเพน สพฺพํ น ชานาตีติ อุลฺลิงฺคนฺโต ‘‘อญฺญา อทุกฺขมสุขภูมิ นตฺถีติ ทสฺเสตี’’ติ อาห.
ปมุขโยนีนนฺติ มนุสฺสติรจฺฉานาทีสุ ขตฺติยพฺราหฺมณาทิสีหพฺยคฺฆาทิวเสน ปธานโยนีนํ. สฏฺฐิสตานีติ ฉสหสฺสานิ. ‘‘ปญฺจ จ กมฺมุโน สตานี’’ติ ปทสฺส อตฺถทสฺสนํ ‘‘ปญฺจกมฺมสตานิ จา’’ติ. ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา ‘‘เกวลํ ตกฺกมตฺตเกน นิรตฺถกํ ทิฏฺฐึ ทีเปตี’’ติ อิมเมวตฺถํ อติทิสติ. เอตฺถ จ ‘‘ตกฺกมตฺตเกนา’’ติ อิมินา ยสฺมา ตกฺกิกา นิรงฺกุสตาย ปริกปฺปนสฺส ยํ กิญฺจิ อตฺตโน ปริกปฺปิตํ สารโต มญฺญมานา ตเถว อภินิวิสฺส ตกฺกทิฏฺฐิคาหํ คณฺหนฺติ, ตสฺมา น เตสํ ทิฏฺฐิวตฺถุสฺมึ วิญฺญูหิ วิจารณา กาตพฺพาติ ทสฺเสติ. เกจีติ อุตฺตรวิหารวาสิโน. เต หิ ‘‘ปญฺจ กมฺมานีติ จกฺขุโสตฆานชิวฺหากายา อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ‘ปญฺจ กมฺมานี’ติ ปญฺญาเปนฺตี’’ติ วทนฺติ. กมฺมนฺติ ลทฺธีติ โอฬาริกภาวโต ปริปุณฺณกมฺมนฺติ ลทฺธิ. มโนกมฺมํ อโนฬาริกตฺตา อุปฑฺฒกมฺมนฺติ ลทฺธีติ โยชนา. ทฺวฏฺฐิปฏิปทาติ ‘‘ทฺวาสฏฺฐิ ปฏิปทา’’ติ วตฺตพฺเพ สภาวนิรุตฺตึ อชานนฺโต ‘‘ทฺวฏฺฐิปฏิปทา’’ติ วทติ. เอกสฺมึ กปฺเปติ เอกสฺมึ มหากปฺเป, ตตฺถาปิ จ วิวฏฺฏฏฺฐายีสญฺญิเต เอกสฺมึ อสงฺเขฺยยฺเยกปฺเป.
อุรพฺเภ หนนฺตีติ โอรพฺภิกา. เอวํ สูกริกาทโย เวทิตพฺพา. ลุทฺทาติ อญฺเญปิ เย เกจิ มาควิกเนสาทา. เต ปาปกมฺมปสุตตาย ‘‘กณฺหาภิชาตีติ วทติ. ภิกฺขู’’ติ พุทฺธสาสเน ภิกฺขู. เต กิร ‘‘สฉนฺทราคา ปริภุญฺชนฺตี’’ติ อธิปฺปาเยน ‘‘จตูสุ ปจฺจเยสุ กณฺฏเก ปกฺขิปิตฺวา ขาทนฺตี’’ติ วทติ. กสฺมาติ เจ? ยสฺมา ‘‘เต ปณีตปณีเต ปจฺจเย ปฏิเสวนฺตี’’ติ ตสฺส มิจฺฉาคาโห, ตสฺมา ญายลทฺเธปิ ปจฺจเย ภุญฺชมานา อาชีวกสมยสฺส วิโลมคาหิตาย ปจฺจเยสุ กณฺฏเก ปกฺขิปิตฺวา ขาทนฺติ นามาติ วทตีติ อปเร. เอเก ปพฺพชิตา, เย สวิเสสํ อตฺตกิลมถานุโยคํ อนุยุตฺตา. ตถา หิ เต กณฺฏเก วตฺตนฺตา วิย โหนฺตีติ ‘‘กณฺฏกวุตฺติกา’’ติ วุตฺตา. ฐตฺวา ภุญฺชนนหานปฏิกฺเขปาทิวตสมาโยเคน ปณฺฑรตรา. ‘‘อเจลกสาวกา’’ติ อาชีวกสาวเก วทติ. เต กิร อาชีวกลทฺธิยา วิสุทฺธจิตฺตตาย นิคณฺเฐหิปิ ปณฺฑรตรา. นนฺทาทโย หิ ตถารูปํ อาชีวกปฏิปตฺตึ อุกฺกํสํ ปาเปตฺวา ฐิตา. ตสฺมา นิคณฺเฐหิ อาชีวกสาวเกหิ จ ปณฺฑรตรา ปรมสุกฺกาภิชาตีติ อยํ ตสฺส ลทฺธิ.
ปุริสภูมิโยติ ปธานปุคฺคเลน นิทฺเทโส. อิตฺถีนมฺปิ ตา ภูมิโย อิจฺฉนฺเตว. ‘‘ภิกฺขุ จ ปนฺนโก’’ติอาทิ เตสํ ปาฬิเยว. ตตฺถ ปนฺนโกติ ภิกฺขาย วิจรณโก, เตสํ วา ปฏิปตฺติยา ปฏิปนฺนโก. ชิโนติ ชิณฺโณ ชราวเสน หีนธาตุโก, อตฺตโน วา ปฏิปตฺติยา ปฏิปกฺขํ ชินิตฺวา ฐิโต. โส กิร ตถาภูโต ธมฺมมฺปิ กสฺสจิ น กเถสิ. เตนาห ‘‘น กิญฺจิ อาหา’’ติ. โอฏฺฐวทนาทิวิปฺปกาเร กเตปิ ขมนวเสน น กิญฺจิ วทตีติปิ วทนฺติ. อลาภินฺติ ‘‘โส น กุมฺภิมุขา ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๓๙๔) นเยน วุตฺตอลาภเหตุสมาโยเคน อลาภึ, ตโตเยว ชิฆจฺฉาทุพฺพลปเรตตาย สยนปรายนํ ‘‘สมณํ ปนฺนภูมี’’ติ วทติ.
อาชีววุตฺติสตานีติ สตฺตานํ อาชีวภูตานิ ชีวิกาวุตฺติสตานิ. ปสุคฺคหเณน เอฬกชาติ คหิตา, มิคคฺคหเณน รุรุควยาทิสพฺพมิคชาติ. พหู เทวาติ จาตุมหาราชิกาทิพฺรหฺมกายิกาทิวเสน, เตสํ อนฺตรเภทวเสน พหู เทวา. ตตฺถ จาตุมหาราชิกานํ เอกจฺจเภโท มหาสมยสุตฺตวเสน (ที. นิ. ๒.๓๓๑) ทีเปตพฺโพ. มนุสฺสาปิ อนนฺตาติ ทีปเทสกุลวํสาชีวาทิวิภาควเสน มนุสฺสาปิ อนนฺตเภทา. ปิสาจา เอว เปสาจา. เต อปรเปตาทโย มหนฺตมหนฺตา. ฉทฺทนฺตทหมนฺทากินิโย กุวาฬิยมุจลินฺทนาเมน วทติ.
ปวุฏาติ ปพฺพคณฺฐิกา. ปณฺฑิโตปิ …เป… อุทฺธํ น คจฺฉติ, กสฺมา? สตฺตานํ สํสรณกาลสฺส นิยตภาวโต. อปริปกฺกํ สํสรณนิมิตฺตํ สีลาทินา ปริปาเจติ นาม สีฆํเยว วิสุทฺธิปฺปตฺติยา. ปริปกฺกํ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส ปตฺวา ปตฺวา กาเลน ปริปกฺกภาวานาปาทเนน พฺยนฺตึ กโรติ นาม.
สุตฺตคุเฬติ สุตฺตวฏฺฏิยํ. ‘‘นิพฺเพฐิยมานเมว ปเลตี’’ติ อุปมาย สตฺตานํ สํสาโร อนุกฺกเมน ขียเตว, น ตสฺส วฑฺฒตีติ ทสฺเสติ ปริจฺฉินฺนรูปตฺตา.
อชิตเกสกมฺพลวาทวณฺณนา
๑๗๑. ทินฺนนฺติ เทยฺยธมฺมสีเสน ทานํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทินฺนสฺส ผลาภาวํ วทตี’’ติ, ทินฺนํ ปน อนฺนาทิวตฺถุํ กถํ ปฏิกฺขิปติ. เอเสว นโย ยิฏฺฐํ หุตนฺติ เอตฺถาปิ. มหายาโคติ สพฺพสาธารณํ มหาทานํ. ปาหุนกสกฺกาโรติ ปาหุนภาเวน กาตพฺพสกฺกาโร. ผลนฺติ อานิสํสผลํ, นิสฺสนฺทผลญฺจ. วิปาโกติ สทิสผลํ. ปรโลเก ฐิตสฺส อยํ โลโก นตฺถีติ ปรโลเก ฐิตสฺส กมฺมุนา ลทฺธพฺโพ อยํ โลโก น โหติ. อิธโลเก ฐิตสฺสาปิ ปรโลโก นตฺถีติ อิธโลเก ฐิตสฺส กมฺมุนา ลทฺธพฺโพ ปรโลโก น โหติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘สพฺเพ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺตี’’ติ. อิเม สตฺตา ยตฺถ ยตฺถ ภเว, โยนิอาทีสุ จ ฐิตา ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺติ นิรุทยวินาสวเสน วินสฺสนฺติ. ผลาภาววเสนาติ มาตาปิตูสุ สมฺมาปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺตีนํ ผลสฺส อภาววเสน ‘‘นตฺถิ มาตา, นตฺถิ ปิตา’’ติ วทติ, น มาตาปิตูนํ, นาปิ เตสุ อิทานิ กยิรมานสกฺการาสกฺการานํ อภาววเสน เตสํ โลกปจฺจกฺขตฺตา. ปุพฺพุฬกสฺส วิย อิเมสํ สตฺตานํ อุปฺปาโท นาม เกวโล, น จวิตฺวา อาคมนปุพฺพโกติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘จวิตฺวา อุปปชฺชนกสตฺตา นาม นตฺถีติ วทตี’’ติ. สมเณน นาม ยาถาวโต ชานนฺเตน กสฺสจิ กิญฺจิ อกเถตฺวา สญฺญเตน ภวิตพฺพํ, อญฺญถา อาโหปุริสิกา นาม สิยา. กิญฺหิ ปโร ปรสฺส กริสฺสติ? ตถา จ อตฺตโน สมฺปาทนสฺส กสฺสจิ อวสฺสโย เอว น สิยา ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนโตติ อาห ‘‘เย อิมญฺจ…เป… ปเวเทนฺตี’’ติ.
จตูสุ มหาภูเตสุ นิยุตฺโตติ จาตุมหาภูติโก. ยถา ปน มตฺติกาย นิพฺพตฺตํ ภาชนํ มตฺติกามยํ, เอวํ อยํ จตูหิ มหาภูเตหิ นิพฺพตฺโตติ อาห ‘‘จตุมหาภูตมโย’’ติ. อชฺฌตฺติกปถวีธาตูติ สตฺตสนฺตานคตา ปถวีธาตุ. พาหิรปถวีธาตุนฺติ พหิทฺธา มหาปถวึ. อุปคจฺฉตีติ พาหิรปถวิกายโต ตเทกเทสภูตา ปถวี อาคนฺตฺวา อชฺฌตฺติกภาวปฺปตฺติยา สตฺตภาเวน สณฺฐิตา อิทานิ ฆฏาทิคตปถวี วิย ตเมว พาหิรปถวิกายํ อุเปติ อุปคจฺฉติ สพฺพโส เตน นิพฺพิเสสตํ เอกีภาวเมว คจฺฉติ. อาปาทีสุปิ เอเสว นโยติ เอตฺถ ปชฺชุนฺเนน มหาสมุทฺทโต คหิตอาโป วิย วสฺโสทกภาเวน ปุนปิ มหาสมุทฺทเมว, สูริยรสฺมิโต คหิตํ อินฺทคฺคิสงฺขาตเตโช วิย ปุน สูริยรสฺมึ, มหาวายุขนฺธโต นิคฺคตมหาวาโต วิย ตเมว วายุขนฺธํ อุเปติ อุปคจฺฉตีติ ทิฏฺฐิคติกสฺส อธิปฺปาโย. มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ อากาสํ ปกฺขนฺทนฺติ เตสํ วิสยาภาวาติ วทนฺติ. วิสยิคหเณน หิ วิสยาปิ คหิตา เอว โหนฺตีติ. คุณาคุณปทานีติ คุณโทสโกฏฺฐาสา. สรีรเมว ปทานีติ อธิปฺเปตํ สรีเรน ตํตํกิริยาย ปชฺชิตพฺพโต. ทพฺพนฺติ มุยฺหนฺตีติ ทตฺตู, มูฬฺหปุคฺคลา. เตหิ ทตฺตูหิ พาลมนุสฺเสหิ. ‘‘ปรโลโก อตฺถี’’ติ มติ เยสํ, เต อตฺถิกา, เตสํ วาโทติ อตฺถิกวาโท, ตํ อตฺถิกวาทํ.
กมฺมํ ปฏิพาหติ อกิริยวาทิภาวโต. วิปากํ ปฏิพาหติ สพฺเพน สพฺพํ อายตึ อุปปตฺติยา ปฏิกฺขิปนโต. อุภยํ ปฏิพาหติ สพฺพโส เหตุปฏิพาหเนเนว ผลสฺสปิ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา. อุภยนฺติ หิ กมฺมํ วิปากญฺจาติ อุภยํ. โส หิ ‘‘อเหตู อปฺปจฺจยา สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ, วิสุชฺฌนฺติ จา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๑๐๐, ๒๒๗; สํ. นิ. ๓.๒๑๒) วทนฺโต กมฺมสฺส วิย วิปากสฺสาปิ สํกิเลสวิสุทฺธีนํ ปจฺจยตฺตาภาววจนโต ตทุภยํ ปฏิพาหติ นาม. วิปาโก ปฏิพาหิโต โหติ อสติ กมฺเม วิปากาภาวโต. กมฺมํ ปฏิพาหิตํ โหติ อสติ วิปาเก กมฺมสฺส นิรตฺถกภาวาปตฺติโต. อตฺถโตติ สรูเปน. อุภยปฺปฏิพาหกาติ วิสุํ วิสุํ ตํตํทิฏฺฐิทีปกภาเวน ปาฬิยํ อาคตาปิ ปจฺเจกํ ติวิธทิฏฺฐิกา เอว อุภยปฏิพาหกตฺตา. อุภยปฺปฏิพาหกาติ หิ เหตุวจนํ. ‘‘อเหตุกวาทา เจวา’’ติอาทิ ปฏิญฺญาวจนํ. โย หิ วิปากปฏิพาหเนน นตฺถิกทิฏฺฐิโก อุจฺเฉทวาที, โส อตฺถโต กมฺมปฏิพาหเนน อกิริยทิฏฺฐิโก, อุภยปฏิพาหเนน อเหตุกทิฏฺฐิโก จ โหติ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย.
สชฺฌายนฺตีติ ตํ ทิฏฺฐิทีปกํ คนฺถํ อุคฺคเหตฺวา ปฐนฺติ. วีมํสนฺตีติ ตสฺส อตฺถํ วิจาเรนฺติ. ‘‘เตส’’นฺติอาทิ วีมํสนาการทสฺสนํ. ตสฺมึ อารมฺมเณติ ยถาปริกปฺปิตกมฺมผลาภาวาทิเก ‘‘กโรโต น กรียติ ปาป’’นฺติ อาทินยปฺปวตฺตาย ลทฺธิยา อารมฺมเณ. มิจฺฉาสติ สนฺติฏฺฐตีติ ‘‘กโรโต น กรียติ ปาป’’นฺติอาทิวเสน อนุสฺสวูปลทฺเธ อตฺเถ ตทาการปริวิตกฺกเนหิ สวิคฺคเห วิย สรูปโต จิตฺตสฺส ปจฺจุปฏฺฐิเต จิรกาลปริจเยน เอวเมตนฺติ นิชฺฌานกฺขมภาวูปคมเนน นิชฺฌานกฺขนฺติยา ตถาคหิเต ปุนปฺปุนํ ตเถว อาเสวนฺตสฺส พหุลีกโรนฺตสฺส มิจฺฉาวิตกฺเกน สมาทิยมานา มิจฺฉาวายามูปตฺถมฺภิตา อตํสภาวํ ‘‘ตํสภาว’’นฺติ คณฺหนฺตี มิจฺฉาสตีติ ลทฺธนามา ตํลทฺธิสหคตา ตณฺหา สนฺติฏฺฐติ. จิตฺตํ เอกคฺคํ โหตีติ ยถาสกํ วิตกฺกาทิปจฺจยลาเภน ตสฺมึ อารมฺมเณ อวฏฺฐิตตาย อเนกคฺคตํ ปหาย เอกคฺคํ อปฺปิตํ วิย โหติ. จิตฺตสีเสน มิจฺฉาสมาธิ เอว วุตฺโต. โสปิ หิ ปจฺจยวิเสเสหิ ลทฺธภาวนาพโล อีทิเส ฐาเน สมาธานปติรูปกิจฺจกโรเยว, วาฬวิชฺฌนาทีสุ วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ. ชวนานิ ชวนฺตีติ อเนกกฺขตฺตุํ เตนากาเรน ปุพฺพภาคิเยสุ ชวนวาเรสุ ปวตฺเตสุ สพฺพปจฺฉิเม ชวนวาเร สตฺต ชวนานิ ชวนฺติ. ปฐเม ชวเน สเตกิจฺฉา โหนฺติ. ตถา ทุติยาทีสูติ ธมฺมสภาวทสฺสนมตฺตเมตํ, น ปน ตสฺมึ ขเณ เตสํ ติกิจฺฉา เกนจิ สกฺกา กาตุํ.
ตตฺถาติ เตสุ ตีสุ มิจฺฉาทสฺสเนสุ. โกจิ เอกํ ทสฺสนํ โอกฺกมตีติ ยสฺส เอกสฺมึเยว อภินิเวโส อาเสวนา จ ปวตฺตา, โส เอกเมว ทสฺสนํ โอกฺกมติ. ยสฺส ปน ทฺวีสุ ตีสุปิ วา อภินิเวโส อาเสวนา จ ปวตฺตา, โส เทฺว ตีณิปิ โอกฺกมติ, เอเตน ยา ปุพฺเพ อุภยปฏิพาหกตามุเขน ทีปิตา อตฺถสิทฺธา สพฺพทิฏฺฐิกตา, สา ปุพฺพภาคิยา. ยา ปน มิจฺฉตฺตนิยาโมกฺกนฺติภูตา, สา ยถาสกํ ปจฺจยสมุทาคมสิทฺธิโต ภินฺนารมฺมณานํ วิย วิเสสาธิคมานํ เอกชฺฌํ อนุปฺปตฺติยา อสงฺกิณฺณา เอวาติ ทสฺเสติ. ‘‘เอกสฺมึ โอกฺกนฺเตปี’’ติอาทินา ติสฺสนฺนมฺปิ ทิฏฺฐีนํ สมานพลตํ สมานผลตญฺจ ทสฺเสติ. ตสฺมา ติสฺโสปิ เจตา เอกสฺส อุปฺปนฺนา อพฺโพกิณฺณา เอว, เอกาย วิปาเก ทินฺเน อิตรา อนุพลปฺปทายิกาโย โหนฺติ. ‘‘วฏฺฏขาณุ นาเมสา’’ติ อิทํ วจนํ เนยฺยตฺถํ, น นีตตฺถํ. ตถา หิ ปปญฺจสูทนิยํ ‘‘กึ ปเนส เอกสฺมึเยว อตฺตภาเว นิยโต โหติ, อุทาหุ อญฺญสฺมึ ปีติ? เอกสฺมึเยว นิยโต, อาเสวนวเสน ปน ภวนฺตเรปิ ตํ ตํ ทิฏฺฐึ โรเจติ เยวา’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๒๙) วุตฺตํ. อกุสลญฺหิ นาเมตํ อพลํ ทุพฺพลํ, น กุสลํ วิย สพลํ มหาพลํ. ตสฺมา ‘‘เอกสฺมึเยว อตฺตภาเว นิยโต’’ติ วุตฺตํ. อญฺญถา สมฺมตฺตนิยาโม วิย มิจฺฉตฺตนิยาโมปิ อจฺจนฺติโก สิยา, น จ อจฺจนฺติโก. ยทิ เอวํ วฏฺฏขาณุโชตนา กถนฺติ อาห ‘‘อาเสวนวเสน ปนา’’ติอาทิ. ตสฺมา ยถา ‘‘สกึ นิมุคฺโคปิ นิมุคฺโค เอว พาโล’’ติ วุตฺตํ, เอวํ วฏฺฏขาณุโชตนา. ยาทิเส หิ ปจฺจเย ปฏิจฺจ อยํ ตํ ตํ ทสฺสนํ โอกฺกนฺโต ปุน กทาจิ ตปฺปฏิปกฺเข ปจฺจเย ปฏิจฺจ ตโต สีสุกฺขิปนมสฺส น โหตีติ น วตฺตพฺพํ, ตสฺมา ‘‘เยภุยฺเยน หิ เอวรูปสฺส ภวโต วุฏฺฐานํ นาม นตฺถี’’ติ วุตฺตํ.
ตสฺมาติ ยสฺมา เอวํ สํสารขาณุภาวสฺสปิ ปจฺจโย อปณฺณกชาโต, ตสฺมา. ภูติกาโมติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถานํ วเสน อตฺตโน คุเณหิ วฑฺฒิกาโม.
ปกุธกจฺจายนวาทวณฺณนา
๑๗๔. อกตาติ สเมน วิสเมน วา เกนจิ เหตุนา น กตา น วิหิตา. กตวิโธ กรณวิธิ นตฺถิ เอเตสนฺติ อกตวิธานา. ปททฺวเยนาปิ โลเก เกนจิ เหตุปจฺจเยน เนสํ อนิพฺพตฺตนภาวํ ทสฺเสติ. อิทฺธิยาปิ น นิมฺมิตาติ กสฺสจิ อิทฺธิมโต เจโตวสิปฺปตฺตสฺส เทวสฺส, อิสฺสราทิโน วา อิทฺธิยาปิ น นิมฺมิตา. อนิมฺมาปิตา กสฺสจิ อนิมฺมาปิตา. วุตฺตตฺถเมวาติ พฺรหฺมชาลวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๐) วุตฺตตฺถเมว. วญฺฌาติ วญฺฌปสุวญฺฌตาลาทโย วิย อผลา, กสฺสจิ อชนกาติ อตฺโถ, เอเตน ปถวิกายาทีนํ รูปาทิชนกภาวํ ปฏิกฺขิปติ. รูปสทฺทาทโย หิ ปถวิกายาทีหิ อปฺปฏิพทฺธวุตฺติกาติ ตสฺส ลทฺธิ. ปพฺพตกูฏํ วิย ฐิตาติ กูฏฏฺฐา, ยถา ปพฺพตกูฏํ เกนจิ อนิพฺพตฺติตํ, กสฺสจิ จ อนิพฺพตฺตกํ, เอวเมเต ปีติ อธิปฺปาโย. ยมิทํ ‘‘พีชโต องฺกุราทิ ชายตี’’ติ วุจฺจติ, ตํ วิชฺชมานเมว ตโต นิกฺขมติ, น อวิชฺชมานํ, อญฺญถา อญฺญโตปิ อญฺญสฺส อุปลทฺธิ สิยาติ อธิปฺปาโย. ฐิตตฺตาติ นิพฺพิการาภาเวน ฐิตตฺตา. น จลนฺตีติ วิการํ นาปชฺชนฺติ. วิการาภาวโต หิ เตสํ สตฺตนฺนํ กายานํ เอสิกฏฺฐายิฏฺฐิตตา. อนิญฺชนญฺจ อตฺตโน ปกติยา อวฏฺฐานเมว. เตนาห ‘‘น วิปริณมนฺตี’’ติ. อวิปริณามธมฺมตฺตา เอว หิ เต อญฺญมญฺญํ น พฺยาพาเธนฺติ. สติ หิ วิการํ อาปาเทตพฺพตาย พฺยาพาธกตาปิ สิยา, ตถา อนุคฺคเหตพฺพตาย อนุคฺคาหกตาติ ตทภาวํ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ นาลนฺติอาทิ วุตฺตํ. ปถวี เอว กาเยกเทสตฺตา ปถวิกาโย. ชีวสตฺตมานํ กายานํ นิจฺจตาย นิพฺพิการภาวโต น หนฺตพฺพตา, น ฆาเตตพฺพตา จาติ เนว โกจิ หนฺตา วา ฆาเตตา วา, เตเนวาห ‘‘สตฺตนฺนํ เตฺวว กายาน’’นฺติอาทิ. ยทิ โกจิ หนฺตา นตฺถิ, กถํ สตฺถปฺปหาโรติ อาห ‘‘ยถา มุคฺคราสิ อาทีสู’’ติอาทิ. เกวลํ สญฺญามตฺตเมว โหติ. หนนฆาตนาทิ ปน ปรมตฺถโต นตฺเถว กายานํ อวิโกปนียภาวโตติ อธิปฺปาโย.
นิคณฺฐนาฏปุตฺตวาทวณฺณนา
๑๗๗. จตฺตาโร ยามา ภาคา จตุยามา, จตุยามา เอว จาตุยามา, ภาคตฺโถ หิ อิธ ยาม-สทฺโท ยถา ‘‘รตฺติยา ปฐโม ยาโม’’ติ. โส ปเนตฺถ ภาโค สํวรลกฺขโณติ อาห ‘‘จาตุยามสํวุโตติ จตุโกฏฺฐาเสน สํวเรน สํวุโต’’ติ. ปฏิกฺขิตฺตสพฺพสีโตทโกติ ปฏิกฺขิตฺตสพฺพสีโตทกปริโภโค. สพฺเพน ปาปวารเณน ยุตฺโตติ สพฺพปฺปกาเรน สํวรลกฺขเณน สมนฺนาคโต. ธุตปาโปติ สพฺเพน นิชฺชรลกฺขเณน ปาปวารเณน วิธุตปาโป. ผุฏฺโฐติ อฏฺฐนฺนมฺปิ กมฺมานํ เขปเนน โมกฺขปฺปตฺติยา กมฺมกฺขยลกฺขเณน สพฺเพน ปาปวารเณน ผุฏฺโฐ ตํ ปตฺวา ฐิโต. โกฏิปฺปตฺตจิตฺโตติ โมกฺขาธิคเมเนว อุตฺตมมริยาทปฺปตฺตจิตฺโต. ยตตฺโตติ กายาทีสุ อินฺทฺริเยสุ สํยเมตพฺพสฺส อภาวโต สํยตจิตฺโต. สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺโตติ นิสฺเสสโต สุฏฺฐุ ปติฏฺฐิตจิตฺโต. สาสนานุโลมํ นาม ปาปวารเณน ยุตฺตตา. เตนาห ‘‘ธุตปาโป’’ติอาทิ. อสุทฺธลทฺธิตายาติ ‘‘อตฺถิ ชีโว, โส จ สิยา นิจฺโจ, สิยา อนิจฺโจ’’ติ เอวมาทิอสุทฺธลทฺธิตาย. สพฺพาติ กมฺมปกติวิภาคาทิวิสยา สพฺพา นิชฺฌานกฺขนฺติโย. ทิฏฺฐิเย วาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิโย เอว ชาตา.
สญฺจยเพลฏฺฐปุตฺตวาทวณฺณนา
๑๗๙-๑๘๑. อมราวิกฺเขเป วุตฺตนโย เอวาติ พฺรหฺมชาเล อมราวิกฺเขปวาทสํวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๑-๖๓) วุตฺตนโย เอว วิกฺเขปพฺยากรณภาวโต, ตเถว เจตฺถ วิกฺเขปวาทสฺส อาคตตฺตา.
ปฐมสนฺทิฏฺฐิกสามญฺญผลวณฺณนา
๑๘๓. ยถา เต รุจฺเจยฺยาติ อิทานิ มยา ปุจฺฉิยมาโน อตฺโถ ยถา ตว จิตฺเต โรเจยฺย. ฆรทาสิยา กุจฺฉิสฺมึ ชาโต อนฺโตชาโต. ธเนน กีโต ธนกฺกีโต. พนฺธคฺคาหคหิโต กรมรานีโต. สามนฺติ สยเมว. ทาสพฺยนฺติ ทาสภาวํ. โกจิ ทาโสปิ สมาโน อลโส กมฺมํ อกโรนฺโต ‘‘กมฺมกาโร’’ติ น วุจฺจตีติ อาห ‘‘อนลโส กมฺมกรณสีโลเยวา’’ติ. ปฐมเมวาติ อาสนฺนตรฏฺฐานูปสงฺกมนโต ปเคว ปุเรตรเมว. ปจฺฉาติ สามิกสฺส นิปชฺชาย ปจฺฉา. สยนโต อวุฏฺฐิเตติ รตฺติยา วิภายนเวลาย เสยฺยโต อวุฏฺฐิเต. ปจฺจูสกาลโต ปฏฺฐายาติ อตีตาย รตฺติยา ปจฺจูสกาลโต ปฏฺฐาย. ยาว สามิโน รตฺตึ นิทฺโทกฺกมนนฺติ อปราย ปโทสเวลายํ ยาว นิทฺโทกฺกมนํ. กึ การนฺติ กึ กรณียํ, กึการภาวโต ปุจฺฉิตฺวา กาตพฺพเวยฺยาวจฺจนฺติ อตฺโถ.
เทโว วิยาติ อาธิปจฺจปริวาราทิสมฺปตฺติสมนฺนาคโต ปธานเทโว วิย. โส วตสฺสาหนฺติ โส วต อสฺสํ อหํ. โส ราชา วิย อหมฺปิ ภเวยฺยํ, กถํ ปุญฺญานิ กเรยฺยํ, ยทิ ปุญฺญานิ อุฬารานิ กเรยฺยนฺติ โยชนา. ‘‘โส วตสฺส’สฺส’’นฺติ ปาเฐ โส ราชา อสฺส อหํ อสฺสํ วต, ยทิ ปุญฺญานิ กเรยฺยนฺติ โยชนา. เตนาห ‘‘อยเมวตฺโถ’’ติ. อสฺสนฺติ อุตฺตมปุริสปฺปโยเค อหํ-สทฺโท อปฺปยุตฺโตปิ ปยุตฺโต เอว โหติ. ยาวชีวํ น สกฺขิสฺสามิ ทาตุนฺติ ยาวชีวํ ทานตฺถาย อุสฺสาหํ กโรนฺโตปิ ยํ ราชา เอกํ ทิวสํ เทติ, ตโต สตภาคมฺปิ ทาตุํ น สกฺขิสฺสามิ. ตสฺมา ปพฺพชิสฺสามีติ ปพฺพชฺชายํ อุสฺสาหํ กตฺวาติ โยชนา.
กาเยน สํวุโตติ กาเยน สํวริตพฺพํ กายทฺวาเรน ปวตฺตนกํ ปาปธมฺมํ สํวริตฺวา วิหเรยฺยาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘กาเยน ปิหิโต หุตฺวา’’ติอาทิ. ฆาสจฺฉาทเนน ปรมตายาติ ฆาสจฺฉาทนปริเยสเน สลฺเลขวเสน ปรมตาย, อุกฺกฏฺฐภาเว สณฺฐิโต ฆาสจฺฉาทนเมว วา ปรมํ ปรา โกฏิ เอตสฺส, น ตโต ปรํ กิญฺจิ อามิสชาตํ ปริเยสติ ปจฺจาสิสติ จาติ ฆาสจฺฉาทนปรโม, ตพฺภาโว ฆาสจฺฉาทนปรมตา, ตสฺสา ฆาสจฺฉาทนปรมตาย. วิเวกฏฺฐกายานนฺติ คณสงฺคณิกโต ปวิวิตฺเต ฐิตกายานํ. เนกฺขมฺมาภิรตานนฺติ ฌานาภิรตานํ. ตาย เอว ฌานาภิรติยา ปรมํ อุตฺตมํ โวทานํ วิสุทฺธึ ปตฺตตาย ปรมโวทานปฺปตฺตานํ. กิเลสูปธิอภิสงฺขารูปธีนํ อจฺจนฺตวิคเมน นิรุปธีนํ. วิสงฺขารคตานนฺติ อธิคตนิพฺพานานํ. เอตฺถ จ ปฐโม วิเวโก อิตเรหิ ทฺวีหิ วิเวเกหิ สหาปิ ปตฺตพฺโพ วินาปิ, ตถา ทุติโย. ตติโย ปน อิตเรหิ ทฺวีหิ สเหว ปตฺตพฺโพ, น วินาติ ทฏฺฐพฺพํ. คเณ ชนสมาคเม สนฺนิปตนํ คณสงฺคณิกา, ตํ ปหาย เอโก วิหรติ จรติ ปุคฺคลวเสน อสหายตฺตา. จิตฺเต กิเลสานํ สนฺนิปตนํ จิตฺตกิเลสสงฺคณิกา, ตํ ปหาย เอโก วิหรติ กิเลสวเสน อสหายตฺตา. มคฺคสฺส เอกจิตฺตกฺขณิกตฺตา, โคตฺรภุอาทีนญฺจ อารมฺมณมตฺตตฺตา น เตสํ วเสน สาติสยา นิพฺพุติสุขสมฺผุสนา, ผลสมาปตฺตินิโรธสมาปตฺติวเสน สาติสยาติ อาห ‘‘ผลสมาปตฺตึ วา นิโรธสมาปตฺตึ วา ปวิสิตฺวา’’ติ. ผลปริโยสาโน หิ นิโรโธติ.
๑๘๔. อภิหริตฺวาติ อภิมุขีภาเวน เนตฺวา. ‘‘อหํ จีวราทีหิ ปโยชนํ สาเธสฺสามี’’ติ วจนเสโส. สปฺปายนฺติ สพฺพเคลญฺญปหรณวเสน อุปการาวหํ. ภาวินา อนตฺถโต ปริปาลนวเสน โคปนา รกฺขาคุตฺติ. ปจฺจุปฺปนฺนสฺส นิเสธวเสน อาวรณคุตฺติ.
ทุติยสนฺทิฏฺฐิกสามญฺญผลวณฺณนา
๑๘๖. กสตีติ กสึ กโรติ. คหปติโกติ เอตฺถ ก-สทฺโท อปฺปตฺโถติ อาห ‘‘เอกเคหมตฺเต เชฏฺฐโก’’ติ, เตน อเนกกุลเชฏฺฐกภาวํ ปฏิกฺขิปติ. กรํ กโรตีติ กรํ สมฺปาเทติ. วฑฺเฒตีติ อุปรูปริ สมฺปาทเนน วฑฺเฒติ. เอวํ อปฺปมฺปิ ปหาย ปพฺพชิตุํ ทุกฺกรนฺติ อยมตฺโถ ลฏุกิโกปมสุตฺเตน (ม. นิ. ๒.๑๕๑, ๑๕๒) ทีเปตพฺโพ. เตนาห ‘‘เสยฺยถาปิ, อุทายิ, ปุริโส ทลิทฺโท อสฺสโก อนาฬฺหิโย, ตสฺสสฺส เอกํ อคารกํ โอลุคฺควิลุคฺคํ กากาติทายึ นปรมรูป’’นฺติ วิตฺถาโร. ยทิ อปฺปมฺปิ โภคํ ปหาย ปพฺพชิตุํ ทุกฺกรํ, กสฺมา ทาสวาเร โภคคฺคหณํ น กตนฺติ อาห ‘‘ทาสวาเร ปนา’’ติอาทิ. ยถา จ ทาสสฺส โภคาปิ อโภคา ปรายตฺตภาวโต, เอวํ ญาตโย ปีติ ทาสวาเร ญาติปริวฏฺฏคฺคหณมฺปิ น กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปณีตตรสามญฺญผลวณฺณนา
๑๘๙. เอวรูปาหีติ ยถาวุตฺตทาสกสฺสกูปมาสทิสาหิ อุปมาหิ สามญฺญผลํ ทีเปตุํ ปโหติ ภควา สกลมฺปิ รตฺตินฺทิวํ ตโต ภิยฺโยปิ อนนฺตปฏิภานตาย วิจิตฺตนยเทสนภาวโต. ตถาปีติ สติปิ เทสนาย อุตฺตรุตฺตราธิกนานานยวิจิตฺตภาเว.
เอกตฺถเมตํ ปทํ สาธุสทฺทสฺเสว ก-กาเรน วฑฺฒิตฺวา วุตฺตตฺตา, เตเนว สาธุก-สทฺทสฺส อตฺถํ วทนฺเตน อตฺถุทฺธารวเสน สาธุ-สทฺโท อุทาหโฏ. อายาจเนติ อภิมุขยาจเน, อภิปตฺถนายนฺติ อตฺโถ. สมฺปฏิจฺฉเนติ ปฏิคฺคณฺหเน. สมฺปหํสเนติ สํวิชฺชมานคุณวเสน หํสเน โตสเน, อุทคฺคตากรเณติ อตฺโถ. ธมฺมรุจีติ ปุญฺญกาโม. ปญฺญาณวาติ ปญฺญวา. อทฺทุพฺโภติ อทูสโก, อนุปฆาตโกติ อตฺโถ. อิธาปีติ อิมสฺมึ สามญฺญผเลปิ. อยํ สาธุ-สทฺโท. ทฬฺหีกมฺเมติ สกฺกจฺจ กิริยายํ. อาณตฺติยนฺติ อาณาปเน. ‘‘สุโณหิ สาธุกํ มนสิ กโรหี’’ติ หิ วุตฺเต สาธุก-สทฺเทน สวนมนสิการานํ สกฺกจฺจกิริยา วิย ตทาณาปนมฺปิ โชติตํ โหติ, อายาจนตฺถตา วิย จสฺส อาณาปนตฺถตา เวทิตพฺพา. สุนฺทเรปีติ สุนฺทรตฺเถปิ. อิทานิ ยถาวุตฺเตน สาธุก-สทฺทสฺส อตฺถตฺตเยน ปกาสิตํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทฬฺหีกมฺมตฺเถน หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
มนสิ กโรหีติ เอตฺถ มนสิกาโร น อารมฺมณปฏิปาทนลกฺขโณ, อถ โข วีถิปฏิปาทนชวนปฏิปาทนมนสิการปุพฺพกํ จิตฺเต ฐปนลกฺขโณติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อาวชฺชา’’ติอาทิมาห. โสตินฺทฺริยวิกฺเขปวารณํ สวเน นิโยชนวเสน กิริยนฺตรปฏิเสธนภาวโต, โสตํ โอทหาติ อตฺโถ. มนินฺทฺริยวิกฺเขปวารณํ อญฺญจินฺตาปฏิเสธนโต. พฺยญฺชนวิปลฺลาสคฺคาหวารณํ ‘‘สาธุก’’นฺติ วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา. ปจฺฉิมสฺส อตฺถวิปลฺลาสคฺคาหวารเณปิ เอเสว นโย. ธารณูปปริกฺขาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน ตุลนตีรณาทิเก, ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิเธ จ สงฺคณฺหาติ. สพฺยญฺชโนติ เอตฺถ ยถาธิปฺเปตมตฺถํ พฺยญฺชยตีติ พฺยญฺชนํ, สภาวนิรุตฺติ. สห พฺยญฺชเนนาติ สพฺยญฺชโน, พฺยญฺชนสมฺปนฺโนติ อตฺโถ. สาตฺโถติ อรณียโต อุปคนฺตพฺพโต อนุธาตพฺพโต อตฺโถ, จตุปาริสุทฺธิสีลาทิโก. เตน สห อตฺเถนาติ สาตฺโถ, อตฺถสมฺปนฺโนติ อตฺโถ. ธมฺมคมฺภีโรติอาทีสุ ธมฺโม นาม ตนฺติ. เทสนา นาม ตสฺสา มนสา ววตฺถาปิตาย ตนฺติยา เทสนา. อตฺโถ นาม ตนฺติยา อตฺโถ. ปฏิเวโธ นาม ตนฺติยา, ตนฺติอตฺถสฺส จ ยถาภูตาวโพโธ. ยสฺมา เจเต ธมฺมเทสนา อตฺถปฺปฏิเวธา สสาทีหิ วิย มหาสมุทฺโท มนฺทพุทฺธีหิ ทุกฺโขคาหา, อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐา จ, ตสฺมา คมฺภีรา. เตน วุตฺตํ ‘‘ยสฺมา อยํ ธมฺโม…เป… สาธุกํ มนสิ กโรหี’’ติ. เอตฺถ จ ปฏิเวธสฺส ทุกฺกรภาวโต ธมฺมตฺถานํ, เทสนาญาณสฺส ทุกฺกรภาวโต เทสนาย ทุกฺโขคาหตา, ปฏิเวธสฺส ปน อุปฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย, ญาณุปฺปตฺติยา จ ทุกฺกรภาวโต ทุกฺโขคาหตา เวทิตพฺพา. เทสนํ นาม อุทฺทิสนํ, ตสฺส นิทฺทิสนํ ภาสนนฺติ อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘วิตฺถารโต ภาสิสฺสามี’’ติ. ปริพฺยตฺตํ กถนญฺหิ ภาสนํ, เตนาห ‘‘เทเสสฺสามีติ…เป… วิตฺถารทีปน’’นฺติ.
ยถาวุตฺตมตฺถํ สุตฺตปเทน สมตฺเถตุํ ‘‘เตนาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สาฬิกายิว นิคฺโฆโสติ สาฬิกาย อาลาโป วิย มธุโร กณฺณสุโข เปมนีโย. ปฏิภานนฺติ สทฺโท. อุทีรยีติ อุจฺจารียติ, วุจฺจติ วา.
เอวํ วุตฺเต อุสฺสาหชาโตติ เอวํ ‘‘สุโณหิ สาธุกํ มนสิ กโรหิ ภาสิสฺสามี’’ติ วุตฺเต ‘‘น กิร ภควา สงฺเขเปเนว เทเสสฺสติ, วิตฺถาเรนปิ ภาสิสฺสตี’’ติ สญฺชาตุสฺสาโห หฏฺฐตุฏฺโฐ หุตฺวา.
๑๙๐. ‘‘อิธา’’ติ อิมินา วุจฺจมานํ อธิกรณํ ตถาคตสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานภูตํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘เทสาปเทเส นิปาโต’’ติ. ‘‘สฺวาย’’นฺติ สามญฺญโต อิธสทฺทมตฺตํ คณฺหาติ, น ยถาวิเสสิตพฺพํ อิธ-สทฺทํ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘กตฺถจิ ปทปูรณมตฺตเมวา’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๙๐). โลกํ อุปาทาย วุจฺจติ โลก-สทฺเทน สมานาธิกรณภาเวน วุตฺตตฺตา. เสสปททฺวเย ปน ปทนฺตรสนฺนิธานมตฺเตน ตํ ตํ อุปาทาย วุตฺตตา ทฏฺฐพฺพา. อิธ ตถาคโต โลเกติ หิ ชาติเขตฺตํ, ตตฺถาปิ อยํ จกฺกวาโฬ ‘‘โลโก’’ติ อธิปฺเปโต. สมโณติ โสตาปนฺโน. ทุติโย สมโณติ สกทาคามี. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘กตโม จ ภิกฺขเว สมโณ? อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๔.๒๔๑). ‘‘กตโม จ ภิกฺขเว ทุติโย สมโณ? อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา’’ติอาทิ (อ. นิ. ๔.๒๔๑). โอกาสนฺติ กญฺจิ ปเทสํ. อิเธว ติฏฺฐมานสฺสาติ อิมิสฺสา เอว อินฺทสาลคุหายํ ติฏฺฐมานสฺส.
ปทปูรณมตฺตเมว โอกาสาปทิสนสฺสาปิ อสมฺภวโต อตฺถนฺตรสฺส อโพธนโต. อรหนฺติ อาทโย สทฺทา วิตฺถาริตาติ โยชนา. อตฺถโต วิตฺถารณํ สทฺทมุเขเนว โหตีติ สทฺทคฺคหณํ. ยสฺมา. ‘‘อปเรหิปิ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต’’ติอาทินา อุทานฏฺฐกถาทีสุ, (อุทา. อฏฺฐ. ๑๘; อิติวุ. อฏฺฐ. ๓๘) อรหนฺติ อาทโย วิสุทฺธิมคฺคฏีกายํ อปเรหิ ปกาเรหิ วิตฺถาริตา, ตสฺมาเตสุ วุตฺตานเยนปิ โส (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๒๙, ๑๓๐) อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตถาคตสฺส สตฺตนิกายนฺโตคธตาย ‘‘อิธ ปน สตฺตโลโก อธิปฺเปโต’’ติ วตฺวา ตตฺถายํ ยสฺมึ สตฺตนิกาเย ยสฺมิญฺจ โอกาเส อุปฺปชฺชติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺตโลเก อุปฺปชฺชมาโนปิ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ตถาคโต น เทวโลเก อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาคมิสฺสติ. สารปฺปตฺตาติ กุลโภคิสฺสริยาทิวเสน สารภูตา. พฺราหฺมณคหปติกาติ พฺรหฺมายุโปกฺขรสาติอาทิพฺราหฺมณา เจว อนาถปิณฺฑิกาทิคหปติกา จ.
‘‘สุชาตายา’’ติอาทินา วุตฺเตสุ จตูสุ วิกปฺเปสุ ปฐโม วิกปฺโป พุทฺธภาวาย อาสนฺนตรปฏิปตฺติทสฺสนวเสน วุตฺโต. อาสนฺนตราย หิ ปฏิปตฺติยา ฐิโต ‘‘อุปฺปชฺชตีติ’’ วุจฺจติ อุปฺปาทสฺส เอกนฺติกตฺตา, ปเคว ปฏิปตฺติยา มตฺถเก ฐิโต. ทุติโย พุทฺธภาวาวหปพฺพชฺชโต ปฏฺฐาย อาสนฺนปฏิปตฺติทสฺสนวเสน, ตติโย พุทฺธกรธมฺม ปาริปูริโต ปฏฺฐาย พุทฺธภาวาย ปฏิปตฺติทสฺสนวเสน. น หิ มหาสตฺตานํ อุปฺปติภวูปปตฺติโต ปฏฺฐาย โพธิสมฺภารสมฺภรณํ นาม อตฺถิ. จตุตฺโถ พุทฺธกรธมฺมสมารมฺภโต ปฏฺฐาย. โพธิยา นิยตภาวปฺปตฺติโต ปภุติ หิ วิญฺญูหิ ‘‘พุทฺโธ อุปฺปชฺชตี’’ติ วตฺตุํ สกฺกา อุปฺปาทสฺส เอกนฺติกตฺตา. ยถา ปน สนฺทนฺติ นทิโยติ สนฺทนกิริยาย อวิจฺเฉทมุปาทาย วตฺตมานปฺปโยโค, เอวํ อุปฺปาทตฺถาย ปฏิปชฺชนกิริยาย อวิจฺเฉทมุปาทาย จตูสุ วิกปฺเปสุ ‘‘อุปฺปชฺชติ นามา’’ติ วุตฺตํ. สพฺพปฐมํ อุปฺปนฺนภาวนฺติ จตูสุ วิกปฺเปสุ สพฺพปฐมํ วุตฺตํ ตถาคตสฺส อุปฺปนฺนตาสงฺขาตํ อตฺถิภาวํ. เตนาห ‘‘อุปฺปนฺโน โหตีติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ’’ติ.
โส ภควาติ โย ‘‘ตถาคโต อรห’’นฺติอาทินา กิตฺติตคุโณ, โส ภควา. ‘‘อิมํ โลก’’นฺติ นยิทํ มหาชนสฺส สมฺมุขมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, อถ โข อนวเสสํ ปริยาทายาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สเทวก’’นฺติอาทิ วุตฺตํ, เตนาห ‘‘อิทานิ วตฺตพฺพํ นิทสฺเสตี’’ติ. ปชาตตฺตาติ ยถาสกํ กมฺมกิเลเสหิ นิพฺพตฺตตฺตา. ปญฺจกามาวจรเทวคฺคหณํ ปาริเสสญาเยน อิตเรสํ ปทนฺตเรหิ สงฺคหิตตฺตา. สเทวกนฺติ จ อวยเวน วิคฺคโห สมุทาโย สมาสตฺโถ. ฉฏฺฐกามาวจรเทวคฺคหณํ ปจฺจาสตฺติญาเยน. ตตฺถ หิ โส ชาโต, ตํนิวาสี จ. พฺรหฺมกายิกาทิพฺรหฺมคฺคหณนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปจฺจตฺถิก …เป… สมณพฺราหฺมณคฺคหณนฺติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ อปจฺจตฺถิกานํ, อสมิตาพาหิตปาปานญฺจ สมณพฺราหฺมณานํ สสฺสมณพฺราหฺมณีวจเนน คหิตตฺตา. กามํ ‘‘สเทวก’’นฺติอาทิ วิเสสนานํ วเสน สตฺตวิสโย โลกสทฺโทติ วิญฺญายติ ตุลฺยโยควิสยตฺตา เตสํ, ‘‘สโลมโก สปกฺขโก’’ติอาทีสุ ปน อตุลฺยโยเคปิ อยํ สมาโส ลพฺภตีติ พฺยภิจารทสฺสนโต ปชาคหณนฺติ อาห ‘‘ปชาวจเนน สตฺตโลกคฺคหณ’’นฺติ.
อรูปิโน สตฺตา อตฺตโน อาเนญฺชวิหาเรน วิหรนฺตา ทิพฺพนฺตีติ เทวาติ อิมํ นิพฺพจนํ ลภนฺตีติ อาห ‘‘สเทวกคฺคหเณน อรูปาวจรโลโก คหิโต’’ติ. เตนาห ‘‘อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ สหพฺยต’’นฺติ (อ. นิ. ๓.๑๑๗). สมารกคฺคหเณน ฉกามาวจรเทวโลโก คหิโต ตสฺส สวิเสสํ มารสฺส วเส วตฺตนโต. รูปี พฺรหฺมโลโก คหิโต อรูปีพฺรหฺมโลกสฺส วิสุํ คหิตตฺตา. จตุปริสวเสนาติ ขตฺติยาทิจตุปริสวเสน, อิตรา ปน จตสฺโส ปริสา สมารกาทิคฺคหเณน คหิตา เอวาติ. อวเสสสพฺพสตฺตโลโก นาคครุฬาทิเภโท.
เอตฺตาวตา จ ภาคโส โลกํ คเหตฺวา โยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตน เตน วิเสเสน อภาคโส โลกํ คเหตฺวา โยชนํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิ เจตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโตติ อุกฺกํสคติวิชานเนน. ปญฺจสุ หิ คตีสุ เทวคติปริยาปนฺนาว เสฏฺฐา, ตตฺถาปิ อรูปิโน ทูรสมุสฺสาริตกิเลสทุกฺขตาย, สนฺตปณีตอาเนญฺชวิหารสมงฺคิตาย, อติทีฆายุกตายาติ เอวมาทีหิ วิเสเสหิ อติวิย อุกฺกฏฺฐา. ‘‘พฺรหฺมา มหานุภาโว’’ติอาทิ ทสสหสฺสิยํ มหาพฺรหฺมุโน วเสน วทติ. ‘‘อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต’’ติ หิ วุตฺตํ. อนุตฺตรนฺติ เสฏฺฐํ นว โลกุตฺตรํ. ภาวานุกฺกโมติ ภาววเสน ปเรสํ อชฺฌาสยวเสน ‘‘สเทวก’’นฺติอาทีนํ ปทานํ อนุกฺกโม.
ตีหากาเรหีติ เทวมารพฺรหฺมสหิตตาสงฺขาเตหิ ตีหิ ปกาเรหิ. ตีสุ ปเทสูติ ‘‘สเทวก’’นฺติอาทีสุ ตีสุ ปเทสุ. เตน เตนากาเรนาติ สเทวกตฺตาทินา เตน เตน ปกาเรน. เตธาตุกเมว ปริยาทินฺนนฺติ โปราณา ปนาหูติ โยชนา.
อภิญฺญาติ ย-การโลเปนายํ นิทฺเทโส, อภิชานิตฺวาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อภิญฺญาย อธิเกน ญาเณน ญตฺวา’’ติ. อนุมานาทิปฏิกฺเขโปติ อนุมานอุปมานอตฺถาปตฺติอาทิปฏิกฺเขโป เอกปฺปมาณตฺตา. สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณจารตาย หิ สพฺพปจฺจกฺขา พุทฺธา ภควนฺโต.
อนุตฺตรํ วิเวกสุขนฺติ ผลสมาปตฺติสุขํ, เตน ฐิติมิสฺสาปิ [วีถิมิสฺสาปิ (สารตฺถ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนายํ) ธิติมิสฺสาปิ (ก)] กทาจิ ภควโต ธมฺมเทสนา โหตีติ หิตฺวาปีติ ปิ-สทฺทคฺคหณํ. ภควา หิ ธมฺมํ เทเสนฺโต ยสฺมึ ขเณ ปริสา สาธุการํ วา เทติ, ยถาสุตํ วา ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขติ, ตํ ขณํ ปุพฺพภาเคน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, ยถาปริจฺเฉทญฺจ สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ฐิตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ธมฺมํ เทเสติ. อุคฺฆฏิตญฺญุสฺส วเสน อปฺปํ วา วิปญฺจิตญฺญุสฺส, เนยฺยสฺส วา วเสน พหุํ วา เทเสนฺโต. ธมฺมสฺส กลฺยาณตา นิยฺยานิกตาย, นิยฺยานิกตา จ สพฺพโส อนวชฺชภาเวเนวาติ อาห ‘‘อนวชฺชเมว กตฺวา’’ติ. เทสกายตฺเตน อาณาทิวิธินา อภิสชฺชนํ ปโพธนํ เทสนาติ สา ปริยตฺติธมฺมวเสน เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘เทสนาย ตาว จตุปฺปทิกายปิ คาถายา’’ติอาทิ. นิทานนิคมนานิปิ สตฺถุโน เทสนาย อนุวิธานโต ตทนฺโตคธานิ เอวาติ อาห ‘‘นิทานมาทิ, อิทํ เอโวจาติ ปริโยสาน’’นฺติ.
สาสิตพฺพปุคฺคลคเตน ยถาปราธาทิสาสิตพฺพภาเวน อนุสาสนํ ตทงฺควินยาทิวเสน วินยนํ สาสนนฺติ ตํ ปฏิปตฺติธมฺมวเสน เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สีลสมาธิวิปสฺสนา’’ติอาทิ. กุสลานํ ธมฺมานนฺติ อนวชฺชธมฺมานํ สีลสฺส, สมถวิปสฺสนานญฺจ สีลทิฏฺฐีนํ อาทิภาโว ตํ มูลกตฺตา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมานํ. อริยมคฺคสฺส อนฺตทฺวยวิคเมน มชฺฌิมปฏิปทาภาโว วิย, สมฺมาปฏิปตฺติยา อารพฺภนิปฺผตฺตีนํ เวมชฺฌตฺตาปิ มชฺฌภาโวติ วุตฺตํ. ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว…เป… มชฺฌํ นามา’’ติ. ผลํ ปริโยสานํ นาม สอุปาทิเสสตาวเสน, นิพฺพานํ ปริโยสานํ นาม อนุปาทิเสสตาวเสน. อิทานิ เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ สาสนสฺส ปริโยสานตํ อาคเมน ทสฺเสตุํ ‘‘เอตทตฺถมิท’’นฺติอาทิ อาห. อิธ เทสนาย อาทิมชฺฌปริโยสานํ อธิปฺเปตํ ‘‘สพฺยญฺชน’’นฺติอาทิ วจนโต. ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ กตาวธิสทฺทปฺปพนฺโธ คาถาวเสน, สุตฺตวเสน จ ววตฺถิโต ปริยตฺติธมฺโม, โย อิธ ‘‘เทสนา’’ติ วุตฺโต, ตสฺส ปน อตฺโถ วิเสสโต สีลาทิ เอวาติ อาห ‘‘ภควา หิ ธมฺมํ เทเสนฺโต…เป… ทสฺเสตี’’ติ. ตตฺถ สีลํ ทสฺเสตฺวาติ สีลคฺคหเณน สสมฺภารํ สีลํ คหิตํ, ตถา มคฺคคฺคหเณน สสมฺภาโร มคฺโคติ ตทุภยวเสน อนวเสสโต ปริยตฺติ อตฺถํ ปริยาทิยติ. เตนาติ สีลาทิทสฺสเนน. อตฺถวเสน หิ อิธ เทสนาย อาทิกลฺยาณาทิภาโว อธิปฺเปโต. กถิกสณฺฐิตีติ กถิกสฺส สณฺฐานํ กถนวเสน สมวฏฺฐานํ.
น โส สาตฺถํ เทเสติ นิยฺยานตฺถวิรหโต ตสฺสา เทสนาย. เอกพฺยญฺชนาทิยุตฺตา วาติ สิถิลาทิเภเทสุ พฺยญฺชเนสุ เอกปฺปกาเรเมว, ทฺวิปกาเรเมว วา พฺยญฺชเนน ยุตฺตา วา ทมิฬภาสา วิย. วิวฏกรณตาย โอฏฺเฐ อผุสาเปตฺวา อุจฺจาเรตพฺพโต สพฺพนิโรฏฺฐพฺยญฺชนา วา กิราตภาสา วิย. สพฺพสฺเสว [สพฺพตฺเถว (สารตฺถ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนายํ ๑)] วิสฺสชฺชนียยุตฺตตาย สพฺพวิสฺสฏฺฐพฺยญฺชนา วา สวรภาสา [ยวนภาสา (สารตฺถ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนายํ)] วิย. สพฺพสฺเสว [สพฺพตฺเถว (สารตฺถ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนายํ)] สานุสารตาย สพฺพนิคฺคหิตพฺยญฺชนา วา ปารสิกาทิมิลกฺขุภาสา วิย. สพฺพาเปสา พฺยญฺชเนกเทสวเสน ปวตฺติยา อปริปุณฺณพฺยญฺชนาติ กตฺวา ‘‘อพฺยญฺชนา’’ติ วุตฺตา.
ฐานกรณานิ สิถิลานิ กตฺวา อุจฺจาเรตพฺพํ อกฺขรํ ปญฺจสุ วคฺเคสุ ปฐมตติยนฺติ เอวมาทิ สิถิลํ. ตานิ อสิถิลานิ กตฺวา อุจฺจาเรตพฺพํ อกฺขรํ วคฺเคสุ ทุติยจตุตฺถนฺติ เอวมาทิ ธนิตํ. ทฺวิมตฺตกาลํ ทีฆํ. เอกมตฺตกาลํ รสฺสํ ตเทว ลหุกํ. ลหุกเมว สํโยคปรํ, ทีฆญฺจ ครุกํ. ฐานกรณานิ นิคฺคเหตฺวา อุจฺจาเรตพฺพํ นิคฺคหิตํ. ปเรน สมฺพนฺธํ กตฺวา อุจฺจาเรตพฺพํ สมฺพนฺธํ. ตถา นสมฺพนฺธํ ววตฺถิตํ. ฐานกรณานิ นิสฺสฏฺฐานิ กตฺวา อุจฺจาเรตพฺพํ วิมุตฺตํ. ทสธาติ เอวํ สิถิลาทิวเสน พฺยญฺชนพุทฺธิยา อกฺขรุปฺปาทกจิตฺตสฺส สพฺพากาเรน ปเภโท. สพฺพานิ หิ อกฺขรานิ จิตฺตสมุฏฺฐานานิ ยถาธิปฺเปตตฺถํ พฺยญฺชนโต พฺยญฺชนานิ จาติ.
อมกฺเขตฺวาติ อมิเลจฺเฉตฺวา, อวินาเสตฺวา, อหาเปตฺวาติ วา อตฺโถ. ภควา ยมตฺถํ ญาเปตุํ เอกํ คาถํ, เอกํ วากฺยํ วา เทเสติ, ตมตฺถํ ตาย เทสนาย ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนาย เอว เทเสตีติ อาห ‘‘ปริปุณฺณพฺยญฺชนเมว กตฺวา ธมฺมํ เทเสตี’’ติ. อิธ เกวลสทฺโท อนวเสสวาจโก, น อโวมิสฺสกาทิวาจโกติ อาห ‘‘สกลาธิวจน’’นฺติ. ปริปุณฺณนฺติ สพฺพโส ปุณฺณํ, ตํ ปน เกนจิ อูนํ, อธิกํ วา น โหตีติ ‘‘อนูนาธิกวจน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ยทตฺถํ เทสิโต, ตสฺส สาธกตฺตา อนูนตา เวทิตพฺพา, ตพฺพิธุรสฺส ปน อสาธกตฺตา อนธิกตา. สกลนฺติ สพฺพภาควนฺตํ. ปริปุณฺณนฺติ สพฺพโส ปริปุณฺณเมว, เตนาห ‘‘เอกเทสนาปิ อปริปุณฺณา นตฺถี’’ติ. อปริสุทฺธา เทสนา โหติ ตณฺหาย สํกิลิฏฺฐตฺตา. โลกามิสํ จีวราทโย ปจฺจยา ตตฺถ อคธิตจิตฺตตาย โลกามิสนิรเปกฺโข. หิตผรเณนาติ หิตูปสํหาเรน. เมตฺตาภาวนาย กรณภูตาย มุทุหทโย. อุลฺลุมฺปนสภาวสณฺฐิเตนาติ สกลสํกิเลสโต, วฏฺฏทุกฺขโต จ อุทฺธรณาการาวฏฺฐิเตน จิตฺเตน, การุณาธิปฺปาเยนาติ อตฺโถ.
‘‘อิโต ปฏฺฐาย ทสฺสาเมว, เอวญฺจ ทสฺสามี’’ติ สมาทาตพฺพฏฺเฐน วตํ. ปณฺฑิตปญฺญตฺตตาย เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมํ พฺรหฺมานํ วา จริยนฺติ พฺรหฺมจริยํ ทานํ. มจฺฉริยโลภาทินิคฺคณฺหเนน สุจิณฺณสฺส. อิทฺธีติ เทวิทฺธิ. ชุตีติ ปภา, อานุภาโว วา. พลวีริยูปปตฺตีติ เอวํ มหตา พเลน จ วีริเยน จ สมนฺนาคโม. ปุญฺญนฺติ ปุญฺญผลํ. เวยฺยาวจฺจํ พฺรหฺมจริยํ เสฏฺฐา จริยาติ กตฺวา. เอส นโย เสเสปิ.
ตสฺมาติ ยสฺมา สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สกลํ สาสนํ อิธ ‘‘พฺรหฺมจริย’’นฺติ อธิปฺเปตํ ตสฺมา. ‘‘พฺรหฺมจริย’’นฺติ อิมินา สมานาธิกรณานิ สพฺพปทานิ โยเชตฺวา อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส ธมฺมํ เทเสติ…เป… ปกาเสตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ อาห.
๑๙๑. วุตฺตปฺปการสมฺปทนฺติ ยถาวุตฺตํ อาทิกลฺยาณตาทิคุณสมฺปทํ, ทูรสมุสฺสาริตมานสฺเสว สาสเน สมฺมาปฏิปตฺติ สมฺภวติ, น มานชาติกสฺสาติ อาห ‘‘นิหตมานตฺตา’’ติ. อุสฺสนฺนตฺตาติ พหุลภาวโต. โภคาโรคฺยาทิวตฺถุกา มทา สุปฺปเหยฺยา โหนฺติ นิมิตฺตสฺส อนวตฺถานโต, น ตถา กุลวิชฺชามทา, ตสฺมา ขตฺติยพฺราหฺมณกุลานํ ปพฺพชิตานมฺปิ ชาติวิชฺชา นิสฺสาย มานชปฺปนํ ทุปฺปชหนฺติ อาห ‘‘เยภุยฺเยน หิ…เป… มานํ กโรนฺตี’’ติ. วิชาติตายาติ นิหีนชาติตาย. ปติฏฺฐาตุํ น สกฺโกนฺตีติ สุวิสุทฺธํ กตฺวา สีลํ รกฺขิตุํ น สกฺโกนฺติ. สีลวเสน หิ สาสเน ปติฏฺฐา, ปติฏฺฐาตุนฺติ วา สจฺจปฏิเวเธน โลกุตฺตราย ปติฏฺฐาย ปติฏฺฐาตุํ. สา หิ นิปฺปริยายโต สาสเน ปติฏฺฐา นาม, เยภุยฺเยน จ อุปนิสฺสยสมฺปนฺนา สุชาตา เอว โหนฺติ, น ทุชฺชาตา.
ปริสุทฺธนฺติ ราคาทีนํ อจฺจนฺตเมว ปหานทีปนโต นิรุปกฺกิเลสตาย สพฺพโส ปริสุทฺธํ. สทฺธํ ปฏิลภตีติ โปถุชฺชนิกสทฺธาวเสน สทฺทหติ. วิญฺญูชาติกานญฺหิ ธมฺมสมฺปตฺติคฺคหณปุพฺพิกา สทฺธา สิทฺธิ ธมฺมปฺปมาณธมฺมปฺปสนฺนภาวโต. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา, โย เอวํ สฺวากฺขาตธมฺโม’’ติ สทฺธํ ปฏิลภติ. ชายมฺปติกาติ ฆรณีปติกา. กามํ ‘‘ชายมฺปติกา’’ติ วุตฺเต ฆรสามิกฆรสามินีวเสน ทฺวินฺนํเยว คหณํ วิญฺญายติ. ยสฺส ปน ปุริสสฺส อเนกา ปชาปติโย, ตตฺถ กึ วตฺตพฺพํ, เอกายาปิ สํวาโส สมฺพาโธติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เทฺว’’ติ วุตฺตํ. ราคาทินา สกิญฺจนฏฺเฐน, เขตฺตวตฺถุ อาทินา สปลิโพธฏฺเฐน ราครชาทีนํ อาคมนปถตาปิ อุฏฺฐานฏฺฐานตา เอวาติ เทฺวปิ วณฺณนา เอกตฺถา, พฺยญฺชนเมว นานํ. อลคฺคนฏฺเฐนาติ อสฺสชฺชนฏฺเฐน อปฺปฏิพทฺธภาเวน. เอวํ อกุสลกุสลปฺปวตฺตีนํ ฐานภาเวน ฆราวาสปพฺพชฺชานํ สมฺพาธพฺโภกาสตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ กุสลปฺปวตฺติยา เอว อฏฺฐานฏฺฐานภาเวน เตสํ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
สงฺเขปกถาติ วิสุํ วิสุํ ปทุทฺธารํ อกตฺวา สมาสโต อตฺถวณฺณนา. เอกมฺปิ ทิวสนฺติ เอกทิวสมตฺตมฺปิ. อขณฺฑํ กตฺวาติ ทุกฺกฏมตฺตสฺสปิ อนาปชฺชเนน อขณฺฑิตํ กตฺวา. กิเลสมเลน อมลีนนฺติ ตณฺหาสํกิเลสาทินา อสํกิลิฏฺฐํ กตฺวา. ปริโยทาตฏฺเฐน นิมฺมลภาเวน สงฺขํ วิย ลิขิตํ โธตนฺติ สงฺขลิขิตนฺติ อาห ‘‘โธตสงฺขสปฺปฏิภาค’’นฺติ. ‘‘อชฺฌาวสตา’’ติ ปทปฺปโยเคน ‘‘อคาร’’นฺติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘อคารมชฺเฌ’’ติ. กสาเยน รตฺตานิ วตฺถานิ กาสายานีติ อาห ‘‘กสายรสปีตตายา’’ติ. ปริทหิตฺวาติ นิวาเสตฺวา เจว ปารุปิตฺวา จ. อคารวาโส อคารํ อุตฺตรปทโลเปน, ตสฺส วฑฺฒิอาวหํ อคารสฺส หิตํ.
๑๙๒. โภคกฺขนฺโธติ โภคสมุทาโย. อาพนฺธนฏฺเฐนาติ ‘‘ปุตฺโต นตฺตา’’ติอาทินา เปมวเสน สปริจฺเฉทํ พนฺธนฏฺเฐน. ‘‘อมฺหากเมเต’’ติ ญายนฺตีติ ญาตี. ปิตามหปิตุปุตฺตาทิวเสน ปริวตฺตนฏฺเฐน ปริวฏฺโฏ.
๑๙๓. ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ ปาติโมกฺขสํวเรน ปิหิตกายวจีทฺวาโร, ตถาภูโต จ ยสฺมา เตน สํวเรน อุเปโต นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปาติโมกฺขสํวเรน สมนฺนาคโต’’ติ. ‘‘อาจารโคจรสมฺปนฺโน’’ติอาทิ ตสฺเสว ปาติโมกฺขสํวรสมนฺนาคมสฺส ปจฺจยทสฺสนํ. อปฺปมตฺตเกสูติ อสญฺจิจฺจ อาปนฺนอนุขุทฺทเกสุ เจว สหสา อุปฺปนฺนอกุสลจิตฺตุปฺปาเทสุ จ. ภยทสฺสาวีติ ภยทสฺสนสีโล. สมฺมา อาทิยิตฺวาติ สกฺกจฺจํ ยาวชีวํ อวีติกฺกมวเสน อาทิยิตฺวา. ตํ ตํ สิกฺขาปทนฺติ ตํ ตํ สิกฺขาโกฏฺฐาสํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติ ปาเฐ. สงฺเขโปติ สงฺเขปวณฺณนา. วิตฺถาโร วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔) วุตฺโต, ตสฺมา โส ตตฺถ, ตํสํวณฺณนาย (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๔) จ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.
อาจารโคจรคฺคหเณเนวาติ ‘‘อาจารโคจรสมฺปนฺโน’’ติ วจเนเนว. เตนาห ‘‘กุสเล กายกมฺมวจีกมฺเม คหิเตปี’’ติ. อธิกวจนํ อญฺญมตฺถํ โพเธตีติ กตฺวา ตสฺส อาชีวปาริสุทฺธิสีลสฺส อุปฺปตฺติทฺวารทสฺสนตฺถํ…เป… กุสเลนาติ วุตฺตํ, สพฺพโส อเนสนปฺปหาเนน อนวชฺเชนาติ อตฺโถ. ยสฺมา ‘‘กตเม จ ถปติ กุสลา สีลา กุสลํ กายกมฺมํ กุสลํ วจีกมฺม’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๖๕) สีลสฺส กุสลกายวจีภาวํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อาชีวปริสุทฺธมฺปิ โข อหํ ถปติ สีลสฺมึ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๖๕) เอวํ ปวตฺตาย มุณฺฑิกสุตฺตเทสนาย ‘‘กายกมฺมวจีกมฺเมน สมนฺนาคโต กุสเลน, ปริสุทฺธาชีโว’’ติ อยํ เทสนา เอกสงฺคหา อญฺญทตฺถุ สํสนฺทติ สเมตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มุณฺฑิกสุตฺตวเสน วา เอวํ วุตฺต’’นฺติ. สีลสฺมึ วทามีติ ‘‘สีล’’นฺติ วทามิ, ‘‘สีลสฺมึ อนฺโตคธํ ปริยาปนฺน’’นฺติ วทามีติ วา อตฺโถ. ปริยาทานตฺถนฺติ ปริคฺคหตฺถํ.
ติวิเธน สีเลนาติ จูฬสีลํ มชฺฌิมสีลํ มหาสีลนฺติ เอวํ ติวิเธน สีเลน. มนจฺฉฏฺเฐสุ อินฺทฺริเยสุ, น กายปญฺจเมสุ. ยถาลาภยถาพลยถาสารุปฺปปฺปการวเสน ติวิเธน สนฺโตเสน.
จูฬมชฺฌิมมหาสีลวณฺณนา
๑๙๔-๒๑๑. ‘‘สีลสฺมิ’’นฺติ อิทํ นิทฺธารเณ ภุมฺมนฺติ อาห ‘‘เอกํ สีลํ โหตีติ อตฺโถ’’ติ. อยเมว อตฺโถติ ปจฺจตฺตวจนตฺโถ เอว. พฺรหฺมชาเลติ พฺรหฺมชาลวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗).
๒๑๒. อตฺตานุวาทปรานุวาททณฺฑภยาทีนิ อสํวรมูลกานิ. สีลสฺสาสํวรโตติ สีลสฺส อสํวรณโต, สีลสํวราภาวโตติ อตฺโถ. ภเวยฺยาติ อุปฺปชฺเชยฺย. ยถาวิธานวิหิเตนาติ ยถาวิธานสมฺปาทิเตน. อวิปฺปฏิสาราทินิมิตฺตํ อุปฺปนฺนเจตสิกสุขสมุฏฺฐาเนหิ ปณีตรูเปหิ ผุฏฺฐสรีรสฺส อุฬารํ กายิกํ สุขํ ภวตีติ อาห ‘‘อวิปฺปฏิสาร…เป… ปฏิสํเวเทตี’’ติ.
อินฺทฺริยสํวรกถาวณฺณนา
๒๑๓. วิเสโส กมฺมตฺถาเปกฺขตาย สามญฺญสฺส น เตหิ ปริจตฺโตติ อาห ‘‘จกฺขุ-สทฺโท กตฺถจิ พุทฺธจกฺขุมฺหิ วตฺตตี’’ติ. วิชฺชมานเมว หิ อภิเธยฺเย วิเสสตฺถํ วิเสสนฺตรนิวตฺตนวเสน วิเสสสทฺโท วิภาเวติ, น อวิชฺชมานํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อญฺเญหิ อสาธารณํ พุทฺธานํเยว จกฺขุทสฺสนนฺติ พุทฺธจกฺขุ, อาสยานุสยญาณํ, อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณญฺจ. สมนฺตโต สพฺพโส ทสฺสนฏฺเฐน สมนฺตจกฺขุ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. อริยมคฺคตฺตยปญฺญาติ เหฏฺฐิเม อริยมคฺคตฺตเย ปญฺญา. อิธาติ ‘‘จกฺขุนา รูป’’นฺติ อิมสฺมึ ปาเฐ. อยํ จกฺขุ-สทฺโท ปสาท…เป… วตฺตติ นิสฺสยโวหาเร นิสฺสิตสฺส วตฺตพฺพโต ยถา. ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติ. อสมฺมิสฺสนฺติ กิเลสทุกฺเขน อโวมิสฺสํ. เตนาห ‘‘ปริสุทฺธ’’นฺติ. สติ หิ สุวิสุทฺเธ อินฺทฺริยสํวเร, ปธานภูตปาปธมฺมวิคเมน อธิจิตฺตานุโยโค หตฺถคโต เอวํ โหตีติ อาห ‘‘อธิจิตฺตสุขํ ปฏิสํเวเทตี’’ติ.
สติสมฺปชญฺญกถาวณฺณนา
๒๑๔. สมนฺตโต, ปกฏฺฐํ วา สวิเสสํ ชานาตีติ สมฺปชาโน, สมฺปชานสฺส ภาโว สมฺปชญฺญํ, ตถาปวตฺตญาณํ. ตสฺส วิภชนํ สมฺปชญฺญภาชนียํ, ตสฺมึ สมฺปชญฺญภาชนียมฺหิ. อภิกฺกมนํ อภิกฺกนฺตนฺติ อาห ‘‘อภิกฺกนฺตํ วุจฺจติ คมน’’นฺติ. ตถา ปฏิกฺกมนํ ปฏิกฺกนฺตนฺติ อาห ‘‘ปฏิกฺกนฺตํ นิวตฺตน’’นฺติ. นิวตฺตนนฺติ จ นิวตฺติมตฺตํ. นิวตฺติตฺวา ปน คมนํ คมนเมว. อภิหรนฺโตติ คมนวเสน กายํ อุปเนนฺโต. ฐานนิสชฺชาสยเนสุ โย คมนวิธุโร กายสฺส ปุรโต อภิหาโร, โส อภิกฺกโม, ปจฺฉโต อปหรณํ ปฏิกฺกโมติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ฐาเนปี’’ติอาทิมาห. อาสนสฺสาติ ปีฐกาทิอาสนสฺส. ปุริมองฺคาภิมุโขติ อฏนิกาทิปุริมาวยวาภิมุโข. สํสรนฺโตติ สํสปฺปนฺโต. ปจฺจาสํสรนฺโตติ ปฏิอาสปฺปนฺโต. ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา นิปนฺนสฺเสว อภิมุขสํสปฺปนปฏิอาสปฺปนานิ นิทสฺเสติ.
สมฺมา ปชานนํ สมฺปชานํ, เตน อตฺตนา กาตพฺพกิจฺจสฺส กรณสีโล สมฺปชานการีติ อาห ‘‘สมฺปชญฺเญน สพฺพกิจฺจการี’’ติ. สมฺปชานสทฺทสฺส สมฺปชญฺญปริยายตา ปุพฺเพ วุตฺตา เอว. สมฺปชญฺญํ กโรเตวาติ อภิกฺกนฺตาทีสุ อสมฺโมหํ อุปฺปาเทติ เอว. สมฺปชญฺญสฺส วา กาโร เอตสฺส อตฺถีติ สมฺปชานการี. ธมฺมโต วฑฺฒิสงฺขาเตน สห อตฺเถน วตฺตตีติ สาตฺถกํ, อภิกฺกนฺตาทิ. สาตฺถกสฺส สมฺปชานนํ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ. สปฺปายสฺส อตฺตโน หิตสฺส สมฺปชานนํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ. อภิกฺกมาทีสุ ภิกฺขาจารโคจเร, อญฺญตฺถาปิ จ ปวตฺเตสุ อวิชหิเต กมฺมฏฺฐานสงฺขาเต โคจเร สมฺปชญฺญํ โคจรสมฺปชญฺญํ. อภิกฺกมาทีสุ อสมฺมุยฺหนเมว สมฺปชญฺญํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. ปริคฺคเหตฺวาติ ตูเลตฺวา ตีเรตฺวา ปฏิสงฺขายาติ, อตฺโถ. สงฺฆทสฺสเนเนว อุโปสถปวารณาทิอตฺถํ คมนํ สงฺคหิตํ. อสุภทสฺสนาทีติ อาทิ-สทฺเทน กสิณปริกมฺมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘เจติยํ วา โพธึ วา ทิสฺวาปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อรหตฺตํ ปาปุณาตีติ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโส เอโส. สมถวิปสฺสนุปฺปาทนมฺปิ หิ ภิกฺขุโน วฑฺฒิเยว. เกจีติ อภยคิริวาสิโน.
ตสฺมึ ปนาติ สาตฺถกสมฺปชญฺญวเสน ปริคฺคหิตอตฺเถ. ‘‘อตฺโถติ ธมฺมโต วฑฺฒี’’ติ ยํ สาตฺถกนฺติ อธิปฺเปตํ, ตํ สปฺปายํ เอวาติ สิยา กสฺสจิ อาสงฺกาติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘เจติยทสฺสนํ ตาวา’’ติอาทิ อารทฺธํ. จิตฺตกมฺมรูปกานิ วิยาติ จิตฺตกมฺมกตา ปฏิมาโย วิย, ยนฺตปโยเคน วา วิจิตฺตกมฺมา ปฏิมาโย วิย. อสมเปกฺขนํ เคหสฺสิต อญฺญาณุเปกฺขาวเสน อารมฺมณสฺส อโยนิโส คหณํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขา พาลสฺส มูฬฺหสฺส ปุถุชฺชนสฺสา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๓๐๘). หตฺถิอาทิสมฺมทฺเทน ชีวิตนฺตราโย. วิสภาครูปทสฺสนาทินา พฺรหฺมจริยนฺตราโย.
ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ภิกฺขูนํ อนุวตฺตนกถา อาจิณฺณา, อนนุวตฺตนกถา ปน ตสฺสา ทุติยา นาม โหตีติ อาห ‘‘เทฺว กถา นาม น กถิตปุพฺพา’’ติ. เอวนฺติ ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิกํ สพฺพมฺปิ วุตฺตาการํ ปจฺจามสติ, น ‘‘ปุริสสฺส มาตุคามาสุภ’’นฺติอาทิกํ วุจฺจมานํ.
โยคกมฺมสฺส ปวตฺติฏฺฐานตาย ภาวนาย อารมฺมณํ ‘‘กมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานสงฺขาตํ โคจร’’นฺติ. อุคฺคเหตฺวาติ ยถา อุคฺคหนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, เอวํ อุคฺคหโกสลฺลสฺส สมฺปาทนวเสน อุคฺคเหตฺวา.
หรตีติ กมฺมฏฺฐานํ ปวตฺเตติ, ยาว ปิณฺฑปาตปฏิกฺกมา อนุยุญฺชตีติ อตฺโถ. น ปจฺจาหรตีติ อาหารูปโยคโต ยาว ทิวาฐานุปสงฺกมนา กมฺมฏฺฐานํ น ปฏิเนติ. สรีรปริกมฺมนฺติ มุขโธวนาทิสรีรปฏิชคฺคนํ. เทฺว ตโย ปลฺลงฺเกติ เทฺว ตโย นิสชฺชาวาเร เทฺว ตีณิ อุณฺหาสนานิ. เตนาห ‘‘อุสุมํ คาหาเปนฺโต’’ติ. กมฺมฏฺฐานสีเสเนวาติ กมฺมฏฺฐานมุเขเนว กมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโต เอว, เตน ‘‘ปตฺโตปิ อเจตโน’’ติอาทินา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑๔) วกฺขมานํ กมฺมฏฺฐานํ, ยถาปริหริยมานํ วา อวิชหิตฺวาติ ทสฺเสติ. ตเถวาติ ติกฺขตฺตุเมว. ปริโภคเจติยโต สารีริกเจติยํ ครุตรนฺติ กตฺวา ‘‘เจติยํ วนฺทิตฺวา’’ติ ปุพฺพกาลกิริยาย วเสน วุตฺตํ. ตถา หิ อฏฺฐกถายํ ‘‘เจติยํ พาธยมานา โพธิสาขา หริตพฺพา’’ติ วุตฺตา. พุทฺธคุณานุสฺสรณวเสเนว โพธิยํ ปณิปาตกรณนฺติ อาห ‘‘พุทฺธสฺส ภควโต สมฺมุขา วิย นิปจฺจการํ ทสฺเสตฺวา’’ติ. คามสมีเปติ คามสฺส อุปจารฏฺฐาเน. ชนสงฺคหตฺถนฺติ ‘‘มยิ อกเถนฺเต เอเตสํ โก กเถสฺสตี’’ติ ธมฺมานุคฺคเหน ชนสงฺคหตฺถํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ‘‘ธมฺมกถา นาม กเถตพฺพา เอวา’’ติ อฏฺฐกถาจริยา วทนฺติ, ยสฺมา จ ธมฺมกถา กมฺมฏฺฐานวินิมุตฺตา นาม นตฺถิ, ตสฺมา. กมฺมฏฺฐานสีเสเนวาติ อตฺตนา ปริหริยมานํ กมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโต ตทนุคุณํเยว ธมฺมกถํ กเถตฺวา. อนุโมทนํ วตฺวาติ เอตฺถาปิ ‘‘กมฺมฏฺฐานสีเสเนวา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ.
สมฺปตฺตปริจฺเฉเทเนวาติ ‘‘ปริจิโต อปริจิโต’’ติอาทิ วิภาคํ อกตฺวา สมฺปตฺตโกฏิยา เอว, สมาคมมตฺเตเนวาติ อตฺโถ. ภเยติ ปรจกฺกาทิภเย.
‘‘กมฺมชเตโช’’ติ คหณึ สนฺธายาห. กมฺมฏฺฐานํ วีถึ นาโรหติ ขุทาปริสฺสเมน กิลนฺตกายตฺตา สมาธานาภาวโต. อวเสสฏฺฐาเนติ ยาคุยา อคฺคหิตฏฺฐาเน. โปงฺขานุโปงฺขนฺติ กมฺมฏฺฐานุปฏฺฐานสฺส อวิจฺเฉททสฺสนเมตํ, ยถา โปงฺขานุโปงฺขํ ปวตฺตาย สรปฏิปาติยา อนวิจฺเฉโท, เอวเมตสฺสปีติ.
นิกฺขิตฺตธุโร ภาวนานุโยเค. วตฺตปฏิปตฺติยา อปูรเณน สพฺพวตฺตานิ ภินฺทิตฺวา. ‘‘กาเมสุ อวีตราโค โหติ, กาเย อวีตราโค, รูเป อวีตราโค, ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโต วิหรติ, อญฺญตรํ เทวนิกายํ ปณิธาย พฺรหฺมจริยํ จรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๐; ม. นิ. ๑.๑๘๖) เอวํ วุตฺตปญฺจวิธเจโตขิลวินิพนฺธจิตฺโต. จริตฺวาติ ปวตฺติตฺวา.
คตปจฺจาคติกวตฺตวเสนาติ ภาวนาสหิตํเยว ภิกฺขาย คตปจฺจาคตํ คมนปจฺจาคมนํ เอตสฺส อตฺถีติ คตปจฺจาคติกํ, ตเทว วตฺตํ, ตสฺส วเสน. อตฺตกามาติ อตฺตโน หิตสุขํ อิจฺฉนฺตา, ธมฺมจฺฉนฺทวนฺโตติ อตฺโถ. ธมฺโม หิ หิตํ ตนฺนิมิตฺตกญฺจ สุขนฺติ. อถ วา วิญฺญูนํ นิพฺพิเสสตฺตา, อตฺตภาวปริยาปนฺนตฺตา จ อตฺตา นาม ธมฺโม, ตํ กาเมนฺติ อิจฺฉนฺตีติ อตฺตกามา.
อุสภํ นาม วีสติ ยฏฺฐิโย. ตาย สญฺญายาติ ตาย ปาสาณสญฺญาย, เอตฺตกํ ฐานํ อาคตาติ ชานนฺตาติ อธิปฺปาโย. โสเยว นโยติ ‘‘อยํ ภิกฺขู’’ติอาทิโก โย ฐาเน วุตฺโต, โส เอว นิสชฺชายปิ นโย. ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตานํ ฉินฺนภตฺตภาวภเยนปิ โยนิโสมนสิการํ ปริพฺรูเหติ. มทฺทนฺตาติ ธญฺญกรณฏฺฐาเน สาลิสีสานิ มทฺทนฺตา.
มหาปธานํ ปูเชสฺสามีติ อมฺหากํ อตฺถาย โลกนาเถน ฉวสฺสานิ กตํ ทุกฺกรจริยเมวาหํ ยถาสตฺติ ปูเชสฺสามีติ. ปฏิปตฺติปูชา หิ สตฺถุปูชา, น อามิสปูชาติ. ‘‘ฐานจงฺกมเมวา’’ติ อธิฏฺฐาตพฺพอิริยาปถวเสน วุตฺตํ, น โภชนาทิกาเลสุ อวสฺสํ กตฺตพฺพนิสชฺชาย ปฏิกฺเขปวเสน.
วีถึ โอตริตฺวา อิโต จิโต จ อโนโลเกตฺวา ปฐมเมว วีถิโย สลฺลกฺเขตพฺพาติ อาห ‘‘วีถิโย สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ. ยํ สนฺธาย วุจฺจติ ‘‘ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตนา’’ติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญํ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาคมิสฺสติ. อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตนฺติ ‘‘ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘; มหานิ. ๒๐๖) วุตฺเตหิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตํ กตฺวา. ‘‘เนว ทวายา’’ติอาทิ ปฏิกฺเขปทสฺสนํ.
ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกโรติ, ยทิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน โหตีติ สมฺพนฺโธ. เอวํ สพฺพตฺถ อิโต ปเรสุปิ. ตตฺถ ปจฺเจกโพธิยา อุปนิสฺสยสมฺปทา กปฺปานํ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ, สตสหสฺสญฺจ ตชฺชาปุญฺญญาณสมฺภรณํ. สาวกโพธิยา อคฺคสาวกานํ อสงฺเขฺยยฺยํ, กปฺปสตสหสฺสญฺจ, มหาสาวกานํ (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๑๒๘๘) สตสหสฺสเมว ตชฺชาปุญฺญญาณสมฺภรณํ. อิตเรสํ อตีตาสุ ชาตีสุ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสยวเสน นิพฺพตฺติตํ นิพฺเพธภาคิยํ กุสลํ. พาหิโย ทารุจีริโยติ พาหิยวิสเย สญฺชาตสํวฑฺฒตาย พาหิโย, ทารุจีรปริหรเณน ทารุจีริโยติ จ สมญฺญาโต. โส หิ อายสฺมา ‘‘ตสฺมาติห เต, พาหิย, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสติ, สุเต, มุเต, วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตํ ภวิสฺสตี’ติ, เอวญฺหิ เต พาหิย สิกฺขิตพฺพํ. ยโต โข เต พาหิย ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสติ, สุเต, มุเต, วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตํ ภวิสฺสติ, ตโต ตฺวํ, พาหิย, น เตน. ยโต ตฺวํ, พาหิย, น เตน, ตโต ตฺวํ, พาหิย, น ตตฺถ. ยโต ตฺวํ, พาหิย, น ตตฺถ, ตโต ตฺวํ, พาหิย, เนวิธ น หุรํ น อุภยมนฺตเรน. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสา’’ติ (อุทา. ๑๐) เอตฺตกาย เทสนาย อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เอวํ สาริปุตฺตตฺเถราทีนํ มหาปญฺญตาทิทีปนานิ สุตฺตปทานิ วิตฺถารโต เวทิตพฺพานิ.
ตนฺติ อสมฺมุยฺหนํ เอวนฺติ อิทานิ วุจฺจมานมากาเรเนว เวทิตพฺพํ. ‘‘อตฺตา อภิกฺกมตี’’ติ อิมินา อนฺธปุถุชฺชนสฺส ทิฏฺฐิคาหวเสน อภิกฺกเม สมฺมุยฺหนํ ทสฺเสติ, ‘‘อหํ อภิกฺกมามี’’ติ ปน อิมินา มานคาหวเสน. ตทุภยํ ปน ตณฺหาย วินา น โหตีติ ตณฺหคาหวเสนปิ สมฺมุยฺหนํ ทสฺสิตเมว โหติ. ‘‘ตถา อสมฺมุยฺหนฺโต’’ติ วตฺวา ตํ อสมฺมุยฺหนํ เยน ฆนวินิพฺโภเคน โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อภิกฺกมามี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา วาโยธาตุยา อนุคตา เตโชธาตุ อุทฺธรณสฺส ปจฺจโย. อุทฺธรณคติกา หิ เตโชธาตูติ. อุทฺธรเณ วาโยธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตสฺมา อิมาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเกกปาทุทฺธรเณ…เป… พลวติโยติ อาห. ยสฺมา ปน เตโชธาตุยา อนุคตา วาโยธาตุ อติหรณวีติหรณานํ ปจฺจโย. ติริยคติกาย หิ วาโยธาตุยา อติหรณวีติหรเณสุ สาติสโย พฺยาปาโรติ. เตโชธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตสฺมา อิมาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา อติหรณวีติหรเณสู’’ติ อาห. สติปิ อนุคมกอนุคนฺตพฺพตาวิเสเส เตโชธาตุวาโยธาตุภาวมตฺตํ สนฺธาย ตถา-สทฺทคฺคหณํ,. ตตฺถ อกฺกนฺตฏฺฐานโต ปาทสฺส อุกฺขิปนํ อุทฺธรณํ. ฐิตฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา ปุรโต หรณํ อติหรณํ, ขาณุอาทิปริหรณตฺถํ, ปติฏฺฐิตปาทฆฏฺฏนปริหรณตฺถํ วา ปสฺเสน หรณํ วีติหรณํ. ยาว ปติฏฺฐิตปาโท, ตาว อาหรณํ อติหรณํ, ตโต ปรํ หรณํ วีติหรณนฺติ อยํ วา เอเตสํ วิเสโส.
ยสฺมา ปถวีธาตุยา อนุคตา อาโปธาตุ โวสฺสชฺชนสฺส ปจฺจโย. ครุตรสภาวา หิ อาโปธาตูติ. โวสฺสชฺชเน ปถวีธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตสฺมา ตาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โวสฺสชฺชเน…เป… พลวติโย’’ติ. ยสฺมา ปน อาโปธาตุยา อนุคตา ปถวีธาตุ สนฺนิกฺเขปนสฺส ปจฺจโย, ปติฏฺฐาภาเว วิย ปติฏฺฐาปเนปิ ตสฺสา สาติสยกิจฺจตฺตา อาโปธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตถา ฆฏฺฏนกิริยาย ปถวีธาตุยา วเสน สนฺนิรุชฺฌนสฺส สิชฺฌนโต ตตฺถาปิ ปถวีธาตุยา อาโปธาตุอนุคตภาโว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตถา สนฺนิกฺเขปนสนฺนิรุชฺฌเนสู’’ติ.
ตตฺถาติ ตสฺมึ อภิกฺกมเน, เตสุ วา วุตฺเตสุ อุทฺทรณาทีสุ โกฏฺฐาเสสุ. อุทฺธรเณติ อุทฺธรณกฺขเณ. รูปารูปธมฺมาติ อุทฺธรณากาเรน ปวตฺตา รูปธมฺมา, ตํสมุฏฺฐาปกา อรูปธมฺมา จ. อติหรณํ น ปาปุณนฺติ ขณมตฺตาวฏฺฐานโต. ตตฺถ ตตฺเถวาติ ยตฺถ ยตฺถ อุปฺปนฺนา, ตตฺถ ตตฺเถว. น หิ ธมฺมานํ เทสนฺตรสงฺกมนํ อตฺถิ. ‘‘ปพฺพํ ปพฺพ’’ติอาทิ อุทฺธรณาทิโกฏฺฐาเส สนฺธาย สภาคสนฺตติวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อติอิตฺตโร หิ รูปธมฺมานมฺปิ ปวตฺติกฺขโณ, คมนสฺสาทีนํ, เทวปุตฺตานํ เหฏฺฐุปริเยน ปฏิมุขํ ธาวนฺตานํ สิรสิ ปาเท จ พนฺธขุรธารา สมาคมโตปิ สีฆตโร. ยถา ติลานํ ภชฺชิยมานานํ ปฏปฏายเนน เภโท ลกฺขียติ, เอวํ สงฺขตธมฺมานํ อุปฺปาเทนาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ปฏปฏายนฺตา’’ติ วุตฺตํ. อุปฺปนฺนา หิ เอกนฺตโต ภิชฺชนฺตีติ. ‘‘สทฺธึ รูเปนา’’ติ อิทํ ตสฺส ตสฺส จิตฺตสฺส นิโรเธน สทฺธึ นิรุชฺฌนกรูปธมฺมานํ วเสน วุตฺตํ, ยํ ตโต สตฺตรสมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺนํ. อญฺญถา ยทิ รูปารูปธมฺมา สมานกฺขณา สิยุํ, ‘‘รูปํ ครุปริณามํ ทนฺธนิโรธ’’นฺติอาทิวจเนหิ วิโรโธ สิยา, ตถา ‘‘นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ ลหุปริวตฺตํ, ยถยิทํ จิตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๔๘) เอวํ อาทิปาฬิยา. จิตฺตเจตสิกา หิ สารมฺมณสภาวา ยถาพลํ อตฺตโน อารมฺมณปจฺจยภูตมตฺถํ วิภาเวนฺโต เอว อุปฺปชฺชนฺตีติ เตสํ ตํสภาวนิปฺผตฺติอนนฺตรํ นิโรโธ. รูปธมฺมา ปน อนารมฺมณา ปกาเสตพฺพา, เอวํ เตสํ ปกาเสตพฺพภาวนิปฺผตฺติ โสฬสหิ จิตฺเตหิ โหตีติ ตงฺขณายุกตา เตสํ อิจฺฉิตา, ลหุวิญฺญาณวิสยสงฺคติมตฺตปฺปจฺจยตาย ติณฺณํ ขนฺธานํ, วิสยสงฺคติมตฺตตาย จ วิญฺญาณสฺส ลหุปริวตฺติตา, ทนฺธมหาภูตปฺปจฺจยตาย รูปธมฺมานํ ทนฺธปริวตฺติตา. นานาธาตุยา ยถาภูตญาณํ โข ปน ตถาคตสฺเสว, เตน จ ปุเรชาตปจฺจโย รูปธมฺโมว วุตฺโต, ปจฺฉาชาตปจฺจโย จ ตเถวาติ รูปารูปธมฺมานํ สมานกฺขณตา น ยุชฺชเตว. ตสฺมา วุตฺตนเยเนเวตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อญฺญํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ, อญฺญํ จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ ยํ ปุริมุปฺปนฺนํ จิตฺตํ, ตํ อญฺญํ, ตํ ปน นิรุชฺฌนฺตํ อปรสฺส อนนฺตราทิปจฺจยภาเวเนว นิรุชฺฌตีติ ตถาลทฺธปจฺจยํ อญฺญํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ. ยทิ เอวํ เตสํ อนฺตโร ลพฺเภยฺยาติ? โนติ อาห ‘‘อวีจิ มนุปฺปพนฺโธ’’ติ, ยถา วีจิ อนฺตโร น ลพฺภติ, ‘‘ตเทเวต’’นฺติ อวิเสสวิทู มญฺญนฺติ, เอวํ อนุ อนุ ปพนฺโธ จิตฺตสนฺตาโน รูปสนฺตาโน จ นทีโสโตว นทิยํ อุทกปฺปวาโห วิย วตฺตติ.
อภิมุขํ โลกิตํ อาโลกิตนฺติ อาห ‘‘ปุรโต เปกฺขน’’นฺติ. ยสฺมา ยํทิสาภิมุโข คจฺฉติ, ติฏฺฐติ, นิสีทติ วา ตทภิมุขํ เปกฺขนํ อาโลกิตํ, ตสฺมา ตทนุคตวิทิสาโลกนํ วิโลกิตนฺติ อาห ‘‘วิโลกิตํ นาม อนุทิสาเปกฺขน’’นฺติ. สมฺมชฺชนปริภณฺฑาทิกรเณ โอโลกิตสฺส, อุลฺโลกหรณาทีสุ อุลฺโลกิตสฺส, ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตปริสฺสยสฺส ปริวชฺชนาทีสุ อปโลกิตสฺส สิยา สมฺภโวติ อาห ‘‘อิมินา วา มุเขน สพฺพานิปิ ตานิ คหิตาเนวา’’ติ.
กายสกฺขินฺติ กาเยน สจฺฉิกตวนฺตํ, ปจฺจกฺขการินนฺติ อตฺโถ. โส หิ อายสฺมา วิปสฺสนากาเล ‘‘ยเมวาหํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตํ นิสฺสาย สาสเน อนภิรติอาทิวิปฺปการํ ปตฺโต, ตเมว สุฏฺฐุ นิคฺคเหสฺสามี’’ติ อุสฺสาหชาโต พลวหิโรตฺตปฺโป, ตตฺถ จ กตาธิการตฺตา อินฺทฺริยสํวเร อุกฺกํสปารมิปฺปตฺโต, เตเนว นํ สตฺถา ‘‘เอตทคฺคํ ภิกฺขเว มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารานํ, ยทิทํ นนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๓๕) เอตทคฺเค ฐเปสิ.
สาตฺถกตา จ สปฺปายตา จ เวทิตพฺพา อาโลกิตวิโลกิตสฺสาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ตสฺมาติ กมฺมฏฺฐานาวิชหนสฺเสว โคจรสมฺปชญฺญภาวโตติ วุตฺตเมวตฺถํ เหตุภาเวน ปจฺจามสติ. อตฺตโน กมฺมฏฺฐานวเสเนว อาโลกนวิโลกนํ กาตพฺพํ, ขนฺธาทิกมฺมฏฺฐานา อญฺโญ อุปาโย น คเวสิตพฺโพติ อธิปฺปาโย. อาโลกิตาทิสมญฺญาปิ ยสฺมา ธมฺมมตฺตสฺเสว ปวตฺติวิเสโส, ตสฺมา ตสฺส ยาถาวโต ปชานนํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อพฺภนฺตเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผารวเสนาติ กิริยมยจิตฺตสมุฏฺฐานาย วาโยธาตุยา จลนาการปฺปวตฺติวเสน. อโธ สีทตีติ อโธ คจฺฉติ. อุทฺธํ ลงฺเฆตีติ ลงฺฆํ วิย อุปริ คจฺฉติ.
องฺคกิจฺจํ สาธยมานนฺติ ปธานภูตองฺคกิจฺจํ นิปฺผาเทนฺตํ หุตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘ปฐมชวเนปิ…เป… น โหตี’’ติ อิทํ ปญฺจทฺวารวีถิยํ ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติ รชฺชนาทีนํ อภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ หิ อาวชฺชน โวฏฺฐพฺพปนานํ อโยนิโส อาวชฺชนโวฏฺฐพฺพนวเสน อิฏฺเฐ อิตฺถิรูปาทิมฺหิ โลภมตฺตํ, อนิฏฺเฐ จ ปฏิฆมตฺตํ อุปฺปชฺชติ, มโนทฺวาเร ปน ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติ รชฺชนาทิ โหติ. ตสฺส ปญฺจทฺวารชวนํ มูลํ, ยถาวุตฺตํ วา สพฺพํ ภวงฺคาทิ. เอวํ มโนทฺวารชวนสฺส มูลวเสน มูลปริญฺญา วุตฺตา. อาคนฺตุกตาวกาลิกตา ปน ปญฺจทฺวารชวนสฺเสว อปุพฺพภาววเสน, อิตฺตรภาววเสน จ วุตฺตา. ‘‘เหฏฺฐุปริยวเสน ภิชฺชิตฺวา ปติเตสู’’ติ เหฏฺฐิมสฺส อุปริมสฺส จ อปราปรํ ภงฺคปฺปตฺติมาห.
ตนฺติ ชวนํ, ตสฺส อยุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. อาคนฺตุโก อพฺภาคโต.
อุทยพฺพยปริจฺฉินฺโน ตาวตโก กาโล เอเตสนฺติ ตาวกาลิกานิ.
เอตํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. สมวาเยติ สามคฺคิยํ. ตตฺถาติ ปญฺจกฺขนฺธวเสน อาโลกนวิโลกเน ปญฺญายมาเน ตพฺพินิมุตฺโต โก เอโก อาโลเกติ, โก วิโลเกติ.
‘‘อุปนิสฺสยปจฺจโย’’ติ อิทํ สุตฺตนฺตนเยน ปริยายโต วุตฺตํ. สหชาตปจฺจโยติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ อญฺญมญฺญสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตาทิปจฺจยานมฺปิ ลพฺภนโต.
กาเล สมญฺฉิตุํ ยุตฺตกาเล สมญฺฉนฺตสฺส. ตถา ปสาเรนฺตสฺสาติ เอตฺถาปิ. มณิสปฺโป นาม เอกา สปฺปชาตีติ วทนฺติ. ลฬนนฺติ กมฺปนํ, ลีฬากรณํ วา.
อุณฺหปกติโก ปริฬาหพหุลกาโย. สีลวิทูสเนน อหิตาวหตฺตา มิจฺฉาชีววเสน อุปฺปนฺนํ อสปฺปายํ. ‘‘จีวรมฺปิ อเจตน’’นฺติอาทินา จีวรสฺส วิย กาโยปิ อเจตโนติ กายสฺส อตฺตสุญฺญตาวิภาวเนน ‘‘อพฺภนฺตเร’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ ปริทีเปนฺโต อิตรีตรสนฺโตสสฺส การณํ ทสฺเสติ, เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.
จตุปญฺจคณฺฐิกาหโตติ อาหตจตุปญฺจคณฺฐิโก, จตุปญฺจคณฺฐิกาหิ วา อาหโต ตถา.
อฏฺฐวิโธปิ อตฺโถติ อฏฺฐวิโธปิ ปโยชนวิเสโส มหาสิวตฺเถรวาทวเสน ‘‘อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓, ๔๒๒; ม. นิ. ๒.๓๘๗; อ. นิ. ๒.๓๔๑; ๘.๙; ธ. ส. ๑๓๕๕; วิภ. ๕๑๘; มหานิ. ๒๐๖) นเยน วุตฺโต ทฏฺฐพฺโพ. อิมสฺมึ ปกฺเข ‘‘เนว ทวายาติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓, ๔๒๒; ม. นิ. ๒.๓๘๗; อ. นิ. ๘.๙; ธ. ส. ๑๓๕๕; วิภ. ๕๑๘; มหานิ. ๒๐๖) นเยนา’’ติ ปน ปฏิกฺเขปงฺคทสฺสนมุเขน เทสนาย อาคตตฺตา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปถวิสนฺธารกชลสฺส ตํสนฺธารกวายุนา วิย ปริภุตฺตสฺส อาหารสฺส วาโยธาตุยาว อาสเย อวฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘วาโยธาตุวเสเนว ติฏฺฐตี’’ติ. อติหรตีติ ยาว มุขา อภิหรติ. วีติหรตีติ ตโต กุจฺฉิยํ วีมิสฺสํ กโรนฺโต หรติ. อติหรตีติ วา มุขทฺวารํ อติกฺกาเมนฺโต หรติ. วีติหรตีติ กุจฺฉิคตํ ปสฺสโต หรติ, ปริวตฺเตตีติ อปราปรํ จาเรติ. เอตฺถ จ อาหารสฺส ธารณปริวตฺตนสญฺจุณฺณนวิโสสนานิ ปถวีธาตุสหิตา เอว วาโยธาตุ กโรติ, น เกวลาติ ตานิ ปถวีธาตุยาปิ กิจฺจภาเวน วุตฺตานิ. อลฺลตฺตญฺจ อนุปาเลตีติ ยถา วาโยธาตุ อาทีหิ อญฺเญหิ วิโสสนํ น โหติ, ตถา อลฺลตฺตญฺจ อนุปาเลติ. เตโชธาตูติ คหณีสงฺขาตา เตโชธาตุ. สา หิ อนฺโตปวิฏฺฐํ อาหารํ ปริปาเจติ. อญฺชโส โหตีติ อาหารสฺส ปเวสนาทีนํ มคฺโค โหติ. อาภุชตีติ ปริเยสนวเสน, อชฺโฌหรณชิณฺณาชิณฺณตาทิปฏิสํเวทนวเสน จ อาวชฺเชติ, วิชานาตีติ อตฺโถ. ตํตํวิชานนสฺส ปจฺจยภูโตเยว หิ ปโยโค ‘‘สมฺมาปโยโค’’ติ วุตฺโต. เยน หิ ปโยเคน ปริเยสนาทิ นิปฺผชฺชติ, โส ตพฺพิสยวิชานนมฺปิ นิปฺผาเทติ นาม ตทวินาภาวโต. อถ วา สมฺมาปโยคํ สมฺมาปฏิปตฺติ มนฺวาย อาคมฺม อาภุชติ สมนฺนาหรติ. อาโภคปุพฺพโก หิ สพฺโพปิ วิญฺญาณพฺยาปาโรติ ตถา วุตฺตํ.
คมนโตติ ภิกฺขาจารวเสน โคจรคามํ อุทฺทิสฺส คมนโต. ปริเยสนโตติ โคจรคาเม ภิกฺขตฺถํ อาหิณฺฑนโต. ปริโภคโตติ อาหารสฺส ปริภุญฺชนโต. อาสยโตติ ปิตฺตาทิอาสยโต. อาสยติ เอตฺถ เอกชฺฌํ ปวตฺตมาโนปิ กมฺมผลววตฺถิโต หุตฺวา มริยาทวเสน อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต สยติ ติฏฺฐติ ปวตฺตตีติ อาสโย, อามาสยสฺส อุปริ ติฏฺฐนโก ปิตฺตาทิโก. มริยาทตฺโถ หิ อยมากาโร. นิธานนฺติ ยถาภุตฺโต อาหาโร นิจิโต หุตฺวา ติฏฺฐติ เอตฺถาติ นิธานํ, อามาสโย. ตโต นิธานโต. อปริปกฺกโตติ คหณีสงฺขาเตน กมฺมชเตเชน อวิปกฺกโต. ปริปกฺกโตติ ยถาภุตฺตสฺส อาหารส วิปกฺกภาวโต. ผลโตติ นิปฺผตฺติโต. นิสฺสนฺทโตติ อิโต จิโต จ นิสฺสนฺทนโต. สมฺมกฺขนโตติ สพฺพโส มกฺขนโต. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาย (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๒๙๔) คเหตพฺโพ.
สรีรโต เสทา มุจฺจนฺตีติ เวคสํธารเณน อุปฺปนฺนปริฬาหโต สรีรโต เสทา มุจฺจนฺติ. อญฺเญ จ โรคา กณฺณสูลภคนฺทราทโย. อฏฺฐาเนติ มนุสฺสามนุสฺสปริคฺคหิเต อยุตฺตฏฺฐาเน เขตฺตเทวายตนาทิเก. กุทฺธา หิ อมนุสฺสา, มนุสฺสาปิ วา ชีวิตกฺขยํ ปาเปนฺติ. นิสฺสฏฺฐตฺตา เนว อตฺตโน, กสฺสจิ อนิสฺสชฺชิตตฺตา, ชิคุจฺฉนียตฺตา จ น ปรสฺส. อุทกตุมฺพโตติ เวฬุนาฬิอาทิอุทกภาชนโต. ตนฺติ ฉฑฺฑิตอุทกํ.