ปุพฺพนฺตกปฺปิกสสฺสตวาทวณฺณนา
๒๘. ภิกฺขุสงฺเฆน วุตฺตวณฺโณ นาม ‘‘ยาวญฺจิทํ เตน ภควตา’’ติอาทินา วุตฺตวณฺโณ. เอตฺถายํ สมฺพนฺโธ – น ภิกฺขเว เอตฺตกา เอว พุทฺธคุณา, เย ตุมฺหากํ ปากฏา, อปากฏา ปน ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว อญฺเญ ธมฺมา’’ติ วิตฺถาโร. ตตฺถ ‘‘อิเม ทิฏฺฐิฏฺฐานา เอวํ คหิตา’’ติอาทินา สสฺสตาทิทิฏฺฐิฏฺฐานานํ ยถาคหิตาการสุญฺญตภาวปฺปกาสนโต, ‘‘ตญฺจ ปชานนํ น ปรามสตี’’ติ สีลาทีนญฺจ อปรามาสนิยฺยานิกภาวทีปเนน นิจฺจสาราทิวิรหปฺปกาสนโต, ยาสุ เวทนาสุ อวีตราคตาย พาหิรกานํ เอตานิ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตานิ สมฺภวนฺติ, เตสํ ปจฺจยภูตานญฺจ สมฺโมหาทีนํ เวทกการกสภาวาภาวทสฺสนมุเขน สพฺพธมฺมานํ อตฺตตฺตนิยตาวิรหทีปนโต, อนุปาทาปรินิพฺพานทีปนโต จ อยํ เทสนา สุญฺญตาวิภาวนปฺปธานาติ อาห ‘‘สุญฺญตาปกาสนํ อารภี’’ติ. ปริยตฺตีติ วินยาทิเภทภินฺนา ตนฺติ. เทสนาติ ตสฺสา ตนฺติยา มนสาววตฺถาปิตาย วิภาวนา, ยถาธมฺมํ ธมฺมาภิลาปภูตา วา ปญฺญาปนา, อนุโลมาทิวเสน วา กถนนฺติ ปริยตฺติเทสนานํ วิเสโส ปุพฺเพเยว ววตฺถาปิโตติ อาห ‘‘เทสนายํ ปริยตฺติย’’นฺติ. เอวํ อาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สจฺจสภาวสมาธิปญฺญาปกติปุญฺญอาปตฺติเญยฺยาทโย สงฺคยฺหนฺติ. ตถา หิ อยํ ธมฺม-สทฺโท ‘‘จตุนฺนํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ อนนุโพธา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๘๖; อ. นิ. ๔.๑) สจฺเจ วตฺตติ, ‘‘กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑) สภาเว, ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๓๗๘) สมาธิมฺหิ, ‘‘สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค, ส เว เปจฺจ น โสจตี’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๑๙๐) ปญฺญาย, ‘‘ชาติธมฺมานํ ภิกฺขเว สตฺตานํ เอวํ อิจฺฉา อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๓๗๓; ปฏิ. ม. ๑.๓๓) ปกติยํ, ‘‘ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาตี’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๑๘๔; เถรคา. ๓๐๓; ชา. ๑.๑๐.๑๐๒) ปุญฺเญ, ‘‘จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๓๓) อาปตฺติยํ, ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉนฺตี’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๖) เญยฺเย วตฺตติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.สุตฺตนิกฺเขปวณฺณนา; อภิ. อฏฺฐ. ๑.ติกมาติกาปทวณฺณนา; พุ. วํ. อฏฺฐ. รตนจงฺกมนกณฺฑวณฺณนา). ธมฺมา โหนฺตีติ สุญฺญา ธมฺมมตฺตา โหนฺตีติ อตฺโถ.
‘‘ทุทฺทสา’’ติ เอเตเนว เตสํ ธมฺมานํ ทุกฺโขคาหตา ปกาสิตา โหติ. สเจ ปน โกจิ อตฺตโน ปมาณํ อชานนฺโต ญาเณน เต ธมฺเม โอคาหิตุํ อุสฺสาหํ กเรยฺย, ตสฺส ตํ ญาณํ อปฺปติฏฺฐเมว มกสตุณฺฑสูจิ วิย มหาสมุทฺเทติ อาห ‘‘อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐา’’ติ. อลพฺภเนยฺยา ปติฏฺฐา เอตฺถาติ อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐาติ ปทวิคฺคโห เวทิตพฺโพ. อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐานํ โอคาหิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ‘‘เอตฺตกา เอเต อีทิสา จา’’ติ ปสฺสิตุํ น สกฺกาติ วุตฺตํ ‘‘คมฺภีรตฺตา เอว ทุทฺทสา’’ติ. เย ปน ทฏฺฐุเมว น สกฺกา, เตสํ โอคาหิตฺวา อนุพุชฺฌเน กถา เอว นตฺถีติ อาห ‘‘ทุทฺทสตฺตา เอว ทุรนุโพธา’’ติ. สพฺพปริฬาหปฏิปฺปสฺสทฺธิมตฺถเก สมุปฺปนฺนตฺตา, นิพฺพุตสพฺพปริฬาหสมาปตฺติสโมกิณฺณตฺตา จ นิพฺพุตสพฺพปริฬาหา. สนฺตารมฺมณานิ มคฺคผลนิพฺพานานิ อนุปสนฺตสภาวานํ กิเลสานํ สงฺขารานญฺจ อภาวโต. อถ วา สมูหตวิกฺเขปตาย นิจฺจสมาหิตสฺส มนสิการสฺส วเสน ตทารมฺมณธมฺมานํ สนฺตภาโว เวทิตพฺโพ กสิณุคฺฆาฏิมากาสตพฺพิสยวิญฺญาณานํ อนนฺตภาโว วิย. อวิรชฺฌิตฺวา นิมิตฺตปฏิเวโธ วิย อิสฺสาสานํ อวิรชฺฌิตฺวา ธมฺมานํ ยถาภูตสภาวโพโธ สาทุรโส มหารโส จ โหตีติ อาห อติตฺติกรณฏฺเฐนาติ. ปฏิเวธปฺปตฺตานํ, เตสุ จ พุทฺธานํเยว สพฺพากาเรน วิสยภาวูปคมนโต น ตกฺกพุทฺธิยา โคจราติ อาห ‘‘อุตฺตมญาณวิสยตฺตา’’ติอาทิ. ‘‘นิปุณา’’ติ เญยฺเยสุ ติกฺขวิสทวุตฺติยา เฉกา. ยสฺมา ปน โส เฉกภาโว อารมฺมเณ อปฺปฏิหตวุตฺติตาย สุขุมเญยฺยคหณสมตฺถตาย สุปากโฏ โหติ, เตน วุตฺตํ ‘‘สณฺหสุขุมสภาวตฺตา’’ติ.
อปโร นโย – วินยปณฺณตฺติอาทิคมฺภีรเนยฺยวิภาวนโต คมฺภีรา. กทาจิ อสงฺเขฺยยฺยมหากปฺเป อติกฺกมิตฺวาปิ ทุลฺลภทสฺสนตาย ทุทฺทสา. ทสฺสนญฺเจตฺถ ปญฺญาจกฺขุวเสเนว เวทิตพฺพํ. ธมฺมนฺวยสงฺขาตสฺส อนุโพธสฺส กสฺสจิเทว สมฺภวโต ทุรนุโพธา. สนฺตสภาวโต, เวเนยฺยานญฺจ คุณสมฺปทานํ ปริโยสานตฺตา สนฺตา. อตฺตโน จ ปจฺจเยหิ ปธานภาวํ นีตตาย ปณีตา. สมธิคตสจฺจลกฺขณตาย อตกฺเกหิ, อตกฺเกน วา ญาเณน อวจริตพฺพตาย อตกฺกาวจรา. นิปุณํ, นิปุเณ วา อตฺเถ สจฺจปฺปจฺจยาการาทิวเสน วิภาวนโต นิปุณา. โลเก อคฺคปณฺฑิเตน สมฺมาสมฺพุทฺเธน เวทียนฺติ ปกาสียนฺตีติ ปณฺฑิตเวทนียา. อนาวรณญาณปฏิลาภโต หิ ภควา ‘‘สพฺพวิทู หํ อสฺมิ, (ธ. ป. ๓๕๓; มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕) ทสพลสมนฺนาคโต ภิกฺขเว ตถาคโต’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๒๑) อตฺตโน สพฺพญฺญุตาทิคุเณ ปกาเสติ. เตเนวาห ‘‘สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทตี’’ติ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ผลนิพฺพานานิ วิย สจฺฉิกาตพฺพสภาวํ น โหติ, อาสวกฺขยญาเณ ปน อธิคเต อธิคตเมว โหตีติ ตสฺส ปจฺจกฺขกรณํ สจฺฉิกิริยาติ อาห ‘‘อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ปจฺจกฺขํ กตฺวา’’ติ. อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณนาติ จ เหตุอตฺเถ กรณวจนํ, อภิวิสิฏฺฐญาณาธิคมเหตูติ อตฺโถ. อภิวิสิฏฺฐญาณนฺติ วา ปจฺจเวกฺขณญาเณ อธิปฺเปเต กรณวจนมฺปิ ยุชฺชติเยว. ปเวทนญฺเจตฺถ อญฺญาวิสยานํ สจฺจาทีนํ เทสนากิจฺจสาธนโต, ‘‘เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติอาทินา (มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕) ปฏิชานนโต จ เวทิตพฺพํ. วทมานาติ เอตฺถ สตฺติอตฺโถ มาน-สทฺโท, วตฺตุํ อุสฺสาหํ กโรนฺโตติ อตฺโถ. เอวํภูตา จ วตฺตุกามา นาม โหนฺตีติ อาห ‘‘วณฺณํ วตฺตุกามา’’ติ. สาวเสสํ วทนฺโตปิ วิปรีตํ วทนฺโต วิย ‘‘สมฺมา วทตี’’ติ น วตฺตพฺโพติ อาห ‘‘อหาเปตฺวา’’ติ, เตน อนวเสสตฺโถ อิธ สมฺมา-สทฺโทติ ทสฺเสติ. ‘‘วตฺตุํ สกฺกุเณยฺยุ’’นฺติ อิมินา ‘‘วเทยฺยุ’’นฺติ สกตฺถทีปนภาวมาห. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ภควโต ทสพลาทิญาณานิปิ อนญฺญสาธารณานิ, สปฺปเทสวิสยตฺตา ปน เตสํ ญาณานํ น เตหิ พุทฺธคุณา อหาเปตฺวา คหิตา นาม โหนฺติ, นิปฺปเทสวิสยตฺตา ปน สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ตสฺมึ คหิเต สพฺเพปิ พุทฺธคุณา คหิตา เอว นาม โหนฺตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘เยหิ…เป… วเทยฺยุ’’นฺติ. ปุถูนิ อารมฺมณานิ เอตสฺสาติ ปุถุอารมฺมณํ, สพฺพารมฺมณตฺตาติ อธิปฺปาโย. อถ วา ปุถุอารมฺมณารมฺมณโตติ เอตสฺมึ อตฺเถ ‘‘ปุถุอารมฺมณโต’’ติ วุตฺตํ, เอกสฺส อารมฺมณ-สทฺทสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘โอฏฺฐมุโข กามาวจร’’นฺติ อาทีสุ วิย, เตนสฺส ปุถุญาณกิจฺจสาธกตํ ทสฺเสติ. ตถา เหตํ ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณํ, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ, ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ, ฉสุ อสาธารณญาเณสุ เสสาสาธารณญาณานิ, สตฺตอริยปุคฺคลวิภาวกญาณํ, อฏฺฐสุปิ ปริสาสุ อกมฺปนญาณํ, นวสตฺตาวาสปริชานนญาณํ, ทสพลญาณนฺติ เอวมาทีนํ อเนกสตสหสฺสเภทานํ ญาณานํ ยถาสมฺภวํ กิจฺจํ สาเธตีติ. ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติวเสนา’’ติ เอเตน สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส กมวุตฺติตํ ทสฺเสติ. กเมนาปิ หิ ตํ วิสเยสุ ปวตฺตติ, น สกึเยว ยถา พาหิรกา วทนฺติ ‘‘สกึเยว สพฺพญฺญู สพฺพํ ชานาติ, น กเมนา’’ติ.
ยทิ เอวํ อจินฺเตยฺยาปริเมยฺยเภทสฺส เญยฺยสฺส ปริจฺเฉทวตา เอเกน ญาเณน นิรวเสสโต กถํ ปฏิเวโธติ, โก วา เอวมาห ‘‘ปริจฺเฉทวนฺตํ พุทฺธญาณ’’นฺติ. อนนฺตญฺหิ ตํ ญาณํ เญยฺยํ วิย. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยาวตกํ เญยฺยํ ตาวตกํ ญาณํ. ยาวตกํ ญาณํ, ตาวตกํ เญยฺย’’นฺติ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕). เอวมฺปิ ชาติภูมิสภาวาทิวเสน ทิสาเทสกาลาทิวเสน จ อเนกเภทภินฺเน เญยฺเย กเมน คยฺหมาเน อนวเสสปฏิเวโธ น สมฺภวติ เยวาติ, นยิทเมวํ. กสฺมา? ยํ กิญฺจิ ภควตา ญาตุํ อิจฺฉิตํ สกลํ เอกเทโส วา. ตตฺถ อปฺปฏิหตจารตาย ปจฺจกฺขโต ญาณํ ปวตฺตติ, วิกฺเขปาภาวโต จ ภควา สพฺพกาลํ สมาหิโตว ญาตุํ, อิจฺฉิตสฺส ปจฺจกฺขภาโว น สกฺกา นิวาเรตุํ ‘‘อากงฺขาปฏิพทฺธํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณ’’นฺติอาทิ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕) วจนโต, น เจตฺถ ทูรโต จิตฺตปฏํ ปสฺสนฺตานํ วิย, ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ วิปสฺสนฺตานํ วิย จ อเนกธมฺมาวโพธกาเล อนิรูปิตรูเปน ภควโต ญาณํ ปวตฺตตีติ คเหตพฺพํ อจินฺเตยฺยานุภาวตาย พุทฺธญาณสฺส. เตเนวาห ‘‘พุทฺธวิสโย อจินฺเตยฺโย’’ติ (อ. นิ. ๔.๗๗). อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํสพฺพากาเรน สพฺพธมฺมาวโพธนสมตฺถสฺส อากงฺขาปฏิพทฺธวุตฺติโน อนาวรณญาณสฺส ปฏิลาเภน ภควา สนฺตาเนน สพฺพธมฺมปฏิเวธสมตฺโถ อโหสิ สพฺพเนยฺยาวรณสฺส ปหานโต, ตสฺมา สพฺพญฺญู, น สกึเยว สพฺพธมฺมาวโพธโต, ยถา สนฺตาเนน สพฺพอินฺธนสฺส ทหนสมตฺถตาย ปาวโก ‘‘สพฺพภู’’ติ วุจฺจตีติ.
ววตฺถาปนวจนนฺติ สนฺนิฏฺฐาปนวจนํ, อวธารณวจนนฺติ อตฺโถ. อญฺเญ วาติ เอตฺถ อวธารเณน นิวตฺติตํ ทสฺเสติ ‘‘น ปาณาติปาตา เวรมณิอาทโย’’ติ, อยญฺจ เอว-สทฺโท อนิยตเทสตาย จ-สทฺโท วิย ยตฺถ วุตฺโต, ตโต อญฺญตฺถาปิ วจนิจฺฉาวเสน อุปติฏฺฐตีติ อาห ‘‘คมฺภีรา วา’’ติอาทิ. สพฺพปเทหีติ ยาว ‘‘ปณฺฑิตเวทนียา’’ติ อิทํ ปทํ, ตาว สพฺพปเทหิ. สาวกปารมิญาณนฺติ สาวกานํ ทานาทิปาริปูริยา นิปฺผนฺนํ วิชฺชตฺตยฉฬภิญฺญาจตุปฺปฏิสมฺภิทาทิเภทํ ญาณํ. ตโตติ สาวกปารมิญาณโต. ตตฺถาติ สาวกปารมิญาเณ. ตโตปีติ อนนฺตรนิทฺทิฏฺฐโต ปจฺเจกพุทฺธญาณโตปิ, โก ปน วาโท สาวกปารมิญาณโตติ อธิปฺปาโย. เอตฺถายํ อตฺถโยชนา – กิญฺจาปิ สาวกปารมิญาณํ เหฏฺฐิมเสกฺขญาณํ ปุถุชฺชนญาณญฺจ อุปาทาย คมฺภีรํ, ปจฺเจกพุทฺธญาณํ อุปาทาย น ตถา คมฺภีรนฺติ ‘‘คมฺภีรเมวา’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ. ตถา ปจฺเจกพุทฺธญาณมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อุปาทายาติ ตตฺถ ววตฺถานํ น ลพฺภติ, สพฺพญฺญุตญฺญาณธมฺมา ปน สาวกปารมิญาณาทีนํ วิย กิญฺจิ อุปาทาย อคมฺภีรภาวาภาวโต คมฺภีรา วาติ. ยถา เจตฺถ ววตฺถานํ ทสฺสิตํ, เอวํ สาวกปารมิญาณํ ทุทฺทสํ, ปจฺเจกพุทฺธญาณํ ปน ตโต ทุทฺทสตรนฺติ ตตฺถ ววตฺถานํ นตฺถีติอาทินา ววตฺถานสพฺภาโว เนตพฺโพ. เตเนวาห ‘‘ตถา ทุทฺทสาว…เป… เวทิตพฺพ’’นฺติ.
กสฺมา ปเนตํ เอวํ อารทฺธํติ เอตฺถายํ อธิปฺปาโย – ภวตุ ตาว นิรวเสสพุทฺธคุณวิภาวนูปายภาวโต สพฺพญฺญุตญฺญาณํ เอกมฺปิ ปุถุนิสฺสยารมฺมณญากิจฺจสิทฺธิยา ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว อญฺเญว ธมฺมา’’ติอาทินา พหุวจเนน อุทฺทิฏฺฐํ, ตสฺส ปน วิสฺสชฺชนํ สจฺจปจฺจยาการาทิวิเสสวเสน อนญฺญสาธารเณน วิภชนนเยน อนารภิตฺวา สนิสฺสยานํ ทิฏฺฐีนํ วิภชนวเสน กสฺมา อารทฺธนฺติ. ตตฺถ ยถา สจฺจปจฺจยาการาทีนํ วิภชนํ อนญฺญสาธารณํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺเสว วิสโย, เอวํ นิรวเสเสน ทิฏฺฐิคตวิภชนมฺปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธานญฺหี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ฐานานีติ การณานิ. คชฺชิตํ มหนฺตํ โหตีติ เทเสตพฺพสฺส อตฺถสฺส อเนกวิธตาย, ทุวิญฺเญยฺยตาย จ นานานเยหิ ปวตฺตมานํ เทสนาคชฺชิตํ มหนฺตํ วิปุลํ, พหุเภทญฺจ โหติ. ญาณํ อนุปวิสตีติ ตโต เอว จ เทสนาญาณํ เทเสตพฺพธมฺเม วิภาคโส กุรุมานํ อนุปวิสติ, เต อนุปวิสฺส ฐิตํ วิย โหตีติ อตฺโถ.
พุทฺธญาณสฺส มหนฺตภาโว ปญฺญายตีติ เอวํวิธสฺส นาม ธมฺมสฺส เทสกํ ปฏิเวธกญฺจาติ พุทฺธานํ เทสนาญาณสฺส ปฏิเวธญาณสฺส จ อุฬารภาโว ปากโฏ โหติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ‘‘สพฺพํ วจีกมฺมํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณปุพฺพงฺคมํ ญาณานุปริวตฺตี’’ติ (มหานิ. ๖๙; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕; เนตฺติ. ๑๔) วจนโต สพฺพาปิ ภควโต เทสนา ญาณรหิตา นตฺถิ, สีหสมานวุตฺติตาย จ สพฺพตฺถ สมานุสฺสาหปฺปวตฺติ เทเสตพฺพธมฺมวเสน ปน เทสนา วิเสสโต ญาเณน อนุปวิฏฺฐา คมฺภีรตรา จ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. กถํ ปน วินยปณฺณตฺตึ ปตฺวา เทสนา ติลกฺขณาหตา สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตา โหตีติ? ตตฺถาปิ จ สนฺนิสินฺนปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ปวตฺตมานา เทสนา สงฺขารานํ อนิจฺจตาทิวิภาวนี, สพฺพธมฺมานํ อตฺตตฺตนิยตาภาวปฺปกาสนี จ โหติ. เตเนวาห ‘‘อเนกปริยาเยน ธมฺมึ กถํ กตฺวา’’ติอาทิ.
ภูมนฺตรนฺติ ธมฺมานํ อวตฺถาวิเสสญฺจ ฐานวิเสสญฺจ. ตตฺถ อวตฺถาวิเสโสสติอาทิธมฺมานํ สติปฏฺฐานินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคาทิเภโท. ฐานวิเสโส กามาวจราทิเภโท. ปจฺจยาการปทสฺส อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. สมยนฺตรนฺติ ทิฏฺฐิวิเสสา, นานาวิหิตา ทิฏฺฐิโยติ อตฺโถ, อญฺญสมยํ วา. เอวํ โอติณฺเณ วตฺถุสฺมินฺติ เอวํ ลหุกครุกาทิวเสน ตทนุรูเป โอติณฺเณ วตฺถุสฺมึ สิกฺขาปทปญฺญาปนํ.
ยทิปิ กายานุปสฺสนาทิวเสน สติปฏฺฐานาทโย สุตฺตนฺตปิฏเกปิ (ที. นิ. ๒.๓๗๔; ม. นิ. ๑.๑๐๗) วิภตฺตา, สุตฺตนฺตภาชนียาทิวเสน ปน อภิธมฺเมเยว เต สวิเสสํ วิภตฺตาติ อาห ‘‘อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา…เป… อภิธมฺมปิฏกํ วิภชิตฺวา’’ติ. ตตฺถ ‘‘สตฺต ผสฺสา’’ติ สตฺตวิญฺญาณธาตุสมฺปโยควเสน วุตฺตํ. ตถา ‘‘สตฺต เวทนา’’ติอาทีสุปิ. โลกุตฺตรา ธมฺมา นามาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เตน วุตฺตาวเสสํ อภิธมฺเม อาคตํ ธมฺมานํ วิภชิตพฺพาการํ สงฺคณฺหาติ. จตุวีสติ สมนฺตปฏฺฐานานิ เอตฺถาติ จตุวีสติสมนฺตปฏฺฐานํ, อภิธมฺมปิฏกํ. เอตฺถ ปจฺจยนยํ อคฺคเหตฺวา ธมฺมวเสเนว สมนฺตปฏฺฐานสฺส จตุวีสติวิธตา วุตฺตา. ยถาห –
‘‘ติกญฺจ ปฏฺฐานวรํ ทุกุตฺตมํ,
ทุกติกญฺเจว ติกทุกญฺจ;
ติกติกญฺเจว ทุกทุกญฺจ,
ฉ อนุโลมมฺหิ นยา สุคมฺภีรา. (ปฏฺฐา. ๑.ปจฺจยนิทฺเทส ๔๑, ๔๔, ๔๘, ๕๒);
ตถา –
ติกญฺจ…เป… ฉ ปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา;
ติกญฺจ…เป… ฉ อนุโลมปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา;
ติกญฺจ…เป… ปจฺจนียานุโลมมฺหิ นยา สุคมฺภีรา’’ติ. (ปฏฺฐา. ๑.ปจฺจยนิทฺเทส ๔๔, ๕๒);
เอวํ ธมฺมวเสน จตุวีสติเภเทสุ ติกปฏฺฐานาทีสุ เอเกกํ ปจฺจยนเยน อนุโลมาทิวเสน จตุพฺพิธํ โหตีติ ฉนฺนวุติ สมนฺตปฏฺฐานานิ. ตตฺถ ปน ธมฺมานุโลเม ติกปฏฺฐาเน กุสลตฺติเก ปฏิจฺจวาเร ปจฺจยานุโลเม เหตุมูลเก เหตุปจฺจยวเสน เอกูนปญฺญาส ปุจฺฉานยา สตฺต วิสฺสชฺชนนยาติ อาทินา ทสฺสิยมานา อนนฺตเภทา นยาติ อาห ‘‘อนนฺตนย’’นฺติ. โหติ เจตฺถ –
‘‘ปฏฺฐานํ นาม ปจฺเจกํ ธมฺมานํ อนุโลมาทิมฺหิ ติกทุกาทีสุ ยา ปจฺจยมูลวิสิฏฺฐา จตุนยโต สตฺตธา คตี’’ติ.
นวหากาเรหีติ อุปฺปาทาทีหิ นวหิ ปจฺจยากาเรหิ. ตตฺถ อุปฺปชฺชติ เอตสฺมา ผลนฺติ อุปฺปาโท, อุปฺปตฺติยา การณภาโว. สติ จ อวิชฺชาย สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ, น อสติ, ตสฺมา อวิชฺชา สงฺขารานํ อุปฺปาโท หุตฺวา ปจฺจโย โหติ. ตถา อวิชฺชาย สติ สงฺขารา ปวตฺตนฺติ ธรนฺติ, นิวิสนฺติ จ, เต อวิชฺชาย สติ ผลํ ภวาทีสุ ขิปนฺติ, อายูหนฺติ ผลุปฺปตฺติยา ฆฏนฺติ, สํยุชฺชนฺติ อตฺตโน ผเลน, ยสฺมึ สนฺตาเน สยญฺจ อุปฺปนฺนา, ตํ ปลิพุนฺธนฺติ, ปจฺจยนฺตรสมวาเย อุทยนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ, หิโนติ จ สงฺขารานํ การณภาวํ คจฺฉติ, ปฏิจฺจ อวิชฺชํ สงฺขารา อยนฺติ ปวตฺตนฺตีติ เอวํ อวิชฺชาย สงฺขารานํ การณภาวูปคมนวิเสสา อุปฺปาทาทโย เวทิตพฺพา. ตถา สงฺขาราทีนํ วิญฺญาณาทีสุ.
อุปฺปาทฏฺฐิตีติอาทีสุ จ ติฏฺฐติ เอเตนาติ ฐิติ, การณํ. อุปฺปาโท เอว ฐิติ อุปฺปาทฏฺฐิติ. เอส นโย เสเสสุปิ. ยสฺมา อโยนิโสมนสิกาโร, ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓) วจนโต อาสวา จ อวิชฺชาย ปจฺจโย, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุโภเปเต ธมฺมา ปจฺจยสมุปฺปนฺนา’’ติ. ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญาติ สงฺขารานํ อวิชฺชาย จ อุปฺปาทาทิเก ปจฺจยากาเร ปริจฺฉินฺทิตฺวา คหณวเสน ปวตฺตา ปญฺญา. ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ ธมฺมานํ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ ปจฺจยภาวโต ธมฺมฏฺฐิติสงฺขาเต ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ญาณํ. ปจฺจยธมฺมา หิ ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ‘‘ทฺวาทส ปฏิจฺจสมุปฺปาทา’’ติ วจนโต ทฺวาทส ปจฺจยา. อยญฺจ นโย น ปจฺจุปฺปนฺเน เอว, อถ โข อตีตานาคตกาเลปิ, น จ อวิชฺชาย เอว สงฺขาเรสุ, อถ โข สงฺขาราทีนมฺปิ วิญฺญาณาทีสุ ลพฺภตีติ ปริปุณฺณํ กตฺวา ปจฺจยาการสฺส วิภตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อตีตมฺปิ อทฺธาน’’นฺติอาทิ ปาฬึ อารภิ. ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐา. ๑.ปจฺจยนิทฺเทส ๑) ทสฺสิตา เหตาทิปจฺจยา เอเวตฺถ อุปฺปาทาทิปจฺจยากาเรหิ คหิตาติ เต ยถาสมฺภวํ นีหริตฺวา โยเชตพฺพา, อติวิตฺถารภเยน ปน น โยชยิมฺห.
ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺสาติ ตสฺส ตสฺส สงฺขาราทิปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมสฺส. ตถา ตถา ปจฺจยภาเวนาติ อุปฺปาทาทิเหตาทิปจฺจยภาเวน. อตีตปจฺจุปฺปนฺนานาคตวเสน ตโย อทฺธา กาลา เอตสฺสาติ ติยทฺธํ. เหตุผลผลเหตุเหตุผลวเสน ตโย สนฺธี เอตสฺสาติ ติสนฺธึ. สงฺขิปฺปนฺติ เอตฺถ อวิชฺชาทโย วิญฺญาณาทโย จาติ สงฺเขโป, กมฺมํ วิปาโก จ. สงฺขิปฺปนฺติ เอตฺถาติ วา สงฺเขโป, อวิชฺชาทโย วิญฺญาณาทโย จ. โกฏฺฐาสปริยาโย วา สงฺเขป-สทฺโท. อตีเต กมฺมสงฺเขปาทิวเสน จตฺตาโร สงฺเขปา เอตสฺสาติ จตุสงฺเขปํ. สรูปโต อวุตฺตาปิ ตสฺมึ ตสฺมึ สงฺเขเป อากิรียนฺติ อวิชฺชาสงฺขาราทิคฺคหเณหิ ปกาสียนฺตีติ อาการา, อตีเต เหตุอาทีนํ วา ปการา อาการา, เต สงฺเขเป ปญฺจ ปญฺจ กตฺวา วีสติอาการา เอตสฺสาติ วีสตาการํ.
ขตฺติยาทิเภเทน อเนกเภทภินฺนาปิ สสฺสตวาทิโน ชาติสตสหสฺสานุสฺสรณาทิโน อภินิเวสเหตุโน วเสน จตฺตาโรว โหนฺติ, น ตโต อุทฺธํ อโธติ สสฺสตวาทาทีนํ ปริมาณปริจฺเฉทสฺส อนญฺญวิสยตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตฺตาโร ชนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จตฺตาโร ชนาติ จตฺตาโร ชนสมูหา. อิทํ นิสฺสายาติ อิทํ อิทปฺปจฺจยตาย สมฺมา อคฺคหณํ, ตตฺถาปิ จ เหตุผลภาเวน สมฺพนฺธานํ สนฺตติฆนสฺส อเภทิตตฺตา ปรมตฺถโต วิชฺชมานมฺปิ เภทนิพนฺธนํ นานตฺตนยํ อนุปธาเรตฺวา คหิตํ เอกตฺตคฺคหณํ นิสฺสาย. อิทํ คณฺหนฺตีติ อิทํ สสฺสตคฺคหณํ อภินิวิสฺส โวหรนฺติ, อิมินา นเยน เอกจฺจสสฺสตวาทาทโยเปตฺถ ยถาสมฺภวํ โยเชตฺวา วตฺตพฺพา. ภินฺทิตฺวาติ ‘‘อาตปฺปมนฺวายา’’ติอาทินา วิภชิตฺวา ‘‘ตยิทํ ภิกฺขเว ตถาคโต ปชานาตี’’ติอาทินา วิมทฺทิตฺวา นิชฺชฏํ นิคุมฺพํ กตฺวา ทิฏฺฐิชฏาวิชฏเนน ทิฏฺฐิคุมฺพวิวรเณน จ.
‘‘ตสฺมา’’ติอาทินา พุทฺธคุเณ อารพฺภ เทสนาย สมุฏฺฐิตตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อุทฺทิสิตฺวา เทสนากุสโล ภควา สมยนฺตรวิคฺคาหณวเสน สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว วิสฺสชฺเชตีติ ทสฺเสติ. ‘‘สนฺตี’’ติ อิมินา เตสํ ทิฏฺฐิคติกานํ วิชฺชมานตาย อวิจฺฉินฺนตํ, ตโต จ เนสํ มิจฺฉาคาหโต สิถิลกรณวิเวจเนหิ อตฺตโน เทสนาย กิจฺจการิตํ, อวิตถตญฺจ ทีเปติ ธมฺมราชา.
๒๙. อตฺถีติ ‘‘สํวิชฺชนฺตี’’ติ อิมินา สมานตฺโถ ปุถุวจนวิสโย เอโก นิปาโต ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๗๗; ม. นิ. ๑.๑๑๐; ม. นิ. ๓.๑๕๔; สํ. นิ. ๔.๑๒๗; ขุ. ปา. ๓.๑) วิย. สสฺสตาทิวเสน ปุพฺพนฺตํ กปฺเปนฺตีติ ปุพฺพนฺตกปฺปิกา. ยสฺมา ปน เต ตํ ปุพฺพนฺตํ ปุริมสิทฺเธหิ ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺเปหิ กปฺเปตฺวา, อาเสวนพลวตาย วิจิตฺตวุตฺติตาย จ วิกปฺเปตฺวา อปรภาคสิทฺเธหิ อภินิเวสภูเตหิ ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาเหหิ คณฺหนฺติ อภินิวิสนฺติ ปรามสนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปุพฺพนฺตํ กปฺเปตฺวา วิกปฺเปตฺวา คณฺหนฺตี’’ติ. ตณฺหุปาทานวเสน วา กปฺปนคฺคหณานิ เวทิตพฺพานิ. ตณฺหาปจฺจยา หิ อุปาทานํ. โกฏฺฐาเสสูติ เอตฺถ โกฏฺฐาสาทีสูติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปทปูรณสมีปอุมฺมคฺคาทีสุปิ หิ อนฺต-สทฺโท ทิสฺสติ. ตถา หิ ‘‘อิงฺฆ ตฺวํ สุตฺตนฺเต วา คาถาโย วา อภิธมฺมํ วา ปริยาปุณสฺสุ (ปาจิ. ๔๔๒), สุตฺตนฺเต โอกาสํ การาเปตฺวา’’ติ (ปาจิ. ๑๒๒๑) จ อาทีสุ ปทปูรเณ อนฺต-สทฺโท วตฺตติ, คามนฺตํ โอสเรยฺย, (ปารา. ๔๐๙; จูฬว. ๓๔๓) คามนฺตเสนาสน’’นฺติอาทีสุ สมีเป, ‘‘กามสุขลฺลิกานุโยโค เอโก อนฺโต, อตฺถีติ โข กจฺจาน อยเมโก อนฺโต’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๕; ๓.๙๐) อุมฺมคฺเคติ.
กปฺป-สทฺโท มหากปฺปสมนฺตภาวกิเลสกามวิตกฺกกาลปญฺญตฺติสทิสภาวาทีสุ วตฺตตีติ อาห ‘‘สมฺพหุเลสุ อตฺเถสุ วตฺตตี’’ติ. ตถา เหส ‘‘จตฺตาริมานิ ภิกฺขเว กปฺปสฺส อสงฺเขฺยยฺยานี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๕๖) มหากปฺเป วตฺตติ, ‘‘เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๙๔) สมนฺตภาเว, ‘‘สงฺกปฺโป กาโม, ราโค กาโม, สงฺกปฺปราโค กาโม’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๑; จูฬนิ. ๘) กิเลสกาเม, ‘‘ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๗) วิตกฺเก, ‘‘เยน สุทํ นิจฺจกปฺปํ วิหรามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) กาเล, ‘‘อิจฺจายสฺมา กปฺโป’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๑๐๙๐; จูฬนิ. ๑๑๓) ปญฺญตฺติยํ, ‘‘สตฺถุกปฺเปน วต กิร โภ สาวเกน สทฺธึ มนฺตยมานา น ชานิมฺหา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๖๐) สทิสภาเว วตฺตตีติ. วุตฺตมฺปิ เจตนฺติ มหานิทฺเทสํ (มหานิ. ๒๘) สนฺธายาห. ตณฺหาทิฏฺฐิวเสนาติ ทิฏฺฐิยา อุปนิสฺสยภูตาย สหชาตาย อภินนฺทนภูตาย จ ตณฺหาย, สสฺสตาทิอากาเรน อภินิวิสนฺตสฺส มิจฺฉาคาหสฺส จ วเสน. ปุพฺเพนิวุตฺถธมฺมวิสยาย กปฺปนาย อธิปฺเปตตฺตา อตีตกาลวาจโก อิธ ปุพฺพ-สทฺโท, รูปาทิขนฺธวินิมุตฺตสฺส กปฺปนาวตฺถุโน อภาวา อนฺต-สทฺโท จ ภาควาจโกติ อาห ‘‘อตีตํ ขนฺธโกฏฺฐาส’’นฺติ. ‘‘กปฺเปตฺวา’’ติ จ ตสฺมึ ปุพฺพนฺเต ตณฺหายนาภินิเวสานํ สมตฺถนํ ปรินิฏฺฐาปนมาห. ฐิตาติ ตสฺสา ลทฺธิยา อวิชหนํ. อารพฺภาติ อาลมฺพิตฺวา. วิสโย หิ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา ปุพฺพนฺโต. วิสยภาวโต เอว หิ โส ตสฺสา อาคมนฏฺฐานํ, อารมฺมณปจฺจโย จาติ วุตฺตํ ‘‘อาคมฺม ปฏิจฺจา’’ติ.
อธิวจนปทานีติ ปญฺญตฺติปทานิ. ทาสาทีสุ สิริวฑฺฒกาทิ-สทฺทา วิย วจนมตฺตเมว อธิการํ กตฺวา ปวตฺติยา อธิวจนํ ปญฺญตฺติ. อถ วา อธิ-สทฺโท อุปริภาเว, วุจฺจตีติ วจนํ, อุปริ วจนํ อธิวจนํ, อุปาทาภูตรูปาทีนํ อุปริ ปญฺญาปิยมานา อุปาทาปญฺญตฺตีติ อตฺโถ, ตสฺมา ปญฺญตฺติทีปกปทานีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ปญฺญตฺติมตฺตเญฺหตํ วุจฺจติ, ยทิทํ ‘‘อตฺตา, โลโก’’ติ จ, น รูปเวทนาทโย วิย ปรมตฺโถ. อธิกวุตฺติตาย วา อธิวุตฺติโยติ ทิฏฺฐิโย วุจฺจนฺติ. อธิกญฺหิ สภาวธมฺเมสุ สสฺสตาทึ ปกติอาทิทพฺพาทึ ชีวาทึ กายาทิญฺจ อภูตมตฺถํ อชฺฌาโรเปตฺวา ทิฏฺฐิโย ปวตฺตนฺตีติ.
๓๐. อภิวทนฺตีติ ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๑๘๗, ๒๐๓, ๔๒๗; ม. นิ. ๓.๒๗, ๒๙) อภินิวิสิตฺวา วทนฺติ ‘‘อยํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม’’ติอาทินา วิวทนฺติ. อภิวทนกิริยาย อชฺชาปิ อวิจฺเฉทภาวทสฺสนตฺถํ วตฺตมานกาลวจนํ. ทิฏฺฐิ เอว ทิฏฺฐิคตํ ‘‘มุตฺตคตํ, (ม. นิ. ๒.๑๑๙; อ. นิ. ๙.๑๑) สงฺขารคต’’นฺติอาทีสุ (มหานิ. ๔๑) วิย. คนฺตพฺพาภาวโต วา ทิฏฺฐิยา คตมตฺตํ, ทิฏฺฐิยา คหณมตฺตนฺติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิปฺปกาโร วา ทิฏฺฐิคตํ. โลกิยา หิ วิธยุตฺตคตปการ-สทฺเท สมานตฺเถ อิจฺฉนฺติ. เอเกกสฺมิญฺจ ‘‘อตฺตา’’ติ, ‘‘โลโก’’ติ จ คหณวิเสสํ อุปาทาย ปญฺญาปนํ โหตีติ อาห ‘‘รูปาทีสุ อญฺญตรํ อตฺตา จ โลโก จาติ คเหตฺวา’’ติ. อมรํ นิจฺจํ ธุวนฺติ สสฺสตเววจนานิ. มรณาภาเวน วา อมรํ, อุปฺปาทาภาเวน สพฺพถาปิ อตฺถิตาย นิจฺจํ, ถิรฏฺเฐน วิการาภาเวน ธุวํ. ‘‘ยถาหา’’ติอาทินา ยถาวุตฺตมตฺถํ นิทฺเทสปฏิสมฺภิทาปาฬีหิ วิภาเวติ. อยญฺจ อตฺโถ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, เวทนํ, สญฺญํ, สงฺขาเร, วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ อิมิสฺสา ปญฺจวิธาย สกฺกายทิฏฺฐิยา วเสน วุตฺโต. ‘‘รูปวนฺตํ อตฺตาน’’นฺติอาทิกาย ปน ปญฺจทสวิธาย สกฺกายทิฏฺฐิยา วเสน จตฺตาโร จตฺตาโร ขนฺเธ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ตทญฺญํ ‘‘โลโก’’ติ ปญฺญเปนฺตีติ อยมฺปิ อตฺโถ ลพฺภติ. ตถา เอกํ ขนฺธํ ’’อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ตทญฺเญ อตฺตโน อุปโภคภูโต โลโกติ, สสนฺตติปติเต วา ขนฺเธ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ตทญฺเญ ‘‘โลโก’’ติ ปญฺญเปนฺตีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺถาห – สสฺสโต วาโท เอเตสนฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ เตสํ อตฺตา โลโก จ สสฺสโตติ อธิปฺเปโต, น วาโท ติ? สจฺจเมตํ, สสฺสตสหจริตตาย ปน ‘‘วาโท สสฺสโต’’ติ วุตฺตํ ยถา ‘‘กุนฺตา ปจรนฺตี’’ติ. สสฺสโต อิติ วาโท เอเตสนฺติ วา อิติ-สทฺทโลโป ทฏฺฐพฺโพ. อถ วา สสฺสตํ วทนฺติ ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ อภินิวิสฺส โวหรนฺตีติ สสฺสตวาทา, สสฺสตทิฏฺฐิโนติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
๓๑. อาตาปนํ กิเลสานํ วิพาธนํ ปหานํ. ปทหนํ โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา จิตฺตสฺส อุสฺสหนํ. อนุโยโค ยถา สมาธิ วิเสสภาคิยตํ ปาปุณาติ, เอวํ วีริยสฺส พหุลีกรณํ. อิธ อุปจารปฺปนาจิตฺตปริทมนวีริยานํ อธิปฺเปตตฺตา อาห ‘‘ติปฺปเภทํ วีริย’’นฺติ. นปฺปมชฺชติ เอเตนาติ อปฺปมาโท, อสมฺโมโส. สมฺมา อุปาเยน มนสิ กโรติ กมฺมฏฺฐานํ เอเตนาติ สมฺมามนสิกาโร ญาณนฺติ อาห ‘‘วีริยญฺจ สติญฺจ ญาณญฺจา’’ติ. เอตฺถาติ ‘‘อาตปฺป…เป… มนสิการํ อนฺวายา’’ติ อิมสฺมึ ปาเฐ. สีลวิสุทฺธิยา สทฺธึ จตุนฺนํ รูปาวจรชฺฌานานํ อธิคมนปฏิปทา วตฺตพฺพา, สา ปน วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถารโต วุตฺตาติ อาห ‘‘สงฺเขปตฺโถ’’ติ. ‘‘ตถารูป’’นฺติ จุทฺทสวิเธหิ จิตฺตทมเนหิ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานสฺส ทมิตตํ วทติ.
สมาธานาทิอฏฺฐงฺคสมนฺนาคตรูปาวจรจตุตฺถชฺฌานสฺส โยคิโน สมาธิวิชมฺภนภูตา โลกิยาภิญฺญา ฌานานุภาโว. ‘‘ฌานาทีน’’นฺติ อิทํ ฌานลาภิสฺส วิเสเสน ฌานธมฺมา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, ตํมุเขน เสสธมฺมาติ อิมมตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ. ชนกภาวํ ปฏิกฺขิปติ. สติ หิ ชนกภาเว รูปาทิธมฺมานํ วิย สุขาทิธมฺมานํ วิย, จ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย อุปฺปาทวนฺตตา วิญฺญายติ, อุปฺปาเท จ สติ อวสฺสมฺภาวี นิโรโธติ อนวกาสาว นิจฺจตา สิยาติ. กูฏฏฺฐ-สทฺโท วา โลเก อจฺจนฺตนิจฺเจ นิรุโฬฺห ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘เอสิกฏฺฐายิฏฺฐิโต’’ติ เอเตน ยถา เอสิกา วาตปฺปหาราทีหิ น จลติ, เอวํ น เกนจิ วิการํ อาปชฺชตีติ วิการาภาวมาห, ‘‘กูฏฏฺโฐ’’ติ อิมินา ปน อนิจฺจตาภาวํ. วิกาโรปิ วินาโสเยวาติ อาห, ‘‘อุภเยนปิ โลกสฺส วินาสาภาวํ ทีเปตี’’ติ. ‘‘วิชฺชมานเมวา’’ติ เอเตน การเณ ผลสฺส อตฺถิภาวทสฺสเนน อภิพฺยตฺติวาทํ ทีเปติ. นิกฺขมตีติ จ อภิพฺยตฺตึ คจฺฉตีติ อตฺโถ. กถํ ปน วิชฺชมาโนเยว ปุพฺเพ อนภิพฺยตฺโต อภิพฺยตฺตึ คจฺฉตีติ? ยถา อนฺธกาเรน ปฏิจฺฉนฺโน ฆโฏ อาโลเกน อภิพฺยตฺตึ คจฺฉติ.
อิทเมตฺถ วิจาเรตพฺพํ – กึ กโรนฺโต อาโลโก ฆฏํ ปกาเสตีติ วุจฺจติ, ยทิ ฆฏวิสยํ พุทฺธึ กโรนฺโต, พุทฺธิยา อนุปฺปนฺนาย อุปฺปตฺติทีปนโต อภิพฺยตฺติวาโท หายติ. อถ ฆฏพุทฺธิยา อาวรณภูตํ อนฺธการํ วิธมนฺโต, เอวมฺปิ อภิพฺยตฺติวาโท หายติเยว. สติ หิ ฆฏพุทฺธิยา อนฺธกาโร กถํ ตสฺสา อาวรณํ โหตีติ, ยถา ฆฏสฺส อภิพฺยตฺติ น ยุชฺชติ, เอวํ อตฺตโนปิ. ตตฺถาปิ หิ ยทิ อินฺทฺริยวิสยาทิสนฺนิปาเตน อนุปฺปนฺนาย พุทฺธิยา อุปฺปตฺติ, อุปฺปตฺติวจเนเนว อภิพฺยตฺติวาโท หายติ, ตถา สสฺสตวาโท. อถ พุทฺธิปฺปวตฺติยา อาวรณภูตสฺส อนฺธการฏฺฐานิยสฺส โมหสฺส วิธมเนน. สติ พุทฺธิยา กถํ โมโห อาวรณนฺติ, กิญฺจิ เภทสมฺภวโต. น หิ อภิพฺยญฺชนกานํ จนฺทสูริยมณิปทีปาทีนํ เภเทน อภิพฺยญฺชิตพฺพานํ ฆฏาทีนํ เภโท โหติ, โหติ จ วิสยเภเทน พุทฺธิเภโทติ ภิยฺโยปิ อภิพฺยตฺติ น ยุชฺชติเยว, น เจตฺถ วุตฺติกปฺปนา ยุตฺตา วุตฺติยา วุตฺติมโต จ อนญฺญถานุชานนโตติ. เต จ สตฺตา สนฺธาวนฺตีติ เย อิธ มนุสฺสภาเวน อวฏฺฐิตา, เตเยว เทวภาวาทิอุปคมเนน อิโต อญฺญตฺถ คจฺฉนฺติ, อญฺญถา กตสฺส กมฺมสฺส วินาโส, อกตสฺส จ อพฺภาคโม อาปชฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย.
อปราปรนฺติ อปรสฺมา ภวา อปรํ ภวํ. เอวํ สงฺขฺยํ คจฺฉนฺตีติ อตฺตโน นิจฺจสภาวตฺตา น จุตูปปตฺติโย, สพฺพพฺยาปิตาย นาปิ สนฺธาวนสํสรณานิ, ธมฺมานํเยว ปน ปวตฺติวิเสเสน เอวํ สงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ, เอวํ โวหรียนฺตีติ อธิปฺปาโย. เอเตน อวฏฺฐิตสภาวสฺส อตฺตโน, ธมฺมิโน จ ธมฺมมตฺตํ อุปฺปชฺชติ เจว วินสฺสติ จาติ อิมํ วิปริณามวาทํ ทสฺเสติ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต วกฺขาม. อตฺตโน วาทํ ภินฺทตีติ สนฺธาวนาทิวจนสิทฺธาย อนิจฺจตาย ปุพฺเพ ปฏิญฺญาตํ สสฺสตวาทํ ภินฺทติ, วิทฺธํเสตีติ อตฺโถ. สสฺสติสมนฺติ วา เอตสฺส สสฺสตํ ถาวรํ นิจฺจกาลนฺติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
เหตุํ ทสฺเสนฺโตติ เยสํ ‘‘สสฺสโต’’ติ อตฺตานญฺจ โลกญฺจ ปญฺญเปติ อยํ ทิฏฺฐิคติโก, เตสํ เหตุํ ทสฺเสนฺโตติ อตฺโถ. น หิ อตฺตโน ทิฏฺฐิยา ปจฺจกฺขกตมตฺถํ อตฺตโนเยว สาเธติ, อตฺตโน ปน ปจฺจกฺขกเตน อตฺเถน อตฺตโน อปฺปจฺจกฺขภูตมฺปิ อตฺถํ สาเธติ. อตฺตนา หิ ยถานิจฺฉิตํ ปเรหิ วิญฺญาเปติ, น อนิจฺฉิตํ. ‘‘เหตุํ ทสฺเสนฺโต’’ติ เอตฺถ อิทํ เหตุทสฺสนํ – เอเตสุ อเนเกสุ ชาติสตสหสฺเสสุ เอโกวายํ เม อตฺตา, โลโก จ อนุสฺสรณสพฺภาวโต. โย หิ ยมตฺถํ อนุภวติ, โส เอว ตํ อนุสฺสรติ, น อญฺโญ. น หิ อญฺเญน อนุภูตมตฺถํ อญฺโญ อนุสฺสริตุํ สกฺโกติ ยถา ตํ พุทฺธรกฺขิเตน อนุภูตํ ธมฺมรกฺขิโต. ยถา เจตาสุ, เอวํ อิโต ปุริมตราสุปิ ชาตีสูติ. กสฺมา สสฺสโต เม อตฺตา จ โลโก จ. ยถา จ เม, เอวํ อญฺเญสมฺปิ สตฺตานํ สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จาติ? สสฺสตวเสน ทิฏฺฐิคหนํ ปกฺขนฺโท ทิฏฺฐิคติโก ปเรปิ ตตฺถ ปติฏฺฐเปติ, ปาฬิยํ ปน ‘‘อเนกวิหิตานิ อธิวุตฺติปทานิ อภิวทนฺติ. โส เอวํ อาหา’’ติ จ วจนโต ปรานุมานวเสน อิธ เหตุทสฺสนํ อธิปฺเปตนฺติ วิญฺญายติ. การณนฺติ ติวิธํ การณํ สมฺปาปกํ นิพฺพตฺตกํ ญาปกนฺติ. ตตฺถ อริยมคฺโค นิพฺพานสฺส สมฺปาปกํ การณํ, พีชํ องฺกุรสฺส นิพฺพตฺตกํ การณํ, ปจฺจยุปฺปนฺนตาทโย อนิจฺจตาทีนํ ญาปกํ การณํ, อิธาปิ ญาปกการณเมว อธิปฺเปตํ. ญาปโก หิ ญาเปตพฺพตฺถวิสยสฺส ญาณสฺส เหตุภาวโต การณนฺติ. ตทายตฺตวุตฺติตาย ตํ ญาณํ ติฏฺฐติ ตตฺถาติ ‘‘ฐาน’’นฺติ, วสติ ตตฺถ ปวตฺตตีติ ‘‘วตฺถู’’ติ จ วุจฺจติ. ตถา หิ ภควตา วตฺถุ-สทฺเทน อุทฺทิสิตฺวาปิ ฐานสทฺเทน นิทฺทิฏฺฐนฺติ.
๓๒-๓๓. ทุติยตติยวาทานํ ปฐมวาทโต นตฺถิ วิเสโส ฐเปตฺวา กาลวิเสสนฺติ อาห ‘‘อุปริ วาททฺวเยปิ เอเสว นโย’’ติ. ยทิ เอวํ กสฺมา สสฺสตวาโท จตุธา วิภตฺโต, นนุ อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกวาโท วิย ทุวิเธเนว วิภชิตพฺโพ สิยาติ อาห ‘‘มนฺทปญฺโญ หิ ติตฺถิโย’’ติอาทิ.
๓๔. ตกฺกยตีติ อูหยติ, สสฺสตาทิอากาเรน ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรเปตีติ อตฺโถ. ตกฺโกติ อาโกฏนลกฺขโณ วินิจฺฉยลกฺขโณ วา ทิฏฺฐิฏฺฐานภูโต วิตกฺโก. วีมํสา นาม วิจารณา, สา ปเนตฺถ อตฺถโต ปญฺญาปติรูปโก โลภสหคตจิตฺตุปฺปาโท, มิจฺฉาภินิเวโส วา อโยนิโสมนสิกาโร, ปุพฺพภาเค วา ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตนฺติ ทฏฺฐพฺพา. เตเนวาห ‘‘ตุลนา รุจฺจนา ขมนา’’ติ. ปริยาหนนํ วิตกฺกสฺส อารมฺมณอูหนํ เอวาติ อาห ‘‘เตน เตน ปกาเรน ตกฺเกตฺวา’’ติ. อนุวิจริตนฺติ วีมํสาย อนุปวตฺติตํ, วีมํสานุคเตน วา วิจาเรน อนุมชฺชิตํ. ปฏิ ปฏิ ภาตีติ ปฏิภานํ, ยถาสมิหิตาการวิเสสวิภาวโก จิตฺตุปฺปาโท. ปฏิภานโต ชาตํ ปฏิภานํ, สยํ อตฺตโน ปฏิภานํ สยํ ปฏิภานํ. เตเนวาห ‘‘อตฺตโน ปฏิภานมตฺตสญฺชาต’’นฺติ. มตฺต-สทฺเทน วิเสสาธิคมาทโย นิวตฺเตติ.
‘‘อนาคเตปิ เอวํ ภวิสฺสตี’’ติ อิทํ น อิธาธิปฺเปตตกฺกีวเสเนว วุตฺตํ, ลาภีตกฺกิโน เอวมฺปิ สมฺภวตีติ สมฺภวทสฺสนวเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ กิญฺจิ อตฺตนา ปฏิลทฺธํ รูปาทิ สุขาทิ จ อิธ ลพฺภตีติ ลาโภ, น ฌานาทิวิเสโส. ‘‘เอวํ สติ อิทํ โหตี’’ติ อนิจฺเจสุ ภาเวสุ อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ อาปชฺชติ, ตถา จ สติ กตสฺส วินาโส, อกตสฺส จ อพฺภาคโม สิยา. นิจฺเจสุ ปน ภาเวสุ โย กโรติ, โส ปฏิสํเวเทตีติ น โทโส อาปชฺชตีติ ตกฺกิกสฺส ยุตฺติคเวสนาการํ ทสฺเสติ.
ตกฺกมตฺเตเนวาติ อาคมาธิคมาทีนํ อนุสฺสวาทีนญฺจ อภาวา สุทฺธตกฺเกเนว. นนุ จ วิเสสลาภิโนปิ สสฺสตวาทิโน อตฺตโน วิเสสาธิคมเหตุ อเนเกสุ ชาติสตสหสฺเสสุ ทสสุ สํวฏฺฏวิวฏฺเฏสุ จตฺตาลีสาย สํวฏฺฏวิวฏฺเฏสุ ยถานุภูตํ อตฺตโน สนฺตานํ ตปฺปฏิพทฺธญฺจ ‘‘อตฺตา, โลโก’’ติ จ อนุสฺสริตฺวา ตโต ปุริมปุริมตราสุปิ ชาตีสุ ตถาภูตสฺส อตฺถิตานุวิตกฺกนมุเขน สพฺเพสมฺปิ สตฺตานํ ตถาภาวานุวิตกฺกนวเสเนว สสฺสตาภินิเวสิโน ชาตา, เอวญฺจ สติ สพฺโพปิ สสฺสตวาที อนุสฺสุติชาติสฺสรตกฺกิกา วิย อตฺตโน อุปลทฺธวตฺถุนิพนฺธเนน ตกฺกเนน ปวตฺตวาทตฺตา ตกฺกีปกฺเขเยว ติฏฺเฐยฺย, อวสฺสญฺจ วุตฺตปฺปการํ ตกฺกนมิจฺฉิตพฺพํ, อญฺญถา วิเสสลาภี สสฺสตวาที เอกจฺจสสฺสติกปกฺขํ, อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกปกฺขํ วา ภเชยฺยาติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ, ยสฺมา วิเสสลาภีนํ ขนฺธสนฺตานสฺส ทีฆทีฆตรทีฆตมกาลานุสฺสรณํ สสฺสตคฺคาหสฺส อสาธารณการณํ. ตถา หิ ‘‘อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรามิ. อิมินามหเมตํ ชานามี’’ติ อนุสฺสรณเมว ปธานการณภาเวน ทสฺสิตํ. ยํ ปน ตสฺส ‘‘อิมินามหเมตํ ชานามี’’ติ ปวตฺตํ ตกฺกนํ, น ตํ อิธ ปธานํ อนุสฺสรณํ ปติ ตสฺส อปฺปธานภูตตฺตา. ยทิ เอวํ อนุสฺสวาทีนมฺปิ ปธานภาโว อาปชฺชตีติ เจ? น, เตสํ สจฺฉิกิริยาย อภาเวน ตกฺกปธานตฺตา, ปธานการเณน จ นิทฺเทโส นิรุโฬฺห สาสเน โลเก จ ยถา ‘‘จกฺขุวิญฺญาณํ, ยวงฺกุโร’’ติ จ.
อถ วา วิเสสาธิคมนิพนฺธนรหิตสฺส ตกฺกนสฺส วิสุํ สสฺสตคฺคาเห การณภาวทสฺสนตฺถํ วิเสสาธิคโม วิสุํ สสฺสตคฺคาหการณํ วตฺตพฺโพ, โส จ มนฺทมชฺฌติกฺขปญฺญาวเสน ติวิโธติ ภควตา สพฺพตกฺกิโน ตกฺกีภาวสามญฺเญน เอกชฺฌํ คเหตฺวา จตุธา ววตฺถาปิโต สสฺสตวาโท. ยทิปิ อนุสฺสวาทิวเสน ตกฺกิกานํ วิย มนฺทปญฺญาทีนมฺปิ หีนาทิวเสน อเนกเภทสพฺภาวโต วิเสสลาภีนมฺปิ พหุธา เภโท สมฺภวติ, สพฺเพ ปน วิเสสลาภิโน มนฺทปญฺญาทิวเสน ตโย ราสี กตฺวา ตตฺถ อุกฺกฏฺฐวเสน อเนกชาติสตสหสฺสทสสํวฏฺฏวิวฏฺฏจตฺตารีสสํวฏฺฏวิวฏฺฏานุสฺสรเณน อยํ วิภาโค วุตฺโต. ตีสุปิ ราสีสุ เย หีนมชฺฌปญฺญา, เต วุตฺตปริจฺเฉทโต อูนกเมว อนุสฺสรนฺติ. เย ปน ตตฺถ อุกฺกฏฺฐปญฺญา, เต วุตฺตปริจฺเฉทํ อติกฺกมิตฺวา นานุสฺสรนฺตีติ เอวํ ปนายํ เทสนา. ตสฺมา อญฺญตรเภทสงฺคหวเสเนว ภควตา จตฺตาริฏฺฐานานิ วิภตฺตานีติ ววตฺถิตา สสฺสตวาทีนํ จตุพฺพิธตา. น หิ อิธ สาวเสสํ ธมฺมํ เทเสติ ธมฺมราชา.
๓๕. ‘‘อญฺญตเรนา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอเกนา’’ติ วุตฺตํ. วา-สทฺทสฺส ปน อนิยมตฺถตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทฺวีหิ วา ตีหิ วา’’ติ วุตฺตํ. เตน จตูสุ ฐาเนสุ ยถารหํ เอกจฺจํ เอกจฺจสฺส ปญฺญาปเน สหการีการณนฺติ ทสฺเสติ. กึ ปเนตานิ วตฺถูนิ อภินิเวสสฺส เหตุ, อุทาหุ ปติฏฺฐาปนสฺส. กิญฺเจตฺถ ยทิ ตาว อภินิเวสสฺส, กสฺมา อนุสฺสรณตกฺกนานิเยว คหิตานิ, น สญฺญาวิปลฺลาสาทโย. ตถาหิ วิปรีตสญฺญา อโยนิโสมนสิการอสปฺปุริสูปนิสฺสยอสทฺธมฺมสฺสวนาทีนิ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปวตฺตนฏฺฐานานิ. อถ ปติฏฺฐาปนสฺส อธิคมยุตฺติโย วิย อาคโมปิ วตฺถุภาเวน วตฺตพฺโพ, อุภยตฺถาปิ ‘‘นตฺถิ อิโต พหิทฺธา’’ติ วจนํ น ยุชฺชตีติ? น. กสฺมา? อภินิเวสปกฺเข ตาว อยํ ทิฏฺฐิคติโก อสปฺปุริสูปนิสฺสยอสทฺธมฺมสฺสวเนหิ อโยนิโส อุมฺมุชฺชิตฺวา วิปลฺลาสสญฺโญ รูปาทิธมฺมานํ ขเณ ขเณ ภิชฺชนสภาวสฺส อนวโพธโต ธมฺมยุตฺตึ อติธาวนฺโต เอกตฺตนยํ มิจฺฉา คเหตฺวา ยถาวุตฺตานุสฺสรณตกฺเกหิ ขนฺเธสุ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๑) อภินิเวสํ ชเนสิ. อิติ อาสนฺนการณตฺตา, ปธานการณตฺตา, ตคฺคหเณเนว จ อิตเรสมฺปิ คหิตตฺตา อนุสฺสรณตกฺกนานิเยว อิธ คหิตานิ. ปติฏฺฐาปนปกฺเข ปน อาคโมปิ ยุตฺติปกฺเขเยว ฐิโต วิเสสโต พาหิรกานํ ตกฺกคาหิภาวโตติ อนุสฺสรณตกฺกนานิเยว ทิฏฺฐิยา วตฺถุภาเวน คหิตานิ. กิญฺจ ภิยฺโย ทุวิธํ ลกฺขณํ ปรมตฺถธมฺมานํ สภาวลกฺขณํ สามญฺญลกฺขณญฺจาติ. ตตฺถ สภาวลกฺขณาวโพโธ ปจฺจกฺขญาณํ, สามญฺญลกฺขณาวโพโธ อนุมานญาณํ, อาคโม จ สุตมยาย ปญฺญาย สาธนโต อนุมานญาณเมว อาวหติ, สุตานํ ปน ธมฺมานํ อาการปริวิตกฺกเนน นิชฺฌานกฺขนฺติยํ ฐิโต จินฺตามยํ ปญฺญํ นิพฺพตฺเตตฺวา อนุกฺกเมน ภาวนาย ปจฺจกฺขญาณํ อธิคจฺฉตีติ เอวํ อาคโมปิ ตกฺกวิสยํ นาติกฺกมตีติ ตคฺคหเณน คหิโตวาติ เวทิตพฺโพ. โส อฏฺฐกถายํ อนุสฺสุติตกฺกคฺคหเณน วิภาวิโตติ ยุตฺตํ เอวิทํ ‘‘นตฺถิ อิโต พหิทฺธา’’ติ. ‘‘อเนกวิหิตานิ อธิวุตฺติปทานิ อภิวทนฺติ, สสฺสตํ อตฺตานญฺจ โลกญฺจ ปญฺญเปนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๐) จ วจนโต ปติฏฺฐาปนวตฺถูนิ อิธาธิปฺเปตานีติ ทฏฺฐพฺพํ.
๓๖. ทิฏฺฐิเยว ทิฏฺฐิฏฺฐานํ ปรมวชฺชตาย อเนกวิหิตานํ อนตฺถานํ เหตุภาวโต. ยถาห ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมาหํ ภิกฺขเว วชฺชํ วทามี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐) ‘‘ยถาหา’’ติอาทินา ปฏิสมฺภิทาปาฬิยา (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๔) ทิฏฺฐิยา ฐานวิภาคํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ขนฺธาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ อารมฺมณฏฺเฐน ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๓.๘๑, ๓๔๕) วจนโต. อวิชฺชาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ อุปนิสฺสยาทิภาเวน ปวตฺตนโต. ยถาห ‘‘อสฺสุตวา ภิกฺขเว ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒; ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐). ผสฺโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถา จาห ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา, (ที. นิ. ๑.๑๑๘ อาทโย) ผุสฺส ผุสฺส ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๔๔) จ. สญฺญาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. วุตฺตญฺเจตํ ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา, (สุ. นิ. ๘๘๐; มหานิ. ๑๐๙) ปถวิโต สญฺญตฺวา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒) จ อาทิ. วิตกฺโกปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ตกฺกญฺจ ทิฏฺฐีสุ ปกปฺปยิตฺวา, สจฺจํ มุสาติ ทฺวยธมฺมมาหู’’ติ (สุ. นิ. ๘๙๒) ‘‘ตกฺกี โหติ วีมํสี’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๔) จ อาทิ. อโยนิโสมนสิกาโรปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. เตนาห ภควา ‘‘ตสฺส เอวํ อโยนิโส มนสิ กโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. ‘อตฺถิ เม อตฺตา’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๑๙). สมุฏฺฐาติ เอเตนาติ สมุฏฺฐานํ สมุฏฺฐานภาโว สมุฏฺฐานฏฺโฐ. ปวตฺติตาติ ปรสนฺตาเนสุ อุปฺปาทิตา. ปรินิฏฺฐาปิตาติ อภินิเวสสฺส ปริโยสานํ มตฺถกํ ปาปิตาติ อตฺโถ. ‘‘อารมฺมณวเสนา’’ติ อฏฺฐสุ ทิฏฺฐิฏฺฐาเนสุ ขนฺเธ สนฺธายาห. ปวตฺตนวเสนาติ อวิชฺชาทโย. อาเสวนวเสนาติ ปาปมิตฺตปรโตโฆสาทีนมฺปิ เสวนํ ลพฺภติเยว. อถ วา เอวํคติกาติ เอวํคมนา, เอวํนิฏฺฐาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิเม ทิฏฺฐิสงฺขาตา ทิฏฺฐิฏฺฐานา เอวํ ปรมตฺถโต อสนฺตํ อตฺตานํ สสฺสตภาวญฺจสฺส อชฺฌาโรเปตฺวา คหิตา, ปรามฏฺฐา จ พาลลปนา ยาว ปณฺฑิตา น สมนุยุญฺชนฺติ, ตาว คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺติ. ปณฺฑิเตหิ สมนุยุญฺชิยมานา ปน อนวฏฺฐิตวตฺถุกา อวิมทฺทกฺขมา สูริยุคฺคมเน อุสฺสาวพินฺทู วิย ขชฺโชปนกา วิย จ ภิชฺชนฺติ วินสฺสนฺติ จาติ.
ตตฺถายํ อนุยุญฺชเน สงฺเขปกถา – ยทิ หิ ปเรน ปริกปฺปิโต อตฺตา โลโก วา สสฺสโต สิยา, ตสฺส นิพฺพิการตาย ปุริมรูปาวิชหนโต กสฺสจิ วิเสสาธานสฺส กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อหิตโต นิวตฺตนตฺถํ, หิเต จ ปฏิปตฺติอตฺถํ อุปเทโส เอว นิปฺปโยชโน สิยา สสฺสตวาทิโน, กถํ วา โส อุปเทโส ปวตฺตียติ วิการาภาวโต, เอวญฺจ อตฺตโน อชฏากาสสฺส วิย ทานาทิกิริยา หึสาทิกิริยา จ น สมฺภวติ. ตถา สุขสฺส ทุกฺขสฺส อนุภวนนิพนฺโธ เอว สสฺสตวาทิโน น ยุชฺชติ กมฺมพทฺธาภาวโต, ชาติอาทีนญฺจ อสมฺภวโต กุโต วิโมกฺโข, อถ ปน ธมฺมมตฺตํ ตสฺส อุปฺปชฺชติ เจว วินสฺสติ จ, ยสฺส วเสนายํ กิริยาทิโวหาโรติ วเทยฺย, เอวมฺปิ ปุริมรูปาวิชหเนน อวฏฺฐิตสฺส อตฺตโน ธมฺมมตฺตนฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ, เต วา ปนสฺส ธมฺมา อวตฺถาภูตา อญฺเญ วา สิยุํ อนญฺเญ วา. ยทิ อญฺเญ, น ตาหิ ตสฺส อุปฺปนฺนาหิปิ โกจิ วิเสโส อตฺถิ. ยาหิ กโรติ ปฏิสํเวเทติ จวติ อุปปชฺชติ จาติ อิจฺฉิตํ, ตสฺมา ตทวตฺโถ เอว ยถาวุตฺตโทโส. กิญฺจ ธมฺมกปฺปนาปิ นิรตฺถิกา สิยา, อถานญฺเญ อุปฺปาทวินาสวนฺตีหิ อวตฺถาหิ อนญฺญสฺส อตฺตโน ตาสํ วิย อุปฺปาทวินาสสพฺภาวโต กุโต นิจฺจตาวกาโส, ตาสมฺปิ วา อตฺตโน วิย นิจฺจตาติ พนฺธวิโมกฺขานํ อสมฺภโว เอวาติ น ยุชฺชติเยว สสฺสตวาโท. น เจตฺถ โกจิ วาที ธมฺมานํ สสฺสตภาเว ปริสุทฺธํ ยุตฺตึ วตฺตุํ สมตฺโถ, ยุตฺติรหิตญฺจ วจนํ น ปณฺฑิตานํ จิตฺตํ อาราเธตีติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยาว ปณฺฑิตา น สมนุยุญฺชนฺติ, ตาว คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตี’’ติ. กมฺมวเสน อภิมุโข สมฺปเรติ เอตฺถาติ อภิสมฺปราโย, ปโรโลโก.
‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจา’’ติ อิทํ อิธ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส วิภชิยมานตฺตา วุตฺตํ, ตสฺมึ วา วุตฺเต ตทธิฏฺฐานโต อาสวกฺขยญาณํ, ตทวินาภาวโต สพฺพมฺปิ วา ภควโต ทสพลาทิญาณํ คหิตเมว โหตีติ กตฺวา. ปชานนฺโตปีติ ปิ-สทฺโท สมฺภาวเน, เตน ‘‘ตญฺจา’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ จ-สทฺทตฺถมาห. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตํ ทิฏฺฐิคตโต อุตฺตริตรํ สารภูตํ สีลาทิคุณวิเสสมฺปิ ตถาคโต นาภินิวิสติ, โก ปน วาโท วฏฺฏามิเสติ. ‘‘อห’’นฺติ ทิฏฺฐิวเสน วา ตํ ปรามสนาการมาห. ปชานามีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปการตฺโถ, เตน ‘‘มม’’นฺติ ตณฺหาวเสน ปรามสนาการํ ทสฺเสติ. ธมฺมสภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรโต อามสนํ ปรามาโส. น หิ ตํ อตฺถิ, ขนฺเธสุ ยํ ‘‘อห’’นฺติ วา, ‘‘มม’’นฺติ วา คเหตพฺพํ สิยา. โย ปน ปรามาโส ตณฺหาทโยว, เต จ ภควโต โพธิมูเลเยว ปหีนาติ อาห ‘‘ปรามาสกิเลสาน’’นฺติอาทิ. อปรามาสโตติ วา นิพฺพุติเวทนสฺส เหตุวจนํ, ‘‘วิทิตา’’ติ อิทํ ปทํ อเปกฺขิตฺวา กตฺตริ สามิวจนํ, อปรามสนเหตุ ปรามาสรหิตาย ปฏิปตฺติยา ตถาคเตน สยเมว อสงฺขตธาตุ อธิคตาติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
‘‘ยาสุ เวทนาสู’’ติอาทินา ภควโต เทสนาวิลาสํ ทสฺเสติ. ตถา หิ ขนฺธายตนาทิวเสน อเนกวิธาสุ จตุสจฺจเทสนาสุ สมฺภวนฺตีสุปิ อยํ ตถาคตานํ เทสนาสุ ปฏิปตฺติ, ยํ ทิฏฺฐิคติกา มิจฺฉาปฏิปตฺติยา ทิฏฺฐิคหนํ ปกฺขนฺทาติ ทสฺสนตฺถํ เวทนาเยว ปริญฺญาย ภูมิทสฺสนตฺถํ อุทฺธฏา. กมฺมฏฺฐานนฺติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ. ยถาภูตํ วิทิตฺวาติ วิปสฺสนาปญฺญาย เวทนาย สมุทยาทีนิ อารมฺมณปฏิเวธวเสน มคฺคปญฺญาย อสมฺโมหปฏิเวธวเสน ชานิตฺวา, ปฏิวิชฺฌิตฺวาติ อตฺโถ. ปจฺจยสมุทยฏฺเฐนาติ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๔; สํ. นิ. ๒.๒๑; อุทา. ๑) วุตฺตลกฺขเณน อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยานํ อุปฺปาเทน เจว มคฺเคน อสมุคฺฆาเตน จ. นิพฺพตฺติลกฺขณนฺติ อุปฺปาทลกฺขณํ, ชาตินฺติ อตฺโถ. ปญฺจนฺนํ ลกฺขณานนฺติ เอตฺถ จตุนฺนํ ปจฺจยานมฺปิ อุปฺปาทลกฺขณเมว คเหตฺวา วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ, ยสฺมา ปจฺจยลกฺขณมฺปิ ลพฺภติเยว, ตถา เจว สํวณฺณิตํ. ปจฺจยนิโรธฏฺเฐนาติ เอตฺถาปิ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยนฺติ ยสฺมา, ยํ วา สุขํ โสมนสฺสํ. ปฏิจฺจาติ อารมฺมณปจฺจยาทิภูตํ เวทนํ ลภิตฺวา. อยนฺติ สุขโสมนสฺสานํ ปจฺจยภาโว, สุขโสมนสฺสเมว วา, ‘‘อสฺสาโท’’ติ ปทํ ปน อเปกฺขิตฺวา ปุลฺลิงฺคนิทฺเทโส. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ปุริมุปฺปนฺนํ เวทนํ อารพฺภ โสมนสฺสุปฺปตฺติยํ โย ปุริมเวทนาย อสฺสาเทตพฺพากาโร โสมนสฺสสฺสาทนากาโร, อยํ อสฺสาโทติ. กถํ ปน เวทนํ อารพฺภ สุขํ อุปฺปชฺชตีติ? เจตสิกสุขสฺส อธิปฺเปตตฺตา นายํ โทโส. วิเสสนํ เหตฺถ โสมนสฺสคฺคหณํ สุขํ โสมนสฺสนฺติ ‘‘รุกฺโข สึสปา’’ติ ยถา.
‘‘อนิจฺจา’’ติ อิมินา สงฺขารทุกฺขตาวเสน อุเปกฺขาเวทนาย, สพฺพเวทนาสุเยว วา อาทีนวมาห, อิตเรหิ อิตรทุกฺขตาวเสน ยถากฺกมํ ทุกฺขสุขเวทนานํ, อวิเสเสน วา ตีณิปิ ปทานิ สพฺพาสมฺปิ เวทนานํ วเสน โยเชตพฺพานิ. อยนฺติ โย เวทนาย หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจภาโว, อุทยพฺพยปฏิปีฬนฏฺเฐน ทุกฺขภาโว, ชราย มรเณน จาติ เทฺวธา วิปริณาเมตพฺพภาโว จ, อยํ เวทนาย อาทีนโว, ยโต วา อาทีนํ ปรมการุญฺญํ วาติ ปวตฺตตีติ. เวทนาย นิสฺสรณนฺติ เอตฺถ เวทนายาติ นิสฺสกฺกวจนํ, ยาว เวทนาปฏิพทฺธํ ฉนฺทราคํ น ปชหติ, ตาวายํ ปุริโส เวทนํ อลฺลีโนเยว โหติ. ยทา ปน ตํ ฉนฺทราคํ ปชหติ, ตทายํ ปุริโส เวทนาย นิสฺสโฏ วิสํยุตฺโต โหตีติ ฉนฺทราคปฺปหานํ เวทนาย นิสฺสรณํ วุตฺตํ. เอตฺถ จ เวทนาคฺคหเณน เวทนาย สหชาตนิสฺสยารมฺมณภูตา จ รูปารูปธมฺมา คหิตา เอว โหนฺตีติ ปญฺจนฺนมฺปิ อุปาทานกฺขนฺธานํ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. เวทนาสีเสน ปน เทสนา อาคตา, ตตฺถ การณํ วุตฺตเมว, ลกฺขณหารนเยน วา อยมตฺโถ วิภาเวตพฺโพ. ตตฺถ เวทนาคฺคหเณน คหิตา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขสจฺจํ, เวทนานํ สมุทยคฺคหเณน คหิตา อวิชฺชาทโย สมุทยสจฺจํ, อตฺถงฺคมนิสฺสรณปริยาเยหิ นิโรธสจฺจํ, ‘‘ยถาภูตํ วิทิตฺวา’’ติ เอเตน มคฺคสจฺจนฺติ เอวเมตฺถ จตฺตาริ สจฺจานิ เวทิตพฺพานิ. กามุปาทานมูลกตฺตา เสสุปาทานานํ, ปหีเน จ กามุปาทาเน อุปาทานเสสาภาวโต ‘‘วิคตฉนฺทราคตาย อนุปาทาโน’’ติ วุตฺตํ. อนุปาทาวิมุตฺโตติ อตฺตโน มคฺคผลปฺปตฺตึ ภควา ทสฺเสติ. ‘‘เวทนาน’’นฺติอาทินา หิ ยสฺสา ธมฺมธาตุยา สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา อิมํ ทิฏฺฐิคตํ สการณํ สคติกํ ปเภทโต วิภชิตุํ สมตฺโถ อโหสิ, ตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส สทฺธึ ปุพฺพภาคปฏิปทาย อุปฺปตฺติภูมึ ทสฺเสติ ธมฺมราชา.
ปฐมภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.