จูฬสีลวณฺณนา
๗. นิวตฺโต อมูลกตฺตา วิสฺสชฺเชตพฺพตาภาวโต. อนุวตฺตติเยว วิสฺสชฺเชตพฺพตาย อธิกตภาวโต. อนุสนฺธึ ทสฺเสสฺสติ ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว’’ติอาทินา. โอรนฺติ วา อปรภาโค ‘‘โอรโต โภคํ, โอรํ ปาร’’นฺติอาทีสุ วิย. อถ วา เหฏฺฐาอตฺโถ โอร-สทฺโท ‘‘โอรํ อาคมนาย เย ปจฺจยา, เต โอรมฺภาคิยานิ สํโยชนานี’’ติอาทีสุ วิย. สีลญฺหิ สมาธิปญฺญาโย อเปกฺขิตฺวา อปรภาโค, เหฏฺฐาภูตญฺจ โหตีติ. สีลมตฺตกนฺติ เอตฺถ มตฺต-สทฺโท อปฺปกตฺโถ วา ‘‘เภสชฺชมตฺตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๔๗) วิย. วิเสสนิวตฺติอตฺโถ วา ‘‘อวิตกฺกวิจารมตฺตา ธมฺมา (ธ. ส. ติกมาติกา ๖), มโนมตฺตา ธาตุ มโนธาตู’’ติ จ อาทีสุ วิย. ‘‘อปฺปมตฺตกํ, โอรมตฺตก’’นฺติ ปททฺวเยน สามญฺญโต วุตฺโตเยว หิ อตฺโถ สีลมตฺตกนฺติ วิเสสวเสน วุตฺโต. อถ วา สีเลนปิ ตเทกเทสสฺเสว สงฺคหณตฺถํ อปฺปกตฺถวาจโก, วิเสสนิวตฺติอตฺโถ เอว วา ‘‘สีลมตฺตก’’นฺติ เอตฺถ มตฺต-สทฺโท วุตฺโต. ตถา หิ อินฺทฺริยสํวรปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลานิ อิธ เทสนํ อนารุฬฺหานิ. น หิ ตานิ ปาติโมกฺขอาชีวปาริสุทฺธิสีลานิ วิย สพฺพปุถุชฺชเนสุ ปากฏานีติ. ‘‘อุสฺสาหํ กตฺวา’’ติ เอเตน ‘‘วทมาโน’’ติ เอตฺถ สตฺติอตฺถํ มาน-สทฺทํ ทสฺเสติ.
อลงฺกรณํ วิภูสนํ อลงฺกาโร, กุณฺฑลาทิปสาธนํ วา. อูนฏฺฐานปูรณํ มณฺฑนํ. มณฺฑเนติ มณฺฑนเหตุ. อถ วา มณฺฑตีติ มณฺฑโน, มณฺฑนชาติโก ปุริโส. พหุวจนตฺเถ จ อิทํ เอกวจนํ, มณฺฑนสีเลสูติ อตฺโถ. ปริปูรการีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เตน สกลมฺปิ สีลโถมน สุตฺตํ ทสฺเสติ. จนฺทนนฺติ จนฺทนสหจรณโต จนฺทนคนฺโธ, ตถา ตคราทีสุปิ. สตญฺจ คนฺโธติ เอตฺถ คนฺโธ วิยาติ คนฺโธติ วุตฺโต สีลนิพนฺธโน ถุติโฆโส. สีลญฺหิ กิตฺติยา นิมิตฺตํ. ยถาห ‘‘สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๐; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕). ปวายตีติ ปกาสติ. คนฺธาว คนฺธชาตา.
‘‘อปฺปกํ พหุก’’นฺติ อิทํ ปาราปารํ วิย อญฺญมญฺญํ อุปนิธาย วุจฺจตีติ อาห ‘‘อุปริคุเณ อุปนิธายา’’ติ. สีลญฺหีติ เอตฺถ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ, เตน อิทํ ทสฺเสติ ‘‘ยสฺมา สีลํ กิญฺจาปิ ปติฏฺฐาภาเวน สมาธิสฺส พหุการํ, ปภาวาทิคุณวิเสเส ปนสฺส อุปนิธาย กลมฺปิ น อุเปติ, ตถา สมาธิ จ ปญฺญายา’’ติ. เตเนวาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. อิทานิ ‘‘กถ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา สมาธิสฺส อานุภาวํ วิตฺถารโต วิภาเวติ. ‘‘อภิ…เป… มูเล’’ติ อิทํ ยมกปาฏิหาริยสฺส สุปากฏภาวทสฺสนตฺถํ, อญฺเญหิ โพธิมูลญาติสมาคมาทีสุ กตปาฏิหาริเยหิ วิเสสนตฺถญฺจ วุตฺตํ. ยมกปาฏิหาริยกรณตฺถาย หิ ภควโต จิตฺเต อุปฺปนฺเน ตทนุจฺฉวิกํ ฐานํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ รตนมณฺฑปาทิ สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อาณาย วิสฺสกมฺมุนา นิมฺมิตนฺติ วทนฺติ, ภควตาว นิมฺมิตนฺติ อปเร. ‘‘โย โกจิ เอวรูปํ ปาฏิหาริยํ กาตุํ สมตฺโถ อตฺถิ เจ, อาคจฺฉตู’’ติ โจทนาสทิสตฺตา วุตฺตํ ‘‘อตฺตาทานปริทีปน’’นฺติ. ตตฺถ อตฺตาทานํ อนุโยโค, ติตฺถิยานํ ตถา กาตุํ อสมตฺถตฺตา, ‘‘กริสฺสามา’’ติ ปุพฺเพ อุฏฺฐิตตฺตา ติตฺถิยปริมทฺทนํ.
อุปริมกายโตติอาทิ ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๖).
ตตฺถายํ ปาฬิเสโส –
‘‘เหฏฺฐิมกายโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, อุปริมกายโต อุทกธารา ปวตฺตติ. ปุรตฺถิมกายโต อคฺคิ, ปจฺฉิมกายโต อุทกํ. ปจฺฉิมกายโต อคฺคิ, ปุรตฺถิมกายโต อุทกํ. ทกฺขิณอกฺขิโต อคฺคิ, วามอกฺขิโต อุทกํ. วามอกฺขิโต อคฺคิ, ทกฺขิณอกฺขิโต อุทกํ. ทกฺขิณกณฺณโสตโต อคฺคิ, วามกณฺณโสตโต อุทกํ. วามกณฺณโสตโต อคฺคิ, ทกฺขิณกณฺณโสตโต อุทกํ. ทกฺขิณนาสิกาโสตโต อคฺคิ, วามนาสิกาโสตโต อุทกํ. วามนาสิกาโสตโต อคฺคิ, ทกฺขิณนาสิกาโสตโต อุทกํ. ทกฺขิณอํสกูฏโต อคฺคิ, วามอํสกูฏโต อุทกํ. วามอํสกูฏโต อคฺคิ, ทกฺขิณอํสกูฏโต อุทกํ. ทกฺขิณหตฺถโต อคฺคิ, วามหตฺถโต อุทกํ. วามหตฺถโต อคฺคิ, ทกฺขิณหตฺถโต อุทกํ. ทกฺขิณปสฺสโต อคฺคิ, วามปสฺสโต อุทกํ. วามปสฺสโต อคฺคิ, ทกฺขิณปสฺสโต อุทกํ. ทกฺขิณปาทโต อคฺคิ, วามปาทโต อุทกํ. วามปาทโต อคฺคิ, ทกฺขิณปาทโต อุทกํ. องฺคุลงฺคุเลหิ อคฺคิ, องฺคุลนฺตริกาหิ อุทกํ. องฺคุลนฺตริกาหิ อคฺคิ, องฺคุลงฺคุเลหิ อุทกํ. เอเกกโลมโต อคฺคิ, เอเกกโลมโต อุทกํ. โลมกูปโต โลมกูปโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, โลมกูปโต โลมกูปโต อุทกธารา ปวตฺตตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๖).
อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เอเกกโลมกูปโต’’ติ อาคตํ.
‘‘ฉนฺนํ วณฺณานนฺติ อาทินยปฺปวตฺต’’นฺติ เอตฺถาปิ นีลานํ ปีตกานํ โลหิตกานํ โอทาตานํ มญฺชิฏฺฐานํ ปภสฺสรานนฺติ อยํ ปาฬิเสโส. ‘‘สุวณฺณวณฺณา รสฺมิโย’’ติ อิทํ ตาสํ เยภุยฺยตาย วุตฺตํ. วิตฺถาเรตพฺพนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘สตฺถา ติฏฺฐติ, นิมฺมิโต จงฺกมติ วา นิสีทติ วา เสยฺยํ วา กปฺเปตี’’ติอาทินา จตูสุ อิริยาปเถสุ เอเกกมูลกา สตฺถุวเสน จตฺตาโร, นิมฺมิตวเสน จตฺตาโรติ สพฺเพว อฏฺฐ วาเร วิตฺถาเรตพฺพํ.
มธุปายาสนฺติ มธุสิตฺตํ ปายาสํ. อตฺตา มิตฺโต มชฺฌตฺโต เวรีติ จตูสุ สีมสมฺเภทวเสน จตุรงฺคสมนฺนาคตํ เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ. ‘‘จตุรงฺคสมนฺนาคต’’นฺติ อิทํ ปน ‘‘วีริยาธิฏฺฐาน’’นฺติ เอเตนาปิ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จา’’ติอาทิปาฬิ (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๒; อ. นิ. ๒.๕; อ. นิ. ๘.๑๓; มหานิ. ๑๙๖) วเสน จตุรงฺคสมนฺนาคตตา เวทิตพฺพา. ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๕๗; สํ. นิ. ๒.๔) ชรามรณมุเขน ปจฺจยากาเร ญาณํ โอตาเรตฺวา. อานาปานจตุตฺถชฺฌานนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณ’’นฺติ ปทํ วิภตฺติวิปริณามํ กตฺวา โยเชตพฺพํ. ตมฺปิ หิ สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณเมวาติ วทนฺติ. ฉตฺตึสโกฏิสตสหสฺสมุเขน มหาวชิรญาณคพฺภํ คณฺหาเปนฺโต วิปสฺสนํวฑฺเฒตฺวา. ทฺวตฺตึสโทณคณฺหนปฺปมาณํ กุณฺฑํ โกลมฺโพ. ทริภาโค กนฺทโร. จกฺกวาฬปาเทสุ มหาสมุทฺโท จกฺกวาฬมหาสมุทฺโท.
‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา’’ติอาทิ ปุถุชฺชเน ลพฺภมานวิภาคทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น มูลปริยายวณฺณนาทีสุ วิย ปุถุชฺชนวิเสสนิทฺธารณตฺถํ. สพฺโพปิ หิ ปุถุชฺชโน ภควโต อุปริ คุเณ วิภาเวตุํ น สกฺโกติ, ติฏฺฐตุ ปุถุชฺชโน, สาวกปจฺเจกพุทฺธานมฺปิ อวิสยา พุทฺธคุณา. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘โสตาปนฺนา’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘). วาจุคฺคตกรณํ อุคฺคโห. อตฺถปริปุจฺฉนํ ปริปุจฺฉา. อฏฺฐกถาวเสน อตฺถสฺส สวนํ สวนํ. พฺยญฺชนตฺถานํ สุนิกฺเขปสุทสฺสเนน ธมฺมสฺส ปริหรณํ ธารณํ. เอวํ สุตธาตปริจิตานํ มนสานุเปกฺขนํ ปจฺจเวกฺขณํ. พหูนํ นานปฺปการานํ กิเลสานํ สกฺกายทิฏฺฐิยา จ อวิหตตฺตา ตา ชเนนฺติ, ตาหิ วา ชนิตาติ ปุถุชฺชนา. อวิฆาตเมว วา ชน-สทฺโท วทติ. ปุถุ สตฺถารานํ มุขุลฺโลกิกาติ เอตฺถ ปุถู ชนา สตฺถุปฏิญฺญา เอเตสนฺติ ปุถุชฺชนาติ วจนตฺโถ. ปุถุ…เป… อวุฏฺฐิตาติ เอตฺถ ชเนตพฺพา, ชายนฺติ วา เอตฺถาติ ชนา, คติโย. ปุถู ชนา เอเตสนฺติ ปุถุชฺชนา. อิโต ปเร ชายนฺติ เอเตหีติ ชนา, อภิสงฺขาราทโย. เต เอเตสํ ปุถู วิชฺชนฺตีติ ปุถุชฺชนา. อภิสงฺขรณาทิ อตฺโถ เอว วา ชน-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. กามราคภวราคทิฏฺฐิอวิชฺชา โอฆา. ราคคฺคิอาทโย สนฺตาปา. เตเยว, สพฺเพปิ วา กิเลสา ปริฬาหา. ปุถุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รตฺตาติ เอตฺถ ชายตีติ ชโน, ราโค เคโธติ เอวํ อาทิโก. ปุถุ ชโน เอเตสนฺติ ปุถุชฺชนา, ปุถูสุ วา ชนา ชาตา รตฺตาติ เอวํ ราคาทิอตฺโถ เอว วา ชน-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. ปลิพุทฺธาติ สมฺพุทฺธา, อุปทฺทุตา วา. ‘‘ปุถูนํ คณนปถมตีตาน’’นฺติอาทินา ปุถู ชนา ปุถุชฺชนาติ ทสฺเสติ.
เยหิ คุณวิเสเสหิ นิมิตฺตภูเตหิ ภควติ ตถาคต-สทฺโท ปวตฺโต, ตํทสฺสนตฺถํ ‘‘อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต’’ติอาทิมาห. คุณเนมิตฺตกาเนว หิ ภควโต สพฺพานิ นามานิ. ยถาห –
‘‘อสงฺเขฺยยฺยานิ นามานิ, สคุเณน มเหสิโน;
คุเณน นามมุทฺเธยฺยํ, อปิ นามสหสฺสโต’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๓๑๓; อุทา. อฏฺฐ. ๕๓; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๗๖);
ตถา อาคโตติ เอตฺถ อาการนิยมนวเสน โอปมฺมสมฺปฏิปาทนตฺโถ ตถา-สทฺโท. สามญฺญโชตนาย วิเสสาวฏฺฐานโต ปฏิปทาคมนตฺโถ อาคต-สทฺโท, น ญาณคมนตฺโถ ‘‘ตถลกฺขณํ อาคโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๒; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๗๘; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๗๐; อุทา. อฏฺฐ. ๑๘; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๗; เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๓; อิติวุ. อฏฺฐ. ๓๘; มหานิ. อฏฺฐ. ๑๔) วิย, นาปิ กายคมนาทิอตฺโถ ‘‘อาคโต โข มหาสมโณ, มาคธานํ คิริพฺพช’’นฺติอาทีสุ (มหาว. ๖๒) วิย. ตตฺถ ยทาการนิยมนวเสน โอปมฺมสมฺปฏิปาทนตฺโถ ตถา-สทฺโท, ตํ กรุณาปธานตฺตา มหากรุณามุเขน ปุริมพุทฺธานํ อาคมนปฏิปทํ อุทาหรณวเสน สามญฺญโต ทสฺเสนฺโต ยํตํสทฺทานํ เอกนฺตสมฺพนฺธภาวโต ‘‘ยถา สพฺพโลก…เป… อาคตา’’ติ อาห. ตํ ปน ปฏิปทํ มหาปทานสุตฺตาทีสุ (ที. นิ. ๒.๔) สมฺพหุลนิทฺเทเสน สุปากฏานํ อาสนฺนานญฺจ วิปสฺสีอาทีนํ ฉนฺนํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ วเสน นิทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา วิปสฺสี ภควา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เยน อภินีหาเรนาติ มนุสฺสตฺตลิงฺคสมฺปตฺติเหตุสตฺถารทสฺสนปพฺพชฺชาอภิญฺญาทิคุณสมฺปตฺติอธิการฉนฺทานํ วเสน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน กายปฺปณิธานมหาปณิธาเนน. สพฺเพสญฺหิ พุทฺธานํ กายปฺปณิธานํ อิมินาว อภินีหาเรน สมิชฺฌตีติ. เอวํ มหาภินีหารวเสน ‘‘ตถาคโต’’ติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปารมีปูรณวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา วิปสฺสี ภควา…เป… กสฺสโป ภควา ทานปารมึ ปูเรตฺวา’’ติอาทิมาห.
เอตฺถ จ สุตฺตนฺติกานํ มหาโพธิยานปฏิปทาย โกสลฺลชนนตฺถํ ปารมีสุ อยํ วิตฺถารกถา – กา ปเนตา ปารมิโย? เกนฏฺเฐน ปารมิโย? กติวิธา เจตา? โก ตาสํ กโม? กานิ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ? โก ปจฺจโย? โก สํกิเลโส? กึ โวทานํ? โก ปฏิปกฺโข? กา ปฏิปตฺติ? โก วิภาโค? โก สงฺคโห? โก สมฺปาทนูปาโย? กิตฺตเกน กาเลน สมฺปาทนํ? โก อานิสํโส? กึ เจตาสํ ผลนฺติ?
ตตฺริทํ วิสฺสชฺชนํ – กา ปเนตา ปารมิโยติ. ตณฺหามานาทีหิ อนุปหตา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา ทานาทโย คุณา ปารมิโย.
เกนฏฺเฐน ปารมิโยติ ทานสีลาทิคุณวิเสสโยเคน สตฺตุตฺตมตาย ปรมา มหาสตฺตา โพธิสตฺตา, เตสํ ภาโว, กมฺมํ วา ปารมี, ทานาทิกิริยา. อถ วา ปรตีติ ปรโม, ทานาทิคุณานํ ปูรโก ปาลโก จ โพธิสตฺโต. ปรมสฺส อยํ, ปรมสฺส วา ภาโว, กมฺมํ วา ปารมี, ทานาทิกิริยาว. อถ วา ปรํ สตฺตํ อตฺตนิ มวติ พนฺธติ คุณวิเสสโยเคน, ปรํ วา อธิกตรํ มชฺชติ สุชฺฌติ สํกิเลสมลโต, ปรํ วา เสฏฺฐํ นิพฺพานํ วิเสเสน มยติ คจฺฉติ, ปรํ วา โลกํ ปมาณภูเตน ญาณวิเสเสน อิธโลกํ วิย มุนาติ ปริจฺฉินฺทติ, ปรํ วา อติวิย สีลาทิคุณคณํ อตฺตโน สนฺตาเน มิโนติ ปกฺขิปติ, ปรํ วา อตฺตภูตโต ธมฺมกายโต อญฺญํ, ปฏิปกฺขํ วา ตทนตฺถกรํ กิเลสโจรคณํ มินาติ หึสตีติ ปรโม, มหาสตฺโต. ‘‘ปรมสฺส อย’’นฺติอาทิ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. ปาเร วา นิพฺพาเน มชฺชติ สุชฺฌติ สตฺเต จ โสเธติ, ตตฺถ วา สตฺเต มวติ พนฺธติ โยเชติ, ตํ วา มยติ คจฺฉติ คเมติ จ, มุนาติ วา ตํ ยาถาวโต, ตตฺถ วา สตฺเต มิโนติ ปกฺขิปติ, กิเลสารึ วา สตฺตานํ ตตฺถ มินาติ หึสตีติ ปารมี, มหาปุริโส. ตสฺส ภาโว, กมฺมํ วา ปารมิตา, ทานาทิกิริยาว. อิมินา นเยน ปารมีนํ สทฺทตฺโถ เวทิตพฺโพ.
กติวิธาติ สงฺเขปโต ทสวิธา, ตา ปน ปาฬิยํ สรูปโต อาคตาเยว. ยถาห –
‘‘วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ, ปฐมํ ทานปารมิ’’นฺติอาทิ (พุ. วํ. ๑๑๖).
ยถา จาห –
‘‘กติ นุ โข ภนฺเต พุทฺธการกา ธมฺมา? ทส โข สาริปุตฺต พุทฺธการกา ธมฺมา. กตเม ทส? ทานํ โข สาริปุตฺต พุทฺธการโก ธมฺโม, สีลํ เนกฺขมฺมํ ปญฺญา วีริยํ ขนฺติ สจฺจมธิฏฺฐานํ เมตฺตา อุเปกฺขา พุทฺธการโก ธมฺโม, อิเม โข สาริปุตฺต ทส พุทฺธการกา ธมฺมาติ. อิทมโวจ ภควา, อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –
‘ทานํ สีลญฺจ เนกฺขมฺมํ, ปญฺญา วีริเยน ปญฺจมํ;
ขนฺติ สจฺจํ อธิฏฺฐานํ, เมตฺตุเปกฺขาติ เต ทสา’ติ’’.
เกจิ ปน ‘‘ฉพฺพิธา’’ติ วทนฺติ, ตํ เอตาสํ สงฺคหวเสน วุตฺตํ. โส ปน สงฺคโห ปรโต อาวิภวิสฺสติ.
โก ตาสํ กโมติ เอตฺถ กโม นาม เทสนากฺกโม, โส จ ปฐมสมาทานเหตุโก, สมาทานํ ปวิจยเหตุกํ, อิติ ยถา อาทิมฺหิ ปวิจิตา สมาทินฺนา จ, ตถา เทสิตา. ตตฺถ จ ทานํ สีลสฺส พหูปการํ สุกรญฺจาติ ตํ อาทิมฺหิ วุตฺตํ. ทานํ สีลปริคฺคหิตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสนฺติ ทานานนฺตรํ สีลํ วุตฺตํ. สีลํ เนกฺขมฺมปริคฺคหิตํ, เนกฺขมฺมํ ปญฺญาปริคฺคหิตํ, ปญฺญา วีริยปริคฺคหิตา, วีริยํ ขนฺติปริคฺคหิตํ, ขนฺติ สจฺจปริคฺคหิตา, สจฺจํ อธิฏฺฐานปริคฺคหิตํ, อธิฏฺฐานํ เมตฺตาปริคฺคหิตํ, เมตฺตา อุเปกฺขาปริคฺคหิตา มหปฺผลา โหติ มหานิสํสาติ เมตฺตานนฺตรํ อุเปกฺขา วุตฺตา. อุเปกฺขา ปน กรุณาปริคฺคหิตา, กรุณา จ อุเปกฺขาปริคฺคหิตาติ เวทิตพฺพา. กถํ ปน มหาการุณิกา โพธิสตฺตา สตฺเตสุ อุเปกฺขกา โหนฺตีติ? อุเปกฺขิตพฺพยุตฺเตสุ กญฺจิ กาลํ อุเปกฺขกา โหนฺติ, น ปน สพฺพตฺถ, สพฺพทา จาติ เกจิ. อปเร ปน น สตฺเตสุ อุเปกฺขกา, สตฺตกเตสุ ปน วิปฺปกาเรสุ อุเปกฺขกา โหนฺตีติ.
อปโร นโย – ปจุรชเนสุปิ ปวตฺติยา สพฺพสตฺตสาธารณตฺตา, อปฺปผลตฺตา, สุกรตฺตา จ อาทิมฺหิ ทานํ วุตฺตํ. สีเลนทายกปฏิคฺคาหกสุทฺธิโต, ปรานุคฺคหํ วตฺวา ปรปีฬานิวตฺติวจนโต, กิริยธมฺมํ วตฺวา อกิริยธมฺมวจนโต, โภคสมฺปตฺติเหตุํ วตฺวา ภวสมฺปตฺติเหตุวจนโต จ ทานสฺส อนนฺตรํ สีลํ วุตฺตํ. เนกฺขมฺเมน สีลสมฺปตฺติสิทฺธิโต, กายวจีสุจริตํ วตฺวา มโนสุจริตวจนโต, วิสุทฺธสีลสฺส สุเขเนว ฌานสมิชฺฌนโต, กมฺมาปราธปฺปหาเนน ปโยคสุทฺธึ วตฺวา กิเลสาปราธปฺปหาเนน อาสยสุทฺธิวจนโต, วีติกฺกมปฺปหาเนน จิตฺตสฺส ปริยุฏฺฐานปฺปหานวจนโต จ สีลสฺส อนนฺตรํ เนกฺขมฺมํ วุตฺตํ. ปญฺญาย เนกฺขมฺมสฺส สิทฺธิปริสุทฺธิโต, ฌานาภาเว ปญฺญาภาววจนโต. สมาธิปทฏฺฐานา หิ ปญฺญา, ปญฺญาปจฺจุปฏฺฐาโน จ สมาธิ. สมถนิมิตฺตํ วตฺวา อุเปกฺขานิมิตฺตวจนโต, ปรหิตชฺฌาเนน ปรหิตกรณูปายโกสลฺลวจนโต จ เนกฺขมฺมสฺส อนนฺตรํ ปญฺญา วุตฺตา. วีริยารมฺเภน ปญฺญากิจฺจสิทฺธิโต, สตฺตสุญฺญตาธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺตึ วตฺวา สตฺตหิตาย อารมฺภสฺส อจฺฉริยตาวจนโต, อุเปกฺขานิมิตฺตํ วตฺวา ปคฺคหนิมิตฺตวจนโต, นิสมฺมการิตํ วตฺวา อุฏฺฐานวจนโต จ. นิสมฺมการิโน หิ อุฏฺฐานํ ผลวิเสสมาวหตีติ ปญฺญาย อนนฺตรํ วีริยํ วุตฺตํ.
วีริเยน ติติกฺขาสิทฺธิโต. วีริยวา หิ อารทฺธวีริยตฺตา สตฺตสงฺขาเรหิ อุปนีตํ ทุกฺขํ อภิภุยฺย วิหรติ วีริยสฺส ติติกฺขาลงฺการภาวโต. วีริยวโต หิ ติติกฺขา โสภติ. ปคฺคหนิมิตฺตํ วตฺวา สมถนิมิตฺตวจนโต, อจฺจารมฺเภน อุทฺธจฺจโทสปฺปหานวจนโต. ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติยา หิ อุทฺธจฺจโทโส ปหียติ. วีริยวโต สาตจฺจกรณวจนโต. ขนฺติพหุโล หิ อนุทฺธโต สาตจฺจการี โหติ. อปฺปมาทวโต ปรหิตกิริยารมฺเภ ปจฺจุปการตณฺหาภาววจนโต. ยาถาวโต ธมฺมนิชฺฌาเน หิ สติ ตณฺหา น โหติ. ปรหิตารมฺเภ ปรเมปิ ปรกตทุกฺขสหนภาววจนโต จ วีริยสฺส อนนฺตรํ ขนฺติ วุตฺตา. สจฺเจน ขนฺติยา จิราธิฏฺฐานโต, อปการิโน อปการขนฺตึ วตฺวา ตทุปการกรเณ อวิสํวาทวจนโต, ขนฺติยา อปวาทวาจาวิกมฺปเนน ภูตวาทิตาย อวิชหนวจนโต, สตฺตสุญฺญตาธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺตึ วตฺวา ตทุปพฺรูหิตญาณสจฺจวจนโต จ ขนฺติยา อนนฺตรํ สจฺจํ วุตฺตํ. อธิฏฺฐาเนน สจฺจสิทฺธิโต. อจลาธิฏฺฐานสฺส หิ วิรติ สิชฺฌติ. อวิสํวาทิตํ วตฺวา ตตฺถ อจลภาววจนโต. สจฺจสนฺโธ หิ ทานาทีสุ ปฏิญฺญานุรูปํ นิจฺจโลว ปวตฺตติ. ญาณสจฺจํ วตฺวา สมฺภาเรสุ ปวตฺตินิฏฺฐาปนวจนโต. ยถาภูตญาณวา หิ โพธิสมฺภาเรสุ อธิติฏฺฐติ, เต จ นิฏฺฐาเปติ ปฏิปกฺเขหิ อกมฺปิยภาวโตติ สจฺจสฺส อนนฺตรํ อธิฏฺฐานํ วุตฺตํ. เมตฺตาย ปรหิตกรณสมาทานาธิฏฺฐานสิทฺธิโต, อธิฏฺฐานํ วตฺวา หิตูปสํหารวจนโต. โพธิสมฺภาเร หิ อธิติฏฺฐมาโน เมตฺตาวิหารี โหติ. อจลาธิฏฺฐานสฺส สมาทานาวิโกปนโต, สมาทานสมฺภวโต จ อธิฏฺฐานสฺส อนนฺตรํ เมตฺตา วุตฺตา. อุเปกฺขาย เมตฺตาวิสุทฺธิโต, สตฺเตสุ หิตูปสํหารํ วตฺวา ตทปราเธสุ อุทาสีนตาวจนโต, เมตฺตาภาวนํ วตฺวา ตนฺนิสฺสนฺทภาวนาวจนโต, ‘‘หิตกามสตฺเตปิ อุเปกฺขโก’’ติ อจฺฉริยคุณภาววจนโต จ เมตฺตาย อนนฺตรํ อุเปกฺขา วุตฺตาติ เอวเมตาสํ กโม เวทิตพฺโพ.
กานิ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานีติ? เอตฺถ อวิเสเสน ตาว สพฺพาปิ ปารมิโย ปรานุคฺคหลกฺขณา, ปเรสํ อุปการกรณรสา, อวิกมฺปนรสา วา, หิเตสิตาปจฺจุปฏฺฐานา, พุทฺธตฺตปจฺจุปฏฺฐานา วา, มหากรุณาปทฏฺฐานา, กรุณูปายโกสลฺลปทฏฺฐานา วา.
วิเสเสน ปน ยสฺมา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา อตฺตุปกรณปริจฺจาคเจตนา ทานปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ กายวจีสุจริตํ อตฺถโต อกตฺตพฺพวิรติ, กตฺตพฺพกรณเจตนาทโย จ สีลปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคโม กามภเวหิ นิกฺขมนจิตฺตุปฺปาโท เนกฺขมฺมปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต ธมฺมานํ สามญฺญวิเสสลกฺขณาวโพโธ ปญฺญาปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต กายจิตฺเตหิ ปรหิตารมฺโภ วีริยปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ สตฺตสงฺขาราปราธสหนํ อโทสปฺปธาโน ตทาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท ขนฺติปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ วิรติเจตนาทิเภทํ อวิสํวาทนํ สจฺจปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ อจลสมาทานาธิฏฺฐานํ ตทาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท อธิฏฺฐานปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต โลกสฺส หิตูปสํหาโร อตฺถโต อพฺยาปาโท เมตฺตาปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา อนุนยปฏิฆวิทฺธํสินี อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ สตฺตสงฺขาเรสุ สมปฺปวตฺติ อุเปกฺขาปารมิตา.
ตสฺมา ปริจฺจาคลกฺขณํ ทานํ, เทยฺยธมฺเม โลภวิทฺธํสนรสํ, อนาสตฺติปจฺจุปฏฺฐานํ, ภววิภวสมฺปตฺติปจฺจุปฏฺฐานํ วา, ปริจฺจชิตพฺพวตฺถุปทฏฺฐานํ. สีลนลกฺขณํ สีลํ, สมาธานลกฺขณํ, ปติฏฺฐานลกฺขณญฺจาติ วุตฺตํ โหติ. ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนรสํ, อนวชฺชรสํ วา, โสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานํ, หิโรตฺตปฺปปทฏฺฐานํ. กามโต ภวโต จ นิกฺขมนลกฺขณํ เนกฺขมฺมํ, ตทาทีนววิภาวนรสํ, ตโต เอว วิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, สํเวคปทฏฺฐานํ. ยถาสภาวปฏิเวธลกฺขณา ปญฺญา, อกฺขลิตปฏิเวธลกฺขณา วา กุสลิสฺสาสขิตฺตอุสุปฏิเวโธ วิย, วิสโยภาสนรสา ปทีโป วิย, อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา อรญฺญคตสุเทสโก วิย, สมาธิปทฏฺฐานา, จตุสจฺจปทฏฺฐานา วา. อุสฺสาหลกฺขณํ วีริยํ, อุปตฺถมฺภนรสํ, อสํสีทนปจฺจุปฏฺฐานํ, วีริยารมฺภวตฺถุ (อ. นิ. ๘.๘๐) ปทฏฺฐานํ, สํเวคปทฏฺฐานํ วา. ขมนลกฺขณา ขนฺติ, อิฏฺฐานิฏฺฐสหนรสา, อธิวาสนปจฺจุปฏฺฐานา, อวิโรธปจฺจุปฏฺฐานา วา, ยถาภูตทสฺสนปทฏฺฐานา. อวิสํวาทนลกฺขณํ สจฺจํ, ยาถาววิภาวนรสํ [ยถาสภาววิภาวนรสํ (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถาย)], สาธุตาปจฺจุปฏฺฐานํ, โสรจฺจปทฏฺฐานํ. โพธิสมฺภาเรสุ อธิฏฺฐานลกฺขณํ อธิฏฺฐานํ, เตสํ ปฏิปกฺขาภิภวนรสํ, ตตฺถ อจลตาปจฺจุปฏฺฐานํ, โพธิสมฺภารปทฏฺฐานํ. หิตาการปฺปวตฺติลกฺขณา เมตฺตา, หิตูปสํหารรสา, อาฆาตวินยนรสา วา, โสมฺมภาวปจฺจุปฏฺฐานา, สตฺตานํ มนาปภาวทสฺสนปทฏฺฐานา. มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺติลกฺขณา อุเปกฺขา, สมภาวทสฺสนรสา, ปฏิฆานุนยวูปสมปจฺจุปฏฺฐานา, กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณปทฏฺฐานา. เอตฺถ จ กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตตา ทานาทีนํ ปริจฺจาคาทิลกฺขณสฺส วิเสสนภาเวน วตฺตพฺพา, ยโต ตานิ ปารมีสงฺขฺยํ ลภนฺตีติ.
โก ปจฺจโยติ อภินีหาโร ปจฺจโย. โย หิ อยํ ‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺตี’’ติอาทิ (พุ. วํ. ๒.๕๙) อฏฺฐธมฺมสโมธานสมฺปาทิโต ‘‘ติณฺโณ ตาเรยฺยํ, มุตฺโต โมเจยฺยํ, พุทฺโธ โพเธยฺยํ, สุทฺโธ โสเธยฺยํ, ทนฺโต ทเมยฺยํ, สนฺโต สเมยฺยํ, อสฺสตฺโถ อสฺสาเสยฺยํ, ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปยฺย’’นฺติอาทินา (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถาย) ปวตฺโต อภินีหาโร, โส อวิเสเสน สพฺพปารมีนํ ปจฺจโย. ตปฺปวตฺติยา หิ อุทฺธํ ปารมีนํ ปวิจยุปฏฺฐานสมาทานาธิฏฺฐานนิปฺผตฺติโย มหาปุริสานํ สมฺภวนฺติ.
ยถา จ อภินีหาโร, เอวํ มหากรุณา, อุปายโกสลฺลญฺจ. ตตฺถ อุปายโกสลฺลํ นาม ทานาทีนํ โพธิสมฺภารภาวสฺส นิมิตฺตภูตา ปญฺญา, ยาหิ กรุณูปายโกสลฺลตาหิ มหาปุริสานํ อตฺตสุขนิรเปกฺขตา, นิรนฺตรํ ปรหิตกรณปสุตตา, สุทุกฺกเรหิปิ มหาโพธิสตฺตจริเตหิ วิสาทาภาโว, ปสาทสมฺพุทฺธิทสฺสนสวนานุสฺสรณาวตฺถาสุปิ สตฺตานํ หิตสุขปฏิลาภเหตุภาโว จ สมฺปชฺชติ. ตถา หิ ปญฺญาย พุทฺธภาวสิทฺธิ, กรุณาย พุทฺธกมฺมสิทฺธิ. ปญฺญาย สยํ ตรติ, กรุณาย ปเร ตาเรติ. ปญฺญาย ปรทุกฺขํ ปริชานาติ, กรุณาย ปรทุกฺขปฏิการํ อารภติ. ปญฺญาย จ ทุกฺเข นิพฺพินฺทติ, กรุณาย ทุกฺขํ สมฺปฏิจฺฉติ. ตถา ปญฺญาย ปรินิพฺพานาภิมุโข โหติ, กรุณาย ตํ น ปาปุณาติ. ตถา กรุณาย สํสาราภิมุโข โหติ, ปญฺญาย ตตฺร นาภิรมติ. ปญฺญาย จ สพฺพตฺถ วิรชฺชติ, กรุณานุคตตฺตา น จ น สพฺเพสํ อนุคฺคหาย ปวตฺโต, กรุณาย สพฺเพปิ อนุกมฺปติ, ปญฺญานุคตตฺตา น จ น สพฺพตฺถ วิรตฺตจิตฺโต. ปญฺญาย จ อหํการมมํการาภาโว, กรุณาย อาลสิยทีนตาภาโว. ตถา ปญฺญากรุณาหิ ยถากฺกมํ อตฺตปรนาถตา, ธีรวีรภาโว, อนตฺตนฺตปอปรนฺตปตา, อตฺตหิตปรหิตนิปฺผตฺติ, นิพฺภยาภึสนกภาโว, ธมฺมาธิปติโลกาธิปติตา, กตญฺญุปุพฺพการิภาโว, โมหตณฺหาวิคโม, วิชฺชาจรณสิทฺธิ, พลเวสารชฺชนิปฺผตฺตีติ สพฺพสฺสาปิ ปารมิตาผลสฺส วิเสเสน อุปายภาวโต ปญฺญากรุณา ปารมีนํ ปจฺจโย. อิทญฺจ ทฺวยํ ปารมีนํ วิย ปณิธานสฺสาปิ ปจฺจโย.
ตถา อุสฺสาหอุมฺมงฺคอวตฺถานหิตจริยา จ ปารมีนํ ปจฺจโยติ เวทิตพฺพา, ยา พุทฺธภาวสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานตาย ‘‘พุทฺธภูมิโย’’ติ ปวุจฺจนฺติ. ยถาห –
‘‘กติ ปน ภนฺเต พุทฺธภูมิโย? จตสฺโส โข สาริปุตฺต พุทฺธภูมิโย. กตมา จตสฺโส? อุสฺสาโห จ โหติ วีริยํ, อุมงฺโค จ โหติ ปญฺญาภาวนา, อวตฺถานญฺจ โหติ อธิฏฺฐานํ, เมตฺตาภาวนา จ โหติ หิตจริยา. อิมา โข สาริปุตฺต จตสฺโส พุทฺธภูมิโย’’ติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.ขคฺควิสาณสุตฺตวณฺณนายมฺปิ).
ตถา เนกฺขมฺมปวิเวกอโลภาโทสาโมหนิสฺสรณปฺปเภทา ฉ อชฺฌาสยา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เนกฺขมฺมชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา กาเม โทสทสฺสาวิโน, ปวิเวก…เป… สงฺคณิกาย, อโลภ…เป… โลเภ, อโทส…เป… โทเส, อโมห…เป… โมเห, นิสฺสรณชฺฌาสยา จ โพธิสตฺตา สพฺพภเวสุ โทสทสฺสาวิโน’’ติ (วิสุทฺธิ. อฏฺฐ. ๑.๔๙ วากฺยขนฺเธปิ).
ตสฺมา เอเต โพธิสตฺตานํ ฉ อชฺฌาสยา ทานาทีนํ ปจฺจยาติ เวทิตพฺพา. น หิ โลภาทีสุ อาทีนวทสฺสเนน, อโลภาทิอธิกภาเวน จ วินา ทานาทิปารมิโย สมฺภวนฺติ. อโลภาทีนญฺหิ อธิกภาเวน ปริจฺจาคาทินินฺนจิตฺตตา อโลภชฺฌาสยาทิตาติ. ยถา เจเต, เอวํ ทานชฺฌาสยตาทโยปิ. ยถาห –
‘‘กติ ปน ภนฺเต โพธาย จรนฺตานํ โพธิสตฺตานํ อชฺฌาสยา? ทส โข สาริปุตฺต โพธาย จรนฺตานํ โพธิสตฺตานํ อชฺฌาสยา. กตเม ทส? ทานชฺฌาสยา สาริปุตฺต โพธิสตฺตา มจฺเฉเร โทสทสฺสาวิโน, สีล…เป… อุเปกฺขชฺฌาสยา สาริปุตฺต โพธิสตฺตา สุขทุกฺเขสุ โทสทสฺสาวิโน’’ติ.
เอเตสุ หิ มจฺเฉรอสํวรกามวิจิกิจฺฉาโกสชฺชอกฺขนฺติวิสํวาทอนธิฏฺฐานพฺยาปาท- สุขทุกฺขสงฺขาเตสุ อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคมา ทานาทินินฺนจิตฺตตาสงฺขาตา ทานชฺฌาสยตาทโย ทานาทิปารมีนํ นิพฺพตฺติยา การณนฺติ. ตถา อปริจฺจาคปริจฺจาคาทีสุ ยถากฺกมํ อาทีนวานิสํสปจฺจเวกฺขณา ทานาทิปารมีนํ ปจฺจโย.
ตตฺถายํ ปจฺจเวกฺขณาวิธิ – เขตฺตวตฺถุหิรญฺญสุวณฺณโคมหึสทาสิทาสปุตฺตทาราทิปริคฺคหพฺยาสตฺตจิตฺตานํ สตฺตานํ เขตฺตาทีนํ วตฺถุกามภาเวน พหุปตฺถนียภาวโต, ราชโจราทิสาธารณภาวโต, วิวาทาธิฏฺฐานโต, สปตฺตกรณโต, นิสฺสารโต, ปฏิลาภปริปาลเนสุ ปรวิเหฐนเหตุโต, วินาสนิมิตฺตญฺจ โสกาทิอเนกวิหิตพฺยสนาวหโต, ตทาสตฺตินิทานญฺจ มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิตจิตฺตานํ อปายูปปตฺติสมฺภวโตติ เอวํ วิวิธวิปุลานตฺถาวหา เอเต อตฺถา นาม, เตสํ ปริจฺจาโคเยเวโก โสตฺถิภาโวติ ปริจฺจาเค อปฺปมาโท กรณีโย.
อปิจ ‘‘ยาจโก ยาจมาโน อตฺตโน คุยฺหสฺส อาจิกฺขนโต มยฺหํ วิสฺสาสิโก’’ติ จ ‘‘ปหาย คมนียํ อตฺตโน สนฺตกํ คเหตฺวา ปรโลกํ ยาหีติ มยฺหํ อุปเทสโก’’ติ จ ‘‘อาทิตฺเต วิย อคาเร มรณคฺคินา อาทิตฺเต โลเก ตโต มยฺหํ สนฺตกสฺส อปวาหกสหาโย’’ติ จ ‘‘อปวาหิตสฺส จสฺส นิชฺฌายนิกฺเขปฏฺฐานภูโต’’ติ จ ‘‘ทานสงฺขาเต กลฺยาณกมฺมสฺมึ สหายภาวโต, สพฺพสมฺปตฺตีนํ อคฺคภูตาย ปรมทุลฺลภาย พุทฺธภูมิยา สมฺปตฺติเหตุภาวโต จ ปรโม กลฺยาณมิตฺโต’’ติ จ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ.
ตถา ‘‘อุฬาเร กมฺมนิ อเนนาหํ สมฺภาวิโต, ตสฺมา สา สมฺภาวนา อวิตถา กาตพฺพา’’ติ จ ‘‘เอกนฺตเภทิตาย ชีวิตสฺส อยาจิเตนปิ มยา ทาตพฺพํ, ปเคว ยาจิเตนา’’ติ จ ‘‘อุฬารชฺฌาสเยหิ คเวสิตฺวาปิ ทาตพฺโพ, สยเมวาคโต มม ปุญฺเญนา’’ติ จ ‘‘ยาจกสฺส ทานาปเทเสน มยฺหเมวายมนุคฺคโห’’ติ จ ‘‘อหํ วิย อยํ สพฺโพปิ โลโก มยา อนุคฺคเหตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อสติ ยาจเก กถํ มยฺหํ ทานปารมี ปูเรยฺยา’’ติ จ ‘‘ยาจกานเมวตฺถาย มยา สพฺโพ ปริคฺคเหตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อยาจิตฺวา มม สนฺตกํ ยาจกา สยเมว กทา คเณฺหยฺยุ’’นฺติ จ ‘‘กถมหํ ยาจกานํ ปิโย จสฺสํ มนาโป’’ติ จ ‘‘กถํ วา เต มยฺหํ ปิยา จสฺสุ มนาปา’’ติ จ ‘‘กถํ วาหํ ททมาโน, ทตฺวาปิ จ อตฺตมโน อสฺสํ ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต’’ติ จ ‘‘กถํ วา เม ยาจกา ภเวยฺยุํ, อุฬาโร จ ทานชฺฌาสโย’’ติ จ ‘‘กถํ วาหมยาจิโตเยว ยาจกานํ หทยมญฺญาย ทเทยฺย’’นฺติ จ ‘‘สติ ธเน ยาจเก จ อปริจฺจาโค มหตี มยฺหํ วญฺจนา’’ติ จ ‘‘กถํ วาหํ อตฺตโน องฺคานิ ชีวิตํ วาปิ ยาจกานํ ปริจฺจเชยฺย’’นฺติ จ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ.
อปิจ ‘‘อตฺโถ นามายํ นิรเปกฺขํ ทายกํ อนุคจฺฉติ ยถา ตํ นิรเปกฺขํ เขปกํ กิฏโก’’ติ อตฺเถ นิรเปกฺขตาย จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ. ยาจมาโน ปน ยทิ ปิยปุคฺคโล โหติ, ‘‘ปิโย มํ ยาจตี’’ติ โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. อถ อุทาสีนปุคฺคโล โหติ, ‘‘อยํ มํ ยาจมาโน อทฺธา อิมินา ปริจฺจาเคน มิตฺโต โหตี’’ติ โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. ททนฺโตปิ หิ ยาจกานํ ปิโย โหตีติ. อถ ปน เวรีปุคฺคโล ยาจติ, ‘‘ปจฺจตฺถิโก มํ ยาจติ, อยํ มํ ยาจมาโน อทฺธา อิมินา ปริจฺจาเคน เวรีปิ ปิโย มิตฺโต โหตี’’ติ วิเสสโต โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. เอวํ ปิยปุคฺคเล วิย มชฺฌตฺตเวรีปุคฺคเลสุปิ เมตฺตาปุพฺพงฺคมํ กรุณํ อุปฏฺฐเปตฺวาว ทาตพฺพํ.
สเจ ปนสฺส จิรกาลปริภาวิตตฺตา โลภสฺส เทยฺยธมฺมวิสยา โลภธมฺมา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตน โพธิสตฺตปฏิญฺเญน อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘นนุ ตยา สปฺปุริส สมฺโพธาย อภินีหารํ กโรนฺเตน สพฺพสตฺตานํ อุปการตฺถาย อยํ กาโย นิสฺสฏฺโฐ, ตปฺปริจฺจาคมยญฺจ ปุญฺญํ, ตตฺถ นาม เต พาหิเรปิ วตฺถุสฺมึ อติสงฺคปฺปวตฺติ หตฺถิสินานสทิสี โหติ, ตสฺมา ตยา น กตฺถจิ สงฺโค อุปฺปาเทตพฺโพ. เสยฺยถาปิ นาม มหโต เภสชฺชรุกฺขสฺส ติฏฺฐโต มูลํ มูลตฺถิกา หรนฺติ, ปปฏิกํ, ตจํ, ขนฺธํ, วิฏปํ, สารํ, สาขํ, ปลาสํ, ปุปฺผํ, ผลํ ผลตฺถิกา หรนฺติ, น ตสฺส รุกฺขสฺส ‘มยฺหํ สนฺตกํ เอเต หรนฺตี’’ติ วิตกฺกสมุทาจาโร โหติ, เอวเมว สพฺพโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปชฺชนฺเตน มยา มหาทุกฺเข อกตญฺญุเก นิจฺจาสุจิมฺหิ กาเย ปเรสํ อุปการาย วินิยุชฺชมาเน อณุมตฺโตปิ มิจฺฉาวิตกฺโก น อุปฺปาเทตพฺโพ, โก วา เอตฺถ วิเสโส อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ มหาภูเตสุ เอกนฺตเภทนวิกิรณวิทฺธํสนธมฺเมสุ, เกวลํ ปน สมฺโมหวิชมฺภิตเมตํ, ยทิทํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ อภินิเวโส. ตสฺมา พาหิเรสุ วิย อชฺฌตฺติเกสุปิ กรจรณนยนาทีสุ, มํสาทีสุ จ อนเปกฺเขน หุตฺวา ‘ตํตทตฺถิกา หรนฺตู’ติ นิสฺสฏฺฐจิตฺเตน ภวิตพฺพ’’นฺติ. เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขโต จสฺส โพธาย ปหิตตฺตสฺส กายชีวิเตสุ นิรเปกฺขสฺส อปฺปกสิเรเนว กายวจีมโนกมฺมานิ สุวิสุทฺธานิ โหนฺติ. โส วิสุทฺธกายวจีมโนกมฺมนฺโต วิสุทฺธาชีโว ญายปฏิปตฺติยํ ฐิโต, อายาปายุปายโกสลฺลสมนฺนาคเมน ภิยฺโยโส มตฺตาย เทยฺยธมฺมปริจฺจาเคน, อภยทานสทฺธมฺมทาเนหิ จ สพฺพสตฺเต อนุคฺคณฺหิตุํ สมตฺโถ โหตีติ. อยํ ตาว ทานปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณานโย.
สีลปารมิยํ ปน เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – อิทญฺหิ สีลํ นาม คงฺโคทกาทีหิ วิโสเธตุํ อสกฺกุเณยฺยสฺส โทสมลสฺส วิกฺขาลนชลํ, หริจนฺทนาทีหิ วิเนตุํ อสกฺกุเณยฺยราคาทิปริฬาหวินยนํ, หารมกุฏกุณฺฑลาทีหิ ปจุรชนาลงฺกาเรหิ อสาธารโณ สาธูนํ อลงฺการวิเสโส, สพฺพทิสาวายนโต อกิตฺติโม, สพฺพกาลานุรูโป จ สุรภิคนฺโธ, ขตฺติยมหาสาลาทีหิ เทวตาหิ จ วนฺทนียาทิภาวาวหนโต ปรโม วสีกรณมนฺโต, จาตุมหาราชิกาทิ เทวโลกาโรหนโสปานปนฺติ, ฌานาภิญฺญานํ อธิคมุปาโย, นิพฺพานมหานครสฺส สมฺปาปกมคฺโค, สาวกโพธิปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธีนํ ปติฏฺฐานภูมิ, ยํ ยํ วา ปนิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ, ตสฺส ตสฺส สมิชฺฌนูปายภาวโต จินฺตามณิกปฺปรุกฺขาทิเก จ อติเสติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘อิชฺฌติ ภิกฺขเว สีลวโต เจโตปณิธิ วิสุทฺธตฺตา’’ติ (อ. นิ. ๘.๓๕). อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘อากงฺเขยฺย เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ อสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จาติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๖๑), ตถา ‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข อานนฺท กุสลานิ สีลานี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑; ๑๑.๑), ‘‘ปญฺจิเม คหปตโย อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทายา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๐; อุทา. ๗๖; มหาว. ๑๘๕) สุตฺตานญฺจ วเสน สีลสฺส คุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา, ตถา อคฺคิกฺขนฺโธปมสุตฺตาทีนํ (อ. นิ. ๗.๗๒) วเสน สีลวิรเห อาทีนวา.
ปีติโสมนสฺสนิมิตฺตโต, อตฺตานุวาทปรานุวาททณฺฑทุคฺคติภยาภาวโต, วิญฺญูหิ ปาสํสภาวโต, อวิปฺปฏิสารเหตุโต, โสตฺถิฏฺฐานโต, อภิชนสาปเตยฺยาธิปเตยฺยายุรูปฏฺฐานพนฺธุมิตฺตสมฺปตฺตีนํ อติสยนโต จ สีลํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ. สีลวโต หิ อตฺตโน สีลสมฺปทาเหตุ มหนฺตํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ‘‘กตํ วต มยา กุสลํ, กตํ กลฺยาณํ, กตํ ภีรุตฺตาณ’’นฺติ. ตถา สีลวโต อตฺตา น อุปวทติ, น ปเร วิญฺญู, ทณฺฑทุคฺคติภยานํ สมฺภโวเยว นตฺถิ, ‘‘สีลวา ปุริสปุคฺคโล กลฺยาณธมฺโม’’ติ วิญฺญูนํ ปาสํโส โหติ. ตถา สีลวโต ยฺวายํ ‘‘กตํ วต มยา ปาปํ, กตํ ลุทฺทํ, กตํ กิพฺพิส’’นฺติ ทุสฺสีลสฺส วิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺชติ, โส น โหติ. สีลญฺจ นาเมตํ อปฺปมาทาธิฏฺฐานโต, โภคพฺยสนาทิปริหารมุเขน มหโต อตฺถสฺส สาธนโต, มงฺคลภาวโต จ ปรมํ โสตฺถิฏฺฐานํ, นิหีนชจฺโจปิ สีลวา ขตฺติยมหาสาลาทีนํ ปูชนีโย โหตีติ กุลสมฺปตฺตึ อติเสติ สีลสมฺปทา, ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ มหาราช, อิธ เต อสฺส ปุริโส ทาโส กมฺมกโร’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๘๓) วจนญฺเจตฺถ สาธกํ. โจราทีหิ อสาธารณโต, ปรโลกานุคมนโต, มหปฺผลภาวโต, สมถาทิคุณาธิฏฺฐานโต จ พาหิรธนํ อติเสติ สีลํ, ปรมสฺส จิตฺติสฺสริยสฺส อธิฏฺฐานภาวโต ขตฺติยาทีนํ อิสฺสริยํ อติเสติ สีลํ. สีลนิมิตฺตญฺหิ ตํตํสตฺตนิกาเยสุ สตฺตานํ อิสฺสริยํ วสฺสสตทีฆปฺปมาณโต ชีวิตโต เอกาหมฺปิ สีลวโต ชีวิตสฺส วิสิฏฺฐตาวจนโต, สติ จ ชีวิเต สิกฺขานิกฺเขปสฺส มรณตาวจนโต สีลํ ชีวิตโต วิสิฏฺฐตรํ. เวรีนมฺปิ มนุญฺญภาวาวหนโต, ชราโรควิปตฺตีหิ อนภิภวนียโต จ รูปสมฺปตฺตึ อติเสติ สีลํ. ปาสาทหมฺมิยาทิฏฺฐานวิเสเส, ราชยุวราชเสนาปติอาทิฏฺฐานวิเสเส จ อติเสติ สีลํ สุขวิเสสาธิฏฺฐานภาวโต. สภาวสินิทฺเธ สนฺติกาวจเรปิ พนฺธุชเน มิตฺตชเน จ อติเสติ เอกนฺตหิตสมฺปาทนโต, ปรโลกานุคมนโต จ. ‘‘น ตํ มาตา ปิตา กยิรา’’ติอาทิ (ธ. ป. ๔๓) วจนญฺเจตฺถ สาธกํ. ตถา หตฺถิอสฺสรถาทิเภเทหิ, มนฺตาคทโสตฺถานปฺปโยเคหิ จ ทุรารกฺขํ อตฺตานํ อารกฺขภาเวน สีลเมว วิสิฏฺฐตรํ อตฺตาธีนโต, อปราธีนโต, มหาวิสยโต จ. เตเนวาห ‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจาริ’’นฺติอาทิ (ชา. ๑.๙.๑๐๒). เอวมเนกคุณสมนฺนาคตํ สีลนฺติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อปริปุณฺณา เจว สีลสมฺปทา ปาริปูรึ คจฺฉติ อปริสุทฺธา จ ปาริสุทฺธึ.
สเจ ปนสฺส ทีฆรตฺตํ ปริจเยน สีลปฏิปกฺขา ธมฺมา โทสาทโย อนฺตรนฺตรา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตน โพธิสตฺตปฏิญฺเญน เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘นนุ ตยา สมฺโพธาย ปณิธานํ กตํ, สีลวิกเลน จ น สกฺกา โลกิยาปิ สมฺปตฺติโย ปาปุณิตุํ, ปเคว โลกุตฺตรา, สพฺพสมฺปตฺตีนํ ปน อคฺคภูตาย สมฺมาสมฺโพธิยา อธิฏฺฐานภูเตน สีเลน ปรมุกฺกํสคเตน ภวิตพฺพํ. ตสฺมา ‘กิกีว อณฺฑ’นฺติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๑๙; ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗) วุตฺตนเยน สมฺมา สีลํ ปริรกฺขนฺเตน สุฏฺฐุ ตยา เปสเลน ภวิตพฺพํ. อปิ จ ตยา ธมฺมเทสนาย ยานตฺตเย สตฺตานํ อวตารณปริปาจนานิ กาตพฺพานิ, สีลวิกลสฺส จ วจนํ น ปจฺเจตพฺพํ โหติ อสปฺปายาหารวิจารสฺส วิย เวชฺชสฺส ติกิจฺฉนํ, ตสฺมา กถาหํ สทฺเธยฺโย หุตฺวา สตฺตานํ อวตารณปริปาจนานิ กเรยฺย’’นฺติ สภาวปริสุทฺธสีเลน ภวิตพฺพํ. กิญฺจ ‘‘ฌานาทิคุณวิเสสโยเคน เม สตฺตานํ อุปการกรณสมตฺถตา, ปญฺญาปารมีอาทิปริปูรณญฺจ, ฌานาทโย จ คุณา สีลปาริสุทฺธึ วินา น สมฺภวนฺตี’’ติ สมฺมเทว สีลํ ปริโสเธตพฺพํ.
ตถา ‘‘สมฺพาโธ ฆราวาโส รโชปโถ’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๙๑; ม. นิ. ๑.๒๙๑; สํ. นิ. ๒.๑๕๔; ม. นิ. ๒.๑๐) ฆราวาเส ‘‘อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. ๔๑๗; มหานิ. ๓, ๖;), ‘‘มาตาปิ ปุตฺเตน วิวทตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๖๘, ๑๗๘) จ กาเมสุ ‘‘เสยฺยถาปิ ปุริโส อิณํ อาทาย กมฺมนฺเต ปโยเชยฺยา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๑๘) กามจฺฉนฺทาทีสุ อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคมา วุตฺตวิปริยาเยน ‘‘อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑.๙๑; สํ. นิ. ๑.๑๕๔) ปพฺพชฺชาทีสุ อานิสํสปฏิสงฺขาวเสน เนกฺขมฺมปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณา เวทิตพฺพา. อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ, วิตฺถาโร ปน ทุกฺขกฺขนฺธ (ม. นิ. ๑.๑๖๓) วีมํสสุตฺตาทิ (ม. นิ. ๑.๔๘๗) วเสน ทุกฺขกฺขนฺธอาสิวิโสปมสุตฺตาทิวเสน (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถายํ) เวทิตพฺโพ.
ตถา ‘‘ปญฺญาย วินา ทานาทโย ธมฺมา น วิสุชฺฌนฺติ, ยถาสกํ พฺยาปารสมตฺถา จ น โหนฺตี’’ติ ปญฺญาคุณา มนสิ กาตพฺพา. ยเถว หิ ชีวิเตน วินา สรีรยนฺตํ น โสภติ, น จ อตฺตโน กิริยาสุ ปฏิปตฺติสมตฺถํ โหติ, ยถา จ จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ วิญฺญาเณน วินา ยถาสกํ วิสเยสุ กิจฺจํ กาตุํ นปฺปโหนฺติ, เอวํ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ปญฺญาย วินา สกิจฺจปฏิปตฺติยํ อสมตฺถานีติ ปริจฺจาคาทิปฏิปตฺติยํ ปญฺญา ปธานการณํ. อุมฺมีลิตปญฺญาจกฺขุกา หิ มหาสตฺตา อตฺตโน องฺคปจฺจงฺคานิปิ ทตฺวา อนตฺตุกฺกํสกา, อปรวมฺภกา จ โหนฺติ, เภสชฺชรุกฺขา วิย วิกปฺปรหิตา กาลตฺตเยปิ โสมนสฺสชาตา. ปญฺญาวเสน อุปายโกสลฺลโยคโต ปริจฺจาโค ปรหิตปฺปวตฺติยา ทานปารมิภาวํ อุเปติ. อตฺตตฺถญฺหิ ทานํ วุฑฺฒิสทิสํ โหติ.
ตถา ปญฺญาย อภาเวน ตณฺหาทิสํกิเลสาวิโยคโต สีลสฺส วิสุทฺธิเยว น สมฺภวติ, กุโต สพฺพญฺญุคุณาธิฏฺฐานภาโว. ปญฺญวา เอว จ ฆราวาเส กามคุเณสุ สํสาเร จ อาทีนวํ, ปพฺพชฺชาย ฌานสมาปตฺติยํ นิพฺพาเน จ อานิสํสํ สุฏฺฐุ สลฺลกฺเขนฺโต ปพฺพชิตฺวา ฌานสมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา นิพฺพานนินฺโน, ปเร จ ตตฺถ ปติฏฺฐเปตีติ.
วีริยญฺจ ปญฺญารหิตํ ยทิจฺฉิตมตฺถํ น สาเธติ ทุรารมฺภภาวโต. วรเมว หิ อนารมฺโภ ทุรารมฺภโต, ปญฺญาสหิเตน ปน วีริเยน น กิญฺจิ ทุรธิคมํ อุปายปฏิปตฺติโต. ตถา ปญฺญวา เอว ปราปการาทิอธิวาสกชาติโย โหติ, น ทุปฺปญฺโญ. ปญฺญาวิรหิตสฺส จ ปเรหิ อุปนีตา อปการา ขนฺติยา ปฏิปกฺขเมว อนุพฺรูเหนฺติ, ปญฺญวโต ปน เต ขนฺติสมฺปตฺติยา ปริพฺรูหนวเสน อสฺสา ถิรภาวาย สํวตฺตนฺติ. ปญฺญวา เอว ตีณิ สจฺจานิ เตสํ การณานิ ปฏิปกฺเข จ ยถาภูตํ ชานิตฺวา ปเรสํ อวิสํวาทโก โหติ. ตถา ปญฺญาพเลน อตฺตานํ อุปตฺถมฺเภตฺวา ธิติสมฺปทาย สพฺพปารมีสุ อจลสมาทานาธิฏฺฐาโน โหติ, ปญฺญวา เอว จ ปิยมชฺฌตฺตเวรีวิภาคํ อกตฺวา สพฺพตฺถ หิตูปสํหารกุสโล โหติ. ตถา ปญฺญาวเสน ลาภาทิโลกธมฺมสนฺนิปาเต นิพฺพิการตาย มชฺฌตฺโต โหติ. เอวํ สพฺพาสํ ปารมีนํ ปญฺญาว ปาริสุทฺธิเหตูติ ปญฺญาคุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
อปิจ ปญฺญาย วินา น ทสฺสนสมฺปตฺติ, อนฺตเรน จ ทิฏฺฐิสมฺปทํ น สีลสมฺปทา, สีลทิฏฺฐิสมฺปทารหิตสฺส น สมาธิสมฺปทา, อสมาหิเตน จ น สกฺกา อตฺตหิตมตฺตมฺปิ สาเธตุํ, ปเคว อุกฺกํสคตํ ปรหิตนฺติ ปรหิตาย ปฏิปนฺเนน ‘‘นนุ ตยา สกฺกจฺจํ ปญฺญาปาริสุทฺธิยํ อาโยโค กรณีโย’’ติ โพธิสตฺเตน อตฺตา โอวทิตพฺโพ. ปญฺญานุภาเวน หิ มหาสตฺโต จตุรธิฏฺฐานาธิฏฺฐิโต จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ (ที. นิ. ๓.๒๑๐, ๓๑๓; อ. นิ. ๑๐.๓๒) โลกํ อนุคฺคณฺหนฺโต สตฺเต นิยฺยานิกมคฺเค อวตาเรติ, อินฺทฺริยานิ จ เนสํ ปริปาเจติ. ตถา ปญฺญาพเลน ขนฺธายตนาทีสุ ปวิจยพหุโล ปวตฺตินิวตฺติโย ยาถาวโต ปริชานนฺโต ทานาทโย คุเณ วิเสสนิพฺเพธภาคิยภาวํ นยนฺโต โพธิสตฺตสิกฺขาย ปริปูรการี โหตีติ เอวมาทินา อเนกาการโวกาเร ปญฺญาคุเณ ววตฺถเปตฺวา ปญฺญาปารมี อนุพฺรูเหตพฺพา.
ตถา ทิสฺสมานปารานิปิ โลกิยานิ กมฺมานิ นิหีนวีริเยน ปาปุณิตุํ อสกฺกุเณยฺยานิ, อคณิตเขเทน ปน อารทฺธวีริเยน ทุรธิคมํ นาม นตฺถิ. นิหีนวีริโย หิ ‘‘สํสารมโหฆโต สพฺพสตฺเต สนฺตาเรสฺสามี’’ติ อารภิตุเมว น สกฺกุโณติ. มชฺฌิโม อารภิตฺวา อนฺตราโวสานมาปชฺชติ. อุกฺกฏฺฐวีริโย ปน อตฺตสุขนิรเปกฺโข อารมฺภปารํ อธิคจฺฉตีติ วีริยสมฺปตฺติ ปจฺจเวกฺขิตพฺพา. อปิจ ‘‘ยสฺส อตฺตโนเยว สํสารปงฺกโต สมุทฺธรณตฺถมารมฺโภ, ตสฺสาปิ วีริยสฺส สิถิลภาเวน มโนรถานํ มตฺถกปฺปตฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ, ปเคว สเทวกสฺส โลกสฺส สมุทฺธรณตฺถํ กตาภินีหาเรนา’’ติ จ ‘‘ราคาทีนํ โทสคณานํ มตฺตมหาคชานํ วิย ทุนฺนิวารยภาวโต, ตนฺนิทานานญฺจ กมฺมสมาทานานํ อุกฺขิตฺตาสิกวธกสทิสภาวโต, ตนฺนิมิตฺตานญฺจ ทุคฺคตีนํ สพฺพทา วิวฏมุขภาวโต, ตตฺถ นิโยชกานญฺจ ปาปมิตฺตานํ สทา สนฺนิหิตภาวโต, ตโทวาทการิตาย จ พาลสฺส ปุถุชฺชนภาวสฺส สติ สมฺภเว ยุตฺตํ สยเมว สํสารทุกฺขโต นิสฺสริตุ’’นฺติ จ ‘‘มิจฺฉาวิตกฺกา วีริยานุภาเวน ทูรี ภวนฺตี’’ติ จ ‘‘ยทิ ปน สมฺโพธิ อตฺตาธีเนน วีริเยน สกฺกา สมธิคนฺตุํ, กิเมตฺถ ทุกฺกร’’นฺติ จ เอวมาทินา นเยน วีริยสฺส คุณาปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
ตถา ‘‘ขนฺติ นามายํ นิรวเสสคุณปฏิปกฺขสฺส โกธสฺส วิธมนโต คุณสมฺปาทเน สาธูนมปฺปฏิหตมายุธํ, ปราภิภวเน สมตฺถานํ อลงฺกาโร, สมณพฺราหฺมณานํ พลสมฺปทา, โกธคฺคิวินยนี อุทกธารา, กลฺยาณสฺส กิตฺติสทฺทสฺส สญฺชาติเทโส, ปาปปุคฺคลานํ วจีวิสวูปสมกโร มนฺตาคโท, สํวเร ฐิตานํ ปรมา ธีรปกติ, คมฺภีราสยตาย สาคโร, โทสมหาสาครสฺส เวลา, อปายทฺวารสฺส ปิธานกวาฏํ, เทวพฺรหฺมโลกานํ อาโรหณโสปานํ, สพฺพคุณานํ อธิวาสนภูมิ, อุตฺตมา กายวจีมโนวิสุทฺธี’’ติ มนสิ กาตพฺพํ. อปิ จ ‘‘เอเต สตฺตา ขนฺติสมฺปตฺติยา อภาวโต อิธ เจว ตปนฺติ, ปรโลเก จ ตปนียธมฺมานุโยคโต’’ติ จ ‘‘ยทิปิ ปราปการนิมิตฺตํ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปน ทุกฺขสฺส เขตฺตภูโต อตฺตภาโว, พีชภูตญฺจ กมฺมํ มยาว อภิสงฺขต’’นฺติ จ ‘‘ตสฺส ทุกฺขสฺส อาณณฺยการณเมต’’นฺติ จ ‘‘อปการเก อสติ กถํ มยฺหํ ขนฺติสมฺปทา สมฺภวตี’’ติ จ ‘‘ยทิปายํ เอตรหิ อปการโก, อยํ นาม ปุพฺเพ อเนน มยฺหํ อุปกาโร กโต’’ติ จ ‘‘อปกาโร เอว วา ขนฺตินิมิตฺตตาย อุปกาโร’’ติ จ ‘‘สพฺเพปิเม สตฺตา มยฺหํ ปุตฺตสทิสา, ปุตฺตกตาปราเธสุ จ โก กุชฺฌิสฺสตี’’ติ จ ‘‘เยน โกธภูตาเวเสน อยํ มยฺหํ อปรชฺฌติ, โส โกธภูตาเวโส มยา วิเนตพฺโพ’’ติ จ ‘‘เยน อปกาเรน อิทํ มยฺหํ ทุกฺขํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺส อหมฺปิ นิมิตฺต’’นฺติ จ ‘‘เยหิ ธมฺเมหิ อปราโธ กโต, ยตฺถ จ กโต, สพฺเพปิ เต ตสฺมึเยว ขเณ นิรุทฺธา, กสฺสิทานิ เกน โกโธ กาตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อนตฺตตาย สพฺพธมฺมานํ โก กสฺส อปรชฺฌตี’’ติ จ ปจฺจเวกฺขนฺเตน ขนฺติสมฺปทา พฺรูเหตพฺพา.
ยทิ ปนสฺส ทีฆรตฺตํ ปริจเยน ปราปการนิมิตฺตโก โกโธ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺเฐยฺย, อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘ขนฺติ นาเมสา ปราปการสฺส ปฏิปกฺขปฏิปตฺตีนํ ปจฺจุปการการณ’’นฺติ จ ‘‘อปกาโร จ มยฺหํ ทุกฺขุปฺปาทเนน ทุกฺขุปนิสาย สทฺธาย, สพฺพโลเก อนภิรติสญฺญาย จ ปจฺจโย’’ติ จ ‘‘อินฺทฺริยปกติเรสา, ยทิทํ อิฏฺฐานิฏฺฐวิสยสมาโยโค, ตตฺถ อนิฏฺฐวิสยสมาโยโค มยฺหํ น สิยาติ ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’’ติ จ ‘‘โกธวสิโก สตฺโต โกเธน อุมฺมตฺโต วิกฺขิตฺตจิตฺโต, ตตฺถ กึ ปจฺจปกาเรนา’’ติ จ ‘‘สพฺเพ ปิเม สตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน โอรสปุตฺตา วิย ปริปาลิตา, ตสฺมา น ตตฺถ มยา จิตฺตโกโปปิ กาตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อปราธเก จ สติ คุเณ คุณวติ มยา น โกโป กาตพฺโพ’’ติ จ ‘‘อสติ คุเณ วิเสเสน กรุณายิตพฺโพ’’ติ จ ‘‘โกเปน จ มยฺหํ คุณยสา นิหียนฺตี’’ติ จ ‘‘กุชฺฌเนน มยฺหํ ทุพฺพณฺณทุกฺขเสยฺยาทโย สปตฺตกนฺตา อาคจฺฉนฺตี’’ติ จ ‘‘โกโธ จ นามายํ สพฺพาหิตการโก สพฺพหิตวินาสโก พลวา ปจฺจตฺถิโก’’ติ จ ‘‘สติ จ ขนฺติยา น โกจิ ปจฺจตฺถิโก’’ติ จ ‘‘อปราธเกน อปราธนิมิตฺตํ ยํ อายตึ ลทฺธพฺพํ ทุกฺขํ, สติ จ ขนฺติยา มยฺหํ ตทภาโว’’ติ จ ‘‘จินฺตเนน กุชฺฌนฺเตน จ มยา ปจฺจตฺถิโกเยว อนุวตฺติโต โหตี’’ติ จ ‘‘โกเธ จ มยา ขนฺติยา อภิภูเต ตสฺส ทาสภูโต ปจฺจตฺถิโก สมฺมเทว อภิภูโต โหตี’’ติ จ ‘‘โกธนิมิตฺตํ ขนฺติคุณปริจฺจาโค มยฺหํ น ยุตฺโต’’ติ จ ‘‘สติ จ โกเธ คุณวิโรธินิ (คุณวิโรธปจฺจนีธมฺเม จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถายํ) กึ เม สีลาทิธมฺมา ปาริปูรึ คจฺเฉยฺยุํ, อสติ จ เตสุ กถาหํ สตฺตานํ อุปการพหุโล ปฏิญฺญานุรูปํ อุตฺตมํ สมฺปตฺตึ ปาปุณิสฺสามี’’ติ จ ‘‘ขนฺติยา จ สติ พหิทฺธา วิกฺเขปาภาวโต สมาหิตสฺส สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจโต ทุกฺขโต สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตโต นิพฺพานญฺจ อสงฺขตามตสนฺตปณีตาทิภาวโต นิชฺฌานํ ขมนฺติ ‘พุทฺธธมฺมา จ อจินฺเตยฺยาปริเมยฺยปภาวา’ติ’’, ตโต จ ‘‘อนุโลมิยํ ขนฺติยํ ฐิโต ‘เกวลา อิเม จ อตฺตตฺตนิยภาวรหิตา ธมฺมมตฺตา ยถาสกํ ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชนฺติ วยนฺติ, น กุโตจิ อาคจฺฉนฺติ, น กุหิญฺจิ คจฺฉนฺติ, น จ กตฺถจิ ปติฏฺฐิตา, น เจตฺถ โกจิ กสฺสจิ พฺยาปาโร’ติ อหํการมมํการานธิฏฺฐานตา นิชฺฌานํ ขมติ, เยน โพธิสตฺโต โพธิยา นิยโต อนาวตฺติธมฺโม โหตี’’ติ เอวมาทินา ขนฺติปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณา เวทิตพฺพา.
ตถา ‘‘สจฺเจน วินา สีลาทีนํ อสมฺภวโต, ปฏิญฺญานุรูปํ ปฏิปตฺติยา อภาวโต จ สจฺจธมฺมาติกฺกเม จ สพฺพปาปธมฺมานํ สโมสรณโต, อสจฺจสนฺธสฺส อปฺปจฺจยิกภาวโต, อายติญฺจ อนาเทยฺยวจนตาวหนโต, สมฺปนฺนสจฺจสฺส จ สพฺพคุณาธิฏฺฐานภาวโต, สจฺจาธิฏฺฐาเนน สพฺพโพธิสมฺภารานํ ปาริสุทฺธิปาริปูริสมนฺวายโต, สภาวธมฺมาวิสํวาทเนน สพฺพโพธิสมฺภารกิจฺจกรณโต, โพธิสตฺตปฏิปตฺติยา จ ปรินิปฺผตฺติโต’’ติอาทินา สจฺจปารมิยา สมฺปตฺติโย ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
ตถา ‘‘ทานาทีสุ ทฬฺหสมาทานํ, ตมฺปฏิปกฺขสนฺนิปาเต จ เนสํ อจลาวตฺถานํ, ตตฺถ จ ถิรภาวํ วินา น ทานาทิสมฺภารา สมฺโพธินิมิตฺตา สมฺภวนฺตี’’ติอาทินา อธิฏฺฐาเน คุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
ตถา ‘‘อตฺตหิตมตฺเต อวติฏฺฐนฺเตนาปิ สตฺเตสุ หิตจิตฺตตํ วินา น สกฺกา อิธโลกปรโลกสมฺปตฺติโย ปาปุณิตุํ, ปเคว สพฺพสตฺเต นิพฺพานสมฺปตฺติยํ ปติฏฺฐาเปตุกาเมนา’’ติ จ ‘‘ปจฺฉา สพฺพสตฺตานํ โลกุตฺตรสมฺปตฺตึ อากงฺขนฺเตน อิทานิ โลกิยสมฺปตฺตึ อากงฺขา ยุตฺตรูปา’’ติ จ ‘‘อิทานิ อาสยมตฺเตน ปเรสํ หิตสุขูปสํหารํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต กทา ปโยเคน ตํ สาเธสฺสามี’’ติ จ ‘‘อิทานิ มยา หิตสุขูปสํหาเรน สํวทฺธิตา ปจฺฉา ธมฺมสํวิภาคสหายา มยฺหํ ภวิสฺสนฺตี’’ติ จ ‘‘เอเตหิ วินา น มยฺหํ โพธิสมฺภารา สมฺภวนฺติ, ตสฺมา สพฺพพุทฺธคุณวิภูตินิปฺผตฺติการณตฺตา มยฺหํ เอเต ปรมํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ กุสลายตนํ อุตฺตมํ คารวฏฺฐาน’’นฺติ จ ‘‘สวิเสสํ สตฺเตสุ สพฺเพสุ หิตชฺฌาสยตา ปจฺจุปฏฺฐเปตพฺพา, กิญฺจ กรุณาธิฏฺฐานโตปิ สพฺพสตฺเตสุ เมตฺตา อนุพฺรูเหตพฺพา. วิมริยาทีกเตน หิ เจตสา สตฺเตสุ หิตสุขูปสํหารนิรตสฺส เตสํ อหิตทุกฺขาปนยนกามตา พลวตี อุปฺปชฺชติ ทฬฺหมูลา, กรุณา จ สพฺเพสํ พุทฺธการกธมฺมานมาทิ จรณํ ปติฏฺฐา มูลํ มุขํ ปมุข’’นฺติ เอวมาทินา เมตฺตาย คุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.
ตถา ‘‘อุเปกฺขาย อภาเว สตฺเตหิ กตา วิปฺปการา จิตฺตสฺส วิการํ อุปฺปาเทยฺยุํ, สติ จ จิตฺตวิกาเร ทานาทิสมฺภารานํ สมฺภโวเยว นตฺถี’’ติ จ ‘‘เมตฺตาสิเนเหน สิเนหิเต จิตฺเต อุเปกฺขาย วินา สมฺภารานํ ปาริสุทฺธิ น โหตี’’ติ จ ‘‘อนุเปกฺขโก สมฺภาเรสุ ปุญฺญสมฺภารํ ตพฺพิปากญฺจ สตฺตหิตตฺถํ ปริณาเมตุํ น สกฺโกตี’’ติ จ ‘‘อุเปกฺขาย อภาเว เทยฺยปฏิคฺคาหเกสุ วิภาคํ อกตฺวา ปริจฺจชิตุํ น สกฺโกตี’’ติ จ ‘‘อุเปกฺขารหิเตน ชีวิตปริกฺขารานํ ชีวิตสฺส จ อนฺตรายํ อมนสิกริตฺวา สํวรวิโสธนํ กาตุํ น สกฺกา’’ติ จ ‘‘อุเปกฺขาวเสน อรติรติสหสฺเสว เนกฺขมฺมพลสิทฺธิโต, อุปปตฺติโต อิกฺขนวเสเนว สพฺพสมฺภารกิจฺจนิปฺผตฺติโต, อจฺจารทฺธสฺส วีริยสฺส อนุเปกฺขเน ปธานกิจฺจากรณโต, อุเปกฺขโตเยว ติติกฺขานิชฺฌานสมฺภวโต, อุเปกฺขาวเสน สตฺตสงฺขารานํ อวิสํวาทนโต, โลกธมฺมานํ อชฺฌุเปกฺขเนน สมาทินฺนธมฺเมสุ อจลาธิฏฺฐานสิทฺธิโต, ปราปการาทีสุ อนาโภควเสเนว เมตฺตาวิหารนิปฺผตฺติโตติ สพฺพโพธิสมฺภารานํ สมาทานาธิฏฺฐานปาริปูรินิปฺผตฺติโย อุเปกฺขานุภาเวน สมฺปชฺชนฺตี’’ติ เอวํ อาทินา นเยน อุเปกฺขาปารมี ปจฺจเวกฺขิตพฺพา. เอวํ อปริจฺจาคปริจฺจาคาทีสุ ยถากฺกมํ อาทีนวานิสํสปจฺจเวกฺขณา ทานาทิปารมีนํ ปจฺจโยติ เวทิตพฺพา.
ตถา สปริกฺขารา ปญฺจทส จรณธมฺมา ปญฺจ จ อภิญฺญาโย. ตตฺถ จรณธมฺมา นาม สีลสํวโร, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา, โภชเน มตฺตญฺญุตา, ชาคริยานุโยโค, สตฺต สทฺธมฺมา, จตฺตาริ ฌานานิ จ. เตสุ สีลาทีนํ จตุนฺนํ เตรสปิ ธุตธมฺมา, อปฺปิจฺฉตาทโย จ ปริกฺขาโร. สทฺธมฺเมสุ สทฺธาย พุทฺธธมฺมสงฺฆสีลจาคเทวตูปสมานุสฺสติ- ลูขปุคฺคลปริวชฺชนสินิทฺธปุคฺคลเสวนปสาทนีย- ธมฺมปจฺจเวกฺขณตทธิมุตฺตตา ปริกฺขาโร, หิโรตฺตปฺปานํ อกุสลาทีนวปจฺจเวกฺขณอปายาทีนวปจฺจเวกฺขณกุสลธมฺมุปตฺถมฺภน- ภาวปจฺจเวกฺขณหิโรตฺตปฺป รหิตปุคฺคลปริวชฺชนหิโรตฺตปฺปสมฺปนฺนปุคฺคลเสวนตทธิมุตฺตตา, พาหุสจฺจสฺส ปุพฺพโยคปริปุจฺฉกภาวสทฺธมฺมาภิโยคอนวชฺชวิชฺชาฏฺฐานาทิ- ปริจยปริปกฺกินฺทฺริยตากิเลสทูรีภาวอปฺปสฺสุตปริวชฺชนพหุสฺสุตเสวนตทธิมุตฺตตา, วีริยสฺส อปายภยปจฺจเวกฺขณคมนวีถิปจฺจเวกฺขณธมฺมมหตฺตปจฺจเวกฺขณ- ถินมิทฺธวิโนทนกุสีตปุคฺคลปริวชฺชนอารทฺธวีริยปุคฺคล- เสวนสมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณตทธิมุตฺตตา, สติยา สติสมฺปชญฺญมุฏฺฐสฺสติปุคฺคลปริวชฺชนอุปฏฺฐิตสฺสติปุคฺคลเสวนตทธิมุตฺตตา, ปญฺญาย ปริปุจฺฉกภาววตฺถุวิสทกิริยาอินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนทุปฺปญฺญ- ปุคฺคลปริวชฺชนปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนคมฺภีรญาณจริยปจฺจ- เวกฺขณตทธิมุตฺตตา, จตุนฺนํ ฌานานํ สีลาทิจตุกฺกํ อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ ปุพฺพภาคภาวนา, อาวชฺชนาทิวสีภาวกรณญฺจ ปริกฺขาโร. ตตฺถ สีลาทีหิ ปโยคสุทฺธิยา สตฺตานํ อภยทาเน, อาสยสุทฺธิยา อามิสทาเน, อุภยสุทฺธิยา จ ธมฺมทาเน สมตฺโถ โหตีติอาทินา จรณาทีนํ ทานาทิสมฺภารานํ ปจฺจยภาโว ยถารหํ นิทฺธาเรตพฺโพ, อติวิตฺถารภเยน น นิทฺธารยิมฺห. เอวํ สมฺปตฺติจกฺกาทโยปิ ทานาทีนํ ปจฺจโยติ เวทิตพฺพา.
โก สํกิเลโสติ อวิเสเสน ตณฺหาทีหิ ปรามฏฺฐภาโว ปารมีนํ สํกิเลโส, วิเสเสน เทยฺยปฏิคฺคาหกวิกปฺปา ทานปารมิยา สํกิเลโส, สตฺตกาลวิกปฺปา สีลปารมิยา, กามภวตทุปสเมสุ อภิรติอนภิรติวิกปฺปา เนกฺขมฺมปารมิยา, ‘‘อหํ มมา’’ติ วิกปฺปา ปญฺญาปารมิยา, ลีนุทฺธจฺจวิกปฺปา วีริยปารมิยา, อตฺตปรวิกปฺปา ขนฺติปารมิยา, อทิฏฺฐาทีสุ ทิฏฺฐาทิวิกปฺปา สจฺจปารมิยา, โพธิสมฺภารตพฺพิปกฺเขสุ โทสคุณวิกปฺปา อธิฏฺฐานปารมิยา, หิตาหิตวิกปฺปา เมตฺตาปารมิยา, อิฏฺฐานิฏฺฐวิกปฺปา อุเปกฺขาปารมิยา สํกิเลโสติ เวทิตพฺโพ.
กึ โวทานนฺติ ตณฺหาทีหิ อนุปฆาโต, ยถาวุตฺตวิกปฺปวิรโห จ เอตาสํ โวทานนฺติ เวทิตพฺพํ. อนุปหตา หิ ตณฺหามานทิฏฺฐิโกธูปนาหมกฺขปลาสอิสฺสามจฺฉริยมายาสาเฐยฺยถมฺภสารมฺภ- มทปมาทาทีหิ กิเลเสหิ เทยฺยปฏิคฺคาหกวิกปฺปาทิรหิตา จ ทานาทิปารมิโย ปริสุทฺธา ปภสฺสรา ภวนฺตีติ.
โก ปฏิปกฺโขติ อวิเสเสน สพฺเพปิ กิเลสา สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา เอตาสํ ปฏิปกฺโข, วิเสเสน ปน ปุพฺเพ วุตฺตา มจฺเฉราทโยติ เวทิตพฺพา. อปิจ เทยฺยปฏิคฺคาหกทานผเลสุ อโลภาโทสาโมหคุณโยคโต โลภโทสโมหปฏิปกฺขํ ทานํ, กายาทิโทสวงฺกาปคมนโต โลภาทิปฏิปกฺขํ สีลํ, กามสุขปรูปฆาตอตฺตกิลมถปริวชฺชนโต โทสตฺตยปฏิปกฺขํ เนกฺขมฺมํ, โลภาทีนํ อนฺธีกรณโต, ญาณสฺส จ อนนฺธีกรณโต โลภาทิปฏิปกฺขา ปญฺญา, อลีนานุทฺธตญายารมฺภวเสน โลภาทิปฏิปกฺขํ วีริยํ, อิฏฺฐานิฏฺฐสุญฺญตานํ ขมนโต โลภาทิปฏิปกฺขา ขนฺติ, สติปิ ปเรสํ อุปกาเร อปกาเร จ ยถาภูตปฺปวตฺติยา โลภาทิปฏิปกฺขํ สจฺจํ, โลกธมฺเม อภิภุยฺย ยถาสมาทินฺเนสุ สมฺภาเรสุ อจลนโต โลภาทิปฏิปกฺขํ อธิฏฺฐานํ, นีวรณวิเวกโต โลภาทิปฏิปกฺขา เมตฺตา, อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ อนุนยปฏิฆวิทฺธํสนโต, สมปฺปวตฺติโต จ โลภาทิปฏิปกฺขา อุเปกฺขาติ ทฏฺฐพฺพํ.
กา ปฏิปตฺตีติ สุขูปกรณสรีรชีวิตปริจฺจาเคน ภยาปนูทเนน ธมฺโมปเทเสน จ พหุธา สตฺตานํ อนุคฺคหกรณํ ทาเน ปฏิปตฺติ. ตตฺถายํ วิตฺถารนโย – ‘‘อิมินาหํ ทาเนน สตฺตานํ อายุวณฺณสุขพลปฏิภานาทิสมฺปตฺตึ รมณียํ อคฺคผลสมฺปตฺตึ นิปฺผาเทยฺย’’นฺติ อนฺนทานํ เทติ, ตถา สตฺตานํ กมฺมกิเลสปิปาสวูปสมาย ปานํ เทติ, ตถา สุวณฺณวณฺณตาย, หิโรตฺตปฺปาลงฺการสฺส จ นิปฺผตฺติยา วตฺถานิ เทติ, ตถา อิทฺธิวิธสฺส เจว นิพฺพานสุขสฺส จ นิปฺผตฺติยา ยานํ เทติ, ตถา สีลคนฺธนิปฺผตฺติยา คนฺธํ, พุทฺธคุณโสภานิปฺผตฺติยา มาลาวิเลปนํ, โพธิมณฺฑาสนนิปฺผตฺติยา อาสนํ, ตถาคตเสยฺยานิปฺผตฺติยา เสยฺยํ, สรณภาวนิปฺผตฺติยา อาวสถํ, ปญฺจจกฺขุปฏิลาภาย ปทีเปยฺยํ เทติ. พฺยามปฺปภานิปฺผตฺติยา รูปทานํ, พฺรหฺมสฺสรนิปฺผตฺติยา สทฺททานํ, สพฺพโลกสฺส ปิยภาวาย รสทานํ, พุทฺธสุขุมาลภาวาย โผฏฺฐพฺพทานํ, อชรามรณภาวาย เภสชฺชทานํ, กิเลสทาสพฺยวิโมจนตฺถํ ทาสานํ ภุชิสฺสตาทานํ, สทฺธมฺมาภิรติยา อนวชฺชขิฑฺฑารติเหตุทานํ, สพฺเพปิ สตฺเต อริยาย ชาติยา อตฺตโน ปุตฺตภาวูปนยนาย ปุตฺตทานํ, สกลสฺส โลกสฺส ปติภาวูปคมนาย ทารทานํ, สุภลกฺขณสมฺปตฺติยา สุวณฺณมณิมุตฺตาปวาฬาทิทานํ, อนุพฺยญฺชนสมฺปตฺติยา นานาวิธวิภูสนทานํ, สทฺธมฺมโกสาธิคมาย วิตฺตโกสทานํ, ธมฺมราชภาวาย รชฺชทานํ, ฌานาทิสมฺปตฺติยา อารามุยฺยานาทิวนทานํ, จกฺกงฺกิเตหิ ปาเทหิ โพธิมณฺฑูปสงฺกมนาย จรณทานํ, จตุโรฆนิตฺถรณาย สตฺตานํ สทฺธมฺมหตฺถทานตฺถํ หตฺถทานํ, สทฺธินฺทฺริยาทิปฏิลาภาย กณฺณนาสาทิทานํ, สมนฺตจกฺขุปฏิลาภาย จกฺขุทานํ, ‘‘ทสฺสนสวนานุสฺสรณปาริจริยาทีสุ สพฺพกาลํ สพฺพสตฺตานํ หิตสุขาวโห, สพฺพโลเกน จ อุปชีวิตพฺโพ เม กาโย ภเวยฺยา’’ติ มํสโลหิตาทิทานํ, ‘‘สพฺพโลกุตฺตโม ภเวยฺย’’นฺติ อุตฺตมงฺคทานํ เทติ.
เอวํ ททนฺโต จ น อเนสนาย เทติ, น ปโรปฆาเตน, น ภเยน, น ลชฺชาย, น ทกฺขิเณยฺยโรสเนน, น ปณีเต สติ ลูขํ, น อตฺตุกฺกํสเนน, น ปรวมฺภเนน, น ผลาภิกงฺขาย, น ยาจกชิคุจฺฉาย, น อจิตฺตีกาเรน เทติ, อถ โข สกฺกจฺจํ เทติ, สหตฺเถน เทติ, กาเลน เทติ, จิตฺตึ กตฺวา เทติ, อวิภาเคน เทติ, ตีสุ กาเลสุ โสมนสฺสิโต เทติ. ตโตเยว ทตฺวา น ปจฺฉานุตาปี โหติ, น ปฏิคฺคาหกวเสน มานาวมานํ กโรติ, ปฏิคฺคาหกานํ ปิยสมุทาจาโร โหติ วทญฺญู ยาจโยโค สปริวารทายี. ตญฺจ ทานสมฺปตฺตึ สกลโลกหิตสุขาย ปริณาเมติ, อตฺตโน จ อกุปฺปาย วิมุตฺติยา, อปริกฺขยสฺส ฉนฺทสฺส, อปริกฺขยสฺส วีริยสฺส, อปริกฺขยสฺส สมาธานสฺส, อปริกฺขยสฺส ญาณสฺส, อปริกฺขยาย สมฺมาสมฺโพธิยา ปริณาเมติ. อิมญฺจ ทานปารมึ ปฏิปชฺชนฺเตน มหาสตฺเตน ชีวิเต, โภเคสุ จ อนิจฺจสญฺญา ปจฺจุปฏฺฐเปตพฺพา, สตฺเตสุ จ มหากรุณา. เอวญฺหิ โภเค คเหตพฺพสารํ คณฺหนฺโต อาทิตฺตสฺมา วิย อคารสฺมา สพฺพํ สาปเตยฺยํ, อตฺตานญฺจ พหิ นีหรนฺโต น กิญฺจิ เสเสติ, นิรวเสสโต นิสฺสชฺชติเยว. อยํ ตาว ทานปารมิยา ปฏิปตฺติกฺกโม.
สีลปารมิยา ปน ยสฺมา สพฺพญฺญุสีลาลงฺกาเรหิ สตฺเต อลงฺกริตุกาเมน อตฺตโนเยว ตาว สีลํ วิโสเธตพฺพํ, ตสฺมา สตฺเตสุ ตถา ทยาปนฺนจิตฺเตน ภวิตพฺพํ, ยถา สุปินนฺเตนปิ น อาฆาโต อุปฺปชฺเชยฺย. ปรูปการนิรตตาย ปรสนฺตโก อลคทฺโท วิย น ปรามสิตพฺโพ. อพฺรหฺมจริยโตปิ อาราจารี, สตฺตวิธเมถุน สํโยควิรโต, ปเคว ปรทารคมนโต. สจฺจํ หิตํ ปิยํ ปริมิตเมว จ กาเลน ธมฺมึ กถํ ภาสิตา โหติ, อนภิชฺฌาลุ อพฺยาปนฺโน อวิปรีตทสฺสโน สมฺมาสมฺพุทฺเธ นิวิฏฺฐสทฺโธ นิวิฏฺฐเปโม. อิติ จตุราปายวฏฺฏทุกฺขปเถหิ อกุสลกมฺมปเถหิ, อกุสลธมฺเมหิ จ โอรมิตฺวา สคฺคโมกฺขปเถสุ กุสลกมฺมปเถสุ ปติฏฺฐิตสฺส สุทฺธาสยปโยคตาย ยถาภิปตฺถิตา สตฺตานํ หิตสุขูปสญฺหิตา มโนรถา สีฆํ อภินิปฺผชฺชนฺติ.
ตตฺถ หึสานิวตฺติยา สพฺพสตฺตานํ อภยทานํ เทติ, อปฺปกสิเรเนว เมตฺตาภาวนํ สมฺปาเทติ, เอกาทส เมตฺตานิสํเส อธิคจฺฉติ, อปฺปาพาโธ โหติ อปฺปาตงฺโก ทีฆายุโก สุขพหุโล, ลกฺขณวิเสเส ปาปุณาติ, โทสวาสนญฺจ สมุจฺฉินฺทติ. ตถา อทินฺนาทานนิวตฺติยา โจราทิอสาธารเณ อุฬาเร โภเค อธิคจฺฉติ, อนาสงฺกนีโย ปิโย มนาโป วิสฺสสนีโย, วิภวสมฺปตฺตีสุ อลคฺคจิตฺโต ปริจฺจาคสีโล, โลภวาสนญฺจ สมุจฺฉินฺทติ. อพฺรหฺมจริยนิวตฺติยา อโลโภ โหติ สนฺตกายจิตฺโต, สตฺตานํ ปิโย โหติ มนาโป อปริสงฺกนีโย, กลฺยาโณ จสฺส กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, อลคฺคจิตฺโต โหติ มาตุคาเมสุ อลุทฺธาสโย, เนกฺขมฺมพหุโล, ลกฺขณวิเสเส อธิคจฺฉติ, โลภวาสนญฺจ สมุจฺฉินฺทติ.
มุสาวาทนิวตฺติยา สตฺตานํ ปมาณภูโต โหติ ปจฺจยิโก เถโต อาเทยฺยวจโน เทวตานํ ปิโย มนาโป สุรภิคนฺธมุโข อารกฺขิยกายวจีสมาจาโร, ลกฺขณวิเสเส จ อธิคจฺฉติ, กิเลสวาสนญฺจ สมุจฺฉินฺทติ. เปสุญฺญนิวตฺติยา ปรูปกฺกเมหิ อเภชฺชกาโย โหติ อเภชฺชปริวาโร, สทฺธมฺเม จ อภิชฺชนกสทฺโธ, ทฬฺหมิตฺโต ภวนฺตรปริจิตานมฺปิ สตฺตานํ เอกนฺตปิโย, อสํกิเลสพหุโล. ผรุสวาจานิวตฺติยา สตฺตานํ ปิโย โหติ มนาโป สุขสีโล มธุรวจโน สมฺภาวนีโย, อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต จสฺส สโร (ม. นิ. ๒.๓๘๗) นิพฺพตฺตติ. สมฺผปฺปลาปนิวตฺติยา จ สตฺตานํ ปิโย โหติ มนาโป ครุภาวนีโย จ อาเทยฺยวจโน จ ปริมิตาลาโป, มเหสกฺโข จ โหติ มหานุภาโว, ฐานุปฺปตฺติเกน ปฏิภาเนน ปญฺหานํ พฺยากรณกุสโล, พุทฺธภูมิยญฺจ เอกาย เอว วาจาย อเนกภาสานํ สตฺตานํ อเนเกสํ ปญฺหานํ พฺยากรณสมตฺโถ โหติ.
อนภิชฺฌาลุตาย อิจฺฉิตลาภี โหติ, อุฬาเรสุ จ โภเคสุ รุจึ ปฏิลภติ, ขตฺติยมหาสาลาทีนํ สมฺมโต โหติ, ปจฺจตฺถิเกหิ อนภิภวนีโย, อินฺทฺริยเวกลฺลํ น ปาปุณาติ, อปฺปฏิปุคฺคโล จ โหติ. อพฺยาปาเทน ปิยทสฺสโน โหติ สตฺตานํ สมฺภาวนีโย, ปรหิตาภินนฺทิตาย จ สตฺเต อปฺปกสิเรเนว ปสาเทติ, อลูขสภาโว จ โหติ เมตฺตาวิหารี, มเหสกฺโข จ โหติ มหานุภาโว. มิจฺฉาทสฺสนาภาเวน กลฺยาเณ สหาเย ปฏิลภติ, สีสจฺเฉทมฺปิ ปาปุณนฺโต ปาปกมฺมํ น กโรติ, กมฺมสฺสกตาทสฺสนโต อโกตูหลมงฺคลิโก จ โหติ, สทฺธมฺเม จสฺส สทฺธา ปติฏฺฐิตา โหติ มูลชาตา, สทฺทหติ จ ตถาคตานํ โพธึ, สมยนฺตเรสุ นาภิรมติ อุกฺการฏฺฐาเน วิย ราชหํโส, ลกฺขณตฺตยปริชานนกุสโล โหติ, อนฺเต จ อนาวรณญาณลาภี, ยาว โพธึ น ปาปุณาติ, ตาว ตสฺมึ ตสฺมึ สตฺตนิกาเย อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ จ โหติ, อุฬารุฬารสมฺปตฺติโย ปาปุณาติ.
‘‘อิติ หิทํ สีลํ นาม สพฺพสมฺปตฺตีนํ อธิฏฺฐานํ, สพฺพพุทฺธคุณานํ ปภวภูมิ, สพฺพพุทฺธกรธมฺมานมาทิ จรณํ มุขํ ปมุข’’นฺติ พหุมานํ อุปฺปาเทตฺวา กายวจีสํยเม, อินฺทฺริยทมเน, อาชีวสมฺปทาย, ปจฺจยปริโภเค จ สติสมฺปชญฺญพเลน อปฺปมตฺเตน ลาภสกฺการสิโลกํ มิตฺตมุขปจฺจตฺถิกํ วิย สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘กิกีว อณฺฑ’’นฺติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๑๙; ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗) วุตฺตนเยน สกฺกจฺจํ สีลํ สมฺปาเทตพฺพํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๖) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. ตญฺจ ปเนตํ สีลํ น อตฺตโน ทุคฺคติปริกิเลสวิมุตฺติยา, สุคติยมฺปิ, น รชฺชสมฺปตฺติยา, นจกฺกวตฺติ-นเทว-นสกฺก-นมาร-นพฺรหฺมสมฺปตฺติยา, นาปิ อตฺตโน เตวิชฺชตาทิเหตุ, น ปจฺเจกโพธิยา, อถ โข สพฺพญฺญุภาเวน สพฺพสตฺตานํ อนุตฺตรสีลาลงฺการสมฺปาทนตฺถเมวาติ ปริณาเมตพฺพํ.
ตถา สกลสํกิเลสนิวาสฏฺฐานตาย, ปุตฺตทาราทีหิ มหาสมฺพาธตาย, กสิวณิชฺชาทินานาวิธกมฺมนฺตาธิฏฺฐานพฺยากุลตาย จ ฆราวาสสฺส เนกฺขมฺมสุขาทีนํ อโนกาสตํ, กามานญฺจ ‘‘สตฺถธาราลคฺคมธุพินฺทุ วิย จ อวเลยฺหมานา ปริตฺตสฺสาทา วิปุลานตฺถานุพนฺธา’’ติ จ ‘‘วิชฺชุลโตภาเสน คเหตพฺพํ นจฺจํ วิย ปริตฺตกาโลปลพฺภา, อุมฺมตฺตกาลงฺกาโร วิย วิปรีตสญฺญาย อนุภวิตพฺพา, กรีสาวจฺฉาทนสุขํ วิย ปฏิการภูตา, อุทกเตมิตงฺคุลิยา อุสฺสาวโกทกปานํ วิย อติตฺติกรา, ฉาตชฺฌตฺตโภชนํ วิย สาพาธา, พลิสามิสํ วิย พฺยสนสนฺนิปาตการณา, อคฺคิสนฺตาโป วิย กาลตฺตเยปิ ทุกฺขุปฺปตฺติเหตุภูตา, มกฺกฏาเลโป วิย พนฺธนิมิตฺตา ฆาตกาวจฺฉาทนกิมิลโย วิย อนตฺถจฺฉาทนา, สปตฺตคามวาโส วิย ภยฏฺฐานภูตา, ปจฺจตฺถิกโปสโก วิย กิเลสมาราทีนํ อามิสภูตา, ฉณสมฺปตฺติโย วิย วิปริณามทุกฺขา, โกฏรคฺคิ วิย อนฺโตทาหกา, ปุราณกูปาวลมฺพพีรณมธุปิณฺฑํ วิย อเนกาทีนวา, โลณูทกปานํ วิย ปิปาสเหตุภูตา, สุราเมรยํ วิย นีจชนเสวิตา, อปฺปสฺสาทตาย อฏฺฐิกงฺกลูปมา’’ติอาทินา จ นเยน อาทีนวํ สลฺลกฺเขตฺวา ตพฺพิปริยาเยน เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปสฺสนฺเตน เนกฺขมฺมปวิเวกอุปสมสุขาทีสุ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺเตน เนกฺขมฺมปารมี ปูเรตพฺพา.
ตถา ยสฺมา ปญฺญา อาโลโก วิย อนฺธกาเรน, โมเหน สห น วตฺตติ, ตสฺมา โมหการณานิ ตาว โพธิสตฺเตน ปริวชฺชิตพฺพานิ. ตตฺถิมานิ โมหการณานิ – อรติ ตนฺที วิชมฺภิตา อาลสิยํ คณสงฺคณิการามตา นิทฺทาสีลตา อนิจฺฉยสีลตา ญาณสฺมึ อกุตูหลตา มิจฺฉาธิมาโน อปริปุจฺฉกตา กายสฺส น สมฺมาปริหาโร อสมาหิตจิตฺตตา ทุปฺปญฺญานํ ปุคฺคลานํ เสวนา ปญฺญวนฺตานํ อปยิรุปาสนา อตฺตปริภโว มิจฺฉาวิกปฺโป วิปรีตาภินิเวโส กายทฬฺหีพหุลตา อสํเวคสีลตา ปญฺจ นีวรณานิ. สงฺเขปโต เย วา ปน ธมฺเม อาเสวโต อนุปฺปนฺนา ปญฺญา น อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺนา ปริหายติ, อิติ อิมานิ สมฺโมหการณานิ ปริวชฺชนฺเตน พาหุสจฺเจ ฌานาทีสุ จ โยโค กรณีโย.
ตตฺถายํ พาหุสจฺจสฺส วิสยวิภาโค – ปญฺจ ขนฺธา ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส ธาตุโย จตฺตาริ สจฺจานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ ทฺวาทสปทิโก ปฏิจฺจสมุปฺปาโท, ตถา สติปฏฺฐานาทโย กุสลาทิธมฺมปฺปการเภทา จ. ยานิ จ โลเก อนวชฺชานิ วิชฺชฏฺฐานานิ, เย จ สตฺตานํ หิตสุขวิธานโยคฺยา พฺยากรณวิเสสา. อิติ เอวํ ปการํ สกลเมว สุตวิสยํ อุปายโกสลฺลปุพฺพงฺคมาย ปญฺญาย สติวีริยุปตฺถมฺภการณาย สาธุกํ อุคฺคหณสวนธารณปริจยปริปุจฺฉาหิ โอคาเหตฺวา ตตฺถ จ ปเรสํ ปติฏฺฐปเนน สุตมยา ปญฺญา นิพฺพตฺเตตพฺพา, ตถา ขนฺธาทีนํ สภาวธมฺมานํ อาการปริวิตกฺกนมุเขน เต นิชฺฌานํ ขมาเปนฺเตน จินฺตามยา, ขนฺธาทีนํเยว ปน สลกฺขณสามญฺญลกฺขณปริคฺคหวเสน โลกิยํ ปริญฺญํ นิพฺพตฺเตนฺเตน ปุพฺพภาคภาวนาปญฺญา สมฺปาเทตพฺพา. เอวญฺหิ ‘‘นามรูปมตฺตมิทํ ยถารหํ ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชติ เจว นิรุชฺฌติ จ, น เอตฺถ โกจิ กตฺตา วา กาเรตา วา, หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจํ, อุทยพฺพยปฏิปีฬนฏฺเฐน ทุกฺขํ, อวสวตฺตนฏฺเฐน อนตฺตา’’ติ อชฺฌตฺติกพาหิเร ธมฺเม นิพฺพิเสสํ ปริชานนฺโต ตตฺถ อาสงฺคํ ปชหิตฺวา, ปเร จ ตตฺถ ตํ ชหาเปตฺวา เกวลํ กรุณาวเสเนว ยาว น พุทฺธคุณา หตฺถตลํ อาคจฺฉนฺติ, ตาว ยานตฺตเย สตฺเต อวตารณปริปาจเนหิ ปติฏฺฐาเปนฺโต, ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺติโย จ วสีภาวํ ปาเปนฺโต ปญฺญาย อติวิย มตฺถกํ ปาปุณาตีติ.
ตถา สมฺมาสมฺโพธิยา กตาภินีหาเรน มหาสตฺเตน ‘‘โก นุ อชฺช ปุญฺญญาณสมฺภาโร อุปจิโต, กิญฺจ มยา กตํ ปรหิต’’นฺติ ทิวเส ทิวเส ปจฺจเวกฺขนฺเตน สตฺตหิตตฺถํ อุสฺสาโห กรณีโย, สพฺเพสมฺปิ สตฺตานํ อุปการาย อตฺตโน กายํ ชีวิตญฺจ โอสฺสชฺชิตพฺพํ, สพฺเพปิ สตฺตา อโนธิโส เมตฺตาย กรุณาย จ ผริตพฺพา, ยา กาจิ สตฺตานํ ทุกฺขุปฺปตฺติ, สพฺพา สา อตฺตนิ ปาฏิกงฺขิตพฺพา, สพฺเพสญฺจ สตฺตานํ ปุญฺญํ อพฺภนุโมทิตพฺพํ, พุทฺธมหนฺตตา อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพา, ยญฺจ กิญฺจิ กมฺมํ กโรติ กาเยน วาจาย วา, ตํ สพฺพํ โพธินินฺนจิตฺตปุพฺพงฺคมํ กาตพฺพํ. อิมินา หิ อุปาเยน โพธิสตฺตานํ อปริเมยฺโย ปุญฺญภาโค อุปจียติ. อปิจ สตฺตานํ ปริโภคตฺถํ ปริปาลนตฺถญฺจ อตฺตโน สรีรํ ชีวิตญฺจ ปริจฺจชิตฺวา ขุปฺปิปาสาสีตุณฺหวาตาตปาทิทุกฺขปฏิกาโร ปริเยสิตพฺโพ. ยญฺจ ยถาวุตฺตทุกฺขปฏิการชํ สุขํ อตฺตนา ปฏิลภติ, ตถา รมณีเยสุ อารามุยฺยานปาสาทตลาทีสุ, อรญฺญายตเนสุ จ กายจิตฺตสนฺตาปาภาเวน อภินิพฺพุตตฺตา สุขํ วินฺทติ, ยญฺจ สุณาติ พุทฺธานุพุทฺธปจฺเจกพุทฺธโพธิสตฺตานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารภูตํ ฌานสมาปตฺติสุขํ, ตํ สพฺพํ สตฺเตสุ อโนธิโส อุปสํหรติ. อยํ ตาว อสมาหิตภูมิยํ นโย.
สมาหิโต ปน อตฺตนา ยถานุภูตํ วิเสสาธิคมนิพฺพตฺตํ ปีติปสฺสทฺธิสุขํ สพฺพสตฺเตสุ อธิมุจฺจติ, ตถา มหติ สํสารทุกฺเข, ตนฺนิมิตฺตภูเต จ กิเลสาภิสงฺขารทุกฺเข นิมุคฺคํ สตฺตนิกายํ ทิสฺวา ตตฺถปิ เฉทนเภทนผาลนปิสนคฺคิสนฺตาปาทิชนิตา ทุกฺขา ติพฺพา ขรา กฏุกา เวทนา นิรนฺตรํ จิรกาลํ เวทิยนฺเต นารเก, อญฺญมญฺญํ กุชฺฌนสนฺตาปนวิเหฐนหึสนปราธีนตาทีหิ ทุกฺขํ อนุภวนฺเต ติรจฺฉาเน, โชติมาลา’กุลสรีเร อุทฺธพาหุวิรวนฺเต อุกฺกามุเข ขุปฺปิปาสาทีหิ ฑยฺหมาเน จ วนฺตเขฬาทิอาหาเร จ มหาทุกฺขํ เวทยมาเน เปเต จ ปริเยฏฺฐิมูลกํ มหนฺตํ อนยพฺยสนํ ปาปุณนฺเต หตฺถจฺเฉทาทิการณโยเคน ทุพฺพณฺณทุทฺทสิกทลิทฺทตาทิภาเวน ขุปฺปิปาสาทิโยเคน พลวนฺเตหิ อภิภวนียโต, ปเรสํ วหนโต, ปราธีนโต จ นารเก เปเต ติรจฺฉาเน จ อติสยนฺเต อปายทุกฺขนิพฺพิเสสํ ทุกฺขํ อนุภวนฺเต มนุสฺเส จ ตถา วิสยวิสปริโภควิกฺขิตฺตจิตฺตตาย ราคาทิปริยุฏฺฐาเนน ฑยฺหมาเน วายุเวคสมุฏฺฐิตชาลาสมิทฺธสุกฺขกฏฺฐสนฺนิปาเต อคฺคิกฺขนฺเธ วิย อนุปสนฺตปริฬาหวุตฺติเก อนิหตปราธีเน กามาวจรเทเว จ มหตา วายาเมน วิทูรมากาสํ วิคาหิตสกุนฺตา วิย, พลวนฺเตหิ ขิตฺตสรา วิย จ ‘‘สติปิ จิรปฺปวตฺติยํ อนจฺจนฺติกตาย ปาตปริโยสานา อนติกฺกนฺตชาติชรามรณา เอวา’’ติ รูปาวจรารูปาวจรเทเว จ ปสฺสนฺเตน เมตฺตาย กรุณาย จ อโนธิโส สตฺตา ผริตพฺพา. เอวํ กาเยน วาจาย มนสา จ โพธิสมฺภาเร นิรนฺตรํ อุปจินนฺเตน อุสฺสาโห ปวตฺเตตพฺโพ.
อปิจ ‘‘อจินฺเตยฺยาปริมิตวิปุโลฬารวิมลนิรุปมนิรุปกฺกิเลสคุณนิจยนิทานภูตสฺส พุทฺธภาวสฺส อุสฺสกฺกิตฺวา สมฺปหํสนโยคฺยํ วีริยํ นาม อจินฺเตยฺยานุภาวเมว. ยํ น ปจุรชนา โสตุมฺปิ สกฺกุณนฺติ, ปเคว ปฏิปชฺชิตุํ. ตถา หิ ติวิธา อภินีหารจิตฺตุปฺปตฺติ, จตสฺโส พุทฺธภูมิโย, จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ (ที. นิ. ๓.๒๑๐, ๓๑๓; อ. นิ. ๔.๓๒), กรุโณกาสตา, พุทฺธธมฺเมสุ นิชฺฌานกฺขนฺติ, สพฺพธมฺเมสุ นิรุปเลโป, สพฺพสตฺเตสุ ปุตฺตสญฺญา, สํสารทุกฺเขหิ อปริเขโท, สพฺพเทยฺยธมฺมปริจฺจาโค, เตน จ นิรติมานตา, อธิสีลสิกฺขาทิอธิฏฺฐานํ, ตตฺถ จ อจลตา, กุสลกิริยาสุ ปีติปาโมชฺชํ, วิเวกนินฺนจิตฺตตา, ฌานานุโยโค, อนวชฺชสุเตน อติตฺติ, ยถาสุตสฺส ธมฺมสฺส ปเรสํ หิตชฺฌาสเยน เทสนา, สตฺตานํ ญาเย นิเวสนํ, อารมฺภทฬฺหตา, ธีรวีรภาโว, ปราปวาทปราปกาเรสุ วิการาภาโว, สจฺจาธิฏฺฐานํ, สมาปตฺตีสุ วสีภาโว, อภิญฺญาสุ พลปฺปตฺติ, ลกฺขณตฺตยาวโพโธ, สติปฏฺฐานาทีสุ อภิโยเคน โลกุตฺตรมคฺคสมฺภารสมฺภรณํ, นวโลกุตฺตราวกฺกนฺตี’’ติ เอวมาทิกา สพฺพา โพธิสมฺภารปฏิปตฺติ วีริยานุภาเวเนว สมิชฺฌตีติ อภินีหารโต ยาว มหาโพธิ อโนสฺสชฺชนฺเตน สกฺกจฺจํ นิรนฺตรํ วีริยํ สมฺปาเทตพฺพํ. สมฺปชฺชมาเน จ วีริเย ขนฺติอาทโย ทานาทโย จ สพฺเพปิ โพธิสมฺภารา ตทธีนวุตฺติตาย สมฺปนฺนา เอว โหนฺตีติ. ขนฺติอาทีสุปิ อิมินา นเยน ปฏิปตฺติ เวทิตพฺพา.
อิติ สตฺตานํ สุขูปกรณปริจฺจาเคน พหุธา อนุคฺคหกรณํ ทาเนน ปฏิปตฺติ, สีเลน เตสํ ชีวิตสาปเตยฺยทารรกฺขอเภทปิยหิตวจนาวิหึสาทิกรณานิ, เนกฺขมฺเมน เนสํ อามิสปฏิคฺคหณธมฺมทานาทินา อเนกธา หิตจริยา, ปญฺญาย เตสํ หิตกรณูปายโกสลฺลํ, วีริเยน ตตฺถ อุสฺสาหารมฺภอสํหีรานิ, ขนฺติยา ตทปราธสหนํ, สจฺเจน เตสํ อวญฺจนตทุปการกิริยาสมาทานาวิสํวาทนาทิ, อธิฏฺฐาเนน ตทุปการกรเณ อนตฺถสมฺปาเตปิ อจลนํ, เมตฺตาย เตสํ หิตสุขานุจินฺตนํ, อุเปกฺขาย เตสํ อุปการาปกาเรสุ วิการานาปตฺตีติ เอวํ อปริมาเณ สตฺเต อารพฺภ อนุกมฺปิตสพฺพสตฺตสฺส โพธิสตฺตสฺส ปุถุชฺชเนหิ อสาธารโณ อปริมาโณ ปุญฺญญาณสมฺภารูปจโย เอตฺถ ปฏิปตฺตีติ เวทิตพฺพํ. โย เจตาสํ ปจฺจโย วุตฺโต, ตสฺส จ สกฺกจฺจํ สมฺปาทนํ.
โก วิภาโคติ ทส ปารมิโย, ทส อุปปารมิโย, ทส ปรมตฺถปารมิโยติ สมตฺตึส ปารมิโย. ตตฺถ กตาภินีหารสฺส โพธิสตฺตสฺส ปรหิตกรณาภินินฺนอาสยปฺปโยคสฺส กณฺหธมฺมโวกิณฺณา สุกฺกธมฺมา ปารมิโย, เตหิ อโวกิณฺณา สุกฺกา ธมฺมา อุปปารมิโย, อกณฺหา อสุกฺกา ปรมตฺถปารมิโยติ เกจิ. สมุทาคมนกาเลสุ ปูริยมานา ปารมิโย, โพธิสตฺตภูมิยํ ปุณฺณา อุปปารมิโย, พุทฺธภูมิยํ สพฺพาการปริปุณฺณา ปรมตฺถปารมิโย. โพธิสตฺตภูมิยํ วา ปรหิตกรณโต ปารมิโย, อตฺตหิตกรณโต อุปปารมิโย, พุทฺธภูมิยํ พลเวสารชฺชสมธิคเมน อุภยหิตปริปูรณโต ปรมตฺถปารมิโยติ เอวํ อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ ปณิธานารมฺภปรินิฏฺฐาเนสุ เตสํ วิภาโคติ อปเร. โทสุปสมกรุณาปกติกานํ ภวสุขวิมุตฺติสุขปรมสุขปฺปตฺตานํ ปุญฺญูปจยเภทโต ตพฺพิภาโคติ อญฺเญ.
ลชฺชาสติมานาปสฺสยานํ โลกุตฺตรธมฺมาธิปตีนํ สีลสมาธิปญฺญาครุกานํ ตาริตตริตตารยิตูนํ อนุพุทฺธปจฺเจกพุทฺธสมฺมาสมฺพุทฺธานํ ปารมี, อุปปารมี, ปรมตฺถปารมีติ โพธิตฺตยปฺปตฺติโต ยถาวุตฺตวิภาโคติ เกจิ. จิตฺตปณิธิโต ยาว วจีปณิธิ, ตาว ปวตฺตา สมฺภารา ปารมิโย, วจีปณิธิโต ยาว กายปณิธิ, ตาว ปวตฺตา อุปปารมิโย, กายปณิธิโต ปภุติ ปรมตฺถปารมิโยติ อปเร. อญฺเญ ปน ‘‘ปรปุญฺญานุโมทนวเสน ปวตฺตา สมฺภารา ปารมิโย, ปเรสํ การาปนวเสน ปวตฺตา อุปปารมิโย, สยํ กรณวเสน ปวตฺตา ปรมตฺถปารมิโย’’ติ วทนฺติ. ตถา ภวสุขาวโห ปุญฺญญาณสมฺภาโร ปารมี, อตฺตโน นิพฺพานสุขาวโห อุปปารมี, ปเรสํ ตทุภยสุขาวโห ปรมตฺถปารมีติ เอเก.
ปุตฺตทารธนาทิอุปกรณปริจฺจาโค ปน ทานปารมี, อตฺตโน องฺคปริจฺจาโค ทานอุปปารมี, อตฺตโน ชีวิตปริจฺจาโค ทานปรมตฺถปารมี. ตถา ปุตฺตทาราทิกสฺส ติวิธสฺสปิ เหตุ อวีติกฺกมนวเสน ติสฺโส สีลปารมิโย, เตสุ เอว ติวิเธสุ วตฺถูสุ อาลยํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา นิกฺขมนวเสน ติสฺโส เนกฺขมฺมปารมิโย, อุปกรณงฺคชีวิตตณฺหํ สมูหนิตฺวา สตฺตานํ หิตาหิตวินิจฺฉยกรณวเสน ติสฺโส ปญฺญาปารมิโย, ยถาวุตฺตเภทานํ ปริจฺจาคาทีนํ วายมนวเสน ติสฺโส วีริยปารมิโย, อุปกรณงฺคชีวิตนฺตรายกรานํ ขมนวเสน ติสฺโส ขนฺติปารมิโย, อุปกรณงฺคชีวิตเหตุ สจฺจาปริจฺจาควเสน ติสฺโส สจฺจปารมิโย, ทานาทิปารมิโย อกุปฺปาธิฏฺฐานวเสเนว สมิชฺฌนฺตีติ อุปกรณาทิวินาเสปิ อจลาธิฏฺฐานวเสน ติสฺโส อธิฏฺฐานปารมิโย, อุปกรณาทิอุปฆาตเกสุปิ สตฺเตสุ เมตฺตาย อวิชหนวเสน ติสฺโส เมตฺตาปารมิโย, ยถาวุตฺตวตฺถุตฺตยสฺส อุปการาปกาเรสุ สตฺตสงฺขาเรสุ มชฺฌตฺตตาปฏิลาภวเสน ติสฺโส อุเปกฺขาปารมิโยติ เอวมาทินา เอตาสํ วิภาโค เวทิตพฺโพ.
โก สงฺคโหติ เอตฺถ ปน ยถา เอตา วิภาคโต ตึสวิธาปิ ทานปารมีอาทิภาวโต ทสวิธา, เอวํ ทานสีลขนฺติวีริยฌานปญฺญาสภาเวน ฉพฺพิธา. เอตาสุ หิ เนกฺขมฺมปารมี สีลปารมิยา สงฺคหิตา ตสฺสา ปพฺพชฺชาภาเว, นีวรณวิเวกภาเว ปน ฌานปารมิยา, กุสลธมฺมภาเว ฉหิปิ สงฺคหิตา. สจฺจปารมี สีลปารมิยา เอกเทโสเยว วจีสจฺจวิรติสจฺจปกฺเข, ญาณสจฺจปกฺเข ปน ปญฺญาปารมิยา สงฺคหิตา. เมตฺตาปารมี ฌานปารมิยา เอว, อุเปกฺขาปารมี ฌานปญฺญาปารมีหิ, อธิฏฺฐานปารมี สพฺพาหิปิ สงฺคหิตาติ.
เอเตสญฺจ ทานาทีนํ ฉนฺนํ คุณานํ อญฺญมญฺญํ สมฺพนฺธานํ ปญฺจทสยุคฬาทีนิ ปญฺจทสยุคฬาทิสาธกานิ โหนฺติ – เสยฺยถิทํ? ทานสีลยุคเฬน ปรหิตาหิตานํ กรณากรณยุคฬสิทฺธิ, ทานขนฺติยุคเฬน อโลภาโทสยุคฬสิทฺธิ, ทานวีริยยุคเฬน จาคสุตยุคฬสิทฺธิ, ทานฌานยุคเฬน กามโทสปฺปหานยุคฬสิทฺธิ, ทานปญฺญายุคเฬน อริยยานธุรยุคฬสิทฺธิ, สีลขนฺติทฺวเยน ปโยคาสยสุทฺธิทฺวยสิทฺธิ, สีลวีริยทฺวเยน ภาวนาทฺวยสิทฺธิ, สีลฌานทฺวเยน ทุสฺสีลฺยปริยุฏฺฐานปฺปหานทฺวยสิทฺธิ, สีลปญฺญาทฺวเยน ทานทฺวยสิทฺธิ, ขนฺติวีริยยุคเฬน ขมาเตชทฺวยสิทฺธิ, ขนฺติฌานยุคเฬน วิโรธานุโรธปฺปหานยุคฬสิทฺธิ, ขนฺติปญฺญายุคเฬน สุญฺญตาขนฺติปฏิเวธทุกสิทฺธิ, วีริยฌานทุเกน ปคฺคาหาวิกฺเขปทุกสิทฺธิ, วีริยปญฺญาทุเกน สรณทุกสิทฺธิ, ฌานปญฺญาทุเกน ยานทุกสิทฺธิ. ทานสีลขนฺติตฺติเกน โลภโทสโมหปฺปหานตฺติกสิทฺธิ, ทานสีลวีริยตฺติเกน โภคชีวิตกายสาราทานตฺติกสิทฺธิ, ทานสีลฌานตฺติเกน ปุญฺญกิริยวตฺถุตฺติกสิทฺธิ, ทานสีลปญฺญาติเกน อามิสาภยธมฺมทานตฺติกสิทฺธีติ เอวํ อิตเรหิปิ ติเกหิ จตุกฺกาทีหิ จ ยถาสมฺภวํ ติกานิ จตุกฺกาทีนิ จ โยเชตพฺพานิ.
เอวํ ฉพฺพิธานมฺปิ ปน อิมาสํ ปารมีนํ จตูหิ อธิฏฺฐาเนหิ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. สพฺพปารมีนํ สมูหสงฺคหโต หิ จตฺตาริ อธิฏฺฐานานิ. เสยฺยถิทํ – สจฺจาธิฏฺฐานํ, จาคาธิฏฺฐานํ, อุปสมาธิฏฺฐานํ, ปญฺญาธิฏฺฐานนฺติ. ตตฺถ อธิติฏฺฐติ เอเตน, เอตฺถ วา อธิติฏฺฐติ, อธิฏฺฐานมตฺตเมว วา ตนฺติ อธิฏฺฐานํ. สจฺจญฺจ ตํ อธิฏฺฐานญฺจ, สจฺจสฺส วา อธิฏฺฐานํ, สจฺจํ อธิฏฺฐานํ เอตสฺสาติ วา สจฺจาธิฏฺฐานํ. เอวํ เสเสสุปิ. ตตฺถ อวิเสสโต ตาว โลกุตฺตรคุเณ กตาภินีหารสฺส อนุกมฺปิตสพฺพสตฺตสฺส มหาสตฺตสฺส ปริญฺญานุรูปํ สพฺพปารมิปริคฺคหโต สจฺจาธิฏฺฐานํ, เตสํ ปฏิปกฺขปริจฺจาคโต จาคาธิฏฺฐานํ, สพฺพปารมิตาคุเณหิ อุปสมโต อุปสมาธิฏฺฐานํ, เตหิเยว ปรหิโตปายโกสลฺลโต ปญฺญาธิฏฺฐานํ. วิเสสโต ปน ‘‘อตฺถิกชนํ อวิสํวาเทตฺวา ทสฺสามี’’ติ ปฏิชานโต, ปฏิญฺญํ อวิสํวาเทตฺวา ทานโต, ทานํ อวิสํวาเทตฺวา อนุโมทนโต, มจฺฉริยาทิปฏิปกฺขปริจฺจาคโต, เทยฺยปฏิคฺคาหกทานเทยฺยธมฺมกฺขเยสุ โลภโทสโมหภยวูปสมโต, ยถารหํ ยถากาลํ ยถาวิธานญฺจ ทานโต, ปญฺญุตฺตรโต จ กุสลธมฺมานํ จตุรธิฏฺฐานปทฏฺฐานํ ทานํ. ตถา สํวรสมาทานสฺส อวีติกฺกมโต, ทุสฺสีลฺยปริจฺจาคโต, ทุจฺจริตวูปสมโต, ปญฺญุตฺตรโต จ จตุรธิฏฺฐานปทฏฺฐานํ สีลํ. ยถาปฏิญฺญํ ขมนโต, ปราปราธวิกปฺปปริจฺจาคโต, โกธปริยุฏฺฐานวูปสมโต, ปญฺญุตฺตรโต จ จตุรธิฏฺฐานปทฏฺฐานา ขนฺติ. ปฏิญฺญานุรูปํ ปรหิตกรณโต, วิสาทปริจฺจาคโต, อกุสลธมฺมานํ วูปสมโต, ปญฺญุตฺตรโต จ จตุรธิฏฺฐานปทฏฺฐานํ วีริยํ. ปฏิญฺญานุรูปํ โลกหิตานุจินฺตนโต, นีวรณปริจฺจาคโต, จิตฺตวูปสมโต, ปญฺญุตฺตรโต จ จตุรธิฏฺฐานปทฏฺฐานํ ฌานํ. ยถาปฏิญฺญํ ปรหิตูปายโกสลฺลโต, อนุปายกิริยาปริจฺจาคโต, โมหชปริฬาหวูปสมโต, สพฺพญฺญุตาปฏิลาภโต จ จตุรธิฏฺฐานปทฏฺฐานา ปญฺญา.
ตตฺถ เญยฺยปฏิญฺญานุวิธาเนหิ สจฺจาธิฏฺฐานํ, วตฺถุกามกิเลสกามปริจฺจาเคหิ จาคาธิฏฺฐานํ, โทสทุกฺขวูปสเมหิ อุปสมาธิฏฺฐานํ, อนุโพธปฏิเวเธหิ ปญฺญาธิฏฺฐานํ. ติวิธสจฺจปริคฺคหิตํ โทสตฺตยวิโรธิ สจฺจาธิฏฺฐานํ, ติวิธจาคปริคฺคหิตํ โทสตฺตยวิโรธิ จาคาธิฏฺฐานํ, ติวิธวูปสมปริคฺคหิตํ โทสตฺตยวิโรธิ อุปสมาธิฏฺฐานํ, ติวิธญาณปริคฺคหิตํ โทสตฺตยวิโรธิ ปญฺญาธิฏฺฐานํ. สจฺจาธิฏฺฐานปริคฺคหิตานิ จาคูปสมปญฺญาธิฏฺฐานานิ อวิสํวาทนโต, ปฏิญฺญานุวิธานโต จ. จาคาธิฏฺฐานปริคฺคหิตานิ สจฺจูปสมปญฺญาธิฏฺฐานานิ ปฏิปกฺขปริจฺจาคโต, สพฺพปริจฺจาคผลตฺตา จ. อุปสมาธิฏฺฐานปริคฺคหิตานิ สจฺจจาคปญฺญาธิฏฺฐานานิ กิเลสปริฬาหูปสมโต, กามูปสมโต, กามปริฬาหูปสมโต จ. ปญฺญาธิฏฺฐานปริคฺคหิตานิ สจฺจจาคูปสมาธิฏฺฐานานิ ญาณปุพฺพงฺคมโต, ญาณานุปริวตฺตนโต จาติ เอวํ สพฺพาปิ ปารมิโย สจฺจปฺปภาวิตา จาคปริพฺยญฺชิตา อุปสโมปพฺรูหิตา ปญฺญาปริสุทฺธา. สจฺจญฺหิ เอตาสํ ชนกเหตุ, จาโค ปริคฺคาหกเหตุ, อุปสโม ปริวุฑฺฒิเหตุ, ปญฺญา ปาริสุทฺธิเหตุ. ตถา อาทิมฺหิ สจฺจาธิฏฺฐานํ สจฺจปฏิญฺญตฺตา, มชฺเฌ จาคาธิฏฺฐานํ กตปณิธานสฺส ปรหิตาย อตฺตปริจฺจาคโต, อนฺเต อุปสมาธิฏฺฐานํ สพฺพูปสมปริโยสานตฺตา, อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ ปญฺญาธิฏฺฐานํ ตสฺมึ สติ สมฺภวโต, อสติ อภาวโต, ยถาปฏิญฺญญฺจ ภาวโต.
ตตฺถ มหาปุริสา อตฺตหิตปรหิตกเรหิ ครุปิยภาวกเรหิ สจฺจจาคาธิฏฺฐาเนหิ คิหิภูตา อามิสทาเนน ปเร อนุคฺคณฺหนฺติ. ตถา อตฺตหิตปรหิตกเรหิ ครุปิยภาวกเรหิ อุปสมปญฺญาธิฏฺฐาเนหิ จ ปพฺพชิตภูตา ธมฺมทาเนน ปเร อนุคฺคณฺหนฺติ.
ตตฺถ อนฺติมภเว โพธิสตฺตสฺส จตุรธิฏฺฐานปริปูรณํ. ปริปุณฺณจตุรธิฏฺฐานสฺส หิ จริมกภวูปปตฺตีติ เอเก. ตตฺร หิ คพฺโภกฺกนฺติฐิติอภินิกฺขมเนสุ ปญฺญาธิฏฺฐานสมุทาคเมน สโต สมฺปชาโน สจฺจาธิฏฺฐานปาริปูริยา สมฺปติชาโต อุตฺตราภิมุโข สตฺตปทวีติหาเรน คนฺตฺวา สพฺพา ทิสา โอโลเกตฺวา สจฺจานุปริวตฺตินา วจสา ‘‘อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส, เชฏฺโฐ…เป… เสฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺสา’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๑; ม. นิ. ๓.๒๐๗) ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิ, อุปสมาธิฏฺฐานสมุทาคเมน ชิณฺณาตุรมตปพฺพชิตทสฺสาวิโน จตุธมฺมปเทสโกวิทสฺส โยพฺพนาโรคฺยชีวิตสมฺปตฺติมทานํ อุปสโม, จาคาธิฏฺฐานสมุทาคเมน มหโต ญาติปริวฏฺฏสฺส หตฺถคตสฺส จ จกฺกวตฺติรชฺชสฺส อนเปกฺขปริจฺจาโคติ.
ทุติเย ฐาเน อภิสมฺโพธิยํ จตุรธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณนฺติ เกจิ. ตตฺถ หิ ยถาปฏิญฺญํ สจฺจาธิฏฺฐานสมุทาคเมน จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ อภิสมโย, ตโต หิ สจฺจาธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณํ. จาคาธิฏฺฐานสมุทาคเมน สพฺพกิเลโสปกฺกิเลสปริจฺจาโค, ตโต หิ จาคาธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณํ. อุปสมาธิฏฺฐานสมุทาคเมน ปรมูปสมสมฺปตฺติ, ตโต หิ อุปสมาธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณํ. ปญฺญาธิฏฺฐานสมุทาคเมน อนาวรณญาณปฏิลาโภ, ตโต หิ ปญฺญาธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณนฺติ, ตํ อสิทฺธํ อภิสมฺโพธิยาปิ ปรมตฺถภาวโต.
ตติเย ฐาเน ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) จตุรธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณนฺติ อญฺเญ. ตตฺถ หิ สจฺจาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส ทฺวาทสหิ อากาเรหิ อริยสจฺจเทสนาย สจฺจาธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณํ, จาคาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส สทฺธมฺมมหายาคกรเณน จาคาธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณํ. อุปสมาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส สยํ อุปสนฺตสฺส ปเรสํ อุปสมเนน อุปสมาธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณํ, ปญฺญาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส วิเนยฺยานํ อาสยาทิปริชานเนน ปญฺญาธิฏฺฐานํ ปริปุณฺณนฺติ, ตทปิ อสิทฺธํ อปริโยสิตตฺตา พุทฺธกิจฺจสฺส.
จตุตฺเถ ฐาเน ปรินิพฺพาเน จตุรธิฏฺฐานปริปุณฺณนฺติ อปเร. ตตฺร หิ ปรินิพฺพุตตฺตา ปรมตฺถสจฺจสมฺปตฺติยา สจฺจาธิฏฺฐานปริปูรณํ, สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺเคน จาคาธิฏฺฐานปริปูรณํ, สพฺพสงฺขารูปสเมน อุปสมาธิฏฺฐานปริปูรณํ, ปญฺญาปโยชนปรินิฏฺฐาเนน ปญฺญาธิฏฺฐานปริปูรณนฺติ.
ตตฺร มหาปุริสสฺส วิเสเสน เมตฺตาเขตฺเต อภิชาติยํ สจฺจาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส สจฺจาธิฏฺฐานปริปูรณมภิพฺยตฺตํ, วิเสเสน กรุณาเขตฺเต อภิสมฺโพธิยํ ปญฺญาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส ปญฺญาธิฏฺฐานปริปูรณมภิพฺยตฺตํ, วิเสเสน มุทิตาเขตฺเต ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) จาคาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส จาคาธิฏฺฐานปริปูรณมภิพฺยตฺตํ, วิเสเสน อุเปกฺขาเขตฺเต ปรินิพฺพาเน อุปสมาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส อุปสมาธิฏฺฐานปริปูรณมภิพฺยตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตตฺรปิ สจฺจาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส สํวาเสน สีลํ เวทิตพฺพํ, จาคาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส สํโวหาเรน โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ, อุปสมาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส อาปทาสุ ถาโม เวทิตพฺโพ, ปญฺญาธิฏฺฐานสมุทาคตสฺส สากจฺฉาย ปญฺญา เวทิตพฺพา. เอวํ สีลาชีวจิตฺตทิฏฺฐิวิสุทฺธิโย เวทิตพฺพา.
ตถา สจฺจาธิฏฺฐานสมุทาคเมน โทสา อคตึ น คจฺฉติ อวิสํวาทนโต, จาคาธิฏฺฐานสมุทาคเมน โลภา อคตึ น คจฺฉติ อนภิสงฺคโต, อุปสมาธิฏฺฐานสมุทาคเมน ภยา อคตึ น คจฺฉติ อนปราธโต, ปญฺญาธิฏฺฐานสมุทาคเมน โมหา อคตึ น คจฺฉติ ยถาภูตาวโพธโต.
ตถา ปฐเมน อทุฏฺโฐ อธิวาเสติ, ทุติเยน อลุทฺโธ ปฏิเสวติ, ตติเยน อภีโต ปริวชฺเชติ, จตุตฺเถน อสมฺมูโฬฺห วิโนเทติ. ปฐเมน เนกฺขมฺมสุขปฺปตฺติ, อิตเรหิ ปวิเวกอุปสมสมฺโพธิสุขปฺปตฺติโย โหนฺตีติ ทฏฺฐพฺพา. ตถา วิเวกชปีติสุขสมาธิชปีติสุขอปฺปีติชกายสุขสติปาริสุทฺธิชอุเปกฺขาสุขปฺปตฺติโย เอเตหิ จตูหิ ยถากฺกมํ โหนฺตีติ. เอวมเนกคุณานุพนฺเธหิ จตูหิ อธิฏฺฐาเนหิ สพฺพปารมิสมูหสงฺคโห เวทิตพฺโพ. ยถา จ จตูหิ อธิฏฺฐาเนหิ สพฺพปารมิสงฺคโห, เอวํ กรุณาปญฺญาหิปีติ ทฏฺฐพฺพํ. สพฺโพปิ หิ โพธิสมฺภาโร กรุณาปญฺญาหิ สงฺคหิโต. กรุณาปญฺญาปริคฺคหิตา หิ ทานาทิคุณา มหาโพธิสมฺภารา ภวนฺติ พุทฺธตฺตสิทฺธิปริโยสานาติ เอวเมตาสํ สงฺคโห เวทิตพฺโพ.
โก สมฺปาทนูปาโยติ สกลสฺสาปิ ปุญฺญาทิสมฺภารสฺส สมฺมาสมฺโพธึ, อุทฺทิสฺส อนวเสสสมฺภรณํ อเวกลฺลการิตาโยเคน, ตตฺถ จ สกฺกจฺจการิตา อาทรพหุมานโยเคน, สาตจฺจการิตา นิรนฺตรปโยเคน, จิรกาลาทิโยโค จ อนฺตรา อโวสานาปชฺชเนนาติ จตุรงฺคโยโค เอตาสํ สมฺปาทนูปาโย. อปิจ สมาสโต กตาภินีหารสฺส อตฺตนิ สิเนหสฺส ปริยาทานํ, ปเรสุ จ สิเนหสฺส ปริวฑฺฒนํ เอตาสํ สมฺปาทนูปาโย. สมฺมาสมฺโพธิสมธิคมาย หิ กตมหาปณิธานสฺส มหาสตฺตสฺส ยาถาวโต ปริชานเนน สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนุปลิตฺตสฺส อตฺตนิ สิเนโห ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺฉติ, มหากรุณาสมาโยควเสน ปน ปิเย ปุตฺเต วิย สพฺพสตฺเต สมฺปสฺสมานสฺส เตสุ เมตฺตาสิเนโห ปริวฑฺฒติ. ตโต จ ตํตทาวตฺถานุรูปมตฺตปรสนฺตาเนสุ โลภโทสโมหวิคเมน วิทูรีกตมจฺฉริยาทิโพธิสมฺภารปฏิปกฺโข มหาปุริโส ทานปิยวจนอตฺถจริยาสมานตฺตตาสงฺขาเตหิ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ (ที. นิ. ๓.๒๑๐; อ. นิ. ๔.๓๒) จตุรธิฏฺฐานานุคเตหิ อจฺจนฺตํ ชนสฺส สงฺคหกรณวเสน อุปริ ยานตฺตเย อวตารณํ ปริปาจนญฺจ กโรติ. มหาสตฺตานญฺหิ มหาปญฺญา มหากรุณา จ ทาเนน อลงฺกตา; ทานํ ปิยวจเนน; ปิยวจนํ อตฺถจริยาย; อตฺถจริยา สมานตฺตตาย อลงฺกตา สงฺคหิตา จ. สพฺพภูตตฺตภูตสฺส หิ โพธิสตฺตสฺส สพฺพตฺถ สมานสุขทุกฺขตาย สมานตฺตตาสิทฺธิ. พุทฺธภูโต ปน เตเหว สงฺคหวตฺถูหิ จตุรธิฏฺฐานปริปูริตาภิพุทฺเธหิ ชนสฺส อจฺจนฺติกสงฺคหกรเณน อภิวินยนํ กโรติ. ทานญฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ จาคาธิฏฺฐาเนน ปริปูริตาภิพุทฺธํ; ปิยวจนํ สจฺจาธิฏฺฐาเนน; อตฺถจริยา ปญฺญาธิฏฺฐาเนน; สมานตฺตตา อุปสมาธิฏฺฐาเนน ปริปูริตาภิพุทฺธา. ตถาคตานญฺหิ สพฺพสาวกปจฺเจกพุทฺเธหิ สมานตฺตตา ปรินิพฺพาเน. ตตฺร หิ เตสํ อวิเสสโต เอกีภาโว. เตเนวาห ‘‘นตฺถิ วิมุตฺติยา นานตฺต’’นฺติ.
โหนฺติ เจตฺถ –
‘‘สจฺโจ จาคี อุปสนฺโต, ปญฺญวา อนุกมฺปโก,
สมฺภตสพฺพสมฺภาโร, กํ นามตฺถํ น สาธเย.
มหาการุณิโก สตฺถา, หิเตสี จ อุเปกฺขโก,
นิรเปกฺโข จ สพฺพตฺถ, อโห อจฺฉริโย ชิโน.
วิรตฺโต สพฺพธมฺเมสุ, สตฺเตสุ จ อุเปกฺขโก,
สทา สตฺตหิเต ยุตฺโต, อโห อจฺฉริโย ชิโน.
สพฺพทา สพฺพสตฺตานํ, หิตาย จ สุขาย จ,
อุยฺยุตฺโต อกิลาสู จ, อโห อจฺฉริโย ชิโน’’ติ. (จริยา. อฏฺฐ. ๓๒๐ ปกิณฺณกกถา);
กิตฺตเกน กาเลน สมฺปาทนนฺติ เหฏฺฐิเมน ตาว ปริจฺเฉเทน จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, มชฺฌิเมน อฏฺฐาสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, อุปริเมน โสฬสาสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, เอเต จ เภทา ยถากฺกมํ ปญฺญาธิกสทฺธาธิกวีริยาธิกวเสน ญาตพฺพา. ปญฺญาธิกานญฺหิ สทฺธา มนฺทา โหติ, ปญฺญา ติกฺขา. สทฺธาธิกานํ ปญฺญา มชฺฌิมา โหติ, วีริยาธิกานํ ปญฺญา มนฺทา. ปญฺญานุภาเวน จ สมฺมาสมฺโพธิ อภิคนฺตพฺพาติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. อวิเสเสน ปน วิมุตฺติปริปาจนียานํ ธมฺมานํ ติกฺขมชฺฌิมมุทุภาเวน ตโยเปเต เภทา ยุตฺตาติ วทนฺติ. ติวิธา หิ โพธิสตฺตา อภินีหารกฺขเณ ภวนฺติ อุคฺฆฏิตญฺญูวิปญฺจิตญฺญูเนยฺยเภเทน. เตสุ อุคฺฆฏิตญฺญู สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สมฺมุขา จตุปฺปทิกํ คาถํ สุณนฺโต ตติยปเท อปริโยสิเตเยว ฉอภิญฺญาหิ สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺตุํ สมตฺถุปนิสฺสโย โหติ, ทุติโย สตฺถุ สมฺมุขา จตุปฺปทิกํ คาถํ สุณนฺโต อปริโยสิเตเยว จตุตฺถปเท ฉหิ อภิญฺญาหิ อรหตฺตํ ปตฺตุํ สมตฺถุปนิสฺสโย โหติ, อิตโร ภควโต สมฺมุขา จตุปฺปทิกํ คาถํ สุตฺวา ปริโยสิตาย คาถาย ฉหิ อภิญฺญาหิ อรหตฺตํ ปตฺตุํ สมตฺถุปนิสฺสโย ภวติ. ตโยเปเต วินา กาลเภเทน กตาภินีหารลทฺธพฺยากรณา ปารมิโย ปูเรนฺตา ยถากฺกมํ ยถาวุตฺตเภเทน กาเลน สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณนฺติ. เตสุ เตสุ ปน กาลเภเทสุ อปริปุณฺเณสุ เต เต มหาสตฺตา ทิวเส ทิวเส เวสฺสนฺตรทานสทิสํ ทานํ เทนฺตาปิ ตทนุรูเป สีลาทิสพฺพปารมิธมฺเม อาจินนฺตาปิ อนฺตรา พุทฺธา ภวิสฺสนฺตีติ อการณเมตํ. กสฺมา? ญาณสฺส อปริปจฺจนโต. ปริจฺฉินฺนกาลนิปฺผาทิตํ วิย หิ สสฺสํ ปริจฺฉินฺนกาเล ปรินิปฺผาทิตา สมฺมาสมฺโพธิ. ตทนฺตรา ปน สพฺพุสฺสาเหน วายมนฺเตนาปิ น สกฺกา ปาปุณิตุนฺติ ปารมิปาริปูรี ยถาวุตฺตกาลวิเสสํ วินา น สมฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ.
โก อานิสํโสติ เย เต กตาภินีหารานํ โพธิสตฺตานํ –
‘‘เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺนา, โพธิยา นิยตา นรา;
สํสรํ ทีฆมทฺธานํ, กปฺปโกฏิสเตหิปิ;
อวีจิมฺหิ นุปฺปชฺชนฺติ, ตถา โลกนฺตเรสุ จา’’ติ. อาทินา (อภิ. อฏฺฐ. ๑.นิทานกถา; อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา; ชา. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๒๗.ทูเรนิทานกถา; จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถา) –
อฏฺฐารส อภพฺพฏฺฐานานุปคมนปฺปการา อานิสํสา สํวณฺณิตา. เย จ ‘‘สโต สมฺปชาโน อานนฺท โพธิสตฺโต ตุสิตากายา จวิตฺวา มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๑๙๙) โสฬส อจฺฉริยพฺภุตธมฺมปฺปการา, เย จ ‘‘สีตํ พฺยปคตํ โหติ, อุณฺหญฺจ อุปสมฺมตี’’ติอาทินา (พุ. วํ. ๘๓), ‘‘ชายมาเน โข สาริปุตฺต โพธิสตฺเต อยํ ทสสหสฺสิโลกธาตุ สงฺกมฺปติ สมฺปกมฺปติ สมฺปเวธตี’’ติอาทินา จ ทฺวตฺตึส ปุพฺพนิมิตฺตปฺปการา, เย วา ปนญฺเญปิ ‘‘โพธิสตฺตานํ อธิปฺปายสมิชฺฌนํ กมฺมาทีสุ วสีภาโว’’ติ เอวมาทโย ตตฺถ ตตฺถ ชาตกพุทฺธวํสาทีสุ ทสฺสิตปฺปการา อานิสํสา, เต สพฺเพปิ เอตาสํ อานิสํสา, ตถา ยถานิทสฺสิตเภทา อโลภาโทสาทิคุณยุคฬาทโย จาติ เวทิตพฺพา.
กึ ผลนฺติ สมาสโต ตาว สมฺมาสมฺพุทฺธภาโว เอตาสํ ผลํ, วิตฺถารโต ปน ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณ- (ที. นิ. ๒.๒๔ อาทโย; ๓.๑๖๘ อาทโย; ม. นิ. ๒.๓๘๕) อสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภาทิอเนกคุณคณสมุชฺชลรูปกายสมฺปตฺติอธิฏฺฐานา ทสพลจตุเวสารชฺชฉอสาธารณญาณอฏฺฐารสาเวณิกพุทฺธธมฺม- (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๐๕; มูลฏี. ๒.สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา) -ปภุติอเนกสตสหสฺสคุณสมุทโยปโสภินี ธมฺมกายสิรี, ยาวตา ปน พุทฺธคุณา เย อเนเกหิปิ กปฺเปหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธนาปิ วาจาย ปริโยสาเปตุํ น สกฺกา, อิทํ เอตาสํ ผลนฺติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน พุทฺธวํสจริยาปิฏกชาตกมหาปทานสุตฺตาทีนํ วเสน เวทิตพฺโพ.
ยถาวุตฺตาย ปฏิปทาย ยถาวุตฺตวิภาคานํ ปารมีนํ ปูริตภาวํ สนฺธายาห ‘‘สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา’’ติ. สติปิ มหาปริจฺจาคานํ ทานปารมิภาเว ปริจฺจาควิเสสภาวทสฺสนตฺถญฺเจว สุทุกฺกรภาวทสฺสนตฺถญฺจ ‘‘ปญฺจ มหาปริจฺจาเค’’ติ วิสุํ คหณํ, ตโตเยว จ องฺคปริจฺจาคโต วิสุํ นยนปริจฺจาคคฺคหณํ, ปริคฺคหปริจฺจาคภาวสามญฺเญปิ ธนรชฺชปริจฺจาคโต ปุตฺตทารปริจฺจาคคฺคหณญฺจ กตํ. คตปจฺจาคติกวตฺตสงฺขาตาย ปุพฺพภาคปฏิปทาย สทฺธึ อภิญฺญาสมาปตฺตินิปฺผาทนํ ปุพฺพโยโค. ทานาทีสุเยว สาติสยปฏิปตฺตินิปฺผาทนํ ปุพฺพจริยา, ยา จริยาปิฏกสงฺคหิตา. อภินีหาโร ปุพฺพโยโค, ทานาทิปฏิปตฺติ, กายวิเวกวเสน เอกจริยา วา ปุพฺพจริยาติ เกจิ. ทานาทีนญฺเจว อปฺปิจฺฉตาทีนญฺจ สํสารนิพฺพาเนสุ อาทีนวานิสํสาทีนญฺจ วิภาวนวเสน สตฺตานํ โพธิตฺตเย ปติฏฺฐาปนปริปาจนวเสน ปวตฺตา กถา ธมฺมกฺขานํ. ญาตีนํ อตฺถจริยา ญาตตฺถจริยา, สาปิ กรุณายนวเสเนว. อาทิ-สทฺเทน โลกตฺถจริยาทโย สงฺคณฺหาติ. กมฺมสฺสกตาญาณวเสน, อนวชฺชกมฺมายตนวิชฺชาฏฺฐานปริจยวเสน, ขนฺธายตนาทิปริจยวเสน, ลกฺขณตฺตยตีรณวเสน จ ญาณจาโร พุทฺธิจริยา, สา ปน อตฺถโต ปญฺญาปารมีเยว, ญาณสมฺภารทสฺสนตฺถํ วิสุํ คหณํ. โกฏินฺติ ปริยนฺโต, อุกฺกํโสติ อตฺโถ. จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ภาเวตฺวา พฺรูเหตฺวาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ ภาเวตฺวาติ อุปฺปาเทตฺวา. พฺรูเหตฺวาติ วฑฺเฒตฺวา. สติปฏฺฐานาทิคฺคหเณน อาคมนปฏิปทํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสติ, วิปสฺสนาสหคตา เอว วา สติปฏฺฐานาทโย ทฏฺฐพฺพา. เอตฺถ จ ‘‘เยน อภินีหาเรนา’’ติอาทินา อาคมนปฏิปทาย อาทึ ทสฺเสติ, ‘‘ทานปารมี’’ติอาทินา มชฺฌํ, ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน’’ติอาทินา ปริโยสานนฺติ เวทิตพฺพํ.
สมฺปติชาโตติ หตฺถโต มุจฺจิตฺวา มุหุตฺตชาโต, น มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺตมตฺโต. นิกฺขนฺตมตฺตญฺหิ มหาสตฺตํ ปฐมํ พฺรหฺมาโน สุวณฺณชาเลน ปฏิคฺคณฺหึสุ, เตสํ หตฺถโต จตฺตาโร มหาราชาโน อชินปฺปเวณิยา, เตสํ หตฺถโต มนุสฺสา ทุกูลจุมฺพฏเกน ปฏิคฺคณฺหึสุ, มนุสฺสานํ หตฺถโต มุญฺจิตฺวา ปถวิยํ ปติฏฺฐิโตติ ยถาห ภควา มหาปทานเทสนายํ. เสตมฺหิ ฉตฺเตติ ทิพฺพเสตจฺฉตฺเต. อนุหีรมาเนติ ธาริยมาเน. เอตฺถ จ ฉตฺตคฺคหเณเนว ขคฺคาทีนิ ปญฺจ กกุธภณฺฑานิปิ (ชา. ๒.๑๙.๗๒) วุตฺตาเนวาติ เวทิตพฺพํ. ขคฺคตาลวณฺฏโมรหตฺถกวาฬพีชนีอุณฺหีสปฏฺฏาปิ หิ ฉตฺเตน สห ตทา อุปฏฺฐิตา อเหสุํ. ฉตฺตาทีนิเยว จ ตทา ปญฺญายึสุ, น ฉตฺตาทิคาหกา. สพฺพา จ ทิสาติ ทสปิ ทิสา. นยิทํ สพฺพทิสาวิโลกนํ สตฺตปทวีติหารุตฺตรกาลํ ทฏฺฐพฺพํ. มหาสตฺโต หิ มนุสฺสานํ หตฺถโต มุจฺจิตฺวา ปุรตฺถิมทิสํ โอโลเกสิ, ตตฺถ เทวมนุสฺสา คนฺธมาลาทีหิ ปูชยมานา ‘‘มหาปุริส อิธ ตุเมฺหหิ สทิโสปิ นตฺถิ, กุโต อุตฺตริตโร’’ติ อาหํสุ. เอวํ จตสฺโส ทิสา, จตสฺโส อนุทิสา, เหฏฺฐา, อุปรีติ สพฺพา ทิสา อนุวิโลเกตฺวา สพฺพตฺถ อตฺตนา สทิสํ อทิสฺวา ‘‘อยํ อุตฺตรา ทิสา’’ติ ตตฺถ สตฺตปทวีติหาเรน อคมาสิ. อาสภินฺติ อุตฺตมํ. อคฺโคติ สพฺพปฐโม. เชฏฺโฐ เสฏฺโฐติ จ ตสฺเสว เววจนํ. อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโวติ อิมสฺมึ อตฺตภาเว ปตฺตพฺพํ อรหตฺตํ พฺยากาสิ.
‘‘อเนเกสํ วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภาเวนา’’ติ สงฺขิตฺเตน วุตฺตมตฺถํ ‘‘ยญฺหี’’ติอาทินา วิตฺถารโต ทสฺเสติ. ตตฺถ เอตฺถาติ –
‘‘อเนกสาขญฺจ สหสฺสมณฺฑลํ,
ฉตฺตํ มรู ธารยุมนฺตลิกฺเข;
สุวณฺณทณฺฑา วีติปตนฺติ จามรา,
น ทิสฺสเร จามรฉตฺตคาหกา’’ติ. (สุ. นิ. ๖๙๓);
อิมิสฺสา คาถาย. สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตจารตาย อนาวรณญาณนฺติ อาห ‘‘สพฺพญฺญุตานาวรณญาณปฏิลาภสฺสา’’ติ. ‘‘ตถา อยํ ภควาปิ คโต…เป… ปุพฺพนิมิตฺตภาเวนา’’ติ เอเตน อภิชาติยํ ธมฺมตาวเสน อุปฺปชฺชนวิเสสา สพฺพโพธิสตฺตานํ สาธารณาติ ทสฺเสติ. ปารมิตานิสฺสนฺทา หิ เตติ.
วิกฺกมีติ อคมาสิ. มรูติ เทวา. สมาติ วิโลกนสมตาย สมา สทิสิโย. มหาปุริโส หิ ยถา เอกํ ทิสํ วิโลเกสิ, เอวํ เสสา ทิสาปิ, น กตฺถจิ วิโลกเน วิพนฺโธ ตสฺส อโหสีติ. สมาติ วา วิโลเกตุํ ยุตฺตาติ อตฺโถ. น หิ ตทา โพธิสตฺตสฺส วิรูปพีภจฺฉวิสมรูปานิ วิโลเกตุํ อยุตฺตานิ ทิสาสุ อุปฏฺฐหนฺตีติ.
‘‘เอวํ ตถาคโต’’ติ กายคมนฏฺเฐน คต-สทฺเทน ตถาคต-สทฺทํ นิทฺทิสิตฺวา อิทานิ ญาณคมนฏฺเฐน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เนกฺขมฺเมนาติ อโลภปฺปธาเนน กุสลจิตฺตุปฺปาเทน. กุสลา หิ ธมฺมา อิธ เนกฺขมฺมํ, น ปพฺพชฺชาทโย, ‘‘ปฐมชฺฌาเนนา’’ติ จ วทนฺติ. ปหายาติ ปชหิตฺวา. คโต อธิคโต, ปฏิปนฺโน อุตฺตริวิเสสนฺติ อตฺโถ. ปหายาติ วา ปหานเหตุ, ปหานลกฺขณํ วา. เหตุลกฺขณตฺโถ หิ อยํ ปหาย-สทฺโท. ‘‘กามจฺฉนฺทาทิปฺปหานเหตุกํ คโต’’ติ เหตฺถ วุตฺตํ คมนํ อวโพโธ, ปฏิปตฺติ เอว วา. กามจฺฉนฺทาทิปฺปหาเนน จ ตํ ลกฺขียติ. เอส นโย ‘‘ปทาเลตฺวา’’ติอาทีสุปิ. อพฺยาปาเทนาติ เมตฺตาย. อาโลกสญฺญายาติ วิภูตํ กตฺวา มนสิกรเณน อุปฏฺฐิตอาโลกสญฺชานเนน. อวิกฺเขเปนาติ สมาธินา. ธมฺมววตฺถาเนนาติ กุสลาทิธมฺมานํ ยาถาววินิจฺฉเยน, ‘‘สปฺปจฺจยนามรูปววตฺถาเนนา’’ติปิ วทนฺติ.
เอวํ กามจฺฉนฺทาทินีวรณปฺปหาเนน ‘‘อภิชฺฌํ โลเก ปหายา’’ติอาทินา (วิภ. ๕๐๘) วุตฺตาย ปฐมชฺฌานสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทาย ภควโต ตถาคตภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สห อุปาเยน อฏฺฐหิ สมาปตฺตีหิ, อฏฺฐารสหิ จ มหาวิปสฺสนาหิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ญาเณนา’’ติอาทิมาห. นามรูปปริคฺคหกงฺขาวิตรณานญฺหิ วิพนฺธภูตสฺส โมหสฺส ทูรีกรเณน ญาตปริญฺญายํ ฐิตสฺส อนิจฺจสญฺญาทโย สิชฺฌนฺติ, ตถา ฌานสมาปตฺตีสุ อภิรตินิมิตฺเตน ปาโมชฺเชน, ตตฺถ อนภิรติยา วิโนทิตาย ฌานาทิ สมธิคโมติ สมาปตฺติวิปสฺสนานํ อรติวิโนทนอวิชฺชาปทาลนาทิ อุปาโย, อุปฺปฏิปาฏินิทฺเทโส ปน นีวรณสภาวาย อวิชฺชาย เหฏฺฐา นีวรเณสุปิ สงฺคหทสฺสนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สมาปตฺติวิหารปฺปเวสวิพนฺธเนน นีวรณานิ กวาฏสทิสานีติ อาห ‘‘นีวรณกวาฏํ อุคฺฆาเฏตฺวา’’ติ. ‘‘รตฺตึ วิตกฺเกตฺวา วิจาเรตฺวา ทิวา กมฺมนฺเต ปโยเชตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน วิย วิตกฺกวิจารา ธูมายนาติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘วิตกฺกวิจารธูม’’นฺติ. กิญฺจาปิ ปฐมชฺฌานูปจาเรเยว จ ทุกฺขํ, จตุตฺถชฺฌานูปจาเรเยว สุขํ ปหียติ, อติสยปฺปหานํ ปน สนฺธายาห ‘‘จตุตฺถชฺฌาเนน สุขทุกฺขํ ปหายา’’ติ.
อนิจฺจสฺส, อนิจฺจนฺติ อนุปสฺสนา อนิจฺจานุปสฺสนา, เตภูมกธมฺมานํ อนิจฺจตํ คเหตฺวา ปวตฺตาย วิปสฺสนาเยตํ นามํ. นิจฺจสญฺญนฺติ สงฺขตธมฺเม ‘‘นิจฺจา, สสฺสตา’’ติ เอวํ ปวตฺตมิจฺฉาสญฺญํ, สญฺญาสีเสน ทิฏฺฐิจิตฺตานมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. นิพฺพิทานุปสฺสนายาติ สงฺขาเรสุ นิพฺพิชฺชนากาเรน ปวตฺตาย อนุปสฺสนาย. นนฺทินฺติ สปฺปีติกตณฺหํ. ตถา วิราคานุปสฺสนายาติ วิรชฺชนากาเรน ปวตฺตาย อนุปสฺสนาย. นิโรธานุปสฺสนายาติ สงฺขารานํ นิโรธสฺส อนุปสฺสนาย. ‘‘เต สงฺขารา นิรุชฺฌนฺติเยว, อายตึ สมุทยวเสน น อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ เอวํ วา อนุปสฺสนา นิโรธานุปสฺสนา. เตเนวาห ‘‘นิโรธานุปสฺสนาย นิโรเธติ, โน สมุเทตี’’ติ. มุญฺจิตุกมฺยตา หิ อยํ พลปฺปตฺตาติ. ปฏินิสฺสชฺชนากาเรน ปวตฺตา อนุปสฺสนา ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา. ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา หิ อยํ. อาทานนฺติ นิจฺจาทิวเสน คหณํ. สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณานํ วเสน เอกตฺตคฺคหณํ ฆนสญฺญา. อายูหนํ อภิสงฺขรณํ. อวตฺถาวิเสสาปตฺติ วิปริณาโม. ธุวสญฺญนฺติ ถิรภาวคฺคหณํ. นิมิตฺตนฺติ สมูหาทิฆนวเสน, สกิจฺจปริจฺเฉทตาย จ สงฺขารานํ สวิคฺคหคฺคหณํ. ปณิธินฺติ ราคาทิปณิธึ, สา ปนตฺถโต ตณฺหานํ วเสน สงฺขาเรสุ นินฺนตา.
อภินิเวสนฺติ อตฺตานุทิฏฺฐึ. อนิจฺจทุกฺขาทิวเสน สพฺพธมฺมตีรณํ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนา. สาราทานาภินิเวสนฺติ อสาเร สารคฺคหณวิปลฺลาสํ. ‘‘อิสฺสรกุตฺตาทิวเสน โลโก สมุปฺปนฺโน’’ติ อภินิเวโส สมฺโมหาภินิเวโส. เกจิ ปน ‘‘อโหสึ นุ โข อหมตีตมทฺธานนฺติอาทินา ปวตฺตสํสยาปตฺติ สมฺโมหาภินิเวโส’’ติ วทนฺติ. สงฺขาเรสุ เลณตาณภาวคฺคหณํ อาลยาภินิเวโส. ‘‘อาลยรตา อาลยสมุทิตา’’ติ วจนโต อาลโย ตณฺหา, สาเยว จกฺขาทีสุ รูปาทีสุ จ อภินิวิสนวเสน ปวตฺติยา อาลยาภินิเวโสติ เกจิ. ‘‘เอวํวิธา สงฺขารา ปฏินิสฺสชฺชียนฺตี’’ติ ปวตฺตํ ญาณํ ปฏิสงฺขานุปสฺสนา. วฏฺฏโต วิคตตฺตา วิวฏฺฏํ นิพฺพานํ, ตตฺถ อารมฺมณกรณสงฺขาเตน อนุปสฺสเนน ปวตฺติยา วิวฏฺฏานุปสฺสนา โคตฺรภุ. สํโยคาภินิเวสนฺติ สํยุชฺชนวเสน สงฺขาเรสุ อภินิวิสนํ. ทิฏฺเฐกฏฺเฐติ ทิฏฺฐิยา สหชาเตกฏฺเฐ, ปหาเนกฏฺเฐ จ. ‘‘โอฬาริเก’’ติ อุปริมคฺควชฺเฌ กิเลเส อเปกฺขิตฺวา วุตฺตํ, อญฺญถา ทสฺสนปหาตพฺพาปิ ทุติยมคฺควชฺเฌหิ โอฬาริกาติ. อณุสหคเตติ อณุภูเต, อิทํ เหฏฺฐิมมคฺควชฺเฌ อเปกฺขิตฺวา วุตฺตํ. สพฺพกิเลเสติ อวสิฏฺฐสพฺพกิเลเส. น หิ ปฐมาทิมคฺเคหิ ปหีนา กิเลสา ปุน ปหียนฺตีติ.
กกฺขฬตฺตํ กฐินภาโว. ปคฺฆรณํ ทฺรวภาโว. โลกิยวายุนา ภสฺตสฺส วิย เยน ตํตํกลาปสฺส อุทฺธุมายนํ, ถมฺภภาโว วา, ตํ วิตฺถมฺภนํ. วิชฺชมาเนปิ กลาปนฺตรภูตานํ กลาปนฺตรภูเตหิ อสมฺผุฏฺฐภาเว, ตํตํภูตวิวิตฺตตา รูปปริยนฺโต อากาโสติ เยสํ โย ปริจฺเฉโท, เตหิ โส อสมฺผุฏฺโฐว, อญฺญถา ภูตานํ ปริจฺเฉทสภาโว น สิยา พฺยาปีภาวาปตฺติโต. อพฺยาปิตา หิ อสมฺผุฏฺฐตาติ. ยสฺมึ กลาเป ภูตานํ ปริจฺเฉโท, เตหิ อสมฺผุฏฺฐภาโว อสมฺผุฏฺฐลกฺขณํ. เตนาห ภควา อากาสธาตุนิทฺเทเส ‘‘อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหี’’ติ (ธ. ส. ๖๓๗).
วิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิสทิสุปฺปตฺติ รุปฺปนํ. เจตนาปธานตฺตา สงฺขารกฺขนฺธธมฺมานํ เจตนาวเสเนตํ วุตฺตํ ‘‘สงฺขารานํ อภิสงฺขรณลกฺขณ’’นฺติ. ตถา หิ สุตฺตนฺตภาชนีเย สงฺขารกฺขนฺธวิภงฺเค ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา’’ติอาทินา (วิภ. ๙๒) เจตนาว วิภตฺตา, อภิสงฺขรณลกฺขณา จ เจตนา. ยถาห ‘‘ตตฺถ กตโม ปุญฺญาภิสงฺขาโร? กุสลา เจตนา กามาวจรา’’ติอาทิ (วิภ. ๒๒๖). ผรณํ สวิปฺผาริกตา. อสฺสทฺธิเยติ อสฺสทฺธิยเหตุ, นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ. เอส นโย ‘‘โกสชฺเช’’ติอาทีสุ. วูปสมลกฺขณนฺติ กายจิตฺตปริฬาหูปสมลกฺขณํ. ลีนุทฺธจฺจรหิเต อธิจิตฺเต ปวตฺตมาเน ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ อพฺยาวฏตาย อชฺฌุเปกฺขนํ ปฏิสงฺขานํ ปกฺขปาตุปจฺเฉทโต.
มุสาวาทาทีนํ วิสํวาทนาทิกิจฺจตาย ลูขานํ อปริคฺคาหกานํ ปฏิปกฺขภาวโต ปริคฺคาหิกา สมฺมาวาจา สินิทฺธภาวโต สมฺปยุตฺตธมฺเม, สมฺมาวาจาปจฺจยสุภาสิตานํ โสตารญฺจ ปุคฺคลํ ปริคฺคณฺหาตีติ สา ปริคฺคหลกฺขณา สมฺมาวาจา. กายิกกิริยา กิญฺจิ กตฺตพฺพํ สมุฏฺฐาเปติ. สยญฺจ สมุฏฺฐหนํ ฆฏนํ โหตีติ สมฺมากมฺมนฺตสงฺขาตา วิรติ สมุฏฺฐานลกฺขณา ทฏฺฐพฺพา, สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วา อุกฺขิปนํ สมุฏฺฐาปนํ กายิกกิริยาย ภารุกฺขิปนํ วิย. ชีวมานสฺส สตฺตสฺส, สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วา ชีวิตินฺทฺริยวุตฺติยา, อาชีวสฺเสว วา สุทฺธิ โวทานํ. สสมฺปยุตฺตธมฺมสฺส จิตฺตสฺส สํกิเลสปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา สมฺมเทว ปคฺคณฺหนํ ปคฺคโห.
‘‘สงฺขารา’’ติ อิธ เจตนา อธิปฺเปตาติ วุตฺตํ ‘‘สงฺขารานํ เจตนาลกฺขณ’’นฺติ. นมนํ อารมฺมณาภิมุขภาโว. อายตนํปวตฺตนํ. อายตนานํ วเสน หิ อายสงฺขาตานํ จิตฺตเจตสิกานํ ปวตฺติ. ตณฺหาย เหตุลกฺขณนฺติ วฏฺฏสฺส ชนกเหตุภาโว, มคฺคสฺส ปน นิพฺพานสมฺปาปกตฺตนฺติ อยเมว เตสํ วิเสโส.
ตถลกฺขณํ อวิปรีตสภาโว. เอกรโส อญฺญมญฺญานติวตฺตนํ อนูนาธิกภาโว. ยุคนทฺธา สมถวิปสฺสนาว, ‘‘สทฺธาปญฺญา ปคฺคหาวิกฺเขปา’’ติปิ วทนฺติ.
ขิโณติ กิเลเสติ ขโย, มคฺโค. อนุปฺปาทปริโยสานตาย อนุปฺปาโท, ผลํ. ปสฺสทฺธิ กิเลสวูปสโม.
ฉนฺทสฺสาติ กตฺตุกมฺยตาฉนฺทสฺส. มูลลกฺขณํ ปติฏฺฐาภาโว. สมุฏฺฐาปนลกฺขณํ อารมฺมณปฏิปาทกตาย สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อุปฺปตฺติเหตุตา. สโมธานํ วิสยาทิสนฺนิปาเตน คเหตพฺพากาโร, ยา ‘‘สงฺคตี’’ติ วุจฺจติ. สมํ สห โอทหนฺติ อเนน สมฺปยุตฺตธมฺมาติ วา สโมธานํ, ผสฺโส. สโมสรนฺติ สนฺนิปตนฺติ เอตฺถาติ สโมสรณํ. เวทนาย วินา อปฺปวตฺตมานา สมฺปยุตฺตธมฺมา เวทนานุภวนนิมิตฺตํ สโมสฏา วิย โหนฺตีติ เอวํ วุตฺตํ. โคปานสีนํ กูฏํ วิย สมฺปยุตฺตานํ ปาโมกฺขภาโว ปมุขลกฺขณํ. ตโต, เตสํ วา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อุตฺตริ ปธานนฺติ ตทุตฺตริ. ปญฺญุตฺตรา หิ กุสลา ธมฺมา. วิมุตฺติยาติ ผลสฺส. ตญฺหิ สีลาทิคุณสารสฺส ปรมุกฺกํสภาเวน สารํ. อยญฺจ ลกฺขณวิภาโค ฉธาตุปญฺจฌานงฺคาทิวเสน ตํตํสุตฺตปทานุสาเรน, โปราณฏฺฐกถาย อาคตนเยน จ กโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ วุตฺโตปิ โกจิ ธมฺโม ปริยายนฺตรปฺปกาสนตฺถํ ปุน ทสฺสิโต, ตโต เอว จ ‘‘ฉนฺทมูลกา กุสลา ธมฺมา มนสิการสมุฏฺฐานา, ผสฺสสโมธานา, เวทนาสโมสรณา’’ติ, ‘‘ปญฺญุตฺตรา กุสลา ธมฺมา’’ติ, ‘‘วิมุตฺติสารมิทํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ, ‘‘นิพฺพาโนคธญฺหิ อาวุโส พฺรหฺมจริยํ นิพฺพานปริโยสาน’’นฺติ จ สุตฺตปทานํ วเสน ‘‘ฉนฺทสฺส มูลลกฺขณ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
ตถธมฺมา นาม จตฺตาริ อริยสจฺจานิ อวิปรีตสภาวตฺตา. ตถานิ ตํสภาวตฺตา. อวิตถานิ อมุสาสภาวตฺตา. อนญฺญถานิ อญฺญาการรหิตตฺตา.
ชาติปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐติ ชาติปจฺจยา สมฺภูตํ หุตฺวา สหิตสฺส อตฺตโน ปจฺจยานุรูปสฺส อุทฺธํ อุทฺธํ อาคตภาโว, อนุปวตฺตตฺโถติ อตฺโถ. อถ วา สมฺภูตฏฺโฐ จ สมุทาคตฏฺโฐ จ สมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ, น ชาติโต ชรามรณํ น โหติ, น จ ชาตึ วินา อญฺญโต โหตีติ ชาติปจฺจยสมฺภูตฏฺโฐ. อิตฺถญฺจ ชาติโต สมุทาคจฺฉตีติ ชาติปจฺจยสมุทาคตฏฺโฐ. ยา ยา ชาติ ยถา ยถา ปจฺจโย โหติ, ตทนุรูปํ ปาตุภาโวติ อตฺโถ. อวิชฺชาย สงฺขารานํ ปจฺจยฏฺโฐติ เอตฺถาปิ น อวิชฺชา สงฺขารานํ ปจฺจโย น โหติ, น จ อวิชฺชํ วินา สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ. ยา ยา อวิชฺชา เยสํ เยสํ สงฺขารานํ ยถา ยถา ปจฺจโย โหติ, อยํ อวิชฺชาย สงฺขารานํ ปจฺจยฏฺโฐ, ปจฺจยภาโวติ อตฺโถ.
ภควา ตํ ชานาติ ปสฺสตีติ สมฺพนฺโธ. เตนาติ ภควตา. ตํ วิภชฺชมานนฺติ โยเชตพฺพํ. ตนฺติ รูปายตนํ. อิฏฺฐานิฏฺฐาทีติ อาทิ-สทฺเทน มชฺฌตฺตํ สงฺคณฺหาติ, ตถา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนปริตฺตอชฺฌตฺตพหิทฺธาตทุภยาทิเภทํ. ลพฺภมานกปทวเสนาติ ‘‘รูปายตนํ ทิฏฺฐํ สทฺทายตนํ สุตํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ มุตํ, สพฺพํ รูปํ มนสา วิญฺญาต’’นฺติ (ธ. ส. ๙๖๖) วจนโต ทิฏฺฐปทญฺจ วิญฺญาตปทญฺจ รูปารมฺมเณ ลพฺภติ. ‘‘รูปารมฺมณํ อิฏฺฐํ อนิฏฺฐํ มชฺฌตฺตํ ปริตฺตํ อตีตํ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา ทิฏฺฐํ วิญฺญาตํ รูปํ รูปายตนํ รูปธาตุ วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตก’’นฺติ เอวมาทีหิ อเนเกหิ นาเมหิ. ‘‘เตรสหิ วาเรหี’’ติ รูปกณฺเฑ (ธ. ส. ๖๑๔ อาทโย) อาคเต เตรส นิทฺเทสวาเร สนฺธายาห. เอเกกสฺมิญฺจ วาเร จตุนฺนํ จตุนฺนํ ววตฺถาปนนยานํ วเสน ‘‘ทฺวิปญฺญาสาย นเยหี’’ติ อาห. ตถเมว อวิปรีตทสฺสิตาย, อปฺปฏิวตฺติยเทสนตาย จ. ชานามิ อพฺภญฺญาสินฺติ วตฺตมานาตีตกาเลสุ ญาณปฺปวตฺติทสฺสเนน อนาคเตปิ ญาณปฺปวตฺติ วุตฺตาเยวาติ ทฏฺฐพฺพา. วิทิต-สทฺโท อนามฏฺฐกาลวิเสโส เวทิตพฺโพ, ‘‘ทิฏฺฐํ สุตํ มุต’’นฺติอาทีสุ (ธ. ส. ๙๖๖) วิย. น อุปฏฺฐาสีติ อตฺตตฺตนิยวเสน น อุปคจฺฉิ. ยถา รูปารมฺมณาทโย ธมฺมา ยํสภาวา ยํปการา จ, ตถา เน ปสฺสติ ชานาติ คจฺฉตีติ ตถาคโตติ เอวํ ปทสมฺภโว เวทิตพฺโพ. เกจิ ปน ‘‘นิรุตฺตินเยน ปิโสทราทิปกฺเขเปน วา ทสฺสี-สทฺทสฺส โลปํ, อาคต-สทฺทสฺส จาคมํ กตฺวา ตถาคโต’’ติ วณฺเณนฺติ.
นิทฺโทสตาย อนุปวชฺชํ. ปกฺขิปิตพฺพาภาเวน อนูนํ. อปเนตพฺพาภาเวน อนธิกํ. อตฺถพฺยญฺชนาทิสมฺปตฺติยา สพฺพาการปริปุณฺณํ. โน อญฺญถาติ ‘‘ตเถวา’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ พฺยติเรเกน สมฺปาเทติ. เตน ยทตฺถํ ภาสิตํ, เอกนฺเตน ตทตฺถนิปฺผาทนโต ยถา ภาสิตํ ภควตา, ตเถวาติ อวิปรีตเทสนตํ ทสฺเสติ. ‘‘คทตฺโถ’’ติ เอเตน ตถํ คทตีติ ตถาคโตติ ท-การสฺส ต-กาโร กโต นิรุตฺตินเยนาติ ทสฺเสติ.
ตถา คตมสฺสาติ ตถาคโต, คตนฺติ จ กายสฺส วาจาย วา ปวตฺตีติ อตฺโถ. ตถาติ จ วุตฺเต ยํตํ-สทฺทานํ อพฺยภิจาริสมฺพนฺธิตาย ‘‘ยถา’’ติ อยมตฺโถ อุปฏฺฐิโตเยว โหติ. กายวจีกิริยานญฺจ อญฺญมญฺญานุโลเมน วจนิจฺฉายํ, กายสฺส วาจา, วาจาย จ กาโย สมฺพนฺธีภาเวน อุปติฏฺฐตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ภควโต หี’’ติอาทิ. อิมสฺมึ ปน อตฺเถ ตถาวาทิตาย ตถาคโตติ อยมฺปิ อตฺโถ สิทฺโธ โหติ. โส ปน ปุพฺเพ ปการนฺตเรน ทสฺสิโตติ อาห ‘‘เอวํ ตถาการิตาย ตถาคโต’’ติ.
‘‘ติริยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสู’’ติ เอเตน ยเทเก ‘‘ติริยํ วิย อุปริ อโธ จ สนฺติ โลกธาตุโย’’ติ วทนฺติ, ตํ ปฏิเสเธติ. เทสนาวิลาโสเยว เทสนาวิลาสมโย ยถา ‘‘ปุญฺญมยํ, ทานมย’’นฺติอาทีสุ.
อุปสคฺคนิปาตานํ วาจกสทฺทสนฺนิธาเน ตทตฺถโชตนภาเวน ปวตฺตนโต คต-สทฺโทเยว อวคตตฺถํ อตีตตฺถญฺจ วทตีติ อาห ‘‘คโตติ อวคโต อตีโต’’ติ. อถ วา อภินีหารโต ปฏฺฐาย ยาว สมฺโพธิ, เอตฺถนฺตเร มหาโพธิยานปฏิปตฺติยา หานฐานสํกิเลสนิวตฺตีนํ อภาวโต ยถา ปณิธานํ, ตถา คโต อภินีหารานุรูปํ ปฏิปนฺโนติ ตถาคโต. อถ วา มหิทฺธิกตาย, ปฏิสมฺภิทานํ อุกฺกํสาธิคเมน อนาวรณตาย จ กตฺถจิ ปฏิฆาตาภาวโต ยถา รุจิ, ตถา กายวจีจิตฺตานํ คตานิ คมนานิ ปวตฺติโย เอตสฺสาติ ตถาคโต. ยสฺมา จ โลเก วิธยุตฺตคตปการ-สทฺทา สมานตฺถา ทิสฺสนฺติ, ตสฺมา ยถา วิธา วิปสฺสีอาทโย ภควนฺโต, อยมฺปิ ภควา ตถา วิโธติ ตถาคโต. ยถา ยุตฺตา จ เต ภควนฺโต อยมฺปิ ภควา ตถา ยุตฺโตติ ตถาคโต. อถ วา ยสฺมา สจฺจํ ตจฺฉํ ตถนฺติ ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ, ตสฺมา ตเถน ญาเณน อาคโตติ ตถาคโตติ. เอวมฺปิ ตถาคต-สทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ –
‘‘ปหาย กามาทิมเล ยถา คตา,
สมาธิญาเณหิ วิปสฺสิอาทโย;
มเหสิโน สกฺยมุนี ชุตินฺธโร,
ตถาคโต เตน ตถาคโต มโต.
ตถญฺจ ธาตายตนาทิลกฺขณํ,
สภาวสามญฺญวิภาคเภทโต;
สยมฺภุญาเณน ชิโน สมาคโต,
ตถาคโต วุจฺจติ สกฺยปุงฺคโว.
ตถานิ สจฺจานิ สมนฺตจกฺขุนา,
ตถา อิทปฺปจฺจยตา จ สพฺพโส;
อนญฺญเนยฺเยน ยโต วิภาวิตา,
ยาถาวโต เตน ชิโน ตถาคโต.