มชฺฌิมสีลวณฺณนา

๑๑. ตตฺถ ยถาติ โอปมฺมตฺเถ นิปาโต. วาติ วิกปฺปนตฺเถ. ปนาติ วจนาลงฺกาเร. เอเกติ อญฺเญ. โภนฺโตติ สาธูนํ ปิยสมุทาหาโร. สาธโว หิ ปเร ‘‘โภนฺโต’’ติ วา, ‘‘เทวานํ ปิยา’’ติ วา ‘‘อายสฺมนฺโต’’ติ วา สมาลปนฺติ. ยํ กิญฺจิ ปพฺพชฺชํ อุปคตา สมณา. ชาติมตฺเตน พฺราหฺมณา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อุสฺสาหํ กตฺวา มม วณฺณํ วทมาโนปิ ปุถุชฺชโน ‘‘ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต’’ติอาทินา ปรานุทฺเทสิกนเยน วา ยถา ปเนเก โภนฺโต สมณพฺราหฺมณภาวํ ปฏิชานมานา, ปเรหิ จ ตถาสมฺภาวิยมานา ตทนุรูปปฏิปตฺตึ อชานนโต, อสมตฺถโต จ น อภิสมฺภุณนฺติ, น เอวมยํ, อยํ ปน สมโณ โคตโม สพฺพถาปิ สมณสารุปฺปปฏิปทํ ปูเรสิเยวาติ เอวํ อญฺญุทฺเทสิกนเยน วา สพฺพถาปิ อาจารสีลมตฺตเมว วเทยฺยุํ, น ตทุตฺตรินฺติ.

พีชคามภูตคามสมารมฺภปเท สทฺทกฺกเมน อปฺปธานภูโตปิ พีชคามภูตคาโม นิทฺทิสิตพฺพตาย ปธานภาวํ ปฏิลภติ. อญฺโญ หิ สทฺทกฺกโม อญฺโญ อตฺถกฺกโมติ อาห ‘‘กตโม โส พีชคามภูตคาโม’’ติ. ตสฺมิญฺหิ วิภตฺเต ตพฺพิสยตาย สมารมฺโภปิ วิภตฺโตว โหตีติ. เตเนวาห ภควา ‘‘มูลพีช’’นฺติอาทิ. มูลเมว พีชํ มูลพีชํ, มูลํ พีชํ เอตสฺสาติปิ มูลพีชํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ผฬุพีชนฺติ ปพฺพพีชํ. ปจฺจยนฺตรสมวาเย สทิสผลุปฺปตฺติยา วิเสสการณภาวโต วิรุหณสมตฺเถ สารผเล นิรุโฬฺห พีช-สทฺโท ตทตฺถสํสิทฺธิยา มูลาทีสุปิ เกสุจิ ปวตฺตตีติ มูลาทิโต นิวตฺตนตฺถํ เอเกน พีช-สทฺเทน วิเสเสตฺวา วุตฺตํ ‘‘พีชพีช’’นฺติ. ‘‘รูปรูปํ, ทุกฺขทุกฺข’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๓๒๗) จ ยถา. กสฺมา ปเนตฺถ พีชคามภูตคามํ ปุจฺฉิตฺวา พีชคาโม เอว วิภตฺโตติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. นนุ อโวจุมฺห ‘‘มูลเมว พีชํ มูลพีชํ, มูลํ พีชํ เอตสฺสาติปิ มูลพีชนฺติ’’. ตตฺถ ปุริเมน พีชคาโม นิทฺทิฏฺโฐ, ทุติเยน ภูตคาโม, ทุวิโธเปส สามญฺญนิทฺเทเสน, มูลพีชญฺจ มูลพีชญฺจ มูลพีชนฺติ เอกเสสนเยน วา ปาฬิยํ นิทฺทิฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ. เตเนวาห ‘‘สพฺพเญฺหต’’นฺติอาทิ.

๑๒. ‘‘สนฺนิธิกตสฺสา’’ติ เอเตน ‘‘สนฺนิธิการปริโภค’’นฺติ เอตฺถ การ-สทฺทสฺส กมฺมตฺถตํ ทสฺเสติ. ยถา วา ‘‘อาจยํคมิโน’’ติ วตฺตพฺเพ อนุนาสิกโลเปน ‘‘อาจยคามิโน’’ติ (ธ. ส. ๑๐) นิทฺเทโส กโต, เอวํ ‘‘สนฺนิธิการํ ปริโภค’’นฺติ วตฺตพฺเพ อนุนาสิกโลเปน ‘‘สนฺนิธิการปริโภค’’นฺติ วุตฺตํ, สนฺนิธึ กตฺวา ปริโภคนฺติ อตฺโถ.

สมฺมา กิเลเส ลิขตีติ สลฺเลโข, สุตฺตนฺตนเยน ปฏิปตฺติ. ปริยายติ กปฺปียตีติ ปริยาโย, กปฺปิยวาจานุสาเรน ปฏิปตฺติ. กิเลเสหิ อามสิตพฺพโต อามิสํ, ยํ กิญฺจิ อุปโภคารหํ วตฺถุ. เตเนวาห ‘‘อามิสนฺติ วุตฺตาวเสส’’นฺติ. นยทสฺสนเญฺหตํ สนฺนิธิวตฺถูนํ. อุทกกทฺทเมติ อุทเก จ กทฺทเม จ. อจฺฉถาติ นิสีทถ. คีวายามกนฺติ คีวํ อายมิตฺวา, ยถา จ ภุตฺเต อติภุตฺตตาย คีวา อายมิตพฺพาว โหติ, เอวนฺติ อตฺโถ. จตุภาคมตฺตนฺติ กุฑุพมตฺตํ. ‘‘กปฺปิยกุฏิย’’นฺติอาทิ วินยวเสน วุตฺตํ.

๑๓. เอตฺตกมฺปีติ วินิจฺฉยวิจารณาวตฺถุกิตฺตนมฺปิ. ปโยชนมตฺตเมวาติ ปทตฺถโยชนมตฺตเมว. ยสฺส ปน ปทสฺส วิตฺถารกถํ วินา น สกฺกา อตฺโถ วิญฺญาตุํ, ตตฺถ วิตฺถารกถาปิ ปทตฺถสงฺคหเมว คจฺฉติ. กุตูหลวเสน เปกฺขิตพฺพโต เปกฺขา, นฏสตฺถวิธินา นฏานญฺจ ปโยโค. นฏสมูเหน ปน ชนสมูเห กรณวเสน ‘‘นฏสมชฺช’’นฺติ วุตฺตํ, สารสมาเส ‘‘เปกฺขา มห’’นฺติ วุตฺตํ. ฆนตาฬํ นาม ทณฺฑมยตาฬํ, สิลาสลากตาฬํ วา. เอเกติ สารสมาสาจริยา, อุตฺตรวิหารวาสิโน จ. ยถา เจตฺถ, เอวํ อิโต ปเรสุปิ ‘‘เอเก’’ติ อาคตฏฺฐาเนสุ. จตุรสฺสอมฺพณกตาฬํ นาม รุกฺขสารทณฺฑาทีสุ เยน เกนจิ จตุรสฺสอมฺพณกํ กตฺวา จตูสุ ปสฺเสสุ จมฺเมน โอนนฺธิตฺวา กตวาทิตํ. อพฺโภกฺกิรณํ รงฺคพลีกรณํ, ยา ‘‘นนฺที’’ติ วุจฺจติ. โสภนกรนฺติ โสภนกรณํ, ‘‘โสภนฆรก’’นฺติ สารสมาเส วุตฺตํ. จณฺฑาลานมิทนฺติ จณฺฑาลํ. สาเณ อุทเกน เตเมตฺวา อญฺญมญฺญํ อาโกฏนกีฬา สาณโธวนํ. อินฺทชาเลนาติ อฏฺฐิโธวนมนฺตํ ปริชปฺปิตฺวา ยถา ปเร อฏฺฐีนิเยว ปสฺสนฺติ, เอวํ ตจาทีนํ อนฺตรธาปนมายาย. สกฏพฺยูหาทีติ อาทิ-สทฺเทน จกฺกปทุมกฬีรพฺยูหาทึ สงฺคณฺหาติ.

๑๔. ปทานีติ สารีนํ ปติฏฺฐานฏฺฐานานิ. ทสปทํ นาม ทฺวีหิ ปนฺตีหิ วีสติยา ปเทหิ กีฬนชูตํ. ปาสกํ วุจฺจติ ฉสุ ปสฺเสสุ เอเกกํ ยาว ฉกฺกํ ทสฺเสตฺวา กตกีฬนกํ, ตํ วฑฺเฒตฺวา ยถาลทฺธํ เอกกาทิวเสน สาริโย อปเนนฺตา อุปเนนฺตา จ กีฬนฺติ. ฆเฏน กีฬา ฆฏิกาติ เอเก. พหูสุ สลากาสุ วิเสสรหิตํ เอกํ สลากํ คเหตฺวา ตาสุ ปกฺขิปิตฺวา ปุน ตสฺเสว อุทฺธรณํ สลากหตฺถนฺติ เอเก. ปณฺเณน วํสากาเรน กตา นาฬิกา. เตเนวาห ‘‘ตํ ธมนฺตา’’ติ. ‘‘ปุจฺฉนฺตสฺส มุขาคตํ อกฺขรํ คเหตฺวา นฏฺฐมุตฺติ ลาภาลาภาทิชานนกีฬา อกฺขริกา’’ติปิ วทนฺติ. ‘‘วาทิตานุรูปํ นจฺจนํ คายนํ วา ยถาวชฺชํ’’ ติปิ วทนฺติ. ‘‘เอวํ กเต ชโย ภวิสฺสติ, อญฺญถา ปราชโย’’ติ ชยปราชเย ปุรกฺขตฺวา ปโยคกรณวเสน ปริหารปถาทีนมฺปิ ชูตปมาทฏฺฐานภาโว เวทิตพฺโพ. ปงฺคจีราทีหิปิ วํสาทีหิ กาตพฺพกิจฺจสิทฺธิอสิทฺธิชยปราชยาวโห ปโยโค วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ยถาวชฺช’’นฺติ จ กาณาทีหิ สทิสตาการทสฺสเนหิ ชยปราชยวเสน ชูตกีฬิตภาเวน วุตฺตํ.

๑๕. วาฬรูปานีติ อาหริมานิ วาฬรูปานิ. ‘‘อกปฺปิยมญฺโจว ปลฺลงฺโก’’ติ สารสมาเส. วานวิจิตฺตนฺติ ภิตฺติจฺฉทาทิวเสน วาเนน วิจิตฺรํ. รุกฺขตูลลตาตูลโปฏกีตูลานํ วเสน ติณฺณํ ตูลานํ. อุทฺทโลมิยํ เกจีติ สารสมาสาจริยา, อุตฺตรวิหารวาสิโน จ. ตถา เอกนฺตโลมิยํ. โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยนฺติ โกเสยฺยกสฺสฏมยํ. สุทฺธโกเสยฺยนฺติ รตนปริสิพฺพนรหิตํ. ‘‘ฐเปตฺวา ตูลิก’’นฺติ เอเตน รตนปริสิพฺพนรหิตาปิ ตูลิกา น วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ‘‘รตนปริสิพฺพิตานี’’ติ อิมินา ยานิ รตนปริสิพฺพิตานิ, ตานิ ภูมตฺถรณวเสน, ยถานุรูปํ มญฺจปีฐาทีสุ จ อุปเนตุํ วฏฺฏตีติ ทีปิตํ โหติ. อชินจมฺเมหีติ อชินมิคจมฺเมหิ. ตานิ กิร จมฺมานิ สุขุมานิ, ตสฺมา ทุปฏฺฏติปฏฺฏานิ กตฺวา สิพฺพนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อชินปฺปเวณี’’ติ. วุตฺตนเยนาติ วินเย วุตฺตนเยน.

๑๖. อลงฺการญฺชนเมว น เภสชฺชํ มณฺฑนานุโยคสฺส อธิปฺเปตตฺตา. มาลา-สทฺโท สาสเน สุทฺธปุปฺเผสุปิ นิรุโฬฺหติ อาห ‘‘พทฺธมาลา วา’’ติ. มตฺติกกกฺกนฺติ โอสเธหิ อภิสงฺขตํ โยคมตฺติกกกฺกํ. จลิเตติ กุปิเต. โลหิเต สนฺนิสินฺเนติ ทุฏฺฐโลหิเต ขีเณ.

๑๗. ทุคฺคติโต สํสารโต จ นิยฺยาติ เอเตนาติ นิยฺยานํ, สคฺคมคฺโค โมกฺขมคฺโค จ. ตํ นิยฺยานํ อรหติ, นิยฺยาเน วา นิยุตฺตา, นิยฺยานํ วา ผลภูตํ เอติสฺสา อตฺถีติ นิยฺยานิกา, วจีทุจฺจริตสํกิเลสโต นิยฺยาตีติ วา อี-การสฺส รสฺสตฺตํ, ย-การสฺส จ ก-การํ กตฺวา นิยฺยานิกา, เจตนาย สทฺธึ สมฺผปฺปลาปา เวรมณิ. ตปฺปฏิปกฺขโต อนิยฺยานิกา, ตสฺสา ภาโว อนิยฺยานิกตฺตํ, ตสฺมา อนิยฺยานิกตฺตา. ติรจฺฉานภูตาติ ติโรกรณภูตา. กมฺมฏฺฐานภาเวติ อนิจฺจตาปฏิสํยุตฺตจตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาเว. สห อตฺเถนาติ สาตฺถกํ, หิตปฏิสํยุตฺตนฺติ อตฺโถ. วิสิขาติ ฆรสนฺนิเวโส, วิสิขาคหเณน จ ตนฺนิวาสิโน คหิตา ‘‘คาโม อาคโต’’ติอาทีสุ วิย. เตเนวาห ‘‘สูรา สมตฺถา’’ติ, ‘‘สทฺธา ปสนฺนา’’ติ จ. กุมฺภฏฺฐานาปเทเสน กุมฺภทาสิโย วุตฺตาติ อาห ‘‘กุมฺภทาสีกถา วา’’ติ. อุปฺปตฺติฐิติสมฺภาราทิวเสน โลกํ อกฺขายตีติ โลกกฺขายิกา.

๑๘. สหิตนฺติ ปุพฺพาปราวิรุทฺธํ.

๑๙. ทูตสฺส กมฺมํ ทูเตยฺยํ, ตสฺส กถา ทูเตยฺยกถา.

๒๐. ติวิเธนาติ สามนฺตชปฺปนอิริยาปถสนฺนิสฺสิตปจฺจยปฏิเสวนเภทโต ติปฺปกาเรน. วิมฺหาปยนฺตีติ ‘‘อโห อจฺฉริยปุริโส’’ติ อตฺตนิ ปเรสํ วิมฺหยํ อุปฺปาเทนฺติ. ลปนฺตีติ อตฺตานํ, ทายกํ วา อุกฺขิปิตฺวา ยถา โส กิญฺจิ ททาติ, เอวํ อุกฺกาเจตฺวา กเถนฺติ. นิมิตฺเตน จรนฺติ, นิมิตฺตํ วา กโรนฺตีติ เนมิตฺติกา นิมิตฺตนฺติ จ ปเรสํ ปจฺจย ทานสญฺญุปฺปาทกํ กายวจีกมฺมํ วุจฺจติ. นิปฺปึสนฺตีติ นิปฺเปสา, นิปฺเปสาเยว นิปฺเปสิกา, นิปฺเปโสติ จ สฐปุริโส วิย ลาภสกฺการตฺถํ อกฺโกสขุํสนุปฺปณฺฑนปรปิฏฺฐิมํสิกตาทิ.

มชฺฌิมสีลวณฺณนา นิฏฺฐิตา.