ทิฏฺฐิคติกาธิฏฺฐานวฏฺฏกถาวณฺณนา

๑๔๔. เหฏฺฐา ตีสุปิ วาเรสุ อธิกตตฺตา, อุปริ จ ‘‘ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ วกฺขมานตฺตา เวทยิตเมตฺถ ปธานนฺติ อาห ‘‘สพฺพทิฏฺฐิเวทยิตานิ สมฺปิณฺเฑตี’’ติ. สมฺปิณฺเฑตีติ จ ‘‘เยปิ เต’’ติ ตตฺถ ตตฺถ อาคตสฺส ปิ-สทฺทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. เวทยิตสฺส ผสฺเส ปกฺขิปนํ ผสฺสปจฺจยตาทสฺสนเมว ‘‘ฉหิ อชฺฌตฺติกายตเนหิ ฉฬารมฺมณปฏิสํเวทนํ เอกนฺตโต ฉผสฺสเหตุกเมวา’’ติ. สญฺชายนฺติ เอตฺถาติ อธิกรณตฺโถ สญฺชาติ-สทฺโทติ อาห ‘‘สญฺชาติฏฺฐาเน’’ติ. เอวํ สโมสรณสทฺโทปิ ทฏฺฐพฺโพ. อายตติ เอตฺถ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตาย, อายภูตํ วา อตฺตโน ผลํ ตโนติ ปวตฺเตตีติ อายตนํ, การณํ. รุกฺขคจฺฉสมูเห อรญฺญโวหาโร อรญฺญเมว อรญฺญายตนนฺติ อาห ‘‘ปณฺณตฺติมตฺเต’’ติ. อตฺถตฺตเยปีติ ปิ-สทฺเทน อวุตฺตตฺถสมฺปิณฺฑนํ ทฏฺฐพฺพํ, เตน อาการนิวาสาธิฏฺฐานตฺเถ สงฺคณฺหาติ. หิรญฺญายตนํ สุวณฺณายตนํ, วาสุเทวายตนํ กมฺมายตนนฺติ อาทีสุ อากรนิวาสาธิฏฺฐาเนสุ อายตนสทฺโท. จกฺขาทีสุ จ ผสฺสาทโย อากิณฺณา, ตานิ จ เนสํ นิวาโส, อธิฏฺฐานญฺจ นิสฺสยปจฺจยภาวโตติ. ติณฺณมฺปิ วิสยินฺทฺริยวิญฺญาณานํ สงฺคติภาเวน คเหตพฺโพ ผสฺโสติ ‘‘สงฺคตี’’ติ วุตฺโต. ตถา หิ โส ‘‘สนฺนิปาตปจฺจุปฏฺฐาโน’’ติ วุจฺจติ. อิมินา นเยนาติ วิชฺชมาเนสุปิ อญฺเญสุ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ยถา ‘‘จกฺขุญฺจ…เป… ผสฺโส’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔; ม. นิ. ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓-๔๕; สํ. นิ. ๔.๖๐; กถา. ๔๖๕) เอตสฺมึ สุตฺเต เวทนาย ปธานการณภาวทสฺสนตฺถํ ผสฺสสีเสน เทสนา กตา, เอวมิธาปิ พฺรหฺมชาเล ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติอาทินา ผสฺสํ อาทึ กตฺวา อปรนฺตปฏิจฺจสมุปฺปาททีปเนน ปจฺจยปรมฺปรํ ทสฺเสตุํ ‘‘ผสฺสายตเนหิ ผุสฺส ผุสฺสา’’ติ ผสฺสมุเขน วุตฺตํ.

ผสฺโส อรูปธมฺโมปิ สมาโน เอกเทเสน อารมฺมเณ อนลฺลียมาโนปิ ผุสนากาเรน ปวตฺตติ ผุสนฺโต วิย โหตีติ อาห ‘‘ผสฺโสว ตํ ตํ อารมฺมณํ ผุสตี’’ติ, เยน โส ‘‘ผุสนลกฺขโณ, สงฺฆฏฺฏนรโส’’ติ จ วุจฺจติ. ‘‘ผสฺสายตเนหิ ผุสฺส ผุสฺสา’’ติ อผุสนกิจฺจานิปิ อายตนานิ ‘‘มญฺจา โฆสนฺตี’’ติอาทีสุ วิย นิสฺสิตโวหาเรน ผุสนกิจฺจานิ กตฺวา ทสฺสิตานีติ อาห ‘‘ผสฺเส อุปนิกฺขิปิตฺวา’’ติ, ผสฺสคติกานิ กตฺวา ผสฺสูปจารํ อาโรเปตฺวาติ อตฺโถ. อุปจาโร หิ นาม โวหารมตฺตํ, น เตน อตฺถสิทฺธิ โหตีติ อาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.

อตฺตโน ปจฺจยภูตานํ ฉนฺนํ ผสฺสานํ วเสน จกฺขุสมฺผสฺสชา ยาว มโนสมฺผสฺสชาติ สงฺเขปโต ฉพฺพิธา เวทนา, วิตฺถารโต ปน อฏฺฐสตปริยาเยน อฏฺฐสตเภทา. รูปตณฺหาทิเภทายาติ รูปตณฺหา ยาว ธมฺมตณฺหาติ สงฺเขปโต ฉปฺปเภทาย, วิตฺถารโต อฏฺฐสตเภทาย. อุปนิสฺสยโกฏิยาติ อุปนิสฺสยสีเสน. กสฺมา ปเนตฺถ อุปนิสฺสยปจฺจโยว อุทฺธโฏ, นนุ สุขา เวทนา, อทุกฺขมสุขา เวทนา จ ตณฺหาย อารมฺมณมตฺตอารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสยวเสน จตุธา ปจฺจโย, ทุกฺขา จ อารมฺมณมตฺตปกตูปนิสฺสยวเสน ทฺวิธาติ? สจฺจเมตํ, อุปนิสฺสเย เอว ปน ตํ สพฺพํ อนฺโตคธํ. ยุตฺตํ ตาว อารมฺมณูปนิสฺสยสฺส อุปนิสฺสยสามญฺญโต อุปนิสฺสเยน สงฺคโห, อารมฺมณมตฺตอารมฺมณาธิปตีนํ ปน กถนฺติ? เตสมฺปิ อารมฺมณสามญฺญโต อารมฺมณูปนิสฺสเยน สงฺคโหว กโต, น ปกตูปนิสฺสเยนาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตทตฺถเมเวตฺถ ‘‘อุปนิสฺสยโกฏิยา’’ติ วุตฺตํ, น ‘‘อุปนิสฺสเยนา’’ติ.

จตุพฺพิธสฺสาติ กามุปาทานํ ยาว อตฺตวาทุปาทานนฺติ จตุพฺพิธสฺส. นนุ จ ตณฺหาว กามุปาทานนฺติ? สจฺจเมตํ. ตตฺถ ทุพฺพลา ตณฺหา ตณฺหาว, พลวตี ตณฺหา กามุปาทานํ. อถ วา อปฺปตฺตวิสยปตฺถนา ตณฺหา ตมสิ โจรานํ กรปสารณํ วิย. สมฺปตฺตวิสยคฺคหณํ อุปาทานํ, โจรานํ กรปฺปตฺตธนคฺคหณํ วิย. อปฺปิจฺฉตาปฏิปกฺขา ตณฺหา, สนฺโตสปฏิปกฺขา อุปาทานํ. ปริเยสนทุกฺขมูลํ ตณฺหา, อารกฺขทุกฺขมูลํ อุปาทานนฺติ อยเมเตสํ วิเสโส. อุปาทานสฺสาติ อสหชาตสฺส อุปาทานสฺส อุปนิสฺสยโกฏิยา, อิตรสฺส สหชาตโกฏิยาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ อนนฺตรสฺส อนนฺตรสมนนฺตรอนนฺตรูปนิสฺสยนตฺถิวิคตาเสวนปจฺจเยหิ, อนานนฺตรสฺส อุปนิสฺสเยน, อารมฺมณภูตา ปน อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสเยหิ, อารมฺมณมตฺเตเนว วาติ ตํ สพฺพํ อุปนิสฺสเยเนว คเหตฺวา ‘‘อุปนิสฺสยโกฏิยา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา จ ตณฺหาย รูปาทีนิ อสฺสาเทตฺวา กาเมสุ ปาตพฺยตํ อาปชฺชติ, ตสฺมา ตณฺหา กามุปาทานสฺส อุปนิสฺสโย. ตถา รูปาทิเภเทว สมฺมูโฬฺห ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๗๑; ม. นิ. ๑.๔๔๕; ม. นิ. ๒.๙๔, ๙๕, ๒๒๕; ม. นิ. ๓.๙๑, ๑๑๖, ๑๓๖; สํ. นิ. ๓.๒๑๐; ธ. ส. ๑๒๒๑; วิภ. ๙๓๘) มิจฺฉาทสฺสนํ, สํสารโต มุจฺจิตุกาโม อสุทฺธิมคฺเค สุทฺธิมคฺคปรามสนํ, ขนฺเธสุ อตฺตตฺตนิยคาหภูตํ สกฺกายทสฺสนํ คณฺหาติ, ตสฺมา อิตเรสมฺปิ ตณฺหา อุปนิสฺสโยติ ทฏฺฐพฺพํ. สหชาตสฺส ปน สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตเหตุวเสน ตณฺหา ปจฺจโย โหติ. ตํ สพฺพํ สนฺธาย ‘‘สหชาตโกฏิยา’’ติ วุตฺตํ.

ตถาติ อุปนิสฺสยโกฏิยา เจว สหชาตโกฏิยา จาติ อตฺโถ. ภวสฺสาติ กมฺมภวสฺส เจว อุปปตฺติภวสฺส จ. ตตฺถ เจตนาทิสงฺขา ตํ สพฺพํ ภวคามิกมฺมํ กมฺมภโว, กามภวาทิโก นววิโธ อุปปตฺติภโว, เตสํ อุปปตฺติภวสฺส จตุพฺพิธมฺปิ อุปาทานํ อุปปตฺติภวการณกมฺมภวการณภาวโต, ตสฺส จ สหายภาวูปคมนโต ปกตูปนิสฺสยวเสน ปจฺจโย โหติ. กมฺมารมฺมณกรณกาเล ปน กมฺมสหชาตกามุปาทานํ อุปปตฺติภวสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ. กมฺมภวสฺส ปน สหชาตสฺส สหชาตํ อุปาทานํ สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน เจว เหตุมคฺควเสน จ อเนกธา ปจฺจโย โหติ, อสหชาตสฺส อนนฺตรสมนนฺตรอนนฺตรูปนิสฺสยนตฺถิวิคตาเสวนวเสน, อิตรสฺส ปกตูปนิสฺสยวเสน, สมฺมสนาทิกาเลสุ อารมฺมณวเสน จ ปจฺจโย โหติ. ตตฺถ อนนฺตราทิเก อุปนิสฺสยปจฺจเย, สหชาตาทิเก สหชาตปจฺจเย ปกฺขิปิตฺวา วุตฺตํ ‘‘อุปนิสฺสยโกฏิยา เจว สหชาตโกฏิยา จา’’ติ.

ภโว ชาติยาติ เอตฺถ ภโวติ กมฺมภโว อธิปฺเปโต. โส หิ ชาติยา ปจฺจโย, น อุปปตฺติภโว. อุปปตฺติภโว หิ ปฐมาภินิพฺพตฺตา ขนฺธา ชาติเยว. เตน วุตฺตํ ‘‘ชาตีติ ปเนตฺถ สวิการา ปญฺจกฺขนฺธา ทฏฺฐพฺพา’’ติ. สวิการาติ จ นิพฺพตฺติวิกาเรน สวิการา, เต จ อตฺถโต อุปปตฺติภโวเยว. น หิ ตเทว ตสฺส การณํ ภวิตุํ ยุตฺตนฺติ. กมฺมภโว จ อุปปตฺติภวสฺส กมฺมปจฺจเยน เจว อุปนิสฺสยปจฺจเยน จ ปจฺจโย โหตีติ อาห ‘‘ภโว ชาติยา อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย’’ติ.

ยสฺมา จ สติ ชาติยา ชรามรณํ, ชรามรณาทินา ผุฏฺฐสฺส พาลสฺส โสกาทโย จ สมฺภวนฺติ, นาสติ, ตสฺมา ‘‘ชาติ…เป… ปจฺจโย โหตี’’ติ วุตฺตํ. สหชาตูปนิสฺสยสีเสน ปจฺจยวิจารณาย ทสฺสิตตฺตา, องฺควิจารณาย จ อนามฏฺฐตฺตา อาห ‘‘อยเมตฺถ สงฺเขโป’’ติ. มหาวิสยตฺตา ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิจารณาย สา นิรวเสสา กุโต ลทฺธพฺพาติ อาห ‘‘วิตฺถารโต’’ติอาทิ. เอกเทเสน เจตฺถ กถิตสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ตถา กถเน สทฺธึ อุทาหรเณน การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควา หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ โกฏิ น ปญฺญายตีติ อสุกสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, จกฺกวตฺติโน วา กาเล อวิชฺชา อุปฺปนฺนา, น ตโต ปุพฺเพติ อวิชฺชาย อาทิมริยาทา อปฺปฏิหตสฺส มม สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺสาปิ น ปญฺญายติ อวิชฺชมานตฺตาเยวาติ อตฺโถ. อยํ ปจฺจโย อิทปฺปจฺจโย, ตสฺมา อิทปฺปจฺจยา, อิมสฺมา การณา อาสวปจฺจยาติ อตฺโถ. ภวตณฺหายาติ ภวสํโยชนภูตาย ตณฺหาย. ภวทิฏฺฐิยาติ สสฺสตทิฏฺฐิยา. ‘‘อิโต เอตฺถ เอตฺโต อิธา’’ติ อปริยนฺตํ อปราปรุปฺปตฺตึ ทสฺเสติ.