วิวฏฺฏกถาทิวณฺณนา
๑๔๕. ‘‘เวทนานํ สมุทย’’นฺติอาทิปาฬิ เวทนากมฺมฏฺฐานนฺติ ทฏฺฐพฺพา. ตนฺติ ‘‘ผสฺสสมุทยา ผสฺสนิโรธา’’ติ วุตฺตผสฺสฏฺฐานํ. อาหาโรติ กพฬีกาโร อาหาโร เวทิตพฺโพ. โส หิ ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.ปจฺจยนิทฺเทส ๔๒๙) วจนโต กมฺมสมุฏฺฐานานมฺปิ อุปตฺถมฺภกปจฺจโย โหติเยว. ยทิปิ โสตาปนฺนาทโย ยถาภูตํ ปชานนฺติ, อุกฺกํสคติวิชานนวเสน ปน เทสนา อรหตฺตนิกูเฏน นิฏฺฐาปิตา. เอตฺถ จ ‘‘ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ…เป… ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ เอเตน ธมฺมสฺส นิยฺยานิกภาเวน สทฺธึ สงฺฆสฺส สุปฺปฏิปตฺตึ ทสฺเสติ. เตเนว หิ อฏฺฐกถายเมตฺถ ‘‘โก เอวํ ชานาตีติ? ขีณาสโว ชานาติ, ยาว อารทฺธวิปสฺสโก ชานาตี’’ติ ปริปุณฺณํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺโฆ ทสฺสิโต, เตน ยํ วุตฺตํ ‘‘ภิกฺขุสงฺฆวเสนปิ ทีเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ, (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘) ตํ ยถารุตวเสเนว ทีปิตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
๑๔๖. อนฺโต ชาลสฺสาติ อนฺโตชาลํ, อนฺโตชาเล กตาติ อนฺโตชาลีกตา. อปายูปปตฺติวเสน อโธ โอสีทนํ, สมฺปตฺติภววเสน อุทฺธํ อุคฺคมนํ. ตถา ปริตฺตภูมิมหคฺคตภูมิวเสน, โอลีนตา’ติธาวนวเสน, ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิอปรนฺตานุทิฏฺฐิวเสน จ ยถากฺกมํ อโธ โอสีทนํ อุทฺธํ อุคฺคมนํ โยเชตพฺพํ. ‘‘ทสสหสฺสิโลกธาตู’’ติ ชาติเขตฺตํ สนฺธายาห.
๑๔๗. อปณฺณตฺติกภาวนฺติ ธรมานกปณฺณตฺติยา อปณฺณตฺติกภาวํ. อตีตภาเวน ปน ตถา ปณฺณตฺติ ยาว สาสนนฺตรธานา, ตโต อุทฺธมฺปิ อญฺญพุทฺธุปฺปาเทสุ วตฺตติ เอว. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘โวหารมตฺตเมว ภวิสฺสตี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๗). กาโยติ อตฺตภาโว, โย รูปารูปธมฺมสมูโห. เอวํ หิสฺส อมฺพรุกฺขสทิสตา, ตทวยวานญฺจ รูปกฺขนฺธจกฺขาทีนํ อมฺพปกฺกสทิสตา ยุชฺชตีติ. เอตฺถ จ วณฺฏจฺเฉเท วณฺฏูปนิพนฺธานํ อมฺพปกฺกานํ อมฺพรุกฺขโต วิจฺเฉโท วิย ภวเนตฺติเฉเท ตทุปนิพนฺธานํ รูปกฺขนฺธาทีนํ สนฺตานโต วิจฺเฉโทติ เอตฺตาวตา โอปมฺมํ ทฏฺฐพฺพํ.
๑๔๘. ธมฺมปริยาเยติ ปาฬิยํ. อิธตฺโถติ ทิฏฺฐธมฺมหิตํ. ปรตฺโถติ สมฺปรายหิตํ. สงฺคามํ วิชินาติ เอเตนาติ สงฺคามวิชโย. อตฺถสมฺปตฺติยา อตฺถชาลํ. พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา, สีลาทิอนวชฺชธมฺมนิทฺเทสโต จ ธมฺมชาลํ. เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมภูตานํ มคฺคผลนิพฺพานานํ วิภตฺตตฺตา พฺรหฺมชาลํ. ทิฏฺฐิวิเวจนมุเขน สุญฺญตาปกาสเนน สมฺมาทิฏฺฐิยา วิภาวิตตฺตา ทิฏฺฐิชาลํ. ติตฺถิยวาทนิมฺมทฺทนูปายตฺตา อนุตฺตโร สงฺคามวิชโยติ เอวมฺเปตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.
๑๔๙. อตฺตมนาติ ปีติยา คหิตจิตฺตา. เตเนวาห ‘‘พุทฺธคตายา’’ติอาทิ. ยถา ปน อนตฺตมนา อตฺตโน อนตฺถจรตาย ปรมนา เวริมนา นาม โหนฺติ. ยถาห ‘‘ทิโส ทิส’’นฺติ (ธ. ป. ๔๒; อุทา. ๓๓) คาถา, น เอวํ อตฺตมนา. อิเม ปน อตฺตโน อตฺถจรตาย สกมนา โหนฺตีติ อาห ‘‘อตฺตมนาติ สกมนา’’ติ. อถ วา อตฺตมนาติ สมตฺตมนา, อิมาย เทสนาย ปริปุณฺณมนสงฺกปฺปาติ อตฺโถ. อภินนฺทตีติ ตณฺหายตีติ อตฺโถติ อาห ‘‘ตณฺหายมฺปิ อาคโต’’ติ. อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ อภินนฺทนฺตีติ อุปคจฺฉนฺติ เสวนฺตีติ อตฺโถติ อาห ‘‘อุปคมเนปิ อาคโต’’ติ. ตถา อภินนฺทนฺตีติ สมฺปฏิจฺฉนฺตีติ อตฺโถติ อาห ‘‘สมฺปฏิจฺฉเนปิ อาคโต’’ติ. ‘‘อภินนฺทิตฺวา’’ติ อิมินา ปเทน วุตฺโตเยว อตฺโถ ‘‘อนุโมทิตฺวา’’ติ อิมินา ปกาสียตีติ อภินนฺทนสทฺโท อิธ อนุโมทนสทฺทตฺโถติ อาห ‘‘อนุโมทเนปิ อาคโต’’ติ. ‘‘กตมญฺจ ตํ ภิกฺขเว’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๗) ตตฺถ ตตฺถ ปวตฺตาย กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาย วิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺตตฺตา อิทํ สุตฺตํ เวยฺยากรณํ โหติ. ยสฺมา ปน ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺตมฺปิ สคาถกํ สุตฺตํ เคยฺยํ นาม โหติ, นิคฺคาถกตฺตเมว ปน องฺคนฺติ คาถารหิตํ เวยฺยากรณํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘นิคฺคาถกตฺตา หิ อิทํ เวยฺยากรณนฺติ วุตฺต’’นฺติ.
อปเรสุปีติ เอตฺถ ปิสทฺเทน ปารมิปริจยมฺปิ สงฺคณฺหาติ. วุตฺตญฺหิ พุทฺธวํเส –
‘‘อิเม ธมฺเม สมฺมสโต, สภาวสรสลกฺขเณ;
ธมฺมเตเชน วสุธา, ทสสหสฺสี ปกมฺปถา’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๑๖๖);
วีริยพเลนาติ มหาภินิกฺขมเน จกฺกวตฺติสิริปริจฺจาคเหตุภูตวีริยปฺปภาเวน, โพธิมณฺฑูปสงฺกมเน ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ, อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตู’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๒; มหานิ. ๑๙๖) วุตฺตจตุรงฺคสมนฺนาคตวีริยานุภาเวน. อจฺฉริยเวคาภิหตาติ วิมฺหยาวหกิริยานุภาวฆฏฺฏิตา. ปํสุกูลโธวเน เกจิ ‘‘ปุญฺญเตเชนา’’ติ วทนฺติ, อจฺฉริยเวคาภิหตาติ ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ, เวสฺสนฺตรชาตเก ปารมิปริปูรณปุญฺญเตเชน อเนกกฺขตฺตุํ กมฺปิตตฺตา ‘‘อกาลกมฺปเนนา’’ติ วุตฺตํ. สาธุการทานวเสน อกมฺปิตฺถ ยถา ตํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๒.๓๐). สงฺคีติกาลาทีสุปิ สาธุการทานวเสน อกมฺปิตฺถาติ เวทิตพฺพํ. อยํ ตาเวตฺถ อฏฺฐกถาย ลีนตฺถวณฺณนา.