๓. ติกนิทฺเทสวณฺณนา

๗๖๘. ปริปาจิเตสูติ สาธิเตสุ. ‘‘วิหิเตสู’’ติ เอตฺถ ทุทฺธาทีสุ วิย ภูตกาลตา นาธิปฺเปตาติ อาห ‘‘วิสยวิเสสนมตฺตเมวา’’ติ. ‘‘กมฺมํ, สิปฺป’’นฺติ ปญฺญา การณูปจาเรน วุตฺตาติ อาห ‘‘ปญฺญา เอว วา…เป… เวทิตพฺพา’’ติ.

กุสลํ กมฺมํ สกํ เอกนฺตํ หิตสุขาวหตฺตา. ตปฺปฏิปกฺขตฺตา อิตรํ อกุสลํ กมฺมํ โนสกํ. สจฺจปฏิเวธานุโลมนํ สจฺจานุโลมนํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ตปฺปฏิเวธปจฺจยภาเวนา’’ติ. มคฺคสจฺจสฺส อนุโลมนโต วา สจฺจานุโลมิกตา, ตถา ปรมตฺถสจฺจสฺส อนุโลมนโต. เตนาห อฏฺฐกถายํ ‘‘มคฺคสจฺจสฺสา’’ติอาทิ. ปญฺญา วุตฺตา ปญฺญาวิสเย ปญฺญากิจฺจสฺส ทสฺสิตตฺตา. ‘‘โยควิหิเตสู’’ติอาทินา วุตฺตภูมินิทฺเทโส, ‘‘กมฺมสฺสกตํ สจฺจานุโลมิก’’นฺติ วุตฺตสรูปนิทฺเทโส, ‘‘รูปํ อนิจฺจ’’นฺติอาทินา วุตฺตปฺปการนิทฺเทโส จ ยถาวุตฺตา…เป… นิทฺเทสา. ‘‘โยควิหิเตสุ กมฺมายตเนสุ ขนฺตึ, กมฺมสฺสกตํ ขนฺตึ, ‘รูปํ อนิจฺจ’นฺติ ขนฺติ’’นฺติอาทินา ขนฺติอาทิปเทหิ โยเชตพฺพา. โอโลกนํ ปจฺจกฺขกรณํ. ธมฺมา โอโลกนํ ขมนฺตีติ ปญฺญาย ตโทโลกนสมตฺถตมาห.

๗๖๙. มุญฺจตีติ ปชหติ. อารพฺภ-กิริยาย อธิฏฺฐานํ สมงฺคิภาโว, อธิกรณํ ปฏฺฐปนนฺติ อาห ‘‘มุญฺจ…เป… วตฺตุํ ยุตฺต’’นฺติ.

๗๗๐. ปญฺจสีลทสสีลานิ กมฺมวฏฺเฏกเทสภูตานิ สนฺธาย เตสํ ธมฺมฏฺฐิติยํ สมวโรโธ วุตฺโต. สติปิ สวเนติ ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต’’ติอาทินา (อ. นิ. ๘.๓๙; กตา. ๔๘๐) ตถาคตโต สวเน สติปิ. ภิกฺขุอาทีนมฺปิ ตํ วุตฺตํ อธิสีลปญฺญาปนํ วิย น พุทฺธาเวณิกนฺติ.

อธิปญฺญานิพฺพตฺเตสูติ ฐเปตฺวา อธิปญฺญํ ตทญฺเญสุ มคฺคผลธมฺเมสุ. ตทธิฏฺฐาเนสูติ ตสฺสา อธิปญฺญาย อธิฏฺฐาเนสุ วิปสฺสนาธมฺเมสุ.

๗๗๑. อปายุปฺปาทนํ อวฑฺฒินิพฺพตฺตนํ. ตสฺมึเยว ฐาเนติ ตสฺมึเยว ขเณ.

ติกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.