๒. เวทนาตฺติกวณฺณนา
๑. เวทนารูปนิพฺพานานิ ปน ติกมุตฺตกานิ ปฏิจฺจาทินิยมํ ปจฺจยุปฺปนฺนวจนญฺจ น ลภนฺติ. ปฏิจฺจวาราทีสุ ปน ฉสุ ยโต เหตุปจฺจยาทิโต ติกธมฺมานํ อุปฺปตฺติ วุตฺตา, ตตฺถ ยถานุรูปโต อารมฺมณาทิปจฺจยภาเวน ลพฺภนฺตีติ เวทิตพฺพานีติ.
๑๐. สพฺพอรูปธมฺมปริคฺคาหกา ปน สหชาตาทโย ปจฺจยาติ อิมินา กุสลตฺติเกปิ ปริหีนํ สหชาตํ รูปารูปธมฺมปริคฺคาหกตฺตา อาทิมฺหิ ฐเปตฺวา อาทิสทฺเทน สพฺพารูปธมฺมปริคฺคาหกวจเนน จ ปจฺจยุปฺปนฺนวเสน สพฺพอรูปธมฺมปริคฺคาหกานํ อารมฺมณาทีนํ ปริหานึ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เตน กุสลตฺติกปริหีนานํ สพฺพฏฺฐานิกานํ จตุนฺนํ สพฺพติกาทีสุ ปริหานิ ทสฺสิตา โหติ. ปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ วินาว อุปฺปตฺติโตติ เอเตน ปน ปจฺฉาชาตปจฺจยสฺส อนุโลเม ปริหานึ, ปจฺจนีเย จ ลาภํ ทสฺเสติ. สหชาตาทโยติ วา สหชาตมูลกา สหชาตนิพนฺธนา ปฏิจฺจาทึ ผรนฺเตหิ สหชาตธมฺเมหิ วินา ปจฺจยา อโหนฺตาติ วุตฺตํ โหติ. กสฺมา ปน สหชาตนิพนฺธนา สพฺพารูปธมฺมปริคฺคาหกา จ เย, เตว ปริหายนฺติ, น ปน โย สหชาตานิพนฺธโน สพฺพารูปธมฺมปริคฺคาหโก จ น โหติ, โส ปจฺฉาชาโตติ ตตฺถ การณํ วทนฺโต ‘‘สหชาตาทีหิ วินา อนุปฺปตฺติโต ปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ วินาว อุปฺปตฺติโต’’ติ อาห. ตตฺถ สหชาตาทีหิ วินาติ สหชาตนิพนฺธเนหิ สพฺพารูปธมฺมปริคฺคาหเกหิ จ วินาติ อตฺโถ. อถ วา สหชาตนิพนฺธนานเมว ปริหานิ, น ปจฺฉาชาตสฺส สหชาตานิพนฺธนสฺสาติ เอตฺเถว การณํ วทนฺโต ‘‘สหชาตาทีหิ วินา อนุปฺปตฺติโต ปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ วินาว อุปฺปตฺติโต’’ติ อาห. สหชาตนิพนฺธนาปิ ปน สพฺพอรูปธมฺมปริคฺคาหกาเยว ปริหายนฺตีติ ทสฺสิตเมตนฺติ.
๑๗. นวิปาเกปิ เอเสว นโยติ นยทสฺสนเมว กโรติ, น จ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนสามญฺญทสฺสนํ. สุขาย หิ อทุกฺขมสุขาย จ เวทนาย สมฺปยุตฺเต ธมฺเม ปฏิจฺจ ตาหิ เวทนาหิ สมฺปยุตฺตา อเหตุกกิริยธมฺมา วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหชาตโมโห จาติ อยเญฺหตฺถ นโยติ. นวิปฺปยุตฺเต เอกนฺติ อารุปฺเป อาวชฺชนวเสน วุตฺตนฺติ อิทํ อาวชฺชนาเหตุกโมหานํ วเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๒๕-๓๗. อนุโลมปจฺจนีเย ยถา กุสลตฺติกํ, เอวํ คเณตพฺพนฺติ เหตุมูลกาทีนํ นยานํ เอกมูลกทฺวิมูลกาทิวเสน จ โยเชตฺวา คเหตพฺพตาสามญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ, น คณนสามญฺญํ. อิโต ปเรสุปิ เอวรูเปสุ เอเสว นโย. อเหตุกสฺส ปน จิตฺตุปฺปาทสฺสาติอาทิ นเหตุมูลกํ สนฺธาย วุตฺตํ, ‘‘อเหตุกสฺส ปน จิตฺตุปฺปาทสฺส โมหสฺส จา’’ติ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ. โมหสฺส จาปิ หิ อเหตุกสฺส อธิปติอภาวโต อธิปติโน นเหตุมูลเก อนุโลมโต อฏฺฐานนฺติ. ปริวตฺเตตฺวาปีติ นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณีติ เอวํ ปุรโต ฐิตมฺปิ อารมฺมณาทึ ปจฺฉโต โยเชตฺวาติ อตฺโถ.
๓๙. ปญฺหาวาเร โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชตีติ เอเตน ตํสมฺปยุตฺเต ทสฺเสติ. อุปนิสฺสยวิภงฺเค ‘‘สทฺธาปญฺจเกสุ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาตีติ กตฺตพฺพํ, อวเสเสสุ น กตฺตพฺพ’’นฺติ อิทํ ปาฐคติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน ราคาทีหิ มานทิฏฺฐีนํ อนุปฺปตฺติโต. กุสลตฺติเกปิ หิ ราคาทีสุ ‘‘มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาตี’’ติ ปาฬิ น วุตฺตา, ‘‘ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ ปตฺถนา ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๒.๕๓) ปน ราคาทีนํ มานทิฏฺฐิอุปนิสฺสยภาโว วุตฺโต. ตถา อิธาปิ ทฏฺฐพฺพนฺติ. ‘‘สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตน ปน จิตฺเตน คามฆาตํ นิคมฆาตํ กโรตี’’ติ โสมนสฺสสมฺปยุตฺตโลภสหคตจิตฺเตน คามนิคมวิลุปฺปนํ สนฺธาย วุตฺตํ.
๖๒. สุทฺธานนฺติ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนปทานํ อนญฺญตฺตํ ทสฺเสติ. ปุเรชาตปจฺฉาชาตา ปเนตฺถ น วิชฺชนฺติ.น หิ ปุเรชาตา ปจฺฉาชาตา วา อรูปธมฺมา อรูปธมฺมานํ ปจฺจยา โหนฺตีติ เอตฺถ ปุเรชาตาติ อิมสฺมึ ติเก วุจฺจมานา อธิการปฺปตฺตา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาทโยว อรูปธมฺมานํ ปุเรชาตา หุตฺวา ปจฺจยา น โหนฺติ ปุเรชาตตฺตาภาวโตติ อธิปฺปาโย, ตถา ปจฺฉาชาตตฺตาภาวโต ปจฺฉาชาตา วา หุตฺวา น โหนฺตีติ.
๖๓-๖๔. สาธิปติอโมหวเสนาติ อธิปติภาวสหิตาโมหวเสนาติ อตฺโถ.
๘๓-๘๗. นเหตุปจฺจยา…เป… นอุปนิสฺสเย อฏฺฐาติ นเหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยา นอุปนิสฺสเย อฏฺฐาติ เอวํ สงฺขิปิตฺวา อุทฺธรติ. นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยวเสน เวทิตพฺพาติ อิทํ ‘‘ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตสฺสา’’ติ เอตํ วชฺเชตฺวา อวเสเสสุ อฏฺฐสุปิ นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยสมฺภวํ สนฺธาย วุตฺตํ. น หิ สหชาตปจฺจโย อฏฺฐสุปิ ลพฺภติ, อถ โข ตีเสฺววาติ.
เวทนาตฺติกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.