ปฏิจฺจวาโร

ปจฺจยปจฺจนียวณฺณนา

๘๖-๘๗. ‘‘อเหตุกํ วิปากาพฺยากตนฺติ อิทํ รูปสมุฏฺฐาปกวเสเนว เวทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, สพฺพสงฺคาหกวเสน ปเนตํ น น สกฺกา โยเชตุํ.

๙๓. สหชาตปุเรชาตปจฺจยา สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ เอตฺถ จ สหชาตา จ เหตาทโย ปุเรชาตา จ อารมฺมณาทโย ปจฺจยา สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. น หิ นปจฺฉาชาตปจฺจยา อุปฺปชฺชมานา ทฺวีเหว สหชาตปุเรชาตปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชนฺติ, อถ โข ปจฺฉาชาตวชฺเชหิ สพฺเพหีติ.

๙๔-๙๗. นาหารปจฺจเย เอกจฺจํ รูปเมว ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนนฺติ ยํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ, โส ปจฺจโย รูปเมวาติ กตฺวา วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ปจฺจยา อุปฺปชฺชติ, โส อรูปมฺปิ โหติ ยถา กมฺมํ กฏตฺตารูปสฺส.

๙๙-๑๐๒. นมคฺคปจฺจเย ยทิปิ จิตฺตสมุฏฺฐานาทโย สพฺเพ รูปโกฏฺฐาสา ลพฺภนฺติ, ตถาปิ ยํ มคฺคปจฺจยํ ลภติ, ตสฺส ปหีนตฺตา ‘‘เอกจฺจํ รูปํ ปจฺจยุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺตํ, เอวเมว ปน นเหตุปจฺจยาทีสุปิ เอกจฺจรูปสฺส ปจฺจยุปฺปนฺนตา ทฏฺฐพฺพา.

๑๐๗-๑๓๐. นาหารนอินฺทฺริยนฌานนมคฺคปจฺจยา สพฺพตฺถ สทิสวิสฺสชฺชนาติ อิทํ เอเตสุ มูลภาเวน ฐิเตสุ คณนาย สมานตํ สนฺธาย วุตฺตํ. มูลานญฺหิ อิธ วิสฺสชฺชนํ คณนาเยว, น สรูปทสฺสนนฺติ. นสหชาตาทิจตุกฺกํ อิธาปิ ปริหีนเมวาติ สุทฺธิกนเย วิย มูเลสุปิ ปริหีนเมวาติ อตฺโถ.

ปจฺจยปจฺจนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปจฺจยานุโลมปจฺจนียวณฺณนา

๑๓๑-๑๘๙. เหตาธิปติมคฺคปจฺจเยสุ อนุโลมโต ฐิเตสุ…เป… อฏฺฐ ปจฺจนียโต น ลพฺภนฺตีติ ติณฺณมฺปิ สาธารณานํ ปจฺจนียโต อลพฺภมานานํ สพฺเพสํ สงฺคหวเสน วุตฺตํ, ตสฺมา มคฺคปจฺจเย อิตเรหิ สาธารณา สตฺเตว โยเชตพฺพา. อธิปติปจฺจเย อนุโลมโต ฐิเต เหตุปจฺจโยปิ ปจฺจนียโต น ลพฺภติ, โส ปน มคฺเคน อสาธารโณติ กตฺวา น วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. เยหิ วินา อรูปํ น อุปฺปชฺชติ, เต เอกนฺติกตฺตา อรูปฏฺฐานิกาติ อิธ วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา, เตน ปุเรชาตาเสวนปจฺจยา เตหิ วินาปิ อรูปสฺส อุปฺปตฺติโต วชฺชิตา โหนฺติ. สพฺพฏฺฐานิกา อญฺญมญฺญอาหารินฺทฺริยา จ เตหิ วินา อรูปสฺส อนุปฺปตฺติโต สงฺคหิตาติ. อูนตรคณนานํเยว วเสนาติ ยทิ อนุโลมโต ฐิตา เอกกาทโย ทฺวาวีสติปริโยสานา อูนตรคณนา โหนฺติ, เตสํ วเสน ปจฺจนียโต โยชิตสฺส ตสฺส ตสฺส คณนา เวทิตพฺพา. อถ ปจฺจนียโต โยชิโต อูนตรคณโน, ตสฺส วเสน อนุโลมโต ฐิตสฺสปิ คณนา เวทิตพฺพาติ อตฺโถ. ‘‘อญฺญมญฺญปจฺจยา นารมฺมเณ เอก’’นฺติอาทิวจนโต (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑๔๖) ปน น อิทํ ลกฺขณํ เอกนฺติกํ.

ปจฺจยานุโลมปจฺจนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปจฺจยปจฺจนียานุโลมวณฺณนา

๑๙๐. สพฺพตฺเถวาติ น เกวลํ เหตุมฺหิเยว, อถ โข สพฺเพสุ ปจฺจเยสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสูติ อตฺโถ. ปุเรชาตํ อาเสวนญฺจ อลภนฺตํ กญฺจิ นิทสฺสนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฏิสนฺธิวิปาโก ปนา’’ติอาทิมาห.

‘‘ปุเรชาตปจฺฉาชาตาเสวนวิปากวิปฺปยุตฺเตสุ ปจฺจนีกโต ฐิเตสุ เอกํ ฐเปตฺวา อวเสสา อนุโลมโต ลพฺภนฺตี’’ติ อิทํ อวเสสานํ ลาภมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. น สพฺเพสํ อวเสสานํ ลาภนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยทิปิ หิ ปจฺฉาชาเต ปสงฺโค นตฺถิ ‘‘อนุโลมโต สพฺพตฺเถว น ลพฺภตี’’ติ อปวาทสฺส กตตฺตา, ปุเรชาโต ปน วิปฺปยุตฺเต ปจฺจนีกโต ฐิเต อนุโลมโต ลพฺภตีติ อิทมฺปิ อวเสสา สพฺเพติ อตฺเถ คยฺหมาเน อาปชฺเชยฺย. ยมฺปิ เกจิ ‘‘วิปฺปยุตฺตปจฺจยรหิเต อารุปฺเปปิ อารมฺมณปุเรชาตสฺส สมฺภวํ ญาเปตุํ เอวํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตมฺปิ เตสํ รุจิมตฺตเมว. น หิ ยตฺถ วตฺถุปุเรชาตํ น ลพฺภติ, ตตฺถ อารมฺมณปุเรชาตภาเวน อุปการกํ โหตีติ ทสฺสิโตยํ นโยติ. ยุชฺชมานกวเสนาติ ปจฺจนีกโต ฐิตสฺส ฐเปตพฺพตฺตา วุตฺตํ, ยุชฺชมานกปจฺจยุปฺปนฺนวเสน วาติ อตฺโถ. ‘‘มคฺคปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต เหตุปจฺจโย อนุโลมโต น ลพฺภตี’’ติ ปุริมปาโฐ, อธิปติปจฺจโยปิ ปน น ลพฺภตีติ ‘‘เหตาธิปติปจฺจยา อนุโลมโต น ลพฺภนฺตี’’ติ ปฐนฺติ. อธิปติปจฺจเย ปจฺจนีกโต ฐิเต ปจฺฉาชาตโต อญฺโญ อนุโลมโต อลพฺภมาโน นาม นตฺถีติ น วิจาริตํ. อญฺญมญฺเญ ปจฺจนีกโต ฐิเต ‘‘อรูปานํเยวา’’ติ วุตฺตา นว อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ, ตมฺปิ ปจฺจนีกโต ฐิเตหิ อารมฺมณปจฺจยาทีหิ สทิสตาย สุวิญฺเญยฺยนฺติ น วิจาริตํ ภวิสฺสตีติ.

๑๙๑-๑๙๕. ยาว อาเสวนา สพฺพํ สทิสนฺติ น อญฺญมญฺเญน ฆฏิตสฺส มูลสฺส วิตฺถาริตตฺตา ตโต ปรานิ มูลานิ สนฺธาย วุตฺตํ. เตสุ หิ อนุโลมโต โยเชตพฺพปจฺจยา จ ปญฺหา จาติ สพฺพํ สทิสนฺติ.

อิมสฺมึ ปจฺจนียานุโลเมติ เอตสฺส ‘‘อิเมสมฺปิ ปกิณฺณกานํ วเสเนตฺถ คณนวาโร อสมฺโมหโต เวทิตพฺโพ’’ติ เอเตน สห สมฺพนฺโธ. ตตฺถ เอตฺถาติ เอเตสุ ปจฺจเยสูติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปจฺจนียานุโลเม ลพฺภมาเนสุ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเมสุปีติ วา โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ปิ-สทฺเทน อิมมตฺถํ ทีเปติ – น เกวลํ ปจฺจเยเสฺวว กิสฺมิญฺจิ ปจฺจนีกโต ฐิเต เกจิ อนุโลมโต น ลพฺภนฺติ, อถ โข ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเมสุปิ โกจิ เอกจฺจํ ปจฺจยํ ลภมาโน กญฺจิ ปจฺจยํ น ลภตีติ. ตตฺถ กมฺมปจฺจยํ ลภมาโน เยภุยฺเยน อินฺทฺริยปจฺจยํ ลภติ, มคฺคปจฺจยํ ลภมาโน เยภุยฺเยน เหตุปจฺจยํ, ตถา จ ฌานปจฺจยํ ลภมาโน มคฺคปจฺจยนฺติ เอเตเสฺวว ลาภาลาภา วิจาริตา. ยตฺถาติ ปญฺจโวการปวตฺเต อสญฺเญสุ จ. รูปธมฺมาติ ยถาวุตฺตานิ กฏตฺตารูปาเนว สนฺธาย วทติ. น หิ ปญฺจโวการปวตฺเต สพฺเพ รูปธมฺมา เหตาทีนิ น ลภนฺตีติ. ‘‘เหตาธิปติวิปากินฺทฺริยปจฺจเย น ลภนฺตี’’ติ ปุริมปาโฐ, ฌานมคฺเคปิ ปน น ลภนฺตีติ ‘‘เหตาธิปติวิปากินฺทฺริยฌานมคฺคปจฺจเย น ลภนฺตี’’ติ ปฐนฺติ. เย รูปธมฺมานํ ปจฺจยา โหนฺติ, เตสุ อรูปฏฺฐานิกวชฺเชสุ เอเตเยว น ลภนฺตีติ อธิปฺปาโย. ปจฺฉาชาตาหารวิปฺปยุตฺตปจฺจเยปิ หิ ปวตฺเต กฏตฺตารูปํ ลภตีติ. ลพฺภมานาลพฺภมานปจฺจยทสฺสนมตฺตญฺเจตํ, น เตหิ ปจฺจเยหิ อุปฺปตฺติอนุปฺปตฺติทสฺสนนฺติ. เอวํ อินฺทฺริยปจฺจยาลาโภ ชีวิตินฺทฺริยํ สนฺธาย วุตฺโต สิยา. ยถาวุตฺเตสุ หิ ธมฺมวเสน ปจฺฉาชาตาทิตฺตยมฺปิ อลภนฺตํ นาม กฏตฺตารูปํ นตฺถิ. โก ปน วาโท สพฺพฏฺฐานิกกมฺเมสุ. อินฺทฺริยํ ปน อลภนฺตํ อตฺถิ, กินฺตํ? ชีวิตินฺทฺริยนฺติ. ยทิ เอวํ อุปาทารูปานิ สนฺธาย อญฺญมญฺญปจฺจยมฺปิ น ลภนฺตีติ วตฺตพฺพํ, ตํ ปน ปากฏนฺติ น วุตฺตํ สิยา. อรูปินฺทฺริยาลาภํ วา สนฺธาย อินฺทฺริยปจฺจยาลาโภ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ.

๑๙๖-๑๙๗. นารมฺมณมูลเกสุ ทุกาทีสุ เหตุยา ปญฺจาติ ยทิปิ ติกาทีสุ ‘‘เหตุยา ปญฺจา’’ติ อิทํ นตฺถิ, ตถาปิ ทุกาทีสุ สพฺพตฺถ อนุตฺตานํ วตฺตุกาโม ‘‘ทุกาทีสู’’ติ สพฺพสงฺคหวเสน วตฺวา ตตฺถ ยํ อาทิทุเก วุตฺตํ ‘‘เหตุยา ปญฺจา’’ติ, ตํ นิทฺธาเรติ. เกจิ ปน ‘‘นารมฺมณมูลเก เหตุยา ปญฺจา’’ติ ปาฐํ วทนฺติ. ‘‘อญฺญมญฺเญ เอกนฺติ ภูตรูปเมว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ ปุริมปาโฐ, วตฺถุปิ ปน ลพฺภตีติ ‘‘ภูตรูปานิ เจว วตฺถุญฺจ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ ปฐนฺติ. ติมูลเกติ อิธาปิ ทุมูลกํ ติมูลกนฺติ วทนฺติ.

๒๐๓-๒๓๓. นกมฺมมูลเก เหตุยา ตีณีติอาทีสุ เจตนาว ปจฺจยุปฺปนฺนาติ อิทํ ‘‘เหตุยา ตีณี’’ติ เอวํปกาเร เจตนามตฺตสงฺคาหเก สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อาทิ-สทฺโท หิ ปการตฺโถว โหตีติ. สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยาหารอตฺถิอวิคเตสุ ปน รูปมฺปิ ลพฺภตีติ.

ปจฺจยปจฺจนียานุโลมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปฏิจฺจวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สหชาตวารวณฺณนา

๒๓๔-๒๔๒. กุสลํ ธมฺมํ สหชาโต, กุสลํ เอกํ ขนฺธํ สหชาโตติอาทีสุ สหชาตสทฺเทน สหชาตปจฺจยกรณํ สหชาตายตฺตภาวคมนํ วา วุตฺตนฺติ ตสฺส กรณสฺส คมนสฺส วา กุสลาทีนํ กมฺมภาวโต อุปโยควจนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย ปจฺจยวาราทีสุปิ. ตตฺราปิ หิ ปจฺจยสทฺเทน จ นิสฺสยปจฺจยกรณํ นิสฺสยายตฺตภาวคมนํ วา วุตฺตํ, สํสฏฺฐสทฺเทน จ สมฺปยุตฺตปจฺจยกรณํ สมฺปยุตฺตายตฺตภาวคมนํ วาติ ตํกมฺมภาวโต อุปโยควจนํ กุสลาทีสุ กตนฺติ. สหชาตมฺปิ จ อุปาทารูปํ ภูตรูปสฺส ปจฺจโย น โหตีติ ‘‘ปฏิจฺจา’’ติ อิมินา วจเนน ทีปิโต ปจฺจโย น โหตีติ อตฺโถ. ‘‘อุปาทารูปํ ภูตรูปสฺสา’’ติ จ นิทสฺสนวเสน วุตฺตํ. อุปาทารูปสฺสปิ หิ อุปาทารูปํ ยถาวุตฺโต ปจฺจโย น โหติ, วตฺถุวชฺชานิ รูปานิ จ อรูปานนฺติ.

สหชาตวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ปจฺจยวารวณฺณนา

๒๔๓. ปจฺจยาติ เอตฺถ ปติ อโย ปจฺจโย. ปติ-สทฺโท ปติฏฺฐตฺถํ ทีเปติ, อย-สทฺโท คตึ, ปติฏฺฐาภูตา คติ นิสฺสโย ปจฺจโยติ วุตฺตํ โหติ, ตโต ปจฺจยา, ปจฺจยกรณโต ตทายตฺตภาวคมนโต วาติ อตฺโถ.

‘‘มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูป’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๒๔๕) ภูตุปาทารูปานิ สห สงฺคณฺหิตฺวา วุตฺตํ. อฏฺฐกถายํ ปน จิตฺตสมุฏฺฐาเน จ มหาภูเต นิสฺสาย จิตฺตสมุฏฺฐานํ อุปาทารูปนฺติ สยํ นิสฺสโย อหุตฺวา นิสฺสเย อุปฺปชฺชมาเนน อุปาทารูเปน นิทสฺสนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

๒๕๕. อสญฺญ…เป… กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปนฺติ เอตฺถ โย ปฏิจฺจวาเร สหชาเต กมฺมอุตุชานํ, กมฺเม จ เอกนฺตาเนกนฺตกมฺมชานํ วเสน อตฺโถ วุตฺโต, โส นาธิปฺเปโต เอว ‘‘กฏตฺตารูป’’นฺติ กมฺมสมุฏฺฐานรูปสฺเสว สพฺพสฺส จ คหิตตฺตาติ ตํ ปหาย ยถาคหิตสฺส กฏตฺตารูปสฺส วิเสสนวเสน ‘‘อุปาทารูปสงฺขาตํ กฏตฺตารูป’’นฺติ อตฺถมาห. มหาภูเต ปน ปฏิจฺจ ปจฺจยา จ มหาภูตานํ อุปฺปตฺติ น นิวาเรตพฺพาติ อุปาทารูปคฺคหเณน กฏตฺตารูปคฺคหณํ อวิเสเสตฺวา อุปาทารูปานํ นิวตฺเตตพฺพานํ อตฺถิตาย กฏตฺตารูปคฺคหเณเนว อุปาทารูปคฺคหณสฺส วิเสสนํ ทฏฺฐพฺพํ.

๒๖๙-๒๗๖. ‘‘อพฺยากเตน อพฺยากตํ, กุสลํ, อกุสล’’นฺติ วตฺตพฺเพ ‘‘อพฺยากเตน กุสลํ, อกุสลํ, อพฺยากต’’นฺติ, ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล จ อกุสโล จ ธมฺมา กุสลสฺสาติ อนามสิตฺวา’’ติ จ ปุริมปาเฐ ปมาทเลขา ทฏฺฐพฺพา.

๒๘๖-๒๘๗. นเหตุปจฺจยา นปุเรชาเต เทฺวติ เอตฺถ อฏฺฐกถายํ ‘‘อารุปฺเป ปน อเหตุกโมหสฺส อเหตุกกิริยสฺส จ วเสน เทฺวติ วุตฺตา, นวิปฺปยุตฺเต เทฺวติ อารุปฺเป อเหตุกากุสลกิริยวเสนา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ลพฺภมาเนสุ เอกเทเสน นิทสฺสนวเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อารุปฺเป ปน อเหตุกโมหสฺส อเหตุกกิริยาย อเหตุกปฏิสนฺธิยา เอกจฺจสฺส จ รูปสฺส วเสน เทฺว วุตฺตาติ, นวิปฺปยุตฺเต เทฺวติ อารุปฺเป อเหตุกากุสลกิริยาเอกจฺจรูปานํ วเสนาติ วุตฺตนฺติ. ‘‘โนนตฺถิโนวิคเตสุ เอกนฺติ สพฺพรูปสฺส วเสนา’’ติ วุตฺตํ, นเหตุมูลกตฺตา อิมสฺส นยสฺส เหตุปจฺจยํ ลภนฺตํ น ลพฺภตีติ ‘‘เอกจฺจสฺส รูปสฺส วเสนา’’ติ ภวิตพฺพํ. จกฺขาทิธมฺมวเสน ปน จิตฺตสมุฏฺฐานาทิโกฏฺฐาสวเสน วา สพฺพํ ลพฺภตีติ ‘‘สพฺพรูปสฺสา’’ติ วุตฺตํ สิยา.

๒๘๙-๒๙๖. อาคตานาคตนฺติ ปญฺหวเสน วุตฺตํ, ลพฺภมานาลพฺภมานนฺติ อาคเต จ ปเญฺห ลพฺภมานาลพฺภมานธมฺมวเสน.

ปจฺจยวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. นิสฺสยวารวณฺณนา

๓๒๙-๓๓๗. ปจฺจยวาเรน นิสฺสยปจฺจยภาวนฺติ นิสฺสยวาเร วุตฺตสฺส นิสฺสยปจฺจยภาวํ นิยเมตุนฺติ อตฺโถ.

นิสฺสยวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. สํสฏฺฐวารวณฺณนา

๓๕๑-๓๖๘. สํสฏฺฐวาเร ปจฺจนีเย ‘‘นวิปฺปยุตฺเต ปฏิสนฺธิ นตฺถี’’ติ อิทํ วตฺถุวิรหิตาย ปฏิสนฺธิยา วิสุํ อนุทฺธรณโต วุตฺตํ. ปฏิจฺจวาราทีสุ หิ สหชาตสฺส ปจฺจยภาวทสฺสนตฺถํ สวตฺถุกา ปฏิสนฺธิ อุทฺธฏา, สา อิธาปิ อธิปติปุเรชาตาเสวเนสุ นกมฺมนวิปากนฌานนวิปฺปยุตฺเตสุ น ลพฺภติ, อญฺเญสุ จ อนุโลมโต ปจฺจนียโต จ ลพฺภมานปจฺจเยสุ ลพฺภตีติ อิมสฺส วิเสสสฺส ทสฺสนตฺถํ อุทฺธฏาติ. เสสา เตรส น ลพฺภนฺตีติ เอตฺถ ‘‘เสสา จุทฺทสา’’ติ ภวิตพฺพํ. น ฌาเน เอกนฺติ อเหตุกปญฺจวิญฺญาณวเสนาติ ปญฺจวิญฺญาณานํ เหตุปจฺจยวิรหิตมตฺตทสฺสนตฺถํ อเหตุกคฺคหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, ‘‘นมคฺเค เอกนฺติ อเหตุกกิริยวเสนา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘อเหตุกวิปากกิริยวเสนา’’ติ ภวิตพฺพํ.

๓๖๙-๓๙๑. เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนวาติ ปฏิจฺจวาเร อนุโลมปจฺจนีเย วุตฺตนเยน. ‘‘นเหตุปจฺจยุปฺปนฺเนสุ อเหตุกโมโหว ฌานมคฺคปจฺจยํ ลภติ, เสสา น ลภนฺตี’’ติ วุตฺตํ, เสเสสุ ปน ปญฺจวิญฺญาณวชฺชาเหตุกกฺขนฺธา ตํสมุฏฺฐานา ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมา ฌานปจฺจยํ ลภนฺติ, น ปจฺจนียานุโลเม ทฺวินฺนํ ปจฺจยานํ อนุโลเมน สห โยชนา อตฺถีติ ฌานมคฺคปจฺจยํ สหิตํ ลภตีติ จ น สกฺกา วตฺตุํ, ตสฺมา ‘‘อเหตุกโมโหว มคฺคปจฺจยํ ลภตี’’ติ วตฺตพฺพํ.

สํสฏฺฐวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. สมฺปยุตฺตวารวณฺณนา

๓๙๒-๔๐๐. สทิสํ สมฺปยุตฺตํ สํสฏฺฐํ โวกิณฺณญฺจ สํสฏฺฐํ น โหตีติ อุภยํ อญฺญมญฺญาเปกฺขํ วุจฺจมานํ อญฺญมญฺญสฺส นิยามกํ โหตีติ.

สมฺปยุตฺตวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ปญฺหาวารวิภงฺควณฺณนา

๔๐๑-๔๐๓. เยหิ ปจฺจเยหิ กุสโล กุสลสฺส ปจฺจโย โหติ, เต ปจฺจเย ปฏิปาฏิยา ทสฺเสตุนฺติ ยถากฺกเมน อาคตาคตปฏิปาฏิยา ทสฺเสตุนฺติ อตฺโถ. กุสโล กุสลสฺสาติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ, เตน กุสโล กุสลาทีนํ, อกุสโล อกุสลาทีนํ, อพฺยากโต อพฺยากตาทีนํ, กุสลาพฺยากตา กุสลาทีนนฺติอาทิโก สพฺโพ ปเภโท นิทสฺสิโต โหตีติ ยถานิทสฺสิเต สพฺเพ คเหตฺวา อาห ‘‘เต ปจฺจเย ปฏิปาฏิยา ทสฺเสตุ’’นฺติ.

๔๐๔. ทตฺวาติ เอตฺถ ทา-สทฺโท โสธนตฺโถปิ โหตีติ มนฺตฺวา อาห ‘‘วิสุทฺธํ กตฺวา’’ติ. เตสญฺหิ ตํ จิตฺตนฺติ เตสนฺติ วตฺตพฺพตารหํ สกทาคามิมคฺคาทิปุเรจาริกํ ตํ โคตฺรภุจิตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. วิปสฺสนากุสลํ ปน กามาวจรเมวาติ ปจฺจยุปฺปนฺนํ ภูมิโต ววตฺถเปติ. เตเนวาติ ธมฺมวเสเนว ทสฺสนโต, เทสนนฺตรตฺตาติ อธิปฺปาโย.

๔๐๕. อสฺสาทนํ สราคสฺส โสมนสฺสสฺส สโสมนสฺสสฺส ราคสฺส จ กิจฺจนฺติ อาห ‘‘อนุภวติ เจว รชฺชติ จา’’ติ. อภินนฺทนํ ปีติกิจฺจสหิตาย ตณฺหาย กิจฺจนฺติ อาห ‘‘สปฺปีติกตณฺหาวเสนา’’ติ. ทิฏฺฐาภินนฺทนา ทิฏฺฐิเยว. เอตฺถ ปน ปจฺฉิมตฺถเมว คเหตฺวา ‘‘อภินนฺทนฺตสฺส อตฺตา อตฺตนิยนฺติอาทิวเสน…เป… ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. อภินนฺทนา ปน ทิฏฺฐาภินนฺทนาเยวาติ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘ภาวนาย ปหาตพฺโพ ธมฺโม ภาวนาย ปหาตพฺพสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณ…เป… ภาวนาย ปหาตพฺพํ ราคํ อสฺสาเทติ อภินนฺทตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๘.๗๒) วจนโต, ตสฺมา ปุริโมปิ อตฺโถ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ทฺวีสุ ปน โสมนสฺสสหคตจิตฺเตสุ ยถาวุตฺเตน โสมนสฺเสน ราเคน จ อสฺสาเทนฺตสฺส เตสุเยว สปฺปีติกตณฺหาย จตูสุปิ ทิฏฺฐาภินนฺทนาย อภินนฺทนฺตสฺส จ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตีติปิ สกฺกา โยเชตุํ. ชาติวเสนาติ สุจิณฺณสามญฺญวเสนาติ อตฺโถ.

๔๐๖. ตทารมฺมณตาติ ตทารมฺมณภาเวน. วิภตฺติโลโป เหตฺถ กโตติ. ภาววนฺตโต วา อญฺโญ ภาโว นตฺถีติ ภาเวเนว วิปากํ วิเสเสติ, วิปาโก ตทารมฺมณภาวภูโตติ อตฺโถ. วิญฺญาณญฺจายตนเนวสญฺญานาสญฺญายตนวิปากานํ วิย น กามาวจรวิปากานํ นิโยคโต ววตฺถิตํ อิทญฺจ กมฺมํ อารมฺมณนฺติ ตํ ลพฺภมานมฺปิ น วุตฺตํ. ตทารมฺมเณน ปน กุสลารมฺมณภาเวน สมานลกฺขณตาย กมฺมารมฺมณา ปฏิสนฺธิอาทโยปิ ทสฺสิตาเยวาติ ทฏฺฐพฺพา. ปฏิโลมโต วา เอกนฺตริกวเสน วาติ วทนฺเตน อนุโลมโต สมาปชฺชเน เยภุยฺเยน อาสนฺนสมาปตฺติยา อารมฺมณภาโว ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ยถา ปน ปฏิโลมโต เอกนฺตริกวเสน จ สมาปชฺชนฺตสฺส อนาสนฺนาปิ สมาปตฺติ อารมฺมณํ โหติ, เอวํ อนุโลมโต สมาปชฺชนฺตสฺสปิ ภเวยฺยาติ. ‘‘เจโตปริยญาณสฺสาติอาทีนิ ปรโต อาวชฺชนาย โยเชตพฺพานี’’ติ วตฺวา ‘‘ยา เอเตสํ อาวชฺชนา, ตสฺสา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต, เอวํ สติ ‘‘อิทฺธิวิธญาณสฺสา’’ติปิ วตฺตพฺพํ สิยา. ยสฺมา ปน กุสลา ขนฺธา อพฺยากตสฺส อิทฺธิวิธญาณสฺส อารมฺมณํ น โหนฺตีติ ตํ น วุตฺตํ, เจโตปริยญาณาทีนญฺจ โหนฺตีติ ตานิ วุตฺตานิ, ตสฺมา กิริยานํ เจโตปริยญาณาทีนํ ยาย กายจิ อาวชฺชนาย จ กุสลารมฺมณาย กุสลา ขนฺธา อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโยติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

๔๐๗-๔๐๙. วิปฺปฏิสาราทิวเสน วาติ อาทิ-สทฺเทน อาทีนวทสฺสเนน สภาวโต จ อนิฏฺฐตามตฺตํ สงฺคณฺหาติ, อกฺขนฺติเภทา วา.

๔๑๐. รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺสาติอาทินา วิญฺญาณกาเยหิ นิยตารมฺมเณหิ อพฺยากตสฺส อพฺยากตานํ อารมฺมณปจฺจยภาวํ นิทสฺเสติ. สพฺพสฺส หิ วตฺตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา เอกสฺมึ สนฺตาเน ธมฺมานํ เอกเทเสน นิทสฺสนํ กโรตีติ.

๔๑๓-๔๑๖. จตุภูมกํ กุสลํ อารมฺมณาธิปติปจฺจยภาเวน ทสฺสิตํ, ปจฺจยุปฺปนฺนํ ปน กามาวจรเมว.

๔๑๗. อปุพฺพโต จิตฺตสนฺตานโต วุฏฺฐานํ ภวงฺคเมว, ตํ ปน มูลาคนฺตุกภวงฺคสงฺขาตํ ตทารมฺมณํ ปกติภวงฺคญฺจ. อนุโลมํ เสกฺขาย ผลสมาปตฺติยาติ เอตฺถ กายจิ เสกฺขผลสมาปตฺติยา อวชฺเชตพฺพตฺตา วตฺตพฺพํ นตฺถีติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนกุสลํ ผลสมาปตฺติยาติ อิมํ นิพฺพิเสสนํ ผลสมาปตฺตึ อุทฺธริตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ผลสมาปตฺติยาติ อนาคามิผลสมาปตฺติยา’’ติ. กามาวจรกิริยา ทุวิธสฺสปิ วุฏฺฐานสฺสาติ เอตฺถ กิริยานนฺตรํ ตทารมฺมณวุฏฺฐาเน ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ วุตฺตเมว.

ตา อุโภปิ…เป… ทฺวาทสนฺนนฺติ อิทํ โสมนสฺสสหคตมโนวิญฺญาณธาตุวเสน วุตฺตํ, อุเปกฺขาสหคตา ปน ยถาวุตฺตานํ ทสนฺนํ วิญฺญาณธาตูนํ โวฏฺฐพฺพนกิริยสฺส มโนธาตุกิริยสฺส จาติ ทฺวาทสนฺนํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

๔๒๓. ทานาทิปุญฺญกิริยายตฺตา สพฺพสมฺปตฺติโย ปฏิวิชฺฌิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. น ปเนตํ เอกนฺเตน คเหตพฺพนฺติ ‘‘พลวเจตนาว ลพฺภติ, น ทุพฺพลา’’ติ เอตํ เอกนฺตํ น คเหตพฺพํ, ทฬฺหํ วา น คเหตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. กึ การณนฺติ? พลวโต ทุพฺพลสฺส วา กโตกาสสฺส อนฺตรายํ ปฏิพาหิตฺวา วิปจฺจนโต ‘‘ยํกญฺจิ ยทิ วิปากํ ชเนติ, อุปนิสฺสโย น โหตี’’ติ นวตฺตพฺพตฺตา จาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กโตกาสญฺหี’’ติอาทิมาห. วิปากตฺติเก ปน ปญฺหาวารปจฺจนีเย ‘‘วิปากธมฺมธมฺโม วิปากสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย, อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย, กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๓.๙๓) กมฺมปจฺจยสฺส วิสุํ อุทฺธฏตฺตา, เวทนาตฺติเก จ ปญฺหาวารปจฺจนีเย ‘‘นเหตุปจฺจยา นอารมฺมณปจฺจยา นอุปนิสฺสเย อฏฺฐา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๒.๘๗) วุตฺตตฺตา ‘‘วิปากชนกมฺปิ กิญฺจิ กมฺมํ อุปนิสฺสยปจฺจโย น โหตี’’ติ สกฺกา วตฺตุนฺติ.

ตสฺมึ วา วิรุทฺโธติ ตํนิมิตฺตํ วิรุทฺโธ, วิรุทฺธนฺติ วา ปาโฐ. โอมานนฺติ ปรสฺส ปวตฺตโอมานํ. ราโค รญฺชนวเสน ปวตฺตา กามราคตณฺหา, ‘‘อิติ เม จกฺขุํ สิยา อนาคตมทฺธานํ, อิติ รูปา’’ติ อปฺปฏิลทฺธสฺส ปฏิลาภาย จิตฺตปณิทหนตณฺหา ปตฺถนาติ อยเมเตสํ วิเสโส.

เตสุ อญฺญมฺปีติ เตสุ ยํกิญฺจิ ปุพฺเพ หนิตโต อญฺญมฺปิ ปาณํ หนตีติ อตฺโถ.

ปุนปฺปุนํ อาณาปนวเสน วาติ มาตุฆาตกมฺเมน สทิสตาย ปุพฺเพ ปวตฺตายปิ อาณตฺตเจตนาย มาตุฆาตกมฺมนามํ อาโรเปตฺวา วทนฺติ. เอส นโย ทฺวีหิ ปหาเรหีติ เอตฺถาปิ.

ยเถว หิ…เป… อุปฺปาเทติ นามาติ ราคํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทตีติ ราคํ อุปนิสฺสาย ทานวเสน สทฺธํ อุปฺปาเทตีติ อยมตฺโถ วุตฺโต โหตีติ อิมินา อธิปฺปาเยน วทติ. ยถา ราคํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทตีติเอวมาทิ โหติ, เอวํ ราคาทโย สทฺธาทีนํ อุปนิสฺสยปจฺจโยติ อิทมฺปิ โหตีติ ทสฺเสติ. กายิกํ สุขนฺติอาทีนํ เอกโต ทสฺสเนน วิสุํเยว น เอเตสํ ปจฺจยภาโว, อถ โข เอกโตปีติ ทสฺสิตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

๔๒๕. อุปตฺถมฺภกตฺเตน ปจฺจยตฺตาเยวาติ เอเตน อิทํ ทสฺเสติ – น ปุริมวาเรสุ วิย อิมสฺมึ ปจฺจเยน อุปฺปตฺติ วุจฺจติ, อถ โข ตสฺส ตสฺส ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ตํตํปจฺจยภาโว, น จ ปจฺฉาชาตกฺขนฺธา อุปตฺถมฺภกตฺเตน ปจฺจยา น โหนฺติ, เตเนส ปจฺฉาชาตปจฺจโย อิธ อนุโลมโต อาคโตติ.

๔๒๗. เจตนา วตฺถุสฺสปิ ปจฺจโยติ อตฺตโน ปติฏฺฐาภูตสฺสปิ กมฺมปจฺจโยติ อธิปฺปาโย.

กสฺมา ปเนตฺถ ปจฺจยวาเร วิย นิสฺสยอตฺถิอวิคเตสุ ทุมูลกทุกาวสานา ปญฺหา น อุทฺธฏาติ? อลพฺภมานตฺตา. ตตฺถ หิ ปจฺจยุปฺปนฺนปฺปธานตฺตา เทสนาย กุสโล จ อพฺยากโต จ ธมฺมา เอกโต อุปฺปชฺชมานา กุสลาพฺยากตปจฺจยา ลพฺภนฺตีติ ‘‘กุสลญฺจ อพฺยากตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา กุสโล จ อพฺยากโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๒๔๖) วุตฺตํ. ยโต ตโต วา อุภยปจฺจยโต ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส อุปฺปตฺติมตฺตํเยว หิ ตตฺถ อธิปฺเปตํ, น อุภยสฺส อุภินฺนํ ปจฺจยภาโวติ. อิธ ปน ปจฺจยปฺปธานตฺตา เทสนาย กุสลาพฺยากตา กุสลาพฺยากตานํ อุภินฺนํ นิสฺสยาทิภูตา น ลพฺภนฺตีติ ‘‘กุสโล จ อพฺยากโต จ ธมฺมา กุสลสฺส จ อพฺยากตสฺส จ ธมฺมสฺส นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทิ น วุตฺตํ.

ปญฺหาวารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปญฺหาวารสฺส ฆฏเน อนุโลมคณนา

๔๓๙. ‘‘เอตฺถ ปน ปุเรชาตมฺปิ ลพฺภตี’’ติ วุตฺตํ, ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘ตถา’’ติ วุตฺตนฺติ? ‘‘ตีณี’’ติ คณนมตฺตสามญฺญโต.

๔๔๐. ‘‘อธิปติปจฺจเย ฐเปตฺวา วีมํสํ เสสาธิปติโน วิสภาคา’’ติ ปุริมปาโฐ นิทสฺสนวเสน ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา ปน เหตุปจฺจยสฺส วิสภาเคน เอเกน อารมฺมเณน นิทสฺสนํ อกตฺวา อนนฺตราทีนิ วทนฺโต สพฺเพ วิสภาเค ทสฺเสติ, ตสฺมา อินฺทฺริยมคฺคปจฺจยา จ วิสภาคา ทสฺเสตพฺพาติ ‘‘อธิปตินฺทฺริยมคฺคปจฺจเยสุ ฐเปตฺวา ปญฺญํ เสสา ธมฺมา วิสภาคา’’ติ ปฐนฺติ. ตถา ภาวาภาวโต เหตุปจฺจยภาเว สหชาตาทิปจฺจยภาวโต. นนุ ยถา อโมหวชฺชานํ เหตูนํ เหตุปจฺจยภาเว อธิปตินฺทฺริยมคฺคปจฺจยภาโว นตฺถีติ ปญฺญาวชฺชานํ อธิปติปจฺจยาทีนํ วิสภาคตา, เอวํ กุสลาทิเหตูนํ เหตุปจฺจยภาเว วิปากปจฺจยภาวาภาวโต เหตุวชฺชานํ วิปากานํ วิสภาคตาย ภวิตพฺพนฺติ? น ภวิตพฺพํ, อุภยปจฺจยสหิเต จิตฺตเจตสิกราสิมฺหิ เหตุปจฺจยภาเว วิปากปจฺจยตฺตาภาวาภาวโต. ยถา หิ เหตุสหชาตปจฺจยสหิตราสิมฺหิ สติปิ เหตุวชฺชสพฺภาเว เหตูนํ เหตุปจฺจยภาเว สหชาตปจฺจยตฺตาภาโว นตฺถีติ น เหตุวชฺชานํ สหชาตานํ เหตุสฺส วิสภาคตา วุตฺตา, เอวมิธาปีติ. เอส นโย วิปฺปยุตฺตปจฺจเยปิ. อปิจ ปจฺจยุปฺปนฺนสฺเสว ปจฺจยา วุจฺจนฺตีติ ปจฺจยุปฺปนฺนกฺขเณ ตถา ภาวาภาววเสน สภาคตาย วุจฺจมานาย นานากฺขณวเสน วิสภาคตา ตสฺเสว น วตฺตพฺพาติ.

กุสลา วีมํสาติ อิทํ ‘‘กุสลา วีมํสาธิปตี’’ติ เอวํ วตฺตพฺพํ. น หิ อนธิปติภูตา วีมํสา อธิปติปจฺจโย โหตีติ.

๔๔๑-๔๔๓. ‘‘สเจ ปน วิปฺปยุตฺตปจฺจโย ปวิสติ, อิตรานิ เทฺว ลภตี’’ติ ปุริมปาโฐ, ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส จ อพฺยากตสฺส จา’’ติ อิทํ ปน น ลพฺภตีติ ‘‘กุสโล อพฺยากตสฺส, อพฺยากโต อพฺยากตสฺสาติ เทฺว ลภตี’’ติ ปฐนฺติ. อูนตรคณเนสูติ เยสุ ปวิฏฺเฐสุ อูนตรา คณนา โหติ, เตสูติ อตฺโถ. ตีณิ เทฺว เอกนฺติ เอวํ อูนตรคณเนสุ วา อญฺญมญฺญาทีสุ ปวิสนฺเตสุ เตสํ วเสน ติกโต อูนํ ยถาลทฺธญฺจ เอกนฺติ คณนํ ลภตีติ อตฺโถ.

อวิปากานีติ อนามฏฺฐวิปากานีติ อตฺโถ, น วิปากเหตุรหิตานีติ.

ตตฺถ สพฺเพปิ สหชาตวิปากา เจวาติ ตตฺถ เย สหชาตา ปจฺจยุปฺปนฺนา วุตฺตา, เต สพฺเพปิ วิปากา เจว วิปากสหชาตรูปา จาติ อตฺโถ. ตํสมุฏฺฐานรูปา จาติ เอตฺถ ปฏิสนฺธิยํ กฏตฺตารูปมฺปิ ตํสมุฏฺฐานคฺคหเณเนว สงฺคณฺหาตีติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ตํสมุฏฺฐานรูปกฏตฺตารูปา จ ลพฺภนฺตี’’ติปิ ปฐนฺติ. จตุตฺเถ วิปากจิตฺตสมุฏฺฐานรูปเมวาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ‘‘กฏตฺตารูปญฺจา’’ติปิ ปน ปฐนฺติ.

เอวมฺปีติ ‘‘เอเตสุ ปน ฆฏเนสุ สพฺพปฐมานี’’ติอาทินา วุตฺตนเยนปิ. ฆฏเนสุ ปน โย โย ปจฺจโย มูลภาเวน ฐิโต, ตํปจฺจยธมฺมานํ นิรวเสสอูนอูนตรอูนตมลาภกฺกเมน ฆฏนา วุจฺจติ, นิรวเสสลาเภ จ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ นิรวเสสลาภกฺกเมน. ตถา อูนลาภาทีสูติ อยํ กโม เวทิตพฺโพ.

เหตุมูลกํ นิฏฺฐิตํ.

๔๔๕. วตฺถุวเสน สนิสฺสยํ วกฺขตีติ น อิทํ ลพฺภมานสฺสปิ วตฺถุสฺส วเสน ฆฏนนฺติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อารมฺมณวเสเนว วา’’ติ.

๔๔๖. สหชาเตน ปน สทฺธึ อารมฺมณาธิปติ, อารมฺมณาธิปตินา จ สทฺธึ สหชาตํ น ลพฺภตีติ อิทํ ยถา สหชาตปุเรชาตา เอโก นิสฺสยปจฺจโย อตฺถิปจฺจโย จ โหนฺติ, เอวํ สหชาตารมฺมณาธิปตีนํ เอกสฺส อธิปติปจฺจยภาวสฺส อภาวโต วุตฺตํ. นิสฺสยภาโว หิ อตฺถิอวิคตภาโว จ สหชาตปุเรชาตนิสฺสยาทีนํ สมาโน, น ปเนวํ สหชาตารมฺมณาธิปติภาโว สมาโน. สหชาโต หิ อารมฺมณภาวํ อนุปคนฺตฺวา อตฺตนา สห ปวตฺตนวเสน อธิปติ โหติ, อิตโร อารมฺมณํ หุตฺวา อตฺตนิ นินฺนตากรเณน. สหชาโต จ วิชฺชมานภาเวเนว อุปการโก, อิตโร อตีตานาคโตปิ อารมฺมณภาเวเนว, ตสฺมา สหชาตารมฺมณปจฺจยา วิย ภินฺนสภาวา สหชาตารมฺมณาธิปติโนติ น เต เอกโต เอว อธิปติปจฺจยภาวํ ภชนฺติ, เตเนว ปญฺหาวารวิภงฺเค จ ‘‘กุสโล จ อพฺยากโต จ ธมฺมา กุสลสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทิ น วุตฺตนฺติ.

๔๔๗-๔๕๒. สาหารกฆฏนานํ ปุรโต วีริยจิตฺตวีมํสานํ สาธารณวเสน อนาหารกามคฺคกานิ สอินฺทฺริยฆฏนานิ วตฺตพฺพานิ สิยุํ ‘‘อธิปติสหชาตนิสฺสยอินฺทฺริยอตฺถิอวิคตนฺติ สตฺต. อธิปติสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยอินฺทฺริยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตนฺติ ตีณิ. อธิปติสหชาตนิสฺสยอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตนฺติ ตีณิ. อธิปติสหชาตนิสฺสยวิปากอินฺทฺริยอตฺถิอวิคตนฺติ เอกํ. อธิปติสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากอินฺทฺริยสมฺปยุตฺตอวิคตนฺติ เอกํ. อธิปติสหชาตนิสฺสยวิปากอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตนฺติ เอก’’นฺติ. กสฺมา ตานิ น วุตฺตานีติ? อินฺทฺริยภูตสฺส อธิปติสฺส อาหารมคฺเคหิ อญฺญสฺส อภาวา. จิตฺตาธิปติ หิ อาหาโร, วีริยวีมํสา จ มคฺโค โหติ, น จ อญฺโญ อินฺทฺริยภูโต อธิปติ อตฺถิ, ยสฺส วเสน อนาหารกามคฺคกานิ สอินฺทฺริยฆฏนานิ วตฺตพฺพานิ สิยุํ, ตสฺมา ตานิ อวตฺวา จิตฺตาธิปติอาทีนํ เอกนฺเตน อาหารมคฺคภาวทสฺสนตฺถํ สาหารกสมคฺคกาเนว วุตฺตานิ. เตสุ จ สมคฺคเกสุ เทฺว ปจฺจยธมฺมา ลพฺภนฺติ, สาหารเกสุ เอโกเยวาติ สมคฺคกานิ ปุพฺเพ วตฺตพฺพานิ สิยุํ. สอินฺทฺริยกานิ ปน เยหิ อาหารมคฺเคหิ ภินฺทิตพฺพานิ, เตสํ กมวเสน ปจฺฉา วุตฺตานิ. อฏฺฐกถายํ ปน สทิสตฺตาติ สมคฺคกตฺเตน สมานตฺตา, อนนฺตรรูปตฺตาติ วา อตฺโถ.

๔๕๗-๔๖๐. กุสลาพฺยากโต อพฺยากตสฺสาติ จตฺตารีติ อพฺยากตสหิตสฺส กุสลสฺส ปจฺจยภาวทสฺสนวเสน กุสลมูลเกเสฺวว ทุมูลกมฺปิ อาหริตฺวา วุตฺตํ. อพฺยากเต วตฺถุรูปมฺปีติ อิทํ ‘‘กฏตฺตารูปมฺปี’’ติ เอวํ วตฺตพฺพํ. ‘‘ทุติยฆฏเน อพฺยากตวิสฺสชฺชเน รูเปสุ วตฺถุเมว ลพฺภตี’’ติ ปุริมปาโฐ, ภูตรูปมฺปิ ปน ลพฺภตีติ ‘‘วตฺถุญฺจ ภูตรูปญฺจ ลพฺภตี’’ติ ปฐนฺติ. ‘‘จตุตฺเถ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปเมวา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ กฏตฺตารูปญฺจา’’ติ ปน วตฺตพฺพํ. สวิปาเกสุ ปฐเม วิปากา เจว วิปากจิตฺตสมุฏฺฐานรูปญฺจาติ เอตฺถ จตุตฺเถ วิปากจิตฺตสมุฏฺฐานเมวาติ อิธ จ กฏตฺตารูปมฺปิ วิปากจิตฺตสมุฏฺฐานคฺคหเณน คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘กฏตฺตารูปญฺจา’’ติปิ ปน ปฐนฺติ. เอตฺถ ปน สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตอตฺถิ อวิคตมูลเกสุ ฆฏเนสุ เหตุกมฺมฌานมคฺเคหิ ฆฏนานิ น โยชิตานิ, ยถาวุตฺเตสุ อตฺถิอวิคตมูลวชฺเชสุ อาหาเรน, นิสฺสยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวชฺเชสุ อธิปติอินฺทฺริเยหิ จ. กสฺมาติ? เตสุ หิ โยชิยมาเนสุ ตํตํจิตฺตุปฺปาเทกเทสภูตา เหตุอาทโย อรูปธมฺมาว ปจฺจยภาเวน ลพฺภนฺติ. เตน เตหิ ฆฏนานิ เหตุมูลกาทีสุ วุตฺตสทิสาเนว รูปมิสฺสกตฺตาภาเวน สุวิญฺเญยฺยานีติ น วุตฺตานิ. อตฺถิอวิคเตหิ ปน โยชิยมาโน อาหาโร นิสฺสยาทีหิ อธิปติอินฺทฺริยานิ จ รูปมิสฺสกานิ โหนฺตีติ อธิปตาหารินฺทฺริยมูลเกสุ วุตฺตสทิสานิปิ ฆฏนานิ อตฺถิอวิคตมูลเกสุ นิสฺสยาทิมูลเกสุ จ อาหาเรน อธิปตินฺทฺริเยหิ จ สุปากฏภาวตฺถํ โยชิตานีติ ทฏฺฐพฺพานีติ.

๔๖๒-๔๖๔. นิสฺสยมูลเก ‘‘ฉฏฺเฐ ตีณีติ กุสลาทีนิ จิตฺตสมุฏฺฐานสฺสา’’ติ ปุริมปาโฐ, จกฺขาทีนิ ปน จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ลพฺภนฺตีติ ‘‘อพฺยากตสฺส จกฺขายตนาทีนิ จา’’ติ ปฐนฺติ.

๔๖๖. อุปนิสฺสยมูลเก ปกตูปนิสฺสยวเสน วุตฺเตสุ ทฺวีสุ ปฐเม ‘‘โลกิยกุสลากุสลเจตนา ปจฺจยภาวโต คเหตพฺพา’’ติ วุตฺตํ, โลกุตฺตราปิ ปน คเหตพฺพาว.

๔๗๓-๔๗๗. กมฺมมูลเก ปฏิสนฺธิยํ วตฺถุปีติ เอตฺถ น ปวตฺเต วิย ขนฺธาเยว ปจฺจยุปฺปนฺนภาเวน คเหตพฺพาติ อธิปฺปาโย. วิปากาวิปากสาธารณวเสน วุตฺเตสุ จตูสุ ปฐเม ‘‘อรูเปน สทฺธึ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ ลพฺภตี’’ติ วุตฺตํ, กฏตฺตารูปมฺปิ ปน ลพฺภเตว. อิมสฺมึ ปน กมฺมมูลเก ‘‘กมฺมปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว’’ติ, อารมฺมณมูลเก จ ‘‘อารมฺมณปจฺจยา กมฺเม เทฺว’’ติ กสฺมา น วุตฺตํ, นนุ กุสลากุสลเจตนา กมฺมารมฺมณานํ ปฏิสนฺธิยาทีนํ กมฺมปจฺจโย อารมฺมณปจฺจโย จ โหติ. ยถา จ อารมฺมณภูตํ วตฺถุํ อารมฺมณนิสฺสยปจฺจยภาเวน วุจฺจติ, เอวํ กมฺมมฺปิ อารมฺมณปจฺจยภาเวน วตฺตพฺพนฺติ? น, ทฺวินฺนํ ปจฺจยภาวานํ อญฺญมญฺญปฏิกฺเขปโต. ปจฺจุปฺปนฺนญฺหิ วตฺถุ นิสฺสยภาวํ อปริจฺจชิตฺวา เตเนวากาเรน ตนฺนิสฺสิเตน อาลมฺพิยมานํ นิสฺสยภาเวน จ นิสฺสยปจฺจโยติ ยุตฺตํ วตฺตุํ. กมฺมํ ปน ตสฺมึ กเต ปวตฺตมานานํ กตูปจิตภาเวน กมฺมปจฺจโย โหติ, นารมฺมณากาเรน, วิสยมตฺตตาวเสน จ อารมฺมณปจฺจโย โหติ, น สนฺตานวิเสสํ กตฺวา ผลุปฺปาทนสงฺขาเตน กมฺมปจฺจยากาเรน, ตสฺมา กมฺมปจฺจยภาโว อารมฺมณปจฺจยภาวํ ปฏิกฺขิปติ, อารมฺมณปจฺจยภาโว จ กมฺมปจฺจยภาวนฺติ ‘‘กมฺมปจฺจโย หุตฺวา อารมฺมณปจฺจโย โหตี’’ติ, ‘‘อารมฺมณปจฺจโย หุตฺวา กมฺมปจฺจโย โหตี’’ติ จ น สกฺกา วตฺตุนฺติ น วุตฺตํ. เอส จ สภาโว วตฺตมานานญฺจ อารมฺมณปุเรชาตานํ วตฺถุจกฺขาทีนํ, ยํ อารมฺมณปจฺจยภาเวน สห นิสฺสยาทิปจฺจยา โหนฺตีติ วตฺตพฺพตา, อตีตสฺส จ กมฺมสฺส อยํ สภาโว, ยํ อารมฺมณปจฺจยภาเวน สห กมฺมปจฺจโย โหตีติ นวตฺตพฺพตา. ยถา สหชาตปุเรชาตนิสฺสยานํ สห นิสฺสยปจฺจยภาเวน วตฺตพฺพตา สภาโว, สหชาตารมฺมณาธิปตีนญฺจ สห อธิปติปจฺจยภาเวน นวตฺตพฺพตา, เอวมิธาปีติ.

๔๗๘-๔๘๓. นิราธิปติวิญฺญาณาหารวเสนาติ อนามฏฺฐาธิปติภาวสฺส วิญฺญาณาหารสฺส วเสนาติ อธิปฺปาโย. วตฺถุ ปริหายตีติ อญฺญมญฺญมฺปิ ลภนฺตสฺส วตฺถุสฺส วเสน สพฺพสฺส กฏตฺตารูปสฺส ปริหานํ ทสฺเสติ.

๔๘๔-๔๙๕. ‘‘ตติเย อรูปินฺทฺริยานิ รูปาน’’นฺติ วุตฺตํ, จกฺขาทีนิ จ ปน จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ลพฺภนฺติ. ตโต วีริยวเสน มคฺคสมฺปยุตฺตานิ ฉาติ เอตฺถ ยทิปิ วีมํสา ลพฺภติ, วีริยสฺส ปน วเสน ตํสมานคติกา วีมํสาปิ คหิตาติ ‘‘วีริยวเสนา’’ติ วุตฺตํ.

๕๑๑-๕๑๔. วิปฺปยุตฺตมูลเก ‘‘ทสเม กุสลาทโย จิตฺตสมุฏฺฐานาน’’นฺติ วุตฺตํ, ปฏิสนฺธิยํ ปน ‘‘ขนฺธา กฏตฺตารูปานํ วตฺถุ จ ขนฺธาน’’นฺติ อิทมฺปิ ลพฺภติ. ‘‘เอกาทสเม ปฏิสนฺธิยํ วตฺถุ ขนฺธาน’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ วิปากปจฺจยสฺส อคฺคหิตตฺตา ยสฺส วตฺถุสฺส วเสน ฆฏนํ กตํ, ตสฺส ทสฺสนวเสน วุตฺตํ. ‘‘ขนฺธา จ วตฺถุสฺสา’’ติ อิทมฺปิ ปน ลพฺภเตว. ‘‘ทฺวาทสเม ปฏิสนฺธิยํ ขนฺธา กฏตฺตารูปาน’’นฺติ ปุพฺพปาโฐ, จิตฺตสมุฏฺฐานานิ ปน น วชฺเชตพฺพานีติ ‘‘ทฺวาทสเม ขนฺธา ปวตฺเต จิตฺตสมุฏฺฐานรูปานํ ปฏิสนฺธิยํ กฏตฺตารูปานญฺจา’’ติ ปฐนฺติ.

๕๑๕-๕๑๘. อตฺถิปจฺจยมูลเก ปฐมฆฏเน ‘‘อรูปวตฺถารมฺมณมหาภูตอินฺทฺริยาหารานํ วเสน สหชาตปุเรชาตปจฺฉาชาตปจฺจยา ลพฺภนฺตี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘อาหารินฺทฺริยปจฺจยา จา’’ติปิ ปน วตฺตพฺพํ. น หิ อินฺทฺริยาหารานํ วเสน สหชาตาทโย ลพฺภนฺตีติ. ‘‘ทุติเย ปจฺฉาชาตกพฬีการาหารา น ลพฺภนฺตี’’ติ วุตฺตํ, สพฺพานิปิ ปน อลพฺภมานานิ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺฉาชาตกพฬีการาหารรูปชีวิตินฺทฺริยรูปาทิอารมฺมณานิ จ น ลพฺภนฺตี’’ติ ปฐนฺติ, ฉฏฺฐํ สพฺเพสํ อินฺทฺริยานํ วเสน วุตฺตํ. สตฺตเม ตโต รูปชีวิตินฺทฺริยมตฺตํ ปริหายตีติ เอวเมเตสํ วิเสโส วตฺตพฺโพ. ตโต เอกาทสเมติ เอตฺถ ตโตติ นวมโตติ อตฺโถ. เตรสเม วตฺถารมฺมณาติ เอตฺถ วตฺถุคฺคหเณน จกฺขาทิวตฺถูนิปิ คหิตานิ, ตถา จุทฺทสเม วตฺถุเมวาติ เอตฺถาปิ. ‘‘สตฺตรสเม ปน ตเทว อารมฺมณาธิปติภาเวน, อฏฺฐารสเมปิ ตเทว อารมฺมณูปนิสฺสยวเสนา’’ติ ปุริมปาโฐ, ‘‘อารมฺมณูปนิสฺสยวเสนา’’ติ อยํ ปน สตฺตรสมโต วิเสโส น โหติ, วตฺถารมฺมณานํ ปน สตฺตรสเม อฏฺฐารสเม จ วตฺถุสฺเสว ปจฺจยภาโว วิเสโสติ ‘‘สตฺตรสเม ปน อารมฺมณาธิปติภาเวน จกฺขาทีนิ จ, อฏฺฐารสเม วตฺถุสฺเสว อารมฺมณูปนิสฺสยวเสนา’’ติ ปฐนฺติ.

๕๑๙. สหชาตานิ วิย สหชาเตน เกนจิ เอเกน ปจฺจเยน อนิยมิตตฺตา ตานิ ปกิณฺณกานีติ วุตฺตานีติ เอตฺถ ปุเรชาตปจฺฉาชาตาหารินฺทฺริยานิ สหชาเตน อญฺญมญฺญญฺจ อสามญฺญวเสน วิปฺปกิณฺณานิ วุตฺตานิ. อารมฺมณมูลเก อนนฺตรสมนนฺตรปุเรชาตาติ เอตฺถ อุปนิสฺสโยปิ ปฐิตพฺโพ.

เยสุ ปากฏา หุตฺวา ปญฺญายนฺติ, ตานิ ทสฺเสตุํ ‘‘เหตุมูลกาทีน’’นฺติอาทิมาห. อโลภาทิตํตํนามวเสน ปน เหตุอารมฺมณาธิปติอาหารินฺทฺริยฌานมคฺคปจฺจยธมฺมา เอวํ ปากฏา หุตฺวา น ปญฺญาเยยฺยุนฺติ เต ปริจฺเฉทวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘ทฺวาทเสว หิ เหตู’’ติอาทิมาห. เตน ‘‘เอตฺตกาเยว ปจฺจยธมฺมา’’ติ นิจฺฉยํ กตฺวา ปากโฏ หุตฺวา อปญฺญายมาโนปิ เตเสฺวว มคฺคิตพฺโพติ ทสฺเสติ. ตตฺถ ฉ อารมฺมณาติ เอเตน อารมฺมณาธิปติ รูปาทิอารมฺมณภาวโต สงฺคหิโตติ ตํ อคฺคเหตฺวา ‘‘จตฺตาโร อธิปตโย’’ติ วุตฺตํ. เอกนฺเตน กุสลวิปากาติ อิทํ อินฺทฺริเยสุ อญฺญินฺทฺริยวเสน ลพฺภติ. เอกนฺเตน อกุสลวิปากาติ อิทํ ปน น สกฺกา ลทฺธุํ. ฌานงฺเคสฺวปิ หิ ทุกฺขํ อกุสลเมว วิปากสฺส อฌานงฺคตฺตา. จิตฺตฏฺฐิติปิ อกุสลวิปากกิริยา โหตีติ. อกุสลสฺส วิปากา อกุสลวิปากาติ เอวํ ปน อตฺเถ คยฺหมาเน อินฺทฺริเยสุ ทุกฺขินฺทฺริยวเสน ลพฺเภยฺย, กุสลวิปากากุสลวิปากวิเสเสน ปน ปจฺจยโยชนา นตฺถีติ อยมตฺโถ อธิปฺเปโตติ สกฺกา วตฺตุนฺติ.

ปญฺหาวารสฺส ฆฏเน อนุโลมคณนา นิฏฺฐิตา.

ปจฺจนียุทฺธารวณฺณนา

๕๒๗. เอเกน ลกฺขเณนาติ ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส ธมฺมสฺส นเหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เหตุปจฺจยโต อญฺเญน ปจฺจเยน ปจฺจโยติ อตฺโถ. เหตุปจฺจยโต จ อญฺเญ ปจฺจยา อคฺคหิตคฺคหเณน อฏฺฐ โหนฺติ, เตสุ กุสโล กุสลสฺส ตีหิ ปจฺจเยหิ ปจฺจโย, อกุสลสฺส ทฺวีหิ, เอวํ ตสฺมึ ตสฺมึ ปจฺจเย ปจฺจนียโต ฐิเต ตโต อญฺเญ ปจฺจยา อิเมเสฺวว อารมฺมณาทีสุ อฏฺฐสุ ปจฺจเยสุ ยถาโยคํ โยเชตพฺพาติ อิทเมตฺถ ลกฺขณํ เวทิตพฺพํ. เอเตสุ จ อฏฺฐสุ ปจฺจเยสุ ปุริมปุริเมหิ อสงฺคหิเต สงฺคเหตฺวา ปจฺฉิมปจฺฉิมา วุตฺตาติ อารมฺมณโต อญฺเญสํ ทฺวินฺนํ วเสน อุปนิสฺสโย, วตฺถุปุเรชาตสฺส วเสน ปุเรชาตํ, สหชาตโต อุปนิสฺสยโต จ, อญฺญิสฺสา เจตนาย วเสน กมฺมํ, สหชาตโต อญฺญสฺส กพฬีการาหารสฺส วเสน อาหาโร, สหชาตโต ปุเรชาตโต จ อญฺญสฺส รูปชีวิตินฺทฺริยสฺส วเสน อินฺทฺริยํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย, สหชาตอุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติจฺเจว (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๐๔, ๔๑๙, ๔๒๓) วุตฺตํ, ตทญฺญาภาวา น วุตฺตํ ‘‘กมฺมาหารินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ, ตสฺมา ‘‘อารมฺมณาธิปติ อารมฺมณปจฺจเย สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ เอวํ วตฺตพฺพํ. ยํ ปน ปริตฺตตฺติเก ปญฺหาวารปจฺจนีเย ‘‘อปฺปมาโณ ธมฺโม อปฺปมาณสฺส ธมฺมสฺส สหชาตอุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๑๒.๖๖, ๗๔) เอตฺถ อารมฺมณสฺส อวจนํ, ตํ ปุริเมหิ อสงฺคหิตวเสน วุตฺตานํ สงฺคหิตวิวชฺชนาภาวโต อุปนิสฺสยโต อญฺญารมฺมณาภาวโต จ, น ปน อารมฺมณูปนิสฺสยสฺส อารมฺมเณ อสงฺคหิตตฺตา.

อตฺถิอวิคตปจฺจยา ยทิปิ สหชาตปุเรชาตปจฺฉาชาตาหารินฺทฺริยานํ วเสน ปญฺจวิธาว, สหชาตปุเรชาตานํ ปน ปจฺฉาชาตาหารานํ ปจฺฉาชาตินฺทฺริยานญฺจ สหาปิ อตฺถิอวิคตปจฺจยภาโว โหติ, น ติณฺณํ วิปฺปยุตฺตตา วิย วิสุํเยวาติ ‘‘อตฺถิอวิคเตสุ จ เอเกกสฺส วเสน ฉหิ เภเทหิ ฐิตา’’ติ อตฺถิอวิคตปจฺจยลกฺขเณสุ เอเกกํ สงฺคเหตฺวา วุตฺตํ.

‘‘รูปินฺทฺริยปจฺจโย ปน อชฺฌตฺตพหิทฺธาเภทโต ทุวิโธ’’ติ วุตฺตํ, ตํ ‘‘อชฺฌตฺติกพาหิรเภทโต’’ติ เอวํ วตฺตพฺพํ.

จตุวีสติยาปีติ น โสฬสนฺนํเยว, นาปิ อฏฺฐนฺนํเยว, อถ โข จตุวีสติยาปีติ อตฺโถ. อารมฺมณภูตานํ อธิปติอุปนิสฺสยปจฺจยานํ อุปนิสฺสเย นิสฺสยปุเรชาตวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตานญฺจ ปุเรชาเต สงฺคโห อตฺถีติ อารมฺมณปจฺจยํ อารมฺมณปจฺจยภาเวเยว ฐเปตฺวา ตเทกเทสสฺส เตสญฺจ อุปนิสฺสยาทีสุ สงฺคหํ วตฺตุกาโม ‘‘อารมฺมณปจฺจเย อารมฺมณปจฺจโยว สงฺคหํ คจฺฉติ, น เสสา เตวีสตี’’ติ อาห. จตุตฺเถ ปุเรชาตปจฺจเยติ เอตฺถ ยถา ‘‘อุปนิสฺสยปจฺจเย อธิปติภูโต อารมฺมณปจฺจโย’’ติ วุตฺตํ, เอวํ ‘‘ปุเรชาตภูโต อารมฺมณปจฺจโย’’ติปิ วตฺตพฺพํ, ตํ ปน ตตฺถ วุตฺตนเยน คเหตุํ สกฺกาติ กตฺวา น วุตฺตํ สิยา. อถ ปน ‘‘อารมฺมณโต อญฺญํ ปุเรชาตคฺคหเณน คหิต’’นฺติ น วุตฺตํ, เอวํ สติ อุปนิสฺสยคฺคหเณนปิ อารมฺมณโต อญฺญสฺส คหิตตาย ภวิตพฺพนฺติ ‘‘อธิปติภูโต อารมฺมณปจฺจโย อุปนิสฺสเย สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ น วตฺตพฺพํ สิยาติ.

เยสุ ปเญฺหสุ…เป… เอโกว ปจฺจโย อาคโตติ เอตฺถ อาคโตวาติ เอวํ เอวสทฺโท อาเนตฺวา โยเชตพฺโพ. เตน ทฺวาทสมจุทฺทสเมสุ ปเญฺหสุ สหชาตปุเรชาเตสุ เอเกโก ปจฺจโย น อนาคโต โหติ, อถ โข อาคโตวาติ เตสุ อญฺญตรปฏิกฺเขเป เตปิ ปญฺหา ปริหายนฺตีติ ทสฺสิตํ โหตีติ. ยสฺมึ ปน ปเญฺหติ ทุติยฉฏฺฐปเญฺหสุ เอเกกวเสน คเหตฺวา เอกวจเนน นิทฺทิสียติ. เอวนฺติ อารมฺมณอุปนิสฺสยวเสนาติ อตฺโถ. เตน ทฺวาทสมจุทฺทสเม นิวตฺเตติ. เตสุปิ หิ เทฺว ปจฺจยา อาคตา, น ปน อารมฺมณอุปนิสฺสยวเสนาติ. อวเสสานํ วเสนาติ อวเสสานํ ลพฺภมานานํ วเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ เตรสมปนฺนรสเมสุ ปจฺฉาชาเตปิ ปฏิกฺขิตฺเต อาหารินฺทฺริยานํ วเสน เต ปญฺหา ลพฺภนฺติ, อถ โข สหชาตสฺเสว วเสนาติ. อิทเมว เจตฺถ ลกฺขณนฺติ อฏฺฐนฺนํ ปจฺจยานํ สพฺพปจฺจยสงฺคาหกตฺตํ, อุกฺกฏฺฐวเสน ปญฺหาปริจฺเฉโท, เต เต ปจฺจเย สงฺคเหตฺวา ทสฺสิตปจฺจยปริจฺเฉโท, ตสฺมึ ตสฺมึ ปจฺจเย ปฏิกฺขิตฺเต ตสฺส ตสฺส ปญฺหสฺส ปริหานาปริหานีติ เอตํ สพฺพํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนว ‘‘อิมินา ลกฺขเณนา’’ติ วุตฺตํ.

ตตฺราติ ปเภทปริหานีสุ. ตีหิ ปจฺจเยหิ เอกูนวีสติ ปจฺจยา ทสฺสิตาติ ‘‘นเหตุปจฺจยา’’ติ เอตฺถ ลพฺภมานปจฺจเย สนฺธาย วุตฺตํ. อยํ ปน ปจฺจยุทฺธาโร สพฺพปจฺจนียสฺส สาธารณลกฺขณวเสน วุตฺโต, น ‘‘นเหตุปจฺจยา’’ติ เอตฺเถว ลพฺภมานปจฺจยทสฺสนวเสน. เอวญฺจ กตฺวา เหตุทุกปญฺหาวารปจฺจนีเย ‘‘เหตุธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย, สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย, อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๑.๔๓) วุตฺตํ, อญฺญถา ‘‘นเหตุปจฺจยา’’ติ เอตฺถ ลพฺภมานปจฺจยทสฺสเน ‘‘สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ น วตฺตพฺพํ สิยา, ตสฺมา อิธาปิ สพฺพลพฺภมานปจฺจยสงฺคหวเสน ปจฺจยุทฺธารสฺส วุตฺตตฺตา ตีหิ ปจฺจเยหิ วีสติ ปจฺจยา ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพา. ยํ วุตฺตํ ‘‘ตตฺรายํ วิตฺถารกถา’’ติ, ตตฺร ปเภเท วิตฺถารกถํ วตฺวา ปริหานียํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺมึ ปน ปจฺจเย…เป… เต ปรโต วกฺขามา’’ติ อาห.

๕๒๘. ตถา อกุสลาทิเกสุปิ จตูสุ ปเญฺหสุ เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ เต เตเยว ปจฺจยา ทสฺสิตาติ กุสลาทิเกสุ ทสฺสิเตหิ อญฺเญสํ อภาวํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. น หิ ‘‘อกุสโล ธมฺโม กุสลสฺส ธมฺมสฺสา’’ติ เอตฺถ ทฺวีหิ ปจฺจเยหิ ตโย ปจฺจยา ทสฺสิตา, อถ โข เทฺวเยว, อพฺยากตสฺสปิ อกุสโล อารมฺมณาธิปติปจฺจโย น โหตีติ.

๕๓๐. สหชาตปจฺจยา ปน น โหนฺติ วตฺถุมิสฺสกตฺตาติ อสหชาตปจฺจเยน วตฺถุนา สหชาตปจฺจยภาเวน คหิตตฺตา เตน สทฺธึ สหชาตปจฺจยา น โหนฺตีติ ทสฺเสติ, น ปน สุทฺธานํ สหชาตปจฺจยภาวํ นิวาเรติ. วตฺถุนา ปน สทฺธึ เยน นิสฺสยาทินา ปจฺจยา โหนฺติ, ตเมว นิสฺสยาทึ วิเสเสตุํ สหชาตนฺติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺมา เตส’’นฺติอาทิมาห.

อิมสฺมึ ปน ปจฺจยุทฺธาเร อารมฺมณอุปนิสฺสยกมฺมอตฺถิปจฺจเยสุ จตูสุ สพฺพปจฺจเย สงฺคณฺหิตฺวา กสฺมา เตสํ วเสน ปจฺจยุทฺธาโร น กโตติ? มิสฺสกามิสฺสกสฺส อตฺถิปจฺจยวิภาคสฺส ทุวิญฺเญยฺยตฺตา. น หิ ‘‘อวิภาเคน อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ วุตฺเต สกฺกา วิญฺญาตุํ ‘‘กึ สุทฺเธน สหชาตอตฺถิปจฺจเยน ปุเรชาตปจฺฉาชาตาหารินฺทฺริยอตฺถิปจฺจเยน วา, อถ สหชาตปุเรชาตมิสฺสเกน ปจฺฉาชาตาหารมิสฺสเกน ปจฺฉาชาตินฺทฺริยมิสฺสเกน วา’’ติ. อตฺถิปจฺจยวิเสเสสุ ปน สหชาตาทีสุ สรูปโต วุจฺจมาเนสุ ยตฺถ สุทฺธานํ สหชาตาทีนํ ปจฺจยภาโว, ตตฺถ ‘‘สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทินา สุทฺธานํ, ยตฺถ จ มิสฺสกานํ ปจฺจยภาโว, ตตฺถ ‘‘สหชาตํ ปุเรชาต’’นฺติอาทินา มิสฺสกานํ คหณโต สุวิญฺเญยฺยตา โหติ, ตสฺมา อตฺถิปจฺจยวิเสสทสฺสนตฺถํ สหชาตาทโย คหิตา, เตน จ สพฺพปจฺจยานํ จตูสุ ปจฺจเยสุ สงฺคโห ทสฺสิโต โหติ.

กสฺมา ปน สหชาตปุเรชาเต อคฺคเหตฺวา นิสฺสโย, ปุเรชาตปจฺฉาชาเต อคฺคเหตฺวา วิปฺปยุตฺโต วา อตฺถิปจฺจยวิเสสภาเวน น วุตฺโตติ? อวตฺตพฺพตฺตา, นิสฺสโย ตาว น วตฺตพฺโพ สหชาตปุเรชาตานํ สุทฺธานํ มิสฺสกานญฺจ นิสฺสยปจฺจยภาวโต วิภชิตพฺพตาย อตฺถิปจฺจเยน อวิสิฏฺฐตฺตา, วิปฺปยุตฺตปจฺจโย จ สหชาตปุเรชาตปจฺฉาชาตภาวโต อตฺถิปจฺจโย วิย วิเสสิตพฺโพติ โส วิย น วตฺตพฺโพ. สหชาตปุเรชาตานญฺจ มิสฺสกานํ อตฺถิปจฺจยภาโว โหติ, น วิปฺปยุตฺตภาโว. ตถา สหชาตปจฺฉาชาตานญฺจ มิสฺสกานํ อตฺถิปจฺจยภาโว โหติ. วกฺขติ หิ ‘‘อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปาทินฺนุปาทานิยสฺส จ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปจฺฉาชาต’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๔.๘๔), น ปน วิปฺปยุตฺตปจฺจยภาโว, ตสฺมา วิปฺปยุตฺตคฺคหเณน มิสฺสกานํ อตฺถิปจฺจยภาวสฺส อคฺคหณโต น โส อตฺถิปจฺจยวิเสโส ภวิตุํ ยุตฺโตติ ภิยฺโยปิ น วตฺตพฺโพ.

นนุ จ สหชาตปจฺจโย จ เหตุอาทีหิ วิเสสิตพฺโพติ โสปิ นิสฺสยวิปฺปยุตฺตา วิย อตฺถิปจฺจยวิเสสภาเวน น วตฺตพฺโพติ? น, วิรุทฺธปจฺจเยหิ อวิเสสิตพฺพตฺตา. นิสฺสยวิปฺปยุตฺตา หิ อตฺถิปจฺจโย วิย อุปฺปตฺติกาลวิรุทฺเธหิ ปจฺจเยหิ วิเสสิตพฺพา, น ปน สหชาโต. เหตุอาทโย หิ สหชาตา เอว, น อุปฺปตฺติกาลวิรุทฺธาติ.

ปจฺจนียุทฺธารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปจฺจนียคณนวณฺณนา

นเหตุมูลกวณฺณนา

๕๓๒. สุทฺโธ อารมฺมณปจฺจโย ปริหายตีติ เอตฺถ สุทฺธคฺคหเณน น กิญฺจิ ปโยชนํ. อารมฺมเณ หิ ปจฺจนียโต ฐิเต อธิปติปจฺจยาทิภูโต อารมฺมณปจฺจโย ปริหายติเยวาติ. สุทฺโธติ วา อฏฺฐสุ ปจฺจเยสุ เกวลํ อารมฺมณปจฺจโย ปริหายติ, น เสสาติ ทสฺเสติ. เอกาทสนฺนนฺติ สหชาเต สงฺคหํ คจฺฉนฺเตสุ ปนฺนรสสุ อญฺญมญฺญวิปากสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺเต วชฺเชตฺวา เอกาทสนฺนํ วเสน. เตติ เต สหชาเต อนฺโตคธาเยว ตสฺมึ ปฏิกฺขิตฺเต อญฺเญนากาเรน วิสฺสชฺชนํ น ลภนฺตีติ ทสฺเสติ, อนนฺโตคธา ปน อารมฺมณาธิปติปุเรชาตนิสฺสยาทโย อารมฺมณาทิอากาเรน ลภนฺตีติ.

กิญฺจาปิ สหชาตปจฺจโยเยว นตฺถีติ ตสฺมึ ปฏิกฺขิตฺเต อิเม วารา น ลพฺเภยฺยุํ, อถ โข นิสฺสยอตฺถิอวิคตานํ วเสน เอเต ลภิตพฺพา สิยุนฺติ อธิปฺปาโย. ยสฺมา ปนาติอาทินา ยทิปิ สหชาตปจฺจโย นตฺถิ, ยสฺมา ปน สหชาตปจฺจยธมฺเม ฐิตา เอเต น นิสฺสยาทโย น โหนฺติ, ยสฺมา จ สหชาเต ปฏิกฺขิตฺเต เย ปฏิกฺขิตฺตา โหนฺติ, เต อิธ สหชาตปฏิกฺเขเปน ปฏิกฺขิตฺตา, ตสฺมา เตปิ วารา น ลพฺภนฺตีติ ทสฺเสติ.

ฐเปตฺวา สหชาตปจฺจยนฺติ เอเตน นิสฺสยาทิภูตญฺจ สหชาตปจฺจยํ ฐเปตฺวาติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. กุสลโต ปวตฺตมาเนสุ กุสลาพฺยากเตสุ กุสลสฺส กุสโล อญฺญมญฺญปจฺจโย โหตีติ อิมมตฺถํ สนฺธายาห ‘‘อญฺญมญฺญปจฺจยธมฺมวเสน ปวตฺติสพฺภาวโต’’ติ. เย ธมฺมา อญฺญมญฺญปจฺจยสงฺคหํ คตาติ เตสํ เตสํ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ ปจฺจยภาเวน วุจฺจมานา เย ธมฺมา อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนภาเวน วุจฺจมานานํ อญฺญมญฺญปจฺจโยติ สงฺคหํ คตาติ อตฺโถ. กุสโล จ กุสลสฺส อญฺญมญฺญปจฺจโยติ กตฺวา กุสลาพฺยากตานํ อญฺญมญฺญปจฺจยสงฺคหํ คเตเหว ธมฺเมหิ ปจฺจโย โหติ, สมุทายภูโต เอกเทสภูเตหีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. กุสโล ปน กุสลสฺส อญฺญมญฺญปจฺจยภูเตเหว กุสลาพฺยากตานํ สหชาตาทีหิ, น อญฺญถาติ อญฺญมญฺเญ ปฏิกฺขิตฺเต โส วาโร ปริหายตีติ วตฺตพฺพํ.

จตุนฺนํ ขนฺธานํ เอกเทโสวาติ สหชาเต สนฺธาย วุตฺตํ. อสหชาตา หิ อาหารินฺทฺริยา รูปกฺขนฺเธกเทโสว โหนฺติ. เตติ เต วิปฺปยุตฺตปจฺจยธมฺมา.

๕๓๓. ‘‘ทุมูลกาทิวเสน ปจฺจยคณนํ ทสฺเสตุ’’นฺติ ลิขิตํ, ‘‘ปจฺจนียคณนํ ทสฺเสตุ’’นฺติ ปน วตฺตพฺพํ. ปจฺจนียวารคณนา หิ ทสฺสิตาติ.

‘‘วิปากํ ปเนตฺถ นอุปนิสฺสยปจฺจเยน สทฺธึ ฆฏิตตฺตา น ลพฺภตี’’ติ วุตฺตํ, วิปากสฺสปิ ปน กมฺมํ อุปนิสฺสโย อหุตฺวาปิ กมฺมปจฺจโย โหตีติ วิปากตฺติเก ทสฺสิตเมตนฺติ.

นเหตุมูลกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕๓๔. สตฺต ปญฺจ ตีณิ เทฺว เอกนฺติ ปริจฺฉินฺนคณนานีติ สตฺตาทิปริจฺเฉเทหิ ปริจฺฉินฺนคณนานิ วิสฺสชฺชนานิ เหตุมูลเก ทสฺสิตานีติ อาห.

๕๓๘. นนิสฺสยปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา นปจฺฉาชาเต ตีณีติ มูลกํ สงฺขิปิตฺวา ทสมูลเก ‘‘นปจฺฉาชาเต ตีณี’’ติ วุตฺตํ คณนํ อุทฺธรติ. ‘‘เตสุ กฏตฺตารูปญฺจ อาหารสมุฏฺฐานญฺจ ปจฺจยุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺตํ, ทฺวีสุ ปน วิปาโก ตติเย เตสมุฏฺฐานิกกาโย จ ปจฺจยุปฺปนฺโน โหติเยว.

๕๔๕. อพฺยากโต จ สหชาตอพฺยากตสฺสาติ ‘‘อรูปาพฺยากโต อรูปาพฺยากตสฺส, รูปาพฺยากโต จ รูปาพฺยากตสฺสา’’ติ เอตํ ทฺวยํ สนฺธาย วุตฺตํ. รูปาพฺยากโต ปน อรูปาพฺยากตสฺส, อรูปาพฺยากโต จ รูปาพฺยากตสฺส สหชาตปจฺจโย โหนฺโต วิปฺปยุตฺตปจฺจโย โหติเยว. ‘‘อพฺยากโต สหชาตาหารินฺทฺริยวเสน อพฺยากตสฺสาติ เอวํ ปญฺจา’’ติ ปน วตฺตพฺพํ.

๕๔๖. โนอตฺถิปจฺจยา นเหตุยา นวาติ เอตฺถ ‘‘เอกมูลเกกาวสานา อนนฺตรปกตูปนิสฺสยวเสน ลพฺภนฺตี’’ติ วุตฺตํ, อตฺถิปจฺจเย ปน ปฏิกฺขิตฺเต อฏฺฐสุ ปจฺจเยสุ สหชาตปุเรชาตปจฺฉาชาตาหารินฺทฺริยานิ ปฏิกฺขิตฺตานิ, อารมฺมณอุปนิสฺสยกมฺมานิ ฐิตานีติ เตสํ ติณฺณํ ฐิตานํ วเสน ลพฺภนฺตีติ วตฺตพฺพํ. สพฺพตฺถ หิ อฏฺฐสุ ปจฺจเยสุ เย เย ปฏิกฺขิตฺตา, เต เต อปเนตฺวา เย เย ฐิตา, เตสํ วเสน เต เต วารา ลพฺภนฺตีติ อิทเมตฺถ ลกฺขณนฺติ. ยาว นิสฺสยมฺปีติ น เกวลํ นารมฺมเณเยว ฐตฺวา, อถ โข ยาว นิสฺสยํ, ตาว ฐตฺวาปิ นอุปนิสฺสเย เทฺว กาตพฺพาติ อตฺโถ. นอุปนิสฺสยโต หิ ปุริเมสุ จ นวปิ ลพฺภนฺติ, นอุปนิสฺสเย ปน ปวตฺเต อตฺถิอารมฺมณอุปนิสฺสยปฏิกฺเขเปน สตฺต ปจฺจยา ปฏิกฺขิตฺตาติ อวสิฏฺฐสฺส กมฺมสฺส วเสน เทฺวเยวาติ.

ปจฺจนียคณนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อนุโลมปจฺจนียวณฺณนา

๕๕๐. สทิสวาราติ อนุรูปวาราติ อตฺโถ. นอญฺญมญฺเญ ลทฺเธสุ หิ เอกาทสสุ ‘‘กุสโล กุสลสฺส อกุสโล อกุสลสฺสา’’ติ อิเม เหตุยา ลทฺเธสุ สตฺตสุ อิเมเหว ทฺวีหิ สมานา โหนฺติ, อตฺถาภาวโต ปน น อนุรูปาติ. อถ วา วจนโต อตฺถโต จ อุทฺเทสโต ยถาโยคํ นิทฺเทสโต จาติ สพฺพถา สมานตํ สนฺธาย ‘‘สทิสวารา’’ติ อาห.

๕๕๑. ปฏิสนฺธินามรูปํ สนฺธายาติ ปฏิสนฺธิยํ เหตุนามปจฺจยํ วตฺถุรูปญฺจ ปจฺจยุปฺปนฺนํ สนฺธาย. ตีณิ กุสลาทีนิ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปสฺสาติ เอตฺถ ‘‘อพฺยากโต กฏตฺตารูปสฺส จา’’ติ อิทมฺปิ วตฺตพฺพํ.

๕๕๖. อธิปติมูลเก นเหตุยา ทสาติ ทฺวินฺนมฺปิ อธิปตีนํ วเสน วุตฺตํ, นารมฺมเณ สตฺตาติ สหชาตาธิปติสฺส, นสหชาเต สตฺตาติ อารมฺมณาธิปติสฺสาติ เอวํ สพฺพตฺถ ตสฺมึ ตสฺมึ ปจฺจเย ปฏิกฺขิตฺเต ฆฏเนสุ จ ตสฺมึ ตสฺมึ ปจฺจเย ฆฏิเต มูลภาเวน ฐิเต ปจฺจเย เย ธมฺมา ปริหายนฺติ, เย จ ติฏฺฐนฺติ, เต สาธุกํ สลฺลกฺเขตฺวา เย ธมฺมา ฐิตา เยสํ ปจฺจยา โหนฺติ, เตสํ วเสน คณนา อุทฺธริตพฺพา. อนุโลเม วุตฺตฆฏิเต หิ มูลภาเวน ฐเปตฺวา ฆฏิตาวเสสา ปจฺจยา ปจฺจนียโต โยชิตาติ ตตฺถ ลทฺธาเยว ปจฺจนียโต ฐิตปจฺจยานํ วเสน สมานา อูนา จ สกฺกา วิญฺญาตุนฺติ.

อนุโลมปจฺจนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปจฺจนียานุโลมวณฺณนา

๖๓๑. อูนตรคณเนน สทฺธึ อติเรกคณนสฺสปิ คณนํ ปริหาเปตฺวาติ เอตฺถ อนุโลมโต โยชิยมาเนน ปจฺจเยน สทฺธึ ปจฺจนียโต ฐิตสฺส อติเรกคณนสฺสปิ คณนํ ปริหาเปตฺวาติ อธิปฺปาโย. ปริหาปนคณนาย อูนตรคณเนน สทฺธึ สมานตฺตญฺจ น เอกนฺติกํ. นเหตุนารมฺมณทุกสฺส หิ คณนา อธิปติปจฺจเยน โยชิยมาเนน อูนตรคณเนน สทฺธึ ปริหีนาปิ อธิปติปจฺจเย ลทฺธคณนาย น สมานา, อถ โข ตโตปิ อูนตรา โหตีติ อาห ‘‘น ปเนตํ สพฺพสํสนฺทเนสุ คจฺฉตี’’ติ.

นิสฺสเย ปจฺจนียโต ฐิเต สหชาเต จ อนุโลมโต อติฏฺฐมานานํ เหตุอาทีนํ สหชาตสฺส จ อฏฺฐานํ ปากฏนฺติ อปากฏเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘วตฺถุปุเรชาโต อนุโลมโต น ติฏฺฐตี’’ติ อาห. อาหาเร วาติอาทินา อิทํ ทสฺเสติ – สหชาเต ปจฺจนียโต ฐิเต อนุโลมโต อติฏฺฐมานา ฌานมคฺคสมฺปยุตฺตา อาหาเร วา อินฺทฺริเย วา ปจฺจนียโต ฐิเต ติฏฺฐนฺตีติ เหตุอาทโยปิ ติฏฺฐนฺติ. สพฺพฌานมคฺเคหิ ปน จตุกฺขนฺเธกเทสภูตานํ สมฺปยุตฺเตน จ จตุกฺขนฺธภูตานํ สพฺเพสํ เตสํ อนุโลมโต ฐานํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ, อิตเรสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อธิปติอุปนิสฺสยาติ อารมฺมณมิสฺสานมฺปิ อนุโลมโต ฐานํ ทสฺเสติ.

‘‘อินฺทฺริเย เอกนฺติ รูปชีวิตินฺทฺริยวเสนา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘จกฺขุนฺทฺริยาทีนํ รูปชีวิตินฺทฺริยสฺส จ วเสนา’’ติ ปน วตฺตพฺพํ. กเมน คนฺตฺวา วิปฺปยุตฺเต ตีณีติ อิทํ ปากฏภาวตฺถํ ‘‘นวมูลกาทีสุ วิปฺปยุตฺเต ตีณี’’ติ เอวํ เกสุจิ โปตฺถเกสุ อุทฺธฏํ. อิมานิ จ เทฺว ปจฺฉาชาตินฺทฺริยวเสนาติ อิทํ ‘‘อิมานิ จ เทฺว ปจฺฉาชาตาหารินฺทฺริยวเสนา’’ติ จ วตฺตพฺพํ.

นเหตุมูลกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖๓๖. นอญฺญมญฺญปจฺจยา เหตุยา ตีณีติ กุสลาทีนิ จิตฺตสมุฏฺฐานานนฺติ เอตฺถ ‘‘ปฏิสนฺธิยํ กฏตฺตารูปานญฺจา’’ติปิ วตฺตพฺพํ. เหตุยา วุตฺเตหิ ตีหีติ วารสามญฺญเมว สนฺธาย วทติ, ตถา กมฺเม ตีณีติ เหตุยา วุตฺตาเนวาติ จ. ปจฺจเยสุ ปน สพฺพตฺถ วิเสโส สลฺลกฺเขตพฺโพ. อธิปติยา ตีณีติ นอญฺญมญฺญนเหตุนอารมฺมณปจฺจยา อธิปติยา ตีณีติ เอตานิ เหฏฺฐา เหตุยา วุตฺตาเนวาติ.

๖๔๔. ยถา จ เหฏฺฐาติ ยถา นเหตุมูลเก ยาว นวิปากา, ตาว คนฺตฺวา นาหารินฺทฺริเยสุ เอเกกเมว คหิตํ, ตถา อิธาปิ นารมฺมณมูลกาทีสุ เอเกกเมว คหิตนฺติ อธิปฺปาโย.

๖๔๘. นานากฺขณิกา กุสลากุสลเจตนา กมฺมสมุฏฺฐานรูปสฺสาติ เอตฺถ ‘‘วิปากาน’’นฺติปิ วตฺตพฺพํ. อาหารินฺทฺริเยสุ ตีณิ สหชาตสทิสานิ รูปสฺสปิ ปจฺจยภาวโต, ฌานมคฺคาทีสุ ตีณิ เหตุสทิสานิ อรูปานํเยว ปจฺจยภาวโตติ อธิปฺปาโย ทฏฺฐพฺโพ. อาทิ-สทฺเทน จ ‘‘นวิปฺปยุตฺตนเหตุนารมฺมณปจฺจยา อธิปติยา ตีณี’’ติอาทีนิ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๖๔๙) สงฺคณฺหาติ.

๖๕๐. ยํ ปนาติ ยํ ปจฺจยํ สกฏฺฐาเน อนุโลมโต ลภนฺตมฺปิ อคฺคเหตฺวา ตโต ปเรตรา ปจฺจนียโต คยฺหนฺติ, โส ปจฺจโย ปจฺฉา อนุโลมโตว โยชนํ ลภตีติ อตฺโถ. ยถา ปน นเหตุมูลกาทีสุ นาหาเร ฆฏิเต อินฺทฺริยวเสน, นินฺทฺริเย จ ฆฏิเต อาหารวเสน ปญฺหลาโภ โหตีติ เตสุ อญฺญตรํ ปจฺจนียโต อโยเชตฺวา อนุโลมโต โยชิตํ, เอวํ โนอตฺถิโนอวิคตมูลเกสุ อุปนิสฺสเย ฆฏิเต กมฺมวเสน, กมฺเม จ ฆฏิเต อุปนิสฺสยวเสน ปญฺหลาโภ โหตีติ เตสุ อญฺญตรํ ปจฺจนียโต อโยเชตฺวา อนุโลมโต โยชิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวเมตสฺมึ ปจฺจนียานุโลเม สพฺพานิ มูลานิ เทฺวธา ภินฺนานิ นาหารนินฺทฺริยานิ นอุปนิสฺสยนกมฺมานิ จ ปตฺวาติ.

ปจฺจนียานุโลมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

กุสลตฺติกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. เวทนาตฺติกวณฺณนา

๑. เวทนารูปนิพฺพานานิ ปน ติกมุตฺตกานิ ปฏิจฺจาทินิยมํ ปจฺจยุปฺปนฺนวจนญฺจ น ลภนฺติ. ปฏิจฺจวาราทีสุ ปน ฉสุ ยโต เหตุปจฺจยาทิโต ติกธมฺมานํ อุปฺปตฺติ วุตฺตา, ตตฺถ ยถานุรูปโต อารมฺมณาทิปจฺจยภาเวน ลพฺภนฺตีติ เวทิตพฺพานีติ.

๑๐. สพฺพอรูปธมฺมปริคฺคาหกา ปน สหชาตาทโย ปจฺจยาติ อิมินา กุสลตฺติเกปิ ปริหีนํ สหชาตํ รูปารูปธมฺมปริคฺคาหกตฺตา อาทิมฺหิ ฐเปตฺวา อาทิสทฺเทน สพฺพารูปธมฺมปริคฺคาหกวจเนน จ ปจฺจยุปฺปนฺนวเสน สพฺพอรูปธมฺมปริคฺคาหกานํ อารมฺมณาทีนํ ปริหานึ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เตน กุสลตฺติกปริหีนานํ สพฺพฏฺฐานิกานํ จตุนฺนํ สพฺพติกาทีสุ ปริหานิ ทสฺสิตา โหติ. ปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ วินาว อุปฺปตฺติโตติ เอเตน ปน ปจฺฉาชาตปจฺจยสฺส อนุโลเม ปริหานึ, ปจฺจนีเย จ ลาภํ ทสฺเสติ. สหชาตาทโยติ วา สหชาตมูลกา สหชาตนิพนฺธนา ปฏิจฺจาทึ ผรนฺเตหิ สหชาตธมฺเมหิ วินา ปจฺจยา อโหนฺตาติ วุตฺตํ โหติ. กสฺมา ปน สหชาตนิพนฺธนา สพฺพารูปธมฺมปริคฺคาหกา จ เย, เตว ปริหายนฺติ, น ปน โย สหชาตานิพนฺธโน สพฺพารูปธมฺมปริคฺคาหโก จ น โหติ, โส ปจฺฉาชาโตติ ตตฺถ การณํ วทนฺโต ‘‘สหชาตาทีหิ วินา อนุปฺปตฺติโต ปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ วินาว อุปฺปตฺติโต’’ติ อาห. ตตฺถ สหชาตาทีหิ วินาติ สหชาตนิพนฺธเนหิ สพฺพารูปธมฺมปริคฺคาหเกหิ จ วินาติ อตฺโถ. อถ วา สหชาตนิพนฺธนานเมว ปริหานิ, น ปจฺฉาชาตสฺส สหชาตานิพนฺธนสฺสาติ เอตฺเถว การณํ วทนฺโต ‘‘สหชาตาทีหิ วินา อนุปฺปตฺติโต ปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ วินาว อุปฺปตฺติโต’’ติ อาห. สหชาตนิพนฺธนาปิ ปน สพฺพอรูปธมฺมปริคฺคาหกาเยว ปริหายนฺตีติ ทสฺสิตเมตนฺติ.

๑๗. นวิปาเกปิ เอเสว นโยติ นยทสฺสนเมว กโรติ, น จ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนสามญฺญทสฺสนํ. สุขาย หิ อทุกฺขมสุขาย จ เวทนาย สมฺปยุตฺเต ธมฺเม ปฏิจฺจ ตาหิ เวทนาหิ สมฺปยุตฺตา อเหตุกกิริยธมฺมา วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหชาตโมโห จาติ อยเญฺหตฺถ นโยติ. นวิปฺปยุตฺเต เอกนฺติ อารุปฺเป อาวชฺชนวเสน วุตฺตนฺติ อิทํ อาวชฺชนาเหตุกโมหานํ วเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

๒๕-๓๗. อนุโลมปจฺจนีเย ยถา กุสลตฺติกํ, เอวํ คเณตพฺพนฺติ เหตุมูลกาทีนํ นยานํ เอกมูลกทฺวิมูลกาทิวเสน จ โยเชตฺวา คเหตพฺพตาสามญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ, น คณนสามญฺญํ. อิโต ปเรสุปิ เอวรูเปสุ เอเสว นโย. อเหตุกสฺส ปน จิตฺตุปฺปาทสฺสาติอาทิ นเหตุมูลกํ สนฺธาย วุตฺตํ, ‘‘อเหตุกสฺส ปน จิตฺตุปฺปาทสฺส โมหสฺส จา’’ติ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ. โมหสฺส จาปิ หิ อเหตุกสฺส อธิปติอภาวโต อธิปติโน นเหตุมูลเก อนุโลมโต อฏฺฐานนฺติ. ปริวตฺเตตฺวาปีติ นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณีติ เอวํ ปุรโต ฐิตมฺปิ อารมฺมณาทึ ปจฺฉโต โยเชตฺวาติ อตฺโถ.

๓๙. ปญฺหาวาเร โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชตีติ เอเตน ตํสมฺปยุตฺเต ทสฺเสติ. อุปนิสฺสยวิภงฺเค ‘‘สทฺธาปญฺจเกสุ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาตีติ กตฺตพฺพํ, อวเสเสสุ น กตฺตพฺพ’’นฺติ อิทํ ปาฐคติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน ราคาทีหิ มานทิฏฺฐีนํ อนุปฺปตฺติโต. กุสลตฺติเกปิ หิ ราคาทีสุ ‘‘มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาตี’’ติ ปาฬิ น วุตฺตา, ‘‘ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ ปตฺถนา ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๒.๕๓) ปน ราคาทีนํ มานทิฏฺฐิอุปนิสฺสยภาโว วุตฺโต. ตถา อิธาปิ ทฏฺฐพฺพนฺติ. ‘‘สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตน ปน จิตฺเตน คามฆาตํ นิคมฆาตํ กโรตี’’ติ โสมนสฺสสมฺปยุตฺตโลภสหคตจิตฺเตน คามนิคมวิลุปฺปนํ สนฺธาย วุตฺตํ.

๖๒. สุทฺธานนฺติ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนปทานํ อนญฺญตฺตํ ทสฺเสติ. ปุเรชาตปจฺฉาชาตา ปเนตฺถ น วิชฺชนฺติ.น หิ ปุเรชาตา ปจฺฉาชาตา วา อรูปธมฺมา อรูปธมฺมานํ ปจฺจยา โหนฺตีติ เอตฺถ ปุเรชาตาติ อิมสฺมึ ติเก วุจฺจมานา อธิการปฺปตฺตา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาทโยว อรูปธมฺมานํ ปุเรชาตา หุตฺวา ปจฺจยา น โหนฺติ ปุเรชาตตฺตาภาวโตติ อธิปฺปาโย, ตถา ปจฺฉาชาตตฺตาภาวโต ปจฺฉาชาตา วา หุตฺวา น โหนฺตีติ.

๖๓-๖๔. สาธิปติอโมหวเสนาติ อธิปติภาวสหิตาโมหวเสนาติ อตฺโถ.

๘๓-๘๗. นเหตุปจฺจยา…เป… นอุปนิสฺสเย อฏฺฐาติ นเหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยา นอุปนิสฺสเย อฏฺฐาติ เอวํ สงฺขิปิตฺวา อุทฺธรติ. นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยวเสน เวทิตพฺพาติ อิทํ ‘‘ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตสฺสา’’ติ เอตํ วชฺเชตฺวา อวเสเสสุ อฏฺฐสุปิ นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยสมฺภวํ สนฺธาย วุตฺตํ. น หิ สหชาตปจฺจโย อฏฺฐสุปิ ลพฺภติ, อถ โข ตีเสฺววาติ.

เวทนาตฺติกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. วิปากตฺติกวณฺณนา

๑-๒๓. วิปากตฺติเก วิปากธมฺมํ ปฏิจฺจาติ วิปากํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ. สมาเสนปิ หิ โสเยวตฺโถ วุตฺโตติ ปาฬิยํ สมาสํ กตฺวา ลิขิตํ.

๒๔-๕๒. ‘‘เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปฏิจฺจ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา’’ติ เอตสฺส วิภงฺเค ‘‘มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูป’’นฺติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘กฏตฺตารูป’’นฺติ. ตํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชมานสฺส มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปฺปตฺติทสฺสนตฺถตฺตา น วุตฺตํ. น เหตฺถ กฏตฺตารูปสฺส ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปฺปตฺติ อตฺถิ, ยสฺส มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปฺปตฺติ วตฺตพฺพา สิยา. ปวตฺติยํ ปน กฏตฺตารูปํ ‘‘อสญฺญสตฺตานํ…เป… มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูป’’นฺติ เอเตเนว ทสฺสิตํ โหติ. เอวญฺจ กตฺวา อสญฺญสตฺตานํ รูปสมานคติกตฺตา นาหารปจฺจเย จ ปวตฺติยํ กฏตฺตารูปํ น อุทฺธฏํ. ตมฺปิ หิ อุปฺปาทกฺขเณ อาหารปจฺจเยน วินา อุปฺปชฺชตีติ อุทฺธริตพฺพํ สิยาติ.

วิปากตฺติกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อุปาทินฺนตฺติกวณฺณนา

๑๕. อุปาทินฺนตฺติเก อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นาธิปติปจฺจยาติ เอเตน สยํ อธิปติภูตตฺตา อวิรหิตารมฺมณาธิปตีสุปิ อธิปติ ทุวิเธนปิ อธิปติปจฺจเยน อุปฺปชฺชตีติ น วตฺตพฺโพ, อยเมตสฺส สภาโวติ ทสฺเสติ.

๗๒. อุปาทินฺนุปาทานิโย กพฬีการาหาโร อุปาทินฺนุปาทานิยสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโยติ เอตฺถ กมฺมชานํ รูปานํ อพฺภนฺตรคตา โอชา ตสฺเสว กมฺมชกายสฺส รูปชีวิตินฺทฺริยํ วิย กฏตฺตารูปานํ อนุปาลนุปตฺถมฺภนวเสน ปจฺจโย, น ชนกวเสนาติ อยมตฺโถ อฏฺฐกถายํ วุตฺโต. เอตสฺมึ ปน อตฺเถ สติ อุปาทินฺนุปาทานิโย จ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย จ ธมฺมา อุปาทินฺนุปาทานิยสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตินฺทฺริยนฺติ เอตฺถ ‘‘อาหาร’’นฺติปิ วตฺตพฺพํ, ยทิ จ กมฺมชา โอชา สกลาปรูปานเมว อาหารปจฺจโย โหติ, เอวํ สติ ‘‘อุปาทินฺนุปาทานิโย กพฬีการาหาโร อนุปาทินฺนุปาทานิยสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ น วตฺตพฺพํ สิยา, วุตฺตญฺจิทํ, ตมฺปิ อนชฺโฌหฏาย สสนฺตานคตาย อุปาทินฺโนชาย อนุปาทินฺนุปาทานิยสฺส กายสฺส อาหารปจฺจยํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอวญฺจ สติ ‘‘อุปาทินฺนุปาทานิโย จ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย จ ธมฺมา อนุปาทินฺนุปาทานิยสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๔.๘๕) อยมฺปิ ปโญฺห ปจฺฉาชาตาหารวเสน อุทฺธริตพฺโพ สิยา, ตสฺมา อชฺโฌหฏสฺส อุปาทินฺนาหารสฺส โลกุตฺตรกฺขเณ อภาวโต ทุมูลเกสุ ปฐมปเญฺห ‘‘อาหาร’’นฺติ น วุตฺตํ. ทุติยปโญฺห จ น อุทฺธโฏ, น อิตรสฺส อุปาทินฺนาหารสฺส กามภเว อสมฺภวาภาวโตติ อชฺโฌหฏเมว มณฺฑูกาทิสรีรคตํ อุปาทินฺนาหารํ สนฺธาย ‘‘อุปาทินฺนุปาทานิโย กพฬีการาหาโร อุปาทินฺนุปาทานิยสฺส จ อนุปาทินฺนุปาทานิยสฺส จ กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๔.๗๔) วทนฺตานํ วาโท พลวตโร. น หิ อชฺโฌหฏมตฺตาว มณฺฑูกาทโย กุจฺฉิวิตฺถตํ น กโรนฺติ, น จ พลํ น อุปชายนฺติ, น จ รูปวิเสโส น วิญฺญายตีติ.

‘‘อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปาทินฺนุปาทานิยสฺส จ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปจฺฉาชาต’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๔.๘๓) เอวมาทีหิ อิธ วุตฺเตหิ เอกมูลกทุกติกาวสานปญฺหวิสฺสชฺชเนหิ ‘‘กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส จ อพฺยากตสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาต’’นฺติอาทินา อิธ ทุติยทุกาวสาเน วิย วิสฺสชฺชนํ ลพฺภตีติ วิญฺญายติ. สุขาวโพธนตฺถํ ปน ตตฺถ สหชาตวเสเนว วิสฺสชฺชนํ กตํ. ปจฺจนีเย ปน สหชาตสฺเสว อปฏิกฺเขเป ลาภโต, ปฏิกฺเขเป จ อลาภโต สหชาตปจฺจยวเสเนว เอกมูลกทุกาวสานา ตตฺถ อุทฺธฏา, อิธ ปเนเตหิ วิสฺสชฺชเนหิ เอโก ธมฺโม สหชาตาทีสุ อตฺถิปจฺจยวิเสเสสุ อเนเกหิปิ อเนเกสํ ธมฺมานํ เอโก อตฺถิปจฺจโย โหตีติ ทสฺสิตํ โหติ. เอโก หิ ธมฺโม เอกสฺส ธมฺมสฺส เอเกเนว อตฺถิปจฺจยวิเสเสน อตฺถิปจฺจโย โหติ, เอโก อเนเกสํ เอเกนปิ อเนเกหิปิ, ตถา อเนโก เอกสฺส, อเนโก อเนเกสํ สมานตฺเต ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานํ, อตฺถิปจฺจยวิเสเสสุ ปน ปญฺจสุ สหชาตํ ปุเรชาเตเนว สห อตฺถิปจฺจโย โหติ, อนญฺญธมฺมตฺเต ปจฺฉาชาเตน จ, น นานาธมฺมตฺเต.

ยทิ สิยา, ‘‘อุปาทินฺนุปาทานิโย จ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย จ ธมฺมา อุปาทินฺนุปาทานิยสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตํ อินฺทฺริย’’นฺติ เอตฺถ ‘‘สหชาต’’นฺติปิ วตฺตพฺพํ สิยา. กมฺมชานญฺหิ ภูตานํ สหชาตานํ ปจฺฉาชาตานญฺจ โลกุตฺตรานํ เอกกฺขเณ ลพฺภมานานมฺปิ เอโก อตฺถิปจฺจยภาโว นตฺถิ สหชาตปจฺฉาชาตานํ นานาธมฺมานํ วิรุทฺธสภาวตฺตาติ ตํ น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวญฺจ กตฺวา ปจฺจนีเย จ ‘‘นอินฺทฺริเย พาวีสา’’ติ วุตฺตํ. อญฺญถา หิ อินฺทฺริยปฏิกฺเขเปปิ สหชาตปจฺฉาชาตวเสน ตสฺส ปญฺหสฺส ลาภโต ‘‘เตวีสา’’ติ วตฺตพฺพํ สิยาติ. ปุเรชาตํ สหชาเตเนว สห อตฺถิปจฺจโย โหติ, น อิตเรหิ, ตมฺปิ วตฺถุ ตํสหิตปุเรชาตเมว, น อิตรํ. กุสลตฺติเก หิ ปญฺหาวาเร ‘‘นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิยา ปญฺจา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๖๔๙) วุตฺตํ, สนิทสฺสนตฺติเก ปน ‘‘วิปฺปยุตฺเต พาวีสา’’ติ. ยํ ปน ตตฺถ อตฺถิวิภงฺเค ปจฺจยุทฺธาเร จ ติมูลเกกาวสานํ อุทฺธฏํ, ตํ วตฺถุสหิตสฺส อารมฺมณปุเรชาตสฺส สหชาเตน, สห ปจฺจยภาวโตติ ปจฺฉาชาตํ อาหารินฺทฺริเยเหว, อนญฺญธมฺมตฺเต จ สหชาเตน จ, อาหาโร ปจฺฉาชาตินฺทฺริเยเหว, อินฺทฺริยํ ปจฺฉาชาตาหาเรนาติ เอวเมตํ อตฺถิปจฺจยวิภาคํ สลฺลกฺเขตฺวา อนุโลเม ปจฺจนียาทีสุ จ ลพฺภมานา ปญฺหา อุทฺธริตพฺพา.

อุปาทินฺนตฺติกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. วิตกฺกตฺติกวณฺณนา

๒๒. วิตกฺกตฺติเก ปฏิจฺจวารานุโลเม อธิปติยา เตวีสาติ สตฺตสุ มูลเกสุ ยถากฺกมํ สตฺต ปญฺจ ตีณิ เอกํ ตีณิ ตีณิ เอกนฺติ เอวํ เตวีส, อญฺญมญฺเญ อฏฺฐวีส สตฺต ปญฺจ ปญฺจ ตีณิ จตฺตาริ ตีณิ เอกนฺติ เอวํ, ปุเรชาเต เอกาทส ตีณิ จตฺตาริ เทฺว ทุติยตติยทุมูลเกสุ เอกํ เอกนฺติ เอวํ, ตถา อาเสวเน. อญฺญานิ คณนานิ เหตุอารมฺมณสทิสานิ.

๓๑. ปจฺจนีเย นาธิปติปจฺจเย ปฐมปเญฺห ‘‘อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา อธิปตี’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘วิปากํ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจา’’ติอาทินา วิสฺสชฺชนํ กตํ, น ปน อวิเสเสน. กสฺมา? วิปากวชฺชานํ อวิตกฺกวิจารมตฺตกฺขนฺธานํ เอกนฺเตน สาธิปติภาวโต. วิปากานํ ปน โลกุตฺตรานเมว สาธิปติภาโว, น อิตเรสนฺติ เต วิสุํ นิทฺธาเรตฺวา วุตฺตา. โลกุตฺตรวิปากาธิปติสฺส เจตฺถ ปุริมโกฏฺฐาเสเยว สงฺคโห เวทิตพฺโพ.

๓๘. นาเสวนมูลเก อวิตกฺกวิจารมตฺตํ วิปาเกน สห คจฺฉนฺเตนาติ เอตํ มูลํ อวิตกฺกวิจารมตฺตอวิตกฺกวิจารปเทหิ อวิตกฺเกหิ สห โยเชนฺเตน นปุเรชาตสทิสํ ปาฬิคมนํ กาตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. สทิสตา เจตฺถ เยภุยฺเยน วิสทิสตา จ ทฏฺฐพฺพา. ตตฺถ หิ อารุปฺเป อวิตกฺกวิจารมตฺตํ อิธ วิปากํ อวิตกฺกวิจารมตฺตนฺติอาทิ โยเชตพฺพนฺติ อยเมตฺถ วิเสโส. อิทญฺจ นาเสวนวิภงฺคานนฺตรํ ลิขิตพฺพํ, น ฌานานนฺตรํ, เกสุจิ โปตฺถเกสุ ลิขิตํ.