ปฏฺฐานปกรณ-มูลฏีกา
คนฺถารมฺภวณฺณนา
ทิพฺพนฺติ กามคุณาทีหิ กีฬนฺติ ลฬนฺติ, เตสุ วา วิหรนฺติ, วิชยสมตฺถตาโยเคน ปจฺจตฺถิเก วิเชตุํ อิจฺฉนฺติ, อิสฺสริยฏฺฐานาทิสกฺการทานคฺคหณํ ตํตํอตฺถานุสาสนญฺจ กโรนฺตา โวหรนฺติ, ปุญฺญโยคานุภาวปฺปตฺตาย ชุติยา โชตนฺติ, ยถาภิลาสิตญฺจ วิสยํ อปฺปฏิฆาเตน คจฺฉนฺติ, ยถิจฺฉิตนิปฺผาทเน สกฺโกนฺตีติ วา เทวา, เทวนียา วา ตํตํพฺยสนนิตฺถรณตฺถิเกหิ สรณํ ปรายณนฺติ คมนียา, อภิตฺถวนียา วา. โสภาวิเสสโยเคน กมนียาติ วา เทวา. เต ติวิธา – สมฺมุติเทวา อุปปตฺติเทวา วิสุทฺธิเทวาติ. ภควา ปน นิรติสยาย อภิญฺญากีฬาย, อุตฺตเมหิ ทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรหิ, สปรสนฺตานสิทฺธาย ปญฺจวิธมารวิชยิจฺฉานิปฺผตฺติยา, จิตฺติสฺสริยสตฺตธนาทิสมฺมาปฏิปตฺติอเวจฺจปฺปสาทสกฺการทานคฺคหณสงฺขาเตน ธมฺมสภาวปุคฺคลชฺฌาสยานุรูปานุสาสนีสงฺขาเตน จ โวหาราติสเยน, ปรมาย ปญฺญาสรีรปฺปภาสงฺขาตาย ชุติยา, อโนปมาย จ ญาณสรีรคติยา, มารวิชยสพฺพญฺญุคุณปรหิตนิปฺผาทเนสุ อปฺปฏิหตาย สตฺติยา จ สมนฺนาคตตฺตา สเทวเกน โลเกน สรณนฺติ คมนียโต, อภิตฺถวนียโต, ภตฺติวเสน กมนียโต จ สพฺเพ เต เทเว เตหิ คุเณหิ อติกฺกนฺโต อติสโย วา เทโวติ เทวาติเทโว. สพฺพเทเวหิ ปูชนียตโร เทโวติ วา เทวาติเทโว, วิสุทฺธิเทวภาวํ วา สพฺพญฺญุคุณาลงฺการํ ปตฺตตฺตา อญฺญเทเวหิ อติเรกตโร วา เทโว เทวาติเทโว. เทวานนฺติ อุปปตฺติเทวานํ ตทา ธมฺมปฏิคฺคาหกานํ. สกฺกาทีหิ เทเวหิ ปหาราทอสุรินฺทาทีหิ ทานเวหิ จ ปูชิโต. กายวจีสํยมสฺส สีลสฺส อินฺทฺริยสํวรสฺส จิตฺตสํยมสฺส สมาธิสฺส จ ปฏิปกฺขานํ อจฺจนฺตปฏิปฺปสฺสทฺธิยา สุทฺธสํยโม.
อิสิสตฺตโมติ จตุสจฺจาวโพธคติยา อิสโยติ สงฺขฺยํ คตานํ สตํ ปสตฺถานํ อิสีนํ อติสเยน สนฺโต ปสตฺโถติ อตฺโถ. วิปสฺสีอาทโย จ อุปาทาย ภควา ‘‘สตฺตโม’’ติ วุตฺโต. ยโต วิญฺญาณํ ปจฺจุทาวตฺตติ, ตํ นามรูปํ สมุทยนิโรธเนน นิโรเธสีติ นามรูปนิโรธโน. อติคมฺภีรนยมณฺฑิตเทสนํ ปฏฺฐานํ นาม เทเสสิ ปกรณนฺติ สมฺพนฺโธ.
คนฺถารมฺภวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปจฺจยุทฺเทสวณฺณนา
‘‘เก ปน เต นยา, กิญฺจ ตํ ปฏฺฐานํ นามา’’ติ นยิทํ ปุจฺฉิตพฺพํ. กสฺมา? นิทานกถายํ ปฏฺฐานสมานเน อนุโลมาทีนํ นยานํ ปฏฺฐานสฺส จ ทสฺสิตตฺตาติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺเธน หิ…เป… นามาติ หิ วุตฺต’’นฺติ ตตฺถ วุตฺตํ อฏฺฐกถาปาฬึ อาหริ. ตตฺถ คาถาตฺถํ อฏฺฐกถาธิปฺปายญฺจ ปรโต วณฺณยิสฺสามาติ.
ปฏฺฐานนามตฺโถ ปน ติกปฏฺฐานาทีนํ ติกปฏฺฐานาทินามตฺโถ, อิมสฺส ปกรณสฺส จตุวีสติสมนฺตปฏฺฐานสโมธานตา เจตฺถ วตฺตพฺพา. เอวญฺหิ สงฺเขปโต ปฏฺฐาเน ญาเต วิตฺถาโร สุขวิญฺเญยฺโย โหตีติ. ตตฺถ จ นามตฺโถ ปฐมํ วตฺตพฺโพติ ‘‘ตตฺถ เยสํ…เป… นามตฺโถ ตาว เอวํ เวทิตพฺโพ’’ติ วตฺวา สพฺพสาธารณสฺส ปฏฺฐานนามสฺเสว ตาว อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เกนฏฺเฐน ปฏฺฐาน’’นฺติอาทิมาห. ป-กาโร หีติ อุปสคฺคปทํ ทสฺเสติ. โส ‘‘ปวิภตฺเตสุ ธมฺเมสุ, ยํ เสฏฺฐํ ตทุปาคมุนฺติอาทีสุ วิย นานปฺปการตฺถํ ทีเปติ. นนุ ปกาเรหิ วิภตฺตา ปวิภตฺตาติ ป-อิติ อุปสคฺโค ปการตฺถเมว ทีเปติ, น นานปฺปการตฺถนฺติ? น, เตสํ ปการานํ นานาวิธภาวโต. อตฺถโต หิ อาปนฺนํ นานาวิธภาวํ ทสฺเสตุํ นานา-สทฺโท วุตฺโตติ. ตตฺถ เอกสฺสปิ ธมฺมสฺส เหตุอาทีหิ อเนกปจฺจยภาวโต จ เอเกกสฺส ปจฺจยสฺส อเนกธมฺมภาวโต จ นานปฺปการปจฺจยตา เวทิตพฺพา.
เหตุปจฺจยาทิวเสน วิภตฺตตฺตาติ เอเตน ธมฺมสงฺคหาทีสุ วุตฺตโต กุสลาทิวิภาคโต สาติสยวิภาคตํ ปฏฺฐานนามลาภสฺส การณํ ทสฺเสติ. โคฏฺฐาติ วชา. ปฏฺฐิตคาโวติ คตคาโว. อาคตฏฺฐานสฺมินฺติ มหาสีหนาทสุตฺตํ วทติ. ปวตฺตคมนตฺตา เอตฺถาติ วจนเสโส. อถ วา คจฺฉติ เอตฺถาติ คมนํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส นิสฺสงฺควเสน ปวตฺตสฺส คมนตฺตา คมนเทสภาวโต เอเกกํ ปฏฺฐานํ นามาติ อตฺโถ. ตตฺถ อญฺเญหิ คติมนฺเตหิ อติสยยุตฺตสฺส คติมโต คมนฏฺฐานภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส มหาเวคสฺส ปุริสสฺส ปปาตฏฺฐานํ วิย ธมฺมสงฺคณีอาทีนํ สาสงฺคคมนฏฺฐานภาวํ อิมสฺส จ มหาปโถ วิย นิราสงฺคคมนฏฺฐานภาวํ ทสฺเสนฺโต อติสยยุตฺตคมนฏฺฐานภาโว ปฏฺฐานนามลาภสฺส การณนฺติ ทสฺเสติ.
ติกานนฺติ ติกวเสน วุตฺตธมฺมานํ. สมนฺตาติ อนุโลมาทีหิ สพฺพากาเรหิปิ คตานิ จตุวีสติ โหนฺตีติ อตฺโถ. เอตสฺมึ อตฺเถ จตุวีสติสมนฺตปฏฺฐานานีติ ‘‘สมนฺตจตุวีสติปฏฺฐานานี’’ติ วตฺตพฺเพ สมนฺตสทฺทสฺส ปรโยคํ กตฺวา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา สมนฺตา ฉ ฉ หุตฺวาติ เอเตน อนุโลมาทิสพฺพโกฏฺฐาสโต ติกาทิฉฉภาวํ ทสฺเสติ. เตน สมนฺตสทฺโท ติกาทิฉฉปฏฺฐานวิเสสนํ โหติ, น จตุวีสติวิเสสนํ, ตสฺมา สมนฺตโต ปฏฺฐานานิ ตานิ จตุวีสตีติ กตฺวา ‘‘จตุวีสติสมนฺตปฏฺฐานานี’’ติ วุตฺตํ. สมนฺตโต วา ธมฺมานุโลมาทิติกาทิปฏิจฺจวาราทิปจฺจยานุโลมาทิเหตุมูลกาทิปฺปกาเรหิ ปวตฺตานิ ปฏฺฐานานิ สมนฺตปฏฺฐานานิ, อนูเนหิ นเยหิ ปวตฺตานีติ วุตฺตํ โหติ. ตานิ ปน จตุวีสติ โหนฺติ. เตเนวาห ‘‘อิเมสํ จตุวีสติยา ขุทฺทกปฏฺฐานสงฺขาตานํ สมนฺตปฏฺฐานานํ สโมธานวเสนา’’ติ.
เหตุ จ โส ปจฺจโย จาติ อิมินา วจเนน เหตุโน อธิปติปจฺจยาทิภูตสฺส จ คหณํ สิยาติ ตํ นิวาเรนฺโต อาห ‘‘เหตุ หุตฺวา ปจฺจโย’’ติ. เอเตนปิ โส เอว โทโส อาปชฺชตีติ ปุนาห ‘‘เหตุภาเวน ปจฺจโยติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. เตน อิธ เหตุ-สทฺเทน ธมฺมคฺคหณํ น กตํ, อถ โข ธมฺมสตฺติวิเสโส คหิโตติ ทสฺเสติ. ตสฺส หิ ปจฺจยสทฺทสฺส จ สมานาธิกรณตํ สนฺธาย ‘‘เหตุ จ โส ปจฺจโย จา’’ติ, ‘‘เหตุ หุตฺวา ปจฺจโย’’ติ จ วุตฺตํ. เอวญฺจ กตฺวา ปรโต ปาฬิยํ ‘‘เหตู เหตุสมฺปยุตฺต…เป… เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทินา (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑) เตน เตน เหตุภาวาทิอุปกาเรน ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส อุปการตฺตํ วุตฺตํ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘โย หิ ธมฺโม ยํ ธมฺมํ อปฺปจฺจกฺขาย ติฏฺฐติ วา อุปฺปชฺชติ วา, โส ตสฺส ปจฺจโย’’ติ ‘‘มูลฏฺเฐน อุปการโก ธมฺโม เหตุปจฺจโย’’ติจฺเจวมาทินา ธมฺมปฺปธานนิทฺเทเสน ธมฺมโต อญฺญา ธมฺมสตฺติ นาม นตฺถีติ ธมฺเมเหว ธมฺมสตฺติวิภาวนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อิธาปิ วา เหตุ จ โส ปจฺจโย จาติ ธมฺเมเนว ธมฺมสตฺตึ ทสฺเสติ. น หิ เหตุปจฺจโยติอาทิโก อุทฺเทโส กุสลาทิอุทฺเทโส วิย ธมฺมปฺปธาโน, อถ โข ธมฺมานํ อุปการปฺปธาโนติ. เอตีติ เอตสฺส อตฺโถ วตฺตตีติ, ตญฺจ อุปฺปตฺติฏฺฐิตีนํ สาธารณวจนํ. เตเนวาห – ‘‘ติฏฺฐติ วา อุปฺปชฺชติ วา’’ติ. โกจิ หิ ปจฺจโย ฐิติยา เอว โหติ ยถา ปจฺฉาชาตปจฺจโย, โกจิ อุปฺปตฺติยาเยว ยถา อนนฺตราทโย, โกจิ อุภยสฺส ยถา เหตุอาทโยติ.
อุปการกลกฺขโณติ จ ธมฺเมน ธมฺมสตฺติอุปการํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. หิโนติ ปติฏฺฐาติ เอตฺถาติ เหตุ. อเนกตฺถตฺตา ธาตุสทฺทานํ หิ-สทฺโท มูล-สทฺโท วิย ปติฏฺฐตฺโถติ ทฏฺฐพฺโพติ. หิโนติ วา เอเตน กมฺมนิทานภูเตน อุทฺธํ โอชํ อภิหรนฺเตน มูเลน วิย ปาทโป ตปฺปจฺจยํ ผลํ คจฺฉติ ปวตฺตติ วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ อาปชฺชตีติ เหตุ. อาจริยานนฺติ เรวตตฺเถรํ วทติ.
‘‘โยนิโส, ภิกฺขเว, มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺตี’’ติอาทีหิ (อ. นิ. ๑.๖๖-๖๗) กุสลภาวสฺส โยนิโสมนสิการปฏิพทฺธตา สิทฺธา โหตีติ อาห ‘‘โยนิโสมนสิการปฏิพทฺโธ กุสลภาโว’’ติ. เอเตเนว อกุสลาพฺยากตภาวา กุสลภาโว วิย น เหตุปฏิพทฺธาติ ทสฺสิตํ โหติ. ยํ ปเนเก มญฺเญยฺยุํ ‘‘อเหตุกเหตุสฺส อกุสลภาโว วิย สเหตุกเหตูนํ สภาวโตว กุสลาทิภาโว อญฺเญสํ ตํสมฺปยุตฺตานํ เหตุปฏิพทฺโธ’’ติ, ตสฺส อุตฺตรํ วตฺตุํ ‘‘ยทิ จา’’ติอาทิมาห. อโลโภ กุสโล วา สิยา อพฺยากโต วา, ยทิ อโลโภ สภาวโต กุสโล, กุสลตฺตา อพฺยากโต น สิยา. อถ อพฺยากโต, ตํสภาวตฺตา กุสโล น สิยา อโลภสภาวสฺส อโทสตฺตาภาโว วิย. ยสฺมา ปน อุภยถาปิ โส โหติ, ตสฺมา ยถา อุภยถา โหนฺเตสุ ผสฺสาทีสุ สมฺปยุตฺเตสุ เหตุปฏิพทฺธกุสลาทิภาวํ ปริเยสถ, น สภาวโต, เอวํ เหตูสุปิ กุสลาทิตา อญฺญปฏิพทฺธา ปริเยสิตพฺพา, น สภาวโตติ. ยํ วุตฺตํ ‘‘สมฺปยุตฺตเหตูสุ สภาวโตว กุสลาทิภาโว’’ติ, ตํ น ยุชฺชติ, สา ปน ปริเยสิยมานา โยนิโสมนสิการาทิปฏิพทฺธา โหตีติ เหตูสุ วิย สมฺปยุตฺเตสุปิ โยนิโสมนสิการาทิปฏิพทฺโธ กุสลาทิภาโว, น เหตุปฏิพทฺโธติ สิทฺธํ โหตีติ อธิปฺปาโย.
อารภิตฺวาปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน อิมมตฺถํ ทสฺเสติ – รูปายตนาทิมตฺเต ยสฺมึ กิสฺมิญฺจิ เอกสฺมึ อฏฺฐตฺวา ‘‘ยํ ยํ ธมฺมํ อารพฺภา’’ติ อนิยเมน สพฺพรูปายตน…เป… ธมฺมายตนานญฺจ อารมฺมณปจฺจยภาวสฺส วุตฺตตฺตา น โกจิ ธมฺโม น โหตีติ.
‘‘ฉนฺทวโต กึ นาม น สิชฺฌตี’’ติอาทิกํ ปุริมาภิสงฺขารูปนิสฺสยํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชมาเน จิตฺเต ฉนฺทาทโย ธุรภูตา เชฏฺฐกภูตา สยํ สมฺปยุตฺตธมฺเม สาธยมานา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ, ตํสมฺปยุตฺตธมฺมา จ เตสํ วเส วตฺตนฺติ หีนาทิภาเวน ตทนุวตฺตนโต, เตน เต อธิปติปจฺจยา โหนฺติ. ครุกาตพฺพมฺปิ อารมฺมณํ ตนฺนินฺนโปณปพฺภารานํ ปจฺจเวกฺขณอสฺสาทมคฺคผลานํ อตฺตโน วเส วตฺตยมานํ วิย ปจฺจโย โหติ, ตสฺมายํ อตฺตาธีนานํ ปติภาเวน อุปการกตา อธิปติปจฺจยตาติ ทฏฺฐพฺพา.
มโนวิญฺญาณธาตูติอาทิ จิตฺตนิยโมติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สนฺตีรณานนฺตรํ โวฏฺฐพฺพนํ, จุติอนนฺตรา ปฏิสนฺธีติ ยสฺส ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา ยํ ยํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ตสฺส ตทนนฺตรุปฺปาทนิยโม ตํตํสหการีปจฺจยวิสิฏฺฐสฺส ปุริมปุริมจิตฺตสฺเสว วเสน อิชฺฌตีติ ทสฺเสติ. ภาวนาพเลน ปน วาริตตฺตาติ เอตฺถ ยถา รุกฺขสฺส เวเข ทินฺเน ปุปฺผิตุํ สมตฺถสฺเสว ปุปฺผนํ น โหติ, อคทเวเข ปน อปนีเต ตายเยว สมตฺถตาย ปุปฺผนํ โหติ, เอวมิธาปิ ภาวนาพเลน วาริตตฺตา สมุฏฺฐาปนสมตฺถสฺเสว อสมุฏฺฐาปนํ, ตสฺมิญฺจ อปคเต ตายเยว สมตฺถตาย สมุฏฺฐาปนํ โหตีติ อธิปฺปาโย.
พฺยญฺชนมตฺตโตเวตฺถ นานากรณํ ปจฺเจตพฺพํ, น อตฺถโตติ อุปจยสนฺตติอธิวจนนิรุตฺติปทานํ วิย สทฺทตฺถมตฺตโต นานากรณํ, น วจนียตฺถโตติ อธิปฺปาโย. เตเนว สทฺทตฺถวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปุริมปจฺฉิมานํ นิโรธุปฺปาทนฺตราภาวโต นิรนฺตรุปฺปาทนสมตฺถตา อนนฺตรปจฺจยภาโว. รูปธมฺมานํ วิย สณฺฐานาภาวโต ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนานํ สหาวฏฺฐานาภาวโต จ ‘‘อิทมิโต เหฏฺฐา อุทฺธํ ติริย’’นฺติ วิภาคาภาวา อตฺตนา เอกตฺตมิว อุปเนตฺวา สุฏฺฐุ อนนฺตรภาเวน อุปฺปาทนสมตฺถตา สมนนฺตรปจฺจยตา.
อุปฺปาทนสมตฺถตาติ จ อพฺยาปารตฺตา ธมฺมานํ ยสฺมึ ยทากาเร นิรุทฺเธ วตฺตมาเน วา สติ ตํตํวิเสสวนฺตา ธมฺมา โหนฺติ, ตสฺส โสว อากาโร วุจฺจตีติ ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺมานํ ปวตฺติเมว จ อุปาทาย กาลโวหาโรติ นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนผลสมาปตฺตีนํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตสฺส ปุริมจุติปจฺฉิมปฏิสนฺธีนญฺจ นิโรธุปฺปาทนิรนฺตรตาย กาลนฺตรตา นตฺถีติ ทฏฺฐพฺพา. น หิ เตสํ อนฺตรา อรูปธมฺมานํ ปวตฺติ อตฺถิ, ยํ อุปาทาย กาลนฺตรตา วุจฺเจยฺย, น จ รูปธมฺมปฺปวตฺติ อรูปธมฺมปฺปวตฺติยา อนฺตรํ กโรติ อญฺญสนฺตานตฺตา. รูปารูปธมฺมสนฺตติโย หิ เทฺว อญฺญมญฺญํ วิสทิสสภาวตฺตา อญฺญมญฺโญปการภาเวน วตฺตมานาปิ วิสุํเยว โหนฺติ. เอกสนฺตติยญฺจ ปุริมปจฺฉิมานํ มชฺเฌ วตฺตมานํ ตํสนฺตติปริยาปนฺนตาย อนฺตรการกํ โหติ. ตาทิสญฺจ กญฺจิ เนวสญฺญานาสญฺญายตนผลสมาปตฺตีนํ มชฺเฌ นตฺถิ, น จ อภาโว อนฺตรการโก โหติ อภาวตฺตาเยว, ตสฺมา ชวนานนฺตรสฺส ชวนสฺส วิย, ภวงฺคานนฺตรสฺส ภวงฺคสฺส วิย จ นิรนฺตรตา สุฏฺฐุ จ อนนฺตรตา โหตีติ ตถา อุปฺปาทนสมตฺถตา เนวสญฺญานาสญฺญายตนจุตีนมฺปิ ทฏฺฐพฺพา. อุปฺปตฺติยา ปจฺจยภาโว เจตฺถ อนนฺตรปจฺจยาทีนํ ปากโฏติ อุปฺปาทนสมตฺถตาว วุตฺตา. ปจฺจุปฺปนฺนานํ ปน ธมฺมานํ ปุพฺพนฺตาปรนฺตปริจฺเฉเทน คหิตานํ ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วจนํ อลภนฺตานํ ‘‘อตีโต ธมฺโม ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทินา (ปฏฺฐา. ๒.๑๘.๕) อนนฺตราทิปจฺจยภาโว วุตฺโตติ น โส อุปฺปตฺติยํเยวาติ วิญฺญายติ. น หิ กุสลาทิคฺคหณํ วิย ปจฺจุปฺปนฺนคฺคหณํ อปริจฺเฉทํ, ยโต อุปฺปตฺติมตฺตสมงฺคิโนเยว จ คหณํ สิยา, เตเนว จ อตีตตฺติเก ปฏิจฺจวาราทโย น สนฺตีติ.
อุปฺปชฺชมาโนว สหุปฺปาทภาเวนาติ เอตฺถาปิ อุปฺปตฺติยา ปจฺจยภาเวน ปากเฏน ฐิติยาปิ ปจฺจยภาวํ นิทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ, ปจฺจยุปฺปนฺนานํ ปน สหชาตภาเวน อุปการกตา สหชาตปจฺจยตาติ.
อตฺตโน อุปการกสฺส อุปการกตา อญฺญมญฺญปจฺจยตา, อุปการกตา จ อญฺญมญฺญตาวเสเนว ทฏฺฐพฺพา, น สหชาตาทิวเสน. สหชาตาทิปจฺจโย โหนฺโตเยว หิ โกจิ อญฺญมญฺญปจฺจโย น โหติ, น จ ปุเรชาตปจฺฉาชาตภาเวหิ อุปการกสฺส อุปการกา วตฺถุขนฺธา อญฺญมญฺญปจฺจยา โหนฺตีติ.
ตรุอาทีนํ ปถวี วิย อธิฏฺฐานากาเรน ปถวีธาตุ เสสธาตูนํ, จกฺขาทโย จ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อุปการกา จิตฺตกมฺมสฺส ปฏาทโย วิย นิสฺสยากาเรน ขนฺธาทโย ตํตํนิสฺสยานํ ขนฺธาทีนํ.
ตทธีนวุตฺติตาย อตฺตโน ผเลน นิสฺสิโตติ ยํ กิญฺจิ การณํ นิสฺสโยติ วทติ. ตตฺถ โย ภุโส, ตํ อุปนิสฺสโยติ นิทฺธาเรติ.
ปกโตติ เอตฺถ ป-กาโร อุปสคฺโค, โส อตฺตโน ผลสฺส อุปฺปาทเน สมตฺถภาเวน สุฏฺฐุกตตํ ทีเปติ. ตถา จ กตํ อตฺตโน สนฺตาเน กตํ โหตีติ อาห ‘‘อตฺตโน สนฺตาเน’’ติ. กรณญฺจ ทุวิธํ นิปฺผาทนํ อุปเสวนญฺจาติ ทสฺเสตุํ ‘‘นิปฺผาทิโต วา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อุปเสวิโต วาติ เอเตน กายอลฺลียาปนวเสน อุปโภคูปเสวนํ วิชานนาทิวเสน อารมฺมณูปเสวนญฺจ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เตน อนาคตานมฺปิ จกฺขุสมฺปทาทีนํ อารมฺมณูปเสวเนน ยถาปฏิเสวิตานํ ปกตูปนิสฺสยตา วุตฺตา โหติ.
ยถา ปจฺฉาชาเตน วินา สนฺตานาวิจฺเฉทเหตุภาวํ อคจฺฉนฺตานํ ธมฺมานํ เย ปจฺฉาชาตากาเรน อุปการกา, เตสํ สา วิปฺปยุตฺตาการาทีหิ วิสิฏฺฐา อุปการกตา ปจฺฉาชาตปจฺจยตา, ตถา นิสฺสยารมฺมณาการาทีหิ วิสิฏฺฐา ปุเรชาตภาเวน วินา อุปการกภาวํ อคจฺฉนฺตานํ วตฺถารมฺมณานํ ปุเรชาตากาเรน อุปการกตา ปุเรชาตปจฺจยตา, เอวํ สพฺพตฺถ ปจฺจยานํ ปจฺจยนฺตราการวิสิฏฺฐา อุปการกตา โยเชตพฺพา.
คิชฺฌโปตกสรีรานํ อาหาราสาเจตนา วิยาติ เอเตน มโนสญฺเจตนาหารวเสน ปวตฺตมาเนหิ อรูปธมฺเมหิ รูปกายสฺส อุปตฺถมฺภิตภาวํ ทสฺเสติ. เตเนว ‘‘อาหาราสา วิยา’’ติ อวตฺวา เจตนาคหณํ กโรติ.
กุสลาทิภาเวน อตฺตนา สทิสสฺส ปโยเคน กรณียสฺส ปุนปฺปุนํ กรณํ ปวตฺตนํ อาเสวนฏฺโฐ, อตฺตสทิสสภาวตาปาทนํ วาสนํ วา. คนฺถาทีสุ ปุริมาปุริมาภิโยโค วิยาติ ปุริมา ปุริมา อาเสวนา วิยาติ อธิปฺปาโย.
จิตฺตปฺปโยโค จิตฺตกิริยา, อายูหนนฺติ อตฺโถ. ยถา หิ กายวจีปโยโค วิญฺญตฺติ, เอวํ จิตฺตปฺปโยโค เจตนา. สา ตาย อุปฺปนฺนกิริยตาวิสิฏฺเฐ สนฺตาเน เสสปจฺจยสมาคเม ปวตฺตมานานํ วิปากกฏตฺตารูปานมฺปิ เตเนว กิริยภาเวน อุปการิกา โหติ. ตสฺส หิ กิริยภาวสฺส ปวตฺตตฺตา เตสํ ปวตฺติ, น อญฺญถาติ. สหชาตานํ ปน เตน อุปการิกาติ กึ วตฺตพฺพนฺติ.
นิรุสฺสาหสนฺตภาเวนาติ เอเตน สอุสฺสาเหหิ วิปากธมฺมธมฺเมหิ กุสลากุสเลหิ สารมฺมณาทิภาเวน สทิสวิปากภาวํ ทสฺเสติ. โส หิ วิปากานํ ปโยเคน อสาเธตพฺพตาย ปโยเคน อญฺญถา วา เสสปจฺจเยสุ สิทฺเธสุ กมฺมสฺส กฏตฺตาเยว สิทฺธิโต นิรุสฺสาโห สนฺตภาโว โหติ, น กิเลสวูปสมสนฺตภาโว, ตถาสนฺตสภาวโตเยว ภวงฺคาทโย ทุวิญฺเญยฺยา. ปญฺจทฺวาเรปิ หิ ชวนปฺปวตฺติยา รูปาทีนํ คหิตตา วิญฺญายติ, อภินิปาตสมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณมตฺตา ปน วิปากา ทุวิญฺเญยฺยาเยว. นิรุสฺสาหสนฺตภาวายาติ นิรุสฺสาหสนฺตภาวตฺถาย. เอเตน ตปฺปจฺจยวตํ อวิปากานมฺปิ วิปากานุกุลํ ปวตฺตึ ทสฺเสติ.
สติปิ ชนกตฺเต อุปตฺถมฺภกตฺตํ อาหารานํ ปธานกิจฺจนฺติ อาห ‘‘รูปารูปานํ อุปตฺถมฺภกตฺเตนา’’ติ. อุปตฺถมฺภกตฺตญฺหิ สติปิ ชนกตฺเต อรูปีนํ อาหารานํ อาหารชรูปสมุฏฺฐาปกรูปาหารสฺส จ โหติ, อสติปิ จตุสมุฏฺฐานิกรูปูปตฺถมฺภกรูปาหารสฺส, อสติ ปน อุปตฺถมฺภกตฺเต อาหารานํ ชนกตฺตํ นตฺถีติ อุปตฺถมฺภกตฺตํ ปธานํ. ชนยมาโนปิ หิ อาหาโร อวิจฺเฉทวเสน อุปตฺถมฺภยมาโนเยว ชเนตีติ อุปตฺถมฺภนภาโว อาหารภาโวติ.
อธิปติยฏฺเฐนาติ เอตฺถ น อธิปติปจฺจยธมฺมานํ วิย ปวตฺตินิวารเก อภิภวิตฺวา ปวตฺตเนน ครุภาโว อธิปติยฏฺโฐ, อถ โข ทสฺสนาทิกิจฺเจสุ จกฺขุวิญฺญาณาทีหิ ชีวเน ชีวนฺเตหิ สุขิตาทิภาเว สุขิตาทีหิ อธิโมกฺขปคฺคหุปฏฺฐานาวิกฺเขปชานเนสุ อนญฺญาตญฺญสฺสามีติ ปวตฺติยํ อาชานเน อญฺญาตาวีภาเว จ สทฺธาทิสหชาเตหีติ เอวํ ตํตํกิจฺเจสุ จกฺขาทิปจฺจเยหิ จกฺขาทีนํ อนุวตฺตนียตา. เตสุ เตสุ หิ กิจฺเจสุ จกฺขาทีนํ อิสฺสริยํ ตปฺปจฺจยานญฺจ ตทนุวตฺตเนน ตตฺถ ปวตฺตีติ. อิตฺถิปุริสินฺทฺริยานํ ปน ยทิปิ ลิงฺคาทีหิ อนุวตฺตนียตา อตฺถิ, สา ปน น ปจฺจยภาวโต. ยถา หิ ชีวิตาหารา เยสํ ปจฺจยา โหนฺติ, เต เตสํ อนุปาลกอุปตฺถมฺภกา อตฺถิ, อวิคตปจฺจยภูตา จ โหนฺติ, น เอวํ อิตฺถิปุริสภาวา ลิงฺคาทีนํ เกนจิ ปกาเรน อุปการกา โหนฺติ, เกวลํ ปน ยถาสเกเหว ปจฺจเยหิ ปวตฺตมานานํ ลิงฺคาทีนํ ยถา อิตฺถาทิคฺคหณสฺส ปจฺจยภาโว โหติ, ตโต อญฺเญนากาเรน ตํสหิตสนฺตาเน อปฺปวตฺติโต ลิงฺคาทีหิ อนุวตฺตนียตา อินฺทฺริยตา จ เตสํ วุจฺจติ, ตสฺมา น เตสํ อินฺทฺริยปจฺจยภาโว วุตฺโต. จกฺขาทโย อรูปธมฺมานํเยวาติ เอตฺถ สุขทุกฺขินฺทฺริยานิปิ จกฺขาทิคฺคหเณน คหิตานีติ ทฏฺฐพฺพานิ.
ลกฺขณารมฺมณูปนิชฺฌานภูตานํ วิตกฺกาทีนํ วิตกฺกนาทิวเสน อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา นิชฺฌานํ เปกฺขนํ, จินฺตนํ วา วิตกฺกาทีนํเยว สาธารโณ พฺยาปาโร อุปนิชฺฌายนฏฺโฐ. ฐเปตฺวา สุขทุกฺขเวทนาทฺวยนฺติ สุขินฺทฺริยทุกฺขินฺทฺริยทฺวยํ ฐเปตฺวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘สพฺพานิปี’’ติ วตฺวา ‘‘สตฺตฌานงฺคานี’’ติ วจเนน อฌานงฺคานํ อุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตานํ นิวตฺตนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยทิ เอวํ ‘‘สตฺต ฌานงฺคานี’’ติ เอเตเนว สิทฺเธ ‘‘ฐเปตฺวา สุขทุกฺขเวทนาทฺวย’’นฺติ กสฺมา วุตฺตํ? เวทนาเภเทสุ ปญฺจสุ สุขทุกฺขทฺวยสฺส เอกนฺเตน อฌานงฺคตฺตทสฺสนตฺถํ ฌานงฺคฏฺฐาเน นิทฺทิฏฺฐตฺตา. สติปิ วา ฌานงฺคโวหาเร เวทนาเภททฺวยสฺส เอกนฺเตน ฌานปจฺจยตฺตาภาวทสฺสนตฺถํ. อุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตานํ ปน ยทิปิ ฌานปจฺจยตฺตาภาโว อตฺถิ, ฌานปจฺจยภาโว ปน น นตฺถีติ ‘‘สพฺพานิปิ สตฺต ฌานงฺคานี’’ติ เอตฺถ คหณํ กตํ. ตตฺถ ‘‘สพฺพานิปี’’ติ วจนํ สพฺพกุสลาทิเภทสงฺคณฺหนตฺถํ, น ปน สพฺพจิตฺตุปฺปาทคตสงฺคณฺหนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ยโต ตโต วาติ สมฺมา วา มิจฺฉา วาติ อตฺโถ. เอเต ปน เทฺวปิ ฌานมคฺคปจฺจยา อเหตุกจิตฺเตสุ น ลพฺภนฺตีติ อิทํ อเหตุกจิตฺเตสุ น ลพฺภนฺติ, น สเหตุกจิตฺเตสูติ สเหตุกจิตฺเตสุ อลาภาภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น อเหตุกจิตฺเตสุ ลาภาภาวทสฺสนตฺถนฺติ. เอวํ อตฺเถ คยฺหมาเน อเหตุกจิตฺเตสุ กตฺถจิ กสฺสจิ ลาโภ น วาริโตติ เอตฺตกเมว วิญฺญาเยยฺย, น สวิตกฺกาเหตุกจิตฺเตสุ ฌานปจฺจยสฺเสว อลาภาภาวทสฺสนตฺถํ กตนฺติ. อเหตุกจิตฺเตสุ วา ลาภาภาวทสฺสนตฺเถ ปน อิมสฺมึ วจเน สวิตกฺกาเหตุกจิตฺเตสุ ฌานปจฺจยสฺส ลาภาภาโว อาปชฺชติ, ตสฺมา เยน อลาเภน ธมฺมสงฺคณิยํ มโนธาตุอาทีนํ สงฺคหสุญฺญตวาเรสุ ฌานํ น อุทฺธฏํ, ตํ อลาภํ สนฺธาย เอส ฌานปจฺจยสฺสปิ อเหตุกจิตฺเตสุ อลาโภ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ยถา หิ สเหตุเกสุ วิตกฺกาทีนํ สหชาเต สํกฑฺฒิตฺวา เอกตฺตคตภาวกรณํ อุปนิชฺฌายนพฺยาปาโร พลวา, น ตถา อเหตุกจิตฺเตสุ โหติ. อิมสฺมึ ปน ปกรเณ ทุพฺพลมฺปิ อุปนิชฺฌายนํ ยทิปิ กิญฺจิมตฺตมฺปิ อตฺถิ, เตน อุปการกตา โหตีติ สวิตกฺกาเหตุกจิตฺเตสุปิ ฌานปจฺจโย วุตฺโตว, ตสฺมา เย เอวํ ปฐนฺติ ‘‘น เอเต ปน เทฺวปิ ฌานมคฺคปจฺจยา ยถาสงฺขฺยํ ทฺวิปญฺจวิญฺญาณอเหตุกจิตฺเตสุ ลพฺภนฺตี’’ติ, เตสํ โส ปาโฐ สุนฺทรตโร, อิมสฺส ปกรณสฺสายํ อตฺถวณฺณนา, น ธมฺมสงฺคณิยาติ.
สมํ ปกาเรหิ ยุตฺตตาย เอกีภาโวปคเมน วิย อุปการกตา สมฺปยุตฺตปจฺจยตา.
ยุตฺตานมฺปิ สตํ วิปฺปยุตฺตภาเวน นานตฺตูปคเมน อุปการกตา วิปฺปยุตฺตปจฺจยตา. น หิ วตฺถุสหชาตปจฺฉาชาตวเสน อยุตฺตานํ รูปาทีนํ อารมฺมณาทิภาเวน อุปการกานํ วิปฺปยุตฺตานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยตา อตฺถีติ. รูปานํ ปน รูเปหิ สติปิ อวินิพฺโภเค วิปฺปโยโคเยว นตฺถีติ น เตสํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยตา. วุตฺตญฺหิ ‘‘จตูหิ สมฺปโยโค จตูหิ วิปฺปโยโค’’ติ (ธาตุ. ๓).
ปจฺจุปฺปนฺนลกฺขเณนาติ ปจฺจุปฺปนฺนสภาเวน. เตน ‘‘อตฺถิ เม ปาปกมฺมํ กต’’นฺติ (ปารา. ๓๘), ‘‘อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน’’ติ (ปุ. ป. มาติกา ๔.๒๔) จ เอวมาทีสุ วุตฺตํ นิพฺพตฺตอุปลพฺภมานตาลกฺขณํ อตฺถิภาวํ นิวาเรติ. สติปิ ชนกตฺเต อุปตฺถมฺภกปฺปธานา อตฺถิภาเวน อุปการกตาติ อาห ‘‘อุปตฺถมฺภกตฺเตนา’’ติ. อิทญฺจ อุปตฺถมฺภกตฺตํ วตฺถารมฺมณสหชาตาทีนํ สาธารณํ อตฺถิภาเวน อุปการกตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ.
อารมฺมเณ ผุสนาทิวเสน วตฺตมานานํ ผสฺสาทีนํ อเนเกสํ สหภาโว นตฺถีติ เอกสฺมึ ผสฺสาทิสมุทาเย สติ ทุติโย น โหติ, อสติ ปน โหติ, เตน นตฺถิภาเวน อุปการกตา นตฺถิปจฺจยตา. สติปิ ปุริมตรจิตฺตานํ นตฺถิภาเว น ตานิ นตฺถิภาเวน อุปการกานิ, อนนฺตรเมว ปน อตฺตโน อตฺถิภาเวน ปวตฺติโอกาสํ อลภมานานํ นตฺถิภาเวน ปวตฺติโอกาสํ ททมานํ วิย อุปการกํ โหตีติ ‘‘ปวตฺติโอกาสทาเนน อุปการกตา’’ติ อาห.
เอตฺถ จ อภาวมตฺเตน อุปการกตา โอกาสทานํ นตฺถิปจฺจยตา, สภาวาวิคเมน อปฺปวตฺตมานานํ สภาววิคเมน อุปการกตา วิคตปจฺจยตา, นตฺถิตา จ นิโรธานนฺตรสุญฺญตา, วิคตตา นิโรธปฺปตฺตตา, อยเมเตสํ วิเสโส, ตถา อตฺถิตาย สสภาวโต อุปการกตา อตฺถิปจฺจยตา, สภาวาวิคเมน นิโรธสฺส อปฺปตฺติยา อุปการกตา อวิคตปจฺจยตาติ ปจฺจยภาววิเสโส ธมฺมาวิเสเสปิ เวทิตพฺโพ. ธมฺมานญฺหิ สตฺติวิเสสํ สพฺพํ ยาถาวโต อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา ตถาคเตน จตุวีสติปจฺจยวิเสสา วุตฺตาติ ภควติ สทฺธาย ‘‘เอวํวิเสสา เอเต ธมฺมา’’ติ สุตมยญาณํ อุปฺปาเทตฺวา จินฺตาภาวนามเยหิ ตทภิสมยาย โยโค กาตพฺโพ.
จตูสุ ขนฺเธสุ เอกสฺสปิ อสงฺคหิตตฺตาภาวโต นามธมฺเมกเทสตา อนนฺตราทีนํ นตฺถีติ ‘‘นามธมฺมาวา’’ติ วตฺวา น เกวลํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาเว ภชนฺตานํ จตุนฺนํเยว ขนฺธานํ นามตา, อถ โข นิพฺพานญฺจ นามเมวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘นิพฺพานสฺส อสงฺคหิตตฺตา’’ติอาทิมาห. ปุเรชาตปจฺจโย รูเปกเทโสติ เอตฺถ เอกเทสวจเนน รูปรูปโต อญฺญํ วชฺเชติ, รูปรูปํ ปน กุสลตฺติเก อนาคตมฺปิ ปุเรชาตปจฺจยภาเวน อญฺญตฺถ อาคตเมว. วุตฺตญฺหิ ‘‘อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย – อารมฺมณปุเรชาตํ, วตฺถุปุเรชาตํ. อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ กพฬีการํ อาหารํ อนิจฺจโต…เป… โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๒๒.๓๙).
ปจฺจยุทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปจฺจยนิทฺเทโส
๑. เหตุปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑. โย เหตุปจฺจโยติ อุทฺทิฏฺโฐ, โส เอวํ เวทิตพฺโพติ เอเตน เหตุสงฺขาตสฺส ปจฺจยธมฺมสฺส เหตุสมฺปยุตฺตกตํสมุฏฺฐานรูปสงฺขาตานํ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจยภาโว เหตุปจฺจโยติ อุทฺทิฏฺโฐติ. โย ปน เหตุภาเวน ยถาวุตฺโต ปจฺจยธมฺโม ยถาวุตฺตานํ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ ปจฺจโย โหติ, โส เหตุปจฺจโยติ อุทฺทิฏฺโฐติ เวทิตพฺโพติ ทสฺเสติ. อุภยถาปิ เหตุภาเวน อุปการกตา เหตุปจฺจโยติ อุทฺทิฏฺโฐติ ทสฺสิตํ โหติ. เอส นโย เสสปจฺจเยสุปิ. อุปการกตา ปน ธมฺมสภาโว เอว, น ธมฺมโต อญฺญา อตฺถีติ. ตถา ตถา อุปการกํ ตํ ตํ ธมฺมํ ทสฺเสนฺโต หิ ภควา ตํ ตํ อุปการกตํ ทสฺเสตีติ.
เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกานนฺติ เอตฺถ ปฐโม เหตุ-สทฺโท ปจฺจตฺตนิทฺทิฏฺโฐ ปจฺจยนิทฺเทโส. เตน เอตสฺส เหตุภาเวน อุปการกตา เหตุปจฺจยตาติ ทสฺเสติ. ทุติโย ปจฺจยุปฺปนฺนวิเสสนํ. เตน น เยสํ เกสญฺจิ สมฺปยุตฺตกานํ เหตุปจฺจยภาเวน ปจฺจโย โหติ, อถ โข เหตุนา สมฺปยุตฺตานเมวาติ ทสฺเสติ. นนุ จ สมฺปยุตฺตสทฺทสฺส สาเปกฺขตฺตา ทุติเย เหตุสทฺเท อวิชฺชมาเนปิ อญฺญสฺส อเปกฺขิตพฺพสฺส อนิทฺทิฏฺฐตฺตา อตฺตนาว สมฺปยุตฺตกานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ อยมตฺโถ วิญฺญายตีติ? นายํ เอกนฺโต. เหตุสทฺโท หิ ปจฺจตฺตนิทฺทิฏฺโฐ ‘‘เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอตฺเถว พฺยาวโฏ ยทา คยฺหติ, ตทา สมฺปยุตฺตวิเสสนํ น โหตีติ สมฺปยุตฺตา อวิสิฏฺฐา เย เกจิ คหิตา ภเวยฺยุนฺติ เอวํ สมฺปยุตฺตสทฺเทน อตฺตนิ เอว พฺยาวเฏน เหตุสทฺเทน วิเสสเนน วินา เยสํ เกสญฺจิ สมฺปยุตฺตานํ คหณํ โหตีติ ตํ สนฺธาย ‘‘อถาปิ…เป… อตฺโถ ภเวยฺยา’’ติ อาห. นนุ ยถา ‘‘อรูปิโน อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมาน’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑๕), ‘‘อรูปิโน อินฺทฺริยา สมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑๖) จ วุตฺเต ทุติเยน อาหารคฺคหเณน อินฺทฺริยคฺคหเณน จ วินาปิ อาหารินฺทฺริยสมฺปยุตฺตกาว คยฺหนฺติ, เอวมิธาปิ สิยาติ? น, อาหารินฺทฺริยาสมฺปยุตฺตสฺส อภาวโต. วชฺเชตพฺพาภาวโต หิ ตตฺถ ทุติยอาหารินฺทฺริยคฺคหเณ อสติปิ ตํสมฺปยุตฺตกาว คยฺหนฺตีติ ตํ น กตํ, อิธ ปน วชฺเชตพฺพํ อตฺถีติ วตฺตพฺพํ ทุติยํ เหตุคฺคหณนฺติ.
เอวมฺปิ เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกานนฺติ เอตฺถ เหตุสมฺปยุตฺตกานํ โส เอว สมฺปยุตฺตกเหตูติ วิเสสนสฺส อกตตฺตา โย โกจิ เหตุ ยสฺส กสฺสจิ เหตุสมฺปยุตฺตกสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, ปจฺจตฺตนิทฺทิฏฺฐสฺเสว เหตุสฺส ปุน สมฺปยุตฺตวิเสสนภาเวน วุตฺตตฺตา, เอตทตฺถเมว จ วินาปิ ทุติเยน เหตุสทฺเทน เหตุสมฺปยุตฺตภาเว สิทฺเธปิ ตสฺส คหณํ กตํ. อถ วา อสติ ทุติเย เหตุสทฺเท เหตุสมฺปยุตฺตกานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย, น ปน เหตูนนฺติ เอวมฺปิ คหณํ สิยาติ ตนฺนิวารณตฺถํ โส วุตฺโต, เตน เหตุสมฺปยุตฺตภาวํ เย ลภนฺติ, เตสํ สพฺเพสํ เหตูนํ อญฺเญสมฺปิ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ ทสฺสิตํ โหติ. ยสฺมา ปน เหตุฌานมคฺคา ปติฏฺฐามตฺตาทิภาเวน นิรเปกฺขา, น อาหารินฺทฺริยา วิย สาเปกฺขา เอว, ตสฺมา เอเตเสฺวว ทุติยํ เหตาทิคฺคหณํ กตํ. อาหารินฺทฺริยา ปน อาหริตพฺพอิสิตพฺพาเปกฺขา เอว, ตสฺมา เต วินาปิ ทุติเยน อาหารินฺทฺริยคฺคหเณน อตฺตนา เอว อาหริตพฺเพ จ อิสิตพฺเพ จ อาหารินฺทฺริยภูเต อญฺเญ จ สมฺปยุตฺตเก ปริจฺฉินฺทนฺตีติ ตํ ตตฺถ น กตํ, อิธ จ ทุติเยน เหตุคฺคหเณน ปจฺจยุปฺปนฺนานํ เหตุนา ปจฺจยภูเตเนว สมฺปยุตฺตานํ เหตูนํ อญฺเญสญฺจ ปริจฺฉินฺนตฺตา ปุน วิเสสนกิจฺจํ นตฺถีติ ปญฺหาวาเร ‘‘กุสลา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธาน’’นฺติอาทีสุ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๐๑) ทุติยํ เหตุคฺคหณํ น กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
นิทฺทิสิตพฺพสฺส อปากฏตฺตาติ ตํ-สทฺโท ปุริมวจนาเปกฺโข วุตฺตสฺเสว นิทฺเทโส ‘‘รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา ตํสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติอาทีสุ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๒) ปุริมวจเนน นิทฺทิสิตพฺเพ ปากฏีภูเต เอว ปวตฺตติ. เอตฺถ จ ปจฺจตฺตนิทฺทิฏฺโฐ เหตุสทฺโท ‘‘เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอตฺถ พฺยาวโฏ สมฺปยุตฺตสทฺเทน วิย ตํ-สทฺเทนปิ อนเปกฺขนีโย อญฺโญ จ โกจิ นิทฺทิสิตพฺพปฺปกาสโก วุตฺโต นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘ตํสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ จ น วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย.
‘‘เหตุสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ อิมินา ปน ปจฺจยุปฺปนฺนวจเนน อสมตฺเตน ปจฺจยุปฺปนฺนวจนนฺตราเปกฺเขน ปุพฺเพ วุตฺเตน ตํ-สทฺเทน นิทฺทิสิตพฺพํ ปากฏีกตํ, เตน ‘‘ตํสมุฏฺฐานาน’’นฺติ เอตฺถ ตํคหณํ กตนฺติ. กึ ปน ตสฺมึ เหตุสมฺปยุตฺตกสทฺเท ตํ-สทฺเทน นิทฺทิสิตพฺพํ ปากฏีภูตนฺติ? เยหิ เหตูหิ สมฺปยุตฺตา ‘‘เหตุสมฺปยุตฺตกา’’ติ วุตฺตา, เต เหตู เจว สมฺปยุตฺตกวิเสสนภูตา ตพฺพิเสสิตา จ เหตุสมฺปยุตฺตกา. เตนาห ‘‘เต เหตู เจวา’’ติอาทิ. อญฺญถา ‘‘เต เหตู เจวา’’ติ เอตสฺส ปจฺจตฺตนิทฺทิฏฺเฐน เหตุสทฺเทน สมฺพนฺเธ สติ ยถา อิธ เตเนว ตํ-สทฺเทน นิทฺทิสิตพฺพา ปากฏา, เอวํ ปุพฺเพปิ ภวิตุํ อรหนฺตีติ ‘‘นิทฺทิสิตพฺพสฺส อปากฏตฺตา ‘ตํสมฺปยุตฺตกาน’นฺติ น วุตฺต’’นฺติ อิทํ น ยุชฺเชยฺยาติ. ทุวิธมฺปิ วา เหตุคฺคหณํ อปเนตฺวา ตํสทฺทวจนียตํ โจเทติ ปริหรติ จ. ตํสมุฏฺฐานานนฺติ จ เหตุสมุฏฺฐานานนฺติ ยุตฺตํ. เหตู หิ ปจฺจยาติ.
จิตฺตชรูปํ อชนยมานาปีติ ปิ-สทฺเทน ชนยมานาปิ. ยทิ ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานาน’’นฺติ วจเนน ปฏิสนฺธิกฺขเณ กฏตฺตารูปสฺส อคฺคหณโต ตํ น วุตฺตํ, สหชาตปจฺจยวิภงฺเค จิตฺตเจตสิกานํ ตสฺส กฏตฺตารูปสฺส ปจฺจยภาโว น วุตฺโต ภเวยฺย. ยทิ จ ตตฺถ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ ปจฺจยภาเวน ตํสมานลกฺขณานํ กฏตฺตารูปานมฺปิ ปจฺจยภาโว นิทสฺสิโต, เอวมิธาปิ ภวิตพฺพํ. ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานาน’’นฺติ ปน อวตฺวา ‘‘ตํสมุฏฺฐานาน’’นฺติ วจนํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ สพฺพจิตฺตเจตสิกสมุฏฺฐานตาทสฺสนตฺถํ. เอวํปกาเรน หิ ตํสมุฏฺฐานวจเนน ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตํ สมุฏฺฐานวจนํ วิเสสิตํ โหติ. นนุ ‘‘จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา จิตฺตสมุฏฺฐานาน’’นฺติ วจเนน จิตฺตสมุฏฺฐานานํ จิตฺตเจตสิกสมุฏฺฐานตา วุตฺตาติ? น วุตฺตา. จิตฺตเจตสิกานํ ปจฺจยภาโว เอว หิ ตตฺถ วุตฺโตติ.
จิตฺตปฏิพทฺธวุตฺติตายาติ เอเตเนว เหตุอาทิปฏิพทฺธตญฺจ ทสฺเสติ. ‘‘ยญฺจ, ภิกฺขเว, เจเตติ, ยญฺจ ปกปฺเปติ, ยญฺจ อนุเสติ, อารมฺมณเมตํ โหติ, วิญฺญาณสฺส ฐิติยา อารมฺมเณ สติ ปติฏฺฐา วิญฺญาณสฺส โหติ, ตสฺมึ ปติฏฺฐิเต วิญฺญาเณ วิรุเฬฺห นามรูปสฺส อวกฺกนฺติ โหติ, นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๓๙) อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต ปฏิสนฺธินามรูปสฺส วิญฺญาณปจฺจยตา วุตฺตาติ อาห ‘‘ตสฺมึ ปติฏฺฐิเต’’ติอาทิ.
ปุริมตรสิทฺธาย ปถวิยา พีชปติฏฺฐานํ วิย ปุริมตรสิทฺเธ กมฺเม ตนฺนิพฺพตฺตสฺเสว วิญฺญาณพีชสฺส ปติฏฺฐานํ กมฺมสฺส กฏตฺตา อุปฺปตฺตีติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห – ‘‘กมฺมํ เขตฺตํ, วิญฺญาณํ พีช’’นฺติ. กสฺส ปน ตํ เขตฺตํ พีชญฺจาติ? นามรูปงฺกุรสฺส.
อยญฺจ ปนตฺโถติ ปฏิสนฺธิยํ กมฺมชรูปานํ จิตฺตปฏิพทฺธวุตฺติตา. โอกาสวเสเนวาติ นามรูโปกาสวเสเนว. โส หิ ตสฺส อตฺถสฺส โอกาโสติ. วตฺถุรูปมตฺตมฺปีติ วทนฺโต วตฺถุรูปสฺส อุปตฺถมฺภกานํ เสสรูปานมฺปิ ตทุปตฺถมฺภกภาเวเนว อรูปธมฺมานํ ปจฺจยภาวํ ทสฺเสติ, สหภวนมตฺตํ วา. ตตฺถ กายภาวาทิกลาปานํ กตฺถจิ อภาวโต กตฺถจิ อภาวาภาวโต ‘‘วตฺถุรูปมตฺตมฺปิ วินา’’ติ อาห. สสฺสามิเกติ เอตสฺเสว วิเสสนตฺถํ ‘‘สราชเก’’ติ วุตฺตํ.
ปวตฺติยํ กฏตฺตารูปาทีนํ ปจฺจยภาวปฏิพาหนโตติ อิทํ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ เตสํ ปจฺจยภาวปฺปสงฺโคเยว นตฺถิ ‘‘เหตู สหชาตาน’’นฺติ (ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ๑.๑) วจนโต. น หิ เยสํ เหตู สหชาตปจฺจโย น โหนฺติ, ตานิ เหตุสหชาตานิ นาม โหนฺติ. ยทิ สิยุํ, ‘‘กุสลํ ธมฺมํ สหชาโต อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ น เหตุปจฺจยา’’ติอาทิ จ ลพฺเภยฺย, น ปน ลพฺภติ, ตสฺมา น ตานิ เหตุสหชาตานีติ? สจฺจเมตํ, โย ปน เหตูหิ สมานกาลุปฺปตฺติมตฺตํ คเหตฺวา เหตุสหชาตภาวํ มญฺเญยฺย, ตสฺสายํ ปสงฺโค อตฺถีติ อิทํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ภควา ปน วจนานํ ลหุครุภาวํ น คเณติ, โพธเนยฺยานํ ปน อชฺฌาสยานุรูปโต ธมฺมสภาวํ อวิโลเมนฺโต ตถา ตถา เทสนํ นิยาเมตีติ น กตฺถจิ อกฺขรานํ พหุตา วา อปฺปตา วา โจเทตพฺพาติ.
เหตุปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อารมฺมณปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๒. อุปฺปชฺชนกฺขเณเยวาติ เอเตน วตฺตมานกฺขเณกเทเสน สพฺพํ วตฺตมานกฺขณํ คยฺหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ อุปฺปชฺชนกฺขเณเยว จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ รูปาทีนิ อารมฺมณปจฺจโย, อถ โข สพฺพสฺมึ วตฺตมานกฺขเณติ. เตน อาลมฺพิยมานานมฺปิ รูปาทีนํ จกฺขุวิญฺญาณาทิวตฺตมานตาย ปุเร ปจฺฉา จ วิชฺชมานานํ อารมฺมณปจฺจยตฺตาภาวํ ทสฺเสติ, โก ปน วาโท อนาลมฺพิยมานานํ. น เอกโต โหนฺตีติ นีลาทีนิ สพฺพรูปานิ สห น โหนฺติ, ตถา สทฺทาทโยปีติ อตฺโถ. ‘‘ยํ ย’’นฺติ หิ วจนํ รูปาทีนิ ภินฺทตีติ. ตตฺถ ปุริเมนตฺเถน ‘‘อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ วจเนน อารมฺมณปจฺจยภาวลกฺขณทีปนตฺถํ ‘‘ยํ ยํ ธมฺม’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน ‘‘ยํ ย’’นฺติ วจเนน รูปาทิเภททีปนตฺถนฺติ. ‘‘ยํ ยํ วา ปนารพฺภา’’ติ เอตสฺส วณฺณนายํ ทสฺสิตสพฺพารมฺมณาทิวเสน วา อิธาปิ อตฺโถ คเหตพฺโพติ.
เอวํ วุตฺตนฺติ ยถา นทีปพฺพตานํ สนฺทนํ ฐานญฺจ ปวตฺตํ อวิรตํ อวิจฺฉินฺนนฺติ สนฺทนฺติ ติฏฺฐนฺตีติ วตฺตมานวจนํ วุตฺตํ, เอวํ ‘‘เย เย ธมฺมา’’ติ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ สพฺพสงฺคหสมุทายวเสน คหิตตฺตา เตสํ อุปฺปชฺชนํ ปวตฺตนํ อวิรตนฺติ อุปฺปชฺชนฺตีติ วตฺตมานวจนํ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. อิเม ปน น เหตาทิปจฺจยา สพฺเพปิ อตีตานาคตานํ โหนฺติ. น หิ อตีโต จ อนาคโต จ อตฺถิ, ยสฺเสเต ปจฺจยา สิยุํ. เอวญฺจ กตฺวา อตีตตฺติเก อตีตานาคตานํ น โกจิ ปจฺจโย วุตฺโต, ตสฺมา อิธาปิ ‘‘อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ วจเนน เยสํ รูปาทโย อารมฺมณธมฺมา อารมฺมณปจฺจยา โหนฺติ, เต ปจฺจุปฺปนฺนาว ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพา. เตสุ หิ ทสฺสิเตสุ อตีตานาคเตสุ ตํตํปจฺจยา อเหสุํ ภวิสฺสนฺติ จาติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ, น ปน ตํตํปจฺจยวนฺตตา. ปจฺจยวนฺโต หิ ปจฺจุปฺปนฺนาเยวาติ.
เอตฺถ จ ‘‘ยํ ยํ ธมฺมํ อารพฺภา’’ติ เอกวจนนิทฺเทสํ กตฺวา ปุน ‘‘เต เต ธมฺมา’’ติ พหุวจนนิทฺเทโส ‘‘ยํ ย’’นฺติ วุตฺตสฺส อารมฺมณธมฺมสฺส อเนกภาโวปิ อตฺถีติ ทสฺสนตฺโถ. จตฺตาโร หิ ขนฺธา สเหว อารมฺมณปจฺจยา โหนฺติ, เต สพฺเพปิ อารพฺภ อุปฺปชฺชมานมฺปิ เตสุ เอเกกํ อารพฺภ อุปฺปชฺชมานํ น น โหติ, ตสฺมา เวทนาทีสุ ผสฺสาทีสุ จ เอเกกสฺสปิ อารมฺมณปจฺจยภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘ยํ ย’’นฺติ วุตฺตํ, สพฺเพสํ เอกจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนานํ อารมฺมณปจฺจยภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘เต เต’’ติ. ตตฺถ โย จ รูปาทิโก เอเกโกว ยํยํ-สทฺเทน วุตฺโต, เย จ อเนเก ผสฺสาทโย เอเกกวเสน ยํยํ-สทฺเทน วุตฺตา, เต สพฺเพ คเหตฺวา ‘‘เต เต’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา ยสฺมึ กาเล อารพฺภ อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมึ กาเล นีลาทีสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ จ เอเกกเมว อารพฺภ อุปฺปชฺชนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ยํ ย’’นฺติ วุตฺตํ, เต ปน อาลมฺพิยมานา รูปารมฺมณธมฺมา จ อเนเก, ตถา สทฺทาทิอารมฺมณธมฺมา จาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เต เต’’ติ.
นิพฺพานารมฺมณํ กามาวจรรูปาวจรกุสลสฺส อปริยาปนฺนโต กุสลวิปากสฺส กามาวจรรูปาวจรกิริยสฺส จาติ อิเมสํ ฉนฺนํ ราสีนํ อารมฺมณปจฺจโย โหตีติ อิทํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน ขนฺธปฏิพทฺธานุสฺสรณกาเล นิพฺพานมฺปิ รูปาวจรกุสลกิริยานํ อารมฺมณํ โหตีติ อิมินา อธิปฺปาเยน วุตฺตํ. เอวํ สติ ยถา ‘‘อปฺปมาณา ขนฺธา ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๑๒.๕๘) วุตฺตํ, เอวํ ‘‘นิพฺพาน’’นฺติ จ วตฺตพฺพํ สิยา, น จ ตํ วุตฺตํ. น หิ นิพฺพานํ ปุพฺเพ นิวุฏฺฐํ อสงฺขตตฺตา, น จ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน ปุพฺเพ นิวุฏฺเฐสุ อปฺปมาณกฺขนฺเธสุ ญาเตสุ นิพฺพานชานเน น เตน ปโยชนํ อตฺถิ. ยถา หิ เจโตปริยญาณํ จิตฺตํ วิภาเวนฺตเมว จิตฺตารมฺมณชานนสฺส กามาวจรสฺส ปจฺจโย โหติ, เอวมิทมฺปิ อปฺปมาณกฺขนฺเธ วิภาเวนฺตเมว ตทารมฺมณชานนสฺส กามาวจรสฺส ปจฺจโย โหตีติ. ทิฏฺฐนิพฺพาโนเยว จ ปุพฺเพ นิวุฏฺเฐ อปฺปมาณกฺขนฺเธ อนุสฺสรติ, เตน ยถาทิฏฺฐเมว นิพฺพานํ เตสํ ขนฺธานํ อารมฺมณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, น ปน ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน ตทารมฺมณวิภาวนํ กาตพฺพํ. วิภูตเมว หิ ตํ ตสฺสาติ. เอวํ อนาคตํสญาเณปิ ยถารหํ โยเชตพฺพํ, ตสฺมา นิพฺพานํ น กสฺสจิ รูปาวจรสฺส อารมฺมณนฺติ ‘‘จตุนฺนํ ราสีน’’นฺติ วตฺตุํ ยุตฺตํ.
อารมฺมณปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อธิปติปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๓. ธุรนฺติ ธุรคฺคาหํ. เชฏฺฐกนฺติ เสฏฺฐํ. ฉนฺทาธิปติ ฉนฺทสมฺปยุตฺตกานนฺติ เอตฺถ ปุริมฉนฺทสฺส สมานรูเปน ตทนนฺตรํ นิทฺทิฏฺเฐน ตํสมฺพนฺเธน ฉนฺทสทฺเทเนว ปจฺจยภูตสฺส ฉนฺทสฺส สมฺปยุตฺตกวิเสสนภาโว ทสฺสิโต โหตีติ ‘‘ฉนฺทาธิปติ สมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ฉนฺทสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย อิตเรสุปิ.
ครุการจิตฺตีการวเสน วาติ กุสลาพฺยากตานํ ปวตฺตึ ทสฺเสติ. อลทฺธํ ลทฺธพฺพํ, ลทฺธํ อวิชหิตพฺพํ. เยน วา วินา น ภวิตพฺพํ, ตํ ลทฺธพฺพํ, ตสฺเสวตฺโถ อวิชหิตพฺพนฺติ. อนวญฺญาตนฺติ อวญฺญาตมฺปิ อโทสทสฺสิตาย อสฺสาทเนน อนวญฺญาตํ กตฺวา.
มิจฺฉตฺตนิยตา อปฺปนาสทิสา มหาพลา วินา อธิปตินา นุปฺปชฺชนฺตีติ ‘‘เอกนฺเตเนวา’’ติ อาห. กมฺมกิเลสาวรณภูตา จ เต สคฺคาวรณา จ มคฺคาวรณา จ ปจฺจกฺขสคฺคานํ กามาวจรเทวานมฺปิ อุปฺปชฺชิตุํ น อรหนฺติ, โก ปน วาโท รูปารูปีนนฺติ.
กามาวจราทิเภทโต ปน ติวิโธ กิริยารมฺมณาธิปติ โลภสหคตากุสลสฺเสว อารมฺมณาธิปติปจฺจโย โหตีติ อิทํ ปรสนฺตานคตานํ สารมฺมณธมฺมานํ ‘‘อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอตสฺส อภาวโต ‘‘พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺสา’’ติ เอตฺถ จ อารมฺมณาธิปติโน อนุทฺธฏตฺตา อธิปติปจฺจยตา นตฺถีติ วิญฺญายมาเนปิ ‘‘พหิทฺธา ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทตี’’ติอาทิวจนํ (ปฏฺฐา. ๒.๒๐.๓๑) นิสฺสาย อรหโต กิริยธมฺมา ปุถุชฺชนาทีหิ ครุํ กตฺวา อสฺสาทิยนฺตีติ อิมินา อธิปฺปาเยน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘สนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ขนฺธา’’ติอาทีสุ (ปฏฺฐา. ๒.๒๒.๓๐) วิย ขนฺธสทฺโท รูเป เอว ภวิตุํ อรหตีติ วิจาริตเมตํ. ปุถุชฺชนาทิกาเล วา อนาคเต กิริยธมฺเม ครุํ กตฺวา อสฺสาทนํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ‘‘เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺเม ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทตี’’ติอาทิวจนโต (ปฏฺฐา. ๑.๓.๙๖) กิริยธมฺมา ราคทิฏฺฐีนํ อธิปติปจฺจโย โหนฺเตว, เต จ ‘‘อตีตารมฺมเณ อนาคเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทตี’’ติอาทิวจนโต (ปฏฺฐา. ๒.๑๙.๒๓) อนาคตา เตภูมกาปิ อธิปติปจฺจโย โหนฺตีติ. อาวชฺชนกิริยสพฺภาวโต ปน อิทมฺปิ วิจาเรตพฺพํ.
อธิปติปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อนนฺตรปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๔. ยถา โอกาสทานวิเสสภาเวน นตฺถิวิคตา วุตฺตา, น เอวํ อนนฺตรสมนนฺตรา, เอเต ปน จิตฺตนิยามเหตุวิเสสภาเวน วุตฺตา, ตสฺมา ตํ จิตฺตนิยามเหตุวิเสสภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จกฺขุวิญฺญาณธาตู’’ติอาทินา ธาตุวเสน กุสลาทิวเสน จ นิทฺเทสมาห. ตตฺถ ‘‘มโนวิญฺญาณธาตุ มโนวิญฺญาณธาตุยา’’ติ วุตฺเต ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนวิเสโส น วิญฺญายตีติ ‘‘ปุริมา ปุริมา ปจฺฉิมาย ปจฺฉิมายา’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา. ตถา จ สติ ธาตุวิเสเสน จิตฺตวิเสเส ทสฺสนํ ยํ กาตุํ อารทฺโธ, ตํ โวจฺฉิชฺเชยฺย. ‘‘มโนวิญฺญาณธาตุ มโนธาตุยา’’ติ อิทมฺปิ น สกฺกา วตฺตุํ นิยามาภาวโต, ‘‘มโนธาตุ จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา’’ติ จ ตเถว น สกฺกา. น หิ มโนธาตุ จกฺขุวิญฺญาณธาตุยาเยว อนนฺตรปจฺจโยติ นิยาโม อตฺถิ, ตสฺมา ปากฏา ปญฺจวิญฺญาณธาตุโย อาทึ กตฺวา ยาว ธาตุวิเสสนิยาโม อตฺถิ, ตาว นิทสฺสเนน นยํ ทสฺเสตฺวา ปุน นิรวเสสทสฺสนตฺถํ ‘‘ปุริมา ปุริมา กุสลา’’ติอาทิมาห. สทิสกุสลานนฺติ เวทนาย วา เหตูหิ วา สทิสกุสลานํ อนุรูปกุสลานนฺติ วา อตฺโถ. เตน ภูมิภินฺนานมฺปิ ปจฺจยภาโว วุตฺโต โหติ. ภวงฺคคฺคหเณน กุสลากุสลมูลเกสุ จุติปิ คหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ, อพฺยากตมูลเก ตทารมฺมณมฺปิ.
กามาวจรกิริยาวชฺชนสฺสาติ กามาวจรกิริยาย อาวชฺชนสฺสาติ อาวชฺชนคฺคหเณน กามาวจรกิริยํ วิเสเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. กามาวจรวิปาโก กามาวจรกิริยราสิสฺส จ อนนฺตรปจฺจโย โหติ, โหนฺโต จ อาวชฺชนสฺเสวาติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย. อาวชฺชนคฺคหเณเนว เจตฺถ โวฏฺฐพฺพนมฺปิ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อนนฺตรปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. สหชาตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๖. ‘‘อญฺญมญฺญสฺสาติ อญฺโญ อญฺญสฺสา’’ติ โปราณปาโฐ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อญฺญมญฺญํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอตฺถ วุตฺตสฺส ‘‘อญฺญมญฺญ’’นฺติ อิมสฺส อตฺโถ วตฺตพฺโพ, น อวุตฺตสฺส ‘‘อญฺญมญฺญสฺสา’’ติ อิมสฺส, น จ สมานตฺถสฺสปิ สทฺทนฺตรสฺส อตฺเถ วุตฺเต สทฺทนฺตรสฺส อตฺโถ วุตฺโต โหติ, ตสฺมา ‘‘อญฺญมญฺญนฺติ อญฺโญ อญฺญสฺสา’’ติ ปฐนฺติ. โอกฺกนฺตีติ ปญฺจโวการปฏิสนฺธิเยว วุจฺจติ, น อิตราติ อิมินา อธิปฺปาเยนาห ‘‘ปญฺจโวการภเว ปฏิสนฺธิกฺขเณ’’ติ. รูปิโน ธมฺมา อรูปีนํ ธมฺมานนฺติ อิทํ ยทิปิ ปุพฺเพ ‘‘โอกฺกนฺติกฺขเณ นามรูป’’นฺติ วุตฺตํ, ตถาปิ น เตน ขณนฺตเร ปจฺจยภาโว รูปีนํ นิวาริโตติ ตนฺนิวารณตฺถํ วุตฺตํ. กญฺจิ กาเลติ เกจิ กิสฺมิญฺจิ กาเลติ วา อตฺโถ. เตน รูปิโน ธมฺมา เกจิ วตฺถุภูตา กิสฺมิญฺจิ ปฏิสนฺธิกาเลติ รูปนฺตรานํ วตฺถุสฺส จ กาลนฺตเร อรูปีนํ สหชาตปจฺจยํ ปุพฺเพ อนิวาริตํ นิวาเรติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘กญฺจิ กาล’’นฺติ วา ‘‘กิสฺมิญฺจิ กาเล’’ติ วา วตฺตพฺเพ วิภตฺติวิปลฺลาโส กโต. เตน หิ ‘‘กญฺจี’’ติ อุปโยเคกวจนํ ‘‘รูปิโน ธมฺมา’’ติ เอเตน สห สมฺพนฺเธน ปจฺจตฺตพหุวจนสฺส อาเทโส, ‘‘กาเล’’ติ อิมินา สมฺพนฺเธน ภุมฺเมกวจนสฺสาติ วิญฺญายติ. ปุริเมน จ ‘‘เอโก ขนฺโธ วตฺถุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธาน’’นฺติอาทินา นามสหิตสฺเสว วตฺถุสฺส ‘‘นามสฺส ปจฺจโย’’ติ วตฺตพฺพตฺเต อาปนฺเน เอเตน เกวลสฺเสว ตถา วตฺตพฺพตํ ทสฺเสติ.
ตโย น อญฺญมญฺญวเสนาติ ลพฺภมาเนปิ กตฺถจิ อญฺญมญฺญสหชาตปจฺจยภาเว วจเนน อสงฺคหิตตฺตา ตสฺส เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. จตุสมุฏฺฐานิกสฺส รูปสฺส เอกเทสภูเต กมฺมสมุฏฺฐานรูเป สมุทาเยกเทสวเสน สามิวจนํ ทฏฺฐพฺพํ, นิทฺธารเณ วา.
สหชาตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. นิสฺสยปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๘. นิสฺสยปจฺจยนิทฺเทเส ‘‘รูปิโน ธมฺมา อรูปีนํ ธมฺมานํ กิสฺมิญฺจิ กาเล’’ติ อิทํ น ลพฺภติ. ยํ ปเนตฺถ ลพฺภติ ‘‘รูปิโน ธมฺมา เกจี’’ติ, ตตฺถ เต เอว ธมฺเม ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขายตน’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ. ‘‘วตฺถุรูปํ ปญฺจโวการภเว’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ฐเปตฺวา อารุปฺปวิปาก’’นฺติ อิทํ น วตฺตพฺพนฺติ เจ? น, ‘‘เตภูมกวิปากสฺสา’’ติ วุตฺเต ปญฺจโวการภเว อนุปฺปชฺชนกํ ฐเปตพฺพํ อชานนฺตสฺส ตสฺส ปกาเสตพฺพตฺตา.
นิสฺสยปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. อุปนิสฺสยปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๙. เต ตโยปิ ราสโยติ อุปนิสฺสเย ตโย อเนกสงฺคาหกตาย ราสโยติ วทติ. เอตสฺมึ ปน อุปนิสฺสยนิทฺเทเส เย ปุริมา เยสํ ปจฺฉิมานํ อนนฺตรูปนิสฺสยา โหนฺติ, เต เตสํ สพฺเพสํ เอกนฺเตเนว โหนฺติ, น เกสญฺจิ กทาจิ, ตสฺมา เยสุ ปเทสุ อนนฺตรูปนิสฺสโย สงฺคหิโต, เตสุ ‘‘เกสญฺจี’’ติ น สกฺกา วตฺตุนฺติ น วุตฺตํ. เย ปน ปุริมา เยสํ ปจฺฉิมานํ อารมฺมณปกตูปนิสฺสยา โหนฺติ, เต เตสํ น สพฺเพสํ เอกนฺเตน โหนฺติ, เยสํ อุปฺปตฺติปฏิพาหิกา ปจฺจยา พลวนฺโต โหนฺติ, เตสํ น โหนฺติ, อิตเรสํ โหนฺติ. ตสฺมา เยสุ ปเทสุ อนนฺตรูปนิสฺสโย น ลพฺภติ, เตสุ ‘‘เกสญฺจี’’ติ วุตฺตํ. สิทฺธานํ ปจฺจยธมฺมานํ เยหิ ปจฺจยุปฺปนฺเนหิ อกุสลาทีหิ ภวิตพฺพํ, เตสํ เกสญฺจีติ อยญฺเจตฺถ อตฺโถ, น ปน อวิเสเสน อกุสลาทีสุ เกสญฺจีติ.
ปุริมา ปุริมา กุสลา…เป… อพฺยากตานํ ธมฺมานนฺติ เยสํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ภวิตพฺพํ, เตสํ อพฺยากตานํ ปจฺฉิมานนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ รูปาพฺยากตํ อุปนิสฺสยํ ลภตีติ. กถํ? อารมฺมณานนฺตรูปนิสฺสเย ตาว น ลภติ อนารมฺมณตฺตา ปุพฺพาปรนิยเมน อปฺปวตฺติโต จ, ปกตูปนิสฺสยญฺจ น ลภติ อเจตเนน รูปสนฺตาเนน ปกตสฺส อภาวโต. ยถา หิ อรูปสนฺตาเนน สทฺธาทโย นิปฺผาทิตา อุตุโภชนาทโย จ อุปเสวิตา, น เอวํ รูปสนฺตาเนน. ยสฺมิญฺจ อุตุพีชาทิเก กมฺมาทิเก จ สติ รูปํ ปวตฺตติ, น ตํ เตน ปกตํ โหติ. สเจตนสฺเสว หิ อุปฺปาทนุปตฺถมฺภนุปโยคาทิวเสน เจตนํ ปกปฺปนํ ปกรณํ, รูปญฺจ อเจตนนฺติ. ยถา จ นิรีหเกสุ ปจฺจยายตฺเตสุ ธมฺเมสุ เกสญฺจิ สารมฺมณสภาวตา โหติ, เกสญฺจิ น, เอวํ สปฺปกรณสภาวตา นิปฺปกรณสภาวตา จ ทฏฺฐพฺพา. อุตุพีชาทโย ปน องฺกุราทีนํ เตสุ อสนฺเตสุ อภาวโต เอว ปจฺจยา, น ปน อุปนิสฺสยาทิภาวโตติ. ปุริมปุริมานํเยว ปเนตฺถ อุปนิสฺสยปจฺจยภาโว พาหุลฺลวเสน ปากฏวเสน จ วุตฺโต. ‘‘อนาคเต ขนฺเธ ปตฺถยมาโน ทานํ เทตี’’ติอาทิวจนโต (ปฏฺฐา. ๒.๑๘.๘) ปน อนาคตาปิ อุปนิสฺสยปจฺจยา โหนฺติ, เต ปุริเมหิ อารมฺมณปกตูปนิสฺสเยหิ ตํสมานลกฺขณตาย อิธ สงฺคยฺหนฺตีติ ทฏฺฐพฺพา.
ปุคฺคโลปิ เสนาสนมฺปีติ ปุคฺคลเสนาสนคฺคหณวเสน อุปนิสฺสยภาวํ ภชนฺเต ธมฺเม ทสฺเสติ, ปิ-สทฺเทน จีวรารญฺญรุกฺขปพฺพตาทิคฺคหณวเสน อุปนิสฺสยภาวํ ภชนฺเต สพฺเพ สงฺคณฺหาติ. ‘‘อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทีสุ หิ ‘‘เสนาสนํ กายิกสฺส สุขสฺสา’’ติอาทิวจเนน เสนาสนคฺคหเณน อุปนิสฺสยภาวํ ภชนฺตาว ธมฺมา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโยติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺเตน ปุคฺคลาทีสุปิ อยํ นโย ทสฺสิโต โหตีติ. ปจฺจุปฺปนฺนาปิ อารมฺมณปกตูปนิสฺสยา ปจฺจุปฺปนฺนตาย เสนาสนสมานลกฺขณตฺตา เอตฺเถว สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพา. วกฺขติ หิ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนํ อุตุํ โภชนํ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ฌานํ อุปฺปาเทตี’’ติอาทินา เสนาสนสฺส ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ วิย ปจฺจุปฺปนฺนานํ อุตุอาทีนํ ปกตูปนิสฺสยภาวํ, ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนํ จกฺขุํ…เป… วตฺถุํ ปจฺจุปฺปนฺเน ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทตี’’ติอาทินา (ปฏฺฐา. ๒.๑๘.๔) จกฺขาทีนํ อารมฺมณูปนิสฺสยภาวญฺจาติ. ปจฺจุปฺปนฺนานมฺปิ จ ตาทิสานํ ปุพฺเพ ปกตตฺตา ปกตูปนิสฺสยตา ทฏฺฐพฺพา.
กสิณารมฺมณาทีนิ อารมฺมณเมว โหนฺติ, น อุปนิสฺสโยติ อิมินา อธิปฺปาเยน ‘‘เอกจฺจายา’’ติ อาห.
อรูปาวจรกุสลมฺปิ ยสฺมึ กสิณาทิมฺหิ ฌานํ อนุปฺปาทิตํ, ตสฺมึ อนุปฺปนฺนฌานุปฺปาทเน สพฺพสฺส จ อุปฺปนฺนฌานสฺส สมาปชฺชเน อิทฺธิวิธาทีนํ อภิญฺญานญฺจ อุปนิสฺสโยติ อิมมตฺถํ สนฺธายาห ‘‘เตภูมกกุสโล จตุภูมกสฺสปิ กุสลสฺสา’’ติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อรูปาวจรํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย รูปาวจรํ ฌานํ วิปสฺสนํ มคฺคํ อภิญฺญํ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๔.๑๓.๒๘๕). กามาวจรกุสลํ รูปาวจรารูปาวจรวิปากานมฺปิ ตทุปฺปาทกกุสลานํ อุปนิสฺสยภาววเสน, ปฏิสนฺธินิยามกสฺส จุติโต ปุริมชวนสฺส จ วเสน อุปนิสฺสโย, รูปาวจรกุสลํ อรูปาวจรวิปากสฺส, อรูปาวจรกุสลญฺจ รูปาวจรวิปากสฺส ตทุปฺปาทกกุสลูปนิสฺสยภาเวนาติ เอวํ ปจฺเจกํ เตภูมกกุสลานํ จตุภูมกวิปากสฺส เตภูมกกิริยสฺส จ ยถาโยคํ ปจฺจยภาโว เวทิตพฺโพ. ปาฬิยมฺปิ หิ ปกตูปนิสฺสโย นยทสฺสนมตฺเตเนว ปญฺหาวาเรสุ วิสฺสชฺชิโตติ.
อิมินา ปน นเยนาติ โลกุตฺตรนิพฺพตฺตนํ อุปนิสฺสาย สิเนหุปฺปาทนเลเสนาติ อตฺโถ. โลกุตฺตรา ปน ธมฺมา อกุสลานํ น เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโย โหนฺตีติ น อิทํ สารโต ทฏฺฐพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. กามาวจราทิติเหตุกภวงฺคํ กายิกสุขาทิ จ รูปาวจราทิกุสลานํ อุปนิสฺสโย, อรูปาวจรวิปาโก รูปาวจรกุสลสฺส ตํ ปตฺเถตฺวา ตนฺนิพฺพตฺตกกุสลุปฺปาทนตฺถํ อุปฺปาทิยมานสฺส, รูปาวจรกิริยสฺส จ ปุพฺเพ นิวุฏฺฐาทีสุ อรูปาวจรวิปากชานนตฺถํ ฌานาภิญฺญาโย อุปฺปาเทนฺตสฺส อรหโต, จตุภูมกวิปากานํ ปน ตทุปฺปาทกกุสลูปนิสฺสยภาววเสน โส โส วิปาโก อุปนิสฺสโย. เตนาห ‘‘ตถา เตภูมกวิปาโก’’ติ. ยทิปิ อรหตฺตผลตฺตํ ฌานวิปสฺสนา อุปฺปาเทติ อนาคามี, น ปน เตน ตํ กทาจิ ทิฏฺฐปุพฺพํ ปุถุชฺชนาทีหิ โสตาปตฺติผลาทีนิ วิย, ตสฺมา ตานิ วิย เตสํ ฌานาทีนํ อิมสฺส จ อคฺคผลํ น ฌานาทีนํ อุปนิสฺสโย. อุปลทฺธปุพฺพสทิสเมว หิ อนาคตมฺปิ อุปนิสฺสโยติ. เตนาห ‘‘อุปริฏฺฐิมํ กุสลสฺสปี’’ติ.
กิริยอตฺถปฏิสมฺภิทาทิมฺปิ ปตฺเถตฺวา ทานาทิกุสลํ กโรนฺตสฺส เตภูมกกิริยาปิ จตุภูมกสฺสปิ กุสลสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. โยนิโสมนสิกาเร วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, ตํ อุปนิสฺสาย ราคาทิอุปฺปาทเน อกุสลสฺส, กุสลากุสลูปนิสฺสยภาวมุเขน จตุภูมกวิปากสฺส. เอวํ กิริยสฺสปิ โยเชตพฺพํ. เตนาห ‘‘กิริยสงฺขาโตปิ ปกตูปนิสฺสโย จตุภูมกานํ กุสลาทิขนฺธานํ โหติเยวา’’ติ. เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺเมสุ ปน อุตุโภชนเสนาสนานเมว ติณฺณํ ราสีนํ ปกตูปนิสฺสยภาวทสฺสนํ นยทสฺสนเมวาติ. อิมสฺมึ ปฏฺฐานมหาปกรเณ อาคตนเยนาติ อิทํ ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ น อุปนิสฺสยปจฺจยา, กุสเล ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูป’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๙๑) เอวมาทิกํ อุปนิสฺสยปฏิกฺเขปํ, อนุโลเม จ อนาคมนํ สนฺธาย วุตฺตํ. สุตฺตนฺติกปริยาเยนาติ ‘‘วิญฺญาณูปนิสํ นามรูปํ, นามรูปนิสํ สฬายตน’’นฺติอาทิเกน (สํ. นิ. ๒.๒๓),
‘‘ยถาปิ ปพฺพโต เสโล, อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเน;
ตํ รุกฺขา อุปนิสฺสาย, วฑฺฒนฺเต เต วนปฺปตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๔๙). –
อาทิเกน จ.
อุปนิสฺสยปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ปุเรชาตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑๐. นยทสฺสนวเสน ยานิ วินา อารมฺมณปุเรชาเตน น วตฺตนฺติ, เตสํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อารมฺมณปุเรชาตทสฺสเนน มโนทฺวาเรปิ ยํ ยทารมฺมณปุเรชาเตน วตฺตติ, ตสฺส ตทาลมฺพิตํ สพฺพมฺปิ รูปรูปํ อารมฺมณปุเรชาตนฺติ ทสฺสิตเมว โหติ, สรูเปน ปน อทสฺสิตตฺตา ‘‘สาวเสสวเสน เทสนา กตา’’ติ อาห. จิตฺตวเสน กายํ ปริณามยโต อิทฺธิวิธาภิญฺญาย จ อฏฺฐารสสุ ยํกิญฺจิ อารมฺมณปุเรชาตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตทารมฺมณภาวิโนติ เอตฺถ ปฏิสนฺธิภาวิโน วตฺถุปุเรชาตาภาเวน อิตรสฺสปิ อภาวา อคฺคหณํ. ภวงฺคภาวิโน ปน คหณํ กาตพฺพํ น วา กาตพฺพํ ปฏิสนฺธิยา วิย อปริพฺยตฺตสฺส อารมฺมณสฺส อารมฺมณมตฺตภาวโต, ‘‘มโนธาตูนญฺจา’’ติ เอตฺถ สนฺตีรณภาวิโน มโนวิญฺญาณธาตุยาปิ.
ปุเรชาตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๑. ปจฺฉาชาตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑๑. ตสฺเสวาติ อิทํ กามาวจรรูปาวจรวิปากานํ นิรวเสสทสฺสิตปุเรชาตทสฺสนวเสน วุตฺตํ, รูปาวจรวิปาโก ปน อาหารสมุฏฺฐานสฺส น โหตีติ.
ปจฺฉาชาตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๒. อาเสวนปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑๒. ปคุณตรพลวตรภาววิสิฏฺฐนฺติ เอเตน วิปากาพฺยากตโต วิเสเสติ.
อาเสวนปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๓. กมฺมปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑๓. เจตนาสมฺปยุตฺตกมฺมํ อภิชฺฌาทิ กมฺมปจฺจโย น โหตีติ ‘‘เจตนากมฺมเมวา’’ติ อาห. สติปิ หิ วิปากธมฺมธมฺมตฺเต น เจตนาวชฺชา เอวํสภาวาติ. อตฺตโน ผลํ อุปฺปาเทตุํ สมตฺเถนาติ กมฺมสฺส สมตฺถตา ตสฺส กมฺมปจฺจยภาโว วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา.
ปญฺจโวกาเรเยว, น อญฺญตฺถาติ เอเตน กามาวจรเจตนา เอกโวกาเร รูปมฺปิ น ชเนตีติ ทสฺเสติ.
กมฺมปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๔. วิปากปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑๔. วิปากปจฺจยนิทฺเทเส เยสํ เอกนฺเตน วิปาโก วิปากปจฺจโย โหติ, เตสํ วเสน นยทสฺสนํ กตํ. น หิ อารุปฺเป ภูมิทฺวยวิปาโก รูปสฺส ปจฺจโย โหติ.
วิปากปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๕. อาหารปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑๕. กพฬํ กริตฺวา อชฺโฌหริโตวาติ อสิตปีตาทิวตฺถูหิ สห อชฺโฌหริโตวาติ วุตฺตํ โหติ. ปาตพฺพสายิตพฺพานิปิ หิ สภาววเสน กพฬาเยว โหนฺตีติ.
เสสติสนฺตติสมุฏฺฐานสฺส อนุปาลโกว หุตฺวาติ เอตฺถ จิตฺตสมุฏฺฐานสฺส อาหารปจฺจยภาโว วิจาเรตฺวา คเหตพฺโพ. น หิ จิตฺตสมุฏฺฐาโน กพฬีกาโร อาหาโร โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ตทุภยญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานกายสฺส อาหารปจฺจโย วุตฺโต, ติวิโธปิ ปน โส โนจิตฺตสมุฏฺฐานกายสฺส วุตฺโตติ.
อาหารปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๖. อินฺทฺริยปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑๖. อรูปชีวิตินฺทฺริยมฺปิ สงฺคหิตนฺติ มิสฺสกตฺตา ชีวิตินฺทฺริยํ น สพฺเพน สพฺพํ วชฺชิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.
อวินิพฺภุตฺตธมฺมานนฺติ เอตฺถ อยํ อธิปฺปาโย – รูปารูปานํ อญฺญมญฺญํ อวินิพฺภุตฺตโวหาโร นตฺถีติ อรูปานํ อินฺทฺริยปจฺจยภูตานิ ปจฺจยนฺตราเปกฺขานิ จกฺขาทีนิ อตฺตโน วิชฺชมานกฺขเณ อวินิพฺภุตฺตธมฺมานํ อินฺทฺริยปจฺจยตํ อผรนฺตานิปิ อินฺทฺริยปจฺจยา สิยุํ. โย ปน นิรเปกฺโข อินฺทฺริยปจฺจโย อวินิพฺภุตฺตธมฺมานํ โหติ, โส อตฺตโน วิชฺชมานกฺขเณ เตสํ อินฺทฺริยปจฺจยตํ อผรนฺโต นาม นตฺถิ. ยทิ จ อิตฺถินฺทฺริยปุริสินฺทฺริยานิ อินฺทฺริยปจฺจโย ลิงฺคาทีนํ สิยุํ, อวินิพฺภุตฺตานํ เตสมฺปิ สิยุํ. น หิ รูปํ รูปสฺส, อรูปํ วา อรูปสฺส วินิพฺภุตฺตสฺส อินฺทฺริยปจฺจโย อตฺถีติ. สติ เจวํ อิตฺถิปุริสินฺทฺริเยหิ อวินิพฺภุตฺตตฺตา กลลาทิกาเล จ ลิงฺคาทีนิ สิยุํ, เยสํ ตานิ อินฺทฺริยปจฺจยตํ ผเรยฺยุํ, น จ ผรนฺติ. ตสฺมา น เตหิ ตานิ อวินิพฺภุตฺตกานิ, อวินิพฺภุตฺตตฺตาภาวโต จ เตสํ อินฺทฺริยปจฺจยตํ น ผรนฺติ. อญฺเญสํ ปน เยหิ ตานิ สหชาตานิ, เตสํ อพีชภาวโตเยว น ผรนฺติ, ตสฺมา อาปนฺนวินิพฺภุตฺตภาวานํ เตสํ ลิงฺคาทีนํ อวินิพฺภุตฺตานํ อญฺเญสญฺจ สมานกลาปธมฺมานํ อินฺทฺริยปจฺจยตาย อผรณโต ตานิ อินฺทฺริยปจฺจโย น โหนฺตีติ. เยสํ พีชภูตานิ อิตฺถิปุริสินฺทฺริยานิ, เตสํ ลิงฺคาทีนํ อปรมตฺถภาวโตติ เกจิ, เต ปน กลลาทิกาเลปิ ลิงฺคาทีนํ ตทนุรูปานํ อตฺถิตํ อิจฺฉนฺติ.
ชาติภูมิวเสน วุตฺเตสุ เภเทสุ กุสลชาติยํ รูปาวจรกุสลเมว อารุปฺเป ฐเปตพฺพนฺติ ‘‘ฐเปตฺวา ปน รูปาวจรกุสลํ อวเสสา กุสลากุสลา’’ติ วุตฺตํ. ปฐมโลกุตฺตรํ ปน โทมนสฺสยุตฺตญฺจ วิสุํ เอกา ชาติ ภูมิ วา น โหตีติ อารุปฺเป อลพฺภมานมฺปิ น ฐปิตํ. เหตุอาทีสุปิ ‘‘ตถา อปริยาปนฺนกุสลเหตุ, ตถา อกุสลเหตู’’ติอาทีสุ (ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ๑.๑) เอส นโย โยเชตพฺโพ.
ฐิติกฺขเณติ อิทํ รูปชีวิตินฺทฺริยสฺส สหชาตปจฺจยตฺตาภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. อุปฺปาทกฺขเณปิ ปน ตสฺส อินฺทฺริยปจฺจยตา น สกฺกา นิวาเรตุํ. วกฺขติ หิ ‘‘อพฺยากตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ…เป… อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ…เป… อินฺทฺริยปจฺจยํ กมฺมปจฺจยสทิส’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๖๖). น หิ อสญฺญสตฺตานํ อินฺทฺริยปจฺจยา อุปฺปชฺชมานสฺส รูปสฺส รูปชีวิตินฺทฺริยโต อญฺโญ อินฺทฺริยปจฺจโย อตฺถิ, ปญฺจโวกาเร ปวตฺเต จ กฏตฺตารูปสฺส. ปฏิจฺจวาราทโย จ ฉ อุปฺปาทกฺขณเมว คเหตฺวา ปวตฺตา, เอวญฺจ กตฺวา ปจฺฉาชาตปจฺจโย เอเตสุ อนุโลมโต น ติฏฺฐตีติ.
อินฺทฺริยปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๗. ฌานปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑๗. วิตกฺกวิจารปีติโสมนสฺสโทมนสฺสุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตาสงฺขาตานีติ เอตฺถ ยทิปิ โสมนสฺสโทมนสฺสสงฺขาตานิ ฌานงฺคานิ นตฺถิ, สุขทุกฺขสงฺขาตานิ ปน โสมนสฺสโทมนสฺสภูตาเนว ฌานงฺคานิ, น กายิกสุขทุกฺขภูตานีติ อิมสฺส ทสฺสนตฺถํ โสมนสฺสโทมนสฺสคฺคหณํ กตํ. นนุ จ ‘‘ทฺวิปญฺจวิญฺญาณวชฺเชสู’’ติ วจเนเนว กายิกสุขทุกฺขานิ วชฺชิตานีติ สุขทุกฺขคฺคหณเมว กตฺตพฺพนฺติ? น, ฌานงฺคสุขทุกฺขานํ ฌานงฺคภาววิเสสนโต. ‘‘ทฺวิปญฺจวิญฺญาณวชฺเชสุ สุขทุกฺขุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตาสงฺขาตานี’’ติ หิ วุตฺเต ทฺวิปญฺจวิญฺญาเณสุ อุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตาหิ สทฺธึ กายิกสุขทุกฺขานิปิ วชฺชิตานีติ เอตฺตกเมว วิญฺญายติ, น ปน ยานิ สุขทุกฺขานิ ฌานงฺคานิ โหนฺติ, เตสํ ฌานงฺคภูโต สุขภาโว ทุกฺขภาโว จ วิเสสิโต, ตสฺมา โสมนสฺสโทมนสฺสภาววิสิฏฺโฐเยว สุขทุกฺขภาโว สุขทุกฺขานํ ฌานงฺคภาโวติ ทสฺสนตฺถํ โสมนสฺสโทมนสฺสคฺคหณํ กโรติ. เตน ‘‘ทฺวิปญฺจวิญฺญาณวชฺเชสู’’ติ วจเนน วชฺชิยมานานมฺปิ สุขทุกฺขานํ โสมนสฺสโทมนสฺสภาวาภาวโต ฌานงฺคภาวาภาโวติ ทสฺสิตํ โหติ. ยถาวชฺชิตา ปน สุขทุกฺโขเปกฺเขกคฺคตา กสฺมา วชฺชิตาติ? ยตฺถ ฌานงฺคานิ อุทฺธรียนฺติ จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ, ตตฺถ จ ฌานงฺคนฺติ อนุทฺธฏตฺตา. กสฺมา ปน น อุทฺธฏาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺจนฺนํ ปน วิญฺญาณกายาน’’นฺติอาทิมาห.
อภินิปาตมตฺตตฺตาติ เอเตน อาวชฺชนสมฺปฏิจฺฉนมตฺตายปิ จินฺตนาปวตฺติยา อภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘เตสุ วิชฺชมานานิปิ อุเปกฺขาสุขทุกฺขานี’’ติ โปราณปาโฐ. ตตฺถ อุเปกฺขาสุขทุกฺเขเหว ตํสมานลกฺขณาย จิตฺเตกคฺคตายปิ ยถาวุตฺเตเนว การเณน อนุทฺธฏภาโว ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ปุพฺเพ ปน สตฺต องฺคานิ ทสฺเสนฺเตน จตฺตาริ องฺคานิ วชฺชิตานีติ เตสํ วชฺชเน การณํ ทสฺเสนฺเตน น สมานลกฺขเณน เลเสน ทสฺเสตพฺพํ. อฏฺฐกถา เหสาติ. ยทิ จ เลเสน ทสฺเสตพฺพํ, ยถาวุตฺเตสุปิ ตีสุ เอกเมว วตฺตพฺพํ สิยา, ติณฺณํ ปน วจเนน ตโต อญฺญสฺส ฌานงฺคนฺติ อุทฺธฏภาโว อาปชฺชติ, ยถาวุตฺตการณโต อญฺเญน การเณน อนุทฺธฏภาโว วา, ตสฺมา ตํโทสปริหรณตฺถํ ‘‘อุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตาสุขทุกฺขานี’’ติ ปฐนฺติ. เย ปน ‘‘ฌานงฺคภูเตหิ โสมนสฺสาทีหิ สุขทุกฺเขน อวิภูตภาเวน ปากฏตาย อินฺทฺริยกิจฺจยุตฺตตาย จ สมานานํ สุขาทีนํ ฌานงฺคนฺติ อนุทฺธฏภาเว การณํ วตฺตพฺพํ, น จิตฺเตกคฺคตายาติ สา เอตฺถ น คหิตา’’ติ วทนฺติ, เตสํ ตํ รุจิมตฺตํ. ยทิ ฌานงฺคสมานานํ ฌานงฺคนฺติ อนุทฺธฏภาเว การณํ วตฺตพฺพํ, จิตฺเตกคฺคตา เจตฺถ ฌานงฺคภูตาย วิจิกิจฺฉายุตฺตมโนธาตุอาทีสุ จิตฺเตกคฺคตาย สมานาติ ตสฺสา อนุทฺธฏภาเว การณํ วตฺตพฺพเมวาติ. เสสาเหตุเกสุปิ ฌานงฺคํ อุทฺธฏเมว อุทฺธรณฏฺฐาเน จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑติ อธิปฺปาโย.
ฌานปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๘. มคฺคปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑๘. ปญฺญา วิตกฺโก สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา วีริยํ สติ สมาธิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาวาจากมฺมนฺตาชีวาติ อิมานิ ทฺวาทสงฺคานีติ เอตฺถ ทุวิธมฺปิ สงฺกปฺปํ วีริยํ สมาธิญฺจ วิตกฺกวีริยสมาธิวจเนหิ สงฺคณฺหิตฺวา ‘‘อยเมว โข, อาวุโส, อฏฺฐงฺคิโก มิจฺฉามคฺโค อพฺรหฺมจริยํ. เสยฺยถิทํ – มิจฺฉาทิฏฺฐิ…เป… มิจฺฉาสมาธี’’ติอาทีหิ (สํ. นิ. ๕.๑๘) สุตฺตวจเนหิ มิจฺฉาวาจากมฺมนฺตาชีเวสุปิ มคฺคงฺคโวหารสิทฺธิโต เตหิ สห ทฺวาทสงฺคานิ อิธ ลพฺภมานานิ จ อลพฺภมานานิ จ มคฺคงฺควจนสามญฺเญน สงฺคณฺหิตฺวา วุตฺตานิ. เอวญฺหิ สุตฺตนฺตโวหาโรปิ ทสฺสิโต โหติ, เอวํ ปน ทสฺเสนฺเตน ‘‘มคฺคปจฺจยนิทฺเทเส มคฺคงฺคานี’’ติ เอวํ อุทฺธริตฺวา ตสฺส ปาฐคตสฺส มคฺคงฺคสทฺทสฺส อตฺถภาเวน อิมานิ ทฺวาทสงฺคานิ น ทสฺเสตพฺพานิ. น หิ ปาฬิยํ มคฺคงฺคสทฺทสฺส มิจฺฉาวาจากมฺมนฺตาชีโวติ อตฺโถ วตฺตพฺโพ. เตหิ สมฺมาวาจาทีหิ ปฏิปกฺขา เจตนาธมฺมา ตปฺปฏิปกฺขภาวโตเยว ‘‘มิจฺฉามคฺคงฺคานี’’ติ สุตฺเต วุตฺตานิ, น ปน มคฺคปจฺจยภาเวน. มคฺคงฺคานิ มคฺคปจฺจยภูตานิ จ อิธ ปาฬิยํ ‘‘มคฺคงฺคานี’’ติ วุตฺตานิ, น จ อญฺญํ อุทฺธริตฺวา อญฺญสฺส อตฺโถ วตฺตพฺโพ. ปริยายนิปฺปริยายมคฺคงฺคทสฺสนตฺถํ ปน อิจฺฉนฺเตน ปาฬิคตมคฺคงฺคสทฺทปติรูปโก อญฺโญ มคฺคงฺคสทฺโท อุภยปทตฺโถ อุทฺธริตพฺโพ ยถา ‘‘อธิกรณํ นาม จตฺตาริ อธิกรณานี’’ติ (ปารา. ๓๘๖, ๔๐๕). อิธ ปน ‘‘มคฺคปจฺจยนิทฺเทเส มคฺคงฺคานี’’ติ ปาฬิคโตเยว มคฺคงฺคสทฺโท อุทฺธโฏ, น จ อตฺถุทฺธรณวเสน ทสฺเสตฺวา อธิปฺเปตตฺถนิยมนํ กตํ, ตสฺมา ปาฬิยํ มคฺคงฺคสทฺทสฺส มิจฺฉาวาจาทีนํ อตฺถภาโว มา โหตูติ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิสงฺกปฺปวาจากมฺมนฺตาชีววายามสติสมาธิมิจฺฉาทิฏฺฐิสงฺกปฺปวายามสมาธโยติ อิมานิ ทฺวาทสงฺคานี’’ติ ปฐนฺติ. นนุ เอวํ ‘‘อเหตุกจิตฺตุปฺปาทวชฺเชสู’’ติ น วตฺตพฺพํ. น หิ เตสุ สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย ยถาวุตฺตา สนฺติ, เย วชฺเชตพฺพา สิยุนฺติ? น, อุปฺปตฺติฏฺฐานนิยมนตฺถตฺตา. อเหตุกจิตฺตุปฺปาทวชฺเชเสฺวว เอตานิ อุปฺปชฺชนฺติ, นาเหตุกจิตฺตุปฺปาเทสุ. ตตฺถุปฺปนฺนานิ ทฺวาทสงฺคานีติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ.
มคฺคปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒๐. วิปฺปยุตฺตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๒๐. สมฺปโยคาสงฺกาย อภาวโตติ เอเตน สมฺปโยคาสงฺกาวตฺถุภูโต อุปการกภาโว วิปฺปยุตฺตปจฺจยตาติ ทสฺเสติ.
วิปฺปยุตฺตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒๑. อตฺถิปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๒๑. กุสลาทิวเสน ปญฺจวิโธ อตฺถิปจฺจโย วุตฺโต, น นิพฺพานํ. โย หิ อตฺถิภาวาภาเวน อนุปการโก อตฺถิภาวํ ลภิตฺวา อุปการโก โหติ, โส อตฺถิปจฺจโย โหติ. นิพฺพานญฺจ นิพฺพานารมฺมณานํ น อตฺตโน อตฺถิภาวาภาเวน อนุปการกํ หุตฺวา อตฺถิภาวลาเภน อุปการกํ โหติ. อุปฺปาทาทิยุตฺตานํ วา นตฺถิภาโวปการกตาวิรุทฺโธ อุปการกภาโว อตฺถิปจฺจยตาติ น นิพฺพานํ อตฺถิปจฺจโย.
สติ จ เยสํ ปจฺจยา โหนฺติ, เตหิ เอกโต ปุเรตรํ ปจฺฉา จ อุปฺปนฺนตฺเต สหชาตาทิปจฺจยตฺตาภาวโต อาห ‘‘อาหาโร อินฺทฺริยญฺจ สหชาตาทิเภทํ น ลภตี’’ติ. ตทภาโว จ เอเตสํ ธมฺมสภาววเสน ทฏฺฐพฺโพ.
อตฺถิปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒๒-๒๓-๒๔. นตฺถิวิคตอวิคตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๒๒-๒๓. ปจฺจยลกฺขณเมว เหตฺถ นานนฺติ เอเตน นตฺถิวิคตปจฺจเยสุ อตฺถิอวิคตปจฺจเยสุ จ พฺยญฺชนมตฺเตเยว นานตฺตํ, น อตฺเถติ อิทํ โย ปจฺจโยติ อตฺโถ, ตสฺมึ นานตฺตํ นตฺถิ, พฺยญฺชนสงฺคหิเต ปจฺจยลกฺขณมตฺเตเยว นานตฺตนฺติ อิมมตฺถํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ วิญฺญายติ.
นตฺถิวิคตอวิคตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปจฺจยนิทฺเทสปกิณฺณกวินิจฺฉยกถาวณฺณนา
‘‘โลภโทสโมหา วิปากปจฺจยาปิ น โหนฺติ, เสสานํ สตฺตรสนฺนํ ปจฺจยานํ วเสน ปจฺจยา โหนฺตี’’ติอาทิมปาโฐ. เอตฺถ จ โลภโทสโมหานํ ปจฺเจกํ สตฺตรสหิ ปจฺจเยหิ ปจฺจยภาโว วุตฺโต, สพฺเพ เหตู สห อคฺคเหตฺวา เอกธมฺมสฺส อเนกปจฺจยภาวทสฺสนตฺถํ อโมหาทีนํ วิสุํ คหิตตฺตาติ โทสสฺสปิ สตฺตรสหิ ปจฺจยภาโว อาปชฺชติ, ตถา จ สติ โทสสฺสปิ ครุกรณํ ปาฬิยํ วตฺตพฺพํ สิยา. ‘‘อกุสโล ปน อารมฺมณาธิปติ นาม โลภสหคตจิตฺตุปฺปาโท วุจฺจตี’’ติ (ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ๑.๔) เอตฺถาปิ โลภโทสสหคตจิตฺตุปฺปาทาติ วตฺตพฺพํ สิยา, น ปน วุตฺตํ, ตสฺมา โทสสฺส อธิปติปจฺจยตาปิ นิวาเรตพฺพา. น จ ‘‘เสสาน’’นฺติ วจเนน อธิปติปจฺจโย นิวาริโต, อถ โข สงฺคหิโต ปุเรชาตาทีหิ ยถาวุตฺเตหิ เสสตฺตาติ ตนฺนิวารณตฺถํ โทสํ โลภโมเหหิ สห อคฺคเหตฺวา วิสุญฺจ อคฺคเหตฺวา ‘‘โทโส อธิปติปจฺจโยปิ น โหติ, เสสานํ ปจฺจยานํ วเสน ปจฺจโย โหตี’’ติ ปฐนฺติ. อิมินา นเยนาติ เอเตน โผฏฺฐพฺพายตนสฺส สหชาตาทิปจฺจยภาวํ, สพฺพธมฺมานํ ยถาโยคํ เหตาทิปจฺจยภาวญฺจ ทสฺเสติ. น หิ เอตํ เอกปจฺจยสฺส อเนกปจฺจยภาวทสฺสนนฺติ รูปาทีนํ ปกตูปนิสฺสยภาโว จ เอเตน ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺโพ.
จตุนฺนํ ขนฺธานํ เภทา จกฺขุวิญฺญาณธาตุอาทโยติ เภทํ อนามสิตฺวา เต เอว คเหตฺวา อาห ‘‘จตูสุ ขนฺเธสู’’ติ. มิจฺฉาวาจากมฺมนฺตาชีวา เตหิ เจว กมฺมาหารปจฺจเยหิ จาติ เอกูนวีสติธาติ อิทเมวํ น สกฺกา วตฺตุํ. น หิ มิจฺฉาวาจาทโย มิจฺฉาทิฏฺฐิ วิย มคฺคปจฺจยา โหนฺติ เจตนาย มคฺคปจฺจยตฺตาภาวโต. ยทิ จ ภเวยฺย, ปญฺหาวาเร ‘‘กมฺมปจฺจยา มคฺเค ตีณี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, ตสฺมา มิจฺฉาวาจาทีนํ มคฺคปจฺจยภาโว น วตฺตพฺโพ. ปฏฺฐานสํวณฺณนา เหสา. เสสปจฺจยภาโว จ เจตนาย อเนกปจฺจยภาววจเนน วุตฺโตเยวาติ น อิทํ ปฐิตพฺพนฺติ น ปฐนฺติ. ‘‘อหิริกํ…เป… มิทฺธํ อุทฺธจฺจํ วิจิกิจฺฉา’’ติอาทิมปาโฐ, วิจิกิจฺฉา ปน อธิปติปจฺจโย น โหตีติ ตํ ตตฺถ อปฐิตฺวา ‘‘วิจิกิจฺฉาอิสฺสามจฺฉริยกุกฺกุจฺจานิ ตโต อธิปติปจฺจยํ อปเนตฺวา’’ติ เอวเมตฺถ ปฐนฺติ.
‘‘จตฺตาริ มหาภูตานิ อารมฺมณ…เป… ปุเรชาตวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน ทสธา ปจฺจยา โหนฺติ, ปุน ตถา หทยวตฺถู’’ติ ปุริมปาโฐ, มหาภูตานิ ปน วิปฺปยุตฺตปจฺจยา น โหนฺตีติ ‘‘ปุเรชาตอตฺถิอวิคตวเสน นวธา ปจฺจยา โหนฺติ, วิปฺปยุตฺตปจฺจยํ ปกฺขิปิตฺวา ทสธา วตฺถุ’’นฺติ ปฐนฺติ. เอตฺตกเมเวตฺถ อปุพฺพนฺติ เอตสฺมึ ปุเรชาตปจฺจเย สหชาตนิสฺสเยหิ อปุพฺพํ รูปสทฺทคนฺธรสายตนมตฺตเมวาติ อตฺโถ, อารมฺมณานิ ปเนตานิ อารมฺมณปจฺจยธมฺมานํ อเนกปจฺจยภาเว วุตฺตานีติ สพฺพาติกฺกนฺตปจฺจยาเปกฺขา เอเตสํ อปุพฺพตา นตฺถีติ. อินฺทฺริยาทีสุ อปุพฺพํ นตฺถีติ รูปชีวิตินฺทฺริยสฺสปิ อรูปชีวิตินฺทฺริยโต อปุพฺพสฺส ปจฺจยภาวสฺส อภาวํ มญฺญมาเนน อปุพฺพตา น วุตฺตา. ตสฺส ปน ปุเรชาตปจฺจยภาวโต อปุพฺพตา. กพฬีการาหารสฺส จ ปุเรชาเตน สทฺธึ สตฺตธา ปจฺจยภาโว โยเชตพฺโพ.
อากาโรติ มูลาทิอากาโร. อตฺโถติ เตนากาเรน อุปการกตา. ‘‘เยนากาเรนา’’ติ เอตสฺส วา อตฺถวจนํ ‘‘เยนตฺเถนา’’ติ. วิปากเหตูสุเยว ลพฺภตีติ เอตฺถ อโมหวิปากเหตุสฺส อธิปติปจฺจยภาโว จ โลกุตฺตรวิปาเกเยว ลพฺภตีติ. เอวํ สพฺพตฺถ ลพฺภมานาลพฺภมานํ สลฺลกฺเขตพฺพํ. วิปฺปยุตฺตํ อปฐิตฺวา ‘‘ฉหากาเรหี’’ติ ปุริมปาโฐ, ตํ ปน ปฐิตฺวา ‘‘สตฺตหากาเรหี’’ติ ปฐนฺติ. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท เหตฺถ วุจฺจติ, น จ ยํ อารมฺมณํ นิสฺสโย โหติ, ตํ วิปฺปยุตฺตํ น โหตีติ.
อนนฺตรสมนนฺตเรสุ ยํ กมฺมปจฺจโย โหติ, ตํ น อาเสวนปจฺจโย. ยญฺจ อาเสวนปจฺจโย โหติ, น ตํ กมฺมปจฺจโยติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ปกตูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโยวา’’ติ วุตฺตํ, กมฺมปจฺจโยปิ ปน โส โหติ, ตสฺมา ‘‘กมฺมปจฺจโย จา’’ติ ปฐนฺติ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – ปกตูปนิสฺสโย เยภุยฺเยน ปกตูปนิสฺสโยว โหติ, โกจิ ปเนตฺถ กมฺมปจฺจโย จ โหตีติ. ‘‘อารมฺมณปุเรชาเต ปเนตฺถ อินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตปจฺจยตา น ลพฺภตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อารมฺมณปุเรชาตนฺติ ยทิ กญฺจิ อารมฺมณภูตํ ปุเรชาตํ วุตฺตํ, อารมฺมณภูตสฺส วตฺถุสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจยตา ลพฺภตีติ สา น ลพฺภตีติ น วตฺตพฺพา. อถ ปน วตฺถุปุเรชาตโต อญฺญํ วตฺถุภาวรหิตารมฺมณเมว ‘‘อารมฺมณปุเรชาต’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺส นิสฺสยปจฺจยตา น ลพฺภตีติ ‘‘นิสฺสยินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตปจฺจยตา น ลพฺภตี’’ติ วตฺตพฺพํ. อิโต อุตฺตริปีติ ปุเรชาตโต ปรโตปีติ อตฺโถ, อิโต วา อินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตโต นิสฺสยินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตโต วา อุตฺตริ อารมฺมณาธิปติอาทิ จ ลพฺภมานาลพฺภมานํ เวทิตพฺพนฺติ อตฺโถ วตฺตพฺโพ. กมฺมาทีสุ ปน ลพฺภมานาลพฺภมานํ น วกฺขตีติ ปุริโมเยเวตฺถ อตฺโถ อธิปฺเปโต.
‘‘กพฬีกาโร อาหาโร อาหารปจฺจโยวา’’ติ ปุริมปาโฐ, อตฺถิอวิคตปจฺจโยปิ ปน โส โหติ, เตน ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร อาหารปจฺจยตฺตํ อวิชหนฺโตว อตฺถิอวิคตานํ วเสน อปเรหิปิ ทฺวีหากาเรหิ อเนกปจฺจยภาวํ คจฺฉตี’’ติ ปฐนฺติ.
‘‘ยถานุรูปํ ฌานปจฺจเย วุตฺตานํ ทสนฺนํ เหตุอธิปตีนญฺจาติ อิเมสํ วเสนา’’ติ ปุริมปาโฐ, ‘‘ยถานุรูปํ ฌานปจฺจเย วุตฺตานํ มคฺควชฺชานํ นวนฺนํ เหตุอธิปติฌานานญฺจาติ อิเมสํ วเสนา’’ติ ปจฺฉิมปาโฐ, เตสุ วิจาเรตฺวา ยุตฺโต คเหตพฺโพ.
สมนนฺตรนิรุทฺธตาย อารมฺมณภาเวน จ สทิโส ปจฺจยภาโว ปจฺจยสภาคตา, วิรุทฺธปจฺจยตา ปจฺจยวิสภาคตา. ‘‘อิมินา อุปาเยนา’’ติ วจนโต เหตุอาทีนํ สหชาตานํ สหชาตภาเวน สภาคตา, สหชาตาสหชาตานํ เหตุอารมฺมณาทีนํ อญฺญมญฺญวิสภาคตาติ เอวมาทินา อุปาเยน สภาคตา วิสภาคตา โยเชตพฺพา.
ชนกาเยว, น อชนกาติ ชนกภาวปฺปธานาเยว หุตฺวา ปจฺจยา โหนฺติ, น อุปตฺถมฺภกภาวปฺปธานาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เยสํ เหตุอาทโย ปจฺจยา โหนฺติ, เต เตหิ วินา เนว อุปฺปชฺชนฺติ, น จ ปวตฺตนฺตีติ เตสํ อุภยปฺปธานตา วุตฺตา. น หิ เต อนนฺตราทโย วิย ชนเนเนว ปวตฺตึ กโรนฺตีติ.
สพฺเพสํ ฐานํ การณภาโว สพฺพฏฺฐานํ, ตํ เอเตสํ อตฺถีติ สพฺพฏฺฐานิกา. อุปนิสฺสยํ ภินฺทนฺเตน ตโยปิ อุปนิสฺสยา วตฺตพฺพา, อภินฺทิตฺวา วา อุปนิสฺสยคฺคหณเมว กาตพฺพํ. ตตฺถ ภินฺทนํ ปกตูปนิสฺสยสฺส รูปานํ ปจฺจยตฺตาภาวทสฺสนตฺถํ, อารมฺมณานนฺตรูปนิสฺสยานํ ปน ปุพฺเพ อารมฺมณาธิปติอนนฺตรคฺคหเณหิ คหิตตฺตา เตสุ เอกเทเสน อนนฺตรูปนิสฺสเยน อิตรมฺปิ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุเรชาตปจฺฉาชาตาปิ อสพฺพฏฺฐานิกา อรูปรูปานญฺเญว ยถากฺกเมน ปจฺจยภาวโตติ เอตฺถ ปุเรชาตปจฺจโย อนนฺตราทีสุ เอว วตฺตพฺโพ ตํสมานคติกตฺตา, น จ ยุคฬภาโว ปจฺฉาชาเตน สห กถเน การณํ อสพฺพฏฺฐานิกทสฺสนมตฺตสฺส อธิปฺเปตตฺตาติ ตํ ตตฺถ ปฐิตฺวา ‘‘ปจฺฉาชาโตปิ อสพฺพฏฺฐานิโก รูปานํเยว ปจฺจยภาวโต’’ติ ปฐนฺติ.
ปจฺจยนิทฺเทสปกิณฺณกวินิจฺฉยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปุจฺฉาวาโร
๑. ปจฺจยานุโลมวณฺณนา
เอเกกํ ติกทุกนฺติ เอเกกํ ติกํ ทุกญฺจาติ อตฺโถ, น ติกทุกนฺติ.
ปจฺจยา เจวาติ เย กุสลาทิธมฺเม ปฏิจฺจาติ วุตฺตา, เต ปฏิจฺจตฺถํ ผรนฺตา กุสลาทิปจฺจยา เจวาติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘เต จ โข สหชาตาวา’’ติ. เยหิ ปน เหตาทิปจฺจเยหิ อุปฺปตฺติ วุตฺตา, เต สหชาตาปิ โหนฺติ อสหชาตาปีติ. เอตฺถ ปฏิจฺจสหชาตวาเรหิ สมานตฺเถหิ ปฏิจฺจสหชาตาภิธาเนหิ สมานตฺถํ โพเธนฺเตน ภควตา ปจฺฉิมวาเรน ปุริมวาโร, ปุริมวาเรน จ ปจฺฉิมวาโร จ โพธิโตติ เวทิตพฺโพ. เอส นโย ปจฺจยนิสฺสยวาเรสุ สํสฏฺฐสมฺปยุตฺตวาเรสุ จ, เอวญฺจ นิรุตฺติโกสลฺลํ ชนิตํ โหตีติ.
‘‘เต เต ปน ปเญฺห อุทฺธริตฺวา ปุน กุสโล เหตุ เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมาน’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘กุสลา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธาน’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๐๑) ปญฺหาวารปาโฐติ ปมาทเลขา เอสาติ ปาฬิยํ อาคตปาฐเมว ปฐนฺติ. ปุริมวาเรสุ สหชาตนิสฺสยสมฺปยุตฺตปจฺจยภาเวหิ กุสลาทิธมฺเม นิยเมตฺวา ตสฺมึ นิยเม กุสลาทีนํ เหตุปจฺจยาทีหิ อุปฺปตฺตึ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชนํ กตํ, น ตตฺถ ‘‘อิเม นาม เต ธมฺมา เหตาทิปจฺจยภูตา’’ติ วิญฺญายนฺติ, ตสฺมา ตตฺถ ‘‘สิยา กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺย เหตุปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๒๕) เอวมาทีหิ สงฺคหิเต ปฏิจฺจตฺถาทิผรณกภาเว เหตาทิปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺเนสุ เหตาทิปจฺจยานํ นิจฺฉยาภาวโต ปญฺหา นิชฺชฏา นิคฺคุมฺพา จ กตฺวา น วิภตฺตา, อิธ ปน ‘‘สิยา กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอวมาทีหิ สงฺคหิตา เหตาทิปจฺจยภูตา กุสลาทโย ปจฺจยุปฺปนฺนา จ นิจฺฉิตา, น โกจิ ปุจฺฉาสงฺคหิโต อตฺโถ อนิจฺฉิโต นาม อตฺถีติ อาห ‘‘สพฺเพปิ เต ปญฺหา นิชฺชฏา นิคฺคุมฺพา จ กตฺวา วิภตฺตา’’ติ. ปญฺหา ปน อุทฺธริตฺวา วิสฺสชฺชนํ สพฺพตฺถ สมานนฺติ น ตํ สนฺธาย นิชฺชฏตา วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา.
อุปฺปตฺติยา ปญฺญาปิตตฺตาติ ปุจฺฉามตฺเตเนว อุปฺปตฺติยา ฐปิตตฺตา ปกาสิตตฺตา, นานปฺปกาเรหิ วา ญาปิตตฺตาติ อตฺโถ.