๑. โสณสุตฺตวณฺณนา
๕๕. ฉฏฺฐสฺส ปฐเม นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเนติ เอตฺถ กึ ตํ อาสนํ ปฐมเมว ปญฺญตฺตํ, อุทาหุ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปญฺญตฺตนฺติ เจ? ภควโต ธรมานกาเล ปธานิกภิกฺขูนํ วตฺตเมตํ, ยทิทํ อตฺตโน วสนฏฺฐาเน พุทฺธาสนํ ปญฺญเปตฺวาว นิสีทนนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปธานิกภิกฺขู’’ติอาทิ. พุทฺธกาเล กิร ยตฺถ ยตฺถ เอโกปิ ภิกฺขุ วิหรติ, สพฺพตฺถ พุทฺธาสนํ ปญฺญตฺตเมว โหติ. กสฺมา? ภควา หิ อตฺตโน สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ผาสุกฏฺฐาเน วิหรนฺเต มนสิ กโรติ – ‘‘อสุโก มยฺหํ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา คโต, อสกฺขิ นุ โข วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ, โน’’ติ. อถ นํ ปสฺสติ กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา อกุสลวิตกฺกํ วิตกฺกยมานํ, ตโต ‘‘กถญฺหิ นาม มาทิสสฺส สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วิหรนฺตํ อิมํ กุลปุตฺตํ อกุสลวิตกฺกา อธิภวิตฺวา อนมตคฺเค วฏฺฏทุกฺเข สํสาเรสฺสนฺตี’’ติ ตสฺส อนุคฺคหตฺถํ ตตฺเถว อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา ตํ กุลปุตฺตํ โอวทิตฺวา อากาสํ อุปฺปติตฺวา ปุน อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คจฺฉติ. อเถวํ โอวทิยมานา เต ภิกฺขู จินฺตยึสุ ‘‘สตฺถา อมฺหากํ มนํ ชานิตฺวา อาคนฺตฺวา อมฺหากํ สมีเป ฐิตํเยว อตฺตานํ ทสฺเสติ. ตสฺมึ ขเณ, ‘ภนฺเต, อิธ นิสีทถ นิสีทถา’ติ อาสนปริเยสนํ นาม ภาโร’’ติ. เต อาสนํ ปญฺญเปตฺวาว วิหรนฺติ. ยสฺส ปีฐํ อตฺถิ, โส ตํ ปญฺญเปติ. ยสฺส นตฺถิ, โส มญฺจํ วา ผลกํ วา ปาสาณํ วา วาลิกาปุญฺชํ วา ปญฺญเปติ. ตํ อลภมานา ปุราณปณฺณานิปิ สํกฑฺฒิตฺวา ตตฺถ ปํสุกูลํ ปตฺถริตฺวา ฐเปนฺติ.
สตฺต สราติ – ฉชฺโช, อุสโภ, คนฺธาโร, มชฺฌิโม, ปญฺจโม, เธวโต, นิสาโทติ เอเต สตฺต สรา. ตโย คามาติ – ฉชฺชคาโม, มชฺฌิมคาโม, สาธารณคาโมติ ตโย คามา, สมูหาติ อตฺโถ. มนุสฺสโลเก วีณาวาทนา เอเกกสฺส สรสฺส วเสน ตโย ตโย มุจฺฉนาติ กตฺวา เอกวีสติ มุจฺฉนา. เทวโลเก วีณาวาทนา ปน สมปญฺญาส มุจฺฉนาติ วทนฺติ. ตตฺถ หิ เอเกกสฺส สรสฺส วเสน สตฺต สตฺต มุจฺฉนา, อนฺตรสฺส สรสฺส จ เอกาติ สมปญฺญาส มุจฺฉนา. เตเนว สกฺกปญฺหสุตฺตสํวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๔๕) ‘‘สมปญฺญาส มุจฺฉนา มุจฺเฉตฺวา’’ติ ปญฺจสิขสฺส วีณาวาทนํ ทสฺเสนฺเตน วุตฺตํ. ฐานา เอกูนปญฺญาสาติ เอเกกสฺเสว สรสฺส สตฺต สตฺต ฐานเภทา, ยโต สรสฺส มณฺฑลตาววตฺถานํ โหติ. เอกูนปญฺญาสฏฺฐานวิเสโส ติสฺโส ทุเว จตสฺโส จตสฺโส ติสฺโส ทุเว จตสฺโสติ ทฺวาวีสติ สุติเภทา จ อิจฺฉิตา.
อติคาฬฺหํ อารทฺธนฺติ ถินมิทฺธฉมฺภิตตฺตานํ วูปสมตฺถํ อติวิย อารทฺธํ. สพฺพตฺถ นิยุตฺตา สพฺพตฺถิกา. สพฺเพน วา ลีนุทฺธจฺจปกฺขิเยน อตฺเถตพฺพา สพฺพตฺถิกา. สมโถเยว สมถนิมิตฺตํ. เอวํ เสเสสุปิ. ขยา ราคสฺส วีตราคตฺตาติ เอตฺถ ยสฺมา พาหิรโก กาเมสุ วีตราโค น ขยา ราคสฺส วีตราโค สพฺพโส อวิปฺปหีนราคตฺตา. วิกฺขมฺภิตราโค หิ โส. อรหา ปน ขยา เอว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ขยา ราคสฺส วีตราคตฺตา’’ติ. เอส นโย โทสโมเหสุปิ.
ลาภสกฺการสิโลกํ นิกามยมาโนติ เอตฺถ ลพฺภติ ปาปุณียตีติ ลาโภ, จตุนฺนํ ปจฺจยานเมตํ อธิวจนํ. สกฺกจฺจํ กาตพฺโพติ สกฺกาโร. ปจฺจยา เอว หิ ปณีตปณีตา สุนฺทรสุนฺทรา อภิสงฺขริตฺวา กตา ‘‘สกฺกาโร’’ติ วุจฺจติ, ยา จ ปเรหิ อตฺตโน คารวกิริยา, ปุปฺผาทีหิ วา ปูชา. สิโลโกติ วณฺณภณนํ. ตํ ลาภญฺจ, สกฺการญฺจ, สิโลกญฺจ, นิกามยมาโน, ปวตฺตยมาโนติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘จตุปจฺจยลาภญฺจ…เป… ปตฺถยมาโน’’ติ.
ถูณนฺติ ปสูนํ พนฺธนตฺถาย นิขาตตฺถมฺภสงฺขาตํ ถูณํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
โสณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.