๒. ผคฺคุนสุตฺตวณฺณนา
๕๖. ทุติเย สมโธสีติ สมนฺตโต อโธสิ. สพฺพภาเคน ปริผนฺทนจลนากาเรน อปจิตึ ทสฺเสติ. วตฺตํ กิเรตํ พาฬฺหคิลาเนนปิ วุฑฺฒตรํ ทิสฺวา อุฏฺฐิตากาเรน อปจิติ ทสฺเสตพฺพา. เตน ปน ‘‘มา จลิ มา จลี’’ติ วตฺตพฺโพ, ตํ ปน จลนํ อุฏฺฐานาการทสฺสนํ โหตีติ อาห ‘‘อุฏฺฐานาการํ ทสฺเสตี’’ติ. สนฺติมานิ อาสนานีติ ปฐมเมว ปญฺญตฺถาสนํ สนฺธาย วทติ. พุทฺธกาลสฺมิญฺหิ เอกสฺสปิ ภิกฺขุโน วสนฏฺฐาเน – ‘‘สเจ สตฺถา อาคจฺฉิสฺสติ, อาสนํ ปญฺญตฺตเมว โหตู’’ติ อนฺตมโส ผลกมตฺตมฺปิ ปณฺณสนฺถารมตฺตมฺปิ ปญฺญตฺตเมว. ขมนียํ ยาปนียนฺติ กจฺจิ ทุกฺขํ ขมิตุํ, อิริยาปถํ วา ยาเปตุํ สกฺกาติ ปุจฺฉติ. สีสเวทนาติ กุโตจิ นิกฺขมิตุํ อลภมาเนหิ วาเตหิ สมุฏฺฐาปิตา พลวติโย สีสเวทนา โหนฺติ.
ผคฺคุนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.