.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.

องฺคุตฺตรนิกาเย

ฉกฺกนิปาต-ฏีกา

๑. ปฐมปณฺณาสกํ

๑. อาหุเนยฺยวคฺโค

๑. ปฐมอาหุเนยฺยสุตฺตวณฺณนา

๑. ฉกฺกนิปาตสฺส ปฐเม จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ นิสฺสยโวหาเรน วุตฺตํ. สสมฺภารกนิทฺเทโสยํ ยถา ‘‘ธนุนา วิชฺฌตี’’ติ, ตสฺมา นิสฺสยสีเสน นิสฺสิตสฺส คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. เตนายมตฺโถ ‘‘จกฺขุทฺวาเร รูปารมฺมเณ อาปาถคเต ตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาเณน ทิสฺวา’’ติ. เนว สุมโน โหตีติ ชวนกฺขเณ อิฏฺเฐ อารมฺมเณ ราคํ อนุปฺปาเทนฺโต เนว สุมโน โหติ เคหสฺสิตเปมวเสนปิ มคฺเคน สพฺพโส ราคสฺส สมุจฺฉินฺนตฺตา. น ทุมฺมโนติ อนิฏฺเฐ อทุสฺสนฺโต น ทุมฺมโน. ปสาทญฺญถตฺตวเสนปิ อิฏฺเฐปิ อนิฏฺเฐปิ มชฺฌตฺเตปิ อารมฺมเณ น สมํ สมฺมา อโยนิโส คหณํ อสมเปกฺขนํ. อยญฺจสฺส ปฏิปตฺติ สติเวปุลฺลปฺปตฺติยา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา จาติ อาห ‘‘สโต สมฺปชาโน หุตฺวา’’ติ. สติยา ยุตฺตตฺตา สโต. สมฺปชญฺเญน ยุตฺตตฺตา สมฺปชาโน. ญาณุปฺปตฺติปจฺจยรหิตกาเลปิ ปวตฺติเภทนโต ‘‘สตตวิหาโร กถิโต’’ติ วุตฺตํ. สตตวิหาโรติ ขีณาสวสฺส นิจฺจวิหาโร สพฺพทา ปวตฺตนกวิหาโร. ฐเปตฺวา หิ สมาปตฺติเวลํ ภวงฺคเวลญฺจ ขีณาสวา อิมินาว ฉฬงฺคุเปกฺขาวิหาเรน วิหรนฺติ.

เอตฺถ จ ‘‘ฉสุ ทฺวาเรสุปิ อุเปกฺขโก วิหรตี’’ติ อิมินา ฉฬงฺคุเปกฺขา กถิตา. ‘‘สมฺปชาโน’’ติ วจนโต ปน จตฺตาริ ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตานิ ลพฺภนฺติ เตหิ วินา สมฺปชานตาย อสมฺภวโต. สตตวิหารภาวโต อฏฺฐ มหากิริยจิตฺตานิ ลพฺภนฺติ. ‘‘เนว สุมโน น ทุมฺมโน’’ติ วจนโต อฏฺฐ มหากิริยจิตฺตานิ, หสิตุปฺปาโท, โวฏฺฐพฺพนญฺจาติ ทส จิตฺตานิ ลพฺภนฺติ. ราคโทสสหชาตานํ โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อภาโว เตสมฺปิ สาธารโณติ ฉฬงฺคุเปกฺขาวเสน อาคตานํ อิเมสํ สตตวิหารานํ โสมนสฺสํ กถํ ลพฺภตีติ เจ? อาเสวนโต. กิญฺจาปิ ขีณาสโว อิฏฺฐานิฏฺเฐปิ อารมฺมเณ มชฺฌตฺโต วิย พหุลํ อุเปกฺขโก วิหรติ อตฺตโน ปริสุทฺธปกติภาวาวิชหนโต, กทาจิ ปน ตถา เจโตภิสงฺขาราภาเว ยํ ตํ สภาวโต อิฏฺฐํ อารมฺมณํ, ตสฺส ยาถาวสภาวคฺคหณวเสนปิ อรหโต จิตฺตํ ปุพฺพาเสวนวเสน โสมนสฺสสหคตํ หุตฺวา ปวตฺตเตว.

ปฐมอาหุเนยฺยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒-๗. ทุติยอาหุเนยฺยสุตฺตาทิวณฺณนา

๒-๗. ทุติเย (วิสุทฺธิ. ๒.๓๘๐) อเนกวิหิตนฺติ อเนกวิธํ นานปฺปการํ. อิทฺธิวิธนฺติ อิทฺธิโกฏฺฐาสํ. ปจฺจนุโภตีติ ปจฺจนุภวติ, ผุสติ สจฺฉิกโรติ ปาปุณาตีติ อตฺโถ. อิทานิสฺส อเนกวิหิตภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอโกปิ หุตฺวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘เอโกปิ หุตฺวา’’ติ อิมินา กรณโต ปุพฺเพว ปกติยา เอโกปิ หุตฺวา. พหุธา โหตีติ พหูนํ สนฺติเก จงฺกมิตุกาโม วา สชฺฌายํ กาตุกาโม วา ปญฺหํ ปุจฺฉิตุกาโม วา หุตฺวา สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ โหติ. อาวิภาวํ ติโรภาวนฺติ เอตฺถ อาวิภาวํ กโรติ, ติโรภาวํ กโรตีติ อยมตฺโถ. อิทเมว หิ สนฺธาย ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๓.๑๑) วุตฺตํ – ‘‘อาวิภาวนฺติ เกนจิ อนาวุฏํ โหติ อปฺปฏิจฺฉนฺนํ วิวฏํ, ติโรภาวนฺติ เกนจิ อาวุฏํ โหติ ปฏิจฺฉนฺนํ ปิหิตํ ปฏิกุชฺชิต’’นฺติ. ติโรกุฏฺฏํ ติโรปาการํ ติโรปพฺพตํ อสชฺชมาโน คจฺฉติ เสยฺยถาปิ อากาเสติ เอตฺถ ติโรกุฏฺฏนฺติ ปรกุฏฺฏํ, กุฏฺฏสฺส ปรภาคนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอส นโย อิตเรสุ. กุฏฺโฏติ จ เคหภิตฺติยา เอตํ อธิวจนํ. ปากาโรติ เคหวิหารคามาทีนํ ปริกฺเขปปากาโร. ปพฺพโตติ ปํสุปพฺพโต วา ปาสาณปพฺพโต วา. อสชฺชมาโนติ อลคฺคมาโน เสยฺยถาปิ อากาเส วิย.

อุมฺมุชฺชนิมุชฺชนฺติ เอตฺถ อุมฺมุชฺชนฺติ อุฏฺฐานํ วุจฺจติ. นิมุชฺชนฺติ สํสีทนํ. อุมฺมุชฺชญฺจ นิมุชฺชญฺจ อุมฺมุชฺชนิมุชฺชํ. อุทเกปิ อภิชฺชมาเนติ เอตฺถ ยํ อุทกํ อกฺกมิตฺวา สํสีทติ, ตํ ภิชฺชมานนฺติ วุจฺจติ, วิปรีตํ อภิชฺชมานํ. ปลฺลงฺเกน คจฺฉติ. ปกฺขี สกุโณติ ปกฺเขหิ ยุตฺตสกุโณ. อิเมปิ จนฺทิมสูริเย เอวํมหิทฺธิเก เอวํมหานุภาเว ปาณินา ปรามสตีติ เอตฺถ จนฺทิมสูริยานํ ทฺวาจตฺตาลีสโยชนสหสฺสสฺส อุปริ จรเณน มหิทฺธิกตา, ตีสุ ทีเปสุ เอกกฺขเณ อาโลกกรเณน มหานุภาวตา เวทิตพฺพา. เอวํ อุปริจรณอาโลกกรเณหิ มหิทฺธิเก มหานุภาเว. ปรามสตีติ คณฺหาติ, เอกเทเส วา ฉุปติ. ปริมชฺชตีติ สมนฺตโต อาทาสตลา วิย ปริมชฺชติ. ยาว พฺรหฺมโลกาปีติ พฺรหฺมโลกมฺปิ ปริจฺเฉทํ กตฺวา. กาเยน วสํ วตฺเตตีติ ตตฺร พฺรหฺมโลเก กาเยน อตฺตโน วสํ วตฺเตติ.

ทิพฺพาย โสตธาตุยาติ เอตฺถ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพา. เทวตานญฺหิ สุจริตกมฺมนิพฺพตฺตา ปิตฺตเสมฺหรุหิราทีหิ อปลิพุทฺธา อุปกฺกิเลสวิมุตฺตตาย ทูเรปิ อารมฺมณสมฺปฏิจฺฉนสมตฺถา ทิพฺพา ปสาทโสตธาตุ โหติ. อยญฺจาปิ อิมสฺส ภิกฺขุโน วีริยภาวนาพเลน นิพฺพตฺตา ญาณโสตธาตุ ตาทิสาเยวาติ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพา. อปิจ ทิพฺพวิหารวเสน ปฏิลทฺธตฺตา อตฺตนา จ ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตาปิ ทิพฺพา. สวนฏฺเฐน นิชฺชีวฏฺเฐน จ โสตธาตุ. โสตธาตุกิจฺจกรเณน โสตธาตุ วิยาติปิ โสตธาตุ. ตาย โสตธาตุยา. วิสุทฺธายาติ สุทฺธาย นิรุปกฺกิเลสาย. อติกฺกนฺตมานุสิกายาติ มนุสฺสูปจารํ อติกฺกมิตฺวา สทฺทสวเน มานุสิกํ มํสโสตธาตุํ อติกฺกนฺตาย วีติวตฺเตตฺวา ฐิตาย. อุโภ สทฺเท สุณาตีติ เทฺว สทฺเท สุณาติ. กตเม เทฺว? ทิพฺเพ จ มานุเส จ, เทวานญฺจ มนุสฺสานญฺจ สทฺเทติ วุตฺตํ โหติ. เอเตน ปเทสปริยาทานํ เวทิตพฺพํ. เย ทูเร สนฺติเก จาติ เย สทฺทา ทูเร ปรจกฺกวาเฬปิ, เย จ สนฺติเก อนฺตมโส สเทหสนฺนิสฺสิตปาณกสทฺทาปิ, เต สุณาตีติ วุตฺตํ โหติ. เอเตน นิปฺปเทสปริยาทานํ เวทิตพฺพํ.

ปรสตฺตานนฺติ อตฺตานํ ฐเปตฺวา เสสสตฺตานํ. ปรปุคฺคลานนฺติ อิทมฺปิ อิมินา เอกตฺถเมว. เวเนยฺยวเสน ปน เทสนาวิลาเสน จ พฺยญฺชนนานตฺตํ กตํ. เจตสา เจโตติ อตฺตโน จิตฺเตน เตสํ จิตฺตํ. ปริจฺจาติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา. ปชานาตีติ สราคาทิวเสน นานปฺปการโต ชานาติ. สราคํ วา จิตฺตนฺติอาทีสุ ปน อฏฺฐโลภสหคตจิตฺตํ สราคํ จิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อวเสสํ จาตุภูมกํ กุสลาพฺยากตจิตฺตํ วีตราคํ. เทฺว โทมนสฺสจิตฺตานิ, เทฺว วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจจิตฺตานีติ อิมานิ ปน จตฺตาริ จิตฺตานิ อิมสฺมึ ทุเก สงฺคหํ น คจฺฉนฺติ. เกจิ ปน เถรา ตานิปิ สงฺคณฺหนฺติ. ทุวิธํ ปน โทมนสฺสจิตฺตํ สโทสํ จิตฺตํ นาม. สพฺพมฺปิ จาตุภูมกํ กุสลาพฺยากตจิตฺตํ วีตโทสํ. เสสานิ ทส อกุสลจิตฺตานิ อิมสฺมึ ทุเก สงฺคหํ น คจฺฉนฺติ. เกจิ ปน เถรา ตานิปิ สงฺคณฺหนฺติ. สโมหํ วีตโมหนฺติ เอตฺถ ปน ปาฏิปุคฺคลิกนเยน วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคตทฺวยเมว สโมหํ. โมหสฺส ปน สพฺพากุสเลสุ สมฺภวโต ทฺวาทสวิธมฺปิ อกุสลจิตฺตํ สโมหํ จิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อวเสสํ วีตโมหํ. ถินมิทฺธานุคตํ ปน สํขิตฺตํ, อุทฺธจฺจานุคตํ วิกฺขิตฺตํ. รูปาวจรารูปาวจรํ มหคฺคตํ, อวเสสํ อมหคฺคตํ. สพฺพมฺปิ เตภูมกํ สอุตฺตรํ, โลกุตฺตรํ อนุตฺตรํ. อุปจารปฺปตฺตํ อปฺปนาปฺปตฺตญฺจ สมาหิตํ, อุภยมปฺปตฺตํ อสมาหิตํ. ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฺปฏิปฺปสฺสทฺธินิสฺสรณวิมุตฺตึ ปตฺตํ ปญฺจวิธมฺปิ เอตํ วิมุตฺตํ, วิมุตฺติมปฺปตฺตํ วา อวิมุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

อเนกวิหิตนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๒) อเนกวิธํ, อเนเกหิ วา ปกาเรหิ ปวตฺติตํ สํวณฺณิตนฺติ อตฺโถ. ปุพฺเพนิวาสนฺติ สมนนฺตราตีตภวํ อาทึ กตฺวา ตตฺถ ตตฺถ นิวุตฺถสนฺตานํ. อนุสฺสรตีติ ขนฺธปฏิปาฏิวเสน, จุติปฏิสนฺธิวเสน วา อนุคนฺตฺวา อนุคนฺตฺวา สรติ. เสยฺยถิทํ – เอกมฺปิ ชาตึ…เป… ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรตีติ. ตตฺถ เอกมฺปิ ชาตินฺติ เอกมฺปิ ปฏิสนฺธิมูลํ จุติปริโยสานํ เอกภวปริยาปนฺนํ ขนฺธสนฺตานํ. เอส นโย เทฺวปิ ชาติโยติอาทีสุปิ. อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเปติอาทีสุ ปน ปริหายมาโน กปฺโป สํวฏฺฏกปฺโป, วฑฺฒมาโน วิวฏฺฏกปฺโปติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ สํวฏฺเฏน สํวฏฺฏฏฺฐายี คหิโต โหติ ตํมูลกตฺตา, วิวฏฺเฏน วิวฏฺฏฏฺฐายี. เอวญฺหิ สติ ยานิ ตานิ ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, กปฺปสฺส อสงฺเขฺยยฺยานิ. กตมานิ จตฺตาริ? สํวฏฺโฏ สํวฏฺฏฏฺฐายี วิวฏฺโฏ วิวฏฺฏฏฺฐายี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๕๖) วุตฺตานิ, ตานิ ปริคฺคหิตานิ โหนฺติ.

อมุตฺราสินฺติ อมุมฺหิ สํวฏฺฏกปฺเป อหํ อมุมฺหิ ภเว วา โยนิยา วา คหิยา วา วิญฺญาณฏฺฐิติยา วา สตฺตาวาเส วา สตฺตนิกาเย วา อาสึ. เอวํนาโมติ ติสฺโส วา ผุสฺโส วา. เอวํโคตฺโตติ โคตโม วา กจฺจายโน วา กสฺสโป วา. อิทมสฺส อตีตภเว อตฺตโน นามโคตฺตานุสฺสรณวเสน วุตฺตํ. สเจ ปน ตสฺมึ กาเล อตฺตโน วณฺณสมฺปตฺติลูขปณีตชีวิกภาวํ สุขทุกฺขพหุลตํ อปฺปายุกทีฆายุกภาวํ วา อนุสฺสริตุกาโม โหติ, ตมฺปิ อนุสฺสรติเยว. เตนาห ‘‘เอวํวณฺโณ…เป… เอวมายุปริยนฺโต’’ติ. ตตฺถ เอวํวณฺโณติ โอทาโต วา สาโม วา. เอวมาหาโรติ สาลิมํโสทนาหาโร วา ปวตฺตผลโภชโน วา. เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวทีติ อเนน ปกาเรน กายิกเจตสิกานํ สามิสนิรามิสาทิปฺปเภทานํ สุขทุกฺขานํ ปฏิสํเวที. เอวมายุปริยนฺโตติ เอวํ วสฺสสตปริมาณายุปริยนฺโต วา จตุราสีติกปฺปสหสฺสายุปริยนฺโต วา. โส ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทินฺติ โส อหํ ตโต ภวโต โยนิโต คหิโต วิญฺญาณฏฺฐิติโต สตฺตาวาสโต สตฺตนิกายโต วา จุโต ปุนอมุกสฺมึ นาม ภเว โยนิยา คติยา วิญฺญาณฏฺฐิติยา สตฺตาวาเส สกฺกนิกาเย วา อุทปาทึ. ตตฺราปาสินฺติ ตตฺราปิ ภเว โยนิยา คติยา วิญฺญาณฏฺฐิติยา สตฺตาวาเส สตฺตนิกาเย วา ปุน อโหสึ. เอวํนาโมติอาทิ วุตฺตนยเมว.

อปิจ อมุตฺราสินฺติ อิทํ อนุปุพฺเพน อาโรหนฺตสฺส ยาวทิจฺฉกํ อนุสฺสรณํ. โส ตโตติ ปฏินิวตฺตนฺตสฺส ปจฺจเวกฺขณํ, ตสฺมา ‘‘อิธูปปนฺโน’’ติ อิมิสฺสา อิธูปปตฺติยา อนนฺตรเมว อุปฺปตฺติฏฺฐานํ สนฺธาย ‘‘อมุตฺร อุทปาทิ’’นฺติ อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺราปาสินฺติ เอวมาทิ ปนสฺส ตตฺราปิ อิมิสฺสา อุปปตฺติยา อนฺตเร อุปปตฺติฏฺฐาเน นามโคตฺตาทีนํ อนุสฺสรณทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. โส ตโต จุโต อิธูปปนฺโนติ สฺวาหํ ตโต อนนฺตรุปฺปตฺติฏฺฐานโต จุโต อิธ อมุกสฺมึ นาม ขตฺติยกุเล วา พฺราหฺมณกุเล วา นิพฺพตฺโตติ. อิตีติ เอวํ. สาการํ สอุทฺเทสนฺติ นามโคตฺตวเสน สอุทฺเทสํ, วณฺณาทิวเสน สาการํ. นามโคตฺเตน หิ สตฺโต ‘‘ติสฺโส กสฺสโป’’ติ อุทฺทิสียติ, วณฺณาทีหิ ‘‘สาโม โอทาโต’’ติ นานตฺตโต ปญฺญายติ, ตสฺมา นามโคตฺตํ อุทฺเทโส, อิตเร อาการา.

ทิพฺเพนาติอาทีสุ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพํ. เทวตานญฺหิ สุจริตกมฺมนิพฺพตฺตํ ปิตฺตเสมฺหรุหิราทีหิ อปลิพุทฺธํ อุปกฺกิเลสวิมุตฺตตาย ทูเรปิ อารมฺมณสมฺปฏิจฺฉนสมตฺถํ ทิพฺพํ ปสาทจกฺขุ โหติ. อิทญฺจาปิ วีริยภาวนาพเลน นิพฺพตฺตํ ญาณจกฺขุ ตาทิสเมวาติ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพํ. ทิพฺพวิหารวเสน ปฏิลทฺธตฺตา อตฺตโน จ ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตาปิ ทิพฺพํ. อาโลกปริคฺคเหน มหาชุติกตฺตาปิ ทิพฺพํ. ติโรกุฏฺฏาทิคตรูปทสฺสเนน มหาคติกตฺตาปิ ทิพฺพํ. ตํ สพฺพํ สทฺทสตฺถานุสาเรน เวทิตพฺพํ. ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขุ. จกฺขุกิจฺจกรเณน จกฺขุมิวาติปิ จกฺขุ. จุตูปปาตทสฺสเนน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุตฺตา วิสุทฺธํ. โย หิ จุติเมว ปสฺสติ, น อุปปาตํ, โส อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ. โย อุปปาตเมว ปสฺสติ, น จุตึ, โส นวสตฺตปาตุภาวทิฏฺฐึ คณฺหาติ. โย ปน ตทุภยํ ปสฺสติ, โส ยสฺมา ทุวิธมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิคตํ อติวตฺตติ, ตสฺมา ตํ ทสฺสนํ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุ โหติ. อุภยมฺปิ เจตํ พุทฺธปุตฺตา ปสฺสนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘จุตูปปาตทสฺสเนน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุตฺตา วิสุทฺธ’’นฺติ. มนุสฺสูปจารํ อติกฺกมิตฺวา รูปทสฺสเนน อติกฺกนฺตมานุสกํ, มานุสํ วา มํสจกฺขุํ อติกฺกนฺตตฺตา อติกฺกนฺตมานุสกนฺติ เวทิตพฺพํ. เตน ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน.

สตฺเต ปสฺสตีติ มนุสฺสานํ มํสจกฺขุนา วิย สตฺเต โอโลเกติ. จวมาเน อุปปชฺชมาเนติ เอตฺถ จุติกฺขเณ วา อุปปตฺติกฺขเณ วา ทิพฺพจกฺขุนา ทฏฺฐุํ น สกฺกา. เย ปน อาสนฺนจุติกา อิทานิ จวิสฺสนฺติ, เต จวมานาติ, เย จ คหิตปฺปฏิสนฺธิกา สมฺปตินิพฺพตฺตา จ, เต อุปปชฺชมานาติ อธิปฺเปตา. เต เอวรูเป จวมาเน อุปปชฺชมาเน จ ปสฺสตีติ ทสฺเสติ. หีเนติ โมหนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา หีนานํ ชาติกุลโภคาทีนํ วเสน หีฬิเต อุญฺญาเต. ปณีเตติ อโมหนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา ตพฺพิปรีเต. สุวณฺเณติ อโทสนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา อิฏฺฐกนฺตมนาปวณฺณยุตฺเต. ทุพฺพณฺเณติ โทสนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา อนิฏฺฐากนฺตามนาปวณฺณยุตฺเต, วิรูปวิรูเปติปิ อตฺโถ. สุคเตติ สุคติคเต, อโลภนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา วา อฑฺเฒ มหทฺธเน. ทุคฺคเตติ ทุคฺคติคเต, โลภนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา วา ทลิทฺเท อปฺปนฺนปาเน.

ยถากมฺมูปเคติ ยํ ยํ กมฺมํ อุปจิตํ, เตน เตน อุปคเต. กายทุจฺจริเตนาติอาทีสุ ทุฏฺฐุ จริตํ กิเลสปูติกตฺตาติ ทุจฺจริตํ. กาเยน ทุจฺจริตํ, กายโต วา อุปฺปนฺนํ ทุจฺจริตนฺติ กายทุจฺจริตํ. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. สมนฺนาคตาติ สมงฺคิภูตา. อริยานํ อุปวาทกาติ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกานํ อริยานํ อนฺตมโส คิหิโสตาปนฺนานมฺปิ อนตฺถกามา หุตฺวา อนฺติมวตฺถุนา วา คุณปริธํสเนน วา อุปวาทกา, อกฺโกสกา ครหกาติ วุตฺตํ โหติ. มิจฺฉาทิฏฺฐิกาติ วิปรีตทสฺสนา. มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิวเสน สมาทินฺนนานาวิธกมฺมา, เยปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิมูลเกสุ กายกมฺมาทีสุ อญฺเญปิ สมาทาเปนฺติ.

กายสฺส เภทาติ อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา. ปรํ มรณาติ ตทนนฺตรํ อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธคฺคหณา. อถ วา กายสฺส เภทาติ ชีวิตินฺทฺริยสฺสูปจฺเฉทา. ปรํ มรณาติ จุติจิตฺตโต อุทฺธํ. อปายนฺติ เอวมาทิ สพฺพํ นิรยเววจนเมว. นิรโย หิ สคฺคโมกฺขเหตุภูตา ปุญฺญสมฺมตา อยา อเปตตฺตา, สุขานํ วา อายสฺส อภาวา อปาโย. ทุกฺขสฺส คติ ปฏิสรณนฺติ ทุคฺคติ, โทสพหุลตาย วา ทุฏฺเฐน กมฺเมน นิพฺพตฺตา คตีติ ทุคฺคติ. วิวสา นิปตนฺติ ตตฺถ ทุกฺกฏฺฏการิโนติ วินิปาโต, วินสฺสนฺตา วา เอตฺถ ปตนฺติ สมฺภิชฺชมานงฺคปจฺจงฺคาติ วินิปาโต. นตฺถิ เอตฺถ อสฺสาทสญฺญิโต อโยติ นิรโย.

อถ วา อปายคฺคหเณน ติรจฺฉานโยนึ ทีเปติ. ติรจฺฉานโยนิ หิ อปาโย สุคติโต อเปตตฺตา, น ทุคฺคติ มเหสกฺขานํ นาคราชาทีนํ สมฺภวโต. ทุคฺคติคฺคหเณน เปตฺติวิสยญฺจ. โส หิ อปาโย เจว ทุคฺคติ จ สุคติโต อเปตตฺตา ทุกฺขสฺส จ คติภูตตฺตา, น ตุ วินิปาโต อสุรสทิสํ อวินิปติตตฺตา. วินิปาตคฺคหเณน อสุรกายํ. โส หิ ยถาวุตฺเตน อตฺเถน อปาโย เจว ทุคฺคติ จ สพฺพสมุสฺสเยหิ วินิปติตตฺตา วินิปาโตติ วุจฺจติ. นิรยคฺคหเณน อวีจิอาทิกมเนกปฺปการํ นิรยเมวาติ. อุปปนฺนาติ อุปคตา, ตตฺถ อภินิพฺพตฺตาติ อธิปฺปาโย. วุตฺตวิปริยาเยน สุกฺกปกฺโข เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – ตตฺถ สุคติคฺคหเณน มนุสฺสาคติปิ สงฺคยฺหติ, สคฺคคฺคหเณน เทวคติเยว. ตตฺถ สุนฺทรา คตีติ สุคติ. รูปาทีหิ วิสเยหิ สุฏฺฐุ อคฺโคติ สคฺโค. โส สพฺโพปิ ลุชฺชนปฺปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาโต คเหตพฺโพ. ตติยาทีนิ อุตฺตานตฺถานิ.

ทุติยอาหุเนยฺยสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อนุตฺตริยสุตฺตวณฺณนา

๘. อฏฺฐเม นตฺถิ เอเตสํ อุตฺตรานิ วิสิฏฺฐานีติ อนุตฺตรานิ, อนุตฺตรานิ เอว อนุตฺตริยานิ ยถา ‘‘อนนฺตเมว อนนฺตริย’’นฺติ อาห ‘‘นิรุตฺตรานี’’ติ. ทสฺสนานุตฺตริยํ นาม ผลวิเสสาวหตฺตา. เอส นโย เสเสสุปิ. สตฺตวิธอริยธนลาโภติ สตฺตวิธสทฺธาทิโลกุตฺตรธนลาโภ. สิกฺขาตฺตยสฺส ปูรณนฺติ อธิสีลสิกฺขาทีนํ ติสฺสนฺนํ สิกฺขานํ ปูรณํ. ตตฺถ ปูรณํ นิปฺปริยายโต อเสกฺขานํ วเสน เวทิตพฺพํ. กลฺยาณปุถุชฺชนโต ปฏฺฐาย หิ สตฺต เสขา ติสฺโส สิกฺขา ปูเรนฺติ นาม, อรหา ปริปุณฺณสิกฺโขติ. อิติ อิมานิ อนุตฺตริยานิ โลกิยโลกุตฺตรานิ กถิตานิ.

อนุตฺตริยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อนุสฺสติฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา

๙. นวเม อนุสฺสติโย เอว ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกาทิหิตสุขานํ การณภาวโต ฐานานีติ อนุสฺสติฏฺฐานานิ. พุทฺธคุณารมฺมณา สตีติ ยถา พุทฺธานุสฺสติ วิเสสาธิคมสฺส ฐานํ โหติ, เอวํ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา พุทฺธคุเณ อารพฺเภ อุปฺปนฺนา สติ. เอวํ อนุสฺสรโต หิ ปีติ อุปฺปชฺชติ, โส ตํ ปีตึ ขยโต วยโต ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. อุปจารกมฺมฏฺฐานํ นาเมตํ คิหีนมฺปิ ลพฺภติ. อุปจารกมฺมฏฺฐานนฺติ จ ปจฺจกฺขโต อุปจารชฺฌานาวหํ กมฺมฏฺฐานปรมฺปราย สมฺมสนํ ยาว อรหตฺตา โลกิยโลกุตฺตรวิเสสาวหํ. เอส นโย สพฺพตฺถ.

อนุสฺสติฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. มหานามสุตฺตวณฺณนา

๑๐. ทสเม ตสฺมึ สมเยติ พุทฺธาคุณานุสฺสรณสมเย. ราคปริยุฏฺฐิตนฺติ ราเคน ปริยุฏฺฐิตํ. ปริยุฏฺฐานปฺปตฺติปิ, ราเคน วา สํหิตํ จิตฺตํ อรญฺญมิว โจเรหิ เตน ปริยุฏฺฐิตนฺติ วุตฺตํ, ตสฺส ปริยุฏฺฐานฏฺฐานภาวโตปิ ปริยุฏฺฐิตราคนฺติ อตฺโถ. พฺยญฺชนํ ปน อนาทิยิตฺวา อตฺถมตฺตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปฺปชฺชมาเนน ราเคน อุฏฺฐหิตฺวา คหิต’’นฺติ อาห. อุชุกเมวาติ ปเคว กายวงฺกาทีนํ อปนีตตฺตา จิตฺตสฺส จ อนุชุภาวกรานํ มานาทีนํ อภาวโต, ราคาทิปริยุฏฺฐานาภาเวน วา โอณติอุณฺณติวิรหโต อุชุภาวเมว คตํ. อถ วา อุชุกเมวาติ กมฺมฏฺฐานสฺส ถินํ มิทฺธํ โอติณฺณตาย ลีนุทฺธจฺจวิคมโต มชฺฌิมสมถนิมิตฺตปฺปฏิปตฺติยา อุชุภาวเมว คตํ. อฏฺฐกถํ นิสฺสายาติ ภวชาติอาทีนํ ปทานํ อตฺถํ นิสฺสาย. อตฺถเวทนฺติ วา เหตุผลํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ ตุฏฺฐิมาห. ธมฺมเวทนฺติ เหตุํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ ตุฏฺฐึ. ‘‘อารกตฺตา อรห’’นฺติ อนุสฺสรนฺตสฺส หิ ยทิทํ ภควโต กิเลเสหิ อารกตฺตํ, โส เหตุ. ญาปโก เจตฺถ เหตุ อธิปฺเปโต, น การโก สมฺปาปโก. ตโตเนน ญายมาโน อรหตฺตตฺโถ ผลํ. อิมินา นเยน เสสปเทสุปิ เหตุโส ผลวิปาโก เวทิตพฺโพ. ธมฺมานุสฺสติอาทีสุปิ หิ อาทิมชฺฌปริโยสานกลฺยาณตาทโย สุปฺปฏิปตฺติอาทโย จ ตตฺถ ตตฺถ เหตุภาเวน นิทฺทิฏฺฐาเยว. ธมฺมูปสํหิตนฺติ ยถาวุตฺตเหตุผลสงฺขาตคุณูปสํหิตํ.

มหานามสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อาหุเนยฺยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สารณียวคฺโค

๑. ปฐมสารณียสุตฺตวณฺณนา

๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม สริตพฺพยุตฺตกาติ อนุสฺสรณารหา. มิชฺชติ สินิยฺหติ เอตายาติ เมตฺตา, มิตฺตภาโว. เมตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, กายกมฺมํ. ตํ ปน ยสฺมา เมตฺตาสหคตจิตฺตสมุฏฺฐานํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เมตฺเตน จิตฺเตน กาตพฺพํ กายกมฺม’’นฺติ. เอส นโย เสสทฺวเยปิ. อิมานีติ เมตฺตกายกมฺมาทีนิ. ภิกฺขูนํ วเสน อาคตานิ เตสํ เสฏฺฐปริสภาวโต. ยถา ปน ภิกฺขุนีสุปิ ลพฺภนฺติ, เอวํ คิหีสุปิ ลพฺภนฺติ จตุปริสสาธารณตฺตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขูนญฺหี’’ติอาทิมาห. ภิกฺขุโน สพฺพมฺปิ อนวชฺชกายกมฺมํ อาภิสมาจาริกกมฺมนฺโตคธเมวาติ อาห ‘‘เมตฺเตน จิตฺเตน…เป… กายกมฺมํ นามา’’ติ. ภตฺติวเสน ปวตฺติยมานา เจติยโพธีนํ วนฺทนา เมตฺตาสิทฺธาติ กตฺวา ตทตฺถาย คมนํ ‘‘เมตฺตํ กายกมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน เจติยโพธิภิกฺขูสุ วุตฺตาวเสสาปจายนาทิวเสน ปวตฺตเมตฺตาวเสน ปวตฺตํ กายิกํ กิริยํ สงฺคณฺหาติ.

เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ กถิยมานนฺติ อธิปฺปาโย. เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ ปริปุจฺฉนอตฺถกถนวเสน ปวตฺติยมานเมว เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม หิตชฺฌาสเยน ปวตฺติตพฺพโต. ตีณิ สุจริตานีติ กายวจีมโนสุจริตานิ. จินฺตนนฺติ เอวํ จินฺตนมตฺตมฺปิ มโนกมฺมํ, ปเคว ปฏิปนฺนา ภาวนาติ ทสฺเสติ.

อาวีติ ปกาสํ. ปกาสภาโว เจตฺถ ยํ อุทฺทิสฺส ตํ กายกมฺมํ กรียติ, ตสฺส สมฺมุขภาวโตติ อาห ‘‘สมฺมุขา’’ติ. รโหติ อปฺปกาสํ. อปฺปกาสตา จ ยํ อุทฺทิสฺส ตํ กายกมฺมํ กรียติ, ตสฺส อปจฺจกฺขภาวโตติ อาห ‘‘ปรมฺมุขา’’ติ. สหายภาวคมนํ เตสํ ปุรโต. เตสุ กโรนฺเตสุเยว หิ สหายภาวคมนํ สมฺมุขา กายกมฺมํ นาม โหติ. อุภเยหีติ นวเกหิ เถเรหิ จ. ปคฺคยฺหาติ ปคฺคณฺหิตฺวา อุทฺธํ กตฺวา เกวลํ ‘‘เทโว’’ติ อวตฺวา คุเณหิ ถิรภาวโชตนํ ‘‘เทวตฺเถโร’’ติ วจนํ ปคฺคยฺห วจนํ. มมตฺตโพธนํ วจนํ มมายนวจนํ. เอกนฺตปรมฺมุขสฺส มโนกมฺมสฺส สมฺมุขตา นาม วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปนวเสน โหติ, ตญฺจ โข โลเก กายกมฺมนฺติ ปากฏํ ปญฺญาตํ. หตฺถวิการาทีนิ อนามสิตฺวา เอว ทสฺเสนฺโต ‘‘นยนานิ อุมฺมีเลตฺวา’’ติอาทิมาห. กามํ เมตฺตาสิเนหสินิทฺธานํ นยนานํ อุมฺมีลนา ปสนฺเนน มุเขน โอโลกนญฺจ เมตฺตํ กายกมฺมเมว, ยสฺส ปน จิตฺตสฺส วเสน นยนานํ เมตฺตาสิเนหสินิทฺธตา มุขสฺส จ ปสนฺนตา, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เมตฺตํ มโนกมฺมํ นามา’’ติ.

ลาภ-สทฺโท กมฺมสาธโน ‘‘ลาภา วต, โภ, ลทฺโธ’’ติอาทีสุ วิย. โส เจตฺถ ‘‘ธมฺมลทฺธา’’ติ วจนโต อตีตกาลิโกติ อาห ‘‘จีวราทโย ลทฺธปจฺจยา’’ติ. ธมฺมโต อาคตาติ ธมฺมิกา, ปริสุทฺธคมนา ปจฺจยา. เตนาห ‘‘ธมฺมลทฺธา’’ติ. อิมเมว หิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘กุหนาที’’ติอาทิ วุตฺตํ. น สมฺมา คยฺหมานา หิ ธมฺมลทฺธา นาม น โหนฺตีติ ตปฺปฏิเสธนตฺถํ ปาฬิยํ ‘‘ธมฺมลทฺธา’’ติ วุตฺตํ. เทยฺยํ ทกฺขิเณยฺยญฺจ อปฺปฏิวิภตฺตํ กตฺวา ภุญฺชตีติ อปฺปฏิวิภตฺตโภคี นาม โหติ. เตนาห ‘‘เทฺว ปฏิวิภตฺตานิ นามา’’ติอาทิ. จิตฺเตน วิภชนนฺติ เอเตน จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ วิภชนํ ปฏิวิภตฺตํ นาม, ปเคว ปโยคโตติ ทสฺเสติ. จิตฺเตน วิภชนปุพฺพกํ วา กาเยน วิภชนนฺติ มูลเมว ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ จิตฺเตน วิภชน’’นฺติ วุตฺตํ. เตน จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน ปฏิวิภาโค กาตพฺโพติ ทสฺเสติ. อปฺปฏิวิภตฺตนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, อปฺปฏิวิภตฺตํ ลาภํ ภุญฺชตีติ กมฺมนิทฺเทโส วา. ตํ เนว คิหีนํ เทติ อตฺตโน อาชีวโสธนตฺถํ. น อตฺตนา ปริภุญฺชติ ‘‘มยฺหํ อสาธารณโภคิตา มา โหตู’’ติ. ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ…เป… ปสฺสตีติ อิมินา อาคมนโต ปฏฺฐาย สาธารณพุทฺธึ อุปฏฺฐาเปติ. เอวํ หิสฺส สาธารณโภคิตา สุกรา, สารณียธมฺโม จสฺส ปูโร โหติ.

อถ วา ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ…เป… ปสฺสตีติ อิมินา ตสฺส ลาภสฺส ตีสุ กาเลสุ สาธารณโต ฐปนํ ทสฺสิตํ. ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ อิมินา ปฏิคฺคหณกาโล ทสฺสิโต. คเหตฺวา…เป… ปสฺสตีติ อิมินา ปฏิคฺคหิตกาโล. ตทุภยํ ปน ตาทิเสน ปุพฺพภาเคน วินา น โหตีติ อตฺถสิทฺโธ ปุริมกาโล. ตยิทํ ปฏิคฺคหณโต ปุพฺเพวสฺส โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ, ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคณฺหามี’’ติ, ปฏิคฺคเหตฺวา โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ หิ ปฏิคฺคหิตํ มยา’’ติ. เอวํ ติลกฺขณสมฺปนฺนํ กตฺวา ลทฺธํ ลาภํ โอสารณลกฺขณํ อวิโกเปตฺวา ปริภุญฺชนฺโต สาธารณโภคี อปฺปฏิวิภตฺตโภคี จ โหติ.

อิมํ ปน สารณียธมฺมนฺติ อิมํ จตุตฺถํ สริตพฺพยุตฺตธมํ. น หิ…เป… คณฺหนฺติ, ตสฺมา สาธารณโภคิตา ทุสฺสีลสฺส นตฺถีติ อารมฺโภปิ ตาว น สมฺภวติ, กุโต ปูรณนฺติ อธิปฺปาโย. ปริสุทฺธสีโลติ อิมินา ลาภสฺส ธมฺมิกภาวํ ทสฺเสติ. วตฺตํ อขณฺเฑนฺโตติ อิมินา อปฺปฏิวิภตฺตโภคิตํ สาธารณโภคิตญฺจ ทสฺเสติ. สติ ปน ตทุภเย สารณียธมฺโม ปูริโต เอว โหตีติ อาห ‘‘ปูเรตี’’ติ. โอทิสฺสกํ กตฺวาติ เอเตน อโนทิสฺสกํ กตฺวา ปิตุโน, อาจริยุปชฺฌายาทีนํ วา เถราสนโต ปฏฺฐาย เทนฺตสฺส สารณียธมฺโมเยว โหตีติ ทสฺเสติ. ทาตพฺพนฺติ อวสฺสํ ทาตพฺพํ. สารณียธมฺโม ปนสฺส น โหติ ปฏิชคฺคฏฺฐาเน โอทิสฺสกํ กตฺวา ทินฺนตฺตา. เตนาห ‘‘ปลิโพธชคฺคนํ นาม โหตี’’ติ. มุตฺตปลิโพธสฺส วฏฺฏติ อมุตฺตปลิโพธสฺส ปูเรตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. ยทิ เอวํ สพฺเพน สพฺพํ สารณียธมฺมํ ปูเรนฺตสฺส โอทิสฺสกทานํ วฏฺฏติ, น วฏฺฏตีติ? โน น วฏฺฏติ ยุตฺตฏฺฐาเนติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตน ปนา’’ติอาทิมาห. อิมินา โอทิสฺสกทานํ ปนสฺส น สพฺพตฺถ วาริตนฺติ ทสฺเสติ. คิลานาทีนญฺหิ โอทิสฺสกํ กตฺวา ทานํ อปฺปฏิวิภาคปกฺขิกํ ‘‘อสุกสฺส น ทสฺสามี’’ติ ปฏิกฺเขปสฺส อภาวโต. พฺยติเรกปฺปธาโน หิ ปฏิภาโค. เตนาห ‘‘อวเสส’’นฺติอาทิ. อทาตุมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ทาตุมฺปิ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ตญฺจ โข กรุณายนวเสน, น วตฺตปริปูรณวเสน, ตสฺมา ทุสฺสีลสฺสปิ อตฺถิกสฺส สติ สมฺภเว ทาตพฺพํ. ทานญฺหิ นาม น กสฺสจิ นิวาริตํ.

สุสิกฺขิตายาติ สารณียปูรณวิธิมฺหิ สุสิกฺขิตาย, สุกุสลายาติ อตฺโถ. อิทานิ ตสฺส โกสลฺลํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุสิกฺขิตาย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทฺวาทสหิ วสฺเสหิ ปูเรหิ, น ตโต โอรนฺติ อิมินา ตสฺส ทุปฺปูรตํ ทสฺเสติ. ตถา หิ โส มหปฺผโล มหานิสํโส ทิฏฺฐธมฺมิเกหิปิ ตาวครุตเรหิ ผลานิสํเสหิ อนุคโตติ ตํสมงฺคี จ ปุคฺคโล วิเสสลาภี อริยปุคฺคโล วิย โลเก อจฺฉริยพฺภุตธมฺมสมนฺนาคโต โหติ. ตถา หิ โส ทุปฺปชหทานมยสฺส สีลมยสฺส ปุญฺญสฺส ปฏิปกฺขธมฺมํ สุทูเร วิกฺขมฺภิตํ กตฺวา วิสุทฺเธน เจตสา โลเก ปากโฏ ปญฺญาโต หุตฺวา วิหรติ. ตสฺสิมมตฺถํ พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ วิภาเวตุํ ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อิทานิสฺส สมฺปรายิเก ทิฏฺฐธมฺมิเก จ อานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ ปูริตสารณียธมฺมสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เนว อิสฺสา น มจฺฉริยํ โหติ จิรกาลภาวนาย วิธุตภาวโต. มนุสฺสานํ ปิโย โหติ ปริจฺจาคสีลตาย วิสฺสุตตฺตา. เตนาห ‘‘ททํ ปิโย โหติ ภชนฺติ นํ พหู’’ติอาทิ (อ. นิ. ๕.๓๔). สุลภปจฺจโย โหติ ทานวเสน อุฬารชฺฌาสยานํ ปจฺจยลาภสฺส อิธานิสํสสภาวโต ทานสฺส. ปตฺตคตมสฺส ทิยฺยมานํ น ขียติ ปตฺตคตสฺเสว ทฺวาทสวสฺสิกสฺส มหาวตฺตสฺส อวิจฺเฉเทน ปูริตตฺตา. อคฺคภณฺฑํ ลภติ เทวสิกํ ทกฺขิเณยฺยานํ อคฺคโต ปฏฺฐาย ทานสฺส ทินฺนตฺตา. ภเย วา…เป… อาปชฺชนฺติ เทยฺยปฺปฏิคฺคาหกวิกปฺปํ อกตฺวา อตฺตนิ นิรเปกฺขจิตฺเตน จิรกาลํ ทานสฺส ปูริตตาย ปสาริตจิตฺตตฺตา.

ตตฺราติ เตสุ อานิสํเสสุ วิภาเวตพฺเพสุ. อิมานิ ผลานิ วตฺถูนิ การณานิ. มหาคิริคาโม นาม นาคทีปปสฺเส เอโก คาโมว. อลภนฺตาปีติ อปฺปปุญฺญตาย อลาภิโน สมานาปิ. ภิกฺขาจารมคฺคสภาคนฺติ สภาคํ ตพฺภาคิยํ ภิกฺขาจารมคฺคํ ชานนฺติ. อนุตฺตริมนุสฺสธมฺมตฺตา เถรานํ สํสยวิโนทนตฺถญฺจ ‘‘สารณียธมฺโม เม, ภนฺเต, ปูริโต’’ติ อาห. ตถา หิ ทุติยวตฺถุสฺมิมฺปิ เถเรน อตฺตา ปกาสิโต. ทหรกาเล เอวํ กิร สารณียธมฺมปูรโก อโหสิ. มนุสฺสานํ ปิยตาย สุลภปจฺจยตายปิ อิทํ วตฺถุเมว. ปตฺตคตาขียนสฺส ปน วิเสสํ วิภาวนโต ‘‘อิทํ ตาว…เป… เอตฺถ วตฺถู’’ติ วุตฺตํ.

คิริภณฺฑมหาปูชายาติ เจติยคิริมฺหิ สกลลงฺกาทีเป โยชนปฺปมาเณ สมุทฺเท จ นาวาสงฺฆาฏาทิเก ฐเปตฺวา ทีปปุปฺผคนฺธาทีหิ กริยมานาย มหาปูชาย. ตสฺสา จ ปฏิปตฺติยา อวญฺฌภาววิภาวนตฺถํ ‘‘เอเต มยฺหํ ปาปุณิสฺสนฺตี’’ติ อาห. ปริยาเยนปิ เลเสนปิ. อนุจฺฉวิกนฺติ ‘‘สารณียธมฺมปูรโก’’ติ ยถาภูตปเวทนํ ตุมฺหากํ อนุจฺฉวิกนฺติ อตฺโถ.

อนาโรเจตฺวาว ปลายึสุ โจรภเยน. ‘‘อตฺตโน ทุชฺชีวิกายา’’ติปิ วทนฺติ. อหํ สารณียธมฺมปูริกา, มม ปตฺตปริยาปนฺเนนปิ สพฺพาปิมา ภิกฺขุนิโย ยาเปสฺสนฺตีติ อาห ‘‘มา ตุเมฺห เตสํ คตภาวํ จินฺตยิตฺถา’’ติ. วฏฺฏิสฺสตีติ กปฺปิสฺสติ. เถรี สารณียธมฺมปูริกา อโหสิ, เถรสฺส ปน สีลเตเชเนว เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชิ.

นตฺถิ เอเตสํ ขณฺฑนฺติ อขณฺฑานิ. ตํ ปน เนสํ ขณฺฑํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุปสมฺปนฺนสีลานํ อุทฺเทสกฺกเมน อาทิอนฺตา เวทิตพฺพา. เตนาห ‘‘สตฺตสู’’ติอาทิ. น หิ อญฺโญ โกจิ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อนุกฺกโม อตฺถิ, อนุปสมฺปนฺนสีลานํ สมาทานกฺกเมนปิ อาทิอนฺตา ลพฺภนฺติ. ปริยนฺเต ฉินฺนสาฏโก วิยาติ ตตฺรนฺเต ทสนฺเต วา ฉินฺนวตฺถํ วิย. วิสทิสุทาหรณญฺเจตํ ‘‘อขณฺฑานี’’ติ อิมสฺส อธิกตตฺตา. เอวํ เสสานมฺปิ อุทาหรณานิ. ขณฺฑิกตา ภินฺนตา ขณฺฑํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ ขณฺฑํ, สีลํ. ฉิทฺทนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เวมชฺเฌ ภินฺนํ วินิวิชฺฌนวเสน. วิสภาควณฺเณน คาวี วิยาติ สมฺพนฺโธ. วิสภาควณฺเณน อุปฑฺฒํ ตติยภาคคตํ สมฺภินฺนวณฺณํ สพลํ, วิสภาควณฺเณเหว พินฺทูหิ อนฺตรนฺตราหิ วิมิสฺสํ กมฺมาสํ. อยํ อิเมสํ วิเสโส. สพลรหิตานิ อสพลานิ, ตถา อกมฺมาสานิ. สีลสฺส ตณฺหาทาสพฺยโต โมจนํ วิวฏฺฏูปนิสฺสยภาวาปาทนํ, ตสฺมา ตณฺหาทาสพฺยโต โมจนวจเนน เตสํ สีลานํ วิวฏฺฏูปนิสฺสยตมาห. ภุชิสฺสภาวกรณโตติ อิมินา ภุชิสฺสกรานิ ภุชิสฺสานีติ อุตฺตรปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ ทสฺเสติ. ยสฺมา วา ตํสมงฺคิปุคฺคโล เสรี สยํวสี ภุชิสฺโส นาม โหติ, ตสฺมาปิ ภุชิสฺสานิ. อวิญฺญูนํ อปฺปมาณตาย ‘‘วิญฺญุปฺปสตฺถานี’’ติ วุตฺตํ. สุปริสุทฺธภาเวน วา สมฺปนฺนตฺตา วิญฺญูหิ ปสตฺถานีติ วิญฺญุปฺปสตฺถานิ.

ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อปรามฏฺฐตฺตาติ ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’’ติ ตณฺหาปรามาเสน, ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว หุตฺวา ตตฺถ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต ภวิสฺสามี’’ติ ทิฏฺฐิปรามาเสน จ อปรามฏฺฐตฺตา. ปรามฏฺฐุนฺติ ‘‘อยํ เต สีเลสุ โทโส’’ติ จตูสุ วิปตฺตีสุ ยาย กายจิ วิปตฺติยา ทสฺสเนน ปรามฏฺฐุํ, อนุทฺธํเสตุํ โจเทตุนฺติ อตฺโถ. สีลํ นาม อวิปฺปฏิสาราทิปารมฺปริเยน ยาวเทว สมาธิสมฺปาทนตฺถนฺติ อาห ‘‘สมาธิสํวตฺตนิกานี’’ติ. สมาธิสํวตฺตนปฺปโยชนานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ.

สมานภาโว สามญฺญํ, ปริปุณฺณจตุปาริสุทฺธิภาเวน มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณสฺส วิย เภทาภาวโต สีเลน สามญฺญํ สีลสามญฺญํ, ตํ คโต อุปคโตติ สีลสามญฺญคโต. เตนาห ‘‘สมานภาวูปคตสีโล’’ติ, สีลสมฺปตฺติยา สมานภาวํ อุปคตสีโล สภาควุตฺติโกติ อตฺโถ. กามํ ปุถุชฺชนานมฺปิ จตุปาริสุทฺธิสีเล นานตฺตํ น สิยา, ตํ ปน น เอกนฺติกํ, อิทํ เอกนฺติกํ นิยตภาวโตติ อาห ‘‘นตฺถิ มคฺคสีเล นานตฺต’’นฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตนฺติ มคฺคสีลํ สนฺธาย ตํ ‘‘ยานิ ตานิ สีลานี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ยายนฺติ ยา อยํ มยฺหญฺเจว ตุมฺหากญฺจ ปจฺจกฺขภูตา. ทิฏฺฐีติ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. นิทฺโทสาติ นิทฺธุตโทสา, สมุจฺฉินฺนราคาทิปาปธมฺมาติ อตฺโถ. นิยฺยาตีติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรติ นิคฺคจฺฉติ. สยํ นิยฺยนฺตีเยว หิ ตํสมงฺคิปุคฺคลํ วฏฺฏทุกฺขโต นิยฺยาเปตีติ วุจฺจติ. ยา สตฺถุ อนุสิฏฺฐิ, ตํ กโรตีติ ตกฺกโร, ตสฺส, ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนฺตสฺสาติ อตฺโถ. สมานทิฏฺฐิภาวนฺติ สทิสทิฏฺฐิภาวํ สจฺจสมฺปฏิเวเธน อภินฺนทิฏฺฐิภาวํ.

ปฐมสารณียสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยสารณียสุตฺตวณฺณนา

๑๒. ทุติเย สพฺรหฺมจารีนนฺติ สหธมฺมิกานํ. ปิยํ ปิยายิตพฺพกํ กโรนฺตีติ ปิยกรณา. ครุํ ครุฏฺฐานิยํ กโรนฺตีติ ครุกรณา. สงฺคณฺหนตฺถายาติ สงฺคหวตฺถุวิเสสภาวโต สพฺรหฺมจารีนํ สงฺคหณาย สํวตฺตนฺตีติ สมฺพนฺโธ. อวิวทนตฺถายาติ สงฺคหวตฺถุภาวโต เอว น วิวทนตฺถาย. สติ จ อวิวทนเหตุภูตสงฺคหกตฺเต เตสํ วเสน สพฺรหฺมจารีนํ สมคฺคภาโว เภทาภาโว สิทฺโธเยวาติ อาห ‘‘สามคฺคิยา’’ติอาทิ.

ทุติยสารณียสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. นิสฺสารณียสุตฺตวณฺณนา

๑๓. ตติเย วฑฺฒิตาติ ภาวนาปาริปูริวเสน ปริพฺรูหิตา. ปุนปฺปุนํ กตาติ ภาวนาย พหุลีกรเณน อปราปรํ ปวตฺติตา. ยุตฺตยานสทิสา กตาติ ยถา ยุตฺตมาชญฺญยานํ เฉเกน สารถินา อธิฏฺฐิตํ ยถารุจิ ปวตฺตติ, เอวํ ยถารุจิ ปวตฺติรหํ คหิตา. วตฺถุกตาติ วา อธิฏฺฐานฏฺเฐน วตฺถุ วิย กตา, สพฺพโส อุปกฺกิเลสวิโสธเนน อิทฺธิวิเสสตาย ปวตฺติฏฺฐานภาวโต สุวิโสธิตปริสฺสยวตฺถุ วิย กตาติ วุตฺตํ โหติ. อธิฏฺฐิตาติ ปฏิปกฺขทูรีภาวโต สุภาวิตภาเวน ตํตํอธิฏฺฐานโยคฺยตาย ฐปิตา. สมนฺตโต จิตาติ สพฺพภาเคน ภาวนูปจยํ คมิตา. เตนาห ‘‘อุปจิตา’ติ. สุฏฺฐุ สมารทฺธาติ อิทฺธิภาวนาสิขาปฺปตฺติยา สมฺมเทว สมฺภาวิตา. อภูตพฺยากรณํ พฺยากโรตีติ ‘‘เมตฺตา หิ โข เม เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา’’ติอาทินา อตฺตนิ อวิชฺชมานคุณาภิพฺยาหารํ พฺยาหรติ. เจโตวิมุตฺติสทฺทํ อเปกฺขิตฺวา ‘‘นิสฺสฏา’’ติ วุตฺตํ. ปุน พฺยาปาโท นตฺถีติ อิทานิ มม พฺยาปาโท นาม สพฺพโส นตฺถีติ ญตฺวา.

พลววิปสฺสนาติ ภยตุปฏฺฐาเน ญาณํ, อาทีนวานุปสฺสเน ญาณํ มุจฺจิตุกมฺยตาญาณํ, ภงฺคญาณนฺติ จตุนฺนํ ญาณานํ อธิวจนํ. เยสํ นิมิตฺตานํ อภาเวน อรหตฺตผลสมาปตฺติยา อนิมิตฺตตา, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ราคสฺส นิมิตฺตํ, ราโค เอว วา นิมิตฺตํ ราคนิมิตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน โทสนิมิตฺตาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. รูปเวทนาทิสงฺขารนิมิตฺตํ รูปนิมิตฺตาทิ. เตสํเยว นิจฺจาทิวเสน อุปฏฺฐานํ นิจฺจนิมิตฺตาทิ. ตยิทํ นิมิตฺตํ ยสฺมา สพฺเพน สพฺพํ อรหตฺตผเล นตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สา หิ…เป… อนิมิตฺตา’’ติ. นิมิตฺตํ อนุสฺสรติ อนุคจฺฉติ อารพฺภ ปวตฺตติ สีเลนาติ นิมิตฺตานุสารี. เตนาห ‘‘วุตฺตปฺปเภทํ นิมิตฺตํ อนุสรณสภาว’’นฺติ.

อสฺมิมาโนติ ‘‘อสฺมี’’ติ ปวตฺโต อตฺตวิสโย มาโน. อยํ นาม อหมสฺมีติ รูปลกฺขโณ เวทนาทีสุ วา อญฺญตรลกฺขโณ อยํ นาม อตฺตา อหํ อสฺมีติ. อสฺมิมาโน สมุคฺฆาตียติ เอเตนาติ อสฺมิมานสมุคฺฆาโต, อรหตฺตมคฺโค. ปุน อสฺมิมาโน นตฺถีติ ตสฺส อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนํ กิตฺเตนฺโต สมุคฺฆาตตฺตเมว วิภาเวติ.

นิสฺสารณียสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔-๕. ภทฺทกสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๔-๑๕. จตุตฺเถ อารมิตพฺพฏฺเฐน วา กมฺมํ อาราโม เอตสฺสาติ กมฺมาราโม. กมฺเม รโต น คนฺถธุเร วิปสฺสนาธุเร วาติ กมฺมรโต. ปุนปฺปุนํ ยุตฺโตติ ตปฺปรภาเวน อนุ อนุ ยุตฺโต ปสุโต. อาลาปสลฺลาโปติ อิตฺถิวณฺณปุริสวณฺณาทิวเสน ปุนปฺปุนํ ลปนํ. ปญฺจเม นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

ภทฺทกสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. นกุลปิตุสุตฺตวณฺณนา

๑๖. ฉฏฺเฐ วิสภาคเวทนุปฺปตฺติยา กกเจเนว จตุอิริยาปถํ ฉินฺทนฺโต อาพาธยตีติ อาพาโธ, โส ยสฺส อตฺถีติ อาพาธิโก. ตํสมุฏฺฐานทุกฺเขน ทุกฺขิโต. อธิมตฺตคิลาโนติ ธาตุสงฺขเยน ปริกฺขีณสรีโร.

สปฺปฏิภยกนฺตารสทิสา โสฬสวตฺถุกา อฏฺฐวตฺถุกา จ วิจิกิจฺฉา ติณฺณา อิมายาติ ติณฺณวิจิกิจฺฉา. วิคตา สมุจฺฉินฺนา ปวตฺติอาทีสุ ‘‘เอวํ นุ โข น นุ โข’’ติ เอวํ ปวตฺติกา กถํกถา อสฺสาติ วิคตกถํกถา. สารชฺชกรานํ ปาปธมฺมานํ ปหีนตฺตา ราควิกฺเขเปสุ สีลาทิคุเณสุ จ ติฏฺฐกตฺตา เวสารชฺชํ, วิสารทภาวํ เวยฺยตฺติยํ ปตฺตาติ เวสารชฺชปฺปตฺตา. อตฺตนา เอว ปจฺจกฺขโต ทิฏฺฐตฺตา น ปรํ ปจฺเจติ, นสฺส ปโร ปจฺเจตพฺโพ อตฺถีติ อปรปฺปจฺจยา.

คิลานา วุฏฺฐิโตติ คิลานภาวโต วุฏฺฐาย ฐิโต. ภาวปฺปธาโน หิ อยํ นิทฺเทโส. คิลาโน หุตฺวา วุฏฺฐิโตติ อิทํ ปน อตฺถมตฺตนิทสฺสนํ.

นกุลปิตุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. โสปฺปสุตฺตวณฺณนา

๑๗. สตฺตเม ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ เอตฺถ ปฏิสลฺลานนฺติ เตหิ เตหิ สทฺธิวิหาริกอนฺเตวาสิกอุปาสกาทิสตฺเตหิ เจว รูปารมฺมณาทิสงฺขาเรหิ จ ปฏินิวตฺติตฺวา อปสกฺกิตฺวา นิลียนํ วิเวจนํ. กายจิตฺเตหิ ตโต วิวิตฺโต เอกีภาโว ปวิเวโกติ อาห ‘‘เอกีภาวายา’’ติอาทิ. เอกีภาวโตติ จ อิมินา กายวิเวกโต วุฏฺฐานมาห. ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติโตติอาทินา จิตฺตวิเวกโต. วุฏฺฐิโตติ ตโต ทุวิธวิเวกโต ภวงฺคุปฺปตฺติยา สพฺรหฺมจารีหิ สมาคเมน อุเปโต.

โสปฺปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. มจฺฉพนฺธสุตฺตวณฺณนา

๑๘. อฏฺฐเม มจฺฉฆาตกนฺติ มจฺฉพนฺธํ เกวฏฺฏํ. โอรพฺภิกาทีสุ อุรพฺภา วุจฺจนฺติ เอฬกา, อุรพฺเภ หนฺตีติ โอรพฺภิโก. สูกริกาทีสุปิ เอเสว นโย.

มจฺฉพนฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ปฐมมรณสฺสติสุตฺตวณฺณนา

๑๙. นวเม เอวํนามเก คาเมติ นาติกานามกํ คามํ นิสฺสาย. ทฺวินฺนํ จูฬปิติมหาปิติปุตฺตานํ เทฺว คามา, เตสุ เอกสฺมึ คาเม. ญาตีนญฺหิ นิวาสฏฺฐานภูโต คาโม ญาติโก, ญาติโกเยว นาติโก ญ-การสฺส น-การาเทโส ‘‘อนิมิตฺตา น นายเร’’ติอาทีสุ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๗๔; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๐; ชา. อฏฺฐ. ๒.๒.๓๔) วิย. โส กิร คาโม เยสํ ตทา เตสํ ปุพฺพปุริเสน อตฺตโน ญาตีนํ สาธารณภาเวน นิวสิโต, เตน ญาติโกติ ปญฺญายิตฺถ. อถ ปจฺฉา ทฺวีหิ ทายาเทหิ ทฺวิธา วิภชิตฺวา ปริภุตฺโต. คิญฺชกา วุจฺจติ อิฏฺฐกา, คิญฺชกาหิเยว กโต อาวสโถติ คิญฺชกาวสโถ. โส หิ อาวาโส ยถา สุธาปริกมฺเมน ปโยชนํ นตฺถิ, เอวํ อิฏฺฐกาหิ เอว จินิตฺวา ฉาเทตฺวา กโต. ตสฺมึ กิร ปเทเส มตฺติกา สกฺขรมรุมฺปวาลุกาทีหิ อสมฺมิสฺสา กถินา สณฺหสุขุมา, ตาย กตานิ กุลาลภาชนานิปิ สิลามยานิ วิย ทฬฺหานิ. ตสฺมา เต อุปาสกา ตาย มตฺติกาย ทีฆปุถู อิฏฺฐกา กาเรตฺวา ฐเปตฺวา ฐเปตฺวา ทฺวารวาตปานกวาฏตุลาโย สพฺพํ ทพฺพสมฺภาเรน วินา ตาหิ อิฏฺฐกาหิเยว ปาสาทํ กาเรสุํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิฏฺฐกามเย ปาสาเท’’ติ.

รตฺตินฺทิวนฺติ เอกรตฺติทิวํ. ภควโต สาสนนฺติ อริยมคฺคปฺปฏิเวธาวหํ สตฺถุ โอวาทํ. พหุ วต เม กตํ อสฺสาติ พหุ วต มยา อตฺตหิตํ ปพฺพชิตกิจฺจํ กตํ ภเวยฺย.

ตทนฺตรนฺติ ตตฺตกํ เวลํ. เอกปิณฺฑปาตนฺติ เอกํ ทิวสํ ยาปนปฺปโหนกํ ปิณฺฑปาตํ. ยาว อนฺโต ปวิฏฺฐวาโต พหิ นิกฺขมติ, พหิ นิกฺขนฺตวาโต วา อนฺโต ปวิสตีติ เอกสฺเสว ปเวสนิกฺขโม วิย วุตฺตํ, ตํ นาสิกาวาตภาวสามญฺเญนาติ ทฏฺฐพฺพํ.

ปฐมมรณสฺสติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ทุติยมรณสฺสติสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม นิกฺขนฺเตติ วีติวตฺเต. ปติคตายาติ ปจฺจาคตาย, สมฺปตฺตายาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปฏิปนฺนายา’’ติ. โส มมสฺส อนฺตราโยติ ยถาวุตฺตา น เกวลํ กาลกิริยาว, มม อติทุลฺลภํ ขณํ ลภิตฺวา ตสฺส สตฺถุสาสนมนสิการสฺส เจว ชีวิตสฺส จ สคฺคโมกฺขานญฺจ อนฺตราโย อสฺส, ภเวยฺยาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ติวิโธ อนฺตราโย’’ติอาทิ. วิปชฺเชยฺยาติ วิปตฺตึ คจฺเฉยฺย. สตฺถเกน วิย องฺคปจฺจงฺคานํ กนฺตนการกา กาเย สนฺธิพนฺธนจฺเฉทกวาตา สตฺถกวาตา. กตฺตุกมฺยตาฉนฺโทติ นิยฺยานาวโห กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺโท. ปโยควีริยนฺติ ภาวนานุโยควีริยํ. น ปฏิวาติ น ปฏินิวตฺตตีติ อปฺปฏิวานี, อนฺตรา โวสานานาปชฺชนวีริยํ. เตนาห ‘‘อนุกฺกณฺฐนา อปฺปฏิสงฺฆรณา’’ติ.

ทุติยมรณสฺสติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สารณียวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อนุตฺตริยวคฺโค

๑-๒. สามกสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๑-๒๒. ตติยสฺส ปฐเม เกวลกปฺปนฺติ เอตฺถ เกวล-สทฺโท อนวเสสตฺโถ, กปฺป-สทฺโท สมนฺตภาวตฺโถ. ตสฺมา เกวลกปฺปํ โปกฺขรณิยนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อนวเสสํ ผริตุํ สมตฺถสฺสปิ โอภาสสฺส เกนจิ การเณน เอกเทสผรณมฺปิ สิยา, อยํ ปน สพฺพโสว ผรตีติ ทสฺเสตุํ สมนฺตตฺโถ กปฺป-สทฺโท คหิโต. อตฺตโน โอภาเสน ผริตฺวาติ วตฺถาลงฺการสรีรสมุฏฺฐิเตน โอภาเสน ผริตฺวา, จนฺทิมา วิย เอโกภาสํ เอกปชฺโชตํ กริตฺวาติ อตฺโถ. สมนุญฺโญติ สมฺมเทว กตมนุญฺโญ. เตนาห ‘‘สมานจิตฺโต’’ติ, สมานชฺฌาสโยติ อตฺโถ. ทุกฺขํ วโจ เอตสฺมินฺติ ทุพฺพโจ, ตสฺส กมฺมํ โทวจสฺสํ, ตสฺส ปุคฺคลสฺส อนาทริยวเสน ปวตฺตา เจตนา, ตสฺส ภาโว อตฺถิตา โทวจสฺสตา. อถ วา โทวจสฺสเมว โทวจสฺสตา. สา อตฺถโต สงฺขารกฺขนฺโธ โหติ. เจตนาปธาโน หิ สงฺขารกฺขนฺโธ. จตุนฺนํ วา ขนฺธานํ อปทกฺขิณคฺคาหิตากาเรน ปวตฺตานํ เอตํ อธิวจนนฺติ วทนฺติ. ปาปา อสฺสทฺธาทโย ปุคฺคลา เอตสฺส มิตฺตาติ ปาปมิตฺโต, ตสฺส ภาโว ปาปมิตฺตตา. สาปิ อตฺถโต โทวจสฺสตา วิย ทฏฺฐพฺพา. ยาย หิ เจตนาย ปุคฺคโล ปาปมิตฺโต ปาปสมฺปวงฺโก นาม โหติ, สา เจตนา ปาปมิตฺตตา. จตฺตาโรปิ วา อรูปิโน ขนฺธา ตทาการปฺปวตฺตา ปาปมิตฺตตา. ทุติยํ อุตฺตานเมว.

สามกสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ภยสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ตติเย สมฺภวติ ชาติมรณํ เอเตนาติ สมฺภโว, อุปาทานนฺติ อาห ‘‘ชาติยา จ มรณสฺส จ สมฺภเว ปจฺจยภูเต’’ติ. อนุปาทาติ อนุปาทาย. เตนาห ‘‘อนุปาทิยิตฺวา’’ติ. ชาติมรณานิ สมฺมา ขียนฺติ เอตฺถาติ ชาติมรณสงฺขโย, นิพฺพานนฺติ อาห ‘‘ชาติมรณานํ สงฺขยสงฺขาเต นิพฺพาเน’’ติ. สพฺพทุกฺขํ อุปจฺจคุนฺติ สกลมฺปิ วฏฺฏทุกฺขํ อติกฺกนฺตา จริมจิตฺตนิโรเธน วฏฺฏทุกฺขเลสสฺสปิ อสมฺภวโต.

ภยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. หิมวนฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๔. จตุตฺเถ สมาปตฺติกุสโล โหตีติ สมาปชฺชนกุสโล โหติ. เตนาห ‘‘สมาปชฺชิตุํ กุสโล’’ติ. ตตฺถ อนฺโตคตเหตุอตฺโถ ฐิติ-สทฺโท, ตสฺมา ฐปนกุสโลติ อตฺโถติ อาห ‘‘สมาธึ ฐเปตุํ สกฺโกตีติ อตฺโถ’’ติ. ตตฺถ ฐเปตุํ สกฺโกตีติ สตฺตฏฺฐอจฺฉรามตฺตํ ขณํ ฌานํ ฐเปตุํ สกฺโกติ อธิฏฺฐานวสิภาวสฺส นิปฺผาทิตตฺตา. ยถาปริจฺเฉเทนาติ ยถาปริจฺฉินฺนกาเลน. วุฏฺฐาตุํ สกฺโกติ วุฏฺฐานวสิภาวสฺส นิปฺผาทิตตฺตา. กลฺลํ สญฺชาตํ อสฺสาติ กลฺลิตํ, ตสฺมึ กลฺลิเต กลฺลิตภาเว กุสโล กลฺลิตกุสโล. หาเสตุํ โตเสตุํ สมฺปหํเสตุํ. กลฺลํ กาตุนฺติ สมาธานสฺส ปฏิปกฺขธมฺมานํ ทูรีกรเณน สหการีการณานญฺจ สมปฺปธาเนน สมาปชฺชเน จิตฺตํ สมตฺถํ กาตุํ. สมาธิสฺส โคจรกุสโลติ สมาธิสฺมึ นิปฺผาเทตพฺเพ ตสฺส โคจเร กมฺมฏฺฐานสญฺญิเต ปวตฺติฏฺฐาเน ภิกฺขาจารโคจเร สติสมฺปชญฺญโยคโต กุสโล เฉโก. เตนาห ‘‘สมาธิสฺส อสปฺปาเย อนุปการเก ธมฺเม วชฺเชตฺวา’’ติอาทิ. ปฐมชฺฌานาทิสมาธึ อภินีหริตุนฺติ ปฐมชฺฌานาทิสมาธึ วิเสสภาคิยตาย อภินีหริตุํ อุปเนตุํ.

หิมวนฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อนุสฺสติฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา

๒๕. ปญฺจเม อนุสฺสติการณานีติ อนุสฺสติโย เอว ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกาทิหิตสุขานํ เหตุภาวโต การณานิ. นิกฺขนฺตนฺติ นิสฺสฏํ. มุตฺตนฺติ วิสฺสฏฺฐํ. วุฏฺฐิตนฺติ อเปตํ. สพฺพเมตํ วิกฺขมฺภนเมว สนฺธาย วทติ. เคธมฺหาติ ปญฺจกามคุณโต. อิทมฺปีติ พุทฺธานุสฺสติวเสน ลทฺธํ อุปจารชฺฌานมาห. อารมฺมณํ กริตฺวาติ ปจฺจยํ กริตฺวา, ปาทกํ กตฺวาติ อตฺโถ.

อนุสฺสติฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. มหากจฺจานสุตฺตวณฺณนา

๒๖. ฉฏฺเฐ สมฺพาเธติ วา ตณฺหาสํกิเลสาทีนํ สมฺปีเฬ สงฺกเร ฆราวาเส. โอกาสา วุจฺจนฺตีติ มคฺคผลสุขาธิคมาย โอกาสภาวโต โอกาสาติ วุจฺจนฺติ. โอกาสาธิคโมติ โลกุตฺตรธมฺมสฺส อธิคมาย อธิคนฺตพฺพโอกาโส. วิสุชฺฌนตฺถายาติ ราคาทีหิ มเลหิ อภิชฺฌาวิสมโลภาทีหิ จ อุปกฺกิลิฏฺฐจิตฺตานํ วิสุทฺธตฺถาย. สา ปนายํ จิตฺตสฺส วิสุทฺธิ สิชฺฌมานา ยสฺมา โสกาทีนํ อนุปาทาย สํวตฺตติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกมายา’’ติอาทิ. ตตฺถ โสจนํ ญาติพฺยสนาทินิมิตฺตํ เจตโส สนฺตาโป อนฺโตตาโป อนฺโตนิชฺฌานํ โสโก, ญาติพฺยสนาทินิมิตฺตเมว โสจิกตา. ‘‘กหํ เอกปุตฺตกา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๓๕๓-๓๕๔; สํ. นิ. ๒.๖๓) ปริเทวนวเสน ลปนํ ปริเทโว. สมติกฺกมนตฺถายาติ ปหานาย. อายตึ อนุปฺปชฺชนญฺหิ อิธ สมติกฺกโม. ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมายาติ กายิกทุกฺขสฺส จ เจตสิกโทมนสฺสสฺส จาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ อตฺถงฺคมาย, นิโรธายาติ อตฺโถ. ญายติ นิจฺฉเยน กมติ นิพฺพานํ, ตํ วา ญายติ ปฏิวิชฺฌติ เอเตนาติ ญาโย, อริยมคฺโค. อิธ ปน สห ปุพฺพภาเคน อริยมคฺโค คหิโตติ อาห ‘‘สหวิปสฺสนกสฺส มคฺคสฺส อธิคมนตฺถายา’’ติ. อปจฺจยปรินิพฺพานสฺสาติ อนุปาทิเสสนิพฺพานํ สนฺธาย วทติ. ปจฺจยวเสน อนุปฺปนฺนํ อสงฺขตํ อมตธาตุเมว. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

มหากจฺจานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ปฐมสมยสุตฺตวณฺณนา

๒๗. สตฺตเม วฑฺเฒตีติ มนโส วิวฏฺฏนิสฺสิตํ วฑฺฒึ อาวหติ. มโนภาวนีโยติ วา มนสา ภาวิโต สมฺภาวิโต. ยญฺจ อาวชฺชโต มนสิ กโรโต จิตฺตํ วินีวรณํ โหติ. อิมสฺมึ ปกฺเข กมฺมสาธโน สมฺภาวนตฺโถ ภาวนีย-สทฺโท. ‘‘ถินมิทฺธวิโนทนกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วตฺวา ตเทว วิภาเวนฺโต ‘‘อาโลกสญฺญํ วา’’ติอาทิมาห. วีริยารมฺภวตฺถุอาทีนํ วาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อิธ อวุตฺตานํ อติโภชเน นิมิตฺตคฺคาหาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ฉ ธมฺมา ถินมิทฺธสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ อติโภชเน นิมิตฺตคฺคาโห, อิริยาปถสมฺปริวตฺตนตา, อาโลกสญฺญามนสิกาโร, อพฺโภกาสวาโส, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถา’’ติ (อิติวุ. อฏฺฐ. ๑๑๑). อนฺตรายสทฺทปริยาโย อิธ อนฺตรา-สทฺโทติ อาห ‘‘อนนฺตราเยนา’’ติ.

ปฐมสมยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ทุติยสมยสุตฺตวณฺณนา

๒๘. อฏฺฐเม มณฺฑลสณฺฐานมาฬสงฺเขเปน กตา โภชนสาลา มณฺฑลมาฬาติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘โภชนสาลายา’’ติ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ทุติยสมยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อุทายีสุตฺตวณฺณนา

๒๙. นวเม ทิฏฺฐธมฺโม วุจฺจติ ปจฺจกฺโข อตฺตภาโวติ อาห ‘‘อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว’’ติ. สุขวิหารตฺถายาติ นิกฺกิเลสตาย นิรามิเสน สุเขน วิหารตฺถาย. อาโลกสญฺญํ มนสิ กโรตีติ สูริยจนฺทปชฺโชตมณิอุกฺกาวิชฺชุอาทีนํ อาโลโก ทิวา รตฺติญฺจ อุปลทฺโธ, ยถาลทฺธวเสเนว อาโลกํ มนสิ กโรติ, จิตฺเต ฐเปติ. ตถา จ นํ มนสิ กโรติ, ยถาสฺส สุภาวิตาโลกกสิณสฺส วิย กสิณาโลโก ยถิจฺฉกํ ยาวทิจฺฉกญฺจ โส อาโลโก รตฺติยํ อุปติฏฺฐติ. เยน ตตฺถ ทิวาสญฺญํ ฐเปติ, ทิวาริว วิคตถินมิทฺโธ โหติ. เตนาห ‘‘ยถา ทิวา ตถา รตฺติ’’นฺติ. ทิวาติ สญฺญํ ฐเปตีติ วุตฺตนเยน มนสิ กตฺวา ทิวาริว สญฺญํ อุปฺปาเทติ. ยถาเนน ทิวา…เป… ตเถว ตํ มนสิ กโรตีติ ยถาเนน ทิวา อุปลทฺโธ สูริยาโลโก, เอวํ รตฺติมฺปิ ทิวา ทิฏฺฐากาเรเนว ตํ อาโลกํ มนสิ กโรติ. ยถา จเนน รตฺตึ…เป… มนสิ กโรตีติ ยถา รตฺติยํ จนฺทาโลโก อุปลทฺโธ, เอวํ ทิวาปิ รตฺตึ ทิฏฺฐากาเรเนว ตํ อาโลกํ มนสิ กโรติ, จิตฺเต ฐเปติ. วิวเฏนาติ ถินมิทฺเธน อปิหิตตฺตา วิวเฏน. อโนนทฺเธนาติ อสญฺฉาทิเตน. สโหภาสกนฺติ สญฺญาโณภาสํ. ทิพฺพจกฺขุญาณํ รูปคตสฺส ทิพฺพสฺส อิตรสฺส จ ทสฺสนฏฺเฐน อิธ ญาณทสฺสนนฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ทิพฺพจกฺขุสงฺขาตสฺสา’’ติอาทิ.

อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานาติ ชีวิตกฺขยโต อุปริ มรณโต ปรํ. สมุคฺคเตนาติ อุฏฺฐิเตน. ธุมาตตฺตาติ อุทฺธํ อุทฺธํ ธุมาตตฺตา สูนตฺตา. เสตรตฺเตหิ วิปริภินฺนํ วิมิสฺสิตํ นีลํ, ปุริมวณฺณวิปริณามภูตํ วา นีลํ วินีลํ, วินีลเมว วินีลกนฺติ ก-กาเรน ปทวฑฺฒนมาห อนตฺถนฺตรโต ยถา ‘‘ปีตกํ โลหิตก’’นฺติ. ปฏิกูลตฺตาติ ชิคุจฺฉนียตฺตา. กุจฺฉิตํ วินีลํ วินีลกนฺติ กุจฺฉนตฺโถ วา อยํ ก-กาโรติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ยถา ‘‘ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๑๖; อ. นิ. ๕.๒๑๓). ปริภินฺนฏฺฐาเนหิ กากธงฺกาทีหิ. วิสฺสนฺทมานํ ปุพฺพนฺติ วิสฺสวนฺตปุพฺพํ, ตหํ ตหํ ปคฺฆรนฺตปุพฺพนฺติ อตฺโถ. ตถาภาวนฺติ วิสฺสนฺทมานปุพฺพตํ.

โส ภิกฺขูติ โย ‘‘ปสฺเสยฺย สรีรํ สีวถิกาย ฉฑฺฑิต’’นฺติ วุตฺโต, โส ภิกฺขุ. อุปสํหรติ สทิสตํ. อยมฺปิ โขติอาทิ อุปสํหรณาการทสฺสนํ. อายูติ รูปชีวิตินฺทฺริยํ. อรูปชีวิตินฺทฺริยํ ปเนตฺถ วิญฺญาณคติกเมว. อุสฺมาติ กมฺมชเตโช. เอวํปูติกสภาโวติ เอวํ อติวิย ปูติสภาโว อายุอาทิวิคเม วิยาติ อธิปฺปาโย. เอทิโส ภวิสฺสตีติ เอวํภาวีติ อาห ‘‘เอวเมวํ อุทฺธุมาตาทิเภโท ภวิสฺสตี’’ติ.

ลุญฺจิตฺวา ลุญฺจิตฺวาติ อุปฺปาเฏตฺวา อุปฺปาเฏตฺวา. เสสาวเสสมํสโลหิตยุตฺตนฺติ สพฺพโส อกฺขาทิตตฺตา ตหํ ตหํ เสเสน อปฺปาวเสเสน มํสโลหิเตน ยุตฺตํ. อญฺเญน หตฺถฏฺฐิกนฺติ อวิเสเสน หตฺถฏฺฐิกานํ วิปฺปกิณฺณตา โชติตาติ อนวเสสโต เตสํ วิปฺปกิณฺณตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตุสฏฺฐิเภทมฺปี’’ติอาทิมาห. เตโรวสฺสิกานีติ ติโรวสฺสคตานิ. ตานิ ปน สํวจฺฉรํ วีติวตฺตานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘อติกฺกนฺตสํวจฺฉรานี’’ติ. ปุราณตาย ฆนภาววิคเมน วิจุณฺณตา อิธ ปูติภาโว. โส ยถา โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อพฺโภกาเส’’ติอาทิมาห. อเนกธาตูนนฺติ จกฺขุธาตุอาทีนํ, กามธาตุอาทีนํ วา. สติยา จ ญาณสฺส จ อตฺถายาติ ‘‘อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๑๔; ๒.๓๗๖; ม. นิ. ๑.๑๐๙) วุตฺตาย สตฺตฏฺฐานิกาย สติยา เจว ตํสมฺปยุตฺตญาณสฺส จ อตฺถาย.

อุทายีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. อนุตฺตริยสุตฺตวณฺณนา

๓๐. ทสเม นิหีนนฺติ ลามกํ, กิลิฏฺฐํ วา. คามวาสิกานนฺติ พาลานํ. ปุถุชฺชนานํ อิทนฺติ โปถุชฺชนิกํ. เตนาห ‘‘ปุถุชฺชนานํ สนฺตก’’นฺติ, ปุถุชฺชเนหิ เสวิตพฺพตฺตา เตสํ สนฺตกนฺติ วุตฺตํ โหติ. อนริยนฺติ น นิทฺโทสํ. นิทฺโทสฏฺโฐ หิ อริยฏฺโฐ. เตนาห ‘‘น อุตฺตมํ น ปริสุทฺธ’’นฺติ. อริเยหิ วา น เสวิตพฺพนฺติ อนริยํ. อนตฺถสํหิตนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกาทิวิวิธวิปุลานตฺถสหิตํ. ตาทิสญฺจ อตฺถสนฺนิสฺสิตํ น โหตีติ อาห ‘‘น อตฺถสนฺนิสฺสิต’’นฺติ. น วฏฺเฏ นิพฺพินฺทนตฺถายาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานาภาวโต. อสติ ปน วฏฺเฏ นิพฺพิทาย วิราคาทีนํ อสมฺภโวเยวาติ อาห ‘‘น วิราคายา’’ติอาทิ.

อนุตฺตมํ อนุตฺตริยนฺติ อาห ‘‘เอตํ อนุตฺตร’’นฺติ. หตฺถิสฺมินฺติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมนฺติ อาห ‘‘หตฺถินิมิตฺตํ สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. หตฺถิวิสยตฺตา หตฺถิสนฺนิสฺสิตตฺตา จ หตฺถิสิปฺปํ ‘‘หตฺถี’’ติ คเหตฺวา ‘‘หตฺถิสฺมิมฺปิ สิกฺขตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา หตฺถิสิปฺเป สิกฺขตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

ลิงฺคพฺยตฺตเยน วิภตฺติพฺยตฺตเยน ปาริจริเยติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปาริจริยาย ปจฺจุปฏฺฐิตา’’ติ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อนุตฺตริยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อนุตฺตริยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. เทวตาวคฺโค

๑-๔. เสขสุตฺตาทิวณฺณนา

๓๑-๓๔. จตุตฺถสฺส ปฐเม เสขานํ ปฏิลทฺธคุณสฺส ปริหานิ นาม นตฺถีติ อาห ‘‘อุปรูปริคุณปริหานายา’’ติ, อุปรูปริลทฺธพฺพานํ มคฺคผลานํ ปริหานาย อนุปฺปาทายาติ อตฺโถ. ตติยาทีนิ อุตฺตานตฺถาเนว.

เสขสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. วิชฺชาภาคิยสุตฺตวณฺณนา

๓๕. ปญฺจเม สมฺปโยควเสน วิชฺชํ ภชนฺติ, สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตาทิปจฺจยวเสน ตาย สห เอกีภาวํ คจฺฉนฺตีติ วิชฺชาภาคิยา. อถ วา วิชฺชาภาเค วิชฺชาโกฏฺฐาเส วตฺตนฺติ วิชฺชาสภาคตาย ตเทกเทเส วิชฺชาโกฏฺฐาเส ปวตฺตนฺตีติ วิชฺชาภาคิยา. ตตฺถ วิปสฺสนาญาณํ, มโนมยิทฺธิ, ฉ อภิญฺญาติ อฏฺฐ วิชฺชา. ปุริเมน อตฺเถน ตาหิ สมฺปยุตฺตธมฺมา วิชฺชาภาคิยา. ปจฺฉิเมน อตฺเถน ตาสุ ยา กาจิ เอกาว วิชฺชา วิชฺชา, เสสา วิชฺชาภาคิยา. เอวํ วิชฺชาปิ วิชฺชาย สมฺปยุตฺตธมฺมาปิ ‘‘วิชฺชาภาคิยา’’เตฺวว เวทิตพฺพา. อิธ ปน วิปสฺสนาญาณสมฺปยุตฺตา สญฺญาว วิชฺชาภาคิยาติ อาคตา, สญฺญาสีเสน เสสสมฺปยุตฺตธมฺมาปิ วุตฺตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อนิจฺจานุปสฺสนาญาเณติ อนิจฺจานุปสฺสนาญาเณ นิสฺสยปจฺจยภูเต อุปฺปนฺนสญฺญา, เตน สหคตาติ อตฺโถ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.

วิชฺชาภาคิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. วิวาทมูลสุตฺตวณฺณนา

๓๖. ฉฏฺเฐ โกธโนติ กุชฺฌนสีโล. ยสฺมา โส อปฺปหีนโกธตาย อธิคตโกโธ นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘โกเธน สมนฺนาคโต’’ติ อาห. อุปนาโห เอตสฺส อตฺถีติ อุปนาหี, อุปนยฺหนสีโลติ วา อุปนาหี. วิวาโท นาม อุปฺปชฺชมาโน เยภุยฺเยน ปฐมํ ทฺวินฺนํ วเสน อุปฺปชฺชตีติ วุตฺตํ ‘‘ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ วิวาโท’’ติ. โส ปน ยถา พหูนํ อนตฺถาวโห โหติ, ตํ นิทสฺสนมุเขน นิทสฺเสนฺโต ‘‘กถ’’นฺติอาทิมาห. อพฺภนฺตรปริสายาติ ปริสพฺภนฺตเร.

คุณมกฺขนาย ปวตฺโตปิ อตฺตโน การกํ คูเถน ปหรนฺตึ คูโถ วิย ปฐมตรํ มกฺเขตีติ มกฺโข, โส เอตสฺส อตฺถีติ มกฺขี. ปฬาสตีติ ปฬาโส, ปรสฺส คุเณ ฑํสิตฺวา วิย อปเนตีติ อตฺโถ. โส เอตสฺส อตฺถีติ ปฬาสี. ปฬาสี ปุคฺคโล หิ ทุติยสฺส ธุรํ น เทติ, สมํ หริตฺวา อติวทติ. เตนาห ‘‘ยุคคฺคาหลกฺขเณน ปฬาเสน สมนฺนาคโต’’ติ. อิสฺสตีติ อิสฺสุกี. มจฺฉรายตีติ มจฺฉรํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ มจฺฉรี. สฐยติ น สมฺมา ภาสตีติ สโฐ อญฺญถา สนฺตํ อตฺตานํ อญฺญถา ปเวทนโต. มายา เอตสฺส อตฺถี มายาวี. มิจฺฉา ปาปิกา วิญฺญุครหิตา เอตสฺส ทิฏฺฐีติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ, กมฺมปถปริยาปนฺนาย ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิวตฺถุกาย มิจฺฉตฺตปริยาปนฺนาย อนิยฺยานิกาย ทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘นตฺถิกวาที’’ติอาทิ.

สํ อตฺตโน ทิฏฺฐึ, สยํ วา อตฺตนา ยถาคหิตํ ปรามสติ, สภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรโต อามสตีติ สนฺทิฏฺฐีปรามาสี. อาธานํ ทฬฺหํ คณฺหาตีติ อาธานคฺคาหี, ทฬฺหคฺคาหี, ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ ถิรคฺคาหีติ อตฺโถ. ยุตฺตํ การณํ ทิสฺวาว ลทฺธึ ปฏินิสฺสชฺชตีติ ปฏินิสฺสคฺคี, ทุกฺเขน กิจฺเฉน กสิเรน พหุมฺปิ การณํ ทสฺเสตฺวา น สกฺกา ปฏินิสฺสคฺคํ กาตุนฺติ ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี. โย อตฺตโน อุปฺปนฺนทิฏฺฐึ ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ ทฬฺหํ คณฺหิตฺวา อปิ พุทฺธาทีหิ การณํ ทสฺเสตฺวา วุจฺจมาโน น ปฏินิสฺสชฺชติ. ตสฺเสตํ อธิวจนํ. ตาทิโส หิ ปุคฺคโล ยํ ยเทว ธมฺมํ วา อธมฺมํ วา สุณาติ, ตํ สพฺพํ ‘‘เอวํ อมฺหากํ อาจริเยหิ กถิตํ, เอวํ อเมฺหหิ สุต’’นฺติ กุมฺโมว องฺคานิ สเก กปาเล อนฺโตเยว สโมทหติ. ยถา หิ กจฺฉโป อตฺตโน หตฺถปาทาทิเก องฺเค เกนจิ ฆฏิเต สพฺพานิ องฺคานิ อตฺตโน กปาเลเยว สโมทหติ, น พหิ นีหรติ, เอวมยมฺปิ ‘‘น สุนฺทโร ตว คาโห, ฉฑฺเฑหิ น’’นฺติ วุตฺโต ตํ น วิสฺสชฺชติ, อนฺโตเยว อตฺตโน หทเย เอว ฐเปตฺวา วิจรติ, กุมฺภีลคฺคาหํ คณฺหาติ. ยถา สุสุมารา คหิตํ น ปฏินิสฺสชฺชนฺติ, เอวํ คณฺหาติ.

วิวาทมูลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ฉฬงฺคทานสุตฺตวณฺณนา

๓๗. สตฺตเม ทกฺขนฺติ วฑฺฒนฺติ เอตายาติ ทกฺขิณา, ปริจฺจาคมยํ ปุญฺญํ, ตสฺสูปกรณภูโต เทยฺยธมฺโม จ. อิธ ปน เทยฺยธมฺโม อธิปฺเปโต. เตเนวาห ‘‘ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปตี’’ติ. อิโต อุฏฺฐิเตนาติ อิโต เขตฺตโต อุปฺปนฺเนน. ราโค วินยติ เอเตนาติ ราควินโย, ราคสฺส สมุจฺเฉทิกา ปฏิปทา. เตนาห ‘‘ราควินยปฏิปทํ ปฏิปนฺนา’’ติ.

‘‘ปุพฺเพว ทานา สุมโน’’ติอาทิคาถาย ปุพฺเพว ทานา มุญฺจเจตนาย ปุพฺเพ ทานูปกรณสมฺภรณโต ปฏฺฐาย สุมโน ‘‘สมฺปตฺตีนํ นิทานํ อนุคามิกทานํ ทสฺสามี’’ติ โสมนสฺสิโต ภเวยฺย. ททํ จิตฺตํ ปสาทเยติ ททนฺโต เทยฺยธมฺมํ ทกฺขิเณยฺยหตฺเถ ปติฏฺฐาเปนฺโต ‘‘อสารโต ธนโต สาราทานํ กโรมี’’ติ อตฺตโน จิตฺตํ ปสาเทยฺย. ทตฺวา อตฺตมโน โหตีติ ทกฺขิเณยฺยานํ เทยฺยธมฺมํ ปริจฺจชิตฺวา ‘‘ปณฺฑิตปญฺญตฺตํ นาม มยา อนุฏฺฐิตํ, อโห สาธุ สุฏฺฐู’’ติ อตฺตมโน ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต โหติ. เอสาติ ยา อยํ ปุพฺพเจตนา มุญฺจเจตนา อปรเจตนาติ อิมาสํ กมฺมผลานํ สทฺธานุคตานํ โสมนสฺสปริคฺคหิตานํ ติวิธานํ เจตนานํ ปาริปูรี, เอสา.

สีลสญฺญเมนาติ กายิกวาจสิกสํวเรน. หตฺถปาเทติ ทกฺขิเณยฺยานํ หตฺถปาเท. มุขํ วิกฺขาเลตฺวาติ เตสํเยว มุขํ วิกฺขาเลตฺวา, อตฺตนาว มุโขทกํ ทตฺวาติ อธิปฺปาโย.

ฉฬงฺคทานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘-๑๑. อตฺตการีสุตฺตาทิวณฺณนา

๓๘-๔๑. อฏฺฐเม กุสลกิริยาย อาทิอารมฺภภาเวน ปวตฺตวีริยํ ฐิตสภาวตาย สภาวธารณฏฺเฐน ธาตูติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘อารมฺภธาตูติ อารภนวเสน ปวตฺตวีริย’’นฺติ. ลทฺธาเสวนํ วีริยํ พลปฺปตฺตํ หุตฺวา ปฏิปกฺเข วิธมตีติ อาห ‘‘นิกฺกมธาตูติ โกสชฺชโต นิกฺขมนสภาวํ วีริย’’นฺติ. ปรกฺกมนสภาโวติ อธิมตฺตตรานํ ปฏิปกฺขธมฺมานํ วิธมนสมตฺถตาย ปฏุปฏุตรภาเวน ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนสภาโว. นวมาทีสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

อตฺตการีสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๒. นาคิตสุตฺตวณฺณนา

๔๒. ทฺวาทสเม มาหํ นาคิต ยเสน สมาคมนฺติ มา อหํ ยเสน สมาคมนํ ปตฺเถมิ. มา จ มยา ยโสติ ยโส จ มยา มา สมาคจฺฉตูติ อตฺโถ. อิมินา อตฺตโน ลาภสกฺกาเรน อนตฺถิกตํ วิภาเวติ. ปญฺจหิ วิมุตฺตีหีติ ตทงฺควิมุตฺติอาทีหิ ปญฺจหิ วิมุตฺตีหิ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

นาคิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เทวตาวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ธมฺมิกวคฺโค

๑. นาคสุตฺตวณฺณนา

๔๓. ปญฺจมสฺส ปฐเม ปริสิญฺจิตุนฺติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๗๒) โย จุณฺณมตฺติกาทีหิ คตฺตานิ อุพฺพฏฺเฏนฺโต มลฺลกมุฏฺฐาทีหิ วา ฆํสนฺโต นหายติ, โส ‘‘นหายตี’’ติ วุจฺจติ. โย ตถา อกตฺวา ปกติยาว นหายติ, โส ‘‘ปริสิญฺจตี’’ติ วุจฺจติ. ภควโต จ สรีเร ตถา หริตพฺพํ รโชชลฺลํ นาม นุปลิมฺปติ อจฺฉฉวิภาวโต, อุตุคฺคหณตฺถํ ปน ภควา เกวลํ อุทเก โอตรติ. เตนาห ‘‘คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุ’’นฺติ.

ปุพฺพโกฏฺฐโกติ ปาจีนโกฏฺฐโก. สาวตฺถิยํ กิร เชตวนวิหาโร กทาจิ มหา, กทาจิ ขุทฺทโก. ตถา หิ โส วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล โยชนิโก อโหสิ, สิขิสฺส ติคาวุโต, เวสฺสภุสฺส อฑฺฒโยชนิโก, กกุสนฺธสฺส คาวุตปฺปมาโณ, โกณาคมนสฺส อฑฺฒคาวุตปฺปมาโณ, กสฺสปสฺส วีสติอุสภปฺปมาโณ, อมฺหากํ ภควโต กาเล อฏฺฐกรีสปฺปมาโณ ชาโต. ตมฺปิ นครํ ตสฺส วิหารสฺส กทาจิ ปาจีนโต โหติ, กทาจิ ทกฺขิณโต, กทาจิ ปจฺฉิมโต, กทาจิ อุตฺตรโต. เชตวนคนฺธกุฏิยํ ปน จตุนฺนํ มญฺจปาทานํ ปติฏฺฐิตฏฺฐานํ อจลเมว. จตฺตาริ หิ อจลเจติยฏฺฐานานิ นาม มหาโพธิปลฺลงฺกฏฺฐานํ, อิสิปตเน ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนฏฺฐานํ, สงฺกสฺสนคเร เทโวโรหนกาเล โสปานสฺส ปติฏฺฐานฏฺฐานํ, มญฺจปาทฏฺฐานนฺติ. อยํ ปน ปุพฺพโกฏฺฐโก กสฺสปทสพลสฺส วีสติอุสภวิหารกาเล ปาจีนทฺวารโกฏฺฐโก อโหสิ. โส อิทานิ ‘‘ปุพฺพโกฏฺฐโก’’เตฺวว ปญฺญายติ.

กสฺสปทสพลสฺส กาเล อจิรวตี นครํ ปริกฺขิปิตฺวา สนฺทมานา ปุพฺพโกฏฺฐกํ ปตฺวา อุทเกน ภินฺทิตฺวา มหนฺตํ อุทกรหทํ มาเปสิ สมติตฺติกํ อนุปุพฺพคมฺภีรํ. ตตฺถ เอกํ รญฺโญ นฺหานติตฺถํ, เอกํ นาครานํ, เอกํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส, เอกํ พุทฺธานนฺติ เอวํ ปาฏิเอกฺกานิ นฺหานติตฺถานิ โหนฺติ รมณียานิวิปฺปกิณฺณรชตปฏฺฏสทิสวาลุกานิ. อิติ ภควตา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ เยน อยํ เอวรูโป ปุพฺพโกฏฺฐโก, เตนุปสงฺกมิ คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุํ. อถายสฺมา อานนฺโท อุทกสาฏิกํ อุปนาเมสิ. ภควา สุรตฺตทุปฏฺฏํ อปเนตฺวา อุทกสาฏิกํ นิวาเสสิ. เถโร ทุปฏฺเฏน สทฺธึ มหาจีวรํ อตฺตโน หตฺถคตํ อกาสิ. ภควา อุทกํ โอตริ, สโหตรเณเนวสฺส อุทเก มจฺฉกจฺฉปา สพฺเพ สุวณฺณวณฺณา อเหสุํ, ยนฺตนาฬิกาหิ สุวณฺณรสธารานิ สิญฺจนกาโล วิย สุวณฺณปฏปฺปสารณกาโล วิย จ อโหสิ. อถ ภควโต นหานวตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปจฺจุตฺติณฺณสฺส เถโร สุรตฺตทุปฏฺฏํ อุปนาเมสิ. ภควา ตํ นิวาเสตฺวา วิชฺชุลฺลตาสทิสํ กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา มหาจีวรํ อนฺตนฺเตน สํหริตฺวา ปทุมคพฺภสทิสํ กตฺวา อุปนีตํ ทฺวีสุ กณฺเณสุ คเหตฺวา อฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปุพฺพโกฏฺฐเก คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา เอกจีวโร อฏฺฐาสี’’ติ.

เอวํ ฐิตสฺส ปน ภควโต สรีรํ วิกสิตปทุมปุปฺผสทิสํ สพฺพปาลิผุลฺลํ ปาริจฺฉตฺตกํ, ตารามรีจิวิกสิตญฺจ คคนตลํ สิริยา อวหสมานํ วิย วิโรจิตฺถ, พฺยามปฺปภาปริกฺเขปวิลาสินี จสฺส ทฺวตฺตึสวรลกฺขณมาลา คนฺถิตฺวา ฐปิตา ทฺวตฺตึส จนฺทิมา วิย, ทฺวตฺตึส สูริยา วิย, ปฏิปาฏิยา ฐปิตทฺวตฺตึสจกฺกวตฺติทฺวตฺตึสเทวราชทฺวตฺตึสมหาพฺรหฺมาโน วิย จ อติวิย วิโรจิตฺถ. ยสฺมา จ ภควโต สรีรํ สุธนฺตจามีกรสมานวณฺณํ, สุปริโสธิตปวาฬรุจิรโตรณํ, สุวิสุทฺธนีลรตนาวลิสทิสเกสตนุรุหํ, ตสฺมา ตหํ ตหํ วินิคฺคตสุชาตชาติหิงฺคุลกรสูปโสภิตํ อุปริ สตเมฆรตนาวลิสุจฺฉาทิตํ ชงฺคมมิว กนกคิริสิขรํ วิโรจิตฺถ. ตสฺมิญฺจ สมเย ทสพลสฺส สรีรโต นิกฺขมิตฺวา ฉพฺพณฺณรสฺมิโย สมนฺตโต อสีติหตฺถปฺปมาเณ ปเทเส อาธาวนฺตี วิธาวนฺตี รตนาวลิรตนทามรตนจุณฺณวิปฺปกิณฺณํ วิย ปสาริตรตนจิตฺตกญฺจนปฏฺฏมิว อาสิญฺจมานลาขารสธาราจิตฺตมิว อุกฺกาสตนิปาตสมากุลมิว นิรนฺตรวิปฺปกิณฺณกณิการกิงฺกิณิกปุปฺผมิว วายุเวคสมุทฺธตจินปิฏฺฐจุณฺณรญฺชิตมิว อินฺทธนุวิชฺชุลฺลตาวิตานสนฺถตมิว จ คคนตลํ, ตํ ฐานํ ปวนญฺจ สมฺมา ผรนฺติ. วณฺณภูมิ นาเมสา. เอวรูเปสุ ฐาเนสุ พุทฺธานํ สรีรวณฺณํ วา คุณวณฺณํ วา จุณฺณิยปเทหิ วา คาถาหิ วา อตฺถญฺจ อุปมาโย จ การณานิ จ อาหริตฺวา ปฏิพเลน ธมฺมกถิเกน ปูเรตฺวา กเถตุํ วฏฺฏติ. เอวรูเปสุ หิ ฐาเนสุ ธมฺมกถิกสฺส ถาโม เวทิตพฺโพ. ปุพฺพสทิสานิ กุรุมาโนติ นิรุทกานิ กุรุมาโน, สุกฺขาปยมาโนติ อตฺโถ. โสทเก คตฺเต จีวรํ ปารุปนฺตสฺส หิ จีวเร กณฺณิกานิ อุฏฺฐหนฺติ, ปริกฺขารภณฺฑํ ทุสฺสติ, พุทฺธานํ ปน สรีเร รโชชลฺลํ น อุปลิมฺปติ, ปทุมปตฺเต อุกฺขิตฺตอุทกพินฺทุ วิย อุทกํ วินิวฏฺเฏตฺวา คจฺฉติ. เอวํ สนฺเตปิ สิกฺขาคารวตาย ภควา ‘‘ปพฺพชิตวตฺตํ นาเมต’’นฺติ มหาจีวรํ อุโภสุ กณฺเณสุ คเหตฺวา ปุรโต กายํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อฏฺฐาสิ.

ตาฬิตญฺจ วาทิตญฺจ ตาฬิตวาทิตํ, ตูริยานํ ตาฬิตวาทิตํ ตูริยตาฬิตวาทิตํ. มหนฺตญฺจ ตํ ตูริยตาฬิตวาทิตญฺจาติ มหาตูริยตาฬิตวาทิตํ. เตนาห ‘‘มหนฺเตนา’’ติอาทิ. อถ วา เภริมุทิงฺคปณวาทิตูริยานํ ตาฬิตํ วีณาเวฬุโคมุขิอาทีนํ วาทิตญฺจ ตูริยตาฬิตวาทิตนฺติ วา เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

อภิญฺญาปารํ คโตติ อภิญฺญาปารคู. เอวํ เสเสสุปิ. โส หิ ภควา สพฺพธมฺเม อภิชานนฺโต คโตติ อภิญฺญาปารคู. เตสุ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ ปริชานนฺโต คโตติ ปริญฺญาปารคู. สพฺพกิเลเส ปชหนฺโต คโตติ ปหานปารคู. จตฺตาโร มคฺเค ภาเวนฺโต คโตติ ภาวนาปารคู. นิโรธํ สจฺฉิกโรนฺโต คโตติ สจฺฉิกิริยาปารคู. สพฺพสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺโต คโตติ สมาปตฺติปารคู. สุพฺรหฺมเทวปุตฺตาทโยติ เอตฺถ โส กิร เทวปุตฺโต อจฺฉราสงฺฆปริวุโต นนฺทนกีฬิตํ กตฺวา ปาริจฺฉตฺตกมูเล ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. ตํ ปญฺจสตา ปริวาเรตฺวา นิสินฺนา, ปญฺจสตา รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา มธุรสฺสเรน คายิตฺวา ปุปฺผานิ ปาเตนฺติ. ตานิ คเหตฺวา อิตรา เอกโตวณฺฏิกมาลาว คนฺเถนฺติ. อถ รุกฺขํ อภิรุฬฺหา อุปจฺเฉทกวเสน เอกปฺปหาเรเนว กาลํ กตฺวา อวีจิมฺหิ นิพฺพตฺตา มหาทุกฺขํ อนุภวนฺติ. อถ กาเล คจฺฉนฺเต เทวปุตฺโต ‘‘อิมาสํ เนว สทฺโท สุยฺยติ, น ปุปฺผานิ ปาเตนฺติ, กหํ นุ โข คตา’’ติ อาวชฺเชนฺโต นิรเย นิพฺพตฺตภาวํ ทิสฺวา ปิยวตฺถุกโสเกน รุปฺปมาโน จินฺเตสิ – ‘‘เอตา ตาว ยถากมฺเมน คตา, มยฺหํ อายุสงฺขาโร กิตฺตโก’’ติ. โส ‘‘สตฺตเม ทิวเส มยาปิ อวเสสาหิ ปญฺจสตาหิ สทฺธึ กาลํ กตฺวา ตตฺเถว นิพฺพตฺติตพฺพ’’นฺติ ทิสฺวา พลวตเรน โสเกน สมปฺปิโต. ‘‘อิมํ มยฺหํ โสกํ สเทวเก โลเก อญฺญตฺร ตถาคตา นิพฺพาเปตุํ สมตฺโถ นตฺถี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต –

‘‘นิจฺจํ อุตฺรสฺตมิทํ จิตฺตํ, นิจฺจํ อุพฺพิคฺคมิทํ มโน;

อนุปฺปนฺเนสุ กิจฺเฉสุ, อโถ อุปฺปติเตสุ จ;