.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.

องฺคุตฺตรนิกาเย

สตฺตกนิปาต-ฏีกา

๑. ปฐมปณฺณาสกํ

๑. ธนวคฺควณฺณนา

๑-๑๐. สตฺตกนิปาตสฺส ปฐโม วคฺโค อุตฺตานตฺโถ.

๒. อนุสยวคฺโค

๔.ปุคฺคลสุตฺตวณฺณนา

๑๔. ทุติยสฺส จตุตฺเถ อุภโต อุภยถา, อุภโต อุโภหิ ภาเคหิ วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต เอกเทสสรูเปกเสสนเยน. ทฺวีหิ ภาเคหีติ กรเณ นิสฺสกฺเก เจตํ พหุวจนํ. อาวุตฺติอาทิวเสน อยํ นิยโม เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘อรูปสมาปตฺติยา’’ติอาทิ. เอเตน ‘‘สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน, มคฺเคน สมุจฺเฉทวิโมกฺเขน วิมุตฺตตฺตา อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ เอวํ ปวตฺโต ติปิฏกจูฬนาคตฺเถรวาโท, ‘‘นามกายโต รูปกายโต จ วิมุตฺตตฺตา อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ เอวํ ปวตฺโต ติปิฏกมหารกฺขิตตฺเถรวาโท, ‘‘สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน เอกวารํ, มคฺเคน สมุจฺเฉทวิโมกฺเขน เอกวารํ วิมุตฺตตฺตา อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ เอวํ ปวตฺโต ติปิฏกจูฬาภยตฺเถรวาโท จาติ อิเมสํ ติณฺณมฺปิ เถรวาทานํ เอกชฺฌํ สงฺคโห กโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ ปฐมวาเท ทฺวีหิ ภาเคหิ วิมุตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต วุตฺโต, ทุติยวาเท อุภโต ภาคโต วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต, ตติยวาเท ทฺวีหิ ภาเคหิ เทฺว วาเร วิมุตฺโตติ อยเมเตสํ วิเสโสติ. วิมุตฺโตติ กิเลเสหิ วิมุตฺโต, กิเลสวิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทเนหิ วา กายโต วิมุตฺโตหิ อตฺโถ.

โสติ อุภโตภาควิมุตฺโต. กามญฺเจตฺถ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานมฺปิ อรูปาวจรชฺฌานํ วิย ทุวงฺคิกํ อาเนญฺชปฺปตฺตนฺติ วุจฺจติ. ตํ ปน ปทฏฺฐานํ กตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต นาม น โหติ รูปกายโต อวิมุตฺตตฺตา. ตญฺหิ กิเลสกายโตว วิมุตฺตํ, น รูปกายโต, ตสฺมา ตโต วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต น โหตีติ อาห ‘‘จตุนฺนํ อรูป…เป… ปญฺจวิโธ โหตี’’ติ. อรูปสมาปตฺตีนนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. อรหตฺตํ ปตฺตอนาคามิโนติ ภูตปุพฺพคติยา วุตฺตํ. น หิ อรหตฺตํ ปตฺโต อนาคามี นาม โหติ. ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทิเก นิโรธสมาปตฺติอนฺเต อฏฺฐ วิโมกฺเข วตฺวา –

‘‘ยโต จ โข, อานนฺท, ภิกฺขุ อิเม อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ, อานนฺท, ภิกฺขุ อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ –

ยทิปิ มหานิทาเน (ที. นิ. ๒.๑๓๐) วุตฺตํ, ตํ ปน อุภโตภาควิมุตฺตเสฏฺฐวเสน วุตฺตนฺติ, อิธ ปน สพฺพอุภโตภาควิมุตฺเต สงฺคหณตฺถํ ‘‘ปญฺจวิโธ โหตี’’ติ วตฺวา ‘‘ปาฬิ ปเนตฺถ…เป… อฏฺฐวิโมกฺขลาภิโน วเสน อาคตา’’ติ อาห. มชฺฌิมนิกาเย ปน กีฏาคิริสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๘๒) –

‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อุภโตภาควิมุตฺโต? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล เย เต สนฺตา วิโมกฺขา อติกฺกมฺม รูเป อารุปฺปา, เต กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ –

อรูปสมาปตฺติวเสน จตฺตาโร อุภโตภาควิมุตฺตา, เสฏฺโฐ จ วุตฺโต วุตฺตลกฺขณูปปตฺติโต. ยถาวุตฺเตสุ หิ ปญฺจสุ ปุริมา จตฺตาโร สมาปตฺติสีสํ นิโรธํ น สมาปชฺชนฺตีติ ปริยาเยน อุภโตภาควิมุตฺตา นาม. อฏฺฐสมาปตฺติลาภี อนาคามี ตํ สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐาย วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโตติ นิปฺปริยาเยน อุภโตภาควิมุตฺตเสฏฺโฐ นาม.

กตโม จ ปุคฺคโลติอาทิ ปุคฺคลปญฺญตฺติปาฬิ. ตตฺถ กตโมติ ปุจฺฉาวจนํ. ปุคฺคโลติ อสาธารณโต ปุจฺฉิตพฺพวจนํ. อิธาติ อิธสฺมึ สาสเน. เอกจฺโจติ เอโก. อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ อฏฺฐ สมาปตฺติโย สมาปชฺชิตฺวา นามกายโต ปฏิลภิตฺวา วิหรติ. ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตีติ วิปสฺสนาปญฺญาย สงฺขารคตํ, มคฺคปญฺญาย จตฺตาริ สจฺจานิ ปสฺสิตฺวา จตฺตาโรปิ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. ทิสฺวาติ ทสฺสนเหตุ. น หิ อาสเว ปญฺญาย ปสฺสนฺติ, ทสฺสนการณา ปน ปริกฺขีณา ทิสฺวา ปริกฺขีณาติ วุตฺตา ทสฺสนายตฺตปริกฺขยตฺตา. เอวญฺหิ ทสฺสนํ อาสวานํ ขยสฺส ปุริมกิริยาภาเวน วุตฺตํ.

ปญฺญาวิมุตฺโตติ วิเสสโต ปญฺญาย เอว วิมุตฺโต, น ตสฺส อธิฏฺฐานภูเตน อฏฺฐวิโมกฺขสงฺขาเตน สาติสเยน สมาธินาติ ปญฺญาวิมุตฺโต. โย อริโย อนธิคตอฏฺฐวิโมกฺโข สพฺพโส อาสเวหิ วิมุตฺโต, ตสฺเสตํ อธิวจนํ. อธิคเตปิ หิ รูปชฺฌานวิโมกฺเข น โส สาติสยสมาธินิสฺสิโตติ น ตสฺส วเสน อุภโตภาควิมุตฺตตา โหตีติ วุตฺโตวายมตฺโถ. อรูปชฺฌาเนสุ ปน เอกสฺมิมฺปิ สติ อุภโตภาควิมุตฺโตเยว นาม โหติ. เตน หิ อฏฺฐวิโมกฺเขกเทเสน ตํนามทานสมตฺเถน อฏฺฐวิโมกฺขลาภีเตฺวว วุจฺจติ. สมุทาเย หิ ปวตฺโต โวหาโร อวยเวปิ ทิสฺสติ ยถา ตํ ‘‘สตฺติสโย’’ติ อนวเสสโต อาสวานํ ปริกฺขีณตฺตา. อฏฺฐวิโมกฺขปฏิกฺเขปวเสเนว น เอกเทสภูตรูปชฺฌานปฺปฏิกฺเขปวเสน. เอวญฺหิ อรูปชฺฌาเนกเทสาภาเวปิ อฏฺฐวิโมกฺขปฏิกฺเขโป น โหตีติ สิทฺธํ โหติ. อรูปาวจรชฺฌาเนสุ หิ เอกสฺมิมฺปิ สติ อุภโตภาควิมุตฺโตเยว นาม โหติ.

ผุฏฺฐนฺตํ สจฺฉิกโตติ ผุฏฺฐานํ อนฺโต ผุฏฺฐนฺโต, ผุฏฺฐานํ อรูปชฺฌานานํ อนนฺตโร กาโลติ อธิปฺปาโย. อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ. ตํ ผุฏฺฐานนฺตรกาลเมว สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกโต สจฺฉิกรณูปาเยนาติ วุตฺตํ โหติ, ภาวนปุํสกํ วา เอตํ ‘‘เอกมนฺตํ นิสีที’’ติอาทีสุ วิย. โย หิ อรูปชฺฌาเนน รูปกายโต นามกาเยกเทสโต จ วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน วิมุตฺโต, เตน นิโรธสงฺขาโต วิโมกฺโข อาโลจิโต ปกาสิโต วิย โหติ, น ปน กาเยน สจฺฉิกโต. นิโรธํ ปน อารมฺมณํ กตฺวา เอกจฺเจสุ อาสเวสุ เขปิเตสุ เตน โส สจฺฉิกโต โหติ, ตสฺมา โส สจฺฉิกาตพฺพํ นิโรธํ ยถาอาโลจิตํ นามกาเยน สจฺฉิ กโรตีติ ‘‘กายสกฺขี’’ติ วุจฺจติ, น ตุ ‘‘วิมุตฺโต’’ติ เอกจฺจานํ อาสวานํ อปริกฺขีณตฺตา. เตนาห ‘‘ฌานผสฺสํ ปฐมํ ผุสติ, ปจฺฉา นิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรตี’’ติ. อยํ จตุนฺนํ อรูปสมาปตฺตีนํ เอเกกโต วุฏฺฐาย สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา กายสกฺขิภาวํ ปตฺตานํ จตุนฺนํ, นิโรธา วุฏฺฐาย อคฺคมคฺคปฺปตฺตอนาคามิโน จ วเสน อุภโตภาควิมุตฺโต วิย ปญฺจวิโธ นาม โหตีติ วุตฺตํ อภิธมฺมฏีกายํ (ปุ. ป. มูลฏี. ๒๔) ‘‘กายสกฺขิมฺหิปิ เอเสว นโย’’ติ. เอกจฺเจ อาสวาติ เหฏฺฐิมมคฺควชฺฌา อาสวา.

ทิฏฺฐนฺตํ ปตฺโตติ ทสฺสนสงฺขาตสฺส โสตาปตฺติมคฺคญาณสฺส อนนฺตรํ ปตฺโตติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ทิฏฺฐตฺตา ปตฺโต’’ติปิ ปาโฐ. เอเตน จตุสจฺจทสฺสนสงฺขาตาย ทิฏฺฐิยา นิโรธสฺส ปตฺตตํ ทีเปติ. เตนาห ‘‘ทุกฺขา สงฺขารา’’ติอาทิ. ตตฺถ ปญฺญายาติ มคฺคปญฺญาย. ปฐมผลฏฺฐโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคมคฺคฏฺฐา ทิฏฺฐิปฺปตฺโต. เตนาห ‘‘โสปิ กายสกฺขี วิย ฉพฺพิโธ โหตี’’ติ. ยถา ปน ปญฺญาวิมุตฺโต, เอวํ อยมฺปิ สุกฺขวิปสฺสโก จตูหิ อรูปชฺฌาเนหิ วุฏฺฐาย ทิฏฺฐิปฺปตฺตภาวปฺปตฺตา จตฺตาโร จาติ ปญฺจวิโธ โหตีติ เวทิตพฺโพ. สทฺธาวิมุตฺเตปิ เอเสว นโย. อิทํ ทุกฺขนฺติ เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต อุทฺธํ ทุกฺขนฺติ. ยถาภูตํ ปชานาตีติ ฐเปตฺวา ตณฺหํ อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ ทุกฺขสจฺจนฺติ ยาถาวโต ปชานาติ. ยสฺมา ปน ตณฺหา ทุกฺขํ ชเนติ นิพฺพตฺเตติ, ตโต ตํ ทุกฺขํ สมุเทติ, ตสฺมา นํ ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. ยสฺมา ปน อิทํ ทุกฺขญฺจ สมุทโย จ นิพฺพานํ ปตฺวา นิรุชฺฌติ, อปฺปวตฺตึ คจฺฉติ, ตสฺมา น ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. อริโย ปน อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ตํ ทุกฺขนิโรธํ คจฺฉติ, เตน ตํ ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอตฺตาวตา นานากฺขเณ สจฺจววตฺถานํ ทสฺสิตํ. อิทานิ ตํ เอกกฺขเณ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถาคตปฺปเวทิตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถาคตปฺปเวทิตาติ ตถาคเตน โพธิมณฺเฑ ปฏิวิทฺธา วิทิตา ปากฏา กตา. ธมฺมาติ จตุสจฺจธมฺมา. โวทิฏฺฐา โหนฺตีติ สุทิฏฺฐา. โวจริตาติ สุจริตา, ปญฺญาย สุฏฺฐุ จราปิตาติ อตฺโถ. อยนฺติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโตติ.

สทฺธาย วิมุตฺโตติ สทฺทหนวเสน วิมุตฺโต. เอเตน สพฺพถา อวิมุตฺตสฺสปิ สทฺธามตฺเตน วิมุตฺตภาวํ ทสฺเสติ. สทฺธาวิมุตฺโตติ วา สทฺธาย อธิมุตฺโตติ อตฺโถ. กึ ปน เนสํ กิเลสปฺปหาเน นานตฺตํ อตฺถีติ? นตฺถิ. อถ กสฺมา สทฺธาวิมุตฺโต ทิฏฺฐิปฺปตฺตํ น ปาปุณาตีติ? อาคมนียนานตฺเตน. ทิฏฺฐิปฺปตฺโต หิ อาคมนมฺหิ กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต อปฺปทุกฺเขน อกสิเรน อกิลมนฺโตว สกฺโกติ วิกฺขมฺภิตุํ, สทฺธาวิมุตฺโต ปน ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต สกฺโกติ วิกฺขมฺภิตุํ, ตสฺมา สทฺธาวิมุตฺโต ทิฏฺฐิปฺปตฺตํ น ปาปุณาติ. เตนาห ‘‘เอตสฺส หี’’ติอาทิ. สทฺทหนฺตสฺสาติ ‘‘เอกํสโต อยํ ปฏิปทา กิเลสกฺขยํ อาวหติ สมฺมาสมฺพุทฺเธน ภาสิตตฺตา’’ติ เอวํ สทฺทหนฺตสฺส. ยสฺมา ปนสฺส อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ นิจฺจสญฺญาปหานวเสน ภาวนาย ปุพฺเพนาปรํ วิเสสํ ปสฺสโต ตตฺถ ตตฺถ ปจฺจกฺขตาปิ อตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สทฺทหนฺตสฺส วิยา’’ติ. เสสปททฺวยํ ตสฺเสว เววจนํ. เอตฺถ จ ปุพฺพภาคมคฺคภาวนาติ วจเนน อาคมนียนานตฺเตน ทิฏฺฐิปฺปตฺตสทฺธาวิมุตฺตานํ ปญฺญานานตฺตํ โหตีติ ทสฺสิตํ. อภิธมฺมฏฺฐกถายมฺปิ (ปุ. ป. อฏฺฐ. ๒๘) ‘‘เนสํ กิเลสปฺปหาเน นานตฺตํ นตฺถิ, ปญฺญาย นานตฺตํ อตฺถิเยวา’’ติ วตฺวา ‘‘อาคมนียนานตฺเตเนว สทฺธาวิมุตฺโต ทิฏฺฐิปฺปตฺตํ น ปาปุณาตีติ สนฺนิฏฺฐานํ กต’’นฺติ วุตฺตํ.

อารมฺมณํ ยาถาวโต ธาเรติ อวธาเรตีติ ธมฺโม, ปญฺญา. ตํ ปญฺญาสงฺขาตํ ธมฺมํ อธิมตฺตตาย ปุพฺพงฺคมํ หุตฺวา ปวตฺตํ อนุสฺสรตีติ ธมฺมานุสารี. เตนาห ‘‘ธมฺโม’’ติอาทิ. ปญฺญาปุพฺพงฺคมนฺติ ปญฺญาปธานํ. ‘‘สทฺธํ อนุสฺสรติ, สทฺธาปุพฺพงฺคมํ มคฺคํ ภาเวตี’’ติ อิมมตฺถํ เอเสว นโยติ อติทิสติ. ปญฺญํ วาเหตีติ ปญฺญาวาหี, ปญฺญํ สาติสยํ ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปญฺญาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวตี’’ติ. ปญฺญา วา ปุคฺคลํ วาเหติ นิพฺพานาภิมุขํ คเมตีติ ปญฺญาวาหี. สทฺธาวาหีติ เอตฺถาปิ อิมินา นเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อุภโตภาควิมุตฺตาทิกถาติ อุภโตภาควิมุตฺตาทีสุ อาคมนโต ปฏฺฐาย วตฺตพฺพกถา. ตสฺมาติ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๗๗๓, ๘๘๙) วุตฺตตฺตา. ตโต เอว วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๗๗๓) วุตฺตนเยเนว เจตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ปุคฺคลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อุทกูปมาสุตฺตวณฺณนา

๑๕. ปญฺจเม เอกนฺตกาฬเกหีติ นตฺถิกวาทอเหตุกวาทอกิริยวาทสงฺขาเตหิ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺเมหิ. เตนาห ‘‘นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐึ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. เอวํ ปุคฺคโลติ อิมินา การเณน เอกวารํ นิมุคฺโค นิมุคฺโคเยว โส โหติ. เอตสฺส หิ ปุน ภวโต วุฏฺฐานํ นาม นตฺถีติ วทนฺติ มกฺขลิโคสาลาทโย วิย. เหฏฺฐา เหฏฺฐา นรกคฺคีนํเยว อาหาโร. สาธุ สทฺธา กุสเลสูติ กุสลธมฺเมสุ สทฺธา นาม สาหุ ลทฺธกาติ อุมฺมุชฺชติ, โส ตาวตฺตเกเนว กุสเลน อุมฺมุชฺชติ นาม. สาธุ หิรีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. จงฺกวาเรติ รชกานํ ขารปริสฺสาวเน, สุราปริสฺสาวเน วา. เอวํ ปุคฺคโลติ ‘‘เอวํ สาธุ สทฺธา’’ติ อิเมสํ สทฺธาทีนํ วเสน เอกวารํ อุมฺมุชฺชิตฺวา เตสํ ปริหานิยา ปุน นิมุชฺชติเยว เทวทตฺตาทโย วิย. เทวทตฺโต หิ อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปญฺจ จ อภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวาปิ ปุน พุทฺธานํ ปฏิปกฺขตาย เตหิ คุเณหิ ปริหีโน รุหิรุปฺปาทกมฺมํ สงฺฆเภทกมฺมญฺจ กตฺวา กายสฺส เภทา ทุติยจิตฺตวาเรน จุติจิตฺตมนนฺตรา นิรเย นิพฺพตฺโต. โกกาลิโก เทฺว อคฺคสาวเก อุปวทิตฺวา ปทุมนิรเย นิพฺพตฺโต.

เนว หายติ โน วฑฺฒตีติ อปฺปโหนกกาเลปิ น หายติ, ปโหนกกาเลปิ น วฑฺฒติ. อุภยมฺปิ ปเนตํ อคาริเกนปิ อนคาริเกนปิ ทีเปตพฺพํ. เอกจฺโจ หิ อคาริโก อปฺปโหนกกาเล ปกฺขิกภตฺตํ วสฺสิกํ วา อุปนิพนฺธาเปสิ, โส ปจฺฉา ปโหนกกาเลปิ ปกฺขิกภตฺตาทิมตฺตเมว ปวตฺเตติ. อนคาริโกปิ อาทิมฺหิ อปฺปโหนกกาเล อุทฺเทสํ ธุตงฺคํ วา คณฺหาติ, เมธาวี พลวีริยสมฺปตฺติยา ปโหนกกาเล ตโต อุตฺตรึ น กโรติ. เอวํ ปุคฺคโลติ เอวํ อิมาย สทฺธาทีนํ ฐิติยา ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ฐิโต นาม โหติ. อุมฺมุชฺชิตฺวา ปตรตีติ สกทาคามิปุคฺคโล กิเลสตนุตาย อุฏฺฐหิตฺวา คนฺตพฺพทิสาภิมุโข ตรติ นาม.

ปฏิคาธปฺปตฺโต โหตีติ อนาคามิปุคฺคลํ สนฺธาย วทติ. อิเม ปน สตฺต ปุคฺคลา อุทโกปเมน ทีปิตา. สตฺต กิร ชงฺฆวาณิชา อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนา อนฺตรามคฺเค เอกํ ปุณฺณนทึ ปาปุณึสุ. เตสุ ปฐมํ โอติณฺโณ อุทกภีรุโก ปุริโส โอติณฺณฏฺฐาเนเยว นิมุชฺชิตฺวา ปุน สณฺฐาตุํ นาสกฺขิ, อวสฺสํว มจฺฉกจฺฉปภตฺตํ ชาโต. ทุติโย โอติณฺณฏฺฐาเน นิมุชฺชิตฺวา สกึ อุฏฺฐหิตฺวา ปุน นิมุคฺโค อุฏฺฐาตุํ นาสกฺขิ, อนฺโตเยว มจฺฉกจฺฉปภตฺตํ ชาโต. ตติโย นิมุชฺชิตฺวา อุฏฺฐิโต มชฺเฌ นทิยา ฐตฺวา เนว โอรโต อาคนฺตุํ, น ปารํ คนฺตุํ อสกฺขิ. จตุตฺโถ อุฏฺฐาย ฐิโต อุตฺตรณติตฺถํ โอโลเกสิ. ปญฺจโม อุตฺตรณติตฺถํ โอโลเกตฺวา ปตรติ. ฉฏฺโฐ ตํ ทิสฺวา ปาริมตีรํ คนฺตฺวา กฏิปฺปมาเณ อุทเก ฐิโต. สตฺตโม ปาริมตีรํ คนฺตฺวา คนฺธจุณฺณาทีหิ นฺหตฺวา วรวตฺถาทีนิ นิวาเสตฺวา สุรภิวิเลปนํ วิลิมฺปิตฺวา นีลุปฺปลมาลาทีนิ ปิลนฺธิตฺวา นานาลงฺการปฺปฏิมณฺฑิโต มหานครํ ปวิสิตฺวา ปาสาทมารุหิตฺวา อุตฺตมโภชนํ ภุญฺชติ.

ตตฺถ ชงฺฆวาณิชา วิย อิเม สตฺต ปุคฺคลา, นที วิย วฏฺฏํ, ปฐมสฺส อุทกภีรุกสฺส ปุริสสฺส โอติณฺณฏฺฐาเนเยว นิมุชฺชนํ วิย มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส วฏฺเฏ นิมุชฺชนํ, อุมฺมุชฺชิตฺวา นิมุชฺชนปุริโส วิย สทฺธาทีนํ อุปฺปตฺติมตฺถเกน อุมฺมุชฺชิตฺวา ตาสํ หานิยา นิมุคฺคปุคฺคโล, มชฺเฌ นทิยา ฐตฺวา วิย สทฺธาทีนํ ฐิติยา ฐิติปุคฺคโล, อุตฺตรณติตฺถํ โอโลเกนฺโต วิย โสตาปนฺโน, ปตรนฺตปุริโส วิย กิเลสกามาวฏฺฏตาย ปตรนฺโต สกทาคามี, ตริตฺวา กฏิมตฺเต อุทเก ฐิตปุริโส วิย อนาวฏฺฏธมฺมตฺตา อนาคามี, นฺหตฺวา ปาริมตีรํ อุตฺตริตฺวา ถเล ฐิตปุริโส วิย จตฺตาโร โอเฆ อติกฺกมิตฺวา นิพฺพานถเล ฐิโต ขีณาสวพฺราหฺมโณ, ถเล ฐิตปุริสสฺส นครํ ปวิสิตฺวา ปาสาทํ อารุยฺห อุตฺตมโภชนภุญฺชนํ วิย ขีณาสวสฺส นิพฺพานารมฺมณสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา วีตินามนํ เวทิตพฺพํ.

อุทกูปมาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖-๙. อนิจฺจานุปสฺสีสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๖-๑๙. ฉฏฺเฐ ‘‘อิธ สมสีสี กถิโต’’ติ วตฺวา เอวํ สมสีสิตํ วิภชิตฺวา อิธาธิปฺเปตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส จตุพฺพิโธ โหตี’’ติอาทิมาห. โรควเสน สมสีสี โรคสมสีสี. เอส นโย เสเสสุปิ. เอกปฺปหาเรเนวาติ เอกเวลายเมว. โย จกฺขุโรคาทีสุ อญฺญตรสฺมึ สติ ‘‘อิโต อนุฏฺฐิโต อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปสิ, อถสฺส อรหตฺตญฺจ โรคโต วุฏฺฐานญฺจ เอกกาลเมว โหติ, อยํ โรคสมสีสี นาม. อิริยาปถสฺส ปริโยสานนฺติ อิริยาปถนฺตรสมาโยโค. โย ฐานาทีสุ อิริยาปเถสุ อญฺญตรํ อธิฏฺฐาย ‘‘อวิโกเปตฺวาว อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปสิ. อถสฺส อรหตฺตปฺปตฺติ จ อิริยาปถวิโกปนญฺจ เอกปฺปหาเรเนว โหติ, อยํ อิริยาปถสมสีสี นาม. ชีวิตสมสีสี นามาติ เอตฺถ ‘‘ปลิโพธสีสํ มาโน, ปรามาสสีสํ ทิฏฺฐิ, วิกฺเขปสีสํ อุทฺธจฺจํ, กิเลสสีสํ อวิชฺชา, อธิโมกฺขสีสํ สทฺธา, ปคฺคหสีสํ วีริยํ, อุปฏฺฐานสีสํ สติ, อวิกฺเขปสีสํ สมาธิ, ทสฺสนสีสํ ปญฺญา, ปวตฺตสีสํ ชีวิตินฺทฺริยํ, จุติสีสํ วิโมกฺโข, สงฺขารสีสํ นิโรโธ’’ติ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๓.๓๓) วุตฺเตสุ สตฺตรสสุ สีเสสุ ปวตฺตสีสํ กิเลสสีสนฺติ เทฺว สีสานิ อิธาธิปฺเปตานิ – ‘‘อปุพฺพํ อจริมํ อาสวปริยาทานญฺจ โหติ ชีวิตปริยาทานญฺจา’’ติ วจนโต. เตสุ กิเลสสีสํ อรหตฺตมคฺโค ปริยาทิยติ, ปวตฺตสีสํ ชีวิตินฺทฺริยํ จุติจิตฺตํ ปริยาทิยติ. ตตฺถ อวิชฺชาปริยาทายกํ จิตฺตํ ชีวิตินฺทฺริยํ ปริยาทาตุํ น สกฺโกติ, ชีวิตินฺทฺริยปริยาทายกํ อวิชฺชํ ปริยาทาตุํ น สกฺโกติ. อญฺญํ อวิชฺชาปริยาทายกํ จิตฺตํ, อญฺญํ ชีวิตนฺทฺริยปริยาทายกํ. ยสฺส เจตํ สีสทฺวยํ สมํ ปริยาทานํ คจฺฉติ, โส ชีวิตสมสีสี นาม.

กถํ ปนิทํ สมํ โหตีติ? วารสมตาย. ยสฺมิญฺหิ วาเร มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, โสตาปตฺติมคฺเค ปญฺจ ปจฺจเวกฺขณานิ, สกทาคามิมคฺเค ปญฺจ, อนาคามิมคฺเค ปญฺจ, อรหตฺตมคฺเค จตฺตารีติ เอกูนวีสติเม ปจฺจเวกฺขณญาเณ ปติฏฺฐาย ภวงฺคํ โอตริตฺวา ปรินิพฺพายโต อิมาย วารสมตาย อิทํ อุภยสีสปริยาทานมฺปิ สมํ โหตีติ อิมาย วารสมตาย. วารสมวุตฺติทายเกน หิ มคฺคจิตฺเตน อตฺตโน อนนฺตรํ วิย นิปฺผาเทตพฺพา ปจฺจเวกฺขณวารา จ กิเลสปริยาทานสฺเสว วาราติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. ‘‘วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๗๘; สํ. นิ. ๓.๑๒, ๑๔) วจนโต ปจฺจเวกฺขณปริสมาปเนน กิเลสปริยาทานํ สมฺปาปิตํ นาม โหตีติ อิมาย วารวุตฺติยา สมตาย กิเลสปริยาทานชีวิตปริยาทานานํ สมตา เวทิตพฺพา. เตเนวาห ‘‘ยสฺมา ปนสฺส…เป... ตสฺมา เอวํ วุตฺต’’นฺติ.

อายุโน เวมชฺฌํ อนติกฺกมิตฺวา อนฺตราว กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายตีติ อนฺตราปรินิพฺพายี. เตนาห ‘‘โย ปญฺจสุ สุทฺธาวาเสสู’’ติอาทิ. เวมชฺเฌติ อวิหาทีสุ ยตฺถ อุปฺปนฺโน, ตตฺถ อายุโน เวมชฺเฌ. อายุเวมชฺฌํ อุปหจฺจ อติกฺกมิตฺวา ตตฺถ ปรินิพฺพายตีติ อุปหจฺจปรินิพฺพายี. เตนาห ‘‘โย ตตฺเถวา’’ติอาทิ. อสงฺขาเรน อปฺปโยเคน อนุสฺสาเหน อกิลมนฺโต ติกฺขินฺทฺริยตาย สุเขเนว ปรินิพฺพายตีติ อสงฺขารปรินิพฺพายี. เตนาห ‘‘โย เตสํเยวา’’ติอาทิ. เตสํเยว ปุคฺคลานนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. อปฺปโยเคนาติ อธิมตฺตปฺปโยเคน วินา อปฺปกสิเรน. สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิลมนฺโต ทุกฺเขน ปรินิพฺพายตีติ สสงฺขารปรินิพฺพายี. อุทฺธํวาหิภาเวน อุทฺธมสฺส ตณฺหาโสตํ วฏฺฏโสตญฺจาติ, อุทฺธํ วา คนฺตฺวา ปฏิลภิตพฺพโต อุทฺธมสฺส มคฺคโสตนฺติ อุทฺธํโภโต. ปฏิสนฺธิวเสน อกนิฏฺฐํ คจฺฉตีติ อกนิฏฺฐคามี.

เอตฺถ ปน จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. โย หิ อวิหโต ปฏฺฐาย จตฺตาโร เทวโลเก โสเธตฺวา อกนิฏฺฐํ คนฺตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี นาม. อยญฺหิ อวิเหสุ กปฺปสหสฺสํ วสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺกุณิตฺวา อตปฺปํ คจฺฉติ, ตตฺราปิ เทฺว กปฺปสหสฺสานิ วสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺกุณิตฺวา สุทสฺสํ คจฺฉติ, ตตฺราปิ จตฺตาริ กปฺปสหสฺสานิ วสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺกุณิตฺวา สุทสฺสึ คจฺฉติ, ตตฺราปิ อฏฺฐ กปฺปสหสฺสานิ วสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺกุณิตฺวา อกนิฏฺฐํ คจฺฉติ, ตตฺถ วสนฺโต อคฺคมคฺคํ อธิคจฺฉติ. ตตฺถ โย อวิหโต ปฏฺฐาย ทุติยํ วา จตุตฺถํ วา เทวโลกํ คนฺตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ อุทฺธํโสโต น อกนิฏฺฐคามี นาม. โย กามภวโต จวิตฺวา อกนิฏฺเฐสุ ปรินิพฺพายติ, อยํ น อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี นาม. โย เหฏฺฐา จตูสุ เทวโลเกสุ ตตฺถ ตตฺเถว นิพฺพตฺติตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ น อุทฺธํโสโต น อกนิฏฺฐคามีติ.

เอเต ปน อวิเหสุ อุปฺปนฺนสมนนฺตรอายุเวมชฺฌํ อปฺปตฺวาว ปรินิพฺพายนวเสน ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน, เอโก อุปหจฺจปรินิพฺพายี, เอโก อุทฺธํโสโตติ ปญฺจวิโธ, อสงฺขารสสงฺขารปรินิพฺพายิวิภาเคน ทส โหนฺติ, ตถา อตปฺปสุทสฺสสุทสฺสีสูติ จตฺตาโร ทสกาติ จตฺตารีสํ. อกนิฏฺเฐ ปน อุทฺธํโสโต นตฺถิ, ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน, เอโก อุปหจฺจปรินิพฺพายีติ จตฺตาโร, อสงฺขารสสงฺขารปรินิพฺพายิวิภาเคน อฏฺฐาติ อฏฺฐจตฺตารีสํ อนาคามิโน. สตฺตมาทีสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

อนิจฺจานุปสฺสีสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. นิทฺทสวตฺถุสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม นิทฺทสวตฺถูนีติ อาทิสทฺทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘นิทฺทสาทิวตฺถูนี’’ติ. นตฺถิ อิทานิ อิมสฺส ทสาติ นิทฺทโส. ปโญฺหติ ญาตุํ อิจฺฉิโต อตฺโถ. ปุน ทสวสฺโส น โหตีติ เตสํ มติมตฺตเมตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘โส กิรา’’ติ กิรสทฺทคฺคหณํ. นิทฺทโสติ เจตํ วจนมตฺตํ. ตสฺส นิพฺพีสาทิภาวสฺส วิย นินฺนวาทิภาวสฺส จ อิจฺฉิตตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘น เกวลญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คาเม วิจรนฺโตติ คาเม ปิณฺฑาย จรนฺโต. น อิทํ ติตฺถิยานํ อธิวจนํ เตสุ ตนฺนิมิตฺตสฺส อภาวา, สาสเนปิ เสขสฺสปิ น อิทํ อธิวจนํ, กิมงฺคํ ปน ปุถุชฺชนสฺส. ยสฺส ปเนตํ อธิวจนํ เยน จ การเณน, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ขีณาสวสฺเสต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อปฺปฏิสนฺธิกภาโว หิสฺส ปจฺจกฺขโต การณํ. ปรมฺปราย อิตรานิ ยานิ ปาฬิยํ อาคตานึ.

สิกฺขาย สมฺมเทว อาทานํ สิกฺขาสมาทานํ. ตํ ปนสฺสา ปาริปูริยา เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สิกฺขาตฺตยปูรเณ’’ติ. สิกฺขาย วา สมฺมเทว อาทิโต ปฏฺฐาย รกฺขณํ สิกฺขาสมาทานํ. ตญฺจ อตฺถโต ปูรเณน ปริจฺฉินฺนํ อรกฺขเณ สพฺเพน สพฺพํ อภาวโต, รกฺขเณ จ ปริปูรณโต. พลวจฺฉนฺโทติ ทฬฺหจฺฉนฺโท. อายตินฺติ อนนฺตรานาคตทิวสาทิกาโล อธิปฺเปโต, น อนาคตภโวติ อาห ‘‘อนาคเต ปุนทิวสาทีสุปี’’ติ. สิกฺขํ ปริปูเรนฺตสฺส ตตฺถ นิพทฺธภตฺติตา อวิคตเปมตา. เตภูมกธมฺมานํ อนิจฺจาทิวเสน สมฺมเทว นิชฺฌานํ ธมฺมนิสามนาติ อาห ‘‘วิปสฺสนาเยตํ อธิวจน’’นฺติ. ตณฺหาวินเยติ ภงฺคานุปสฺสนาญาณานุภาวสิทฺเธ ตณฺหาวิกฺขมฺภเน. เอกีภาเวติ คณสงฺคณิกากิเลสสงฺคณิกาวิคมสิทฺเธ วิเวกวาเส. วีริยารมฺเภติ สมฺมปฺปธานสฺส ปคฺคณฺหเน. ตํ ปน สพฺพโส วีริยสฺส ปริพฺรูหนํ โหตีติ อาห ‘‘กายิกเจตสิกสฺส วีริยสฺส ปูรเณ’’ติ. สติยญฺเจว นิปกภาเว จาติ สโตการิตาย เจว สมฺปชานการิตาย จ. สติสมฺปชญฺญพเลเนว หิ วีริยารมฺโภ อิชฺฌติ. ทิฏฺฐิปฏิเวเธติ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา ปฏิวิชฺฌเน. เตนาห ‘‘มคฺคทสฺสเน’’ติ.

นิทฺทสวตฺถุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อนุสยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. วชฺชิสตฺตกวคฺโค

๑. สารนฺททสุตฺตวณฺณนา

๒๑. ตติยสฺส ปฐเม เทวายตนภาเวน จิตฺตตฺตา โลกสฺส จิตฺตีการฏฺฐานตาย จ เจติยํ อโหสิ. ยาวกีวนฺติ (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๓๔) เอกเมเวตํ ปทํ อนิยมโต ปริมาณวาจี. กาโล เจตฺถ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ยตฺตกํ กาล’’นฺติ. อภิณฺหํ สนฺนิปาตาติ นิจฺจสนฺนิปาตา. ตํ ปน นิจฺจสนฺนิปาตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทิวสสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สนฺนิปาตพหุลาติ ปจุรสนฺนิปาตา. โวสานนฺติ สงฺโกจํ. ‘‘วุทฺธิเยวา’’ติอาทินา วุตฺตมตฺถํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘อภิณฺหํ อสนฺนิปตนฺตา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อากุลาติ ขุภิตา น ปสนฺนา. ภิชฺชิตฺวาติ วคฺคพนฺธโต วิภชฺช วิสุํ วิสุํ หุตฺวา.

สนฺนิปาตเภริยาติ สนฺนิปาตาโรจนเภริยา. อทฺธภุตฺตา วาติ สามิภุตฺตา วา. โอสีทมาเนติ หายมาเน.

สุงฺกนฺติ ภณฺฑํ คเหตฺวา คจฺฉนฺเตหิ ปพฺพตขณฺฑนาทิติตฺถคามทฺวาราทีสุ ราชปุริสานํ ทาตพฺพภาคํ. พลินฺติ นิปฺผนฺนสสฺสาทิโต ฉภาคํ สตฺตภาคนฺติอาทินา ลทฺธพฺพกรํ. ทณฺฑนฺติ ทสวีสติกหาปณาทิกํ อปราธานุรูปํ คเหตพฺพธนทณฺฑํ. วชฺชิธมฺมนฺติ วชฺชิราชธมฺมํ. อิทานิ อปญฺญตฺตปญฺญาปนาทีสุ ตปฺปฏิกฺเขเป จ อาทีนวานิสํเส จ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘เตส’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปาริจริยกฺขมาติ อุปฏฺฐานกฺขมา. โปราณํ วชฺชิธมฺมนฺติ เอตฺถ ปุพฺเพ กิร วชฺชิราชาโน ‘‘อยํ โจโร’’ติ อาเนตฺวา ทสฺสิเต ‘‘คณฺหถ นํ โจร’’นฺติ อวตฺวา วินิจฺฉยมหามตฺตานํ เทนฺติ. เต วินิจฺฉินิตฺวา สเจ อโจโร โหติ, วิสฺสชฺเชนฺติ. สเจ โจโร, อตฺตนา กิญฺจิ อกตฺวา โวหาริกานํ เทนฺติ, เตปิ วินิจฺฉินิตฺวา อโจโร เจ, วิสฺสชฺเชนฺติ. โจโร เจ, สุตฺตธรานํ เทนฺติ. เตปิ วินิจฺฉินิตฺวา อโจโร เจ, วิสฺสชฺเชนฺติ. โจโร เจ, อฏฺฏกุลิกานํ เทนฺติ, เตปิ ตเถว กตฺวา เสนาปติสฺส, เสนาปติ อุปราชสฺส, อุปราชา รญฺโญ. ราชา วินิจฺฉินิตฺวา สเจ อโจโร โหติ, วิสฺสชฺเชติ. สเจ ปน โจโร โหติ, ปเวณิปณฺณกํ วาจาเปติ. ตตฺถ ‘‘เยน อิทํ นาม กตํ, ตสฺส อยํ นามทณฺโฑ’’ติ ลิขิตํ. ราชา ตสฺส กิริยํ เตน สมาเนตฺวา ตทนุจฺฉวิกํ ทณฺฑํ กโรติ. อิติ เอตํ โปราณํ วชฺชิธมฺมํ สมาทาย วตฺตนฺตานํ มนุสฺสา น อุชฺฌายนฺติ. ปรมฺปราคเตสุ อฏฺฏกุเลสุ ชาตา อคติคมนวิรตา อฏฺฏมหลฺลกปุริสา อฏฺฏกุลิกา.

สกฺการนฺติ อุปการํ. ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวาติ ‘‘อิเม อมฺหากํ ครุโน’’ติ ตตฺถ ครุภาวํ ปฏิ ปฏิ อุปฏฺฐเปตฺวา. มาเนสฺสนฺตีติ สมฺมาเนสฺสนฺติ. ตํ ปน สมฺมานนํ เตสุ เนสํ อตฺตมนตาปุพฺพกนฺติ อาห ‘‘มเนน ปิยายิสฺสนฺตี’’ติ. นิปจฺจการํ ปณิปาตํ. ทสฺเสนฺตีติ ครุจิตฺตภารํ ทสฺเสนฺติ. สนฺธาเนตุนฺติ สมฺพนฺธํ อวิจฺฉินฺนํ กตฺวา ฆเฏตุํ.

ปสยฺหการสฺสาติ พลกฺการสฺส. กามํ วุทฺธิยา ปูชนียตาย ‘‘วุทฺธิหานิโย’’ติ วุตฺตํ, อตฺโถ ปน วุตฺตานุกฺกเมเนว โยเชตพฺโพ. ปาฬิยํ วา ยสฺมา ‘‘วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตทนุกฺกเมน ‘‘วุทฺธิหานิโย’’ติ วุตฺตํ.

วิปจฺจิตุํ อลทฺโธกาเส ปาปกมฺเม, ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเก วา อนวสโรว เทวโสปสคฺโค. ตสฺมึ ปน ลทฺโธกาเส สิยา เทวโตปสคฺคสฺส อวสโรติ อาห ‘‘อนุปฺปนฺนํ…เป… วฑฺเฒนฺตี’’ติ. เอเตเนว อนุปฺปนฺนํ สุขนฺติ เอตฺถาปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. พลกายสฺส ทิคุณติคุณตาทสฺสนํ ปฏิภยภาวทสฺสนนฺติ เอวมาทินา เทวตานํ สงฺคามสีเส สหายตา เวทิตพฺพา.

อนิจฺฉิตนฺติ อนิฏฺฐํ. อาวรณโตติ นิเสธนโต. ธมฺมโต อนเปตา ธมฺมิยาติ อิธ ‘‘ธมฺมิกา’’ติ วุตฺตา. มิคสูกราทิฆาตาย สุนขาทีนํ กฑฺฒิตฺวา วนจรณํ วาโช, ตตฺถ นิยุตฺตา, เต วา วาเชนฺตีติ วาชิกา, มิควธจาริโน.

สารนฺททสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. วสฺสการสุตฺตวณฺณนา

๒๒. ทุติเย อภิยาตุกาโมติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท อภิภวนตฺโถ ‘‘อนภิวิทิตุ’’นฺติอาทีสุ วิยาติ อาห ‘‘อภิภวนตฺถาย ยาตุกาโม’’ติ. วชฺชิราชาโนติ ‘‘วชฺเชตพฺพา อิเม’’ติ อาทิโต ปวตฺตํ วจนํ อุปาทาย วชฺชีติ ลทฺธนามา ราชาโน, วชฺชิรฏฺฐสฺส วา ราชาโน วชฺชิราชาโน. รฏฺฐสฺส ปน วชฺชิสมญฺญา ตนฺนิวาสิราชกุมารวเสน เวทิตพฺพา. ราชิทฺธิยาติ ราชภาวานุคเตน ปภาเวน. โส ปน ปภาโว เนสํ คณราชานํ มิโถ สามคฺคิยา โลเก ปากโฏ. จิรฏฺฐายี จ อโหสีติ ‘‘สมคฺคภาวํ กเถตี’’ติ วุตฺตํ. อนุ อนุ ตํสมงฺคิโน ภาเวติ วฑฺเฒตีติ อนุภาโว, อนุภาโว เอว อานุภาโว, ปตาโป. โส ปน เนสํ ปตาโป หตฺถิอสฺสาทิวาหนสมฺปตฺติยา ตตฺถ จ สุภิกฺขิตภาเวน โลเก ปากโฏ ชาโตติ ‘‘เอเตน…เป… กเถตี’’ติ วุตฺตํ. ตาฬจฺฉิคฺคเฬนาติ กุญฺจิกาฉิทฺเทน. อสนนฺติ สรํ. อติปาตยิสฺสนฺตีติ อติกฺกาเมนฺติ. โปงฺขานุโปงฺขนฺติ โปงฺขสฺส อนุโปงฺขํ, ปุริมสรสฺส โปงฺขปทานุคตโปงฺขํ อิตรํ สรํ กตฺวาติ อตฺโถ. อวิราธิตนฺติ อวิรชฺฌิตํ. อุจฺฉินฺทิสฺสามีติ อุมฺมูลนวเสน กุลสนฺตตึ ฉินฺทิสฺสามิ. อยนํ วฑฺฒนํ อโย, ตปฺปฏิปกฺเขน อนโยติ อาห ‘‘อวฑฺฒิ’’นฺติ. ญาตีนํ พฺยสนํ วินาโส ญาติพฺยสนํ.

คงฺคายาติ คงฺคาสมีเป. ปฏฺฏนคามนฺติ สกฏปฏฺฏนคามํ. ตตฺราติ ตสฺมึ ปฏฺฏเน. พลวาฆาตชาโตติ อุปฺปนฺนพลวโกโธ. เมติ มยฺหํ. คเตนาติ คมเนน. สีตํ วา อุณฺหํ วา นตฺถิ ตาย เวลาย. อภิมุขํ ยุทฺเธนาติ อภิมุขํ อุชุกเมว สงฺคามกรเณน. อุปลาปนํ สามํ ทานญฺจาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เภโทปิ อิธ อุปาโย เอวาติ วุตฺตํ ‘‘อญฺญตฺร มิถุเภทา’’ติ. ยุทฺธสฺส ปน อนุปายตา ปเคว ปกาสิตา. อิทนฺติ ‘‘อญฺญตฺร อุปลาปนาย อญฺญตฺร มิถุเภทา’’ติ อิทํ วจนํ. กถาย นยํ ลภิตฺวาติ ‘‘ยาวกีวญฺจ …เป… ปริหานี’’ติ อิมาย ภควโต กถาย อุปายํ ลภิตฺวา. อนุกมฺปายาติ วชฺชิราเชสุ อนุคฺคเหน.

ราชาปิ ตเมว เปเสตฺวา สพฺเพ…เป… ปาเปสีติ ราชา ตํ อตฺตโน สนฺติกํ อาคตํ ‘‘กึ, อาจริย, ภควา อวจา’’ติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘ยถา โภ สมณสฺส โคตมสฺส วจนํ น สกฺกา วชฺชี เกนจิ คเหตุํ, อปิจ อุปลาปนาย วา มิถุเภเทน วา สกฺกา’’ติ อาห. ตโต นํ ราชา ‘‘อุปลาปนาย อมฺหากํ หตฺถิอสฺสาทโย นสฺสิสฺสนฺติ, เภเทเนว เต คเหสฺสามิ, กึ กโรมา’’ติ ปุจฺฉิ. เตน หิ, มหาราช, ตุเมฺห วชฺชี อารพฺภ ปริสติ กถํ สมุฏฺฐาเปถ, ตโต อหํ ‘‘กึ เต, มหาราช, เตหิ, อตฺตโน สนฺตเกน กสิวณิชฺชาทีนิ กตฺวา ชีวนฺตุ เอเต ราชาโน’’ติ วตฺวา ปกฺกมิสฺสามิ. ตโต ตุเมฺห ‘‘กึ นุ, โภ, เอส พฺราหฺมโณ วชฺชี อารพฺภ ปวตฺตํ กถํ ปฏิพาหตี’’ติ วเทยฺยาถ. ทิวสภาเค จาหํ เตสํ ปณฺณาการํ เปเสสฺสามิ, ตมฺปิ คาหาเปตฺวา ตุเมฺหปิ มม โทสํ อาโรเปตฺวา พนฺธนตาฬนาทีนิ อกตฺวาว เกวลํ ขุรมุณฺฑํ มํ กตฺวา นครา นีหราเปถ, อถาหํ ‘‘มยา เต นคเร ปากาโร ปริขา จ การิตา, อหํ ถิรทุพฺพลฏฺฐานญฺจ อุตฺตานคมฺภีรฏฺฐานญฺจ ชานามิ, น จิรสฺสํ ทานิ ตํ อุชุํ กริสฺสามี’’ติ วกฺขามิ. ตํ สุตฺวา ตุเมฺห ‘‘คจฺฉตู’’ติ วเทยฺยาถาติ. ราชา สพฺพํ อกาสิ.

ลิจฺฉวี ตสฺส นิกฺขมนํ สุตฺวา ‘‘สโฐ พฺราหฺมโณ, มา ตสฺส คงฺคํ อุตฺตาเรตุํ อทตฺถา’’ติ อาหํสุ. ตตฺร เอกจฺเจหิ ‘‘อเมฺห อารพฺภ กถิตตฺตา กิร โส เอวํ กโรตี’’ติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ ภเณ เอตู’’ติ วทึสุ. โส คนฺตฺวา ลิจฺฉวี ทิสฺวา ‘‘กิมาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิโต ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. ลิจฺฉวิโน ‘‘อปฺปมตฺตเกน นาม เอวํ ครุํ ทณฺฑํ กาตุํ น ยุตฺต’’นฺติ วตฺวา ‘‘กึ เต ตตฺร ฐานนฺตร’’นฺติ ปุจฺฉึสุ. วินิจฺฉยมหามจฺโจหมสฺมีติ. ตเทว เต ฐานนฺตรํ โหตูติ. โส สุฏฺฐุตรํ วินิจฺฉยํ กโรติ. ราชกุมารา ตสฺส สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหนฺติ. โส ปติฏฺฐิตคุโณ หุตฺวา เอกทิวสํ เอกํ ลิจฺฉวึ คเหตฺวา เอกมนฺตํ คนฺตฺวา ‘‘ทารกา กสนฺตี’’ติ ปุจฺฉิ. อาม, กสนฺติ. เทฺว โคเณ โยเชตฺวาติ. อาม, เทฺว โคเณ โยเชตฺวาติ. เอตฺตกํ วตฺวา นิวตฺโต. ตโต ตมญฺโญ ‘‘กึ อาจริโย อาหา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา เตน วุตฺตํ – อสทฺทหนฺโต ‘‘น เมโส ยถาภูตํ กเถตี’’ติ เตน สทฺธึ ภิชฺชิ.

พฺราหฺมโณ อปรมฺปิ เอกทิวสํ เอกํ ลิจฺฉวึ เอกมนฺตํ เนตฺวา ‘‘เกน พฺยญฺชเนน ภุตฺโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา นิวตฺโต. ตมฺปิ อญฺโญ ปุจฺฉิตฺวา อสทฺทหนฺโต ตเถว ภิชฺชิ. พฺราหฺมโณ อปรมฺปิ ทิวสํ เอกํ ลิจฺฉวึ เอกมนฺตํ เนตฺวา ‘‘อติทุคฺคโตสิ กิรา’’ติ ปุจฺฉิ. โก เอวมาหาติ. อสุโก นาม ลิจฺฉวีติ. อปรมฺปิ เอกมนฺตํ เนตฺวา ‘‘ตฺวํ กิร ภีรุชาติโก’’ติ ปุจฺฉิ. โก เอวมาหาติ? อสุโก นาม ลิจฺฉวีติ. เอวํ อญฺเญน อกถิตเมว อญฺญสฺส กเถนฺโต ตีหิ สํวจฺฉเรหิ เต ราชาโน อญฺญมญฺญํ ภินฺทิตฺวา ยถา เทฺว เอกมคฺเคน น คจฺฉนฺติ, ตถา กตฺวา สนฺนิปาตเภรึ จราเปสิ. ลิจฺฉวิโน ‘‘อิสฺสรา สนฺนิปตนฺตุ, สูรา สนฺนิปตนฺตู’’ติ วตฺวา น สนฺนิปตึสุ. พฺราหฺมโณ ‘‘อยํ ทานิ กาโล, สีฆํ อาคจฺฉตู’’ติ รญฺโญ สาสนํ เปเสติ. ราชา สุตฺวาว พลเภรึ จราเปตฺวา นิกฺขมิ. เวสาลิกา สุตฺวา ‘‘รญฺโญ คงฺคํ อุตฺตริตุํ น ทสฺสามา’’ติ เภรึ จราเปสุํ. เต สุตฺวา ‘‘คจฺฉนฺตุ สูรราชาโน’’ติอาทีนิ วตฺวา น สนฺนิปตึสุ. ‘‘นครปฺปเวสนํ น ทสฺสาม, ทฺวารานิ ปิทหิสฺสามา’’ติ เภรึ จราเปสุํ. เอโกปิ น สนฺนิปติ. ยถาวิวเฏหิ ทฺวาเรหิ ปวิสิตฺวา สพฺเพ อนยพฺยสนํ ปาเปตฺวา คโต. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘ราชาปิ ตเมว เปเสตฺวา สพฺเพปิ ภินฺทิตฺวา คนฺตฺวา อนยพฺยสนํ ปาเปสี’’ติ.

วสฺสการสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปฐมสตฺตกสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ตติเย อปริหานาย หิตาติ อปริหานิยา (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๓๖), น ปริหายนฺติ เอเตหีติ วา อปริหานิยา. เอวํ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ‘‘อิธาปิ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตโตติอาทิ ทิสาสุ อาคตสาสเน วุตฺตวจนํ วุตฺตกถนํ. วิหารสีมา อากุลา ยสฺมา, ตสฺมา อุโปสถปวารณา ฐิตา. โอลียมานโกติ ปาฬิโต อตฺถโต จ วินสฺสมานโก. อุกฺขิปาเปนฺตาติ ปคุณภาวกรเณน อตฺถสํวณฺณนาวเสน จ ปคฺคณฺหนฺตา.

สาวตฺถิยํ ภิกฺขู วิย (ปารา. ๕๖๕) ปาจิตฺติยํ เทสาเปตพฺโพติ ปญฺญาเปนฺตา. วชฺชิปุตฺตกา วิย (จูฬว. ๔๔๖) ทสวตฺถุทีปเนน. ตถา อกโรนฺตาติ นวํ กติกวตฺตํ วา สิกฺขาปทํ วา อมทฺทนฺตา ธมฺมวินยโต สาสนํ ทีเปนฺตา ขุทฺทกมฺปิ จ สิกฺขาปทํ อสมูหนนฺตา. อายสฺมา มหากสฺสโป วิย จาติ ‘‘สุณาตุ เม, อาวุโส, สงฺโฆ, สนฺตามฺหากํ สิกฺขาปทานิ คิหิคตานิ. คิหิโนปิ ชานนฺติ ‘อิทํ โว สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ กปฺปติ, อิทํ โว น กปฺปตี’ติ. สเจปิ หิ มยํ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนิสฺสาม, ภวิสฺสนฺติ วตฺตาโร ‘ธูมกาลิกํ สมเณน โคตเมน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ยาวิเมสํ สตฺถา อฏฺฐาสิ, ตาวิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขึสุ. ยโต อิเมสํ สตฺถา ปรินิพฺพุโต, น ทานิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขนฺตี’ติ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อปญฺญตฺตํ น ปญฺญเปยฺย, ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺเทยฺย, ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺเตยฺยา’’ติ อิมํ (จูฬว. ๔๔๒) ตนฺตึ ฐเปนฺโต อายสฺมา มหากสฺสโป วิย จ.

ถิรภาวปฺปตฺตาติ สาสเน ถิรภาวํ อนิวตฺติตภาวํ อุปคตา. เถรการเกหีติ เถรภาวสาธเกหิ สีลาทิคุเณหิ อเสกฺขธมฺเมหิ. พหู รตฺติโยติ ปพฺพชิตา หุตฺวา พหู รตฺติโย ชานนฺติ. สีลาทิคุเณสุ ปติฏฺฐาปนเมว สาสเน ปริณายกตาติ อาห ‘‘ตีสุ สิกฺขาสุ ปวตฺเตนฺตี’’ติ. โอวาทํ น เทนฺติ อภาชนภาวโต. ปเวณิกถนฺติ อาจริยปรมฺปราภตํ สมฺมาปฏิปตฺติทีปนํ ธมฺมกถํ. สารภูตํ ธมฺมปริยายนฺติ สมถวิปสฺสนามคฺคผลสมฺปาปเนน สาสเน สารภูตํ โพชฺฌงฺคโกสลฺลอนุตฺตรสีติภาว- (อ. นิ. ๖.๘๕) อธิจิตฺตสุตฺตาทิธมฺมตนฺตึ. อาทิกํ โอวาทนฺติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘เอวํ เต อาโลเกตพฺพํ, เอวํ เต วิโลเกตพฺพํ, เอวํ เต สมิญฺชิตพฺพํ, เอวํ เต ปสาเรตพฺพํ, เอวํ เต สงฺฆาฏิปตฺตจีวรํ ธาเรตพฺพ’’นฺติ โอวาทํ สงฺคณฺหาติ.

ปุนพฺภวทานํ ปุนพฺภโว อุตฺตรปทโลเปน. อิตเรติ เย น ปจฺจยวสิกา น อามิสจกฺขุกา, เต น คจฺฉนฺติ ตณฺหาย วสํ.

อารญฺญเกสูติ อรญฺญภาเคสุ อรญฺญปริยาปนฺเนสุ. นนุ ยตฺถ กตฺถจิปิ ตณฺหา สาวชฺชา เอวาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘คามนฺตเสนาสเนสุ หี’’ติอาทิ. เตน ‘‘อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสุ ปิหํ อุปฏฺฐาปยโต’’ติ เอตฺถ วุตฺตปิหาทโย ปิย อารญฺญกเสนาสเนสุ สาลยตา เสวิตพฺพปกฺขิกา เอวาติ ทสฺเสติ.

อตฺตนาวาติ สยเมว. เตน ปเรหิ อนุสฺสาหิตานํ สรเสเนว อนาคตานํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ อาคมนํ, อาคตานญฺจ ผาสุวิหารํ ปจฺจาสีสนฺตีติ ทสฺเสติ. อิมินาว นีหาเรนาติ อิมาย ปฏิปตฺติยา. อคฺคหิตธมฺมคฺคหณนฺติ อคฺคหิตสฺส ปริยตฺติธมฺมสฺส อุคฺคหณํ. คหิตสชฺฌายกรณนฺติ อุคฺคหิตสฺส สุฏฺฐุ อตฺถจินฺตนํ. จินฺตรตฺโถ หิ อยํ สชฺฌายสทฺโท. เอนฺตีติ อุปคจฺฉนฺติ. นิสีทนฺติ อาสนปญฺญาปนาทินา.

ปฐมสตฺตกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔-๖. ทุติยสตฺตกสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๔-๒๖. จตุตฺเถ กโรนฺโตเยวาติ ยถาวุตฺตํ ติรจฺฉานกถํ กเถนฺโตเยว. อติรจฺฉานกถาภาเวปิ ตสฺส ตตฺถ ตปฺปรภาวทสฺสนตฺถํ อวธารณวจนํ. ปริยนฺตการีติ สปริยนฺตํ กตฺวา วตฺตา. ‘‘ปริยนฺตวตึ วาจํ ภาสิตา’’ติ (ที. นิ. ๑.๙, ๑๙๔) หิ วุตฺตํ. อปฺปภสฺโสวาติ ปริมิตกโถเยว เอกนฺเตน กเถตพฺพสฺเสว กถนโต. สมาปตฺติสมาปชฺชนํ อริโย ตุณฺหีภาโว. นิทฺทายติเยวาติ นิทฺโทกฺกมเน อนาทีนวทสฺสี นิทฺทายติเยว, อิริยาปถปริวตฺตนาทินา น นํ วิโนเทติ. เอวํ สํสฏฺโฐวาติ วุตฺตนเยน คณสงฺคณิกาย สํสฏฺโฐ เอว วิหรติ. ทุสฺสีลา ปาปิจฺฉา นามาติ สยํ นิสฺสีลา อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉาย สมนฺนาคตตฺตา ปาปา ลามกา อิจฺฉา เอเตสนฺติ ปาปิจฺฉา. ปาปปุคฺคเลหิ มิตฺติกรณโต ปาปมิตฺตา. เตหิ สทา สหปวตฺตเนน ปาปสหายา. ตตฺถ นินฺนตาทินา ตทธิมุตฺตตาย ปาปสมฺปวงฺกา. ปญฺจมาทีนิ อุตฺตานตฺถานิเยว.

ทุติยสตฺตกสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗-๑๑. สญฺญาสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๗-๓๑. สตฺตเม อนิจฺจาติ อนุปสฺสติ เอตายาติ อนิจฺจานุปสฺสนา. ตถาปวตฺตวิปสฺสนา ปน ยสฺมา อตฺตนา สหคตสญฺญาย ภาวิตาย ภาวิตา เอว โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ สหคตสญฺญา’’ติ. อิมา สตฺต โลกิยวิปสฺสนาปิ โหนฺติ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา ปวตฺตนโต. ‘‘เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ สพฺพสงฺขารสมโถ’’ติ อาคตวเสน ปเนตฺถ เทฺว โลกุตฺตรา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. ‘‘วิราโค นิโรโธ’’ติ หิ ตตฺถ นิพฺพานํ วุตฺตนฺติ อิธ วิราคสญฺญา, ตา วุตฺตสญฺญา นิพฺพานารมฺมณาปิ สิยุํ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว. อฏฺฐมาทีนิ อุตฺตานตฺถาเนว.

สญฺญาสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วชฺชิสตฺตกวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. เทวตาวคฺโค

๕. ปฐมมิตฺตสุตฺตวณฺณนา

๓๖. จตุตฺถสฺส ปญฺจเม อตฺตโน คุยฺหํ ตสฺส อาวิกโรตีติ อตฺตโน คุยฺหํ นิคฺคุหิตุํ ยุตฺตกถํ อญฺญสฺส อกเถตฺวา ตสฺเสว อาจิกฺขติ. ตสฺส คุยฺหํ อญฺเญสํ นาจิกฺขตีติ เตน กถิตคุยฺหํ ยถา อญฺเญ น ชานนฺติ, เอวํ อนาวิกโรนฺโต ฉาเทติ.

ปฐมมิตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖-๑๑. ทุติยมิตฺตสุตฺตาทิวณฺณนา

๓๗-๔๒. ฉฏฺเฐ ปิโย จ โหติ มนาโป จาติ กลฺยาณมิตฺตลกฺขณํ ทสฺสิตํ. กลฺยาณมิตฺโต หิ สทฺธาสมฺปนฺโน จ โหติ สีลสมฺปนฺโน สุตสมฺปนฺโน จาคสมฺปนฺโน วีริยสมฺปนฺโน สติสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน. ตตฺถ สทฺธาสมฺปตฺติยา สทฺทหติ ตถาคตสฺส สมฺโพธึ กมฺมญฺจ กมฺมผลญฺจ, เตน สมฺโพธิยา เหตุภูตํ สตฺเตสุ หิตสุขํ น ปริจฺจชติ. สีลสมฺปตฺติยา สตฺตานํ ปิโย โหติ ครุ ภาวนีโย โจทโก ปาปครหี วตฺตา วจนกฺขโม. สุตสมฺปตฺติยา สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิปฏิสํยุตฺตานํ คมฺภีรานํ กถานํ กตฺตา โหติ. จาคสมฺปตฺติยา อปฺปิจฺโฉ โหติ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ. วีริยสมฺปตฺติยา อารทฺธวีริโย โหติ อตฺตหิตปรหิตปฏิปตฺติยํ. สติสมฺปตฺติยา อุปฏฺฐิตสฺสตี โหติ. สมาธิสมฺปตฺติยา อวิกฺขิตฺโต โหติ สมาหิตจิโต. ปญฺญาสมฺปตฺติยา อวิปรีตํ ปชานาติ. โส สติยา กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมนฺเนสมาโน ปญฺญาย สตฺตานํ หิตาหิตํ ยถาภูตํ ชานิตฺวา สมาธินา ตตฺถ เอกคฺคจิตฺโต หุตฺวา วีริเยน สตฺเต อหิเต นิเสเธตฺวา หิเต นิโยเชติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปิโย…เป… นิโยเชตี’’ติ. สตฺตมาทีนิ อุตฺตานตฺถานิ.

ทุติยมิตฺตสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เทวตาวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. มหายญฺญวคฺโค

๑. สตฺตวิญฺญาณฏฺฐิติสุตฺตวณฺณนา

๔๔. ปญฺจมสฺส ปฐเม ยสฺมา นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๒๗) ตสฺมา เสยฺยถาปิ มนุสฺสาติ ยถา มนุสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. วิเสโส โหติเยว สติปิ พาหิรสฺส การณสฺส อเภเท อชฺฌตฺติกสฺส ภินฺนตฺตา. นานตฺตํ กาเย เอเตสํ, นานตฺโต วา กาโย เอเตสนฺติ นานตฺตกายา. อิมินา นเยน เสสปเทสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เนสนฺติ มนุสฺสานํ. นานตฺตา สญฺญา เอเตสํ อตฺถีติ นานตฺตสญฺญิโน. สุขสมุสฺสยโต วินิปาโต เอเตสํ อตฺถีติ วินิปาติกา สติปิ เทวภาเว ทิพฺพสมฺปตฺติยา อภาวโต. อปาเยสุ วา คโต นตฺถิ นิปาโต เอเตสนฺติ วินิปาติกา. เตนาห ‘‘จตุอปายวินิมุตฺตา’’ติ. ปิยงฺกรมาตาทีนํ วิยาติ ปิยงฺกรมาตา กิร ยกฺขินี ปจฺจูสสมเย อนุรุทฺธตฺเถรสฺส ธมฺมํ สชฺฌายโต สุตฺวา –

‘‘มา สทฺทมกรี ปิยงฺกร, ภิกฺขุ ธมฺมปทานิ ภาสติ;

อปิ ธมฺมปทํ วิชานิย, ปฏิปชฺเชม หิตาย โน สิยา.

‘‘ปาเณสุ จ สํยมามเส, สมฺปชานมุสา น ภณามเส;

สิกฺเขม สุสีลฺยมตฺตโน, อปิ มุจฺเจม ปิสาจโยนิยา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๔๐) –

เอวํ ปุตฺตกํ สญฺญาเปตฺวา ตํ ทิวสํ โสตาปตฺติผลํ ปตฺตา. อุตฺตรมาตา ปน ภควโต ธมฺมํ สุตฺวาว โสตาปนฺนา ชาตา.

พฺรหฺมกาเย ปฐมชฺฌานนิพฺพตฺเต พฺรหฺมสมูเห, พฺรหฺมนิกาเย วา ภวาติ พฺรหฺมกายิกา. มหาพฺรหฺมุโน ปริสาย ภวาติ พฺรหฺมปาริสชฺชา ตสฺส ปริจารกฏฺฐาเน ฐิตตฺตา. มหาพฺรหฺมุโน ปุโรหิตฏฺฐาเน ฐิตาติ พฺรหฺมปุโรหิตา. อายุวณฺณาทีหิ มหนฺตา พฺรหฺมาโนติ มหาพฺรหฺมาโน. สติปิ เตสํ ติวิธานมฺปิ ปฐเมน ฌาเนน คนฺตฺวา นิพฺพตฺตภาเว ฌานสฺส ปน ปวตฺติเภเทน อยํ วิเสโสติ ทสฺเสตุํ ‘‘พฺรหฺมปาริสชฺชา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริตฺเตนาติ หีเนน. สา จสฺส หีนตา ฉนฺทาทีนํ หีนตาย เวทิตพฺพา. ปฏิลทฺธมตฺตํ วา หีนํ. กปฺปสฺสาติ อสงฺเขฺยยฺยกปฺปสฺส. หีนปณีตานํ มชฺเฌ ภวตฺตา มชฺฌิมํ. สา จสฺส มชฺฌิมตา ฉนฺทาทีนํ มชฺฌิมตาย เวทิตพฺพา. ปฏิลภิตฺวา นาติสุภาวิตํ วา มชฺฌิมํ. อุปฑฺฒกปฺโปติ อสงฺเขฺยยฺยกปฺปสฺส อุปฑฺฒกปฺโป. วิปฺผาริกตโรติ พฺรหฺมปาริสชฺเชหิ ปมาณโต วิปุลตโร สภาวโต อุฬารตโร จ โหติ. สภาเวนปิ หิ อุฬารตโมว. ตํ ปเนตฺถ อปฺปมาณํ. ตสฺส หิ ปริตฺตาภาทีนํ ปริตฺตสุภาทีนญฺจ กาเย สติปิ สภาวเวมตฺเต เอกตฺตวเสเนว ววตฺถปียตีติ ‘‘เอกตฺตกายา’’เตฺวว เต วุจฺจนฺติ. ปณีเตนาติ อุกฺกฏฺเฐน. สา จสฺส อุกฺกฏฺฐตา ฉนฺทาทีนํ อุกฺกฏฺฐตาย เวทิตพฺพา. สุภาวิตํ วา, สมฺมเทว, วสิภาวํ ปาปิตํ ปณีตํ ‘‘ปธานภาวํ นีต’’นฺติ กตฺวา. อิธาปิ กปฺโป อสงฺเขฺยยฺยกปฺปวเสเนว เวทิตพฺโพ ปริปุณฺณมหากปฺปสฺส อสมฺภวโต. อิตีติ เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน. เตติ ‘‘พฺรหฺมกายิกา’’ติ วุตฺตา ติวิธาปิ พฺรหฺมาโน. สญฺญาย เอกตฺตาติ ติเหตุกภาเวน เอกสภาวตฺตา. น หิ ตสฺสา สมฺปยุตฺตธมฺมวเสน อญฺโญปิ โกจิ เภโท อตฺถิ. เอวนฺติ อิมินา นานตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโน คหิตาติ ทสฺเสติ.

ทณฺฑอุกฺกายาติ ทณฺฑทีปิกาย. สรติ ธาวติ, วิสฺสรติ วิปฺปกิณฺณา วิย ธาวติ. เทฺว กปฺปาติ เทฺว มหากปฺปา. อิโต ปเรสุปิ เอเสว นโย. อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน อาภสฺสรคฺคหเณเนว สพฺเพปิ เต ปริตฺตาภาอปฺปมาณาภาปิ คหิตา.

สุนฺทรา ปภา สุภา, ตาย กิณฺณา สุภากิณฺณาติ วตฺตพฺเพ. ภา-สทฺทสฺส รสฺสตฺตํ อนฺติม-ณ-การสฺส ห-การญฺจ กตฺวา ‘‘สุภกิณฺหา’’ติ วุตฺตา. อฏฺฐกถายํ ปน นิจฺจลาย เอกคฺฆนาย ปภาย สุโภติ ปริยายวจนนฺติ ‘‘สุเภน โอกิณฺณา วิกิณฺณา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. เอตฺถาปิ อนฺติม-ณ-การสฺส ห-การกรณํ อิจฺฉิตพฺพเมว. น ฉิชฺชิตฺวา ปภา คจฺฉติ เอกคฺฆนตฺตา. จตุตฺถวิญฺญาณฏฺฐิติเมว ภชนฺติ กายสฺส สญฺญาย จ เอกรูปตฺตา. วิปุลสนฺตสุขายุวณฺณาทิผลตฺตา เวหปฺผลา. เอตฺถาติ วิญฺญาณฏฺฐิติยํ.

วิวฏฺฏปกฺเข ฐิตา อปุนราวตฺตนโต. ‘‘น สพฺพกาลิกา’’ติ วตฺวา ตเมว อสพฺพกาลิกตฺตํ วิภาเวตุํ ‘‘กปฺปสตสหสฺสมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โสฬสกปฺปสหสฺสจฺจเยน อุปฺปนฺนานํ สุทฺธาวาสพฺรหฺมานํ ปรินิพฺพายนโต อญฺเญสญฺจ ตตฺถ อนุปฺปชฺชนโต พุทฺธสุญฺเญ โลเก สุญฺญํ ตํ ฐานํ โหติ, ตสฺมา สุทฺธาวาสา น สพฺพกาลิกา. ขนฺธาวารฏฺฐานสทิสา โหนฺติ สุทฺธาวาสภูมิโย. อิมินา สุตฺเตน สุทฺธาวาสานํ สตฺตาวาสภาวทีปเนเนว วิญฺญาณฏฺฐิติภาโวปิ ทีปิโต โหติ, ตสฺมา สุทฺธาวาสาปิ สตฺตสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ จตุตฺถวิญฺญาณฏฺฐิตึ, นวสุ สตฺตาวาเสสุ จตุตฺถสตฺตาวาสญฺจ ภชนฺติ.

สุขุมตฺตาติ สงฺขาราวเสสสุขุมภาวปฺปตฺตตฺตา. ปริพฺยตฺตวิญฺญาณกิจฺจาภาวโต เนว วิญฺญาณํ, น สพฺพโส อวิญฺญาณํ โหตีติ นาวิญฺญาณํ, ตสฺมา ปริปฺผุตวิญฺญาณกิจฺจวนฺตีสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ น วุตฺตํ.

สตฺตวิญฺญาณฏฺฐิติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สมาธิปริกฺขารสุตฺตวณฺณนา

๔๕. ทุติเย สมาธิปริกฺขาราติ เอตฺถ ตโย ปริกฺขารา. ‘‘รโถ สีลปริกฺขาโร, ฌานกฺโข จกฺกวีริโย’’ติ (สํ. นิ. ๕.๔) หิ เอตฺถ อลงฺกาโร ปริกฺขาโร นาม. ‘‘สตฺตหิ นครปริกฺขาเรหิ สุปริกฺขตํ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๗) เอตฺถ ปริวาโร ปริกฺขาโร นาม. ‘‘คิลานปจฺจย…เป… ชีวิตปริกฺขารา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๙๑-๑๙๒) เอตฺถ สมฺภาโร ปริกฺขาโร นาม. โส อิธ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘มคฺคสมาธิสฺส สมฺภารา’’ติ. ปริวารปริกฺขาโรปิ วฏฺฏติเยว. ปริวาโร หิ สมฺมาทิฏฺฐาทโย มคฺคธมฺมา สมฺมาสมาธิสฺส สหชาตาทิปจฺจยภาเวน ปริกรณโต อภิสงฺขรณโต. ปริกฺขตาติ ปริวาริตา. อยํ วุจฺจติ อริโย สมฺมาสมาธีติ อยํ สตฺตหิ รตเนหิ ปริวุโต จกฺกวตฺตี วิย สตฺตหิ องฺเคหิ ปริวุโต อริโย สมฺมาสมาธีติ วุจฺจติ. อุเปจฺจ นิสฺสียตีติ อุปนิสา, สห อุปนิสายาติ สอุปนิโส, สอุปนิสฺสโย อตฺโถ, สปริวาโรเยวาติ วุตฺตํ โหติ. สหการิการณภูโต หิ ธมฺมสมูโห อิธ ‘‘อุปนิโส’’ติ อธิปฺเปโต.

สมาธิปริกฺขารสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ปฐมอคฺคิสุตฺตวณฺณนา

๔๖. ตติเย อนุฑหนฏฺเฐนาติ กามํ อาหุเนยฺยคฺคิอาทโย ตโย อคฺคี พฺราหฺมเณหิปิ อิจฺฉิตา สนฺติ. เต ปน เตหิ อิจฺฉิตมตฺตาว, น สตฺตานํ ตาทิสา อตฺถสาธกา. เย ปน สตฺตานํ อตฺถสาธกา, เต ทสฺเสตุํ ‘‘อาหุนํ วุจฺจตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อาเนตฺวา หุนนํ ปูชนํ ‘‘อาหุน’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ อาหุนํ อรหนฺตี มาตาปิตโร. เตนาห ภควา – ‘‘อาหุเนยฺยาติ, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ (อิติวุ. ๑๐๖). ยทคฺเคน จ เต ปุตฺตานํ พหูปการตาย อาหุเนยฺยาติ, เตสุ สมฺมาปฏิปตฺติ เนสํ หิตสุขาวหา, ตทคฺเคน เตสุ มิจฺฉาปฏิปตฺติ อหิตทุกฺขาวหาติ อาห ‘‘เตสุ…เป… นิพฺพตฺตนฺตี’’ติ.

สฺวายมตฺโถ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๐๕) มิตฺตวินฺทกวตฺถุนา เวทิตพฺโพ. มิตฺตวินฺทโก หิ มาตรา, ‘‘ตาต, อชฺช อุโปสถิโก หุตฺวา วิหาเร สพฺพรตฺตึ ธมฺมสฺสวนํ สุโณหิ, สหสฺสํ เต ทสฺสามี’’ติ วุตฺโต ธนโลเภน อุโปสถํ สมาทาย วิหารํ คนฺตฺวา ‘‘อิทํ ฐานํ อกุโตภย’’นฺติ สลฺลกฺเขตฺวา ธมฺมาสนสฺส เหฏฺฐา นิปนฺโน สพฺพรตฺตึ นิทฺทายิตฺวา ฆรํ อคมาสิ. มาตา ปาโตว ยาคุํ ปจิตฺวา อุปนาเมสิ. โส สหสฺสํ คเหตฺวาว ปิวิ. อถสฺส เอตทโหสิ ‘‘ธนํ สํหริสฺสามี’’ติ. โส นาวาย สมุทฺทํ ปกฺขนฺทิตุกาโม อโหสิ. อถ นํ มาตา, ‘‘ตาต, อิมสฺมึ กุเล จตฺตาลีสโกฏิธนํ อตฺถิ, อลํ คมเนนา’’ติ นิวาเรติ. โส ตสฺสา วจนํ อนาทิยิตฺวา คจฺฉติ เอว. สา ปุรโต อฏฺฐาสิ. อถ นํ กุชฺฌิตฺวา ‘‘อยํ มยฺหํ ปุรโต ติฏฺฐตี’’ติ ปาเทน ปหริตฺวา ปติตํ อนฺตรํ กตฺวา อคมาสิ.

มาตา อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘มาทิสาย มาตริ เอวรูปํ กมฺมํ กตฺวา คตสฺส เต คตฏฺฐาเน สุขํ ภวิสฺสตีติ เอวํสญฺญี นาม ตฺวํ ปุตฺตา’’ติ อาห. ตสฺส นาวํ อารุยฺห คจฺฉโต สตฺตเม ทิวเส นาวา อฏฺฐาสิ. อถ เต มนุสฺสา ‘‘อทฺธา เอตฺถ ปาปปุคฺคโล อตฺถิ, สลากํ เทถา’’ติ อาหํสุ. สลากา ทียมานา ตสฺเสว ติกฺขตฺตุํ ปาปุณิ. เต ตสฺส อุฬุมฺปํ ทตฺวา ตํ สมุทฺเท ปกฺขิปึสุ. โส เอกํ ทีปํ คนฺตฺวา วิมานเปตีหิ สทฺธึ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต ตาหิ ‘‘ปุรโต ปุรโต มา อคมาสี’’ติ วุจฺจมาโนปิ ตทฺทิคุณํ ตทฺทิคุณํ สมฺปตฺตึ ปสฺสนฺโต อนุปุพฺเพน ขุรจกฺกธรํ เอกํ อทฺทส. ตํ จกฺกํ ปทุมปุปฺผํ วิย อุปฏฺฐาสิ. โส ตํ อาห, ‘‘อมฺโภ, อิทํ ตยา ปิฬนฺธิตํ ปทุมํ มยฺหํ เทหี’’ติ. น อิทํ, สามิ, ปทุมํ, ขุรจกฺกํ เอตนฺติ. โส ‘‘วญฺเจสิ มํ ตฺวํ, กึ มยา ปทุมํ น ทิฏฺฐปุพฺพ’’นฺติ วตฺวา ‘‘ตฺวํ โลหิตจนฺทนํ วิลิมฺปิตฺวา ปิฬนฺธนํ ปทุมปุปฺผํ มยฺหํ น ทาตุกาโม’’ติ อาห. โส จินฺเตสิ ‘‘อยมฺปิ มยา กตสทิสํ กมฺมํ กตฺวา ตสฺส ผลํ อนุภวิตุกาโม’’ติ. อถ นํ ‘‘คณฺห, เร’’ติ วตฺวา ตสฺส มตฺถเก จกฺกํ ขิปิ. เตน วุตฺตํ –

‘‘จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมา, อฏฺฐาหิ ปิจ โสฬส;

โสฬสาหิ จ พาตฺตึส, อตฺริจฺฉํ จกฺกมาสโท;

อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ. (ชา. ๑.๑.๑๐๔; ๑.๕.๑๐๓);

โสติ เคหสามิโก ภตฺตา. ปุริมนเยเนวาติ อนุฑหนสฺส ปจฺจยตาย. ตตฺริทํ วตฺถุ – กสฺสปพุทฺธกาเล โสตาปนฺนสฺส อุปาสกสฺส ภริยา อติจารํ จรติ. โส ตํ ปจฺจกฺขโต ทิสฺวา ‘‘กสฺมา เอวํ กโรสี’’ติ อาห. สา ‘‘สจาหํ เอวรูปํ กโรมิ, อยํ เม สุนโข วิลุปฺปมาโน ขาทตู’’ติ วตฺวา กาลกตา กณฺณมุณฺฑกทเห เวมานิกเปตี หุตฺวา นิพฺพตฺตา ทิวา สมฺปตฺตึ อนุภวติ, รตฺตึ ทุกฺขํ. ตทา พาราณสิราชา มิควํ จรนฺโต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อนุปุพฺเพน กณฺณมุณฺฑกทหํ สมฺปตฺโต ตาย สทฺธึ สมฺปตฺตึ อนุภวติ. สา ตํ วญฺเจตฺวา รตฺตึ ทุกฺขํ อนุภวติ. โส ญตฺวา ‘‘กตฺถ นุ โข คจฺฉตี’’ติ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คนฺตฺวา อวิทูเร ฐิโต กณฺณมุณฺฑกทหโต นิกฺขมิตฺวา ตํ ‘‘ปฏปฏ’’นฺติ ขาทมานํ เอกํ สุนขํ ทิสฺวา อสินา ทฺวิธา ฉินฺทิ, เทฺว อเหสุํ. ปุน ฉินฺเน จตฺตาโร, ปุน ฉินฺเน อฏฺฐ, ปุน ฉินฺเน โสฬส อเหสุํ. สา ‘‘กึ กโรสิ, สามี’’ติ อาห. โส ‘‘กึ อิท’’นฺติ อาห. สา ‘‘เอวํ อกตฺวา เขฬปิณฺฑํ ภูมิยํ นิฏฺฐุภิตฺวา ปาเทน ฆํสาหี’’ติ อาห. โส ตถา อกาสิ. สุนขา อนฺตรธายึสุ. มุฏฺฐิโยโค กิรายํ ตสฺส สุนขนฺตรธานสฺส, ยทิทํ เขฬปิณฺฑํ ภูมิยํ นิฏฺฐุภิตฺวา ปาเทน ฆํสนํ, ตํ ทิวสํ ตสฺสา กมฺมํ ขีณํ. ราชา วิปฺปฏิสารี หุตฺวา คนฺตุํ อารทฺโธ. สา ‘‘มยฺหํ, สามิ, กมฺมํ ขีณํ, มา อคมาสี’’ติ อาห. ราชา อสฺสุตฺวาว คโต.

ทกฺขิณาติ จตฺตาโร ปจฺจยา ทียมานา ทกฺขนฺติ เอเตหิ หิตสุขานีติ, ตํ ทกฺขิณํ อรหตีติ ทกฺขิเณยฺโย, ภิกฺขุสงฺโฆ.

ปฐมอคฺคิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔-๕. ทุติยอคฺคิสุตฺตาทิวณฺณนา

๔๗-๔๘. จตุตฺเถ ยญฺญวาฏํ สมฺปาเทตฺวา มหายญฺญํ อุทฺทิสฺส สวิญฺญาณกานิ อวิญฺญาณกานิ จ ยญฺญูปกรณานิ สชฺชิตานีติ อาห ปาฬิยํ ‘‘มหายญฺโญ อุปกฺขโฏ’’ติ. ตํ อุปกรณํ เตสํ ตถาสชฺชนนฺติ อาห ‘‘อุปกฺขโฏติ ปจฺจุปฏฺฐิโต’’ติ. วจฺฉตรสตานีติ ยุวภาวปฺปตฺตานิ นาติพลววจฺฉสตานิ. เต ปน วจฺฉา เอว โหนฺติ, น ทมฺมา, พลีพทฺทา วา. อุรพฺภาติ ตรุณเมณฺฑกา วุจฺจนฺติ. อุปนีตานีติ ฐปนตฺถาย อุปนีตานิ. วิหึสฏฺเฐนาติ หึสนฏฺเฐน. อุปวายตูติ อุปคนฺตฺวา สรีรทรถํ นิพฺพาเปนฺโต สณฺหสีตลา วาโต วายตุ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว. ปญฺจเม นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

ทุติยอคฺคิสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ทุติยสญฺญาสุตฺตวณฺณนา

๔๙. ฉฏฺเฐ นฺหารุวิเลขนนฺติ จมฺมํ ลิขนฺตานํ จมฺมํ ลิขิตฺวา ฉฑฺฑิตกสฏํ. ‘‘เอโสหมสฺมี’’ติอาทินา อหํกรณํ อหงฺกาโร. ‘‘เอตํ มมา’’ติ มมํกรณํ มมงฺกาโร. เตนาห ‘‘อหงฺการทิฏฺฐิโต’’ติอาทิ. ติสฺโส วิธาติ เสยฺยสทิสหีนวเสน ตโย มานา. ‘‘เอกวิเธน รูปสงฺคโห’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๕๘๔) โกฏฺฐาโส ‘‘วิธา’’ติ วุตฺโต. ‘‘กถํวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ, กถํวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๙๕) ปกาโร. ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, วิธา. กตมา ติสฺโส? เสยฺโยหมสฺมีติ วิธา’’ติ (วิภ. ๙๒๐) เอตฺถ มาโน ‘‘วิธา’’ติ วุตฺโต. อิธาปิ มาโนว อธิปฺเปโต. มาโน หิ วิทหนโต หีนาทิวเสน ติวิธา. เตนากาเรน ทหนโต อุปทหนโต ‘‘วิธา’’ติ วุจฺจติ.

ทุติยสญฺญาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗-๘. เมถุนสุตฺตาทิวณฺณนา

๕๐-๕๑. สตฺตเม อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. เอกจฺโจติ เอโก. สมโณ วา พฺราหฺมโณ วาติ ปพฺพชฺชามตฺเตน สมโณ วา, ชาติมตฺเตน พฺราหฺมโณ วา. ทฺวยํทฺวยสมาปตฺตินฺติ ทฺวีหิ ทฺวีหิ สมาปชฺชิตพฺพํ, เมถุนนฺติ อตฺโถ. น เหว โข สมาปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. อุจฺฉาทนํ อุพฺพฏฺฏนํ. สมฺพาหนํ ปริมทฺทนํ. สาทิยตีติ อธิวาเสติ. ตทสฺสาเทตีติ อุจฺฉาทนาทึ อภิรมติ. นิกาเมตีติ อิจฺฉติ. วิตฺตินฺติ ตุฏฺฐึ. อิทมฺปิ โขติ เอตฺถ อิทนฺติ ยถาวุตฺตํ สาทิยนาทึ ขณฺฑาทิภาววเสน เอกํ กตฺวา วุตฺตํ. ปิ-สทฺโท วกฺขมานํ อุปาทาย สมุจฺจยตฺโถ, โข-สทฺโท อวธารณตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยเทตํ พฺรหฺมจาริปฏิญฺญสฺส อสติปิ ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติยํ มาตุคามสฺส อุจฺฉาทนนหาปนสมฺพาหนสาทิยนาทิ. อิทมฺปิ เอกํเสน ตสฺส พฺรหฺมจริยสฺส ขณฺฑาทิภาวาปาทนโต ขณฺฑมฺปิ ฉิทฺทมฺปิ สพลมฺปิ กมฺมาสมฺปีติ. เอวํ ปน ขณฺฑาทิภาวาปตฺติยา โส อปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรติ, น ปริสุทฺธํ, สํยุตฺโต เมถุนสํโยเคน, น วิสํยุตฺโต. ตโต จสฺส น ชาติอาทีหิ ปริมุตฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ วุจฺจตี’’ติอาทิมาห.

สญฺชคฺฆตีติ กิเลสวเสน มหาหสิตํ หสติ. สํกีฬตีติ กายสํสคฺควเสน กีฬติ. สํเกลายตีติ สพฺพโส มาตุคามํ เกลายนฺโต วิหรติ. จกฺขุนาติ อตฺตโน จกฺขุนา. จกฺขุนฺติ มาตุคามสฺส จกฺขุํ. อุปนิชฺฌายตีติ อุเปจฺจ นิชฺฌายติ โอโลเกติ. ติโรกุฏฺฏนฺติ กุฏฺฏสฺส ปรโต. ตถา ติโรปาการํ, ‘‘มตฺติกามยา ภิตฺติ กุฏฺฏํ, อิฏฺฐกามยา ปากาโร’’ติ วทนฺติ. ยา กาจิ วา ภิตฺติ โปริสกา ทิยฑฺฒรตนปฺปมาณา กุฏฺฏํ, ตโต อธิโก ปากาโร. อสฺสาติ พฺรหฺมจาริปฏิญฺญสฺส. ปุพฺเพติ วตสมาทานโต ปุพฺเพ. กามคุเณหีติ กามโกฏฺฐาเสหิ. สมปฺปิตนฺติ สุฏฺฐุ อปฺปิตํ สหิตํ. สมงฺคิภูตนฺติ สมนฺนาคตํ. ปริจารยมานนฺติ กีฬนฺตํ, อุปฏฺฐหิยมานํ วา. ปณิธายาติ ปตฺเถตฺวา. สีเลนาติอาทีสุ ยมนิยมาทิสมาทานวเสน สีลํ, อวีติกฺกมวเสน วตํ. อุภยมฺปิ วา สีลํ, ทุกฺกรจริยวเสน ปวตฺติตํ วตํ. ตํตํอกิจฺจสมฺมตโต วา นิวตฺติลกฺขณํ สีลํ, ตํตํสมาทานวโต เวสโภชนกิจฺจกรณาทิวิเสสปฺปฏิปตฺติ วตํ. สพฺพถาปิ ทุกฺกรจริยา ตโป. เมถุนา วิรติ พฺรหฺมจริยนฺติ เอวมฺเปตฺถ ปาฬิวณฺณนา เวทิตพฺพา. อฏฺฐมํ อุตฺตานเมว.

เมถุนสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ทานมหปฺผลสุตฺตวณฺณนา

๕๒. นวเม ‘‘สาหุ ทาน’’นฺติ ทานํ เทตีติ ‘‘ทานํ นาม สาธุ สุนฺทร’’นฺติ ทานํ เทตีติ อตฺโถ. ทานญฺหิ ทตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปาโมชฺชปีติโสมนสฺสาทโย อุปฺปชฺชนฺติ, โลภโทสอิสฺสามจฺเฉราทโย วิทูรีภวนฺติ. อิทานิ ทานํ อนุกูลธมฺมปริพฺรูหเนน ปจฺจนีกธมฺมวิทูรีกรเณน จ ภาวนาจิตฺตสฺส อุปโสภนาย จ ปริกฺขาราย จ โหตีติ ‘‘อลงฺการภูตญฺเจว ปริวารภูตญฺจ เทตี’’ติ วุตฺตํ. ฌานานาคามี นาม โหติ ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกูปปนฺนานํ อริยานํ เหฏฺฐา อนุปฺปชฺชนโต. อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ สาเปกฺขสฺส ทานํ ปรโลกผลาสาย สาติสยาย จ ปุพฺพาจารวเสน อุปฺปชฺชมานาย อนุภวตฺตา ตณฺหุตฺตรํ นาม โหตีติ อาห ‘‘ปฐมํ ตณฺหุตฺตริยทาน’’นฺติ. ทานํ นาม พุทฺธาทีหิ ปสตฺถนฺติ ครุํ จิตฺตีการํ อุปฏฺฐเปตฺวา ทาตพฺพตฺตา ‘‘ทุติยํ จิตฺตีการทาน’’นฺติ วุตฺตํ. ปุพฺพเกหิ ปิตุปิตามเหหิ ทินฺนปุพฺพํ กตปุพฺพํ ชหาเปตุํ นาม นานุจฺฉวิกนฺติ อตฺตภาวสภาควเสน หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ทาตพฺพโต ‘‘ตติยํ หิโรตฺตปฺปทาน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อหํ ปจามิ, น อิเม ปจนฺติ, นารหามิ ปจนฺโต อปจนฺตานํ ทานํ อทาตุ’’นฺติ เอวํสญฺญี หุตฺวา เทนฺโต นิรวเสสํ กตฺวา เทตีติ อาห ‘‘จตุตฺถํ นิรวเสสทาน’’นฺติ. ‘‘ยถา เตสํ ปุพฺพกานํ อิสีนํ ตานิ มหายญฺญกานิ อเหสุํ, เอวํ เม อยํ ทานปริโภโค ภวิสฺสตี’’ติ เอวํสญฺญิโน ทานํ ทกฺขิณํ อรเหสุ ทาตพฺพโต ‘‘ปญฺจมํ ทกฺขิเณยฺยทาน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อิมํ เม ทานํ ททโต จิตฺตํ ปสีทตี’’ติอาทินา ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปาเทตฺวา เทนฺตสฺส ทานํ โสมนสฺสพาหุลฺลปฺปตฺติยา โสมนสฺสุปจารํ นาม โหตีติ อาห ‘‘ฉฏฺฐํ โสมนสฺสุปวิจารทาน’’นฺติ วุตฺตํ.

ทานมหปฺผลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. นนฺทมาตาสุตฺตวณฺณนา

๕๓. ทสเม ‘‘วุตฺถวสฺโส ปวาเรตฺวา…เป… นิกฺขมี’’ติ องฺคุตฺตรภาณกานํ มเตเนตํ วุตฺตํ. มชฺฌิมภาณกา ปน วทนฺติ ‘‘ภควา อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย เชตวนโต ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต จาริกํ นิกฺขมิ. เตเนว จ อกาเล นิกฺขนฺตตฺตา โกสลราชาทโย วาเรตุํ อารภึสุ. ปวาเรตฺวา หิ จรณํ พุทฺธาจิณฺณ’’นฺติ. ปุณฺณาย สมฺมาปฏิปตฺตึ ปจฺจาสีสนฺโต ภควา ‘‘มม นิวตฺตนปจฺจยา ตฺวํ กึ กริสฺสสี’’ติ อาห. ปุณฺณาปิ…เป… ปพฺพชีติ เอตฺถ เสฏฺฐิ ‘‘ปุณฺณาย ภควา นิวตฺติโต’’ติ สุตฺวา ตํ ภุชิสฺสํ กตฺวา ธีตุฏฺฐาเน ฐเปสิ. สา ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ปพฺพชิ, ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิ. อถสฺสา สตฺถา อารทฺธวิปสฺสกภาวํ ญตฺวา อิมํ โอภาสคาถํ วิสฺสชฺเชสิ –

‘‘ปุณฺเณ ปูรสฺสุ สทฺธมฺมํ, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา;

ปริปุณฺณาย ปญฺญาย, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสสี’’ติ. (เถรีคา. ๓);

สา คาถาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปตฺวา อภิญฺญาตา สาวิกา อโหสิ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.

นนฺทมาตาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มหายญฺญวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปฐมปณฺณาสกํ นิฏฺฐิตํ.

๖. อพฺยากตวคฺโค

๑-๒. อพฺยากตสุตฺตาทิวณฺณนา

๕๔-๕๕. ฉฏฺฐวคฺคสฺส ปฐมํ สุวิญฺเญยฺยเมว. ทุติเย อตีเต อตฺตภาเว นิพฺพตฺตกํ กมฺมนฺติ ‘‘ปุริมกมฺมภวสฺมึ โมโห อวิชฺชา, อายูหนา สงฺขารา, นิกนฺติ ตณฺหา, อุปคมนํ อุปาทานํ, เจตนา ภโว’’ติ เอวมาคตํ สปริกฺขารํ ปญฺจวิธํ กมฺมวฏฺฏมาห. เอตรหิ เม อตฺตภาโว น สิยาติ วิญฺญาณนามรูปสฬายตนผสฺสเวทนาสหิตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปญฺจวิธํ วิปากวฏฺฏมาห. ยํ อตฺถิกนฺติ ยํ ปรมตฺถโต วิชฺชมานกํ. เตนาห ‘‘ภูต’’นฺติ. ตญฺหิ ปจฺจยนิพฺพตฺตตาย ‘‘ภูต’’นฺติ วุจฺจติ. ตํ ปชหามีติ ตปฺปฏิพทฺธจฺฉนฺทราคปฺปหาเนน ตโต เอว อายตึ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนวเสน ปชหามิ ปริจฺจชามิ. หริตนฺตนฺติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๐๓) หริตเมว. อนฺต-สทฺเทน ปทวฑฺฒนํ กตํ ยถา ‘‘วนนฺตํ สุตฺตนฺต’’นฺติ, อลฺลติณาทีนิ อาคมฺม นิพฺพายตีติ อตฺโถ. ปถนฺตนฺติ มหามคฺคํ. เสลนฺตนฺติ ปพฺพตํ. อุทกนฺตนฺติ อุทกํ. รมณียํ วา ภูมิภาคนฺติ ติณคุมฺพาทิรหิตํ วิวิตฺตํ อพฺโภกาสภูมิภาคํ. อนาหาราติ อปจฺจยา นิรุปาทานา. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

อพฺยากตสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ติสฺสพฺรหฺมาสุตฺตวณฺณนา

๕๖. ตติเย วิวิตฺตานิ ตาทิสานิ ปน ปริยนฺตานิ อติทูรานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘อนฺติมปริยนฺติมานี’’ติ. อนฺเต ภวานิ อนฺติมานิ, อนฺติมานิเยว ปริยนฺติมานิ. อุภเยนปิ อติทูรตํ ทสฺเสติ. สมนฺนาหาเร ฐปยมาโนติ อินฺทฺริยํ สมากาเรน วตฺเตนฺโต อินฺทฺริยสมตํ ปฏิปาเทนฺโต นาม โหติ. วิปสฺสนาจิตฺตสมฺปยุตฺโต สมาธิ, สติปิ สงฺขารนิมิตฺตาวิรเห นิจฺจนิมิตฺตาทิวิรหโต ‘‘อนิมิตฺโต’’ติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘อนิมิตฺตนฺติ พลววิปสฺสนาสมาธิ’’นฺติ.

ติสฺสพฺรหฺมาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔-๗. สีหเสนาปติสุตฺตาทิวณฺณนา

๕๗-๖๐. จตุตฺเถ กุจฺฉิโต อริโย กทริโย. ถทฺธมจฺฉริยสทิสํ หิ กุจฺฉิตํ สพฺพนิหีนํ นตฺถิ สพฺพกุสลานํ อาทิภูตสฺส นิเสธนโต. เสสเมตฺถ ปญฺจมาทีนิ จ อุตฺตานตฺถาเนว.

สีหเสนาปติสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ปจลายมานสุตฺตวณฺณนา

๖๑. อฏฺฐเม อาโลกสญฺญํ มนสิ กเรยฺยาสีติ ทิวา วา รตฺตึ วา สูริยปชฺโชตจนฺทมณิอาทีนํ อาโลกํ ‘‘อาโลโก’’ติ มนสิ กเรยฺยาสิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สูริยจนฺทาโลกาทึ ทิวา รตฺติญฺจ อุปลทฺธํ ยถาลทฺธวเสเนว มนสิ กเรยฺยาสิ, จิตฺเต ฐเปยฺยาสิ. ยถา เต สุภาวิตาโลกกสิณสฺส วิย กสิณาโลโก ยทิจฺฉกํ ยาวทิจฺฉกญฺจ โส อาโลโก รตฺติยํ อุปติฏฺฐติ, เยน ตตฺถ ทิวาสญฺญํ ฐเปยฺยาสิ, ทิวา วิย วิคตถินมิทฺโธว ภเวยฺยาสีติ. เตนาห ‘‘ยถา ทิวา ตถา รตฺติ’’นฺติ. อิติ วิวเฏน เจตสาติ เอวํ อปิหิเตน จิตฺเตน ถินมิทฺธปิธาเนน อปิหิตตฺตา. อปริโยนทฺเธนาติ สมนฺตโต อโนนทฺเธน อสญฺฉาทิเตน. สโหภาสนฺติ สญาโณภาสํ. ถินมิทฺธวิโนทนอาโลโกปิ วา โหตุ กสิณาโลโกปิ วา ปริกมฺมาโลโกปิ วา, อุปกฺกิเลสาโลโก วิย สพฺโพยํ อาโลโก ญาณสมุฏฺฐาโนวาติ. เยสํ อกรเณ ปุคฺคโล มหาชานิโย โหติ, ตานิ อวสฺสํ กาตพฺพานิ. ยานิ อกาตุมฺปิ วฏฺฏนฺติ, สติ สมวาเย กาตพฺพโต ตานิ กรณียานีติ อาห ‘‘อิตรานิ กรณียานี’’ติ. อถ วา กตฺตพฺพานิ กมฺมานิ กรณํ อรหนฺตีติ กรณียานิ. อิตรานิ กิจฺจานีติปิ วทนฺติ.

อาทินยปฺปวตฺตา วิคฺคาหิกกถาติ ‘‘น ตฺวํ อิมํ ธมฺมวินยํ อาชานาสิ, อหํ อิมํ ธมฺมวินยํ อาชานามิ, กึ ตฺวํ อิมํ ธมฺมวินยํ อาชานิสฺสสิ, มิจฺฉาปฏิปนฺโน ตฺวมสิ, อหมสฺมิ สมฺมาปฏิปนฺโน, สหิตํ เม, อสหิตํ เต, ปุเรวจนียํ ปจฺฉา อวจ, ปจฺฉาวจนียํ ปุเร อวจ, อธิจิณฺณํ เต วิปราวตฺตํ, อาโรปิโต เต วาโท, นิคฺคหิโต ตฺวมสิ. จร วาทปฺปโมกฺขาย, นิพฺเพเฐหิ วา สเจ ปโหสี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๘; ม. นิ. ๓.๔๑) เอวํปวตฺตา กถา. ตตฺถ สหิตํ เมติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๘) มยฺหํ วจนํ สหิตํ สิลิฏฺฐํ, อตฺถยุตฺตํ การณยุตฺตนฺติ อตฺโถ. สหิตนฺติ วา ปุพฺพาปราวิรุทฺธํ. อสหิตํ เตติ ตุยฺหํ วจนํ อสหิตํ อสิลิฏฺฐํ. อธิจิณฺณํ เต วิปราวตฺตนฺติ ยํ ตุยฺหํ ทีฆรตฺตาจิณฺณวเสน สุปฺปคุณํ, ตํ มยฺหํ เอกวจเนเนว วิปราวตฺตํ ปริวตฺติตฺวา ฐิตํ, น กิญฺจิ ชานาสีติ อตฺโถ. อาโรปิโต เต วาโทติ มยา ตว วาเท โทโส อาโรปิโต. จร วาทปฺปโมกฺขายาติ โทสโมจนตฺถํ จร วิจร, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา สิกฺขาติ อตฺโถ. นิพฺเพเฐหิ วา สเจ ปโหสีติ อถ สยํ ปโหสิ, อิทานิ เอว นิพฺเพเฐหีติ อตฺโถ.

ตณฺหา สพฺพโส ขียนฺติ เอตฺถาติ ตณฺหาสงฺขโย, ตสฺมึ. ตณฺหาสงฺขเยติ จ อิทํ วิสเย ภุมฺมนฺติ อาห ‘‘ตํ อารมฺมณํ กตฺวา’’ติ. วิมุตฺตจิตฺตตายาติ สพฺพสํกิเลเสหิ วิปฺปยุตฺตจิตฺตตาย. อปรภาเค ปฏิปทา นาม อริยสจฺจาภิสมโย. สา สาสนจาริโคจรา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพโตติ อาห ‘‘ปุพฺพภาคปฺปฏิปทํ สํขิตฺเตน เทเสถาติ ปุจฺฉตี’’ติ. อกุปฺปธมฺมตาย ขยวยสงฺขาตํ อนฺตํ อตีตาติ อจฺจนฺตา, โส เอว อปริหายนสภาวตฺตา อจฺจนฺตา นิฏฺฐา อสฺสาติ อจฺจนฺตนิฏฺฐา. เตนาห ‘‘เอกนฺตนิฏฺโฐ สตตนิฏฺโฐติ อตฺโถ’’ติ. น หิ ปฏิวิทฺธสฺส โลกุตฺตรธมฺมสฺส ทสฺสนฺนํ กุปฺปนฺนํ นาม อตฺถิ. อจฺจนฺตเมว จตูหิ โยเคหิ เขโม เอตสฺส อตฺถีติ อจฺจนฺตโยคกฺเขมี. มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส วุสิตตฺตา ตสฺส จ อปริหายนสภาวตฺตา อจฺจนฺตํ พฺรหฺมจารีติ อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี. เตนาห ‘‘นิจฺจพฺรหฺมจารีติ อตฺโถ’’ติ. ปริโยสานนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยปริยปริโยสานํ วฏฺฏทุกฺขปริโยสานญฺจ.

ปญฺจกฺขนฺธาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. สกฺกายสพฺพญฺหิ สนฺธาย อิธ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา’’ติ วุตฺตํ วิปสฺสนาวิสยสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ตสฺมา อายตนธาตุโยปิ ตคฺคติกา เอว ทฏฺฐพฺพา. เตนาห ภควา ‘‘นาลํ อภินิเวสายา’’ติ. น ยุตฺตา อภินิเวสาย ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ อชฺโฌสานาย. ‘‘อลเมว นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๗๒; สํ. นิ. ๒.๑๒๔, ๑๒๘, ๑๓๔, ๑๔๓) วิย อลํ-สทฺโท ยุตฺตตฺโถปิ โหตีติ อาห ‘‘น ยุตฺตา’’ติ. สมฺปชฺชนฺตีติ ภวนฺติ. ยทิปิ ‘‘ตติยา จตุตฺถี’’ติ อิทํ วิสุทฺธิทฺวยํ อภิญฺญาปญฺญา, ตสฺส ปน สปจฺจยนามรูปทสฺสนภาวโต สติ จ ปจฺจยปริคฺคเห สปจฺจยตฺตา อนิจฺจนฺติ, นามรูปสฺส อนิจฺจตาย ทุกฺขํ, ทุกฺขญฺจ อนตฺตาติ อตฺถโต ลกฺขณตฺตยํ สุปากฏเมว โหตีติ อาห ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ญาตปริญฺญาย อภิชานาตี’’ติ. ตเถว ตีรณปริญฺญายาติ อิมินา อนิจฺจาทิภาเวน นาลํ อภินิเวสายาติ นามรูปสฺส อุปสํหรติ, น อภิญฺญาปญฺญานํ สมฺภารธมฺมานํ. ปุริมาย หิ อตฺถโต อาปนฺนํ ลกฺขณตฺตยํ คณฺหาติ สลกฺขณสลฺลกฺขณปรตฺตา ตสฺสา. ทุติยาย สรูปโต ตสฺสา ลกฺขณตฺตยาโรปนวเสน สมฺมสนภาวโต. เอกจิตฺตกฺขณิกตาย อภินิปาตมตฺตตาย จ อปฺปมตฺตกมฺปิ. รูปปริคฺคหสฺส โอฬาริกภาวโต อรูปปริคฺคหํ ทสฺเสติ. ทสฺเสนฺโต จ เวทนาย อาสนฺนภาวโต, วิเสสโต สุขสาราคิตาย, ภวสฺสาทคธิตมานสตาย จ เถรสฺส เวทนาวเสน นิพฺพตฺเตตฺวา ทสฺเสติ.

ขยวิราโคติ ขยสงฺขาโต วิราโค สงฺขารานํ ปลุชฺชนา. ยํ อาคมฺม สพฺพโส สงฺขาเรหิ วิรชฺชนา โหติ, ตํ นิพฺพานํ อจฺจนฺตวิราโค. นิโรธานุปสฺสิมฺหิปีติ นิโรธานุปสฺสิปเทปิ. เอเสว นโยติ อติทิสิตฺวา ตํ เอกเทเสน วิวรนฺโต ‘‘นิโรโธปิ หิ…เป… ทุวิโธเยวา’’ติ อาห. ขนฺธานํ ปริจฺจชนํ ตปฺปฏิพทฺธกิเลสปฺปหานวเสนาติ เยนากาเรน วิปสฺสนา กิเลเส ปชหติ, เตนากาเรน ตํนิมิตฺตกฺขนฺเธ จ ปชหตีติ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ อาห ‘‘สา หิ…เป… โวสฺสชฺชตี’’ติ. อารมฺมณโตติ กิจฺจสาธนวเสน อารมฺมณกรณโต. เอวญฺหิ มคฺคโต อญฺเญสํ นิพฺพานารมฺมณานํ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺคาภาโว สิทฺโธว โหติ. ปริจฺจชเนน ปกฺขนฺทเนน จาติ ทฺวีหิปิ วา การเณหิ. โสติ มคฺโค. สพฺเพสํ ขนฺธานํ โวสฺสชฺชนํ ตปฺปฏิพทฺธสํกิเลสปฺปหาเนน ทฏฺฐพฺพํ. ยสฺมา วา วิปสฺสนาจิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ มคฺคสมฺปยุตฺตจิตฺตํ สนฺธายาห. มคฺโค จ สมุจฺเฉทวเสน กิเลเส ขนฺเธ จ ปริจฺจชติ, ตสฺมา ยถากฺกมํ วิปสฺสนามคฺคานญฺจ วเสน ปกฺขนฺทนปริจฺจาคโวสฺสคฺคาปิ เวทิตพฺพา. ตทุภยสมงฺคีติ วิปสฺสนาสมงฺคี มคฺคสมงฺคี จ. ‘‘อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญํ ปชหตี’’ติอาทิวจนโต (ปฏิ. ม. ๑.๕๒) หิ ยถา วิปสฺสนาย กิเลสานํ ปริจฺจาคปฺปฏินิสฺสคฺโค ลพฺภติ, เอวํ อายตึ เตหิ กิเลเสหิ อุปฺปาเทตพฺพกฺขนฺธานมฺปิ ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค วตฺตพฺโพ. ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโค ปน มคฺเค ลพฺภมานาย เอกนฺตการณภูตาย วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย วเสน เวทิตพฺโพ. มคฺเค ปน ตทุภยมฺปิ ญายาคตเมว นิปฺปริยายโตว ลพฺภมานตฺตา. เตนาห ‘‘ตทุภยสมงฺคีปุคฺคโล’’ติอาทิ. ปุจฺฉนฺตสฺส อชฺฌาสยวเสน ‘‘น กิญฺจิ โลเก อุปาทิยตี’’ติ เอตฺถ กามุปาทานวเสน อุปาทิยนํ ปฏิกฺขิปตีติ อาห ‘‘ตณฺหาวเสน น อุปาทิยตี’’ติ. ตณฺหาวเสน วา อสติ อุปาทิยเน ทิฏฺฐิวเสน อุปาทิยนํ อนวกาสเมวาติ ‘‘ตณฺหาวเสน’’อิจฺเจว วุตฺตํ. น ปรามสตีติ นาทิยติ. ทิฏฺฐิปรามาสวเสน วา ‘‘นิจฺจ’’นฺติอาทินา น ปรามสติ. สํขิตฺเตเนว กเถสีติ ตสฺส อชฺฌาสยวเสน ปปญฺจํ อกตฺวา กเถสิ.

ปจลายมานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. เมตฺตสุตฺตวณฺณนา

๖๒. นวเม มา, ภิกฺขเว, ปุญฺญานนฺติ (อิติวุ. อฏฺฐ. ๖๒) เอตฺถ มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต. ปุญฺญ-สทฺโท ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๐) ปุญฺญผเล อาคโต. ‘‘อวิชฺชาคโตยํ, ภิกฺขเว, ปุริสปุคฺคโล ปุญฺญญฺเจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๕๑) กามรูปาวจรสุจริเตสุ. ‘‘ปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๕๑) สุคติวิเสสภูเต อุปปตฺติภเว. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ, สีลมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ, ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถู’’ติอาทีสุ (อิติวุ. ๖๐; ที. นิ. ๓.๓๐๕; อ. นิ. ๘.๓๖) กุสลเจตนายํ. อิธ ปน เตภูมกกุสลธมฺเม เวทิตพฺโพ. ภายิตฺถาติ เอตฺถ ทุวิธํ ภยํ ญาณภยํ, สารชฺชภยนฺติ. ตตฺถ ‘‘เยปิ เต, ภิกฺขเว, เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลา อุจฺเจสุ วิมาเนสุ จิรฏฺฐิติกา, เตปิ ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เยภุยฺเยน ภยํ สํเวคํ สนฺตาสํ อาปชฺชนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๓) อาคตํ ญาณภยํ. ‘‘อหุเทว ภยํ, อหุ ฉมฺภิตตฺตํ, อหุ โลมหํโส’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๑๘) อาคตํ สารชฺชภยํ. อิธาปิ สารชฺชภยเมว. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ภิกฺขเว, ทีฆรตฺตํ กายวจีสํยโม วตฺตปฺปฏิวตฺตปูรณํ เอกาสนํ เอกเสยฺยํ อินฺทฺริยทโม ธุตธมฺเมหิ จิตฺตสฺส นิคฺคโห สติสมฺปชญฺญํ กมฺมฏฺฐานานุโยควเสน วีริยารมฺโภติ เอวมาทีนิ ยานิ ภิกฺขุนา นิรนฺตรํ ปวตฺเตตพฺพานิ ปุญฺญานิ, เตหิ มา ภายิตฺถ, มา ภยํ สนฺตาสํ อาปชฺชิตฺถ. เอกจฺจสฺส ทิฏฺฐธมฺมสุขสฺส อุปโรธภเยน สมฺปรายิกนิพฺพานสุขทายเกหิ ปุญฺเญหิ มา ภายิตฺถาติ. นิสฺสกฺเก อิทํ สามิวจนํ.

อิทานิ ตโต อภายิตพฺพภาเว การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุขสฺเสต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุข-สทฺโท ‘‘สุโข พุทฺธานมุปฺปาโท, สุขา วิราคตา โลเก’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๙๔) สุขมูเล อาคโต. ‘‘ยสฺมา จ โข, มหาลิ, รูปํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺต’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๖๐) สุขารมฺมเณ. ‘‘ยาวญฺจิทํ, ภิกฺขเว, น สุกรํ อกฺขาเนน ปาปุณิตุํ ยาว สุขา สคฺคา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๕๕) สุขปจฺจยฏฺฐาเน. ‘‘สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๑๘) สุขเหตุมฺหิ. ‘‘ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารา เอเต ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๘๒) อพฺยาปชฺเช. ‘‘นิพฺพานํ ปรมํ สุข’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๒๑๕; ธ. ป. ๒๐๓, ๒๐๔) นิพฺพาเน. ‘‘สุขสฺส จ ปหานา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๓๒; ม. นิ. ๑.๒๗๑; สํ. นิ. ๒.๑๕๒) สุขเวทนายํ. ‘‘อทุกฺขมสุขํ สนฺตํ, สุขมิจฺเจว ภาสิต’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๕๓; อิติวุ. ๕๓) อุเปกฺขาเวทนายํ. ‘‘เทฺวปิ มยา, อานนฺท, เวทนา วุตฺตา ปริยาเยน สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๘๙) อิฏฺฐสุเขสุ. ‘‘สุโข วิปาโก ปุญฺญาน’’นฺติอาทีสุ (เปฏโก. ๒๓) อิฏฺฐวิปาเก. อิธาปิ อิฏฺฐวิปาเก เอว ทฏฺฐพฺโพ. อิฏฺฐสฺสาติอาทีสุ อิจฺฉิตพฺพโต เจว อนิฏฺฐปฺปฏิปกฺขโต จ อิฏฺฐสฺส. กมนียโต มนสฺมิญฺจ กมนโต ปวิสนโต กนฺตสฺส. ปิยายิตพฺพโต สนฺตปฺปนโต จ ปิยสฺส. มนนียโต มนสฺส วฑฺฒนโต จ มนาปสฺสาติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยทิทํ ปุญฺญานีติ ปุญฺญานีติ ยทิทํ วจนํ, เอตํ สุขสฺส อิฏฺฐสฺส วิปากสฺส อธิวจนํ นามํ. สุขสฺเสตํ ยทิทํ ปุญฺญานีติ ผเลน การณสฺส อเภโทปจารํ วทติ. เตน กตูปจิตานํ ปุญฺญานํ อวสฺสํภาวิผลํ สุตฺวา อปฺปมตฺเตน สกฺกจฺจํ ปุญฺญานิ กตฺตพฺพานีติ ปุญฺญกิริยายํ นิโยเชติ, อาทรญฺจ เนสํ ตตฺถ อุปฺปาเทติ.

อิทานิ อตฺตนา สุเนตฺตกาเล กเตน ปุญฺญกมฺเมน ทีฆรตฺตํ ปจฺจนุภูตํ ภวนฺตรปฺปฏิจฺฉนฺนํ อุฬารตรํ ปุญฺญวิปากํ อุทาหริตฺวา ตมตฺถํ ปากฏตรํ กโรนฺโต ‘‘อภิชานามิ โข ปนาห’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อภิชานามีติ อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานามิ, ปจฺจกฺขโต พุชฺฌามิ. ทีฆรตฺตนฺติ จิรกาลํ. ปุญฺญานนฺติ ทานาทีนํ กุสลธมฺมานํ. สตฺต วสฺสานีติ สตฺต สํวจฺฉรานิ. เมตฺตจิตฺตนฺติ มิชฺชตีติ เมตฺตา, สินิยฺหตีติ อตฺโถ. มิตฺเต ภวา, มิตฺตสฺส วา เอสา ปวตฺตีติปิ เมตฺตา. ลกฺขณาทิโต ปน หิตาการปฺปวตฺติลกฺขณา, หิตูปสํหารรสา, อาฆาตวินยปจฺจุปฏฺฐานา, สตฺตานํ มนาปภาวทสฺสนปทฏฺฐานา. พฺยาปาทูปสโม เอติสฺสา สมฺปตฺติ, สิเนหสมฺภโว วิปตฺติ. เมตฺตจิตฺตํ ภาเวตฺวาติ เมตฺตาสหคตํ จิตฺตํ, จิตฺตสีเสน สมาธิ วุตฺโตติ เมตฺตาสมาธึ เมตาพฺรหฺมวิหารํ อุปฺปาเทตฺวา เจว วฑฺเฒตฺวา จ.

สตฺต สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเปติ สตฺต มหากปฺเป. สํวฏฺฏวิวฏฺฏคฺคหเณเนว หิ สํวฏฺฏฏฺฐายิวิวฏฺฏฏฺฐายิโนปิ คหิตา. อิมํ โลกนฺติ กามโลกํ. สํวฏฺฏมาเน สุทนฺติ สํวฏฺฏมาเน, สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ, วิปชฺชมาเนติ อตฺโถ. ‘‘วรสํวตฺตฏฺฐาเน สุท’’นฺติปิ ปฐนฺติ. กปฺเปติ กาเล. กปฺปสีเสน หิ กาโล วุตฺโต, กาเล ขียมาเน สพฺโพปิ ขียเตว. ยถาห – ‘‘กาโล ฆสติ ภูตานิ, สพฺพาเนว สหตฺตนา’’ติ (ชา. ๑.๒.๑๙๐). ‘‘อาภสฺสรูปโค โหมี’’ติ วุตฺตตฺตา เตโชสํวฏฺฏวเสเนตฺถ กปฺปวุฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ. อาภสฺสรูปโคติ ตตฺถ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อาภสฺสรพฺรหฺมโลกํ อุปคจฺฉามีติ อาภสฺสรูปโค โหมิ. วิวฏฺฏมาเนติ สณฺฐหมาเนติ อตฺโถ. สุญฺญํ พฺรหฺมวิมานํ อุปปชฺชามีติ กสฺสจิ สตฺตสฺส ตตฺถ นิพฺพตฺตสฺส อภาวโต สุญฺญํ ยํ ปฐมชฺฌานภูมิสงฺขาตํ พฺรหฺมวิมานํ อาทิโต นิพฺพตฺตติ, ตํ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อุปปชฺชามิ อุเปมิ.

พฺรหฺมาติ กามาวจรสตฺเตหิ วิสิฏฺฐฏฺเฐน ตถา ตถา พฺรูหิตคุณตาย พฺรหฺมวิหารโต นิพฺพตฺตนฏฺเฐน จ พฺรหฺมา. พฺรหฺมปาริสชฺชพฺรหฺมปุโรหิเตหิ มหนฺโต พฺรหฺมาติ มหาพฺรหฺมา, ตโต เอว เต อภิภวิตฺวา ฐิตตฺตา อภิภู. เตหิ น เกนจิปิ คุเณน อภิภูโตติ อนภิภูโต. อญฺญทตฺถูติ เอกํสวจเน นิปาโต. ทสฺสนโต ทโส, อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ ทสฺสนสมตฺโถ อภิญฺญาญาเณน ปสฺสิตพฺพํ ปสฺสามีติ อตฺโถ. เสสพฺรหฺมานํ อิทฺธิปาทภาวนาพเลน อตฺตโน จิตฺตญฺจ มม วเส วตฺเตมีติ วสวตฺตี โหมีติ โยเชตพฺพํ. ตทา กิร โพธิสตฺโต อฏฺฐสมาปตฺติลาภีปิ สมาโน ตถา สตฺตหิตํ อตฺตโน ปารมิปูรณญฺจ โอโลเกนฺโต ตาสุ เอว ทฺวีสุ ฌานภูมีสุ นิกนฺติ อุปฺปาเทตฺวา เมตฺตาพฺรหฺมวิหารวเสน อปราปรํ สํสริ. เตน วุตฺตํ ‘‘สตฺต วสฺสานิ…เป… วสวตฺตี’’ติ.