๓-๔. ปธานิยงฺคสุตฺตาทิวณฺณนา
๕๓-๕๔. ตติเย ปทหตีติ ปทหโน, ภาวนมนุยุตฺโต โยคี, ตสฺส ภาโว ภาวนานุโยโค ปทหนภาโว. ปธานมสฺส อตฺถีติ ปธานิโก, ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา ‘‘ปธานิโย’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อภินีหารโต ปฏฺฐาย อาคตตฺตา’’ติ วุตฺตตฺตา ปจฺเจกโพธิสตฺตสาวกโพธิสตฺตานมฺปิ ปณิธานโต ปภุติ อาคตสทฺธา อาคมนสทฺทา เอว, อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ปน ‘‘สพฺพญฺญุโพธิสตฺตาน’’นฺติ วุตฺตํ. อธิคมโต สมุทาคตตฺตา อคฺคมคฺคผลสมฺปยุตฺตา จาปิ อธิคมสทฺธา นาม, ยา โสตาปนฺนสฺส องฺคภาเวน วุตฺตา. อจลภาเวนาติ ปฏิปกฺเขน อนธิภวนียตฺตา นิจฺจลภาเวน. โอกปฺปนนฺติ โอกฺกนฺทิตฺวา อธิมุจฺจนํ, ปสาทุปฺปตฺติยา ปสาทนียวตฺถุสฺมึ ปสีทนเมว. สุปฺปฏิวิทฺธนฺติ สุฏฺฐุ ปฏิวิทฺธํ. ยถา เตน ปฏิวิทฺเธน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ หตฺถคตํ อโหสิ, ตถา ปฏิวิทฺธํ. ยสฺส พุทฺธสุพุทฺธตาย สทฺธา อจลา อสมฺปเวธิ, ตสฺส ธมฺมสุธมฺมตาย สงฺฆสุปฺปฏิปนฺนตาย เตน ปฏิเวเธน สทฺธา น ตถาติ อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส. เตนาห ภควา – ‘‘โย, ภิกฺขเว, พุทฺเธ ปสนฺโน ธมฺเม ปสนฺโน สงฺเฆ ปสนฺโน’’ติอาทิ. ปธานวีริยํ อิชฺฌติ ‘‘อทฺธา อิมาย ปฏิปทาย ชรามรณโต มุจฺจิสฺสามี’’ติ สกฺกจฺจํ ปทหนโต.
อปฺป-สทฺโท อภาวตฺโถ ‘‘อปฺปสทฺทสฺส…เป… โข ปนา’’ติอาทีสุ วิยาติ อาห ‘‘อโรโค’’ติ. สมเวปากินิยาติ ยถาภุตฺตมาหารํ สมากาเรเนว ปจนสีลาย. ทฬฺหํ กตฺวา ปจนฺตี หิ คหณี โฆรภาเวน ปิตฺตวิการาทิวเสน โรคํ ชเนติ, สิถิลํ กตฺวา ปจนฺตี มนฺทภาเวน วาตวิการาทิวเสน เตนาห ‘‘นาติสีตาย นาจฺจุณฺหายา’’ติ. คหณิเตชสฺส มนฺทปฏุตาวเสน สตฺตานํ ยถากฺกมํ สีตุณฺหสหตาติ อาห ‘‘อติสีตลคฺคหณิโก’’ติอาทิ. ยาถาวโต อจฺจยเทสนา อตฺตโน อาวิกรณํ นามาติ อาห ‘‘ยถาภูตํ อตฺตโน อคุณํ ปกาเสตา’’ติ. อุทยตฺถคามินิยาติ สงฺขารานํ อุทยญฺจ วยญฺจ ปฏิวิชฺฌนฺติยาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อุทยญฺจา’’ติอาทิ. ปริสุทฺธายาติ นิรุปกฺกิเลสาย. นิพฺพิชฺฌิตุํ สมตฺถายาติ ตทงฺควเสน สวิเสสํ ปชหิตุํ สมตฺถาย. ตสฺส ทุกฺขสฺส ขยคามินิยาติ ยํ ทุกฺขํ อิมสฺมึ ญาเณ อนธิคเต ปวตฺติรหํ, อธิคเต น ปวตฺติ, ตํ สนฺธาย วทติ. ตถาเหส โยคาวจโร ‘‘จูฬโสตาปนฺโน’’ติ วุจฺจติ. จตุตฺถํ อุตฺตานเมว.
ปธานิยงฺคสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.