.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.
องฺคุตฺตรนิกาเย
ปญฺจกนิปาต-ฏีกา
๑. ปฐมปณฺณาสกํ
๑. เสขพลวคฺโค
๑. สํขิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๑. ปญฺจกนิปาตสฺส ปฐเม กามํ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาโวปิ พลฏฺโฐ เอว, ปฏิปกฺเขหิ ปน อกมฺปนียตฺตํ สาติสยํ พลฏฺโฐติ วุตฺตํ – ‘‘อสฺสทฺธิเย น กมฺปตี’’ติ.
สํขิตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒-๖. วิตฺถตสุตฺตาทิวณฺณนา
๒-๖. ทุติเย หิรียตีติ ลชฺชติ วิรชฺชติ. ยสฺมา หิรี ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณา, ตสฺมา ‘‘ชิคุจฺฉตีติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. โอตฺตปฺปตีติ อุตฺรสติ. ปาปุตฺราสลกฺขณญฺหิ โอตฺตปฺปํ.
ปคฺคหิตวีริโยติ สงฺโกจํ อนาปนฺนวีริโย. เตนาห ‘‘อโนสกฺกิตมานโส’’ติ. ปหานตฺถายาติ สมุจฺฉินฺนตฺถาย. กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทา นาม สมธิคโม เอวาติ อาห ‘‘ปฏิลาภตฺถายา’’ติ.
คติอตฺถา ธาตุสทฺทา พุทฺธิอตฺถา โหนฺตีติ อาห ‘‘อุทยญฺจ วยญฺจ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถายา’’ติ. มิสฺสกนเยนายํ เทสนา คตาติ อาห ‘‘วิกฺขมฺภนวเสน จ สมุจฺเฉทวเสน จา’’ติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาปญฺญาย เจว มคฺคปญฺญาย จา’’ติ. วิปสฺสนาปญฺญาย วิกฺขมฺภนกิริยโต สา จ โข ปเทสิกาติ นิปฺปเทสิกํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคปญฺญาย ปฏิลาภสํวตฺตนโต’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขกฺขยคามินิภาเวปิ เอเสว นโย. สมฺมาติ ยาถาวโต. อกุปฺปธมฺมตาย หิ มคฺคปญฺญาย เขปิตํ เขปิตเมว, นาสฺส ปุน เขปนกิจฺจํ อตฺถีติ อุปาเยน ญาเยน สา ปวตฺตตีติ อาห ‘‘เหตุนา นเยนา’’ติ. ตติยาทีสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
วิตฺถตสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. กามสุตฺตวณฺณนา
๗. สตฺตเม อสนฺติ ลูนนฺติ เตนาติ อสิตํ, ทาตฺตํ. วิวิธา อาภญฺชนฺติ ภารํ โอลมฺเพนฺติ เตนาติ พฺยาภงฺคี, วิธํ. กุลปุตฺโตติ เอตฺถ ทุวิโธ กุลปุตฺโต ชาติกุลปุตฺโต, อาจารกุลปุตฺโต จ. ตตฺถ ‘‘เตน โข ปน สมเยน รฏฺฐปาโล นาม กุลปุตฺโต ตสฺมึเยว ถุลฺลโกฏฺฐิเก อคฺคกุลิกสฺส ปุตฺโต’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๙๔) เอวํ อาคโต อุจฺจกุลปฺปสุโต ชาติกุลปุตฺโต นาม. ‘‘เย เต กุลปุตฺตา สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๔) เอวํ อาคตา ปน ยตฺถ กตฺถจิ กุเล ปสุตาปิ อาจารสมฺปนฺนา อาจารกุลปุตฺโต นาม. อิธ ปน อาจารกุลปุตฺโต อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘กุลปุตฺโตติ อาจารกุลปุตฺโต’’ติ. ยุตฺตนฺติ อนุจฺฉวิกํ, เอวํ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
กามสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. จวนสุตฺตวณฺณนา
๘. อฏฺฐเม สทฺธายาติ อิมินา อธิคมสทฺธา ทสฺสิตา. จตุพฺพิธา หิ สทฺธา – อาคมนียสทฺธา, อธิคมสทฺธา, ปสาทสทฺธา, โอกปฺปนสทฺธาติ. ตตฺถ อาคมนียสทฺธา สพฺพญฺญุโพธิสตฺตานํ ปวตฺตา โหติ. อาคมนียปฺปฏิปทาย อาคตา หิ สทฺธา สาติสยา มหาโพธิสตฺตานํ ปโรปเทเสน วินา สทฺเธยฺยวตฺถุํ อวิปรีตโต คเหตฺวา อธิมุจฺจนโต. สจฺจปฺปฏิเวธโต อาคตสทฺธา อธิคมสทฺธา สุปฺปพุทฺธาทีนํ วิย. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติอาทินา พุทฺธาทีสุ อุปฺปชฺชนกปฺปสาโท ปสาทสทฺธา มหากปฺปินราชาทีนํ วิย. ‘‘เอวเมต’’นฺติ โอกฺกนฺทิตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา สทฺทหนวเสน กปฺปนํ โอกปฺปนํ, ตเทว สทฺธาติ โอกปฺปนสทฺธา. ตตฺถ ปสาทสทฺธา ปรเนยฺยรูปา โหติ, สวนมตฺเตนปิ ปสีทนโต. โอกปฺปนสทฺธา สทฺเธยฺยํ วตฺถุํ โอคาหิตฺวา อนุปวิสิตฺวา ‘‘เอวเมต’’นฺติ ปจฺจกฺขํ กโรนฺตี วิย ปวตฺตติ.
จวนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ปฐมอคารวสุตฺตวณฺณนา
๙. นวเม อปฺปติสฺสโยติ อปฺปติสฺสโว ว-การสฺส ย-การํ กตฺวา นิทฺเทโส. ครุนา กิสฺมิญฺจิ วุตฺโต คารววเสน ปติสฺสวนํ, ปติสฺสโว, ปติสฺสวภูตํ, ตํสภาวญฺจ ยํ กิญฺจิ คารวํ. นตฺถิ เอตสฺมึ ปติสฺสโวติ อปฺปติสฺสโว, คารววิรหิโต. เตนาห ‘‘อเชฏฺฐโก อนีจวุตฺตี’’ติ.
ปฐมอคารวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ทุติยอคารวสุตฺตวณฺณนา
๑๐. ทสเม วุทฺธินฺติอาทีสุ สีเลน วุทฺธึ, มคฺเคน วิรุฬฺหึ, นิพฺพาเนน เวปุลฺลํ. สีลสมาธีหิ วา วุทฺธึ, วิปสฺสนามคฺเคหิ วิรุฬฺหึ, ผลนิพฺพาเนหิ เวปุลฺลํ. เอตฺถ จ ยสฺส จตุพฺพิธํ สีลํ อขณฺฑาทิภาวปฺปวตฺติยา สุปริสุทฺธํ วิเสสภาคิยตฺตา อปฺปกสิเรเนว มคฺคผลาวหํ สงฺฆรกฺขิตตฺเถรสฺส วิย, โส ตาทิเสน สีเลน อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ อาปชฺชิสฺสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สีเลน วุทฺธิ’’นฺติ. ยสฺส ปน อริยมคฺโค อุปฺปนฺโน, โส วิรูฬฺหมูโล วิย ปาทโป สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา สาสเน วิรูฬฺหึ อาปนฺโน นาม โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘มคฺเคน วิรูฬฺหิ’’นฺติ. โย สพฺพกิเลสนิพฺพานปฺปตฺโต, โส อรหา สีลาทิธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา สติ เวปุลฺลปฺปตฺโต โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘นิพฺพาเนน เวปุลฺล’’นฺติ. ทุติยวิกปฺเป อตฺโถ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ.
ทุติยอคารวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เสขพลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. พลวคฺโค
๑. อนนุสฺสุตสุตฺตวณฺณนา
๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม อภิชานิตฺวาติ อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานิตฺวา. อฏฺฐหิ การเณหิ ตถาคตสฺสาติ ‘‘ตถา อาคโตติ ตถาคโต. ตถา คโตติ ตถาคโต. ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต. ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต. ตถทสฺสิตาย ตถาคโต. ตถาวาทิตาย ตถาคโต. ตถาการิตาย ตถาคโต. อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต’’ติ เอวํ วุตฺเตหิ อฏฺฐหิ การเณหิ. อุสภสฺส อิทนฺติ อาสภํ, เสฏฺฐฏฺฐานํ. เตนาห ‘‘อาสภํ ฐานนฺติ เสฏฺฐฏฺฐาน’’นฺติ. ปรโต ทสฺสิตพลโยเคน ‘‘ทสพโลห’’นฺติ อภีตนาทํ นทติ. พฺรหฺมจกฺกนฺติ เอตฺถ เสฏฺฐปริยาโย. พฺรหฺมสทฺโทติ อาห ‘‘เสฏฺฐจกฺก’’นฺติ. จกฺกญฺเจตํ ธมฺมจกฺกํ อธิปฺเปตํ.
อนนุสฺสุตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สํขิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๑๓. ตติเย กามํ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาโวปิ พลฏฺโฐ เอว, ปฏิปกฺเขหิ ปน อกมฺปนียตฺตํ สาติสยํ พลฏฺโฐติ วุตฺตํ ‘‘มุฏฺฐสฺสจฺเจ น กมฺปตี’’ติ.
สํขิตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. วิตฺถตสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ สติเนปกฺเกนาติ สติยา เนปกฺเกน, ติกฺขวิสทสูรภาเวนาติ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํ ปน เนปกฺกํ นาม ปญฺญาติ อธิปฺปาเยน ‘‘เนปกฺกํ วุจฺจติ ปญฺญา’’ติ วุตฺตํ. เอวํ สติ อญฺโญ นิทฺทิฏฺโฐ นาม โหติ. สติมาติ จ อิมินา สวิเสสา สติ คหิตาติ ปรโตปิ ‘‘จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา อนุสฺสริตา’’ติ สติกิจฺจเมว นิทฺทิฏฺฐํ, น ปญฺญากิจฺจํ, ตสฺมา สติเนปกฺเกนาติ สติยา เนปกฺกภาเวนาติ สกฺกา วิญฺญาตุํ ลพฺภเตว. ปจฺจยวิเสสวเสน อญฺญธมฺมนิรเปกฺโข สติยา พลวภาโว. ตถา หิ ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตนปิ สชฺฌายนสมฺมสนานิ สมฺภวนฺติ.
จิรกตมฺปีติ อตฺตนา วา ปเรน วา กาเยน จิรกตํ เจติยงฺคณวตฺตาทิมหาวตฺตปฺปฏิปตฺติปูรณํ. จิรภาสิตมฺปีติ อตฺตนา วา ปเรน วา วาจาย จิรภาสิตํ สกฺกจฺจํ อุทฺทิสนอุทฺทิสาปนธมฺมาสารณธมฺมเทสนาอุปนิสินฺนกปริกถาอนุโมทนียาทิวเสน ปวตฺติตํ วจีกมฺมํ. สริตา อนุสฺสริตาติ ตสฺมึ กาเยน จิรกเต กาโย นาม กายวิญฺญตฺติ, จิรภาสิเต วาจา นาม วจีวิญฺญตฺติ, ตทุภยมฺปิ รูปํ, ตํสมุฏฺฐาปกา จิตฺตเจตสิกา อรูปํ. อิติ อิเม รูปารูปธมฺมา เอวํ อุปฺปชฺชิตฺวา เอวํ นิรุทฺธาติ สรติ เจว อนุสฺสรติ จ, สติสมฺโพชฺฌงฺคํ สมุฏฺฐาเปตีติ อตฺโถ. โพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปิกา หิ สติ อิธ อธิปฺเปตา. ตาย สติยา เอส สกึ สรเณน สริตา, ปุนปฺปุนํ สรเณน อนุสฺสริตาติ เวทิตพฺพา.
วิตฺถตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕-๑๐. ทฏฺฐพฺพสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๕-๒๐. ปญฺจเม สวิสยสฺมึเยวาติ อตฺตโน อตฺตโน วิสเย เอว. โลกิยโลกุตฺตรธมฺเม กเถตุนฺติ โลกิยธมฺเม โลกุตฺตรธมฺเม จ เตน เตน ปวตฺติวิเสเสน กเถตุํ. จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสูติ สปฺปุริสสํเสโว สทฺธมฺมสฺสวนํ โยนิโสมนสิกาโร ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปตฺตีติ อิเมสุ จตูสุ โสตาปตฺติมคฺคการเณสุ. กามญฺจ เตสุ สติอาทโยปิ ธมฺมา อิจฺฉิตพฺพาว เตหิ วินา เตสํ อสมฺภวโต, ตถาปิ เจตฺถ สทฺธา วิเสสโต กิจฺจการีติ เวทิตพฺพา. สทฺโธ เอว หิ สปฺปุริเส ปยิรุปาสติ, สทฺธมฺมํ สุณาติ, โยนิโส จ อนิจฺจาทิโต มนสิ กโรติ, อริยมคฺคสฺส จ อนุธมฺมํ ปฏิปชฺชติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เอตฺถ สทฺธาพลํ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ. อิมินา นเยน เสสพเลสุปิ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
จตูสุ สมฺมปฺปธาเนสูติ จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานภาวนาย. จตูสุ สติปฏฺฐาเนสูติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ โสตาปตฺติองฺเคสุ สทฺธา วิย, สมฺมปฺปธานภาวนาย วีริยํ วิย จ สติปฏฺฐานภาวนาย ยสฺมา ‘‘วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺส’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. ๑.๑๐๖) วจนโต ปุพฺพภาเค กิจฺจโต สติ อธิกา อิจฺฉิตพฺพา, เอวํ สมาธิกมฺมิกสฺส สมาธิ, ‘‘อริยสจฺจภาวนา ปญฺญาภาวนา’’ติ กตฺวา ตตฺถ ปญฺญา ปุพฺพภาเค อธิกา อิจฺฉิตพฺพาติ ปากโฏยมตฺโถ. อธิคมกฺขเณ ปน สมาธิปญฺญานํ วิย สพฺเพสมฺปิ พลานํ สทฺธาทีนํ สมตาว อิจฺฉิตพฺพา. ตถา หิ ‘‘เอตฺถ สทฺธาพล’’นฺติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ เอตฺถคฺคหณํ กตํ.
อิทานิ สทฺธาทีนํ ตตฺถ ตตฺถ อติเรกกิจฺจตํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺริทํ อุปมา สํสนฺทนํ – ราชปญฺจมสหายา วิย วิมุตฺติปริปาจกานิ ปญฺจ พลานิ. เนสํ กีฬนตฺถํ เอกชฺฌํ วีถิโอตรณํ วิย พลานํ เอกชฺฌํ วิปสฺสนาวีถิโอตรณํ, สหาเยสุ ปฐมาทีนํ ยถาสกํ เคเหว วิจารณา วิย สทฺธาทีนํ โสตาปตฺติองฺคาทีนิ ปตฺวา ปุพฺพงฺคมตา. สหาเยสุ อิตเรสํ ตตฺถ ตตฺถ ตุณฺหีภาโว วิย เสสพลานํ ตตฺถ ตตฺถ ตทนฺวยตา, ตสฺส ปุพฺพงฺคมสฺส พลสฺส กิจฺจานุคตา. น หิ ตทา เตสํ สสมฺภารปถวีอาทีสุ อาปาทีนํ วิย กิจฺจํ ปากฏํ โหติ, สทฺธาทีนํเยว ปน กิจฺจํ วิภูตํ หุตฺวา ติฏฺฐติ ปุเรตรํ ตถาปจฺจเยหิ จิตฺตสนฺตานสฺส อภิสงฺขตตฺตา. เอตฺถ จ วิปสฺสนากมฺมิกสฺส ภาวนา วิเสสโต ปญฺญุตฺตราติ ทสฺสนตฺถํ ราชานํ นิทสฺสนํ กตฺวา ปญฺญินฺทฺริยํ วุตฺตํ. ฉฏฺฐาทีนิ สุวิญฺเญยฺยานิ.
ทฏฺฐพฺพสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
พลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ปญฺจงฺคิกวคฺโค
๑-๒. ปฐมอคารวสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๑-๒๒. ตติยสฺส ปฐเม อาภิสมาจาริกนฺติ อภิสมาจาเร อุตฺตมสมาจาเร ภวํ. กึ ปน ตนฺติ อาห ‘‘วตฺตวเสน ปญฺญตฺตสีล’’นฺติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว. ทุติเย นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
ปฐมอคารวสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓-๔. อุปกฺกิเลสสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๓-๒๔. ตติเย น จ ปภาวนฺตนฺติ น จ ปภาสมฺปนฺนํ. ปภิชฺชนสภาวนฺติ ตาเปตฺวา ตาฬกชฺชนปภงฺคุรํ. อวเสสํ โลหนฺติ วุตฺตาวเสสํ สชาติโลหํ, วิชาติโลหํ, ปิสาจโลหํ, กิตฺติมโลหนฺติ เอวํปเภทํ สพฺพมฺปิ โลหํ. อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนนาติ เอตฺถ นนุ โลกิยกุสลจิตฺตสฺสปิ สุวิสุทฺธสฺสปิ อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนเนว อุปกฺกิเลสตาติ? สจฺจเมตํ, ยสฺมึ ปน สนฺตาเน นีวรณานิ ลทฺธปฺปติฏฺฐานิ, ตตฺถ มหคฺคตกุสลสฺสปิ อสมฺภโว, ปเคว โลกุตฺตรกุสลสฺส. ปริตฺตกุสลํ ปน ยถาปจฺจยํ อุปฺปชฺชมานํ นีวรเณหิ อุปหเต สนฺตาเน อุปฺปตฺติยา อปริสุทฺธํ โหนฺตํ อุปกฺกิลิฏฺฐํ นาม โหติ อปริสุทฺธทีปกปลฺลิกวฏฺฏิเตลาทิสนฺนิสฺสโย ปทีโป วิย. อปิจ นิปฺปริยายโต อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนเนว เตสํ อุปกฺกิเลสตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยทคฺเคน หี’’ติอาทิมาห. อารมฺมเณ วิกฺขิตฺตปฺปวตฺติวเสน จุณฺณวิจุณฺณตา เวทิตพฺพา. จตุตฺเถ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
อุปกฺกิเลสสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. อนุคฺคหิตสุตฺตวณฺณนา
๒๕. ปญฺจเม สมฺมาทิฏฺฐีติ วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐีติอาทินา องฺคุตฺตรภาณกานํ มเตน อยํ อตฺถวณฺณนา อารทฺธา, มชฺฌิมภาณกา ปเนตฺถ อญฺญถา อตฺถํ วทนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ มชฺฌิมฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๕๒) –
‘‘อนุคฺคหิตา’’ติ ลทฺธูปการา. สมฺมาทิฏฺฐีติ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. ผลกฺขเณ นิพฺพตฺตา เจโตวิมุตฺติ ผลํ อสฺสาติ เจโตวิมุตฺติผลา. ตเทว เจโตวิมุตฺติสงฺขาตํ ผลํ อานิสํโส อสฺสาติ เจโตวิมุตฺติผลานิสํสา. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จตุตฺถผลปญฺญา ปญฺญาวิมุตฺติ นาม, อวเสสา ธมฺมา เจโตวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. ‘‘สีลานุคฺคหิตา’’ติอาทีสุ สีลนฺติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. สุตนฺติ สปฺปายธมฺมสฺสวนํ. สากจฺฉาติ กมฺมฏฺฐาเน ขลนปกฺขลนจฺเฉทนกถา. สมโถติ วิปสฺสนาปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย. วิปสฺสนาติ สตฺตวิธา อนุปสฺสนา. จตุปาริสุทฺธิสีลญฺหิ ปูเรนฺตสฺส, สปฺปายธมฺมสฺสวนํ สุณนฺตสฺส, กมฺมฏฺฐาเน ขลนปกฺขลนํ ฉินฺทนฺตสฺส วิปสฺสนาปาทิกาสุ อฏฺฐสุ สมาปตฺตีสุ กมฺมํ กโรนฺตสฺส, สตฺตวิธํ อนุปสฺสนํ ภาเวนฺตสฺส อรหตฺตมคฺโค อุปฺปชฺชิตฺวา ผลํ เทติ.
‘‘ยถา หิ มธุรํ อมฺพปกฺกํ ปริภุญฺชิตุกาโม อมฺพโปตกสฺส สมนฺตา อุทกโกฏฺฐกํ ถิรํ กตฺวา พนฺธติ, ฆฏํ คเหตฺวา กาเลน กาลํ อุทกํ อาสิญฺจติ, อุทกสฺส อนิกฺขมนตฺถํ มริยาทํ ถิรํ กโรติ. ยา โหติ สมีเป วลฺลิ วา สุกฺขทณฺฑโก วา กิปิลฺลิกปุโฏ วา มกฺกฏกชาลํ วา, ตํ อปเนติ, ขณิตฺตึ คเหตฺวา กาเลน กาลํ มูลานิ ปริขณติ, เอวมสฺส อปฺปมตฺตสฺส อิมานิ ปญฺจ การณานิ กโรโต โส อมฺโพ วฑฺฒิตฺวา ผลํ เทติ, เอวํ สมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. รุกฺขสฺส สมนฺตโต โกฏฺฐกพนฺธนํ วิย หิ สีลํ ทฏฺฐพฺพํ, กาเลน กาลํ อุทกสิญฺจนํ วิย ธมฺมสฺสวนํ, มริยาทาย ถิรภาวกรณํ วิย สมโถ, สมีเป วลฺลิอาทีนํ หรณํ วิย กมฺมฏฺฐาเน ขลนปกฺขลนจฺเฉทนํ, กาเลน กาลํ ขณิตฺตึ คเหตฺวา มูลขณนํ วิย สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ ภาวนา, เตหิ ปญฺจหิ การเณหิ อนุคฺคหิตสฺส อมฺพรุกฺขสฺส มธุรผลทานกาโล วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน อิเมหิ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ อนุคฺคหิตาย สมฺมาทิฏฺฐิยา อรหตฺตผลทานํ เวทิตพฺพ’’นฺติ.
เอตฺถ จ ลทฺธูปการาติ ยถารหํ นิสฺสยาทิวเสน ลทฺธปจฺจยา. วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิยา อนุคฺคหิตภาเวน คหิตตฺตา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐีสุ จ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. อนนฺตรสฺส หิ วิธิ ปฏิเสโธ วา, อคฺคผลสมาธิมฺหิ ตปฺปริกฺขารธมฺเมสุเยว จ เกวโล เจโตปริยาโย นิรุโฬฺหติ สมฺมาทิฏฺฐีติ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. ผลกฺขเณติ อนนฺตรํ กาลนฺตเร จาติ ทุวิเธปิ ผลกฺขเณ. ปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน สพฺพสํกิเลเสหิ เจโตวิมุจฺจติ เอตายาติ เจโตวิมุตฺติ, อคฺคผลปญฺญํ ฐเปตฺวา อวเสสา ผลธมฺมา. เตนาห ‘‘เจโตวิมุตฺติ ผลํ อสฺสาติ, เจโตวิมุตฺติสงฺขาตํ ผลํ อานิสํโส’’ติ. สพฺพกิเลเสหิ เจตโส วิมุจฺจนสงฺขาตํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนสญฺญิตํ ปหานํ ผลํ อานิสํโส จาติ โยชนา. อิธ เจโตวิมุตฺติสทฺเทน ปหานมตฺตํ คหิตํ, ปุพฺเพ ปหายกธมฺมา. อญฺญถา ผลธมฺมา เอว อานิสํโสติ คยฺหมาเน ปุนวจนํ นิรตฺถกํ สิยา. ปญฺญาวิมุตฺติผลานิสํสาติ เอตฺถาปิ เอวเมว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา สีลสภาวตฺตา วิเสสโต สมาธิสฺส อุปการา, ตถา สมฺมาสงฺกปฺโป ฌานสภาวตฺตา. ตถา หิ โส ‘‘อปฺปนา’’ติ นิทฺทิฏฺโฐ. สมฺมาสติสมฺมาวายามา ปน สมาธิปกฺขิยา เอวาติ อาห ‘‘อวเสสา ธมฺมา เจโตวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา’’ติ.
จตุปาริสุทฺธิสีลนฺติ อริยมคฺคาธิคมสฺส ปทฏฺฐานภูตํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. สุตาทีสุปิ เอเสว นโย. อตฺตโน จิตฺตปฺปวตฺติอาโรจนวเสน สห กถนํ สํกถา, สํกถาว สากจฺฉา. อิธ ปน กมฺมฏฺฐานปฺปฏิพทฺธาติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐาเน…เป… กถา’’ติ. ตสฺส กมฺมฏฺฐานสฺส เอกวารํ วิธิยา อปฺปฏิปชฺชนํ ขลนํ, อเนกวารํ ปกฺขลนํ, ตทุภยสฺส วิจฺเฉทนี อปนยนี กถา ขลนปกฺขลนจฺเฉทนกถา. ปูเรนฺตสฺสาติ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตํ กตฺวา ปาเลนฺตสฺส พฺรูเหนฺตสฺส จ. สุณนฺตสฺสาติ ‘‘ยถาอุคฺคหิตกมฺมฏฺฐานํ ผาตึ คมิสฺสตี’’ติ เอวํ สุณนฺตสฺส. เตเนว หิ ‘‘สปฺปายธมฺมสฺสวน’’นฺติ วุตฺตํ. กมฺมํ กโรนฺตสฺสาติ ภาวนานุโยคกมฺมํ กโรนฺตสฺส. ปญฺจสุปิ ฐาเนสุ อนฺต-สทฺโท เหตุอตฺถโชตโน ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ ‘‘ยถา หี’’ติอาทินา วุจฺจมานา อมฺพูปมา ยุชฺเชยฺย.
อุทกโกฏฺฐกนฺติ ชลาวาฏํ. ถิรํ กตฺวา พนฺธตีติ อสิถิลํ ทฬฺหํ นาติมหนฺตํ นาติขุทฺทกํ กตฺวา โยเชติ. ถิรํ กโรตีติ อุทกสิญฺจนกาเล ตโต ตโต ปวตฺติตฺวา อุทกสฺส อนิกฺขมนตฺถํ ชลาวาฏปาฬึ ถิรตรํ กโรติ. สุกฺขทณฺฑโกติ ตสฺเสว อมฺพคจฺฉสฺส สุกฺขโก สาขาสีสโก. กิปิลฺลิกปุโฏติ ตมฺพกิปิลฺลิกปุโฏ. ขณิตฺตินฺติ กุทาลํ. โกฏฺฐกพนฺธนํ วิย สีลํ สมฺมาทิฏฺฐิยา วฑฺฒนูปายสฺส มูลภาวโต. อุทกสิญฺจนํ วิย ธมฺมสฺสวนํ ภาวนาย ปริพฺรูหนโต. มริยาทาย ถิรภาวกรณํ วิย สมโถ ยถาวุตฺตาย ภาวนาธิฏฺฐานาย สีลมริยาทาย ทฬฺหีภาวาปาทนโต. สมาหิตสฺส หิ สีลํ ถิรตรํ โหติ. สมีเป วลฺลิอาทีนํ หรณํ วิย กมฺมฏฺฐาเน ขลนปกฺขลนจฺเฉทนํ อิจฺฉิตพฺพภาวนาย วิพนฺธนาปนยนโต. มูลขณนํ วิย สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ ภาวนา ตสฺสา วิพนฺธสฺส มูลภูตานํ ตณฺหามานทิฏฺฐีนํ ปลิขณนโต. เอตฺถ จ ยสฺมา สุปริสุทฺธสีลสฺส กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺตสฺส สปฺปายธมฺมสฺสวนํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตโต ยถาสุเต อตฺเถ สากจฺฉาสมาปชฺชนํ, ตโต กมฺมฏฺฐานวิโสธเนน สมถนิพฺพตฺติ, ตโต สมาหิตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส วิปสฺสนาปาริปูริ, ปริปุณฺณา วิปสฺสนา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐึ พฺรูเหตีติ เอวเมเตสํ องฺคานํ ปรมฺปราย สมฺมุขา อนุคฺคณฺหนโต อยมานุปุพฺพี กถิตาติ เวทิตพฺพํ.
อนุคฺคหิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. วิมุตฺตายตนสุตฺตวณฺณนา
๒๖. ฉฏฺเฐ วิมุตฺติยา วฏฺฏทุกฺขโต วิมุจฺจนสฺส อายตนานิ การณานิ วิมุตฺตายตนานีติ อาห – ‘‘วิมุจฺจนการณานี’’ติ. ปาฬิอตฺถํ ชานนฺตสฺสาติ ‘‘อิธ สีลํ อาคตํ, อิธ สมาธิ, อิธ ปญฺญา’’ติอาทินา ตํตํปาฬิอตฺถํ ยาถาวโต ชานนฺตสฺส. ปาฬึ ชานนฺตสฺสาติ ตทตฺถโพธินึ ปาฬึ ยาถาวโต อุปธาเรนฺตสฺส. ตรุณปีตีติ สญฺชาตมตฺตา มุทุกา ปีติ ชายติ. กถํ ชายติ? ยถาเทสิตํ ธมฺมํ อุปธาเรนฺตสฺส ตทนุจฺฉวิกเมว อตฺตโน กายวาจามโนสมาจารํ ปริคฺคณฺหนฺตสฺส โสมนสฺสํ ปตฺตสฺส ปโมทลกฺขณํ ปาโมชฺชํ ชายติ. ตุฏฺฐาการภูตา พลวปีตีติ ปุริมุปฺปนฺนาย ปีติยา วเสน ลทฺธาเสวนตฺตา อติวิย ตุฏฺฐาการภูตา กายจิตฺตทรถสฺส ปสฺสมฺภนสมตฺถตาย ปสฺสทฺธิยา ปจฺจโย ภวิตุํ สมตฺถา พลปฺปตฺตา ปีติ ชายติ. ยสฺมา นามกาเย ปสฺสทฺเธ รูปกาโยปิ ปสฺสทฺโธ เอว โหติ, ตสฺมา ‘‘นามกาโย ปสฺสมฺภติ’’จฺเจว วุตฺตํ.
สุขํ ปฏิลภตีติ วกฺขมานสฺส จิตฺตสมาธานสฺส ปจฺจโย ภวิตุํ สมตฺถํ เจตสิกํ นิรามิสสุขํ ปฏิลภติ วินฺทติ. สมาธิยตีติ เอตฺถ ปน น โย โกจิ สมาธิ อธิปฺเปโต, อถ โข อนุตฺตรสมาธีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อรหตฺต…เป… สมาธิยตี’’ติ อาห. ‘‘อยํ หี’’ติอาทิ ตสฺสํ เทสนายํ ตาทิสสฺส ปุคฺคลสฺส ยถาวุตฺตสมาธิปฏิลาภสฺส การณภาววิภาวนํ, ยํ ตถา วิมุตฺตายตนภาโว. โอสกฺกิตุนฺติ ทสฺสิตุํ. สมาธิเยว สมาธินิมิตฺตนฺติ กมฺมฏฺฐานปาฬิยา อารุโฬฺห สมาธิ เอว ปรโต อุปฺปชฺชนกภาวนาสมาธิสฺส การณภาวโต สมาธินิมิตฺตํ. เตนาห ‘‘อาจริยสฺส สนฺติเก’’ติอาทิ.
วิมุตฺตายตนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สมาธิสุตฺตวณฺณนา
๒๗. สตฺตเม สพฺพโส กิเลสทุกฺขทรถปริฬาหานํ วิคตตฺตา สาติสยเมตฺถ สุขนฺติ วุตฺตํ ‘‘อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ สุขตฺตา ปจฺจุปฺปนฺนสุโข’’ติ. ปุริมสฺส ปุริมสฺส วเสน ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ ลทฺธาเสวนตาย สนฺตปณีตตรภาวปฺปตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘ปุริโม…เป… สุขวิปาโก’’ติ. กิเลสปฺปฏิปฺปสฺสทฺธิยาติ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสมฺภเนน ลทฺธตฺตา. ‘‘กิเลสปฺปฏิปฺปสฺสทฺธิภาวนฺติ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนภาวํ. ลทฺธตฺตา ปตฺตตฺตา ตพฺภาวํ อุปคตตฺตา. โลกิยสมาธิสฺส ปจฺจนีกานิ นีวรณปฐมชฺฌานนิกนฺติอาทีนิ นิคฺคเหตพฺพานิ, อญฺเญ กิเลสา วาเรตพฺพา. อิมสฺส ปน อรหตฺตสมาธิสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธสพฺพกิเลสตฺตา น นิคฺคเหตพฺพํ วาเรตพฺพญฺจ อตฺถีติ มคฺคานนฺตรํ สมาปตฺติกฺขเณ จ อปฺปโยเคน อธิคตตฺตา อปฺปิตตฺตา จ อปริหานิวเสน วา อปฺปิตตฺตา น สสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตคโต. สติเวปุลฺลปฺปตฺตตฺตาติ เอเตน อปฺปวตฺตมานายปิ สติยา สติพหุลตาย สโต เอว นามาติ ทสฺเสติ. ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสนาติ เอเตน ปริจฺฉินฺนสฺสติยา สโตติ ทสฺเสติ. เสเสสูติ ญาเณสุ.
สมาธิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘-๙. ปญฺจงฺคิกสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๘-๒๙. อฏฺฐเม กโร วุจฺจติ ปุปฺผสมฺภวํ ‘‘คพฺภาสเย กิรียตี’’ติ กตฺวา. กรโต ชาโต กาโย กรชกาโย, ตทุปนิสฺสโย จตุสนฺตติรูปสมุทาโย. กามํ นามกาโยปิ วิเวกเชน ปีติสุเขน ตถาลทฺธูปกาโร, ‘‘อภิสนฺเทตี’’ติอาทิวจนโต ปน รูปกาโย อิธ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อิมํ กรชกาย’’นฺติ. อภิสนฺเทตีติ อภิสนฺทนํ กโรติ. ตํ ปน อภิสนฺทนํ ฌานมเยน ปีติสุเขน กรชกายสฺส ตินฺตภาวาปาทนํ สพฺพตฺถกเมว ลูขภาวาปนยนนฺติ อาห ‘‘เตเมตี’’ติอาทิ. ตยิทํ อภิสนฺทนํ อตฺถโต ยถาวุตฺตปีติสุขสมุฏฺฐาเนหิ ปณีตรูเปหิ กายสฺส ปริปฺผรณํ ทฏฺฐพฺพํ. ปริสนฺเทตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. สพฺพํ เอตสฺส อตฺถีติ สพฺพาวา, ตสฺส สพฺพาวโต. อวยวาวยวิสมฺพนฺเธ อวยวินิ สามิวจนนฺติ อวยววิสโย สพฺพ-สทฺโท, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สพฺพโกฏฺฐาสวโต’’ติ. อผุฏํ นาม น โหติ ยตฺถ ยตฺถ กมฺมชรูปํ, ตตฺถ ตตฺถ จิตฺตชรูปสฺส อภิพฺยาปนโต. เตนาห ‘‘อุปาทินฺนกสนฺตตี’’ติอาทิ.
เฉโกติ กุสโล. ตํ ปนสฺส โกสลฺลํ นหานียจุณฺณานํ กรเณ ปิณฺฑิกรเณ จ สมตฺถตาวเสน เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘ปฏิพโล’’ติอาทิ. กํส-สทฺโท ‘‘มหติยา กํสปาติยา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๖๑) สุวณฺเณ อาคโต.‘‘กํโส อุปหโต ยถา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๓๔) กิตฺติมโลเห. กตฺถจิ ปณฺณตฺติมตฺเต ‘‘อุปกํโส นาม ราชาสิ, มหากํสสฺส อตฺรโช’’ติอาทิ (ชา. อฏฺฐ. ๔.๑๐.๑๖๔ ฆฏปณฺฑิตชาตกวณฺณนา). อิธ ปน ยตฺถ กตฺถจิ โลเหติ อาห ‘‘เยน เกนจิ โลเหน กตภาชเน’’ติ. เสฺนหานุคตาติ อุทกสิเนเหน อนุปฺปวิสนวเสน คตา อุปคตา. เสฺนหปเรตาติ อุทกสิเนเหน ปริโต คตา สมนฺตโต ผุฏา. ตโต เอว สนฺตรพาหิรา ผุฏา เสฺนเหน. เอเตน สพฺพโส อุทเกน เตมิตภาวมาห. น จ ปคฺฆริณีติ เอเตน ตินฺตสฺสปิ ตสฺส ฆนถทฺธภาวํ วทติ. เตนาห ‘‘น พินฺทุพินฺทู’’ติอาทิ.
ตาหิ ตาหิ อุทกสิราหิ อุพฺภิชฺชตีติ อุพฺภิทํ, อุพฺภิทํ อุทกํ เอตสฺสาติ อุพฺภิโททโก. อุพฺภินฺนอุทโกติ นทีตีเร ขตกูปโก วิย อุพฺภิชฺชนกอุทโก. อุคฺคจฺฉนอุทโกติ ธาราวเสน อุฏฺฐหนอุทโก. กสฺมา ปเนตฺถ อุพฺภิโททโกว รหโท คหิโต, น อิตโรติ อาห ‘‘เหฏฺฐา อุคฺคจฺฉนอุทกญฺหี’’ติอาทิ. ธารานิปาตพุพฺพุฬเกหีติ ธารานิปาเตหิ จ อุทกพุพฺพุเฬหิ จ. ‘‘เผณปฏเลหิ จา’’ติ วตฺตพฺพํ, สนฺนิสินฺนเมว อปริกฺโขภตาย นิจฺจลเมว, สุปฺปสนฺนเมวาติ อธิปฺปาโย. เสสนฺติ ‘‘อภิสนฺเทตี’’ติอาทิกํ.
อุปฺปลานีติ อุปฺปลคจฺฉานิ. เสตรตฺตนีเลสูติ อุปฺปเลสุ, เสตุปฺปลรตฺตุปฺปลนีลุปฺปเลสูติ อตฺโถ. ยํ กิญฺจิ อุปฺปลํ อุปฺปลเมว สามญฺญคฺคหณโต. สตปตฺตนฺติ เอตฺถ สต-สทฺโท พหุปริยาโย ‘‘สตคฺฆี’’ติอาทีสุ วิย. เตน อเนกสตปตฺตสฺสปิ สงฺคโห สิทฺโธ โหติ. โลเก ปน รตฺตํ ปทุมํ, เสตํ ปุณฺฑรีกนฺติ วุจฺจติ. ยาว อคฺคา ยาว จ มูลา อุทเกน อภิสนฺทนาทิสมฺภวทสฺสนตฺถํ อุทกานุคฺคตคฺคหณํ. อิธ อุปฺปลาทีนิ วิย กรชกาโย, อุทกํ วิย ตติยชฺฌานสุขํ.
ยสฺมา ปริสุทฺเธน เจตสาติ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตมาห, ตญฺจ ราคาทิอุปกฺกิเลสมลาปคมโต นิรุปกฺกิเลสํ นิมฺมลํ, ตสฺมา อาห ‘‘นิรุปกฺกิเลสฏฺเฐน ปริสุทฺธ’’นฺติ. ยสฺมา ปน ปาริสุทฺธิยา เอว ปจฺจยวิเสเสน ปวตฺติวิเสโส ปริโยทาตตา สุธนฺตสุวณฺณสฺส นิฆํสเนน ปภสฺสรตา วิย, ตสฺมา อาห ‘‘ปภสฺสรฏฺเฐน ปริโยทาตํ เวทิตพฺพ’’นฺติ. อิทนฺติ โอทาตวจนํ. อุตุผรณตฺถนฺติ อุตุโน ผรณทสฺสนตฺถํ. อุตุผรณํ น โหติ เสสนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตงฺขณ …เป… พลวํ โหตี’’ติ. วตฺถํ วิย กรชกาโยติ โยคิโน กรชกาโย วตฺถํ วิย ทฏฺฐพฺโพ อุตุผรณสทิเสน จตุตฺถชฺฌานสุเขน ผริตพฺพตฺตา. ปุริสสฺส สรีรํ วิย จตุตฺถชฺฌานํ ทฏฺฐพฺพํ อุตุผรณฏฺฐานิยสฺส สุขสฺส นิสฺสยภาวโต. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ตตฺถ จ ‘‘ปริสุทฺเธน เจตสา’’ติ เจโตคหเณน ฌานสุขํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘อุตุผรณํ วิย จตุตฺถชฺฌานสุข’’นฺติ. นนุ จ จตุตฺถชฺฌาเน สุขเมว นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, สาตลกฺขณสนฺตสภาวตฺตา ปเนตฺถ อุเปกฺขา ‘‘สุข’’นฺติ อธิปฺเปตา. เตน วุตฺตํ สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๓๒) ‘‘อุเปกฺขา ปน สนฺตตฺตา, สุขมิจฺเจว ภาสิตา’’ติ.
ตสฺส ตสฺส สมาธิสฺส สรูปทสฺสนสฺส ปจฺจยตฺตา ปจฺจเวกฺขณญาณํ ปจฺจเวกฺขณนิมิตฺตํ. สมภริโตติ สมปุณฺโณ.
มณฺฑภูมีติ ปปาวณฺณภูมิ. ยตฺถ สลิลสิญฺจเนน วินาว สสฺสานิ ฐิตานิ สมฺปชฺชนฺติ. ยุเค โยเชตพฺพานิ โยคฺคานิ, เตสํ อาจริโย โยคฺคาจริโย. เตสํ สิกฺขาปนโต หตฺถิอาทโยปิ ‘‘โยคฺคา’’ติ วุจฺจนฺตีติ อาห ปาฬิยํ ‘‘อสฺสทมฺมสารถี’’ติ. เยน เยนาติ จตูสุ มคฺเคสุ เยน เยน มคฺเคน. ยํ ยํ คตินฺติ ชวสมชวาทิเภทาสุ คตีสุ ยํ ยํ คตึ. นวเม นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
ปญฺจงฺคิกสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. นาคิตสุตฺตวณฺณนา
๓๐. ทสเม อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทาติ อุทฺธํ อุคฺคตตฺตา อุจฺโจ ปตฺถโฏ มหนฺโต วินิพฺภิชฺชิตฺวา คเหตุํ อสกฺกุเณยฺโย สทฺโท เอเตสนฺติ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทา. วจีโฆโสปิ หิ พหูหิ เอกชฺฌํ ปวตฺติโต อตฺถโต สทฺทโต จ ทุรวโพโธ เกวลํ มหานิคฺโฆโส เอว หุตฺวา โสตปถมาคจฺฉติ. มจฺฉวิโลเปติ มจฺฉานํ วิลุมฺปิตฺวา วิย คหเณ, มจฺฉานํ วา วิลุมฺปเน. เกวฏฺฏานญฺหิ มจฺฉปจฺฉิฐปิตฏฺฐาเน มหาชโน สนฺนิปติตฺวา ‘‘อิธ อญฺญํ เอกํ มจฺฉํ เทหิ, เอกํ มจฺฉผาลํ เทหี’’ติ, ‘‘เอตสฺส เต มหา ทินฺโน, มยฺหํ ขุทฺทโก’’ติ เอวํ อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ กโรนฺติ. มจฺฉคฺคหณตฺถํ ชาเล ปกฺขิตฺเตปิ ตสฺมึ ฐาเน เกวฏฺฏา เจว อญฺเญ จ ‘‘ปวิฏฺโฐ คหิโต’’ติ มหาสทฺทํ กโรนฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อสุจิสุขนฺติ กายาสุจิสนฺนิสฺสิตตฺตา กิเลสาสุจิสนฺนิสฺสิตตฺตา จ อสุจิสนฺนิสฺสิตสุขํ. เนกฺขมฺมสุขสฺสาติ กามโต นิกฺขมนฺตสฺส สุขสฺส. ปวิเวกสุขสฺสาติ คณสงฺคณิกโต กิเลสสงฺคณิกโต จ วิคตสฺส สุขสฺส. อุปสมสุขสฺสาติ ราคาทิวูปสมาวหสฺส สุขสฺส. สมฺโพธสุขนฺติ มคฺคสงฺขาตสฺส สมฺโพธสฺส นิฏฺฐปฺปตฺตตฺถาย สุขํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
นาคิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจงฺคิกวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สุมนวคฺโค
๑. สุมนสุตฺตวณฺณนา
๓๑. จตุตฺถสฺส ปฐเม สตกฺกกูติ สตสิขโร, อเนกกูโฏติ อตฺโถ. อิทํ ตสฺส มหาเมฆภาวทสฺสนํ. โส หิ มหาวสฺสํ วสฺสติ. เตเนวาห – ‘‘อิโต จิโต จ อุฏฺฐิเตน วลาหกกูฏสเตน สมนฺนาคโตติ อตฺโถ’’ติ. ทสฺสนสมฺปนฺโนติ เอตฺถ ทสฺสนํ นาม โสตาปตฺติมคฺโค. โส หิ ปฐมํ นิพฺพานทสฺสนโต ‘‘ทสฺสน’’นฺติ วุจฺจติ. ยทิปิ ตํ โคตฺรภุ ปฐมตรํ ปสฺสติ, ทิสฺวา ปน กตฺตพฺพกิจฺจสฺส กิเลสปฺปหานสฺส อกรณโต น ตํ ‘‘ทสฺสน’’นฺติ วุจฺจติ. อาวชฺชนฏฺฐานิยญฺหิ ตํ ญาณํ. มคฺคสฺส นิพฺพานารมฺมณตาสามญฺเญน เจตํ วุตฺตํ, น นิพฺพานปฺปฏิวิชฺฌเนน, ตสฺมา ธมฺมจกฺขุํ ปุนปฺปุนํ นิพฺพตฺตเนน ภาวนํ อปฺปตฺตํ ทสฺสนํ, ธมฺมจกฺขุญฺจ ปริญฺญาทิกิจฺจกรเณน จตุสจฺจธมฺมทสฺสนํ ตทภิสมโยติ นตฺเถตฺถ โคตฺรภุสฺส ทสฺสนภาวาปตฺติ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สุมนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. จุนฺทีสุตฺตวณฺณนา
๓๒. ทุติเย ‘‘อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๑๗๙) อริยกนฺตานีติ ปญฺจสีลานิ อาคตานิ. อริยกนฺตานิ หิ ปญฺจสีลานิ อริยานํ กนฺตานิ ปิยานิ, ภวนฺตรคตาปิ อริยา ตานิ น วิชหนฺติ. อิธ ปน ‘‘ยาวตา, จุนฺท, สีลานิ อริยกนฺตานิ สีลานิ, เตสํ อคฺคมกฺขายติ…เป… อคฺเค เต ปริปูรการิโน’’ติ วุตฺตตฺตา มคฺคผลานิ สีลานิ อธิปฺเปตานีติ อาห ‘‘อริยกนฺตานิ สีลานีติ มคฺคผลสมฺปยุตฺตานิ สีลานี’’ติ.
จุนฺทีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อุคฺคหสุตฺตวณฺณนา
๓๓. ตติเย สพฺพปฐมํ อุฏฺฐานสีลาติ รตฺติยา วิภายนเวลาย สามิเก ปริชเน เสยฺยาย อวุฏฺฐิเต สพฺพปฐมํ อุฏฺฐานสีลา. สามิกํ ทิสฺวา นิสินฺนาสนโต อคฺคิทฑฺฒา วิย ปฐมเมว วุฏฺฐหนฺตีติ วา ปุพฺพุฏฺฐายินิโย. กึการนฺติ กึกรณียํ, กึกรณภาเวน ปุจฺฉิตฺวา กาตพฺพเวยฺยาวจฺจนฺติ อตฺโถ. ตํ ปฏิสฺสุณนฺตา วิจรนฺตีติ กึการปฺปฏิสฺสาวินิโย. มนาปํเยว กิริยํ กโรนฺติ สีเลนาติ มนาปจารินิโย. ปิยเมว วทนฺติ สีเลนาติ ปิยวาทินิโย.
ตตฺรุปายายาติ ตตฺร กมฺเม สาเธตพฺพอุปายภูตาย วีมํสาย. เตนาห ‘‘ตสฺมึ อุณฺณากปฺปาสสํวิธาเน’’ติอาทิ. อลํ กาตุนฺติ กาตุํ สมตฺถา. อลํ สํวิธาตุนฺติ วิจาเรตุํ สมตฺถา. เตนาห ‘‘อลํ กาตุํ อลํ สํวิธาตุนฺติ อตฺตนา กาตุมฺปิ ปเรหิ การาเปตุมฺปี’’ติอาทิ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อุคฺคหสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔-๕. สีหเสนาปติสุตฺตาทิวณฺณนา
๓๔-๓๕. จตุตฺเถ สนฺทิฏฺฐิกนฺติ อสมฺปรายิกตาย สามํ ทฏฺฐพฺพํ. สยํ อนุภวิตพฺพํ อตฺตปจฺจกฺขํ ทิฏฺฐธมฺมิกนฺติ อตฺโถ. น สทฺธามตฺตเกเนว ติฏฺฐตีติ ‘‘ทานํ นาม สาธุ สุนฺทรํ, พุทฺธาทีหิ ปณฺฑิเตหิ ปสตฺถ’’นฺติ เอวํ สทฺธามตฺตเกเนว น ติฏฺฐติ. ยํ ทานํ เทตีติ ยํ เทยฺยธมฺมํ ปรสฺส เทติ. ตสฺส ปติ หุตฺวาติ ตพฺพิสยํ โลภํ สุฏฺฐุ อภิภวนฺโต ตสฺส อธิปติ หุตฺวา เทติ. เตน อนธิภวนียตฺตา น ทาโส น สหาโยติ. ตตฺถ ตทุภยํ อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘โย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทาโส หุตฺวา เทติ ตณฺหาทาสพฺยสฺส อุปคตตฺตา. สหาโย หุตฺวา เทติ ตสฺส ปิยภาวาวิสฺสชฺชนโต. สามี หุตฺวา เทติ ตตฺถ ตณฺหาทาสพฺยโต อตฺตานํ โมเจตฺวา อภิภุยฺย ปวตฺตนโต. อถ วา โย ทานสีลตาย ทายโก ปุคฺคโล, โส ทาเน ปวตฺติเภเทน ทานทาโส, ทานสหาโย, ทานปตีติ ติปฺปกาโร โหติ. ตทสฺส ติปฺปการตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘โย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทาตพฺพฏฺเฐน ทานํ, อนฺนปานาทิ.
ตตฺถ ยํ อตฺตนา ปริภุญฺชติ, ตณฺหาธิปนฺนตาย ตสฺส วเสน วตฺตนโต ทาโส วิย โหติ. ยํ ปเรสํ ทียติ, ตตฺถาปิ อนฺนปานสามญฺเญน อิทํ วุตฺตํ ‘‘ทานสงฺขาตสฺส เทยฺยธมฺมสฺส ทาโส หุตฺวา’’ติ. สหาโย หุตฺวา เทติ อตฺตนา ปริภุญฺชิตพฺพสฺส ปเรสํ ทาตพฺพสฺส จ สมสมํ ฐปนโต. ปติ หุตฺวา เทติ สยํ เทยฺยธมฺมสฺส วเส อวตฺติตฺวา ตสฺส อตฺตโน วเส วตฺตาปนโต. อปโร นโย – โย อตฺตนา ปณีตํ ปริภุญฺชิตฺวา ปเรสํ นิหีนํ เทติ, โส ทานทาโส นาม ตนฺนิมิตฺตนิหีนภาวาปตฺติโต. โย ยาทิสํ อตฺตนา ปริภุญฺชติ, ตาทิสเมว ปเรสํ เทติ, โส ทานสหาโย นาม ตนฺนิมิตฺตหีนาธิกภาววิวชฺชเนน สทิสภาวาปตฺติโต. โย อตฺตนา นิหีนํ ปริภุญฺชิตฺวา ปเรสํ ปณีตํ เทติ, โส ทานปติ นาม ตนฺนิมิตฺตเสฏฺฐภาวาปตฺติโต.
นิตฺเตชภูโต เตชหานิปฺปตฺติยา. สห พฺยติ คจฺฉตีติ สหโพฺย, สหปวตฺตนโก, ตสฺส ภาโว สหพฺยตา, สหปวตฺตีติ อาห ‘‘สหภาวํ เอกีภาวํ คตา’’ติ. อสิตสฺสาติ วา อพนฺธสฺส, ตณฺหาพนฺธเนน อพนฺธสฺสาติ อตฺโถ. ปญฺจมํ อุตฺตานเมว.
สีหเสนาปติสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖-๗. กาลทานสุตฺตาทิวณฺณนา
๓๖-๓๗. ฉฏฺเฐ อารามโตติ ผลารามโต. ปฐมุปฺปนฺนานีติ สพฺพปฐมํ สุชาตานิ. ภาสิตญฺญูติ ภิกฺขู ฆรทฺวาเร ฐิตา กิญฺจาปิ ตุณฺหี โหนฺติ, อตฺถโต ปน ‘‘ภิกฺขํ เทถา’’ติ วทนฺติ นาม อริยาย ยาจนาย. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อุทฺธิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ, เอสา อริยานํ ยาจนา’’ติ. ตตฺร เย ‘‘มยํ ปจาม, อิเม น ปจนฺติ, ปจมาเน ปตฺวา อลภนฺตา กุหึ ลภิสฺสนฺตี’’ติ เทยฺยธมฺมํ สํวิภชนฺติ, เต ภาสิตญฺญู นาม ญตฺวา กตฺตพฺพสฺส กรณโต. ยุตฺตปฺปตฺตกาเลติ ทาตุํ ยุตฺตปฺปตฺตกาเล. อปฺปฏิวานจิตฺโตติ อนิวตฺตนจิตฺโต. สตฺตมํ อุตฺตานเมว.
กาลทานสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. สทฺธสุตฺตวณฺณนา
๓๘. อฏฺฐเม อนุกมฺปนฺตีติ ‘‘สพฺเพ สตฺตา สุขี โหนฺตุ อเวรา อพฺยาปชฺชา’’ติ เอวํ หิตผรเณน อนุคฺคณฺหนฺติ. อปิจ อุปฏฺฐากานํ เคหํ อญฺเญ สีลวนฺเต สพฺรหฺมจาริโน คเหตฺวา ปวิสนฺตาปิ อนุคฺคณฺหนฺติ นาม. นีจวุตฺตินฺติ ปณิปาตสีลํ. โกธมานถทฺธตาย รหิตนฺติ โกธมานวเสน อุปฺปนฺโน โย ถทฺธภาโว จิตฺตสฺส อุทฺธุมาตลกฺขโณ, เตน วิรหิตนฺติ อตฺโถ. โสรจฺเจนาติ ‘‘ตตฺถ กตมํ โสรจฺจํ? โย กายิโก อวีติกฺกโม, วาจสิโก อวีติกฺกโม, กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม, อิทํ วุจฺจติ โสรจฺจํ. สพฺโพปิ สีลสํวโร โสรจฺจ’’นฺติ เอวมาคเตน สีลสํวรสงฺขาเตน โสรตภาเวน. สขิลนฺติ ‘‘ตตฺถ กตมํ สาขลฺยํ? ยา สา วาจา ถทฺธกา กกฺกสา ผรุสา กฏุกา อภิสชฺชนี โกธสามนฺตา อสมาธิสํวตฺตนิกา, ตถารูปึ วาจํ ปหาย ยา สา วาจา เนลา กณฺณสุขา เปมนียา หทยงฺคมา โปรี พหุชนกนฺตา พหุชนมนาปา, ตถารูปึ วาจํ ภาสิตา โหติ. ยา ตตฺถ สณฺหวาจตา สขิลวาจตา อผรุสวาจตา, อิทํ วุจฺจติ สาขลฺย’’นฺติ (ธ. ส. ๑๓๕๐) เอวํ วุตฺเตน สมฺโมทกมุทุภาเวน สมนฺนาคตํ. เตนาห ‘‘สขิลนฺติ สมฺโมทก’’นฺติ.
สทฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙-๑๐. ปุตฺตสุตฺตาทิวณฺณนา
๓๙-๔๐. นวเม ภโตติ โปสิโต. ตํ ปน ภรณํ ชาตกาลโต ปฏฺฐาย สุขปจฺจยูปหรเณน ทุกฺขปจฺจยาปหรเณน จ ปวตฺติตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อเมฺหหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. หตฺถปาทวฑฺฒนาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน มุเขน สิงฺฆานิกาปนยนนหาปนมณฺฑนาทิญฺจ สงฺคณฺหาติ. มาตาปิตูนํ สนฺตกํ เขตฺตาทึ อวินาเสตฺวา รกฺขิตํ เตสํ ปรมฺปราย ฐิติยา การณํ โหตีติ อาห ‘‘อมฺหากํ สนฺตกํ…เป… กุลวํโส จิรํ ฐสฺสตี’’ติ. สลากภตฺตาทีนิ อนุปจฺฉินฺทิตฺวาติ สลากภตฺตาทีนิ อวิจฺฉินฺทิตฺวา. ยสฺมา ทายชฺชปฺปฏิลาภสฺส โยคฺยภาเวน วตฺตมาโนเยว ทายสฺส ปฏิปชฺชิสฺสติ, น อิตโรติ อาห ‘‘กุลวํสานุรูปาย ปฏิปตฺติยา’’ติอาทิ. อตฺตนา ทายชฺชารหํ กโรนฺโตติ อตฺตานํ ทายชฺชารหํ กโรนฺโต. มาตาปิตโร หิ อตฺตโน โอวาเท อวตฺตมาเน มิจฺฉาปฏิปนฺเน ทารเก วินิจฺฉยํ คนฺตฺวา อปุตฺเต กโรนฺติ, เต ทายชฺชารหา น โหนฺติ. โอวาเท วตฺตมาเน ปน กุลสนฺตกสฺส สามิเก กโรนฺติ. ตติยทิวสโต ปฏฺฐายาติ มตทิวสโต ตติยทิวสโต ปฏฺฐาย. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว. ทสมํ อุตฺตานเมว.
ปุตฺตสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สุมนวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มุณฺฑราชวคฺโค
๑-๒. อาทิยสุตฺตาทิวณฺณนา
๔๑-๔๒. ปญฺจมสฺส ปฐเม อุฏฺฐานวีริยาธิคเตหีติ วา อุฏฺฐาเนน จ วีริเยน จ อธิคเตหิ. ตตฺถ อุฏฺฐานนฺติ กายิกํ วีริยํ. วีริยนฺติ เจตสิกนฺติ วทนฺติ. อุฏฺฐานนฺติ วา โภคุปฺปาทเน ยุตฺตปฺปยุตฺตตา. วีริยํ ตชฺโช อุสฺสาโห. ปีณิตนฺติ ธาตํ สุติตฺตํ. ตถาภูโต ปน ยสฺมา ถูลสรีโร โหติ, ตสฺมา ‘‘ถูลํ กโรตี’’ติ วุตฺตํ. ทุติยํ อุตฺตานเมว.
อาทิยสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อิฏฺฐสุตฺตวณฺณนา
๔๓. ตติเย อปฺปมาทํ ปสํสนฺตีติ ‘‘เอตานิ อายุอาทีนิ ปตฺถยนฺเตน อปฺปมาโท กาตพฺโพ’’ติ อปฺปมาทเมว ปสํสนฺติ ปณฺฑิตา. ยสฺมา วา ปุญฺญกิริยาสุ ปณฺฑิตา อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ, ตสฺมา อายุอาทีนิ ปตฺถยนฺเตน อปฺปมาโทว กาตพฺโพติ อตฺโถ. ปุริมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป ‘‘ปุญฺญกิริยาสู’’ติ ปทสฺส ‘‘อปฺปมตฺโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ยสฺมา ปณฺฑิตา อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ, ยสฺมา จ ปุญฺญกิริยาสุ อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคโต โหติ, ตสฺมา อายุอาทีนิ ปตฺถยนฺเตน อปฺปมาโทว กาตพฺโพ. ทุติยสฺมึ อตฺถวิกปฺเป ปณฺฑิตา อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ. กตฺถาติ? ปุญฺญกิริยาสุ. กสฺมาติ เจ? ยสฺมา อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต, ตสฺมาติ อตฺโถ. อตฺถปฺปฏิลาเภนาติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิหิตปฺปฏิลาเภน.
อิฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. มนาปทายีสุตฺตวณฺณนา
๔๔. จตุตฺเถ ฌานมเนน นิพฺพตฺตํ มโนมยนฺติ อาห ‘‘สุทฺธาวาเสสุ เอกํ ฌานมเนน นิพฺพตฺตํ เทวกาย’’นฺติ. สติปิ หิ สพฺพสตฺตานํ อภิสงฺขารมนสา นิพฺพตฺตภาเว พาหิรปจฺจเยหิ วินา มนสาว นิพฺพตฺตตฺตา ‘‘มโนมยา’’ติ วุจฺจนฺติ รูปาวจรสตฺตา. ยทิ เอวํ กามภเว โอปปาติกสตฺตานมฺปิ มโนมยภาโว อาปชฺชตีติ เจ? น, ตตฺถ พาหิรปจฺจเยหิ นิพฺพตฺเตตพฺพตาสงฺกาย เอว อภาวโต ‘‘มนสาว นิพฺพตฺตา’’ติ อวธารณาสมฺภวโต. นิรุโฬฺห วายํ โลเก มโนมยโวหาโร รูปาวจรสตฺเตสุ. ตถา หิ ‘‘อนฺนมโย, ปาณมโย, มโนมโย, อานนฺทมโย, วิญฺญาณมโย’’ติ ปญฺจธา อตฺตานํ เวทวาทิโนปิ วทนฺติ. อุจฺเฉทวาทิโนปิ วทนฺติ ‘‘ทิพฺโพ รูปี มโนมโย’’ติ (ที. นิ. ๑.๘๗). ตีสุ วา กุลสมฺปตฺตีสูติ พฺราหฺมณขตฺติยเวสฺสสงฺขาเตสุ สมฺปนฺนกุเลสุ. ฉสุ วา กามสคฺเคสูติ ฉสุ กามาวจรเทเวสุ.
มนาปทายีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕-๖. ปุญฺญาภิสนฺทสุตฺตาทิวณฺณนา
๔๕-๔๖. ปญฺจเม อสงฺเขยฺโยติ อาฬฺหกคณนาย อสงฺเขยฺโย. โยชนวเสน ปนสฺส สงฺขา อตฺถิ เหฏฺฐา มหาปถวิยา อุปริ อากาเสน ปริสมนฺตโต จกฺกวาฬปพฺพเตน มชฺเฌ ตตฺถ ตตฺถ ฐิตเกหิ ทีปปพฺพตปริยนฺเตหิ ปริจฺฉินฺนตฺตา ชานนฺเตน โยชนโต สงฺขาตุํ สกฺกาติ กตฺวา. มหาสรีรมจฺฉกุมฺภีลยกฺขรกฺขสมหานาคทานวาทีนํ สวิญฺญาณกานํ พลวามุขปาตาลาทีนํ อวิญฺญาณกานํ เภรวารมฺมณานํ วเสน พหุเภรวํ. ปุถูติ พหู. สวนฺตีติ สนฺทมานา. อุปยนฺตีติ อุปคจฺฉนฺติ. ฉฏฺฐํ อุตฺตานเมว.
ปุญฺญาภิสนฺทสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗-๘. ธนสุตฺตาทิวณฺณนา
๔๗-๔๘. สตฺตเม สทฺธาติ มคฺเคนาคตา สทฺธา. สีลญฺจ ยสฺส กลฺยาณนฺติ กลฺยาณสีลํ นาม อริยสาวกสฺส อริยกนฺตํ สีลํ วุจฺจติ. ตตฺถ กิญฺจาปิ อริยสาวกสฺส เอกสีลมฺปิ อกนฺตํ นาม นตฺถิ, อิมสฺมึ ปนตฺเถ ภวนฺตเรปิ อปฺปหีนํ ปญฺจสีลํ อธิปฺเปตํ. อฏฺฐมํ อุตฺตานเมว.
ธนสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. โกสลสุตฺตวณฺณนา
๔๙. นวเม ปติตกฺขนฺโธติ สมฺมุขา กิญฺจิ โอโลเกตุํ อสมตฺถตาย อโธมุโข. นิปฺปฏิภาโนติ สหธมฺมิกํ กิญฺจิ วตฺตุํ อวิสหนโต นิปฺปฏิภาโน ปฏิภานรหิโต.
โกสลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. นารทสุตฺตวณฺณนา
๕๐. ทสเม อชฺโฌมุจฺฉิโตติ อธิมตฺตาย ตณฺหามุจฺฉาย มุจฺฉิโต, มุจฺฉํ โมหํ ปมาทํ อาปนฺโน. เตนาห ‘‘คิลิตฺวา…เป… อติเรกมุจฺฉาย ตณฺหาย สมนฺนาคโต’’ติ. มหจฺจาติ มหติยา. ลิงฺควิปลฺลาเสน เจตํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘มหตา ราชานุภาเวนา’’ติ.
นารทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มุณฺฑราชวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปฐมปณฺณาสกํ นิฏฺฐิตํ.
๒. ทุติยปณฺณาสกํ
(๖) ๑. นีวรณวคฺโค
๑-๒. อาวรณสุตฺตาทิวณฺณนา
๕๑-๕๒. ทุติยสฺส ปฐเม อาวรนฺตีติ อาวรณา, นีวารยนฺตีติ นีวรณา. เอตฺถ จ อาวรนฺตีติ กุสลธมฺมุปฺปตฺตึ อาทิโต ปริวาเรนฺติ. นีวารยนฺตีติ นิรวเสสโต วารยนฺตีติ อตฺโถ, ตสฺมา อาวรณวเสนาติ อาทิโต กุสลุปฺปตฺติวารณวเสน. นีวรณวเสนาติ นิรวเสสโต วารณวเสนาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา ปญฺจ นีวรณา อุปฺปชฺชมานา อนุปฺปนฺนาย โลกิยโลกุตฺตราย ปญฺญาย อุปฺปชฺชิตุํ น เทนฺติ, อุปฺปนฺนาปิ อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปญฺจ วา อภิญฺญา อุปจฺฉินฺทิตฺวา ปาเตนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา’’ติ วุจฺจนฺติ. อุปจฺฉินฺทนํ ปาตนญฺเจตฺถ ตาสํ ปญฺญานํ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทานเมว. อิติ มหคฺคตานุตฺตรปญฺญานํ เอกจฺจาย จ ปริตฺตปญฺญาย อนุปฺปตฺติเหตุภูตา นีวรณธมฺมา อิตราสํ สมตฺถตํ วิหนนฺติเยวาติ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา วุตฺตา. ภาวนามนสิกาเรน วินา ปกติยา มนุสฺเสหิ นิพฺพตฺเตตพฺโพ ธมฺโมติ มนุสฺสธมฺโม, มนุสฺสตฺตภาวาวโห วา ธมฺโม มนุสฺสธมฺโม, อนุฬารํ ปริตฺตกุสลํ. ยํ อสติปิ พุทฺธุปฺปาเท วตฺตติ, ยญฺจ สนฺธายาห ‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชตี’’ติ (ชา. ๑.๘.๗๕). อลํ อริยาย อริยภาวายาติ อลมริโย, อริยภาวาย สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. ญาณทสฺสนเมว ญาณทสฺสนวิเสโส, อลมริโย จ โส ญาณทสฺสนวิเสโส จาติ อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส.
ญาณทสฺสนนฺติ จ ทิพฺพจกฺขุปิ วิปสฺสนาปิ มคฺโคปิ ผลมฺปิ ปจฺจเวกฺขณญาณมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณมฺปิ วุจฺจติ. ‘‘อปฺปมตฺโต สมาโน ญาณทสฺสนํ อาราเธตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๑๑) หิ เอตฺถ ทิพฺพจกฺขุ ญาณทสฺสนํ นาม. ‘‘ญาณทสฺสนาย จิตฺตํ อภินีหรติ อภินินฺนาเมตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๓๔) เอตฺถ วิปสฺสนาญาณํ. ‘‘อภพฺพา เต ญาณาย ทสฺสนาย อนุตฺตราย สมฺโพธายา’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๙๖) เอตฺถ มคฺโค. ‘‘อยมญฺโญ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส อธิคโต ผาสุวิหาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๒๘) เอตฺถ ผลํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ, อกุปฺปา เม วิมุตฺติ, อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๖; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) เอตฺถ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ ‘สตฺตาหกาลกโต อาฬาโร กาลาโม’’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๔; ๒.๓๔๐) เอตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. อิธ ปน โลกุตฺตรธมฺโม อธิปฺเปโต. เอตฺถ จ รูปายตนํ ชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ วิย ปสฺสติ จาติ ญาณทสฺสนํ, ทิพฺพจกฺขุ. สมฺมสนูปจาเร จ ธมฺมลกฺขณตฺตยญฺจ ตถา ชานาติ ปสฺสติ จาติ ญาณทสฺสนํ, วิปสฺสนา. นิพฺพานํ จตฺตาริ วา สจฺจานิ อสมฺโมหปฺปฏิเวธโต ชานาติ ปสฺสติ จาติ ญาณทสฺสนํ, มคฺโค. ผลํ ปน นิพฺพานวเสเนว โยเชตพฺพํ. ปจฺจเวกฺขณา มคฺคาธิคตสฺส อตฺถสฺส สพฺพโส โชตนฏฺเฐน ญาณทสฺสนํ. สพฺพญฺญุตา อนาวรณตาย สมนฺตจกฺขุตาย จ ญาณทสฺสนํ. พฺยาทิณฺณกาโลติ ปริยาทินฺนกาโล. ทุติยํ อุตฺตานเมว.
อาวรณสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓-๔. ปธานิยงฺคสุตฺตาทิวณฺณนา
๕๓-๕๔. ตติเย ปทหตีติ ปทหโน, ภาวนมนุยุตฺโต โยคี, ตสฺส ภาโว ภาวนานุโยโค ปทหนภาโว. ปธานมสฺส อตฺถีติ ปธานิโก, ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา ‘‘ปธานิโย’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อภินีหารโต ปฏฺฐาย อาคตตฺตา’’ติ วุตฺตตฺตา ปจฺเจกโพธิสตฺตสาวกโพธิสตฺตานมฺปิ ปณิธานโต ปภุติ อาคตสทฺธา อาคมนสทฺทา เอว, อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ปน ‘‘สพฺพญฺญุโพธิสตฺตาน’’นฺติ วุตฺตํ. อธิคมโต สมุทาคตตฺตา อคฺคมคฺคผลสมฺปยุตฺตา จาปิ อธิคมสทฺธา นาม, ยา โสตาปนฺนสฺส องฺคภาเวน วุตฺตา. อจลภาเวนาติ ปฏิปกฺเขน อนธิภวนียตฺตา นิจฺจลภาเวน. โอกปฺปนนฺติ โอกฺกนฺทิตฺวา อธิมุจฺจนํ, ปสาทุปฺปตฺติยา ปสาทนียวตฺถุสฺมึ ปสีทนเมว. สุปฺปฏิวิทฺธนฺติ สุฏฺฐุ ปฏิวิทฺธํ. ยถา เตน ปฏิวิทฺเธน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ หตฺถคตํ อโหสิ, ตถา ปฏิวิทฺธํ. ยสฺส พุทฺธสุพุทฺธตาย สทฺธา อจลา อสมฺปเวธิ, ตสฺส ธมฺมสุธมฺมตาย สงฺฆสุปฺปฏิปนฺนตาย เตน ปฏิเวเธน สทฺธา น ตถาติ อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส. เตนาห ภควา – ‘‘โย, ภิกฺขเว, พุทฺเธ ปสนฺโน ธมฺเม ปสนฺโน สงฺเฆ ปสนฺโน’’ติอาทิ. ปธานวีริยํ อิชฺฌติ ‘‘อทฺธา อิมาย ปฏิปทาย ชรามรณโต มุจฺจิสฺสามี’’ติ สกฺกจฺจํ ปทหนโต.
อปฺป-สทฺโท อภาวตฺโถ ‘‘อปฺปสทฺทสฺส…เป… โข ปนา’’ติอาทีสุ วิยาติ อาห ‘‘อโรโค’’ติ. สมเวปากินิยาติ ยถาภุตฺตมาหารํ สมากาเรเนว ปจนสีลาย. ทฬฺหํ กตฺวา ปจนฺตี หิ คหณี โฆรภาเวน ปิตฺตวิการาทิวเสน โรคํ ชเนติ, สิถิลํ กตฺวา ปจนฺตี มนฺทภาเวน วาตวิการาทิวเสน เตนาห ‘‘นาติสีตาย นาจฺจุณฺหายา’’ติ. คหณิเตชสฺส มนฺทปฏุตาวเสน สตฺตานํ ยถากฺกมํ สีตุณฺหสหตาติ อาห ‘‘อติสีตลคฺคหณิโก’’ติอาทิ. ยาถาวโต อจฺจยเทสนา อตฺตโน อาวิกรณํ นามาติ อาห ‘‘ยถาภูตํ อตฺตโน อคุณํ ปกาเสตา’’ติ. อุทยตฺถคามินิยาติ สงฺขารานํ อุทยญฺจ วยญฺจ ปฏิวิชฺฌนฺติยาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อุทยญฺจา’’ติอาทิ. ปริสุทฺธายาติ นิรุปกฺกิเลสาย. นิพฺพิชฺฌิตุํ สมตฺถายาติ ตทงฺควเสน สวิเสสํ ปชหิตุํ สมตฺถาย. ตสฺส ทุกฺขสฺส ขยคามินิยาติ ยํ ทุกฺขํ อิมสฺมึ ญาเณ อนธิคเต ปวตฺติรหํ, อธิคเต น ปวตฺติ, ตํ สนฺธาย วทติ. ตถาเหส โยคาวจโร ‘‘จูฬโสตาปนฺโน’’ติ วุจฺจติ. จตุตฺถํ อุตฺตานเมว.
ปธานิยงฺคสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มาตาปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๕๕. ปญฺจเม วิสฺสาโสติ วิสจฺฉายสนฺตาโน ภาโว. โอตาโรติ ตตฺถ จิตฺตสฺส อนุปฺปเวโส. คเหตฺวาติ อตฺตโน เอว โอกาสํ คเหตฺวา. เขเปตฺวาติ กุสลวารํ เขเปตฺวา.
ฆฏฺเฏยฺยาติ อกฺกมนาทิวเสน พาเธยฺย. ตีหิ ปริญฺญาหีติ ญาตตีรณปฺปหานสงฺขาตาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ. นตฺถิ เอเตสํ กุโตจิ ภยนฺติ อกุโตภยา, นิพฺภยาติ อตฺโถ. จตุนฺนํ โอฆานํ, สํสารมโหฆสฺเสว วา ปารํ ปริยนฺตํ คตา. เตนาห ‘‘ปารํ วุจฺจติ นิพฺพาน’’นฺติอาทิ.
มาตาปุตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อุปชฺฌายสุตฺตวณฺณนา
๕๖. ฉฏฺเฐ มธุรกภาโว นาม สรีรสฺส ถมฺภิตตฺตํ, ตํ ปน ครุภาวปุพฺพกนฺติ อาห ‘‘สญฺชาตครุภาโว’’ติ. น ปกฺขายนฺตีติ นปฺปกาเสนฺติ, นานาการณโต น อุปฏฺฐหนฺติ. เตนาห ‘‘จตสฺโส ทิสา จ อนุทิสา จ มยฺหํ น อุปฏฺฐหนฺตี’’ติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
อุปชฺฌายสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. อภิณฺหปจฺจเวกฺขิตพฺพฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา
๕๗. สตฺตเม ชราธมฺโมติ ธมฺม-สทฺโท ‘‘อสมฺโมสธมฺโม นิพฺพาน’’นฺติอาทีสุ (สุ. นิ. ๗๖๓) วิย ปกติปริยาโย, ตสฺมา ชราปกติโก ชิณฺณสภาโวติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ชราสภาโว’’ติอาทิ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. กมฺมุนา ทาตพฺพํ อาทิยตีติ กมฺมทายาโท, อตฺตนา ยถูปจิตกมฺมผลภาคีติ อตฺโถ. ตํ ปน ทายชฺชํ การณูปจาเรน วทนฺโต ‘‘กมฺมํ มยฺหํ ทายชฺชํ สนฺตกนฺติ อตฺโถ’’ติ อาห ยถา ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ, เอวมิทํ ปุญฺญํ วฑฺฒตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๘๐). โยนีหิ ผลํ สภาวโต ภินฺนมฺปิ อภินฺนํ วิย มิสฺสิตํ โหติ. เตนาห ‘‘กมฺมํ มยฺหํ โยนิ การณ’’นฺติ. มมตฺตวเสน พชฺฌนฺตีติ พนฺธู, ญาติ สาโลหิโต จ, กมฺมํ ปน เอกนฺตสมฺพนฺธวาติ อาห ‘‘กมฺมํ มยฺหํ พนฺธู’’ติ. ปติฏฺฐาติ อวสฺสโย. กมฺมสทิโส หิ สตฺตานํ อวสฺสโย นตฺถิ.
โยพฺพนํ อารพฺภ อุปฺปนฺนมโทติ ‘‘มหลฺลกกาเล ปุญฺญํ กริสฺสาม, ทหรมฺห ตาวา’’ติ โยพฺพนํ อปสฺสาย มานกรณํ. ‘‘อหํ นิโรโค สฏฺฐิ วา สตฺตติ วา วสฺสานิ อติกฺกนฺตานิ, น เม หรีตกขณฺฑมฺปิ ขาทิตพฺพํ, อิเม ปนญฺเญ ‘อสุกํ โน ฐานํ รุชฺชติ, เภสชฺชํ ขาทามา’ติ วิจรนฺติ, โก อญฺโญ มยา สทิโส นิโรโค นามา’’ติ เอวํ มานกรณํ อาโรคฺยมโท. สพฺเพสมฺปิ ชีวิตํ นาม ปภงฺคุรํ ทุกฺขานุพนฺธญฺจ, ตทุภยํ อโนโลเกตฺวา ปพนฺธฏฺฐิตึ ปจฺจยสุลภตญฺจ นิสฺสาย ‘‘จิรํ ชีวึ, จิรํ ชีวามิ, จิรํ ชีวิสฺสามิ, สุขํ ชีวึ, สุขํ ชีวามิ, สุขํ ชีวิสฺสามี’’ติ เอวํ มานกรณํ ชีวิตมโท.
อุปธิรหิตนฺติ กามูปธิรหิตํ. จตฺตาโร หิ อุปธี – กามูปธิ, ขนฺธูปธิ, กิเลสูปธิ, อภิสงฺขารูปธีติ. กามาปิ ‘‘ยํ ปญฺจ กามคุเณ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ, อยํ กามานํ อสฺสาโท’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๖๖) เอวํ วุตฺตสฺส สุขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต ‘‘อุปธิยติ เอตฺถ สุข’’นฺติ อิมินา วจนตฺเถน ‘‘อุปธี’’ติ วุจฺจติ, ขนฺธาปิ ขนฺธมูลกสฺส ทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, กิเลสาปิ อปายทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, อภิสงฺขาราปิ ภวทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อภิณฺหปจฺจเวกฺขิตพฺพฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.