(๖) ๑. นีวรณวคฺโค

๑-๒. อาวรณสุตฺตาทิวณฺณนา

๕๑-๕๒. ทุติยสฺส ปฐเม อาวรนฺตีติ อาวรณา, นีวารยนฺตีติ นีวรณา. เอตฺถ จ อาวรนฺตีติ กุสลธมฺมุปฺปตฺตึ อาทิโต ปริวาเรนฺติ. นีวารยนฺตีติ นิรวเสสโต วารยนฺตีติ อตฺโถ, ตสฺมา อาวรณวเสนาติ อาทิโต กุสลุปฺปตฺติวารณวเสน. นีวรณวเสนาติ นิรวเสสโต วารณวเสนาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา ปญฺจ นีวรณา อุปฺปชฺชมานา อนุปฺปนฺนาย โลกิยโลกุตฺตราย ปญฺญาย อุปฺปชฺชิตุํ น เทนฺติ, อุปฺปนฺนาปิ อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปญฺจ วา อภิญฺญา อุปจฺฉินฺทิตฺวา ปาเตนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา’’ติ วุจฺจนฺติ. อุปจฺฉินฺทนํ ปาตนญฺเจตฺถ ตาสํ ปญฺญานํ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทานเมว. อิติ มหคฺคตานุตฺตรปญฺญานํ เอกจฺจาย จ ปริตฺตปญฺญาย อนุปฺปตฺติเหตุภูตา นีวรณธมฺมา อิตราสํ สมตฺถตํ วิหนนฺติเยวาติ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา วุตฺตา. ภาวนามนสิกาเรน วินา ปกติยา มนุสฺเสหิ นิพฺพตฺเตตพฺโพ ธมฺโมติ มนุสฺสธมฺโม, มนุสฺสตฺตภาวาวโห วา ธมฺโม มนุสฺสธมฺโม, อนุฬารํ ปริตฺตกุสลํ. ยํ อสติปิ พุทฺธุปฺปาเท วตฺตติ, ยญฺจ สนฺธายาห ‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชตี’’ติ (ชา. ๑.๘.๗๕). อลํ อริยาย อริยภาวายาติ อลมริโย, อริยภาวาย สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. ญาณทสฺสนเมว ญาณทสฺสนวิเสโส, อลมริโย จ โส ญาณทสฺสนวิเสโส จาติ อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส.

ญาณทสฺสนนฺติ จ ทิพฺพจกฺขุปิ วิปสฺสนาปิ มคฺโคปิ ผลมฺปิ ปจฺจเวกฺขณญาณมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณมฺปิ วุจฺจติ. ‘‘อปฺปมตฺโต สมาโน ญาณทสฺสนํ อาราเธตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๑๑) หิ เอตฺถ ทิพฺพจกฺขุ ญาณทสฺสนํ นาม. ‘‘ญาณทสฺสนาย จิตฺตํ อภินีหรติ อภินินฺนาเมตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๓๔) เอตฺถ วิปสฺสนาญาณํ. ‘‘อภพฺพา เต ญาณาย ทสฺสนาย อนุตฺตราย สมฺโพธายา’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๙๖) เอตฺถ มคฺโค. ‘‘อยมญฺโญ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส อธิคโต ผาสุวิหาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๒๘) เอตฺถ ผลํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ, อกุปฺปา เม วิมุตฺติ, อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๖; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) เอตฺถ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ ‘สตฺตาหกาลกโต อาฬาโร กาลาโม’’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๔; ๒.๓๔๐) เอตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. อิธ ปน โลกุตฺตรธมฺโม อธิปฺเปโต. เอตฺถ จ รูปายตนํ ชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ วิย ปสฺสติ จาติ ญาณทสฺสนํ, ทิพฺพจกฺขุ. สมฺมสนูปจาเร จ ธมฺมลกฺขณตฺตยญฺจ ตถา ชานาติ ปสฺสติ จาติ ญาณทสฺสนํ, วิปสฺสนา. นิพฺพานํ จตฺตาริ วา สจฺจานิ อสมฺโมหปฺปฏิเวธโต ชานาติ ปสฺสติ จาติ ญาณทสฺสนํ, มคฺโค. ผลํ ปน นิพฺพานวเสเนว โยเชตพฺพํ. ปจฺจเวกฺขณา มคฺคาธิคตสฺส อตฺถสฺส สพฺพโส โชตนฏฺเฐน ญาณทสฺสนํ. สพฺพญฺญุตา อนาวรณตาย สมนฺตจกฺขุตาย จ ญาณทสฺสนํ. พฺยาทิณฺณกาโลติ ปริยาทินฺนกาโล. ทุติยํ อุตฺตานเมว.

อาวรณสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓-๔. ปธานิยงฺคสุตฺตาทิวณฺณนา

๕๓-๕๔. ตติเย ปทหตีติ ปทหโน, ภาวนมนุยุตฺโต โยคี, ตสฺส ภาโว ภาวนานุโยโค ปทหนภาโว. ปธานมสฺส อตฺถีติ ปธานิโก, ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา ‘‘ปธานิโย’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อภินีหารโต ปฏฺฐาย อาคตตฺตา’’ติ วุตฺตตฺตา ปจฺเจกโพธิสตฺตสาวกโพธิสตฺตานมฺปิ ปณิธานโต ปภุติ อาคตสทฺธา อาคมนสทฺทา เอว, อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ปน ‘‘สพฺพญฺญุโพธิสตฺตาน’’นฺติ วุตฺตํ. อธิคมโต สมุทาคตตฺตา อคฺคมคฺคผลสมฺปยุตฺตา จาปิ อธิคมสทฺธา นาม, ยา โสตาปนฺนสฺส องฺคภาเวน วุตฺตา. อจลภาเวนาติ ปฏิปกฺเขน อนธิภวนียตฺตา นิจฺจลภาเวน. โอกปฺปนนฺติ โอกฺกนฺทิตฺวา อธิมุจฺจนํ, ปสาทุปฺปตฺติยา ปสาทนียวตฺถุสฺมึ ปสีทนเมว. สุปฺปฏิวิทฺธนฺติ สุฏฺฐุ ปฏิวิทฺธํ. ยถา เตน ปฏิวิทฺเธน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ หตฺถคตํ อโหสิ, ตถา ปฏิวิทฺธํ. ยสฺส พุทฺธสุพุทฺธตาย สทฺธา อจลา อสมฺปเวธิ, ตสฺส ธมฺมสุธมฺมตาย สงฺฆสุปฺปฏิปนฺนตาย เตน ปฏิเวเธน สทฺธา น ตถาติ อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส. เตนาห ภควา – ‘‘โย, ภิกฺขเว, พุทฺเธ ปสนฺโน ธมฺเม ปสนฺโน สงฺเฆ ปสนฺโน’’ติอาทิ. ปธานวีริยํ อิชฺฌติ ‘‘อทฺธา อิมาย ปฏิปทาย ชรามรณโต มุจฺจิสฺสามี’’ติ สกฺกจฺจํ ปทหนโต.

อปฺป-สทฺโท อภาวตฺโถ ‘‘อปฺปสทฺทสฺส…เป… โข ปนา’’ติอาทีสุ วิยาติ อาห ‘‘อโรโค’’ติ. สมเวปากินิยาติ ยถาภุตฺตมาหารํ สมากาเรเนว ปจนสีลาย. ทฬฺหํ กตฺวา ปจนฺตี หิ คหณี โฆรภาเวน ปิตฺตวิการาทิวเสน โรคํ ชเนติ, สิถิลํ กตฺวา ปจนฺตี มนฺทภาเวน วาตวิการาทิวเสน เตนาห ‘‘นาติสีตาย นาจฺจุณฺหายา’’ติ. คหณิเตชสฺส มนฺทปฏุตาวเสน สตฺตานํ ยถากฺกมํ สีตุณฺหสหตาติ อาห ‘‘อติสีตลคฺคหณิโก’’ติอาทิ. ยาถาวโต อจฺจยเทสนา อตฺตโน อาวิกรณํ นามาติ อาห ‘‘ยถาภูตํ อตฺตโน อคุณํ ปกาเสตา’’ติ. อุทยตฺถคามินิยาติ สงฺขารานํ อุทยญฺจ วยญฺจ ปฏิวิชฺฌนฺติยาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อุทยญฺจา’’ติอาทิ. ปริสุทฺธายาติ นิรุปกฺกิเลสาย. นิพฺพิชฺฌิตุํ สมตฺถายาติ ตทงฺควเสน สวิเสสํ ปชหิตุํ สมตฺถาย. ตสฺส ทุกฺขสฺส ขยคามินิยาติ ยํ ทุกฺขํ อิมสฺมึ ญาเณ อนธิคเต ปวตฺติรหํ, อธิคเต น ปวตฺติ, ตํ สนฺธาย วทติ. ตถาเหส โยคาวจโร ‘‘จูฬโสตาปนฺโน’’ติ วุจฺจติ. จตุตฺถํ อุตฺตานเมว.

ปธานิยงฺคสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. มาตาปุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๕๕. ปญฺจเม วิสฺสาโสติ วิสจฺฉายสนฺตาโน ภาโว. โอตาโรติ ตตฺถ จิตฺตสฺส อนุปฺปเวโส. คเหตฺวาติ อตฺตโน เอว โอกาสํ คเหตฺวา. เขเปตฺวาติ กุสลวารํ เขเปตฺวา.

ฆฏฺเฏยฺยาติ อกฺกมนาทิวเสน พาเธยฺย. ตีหิ ปริญฺญาหีติ ญาตตีรณปฺปหานสงฺขาตาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ. นตฺถิ เอเตสํ กุโตจิ ภยนฺติ อกุโตภยา, นิพฺภยาติ อตฺโถ. จตุนฺนํ โอฆานํ, สํสารมโหฆสฺเสว วา ปารํ ปริยนฺตํ คตา. เตนาห ‘‘ปารํ วุจฺจติ นิพฺพาน’’นฺติอาทิ.

มาตาปุตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. อุปชฺฌายสุตฺตวณฺณนา

๕๖. ฉฏฺเฐ มธุรกภาโว นาม สรีรสฺส ถมฺภิตตฺตํ, ตํ ปน ครุภาวปุพฺพกนฺติ อาห ‘‘สญฺชาตครุภาโว’’ติ. น ปกฺขายนฺตีติ นปฺปกาเสนฺติ, นานาการณโต น อุปฏฺฐหนฺติ. เตนาห ‘‘จตสฺโส ทิสา จ อนุทิสา จ มยฺหํ น อุปฏฺฐหนฺตี’’ติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

อุปชฺฌายสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. อภิณฺหปจฺจเวกฺขิตพฺพฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา

๕๗. สตฺตเม ชราธมฺโมติ ธมฺม-สทฺโท ‘‘อสมฺโมสธมฺโม นิพฺพาน’’นฺติอาทีสุ (สุ. นิ. ๗๖๓) วิย ปกติปริยาโย, ตสฺมา ชราปกติโก ชิณฺณสภาโวติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ชราสภาโว’’ติอาทิ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. กมฺมุนา ทาตพฺพํ อาทิยตีติ กมฺมทายาโท, อตฺตนา ยถูปจิตกมฺมผลภาคีติ อตฺโถ. ตํ ปน ทายชฺชํ การณูปจาเรน วทนฺโต ‘‘กมฺมํ มยฺหํ ทายชฺชํ สนฺตกนฺติ อตฺโถ’’ติ อาห ยถา ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ, เอวมิทํ ปุญฺญํ วฑฺฒตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๘๐). โยนีหิ ผลํ สภาวโต ภินฺนมฺปิ อภินฺนํ วิย มิสฺสิตํ โหติ. เตนาห ‘‘กมฺมํ มยฺหํ โยนิ การณ’’นฺติ. มมตฺตวเสน พชฺฌนฺตีติ พนฺธู, ญาติ สาโลหิโต จ, กมฺมํ ปน เอกนฺตสมฺพนฺธวาติ อาห ‘‘กมฺมํ มยฺหํ พนฺธู’’ติ. ปติฏฺฐาติ อวสฺสโย. กมฺมสทิโส หิ สตฺตานํ อวสฺสโย นตฺถิ.

โยพฺพนํ อารพฺภ อุปฺปนฺนมโทติ ‘‘มหลฺลกกาเล ปุญฺญํ กริสฺสาม, ทหรมฺห ตาวา’’ติ โยพฺพนํ อปสฺสาย มานกรณํ. ‘‘อหํ นิโรโค สฏฺฐิ วา สตฺตติ วา วสฺสานิ อติกฺกนฺตานิ, น เม หรีตกขณฺฑมฺปิ ขาทิตพฺพํ, อิเม ปนญฺเญ ‘อสุกํ โน ฐานํ รุชฺชติ, เภสชฺชํ ขาทามา’ติ วิจรนฺติ, โก อญฺโญ มยา สทิโส นิโรโค นามา’’ติ เอวํ มานกรณํ อาโรคฺยมโท. สพฺเพสมฺปิ ชีวิตํ นาม ปภงฺคุรํ ทุกฺขานุพนฺธญฺจ, ตทุภยํ อโนโลเกตฺวา ปพนฺธฏฺฐิตึ ปจฺจยสุลภตญฺจ นิสฺสาย ‘‘จิรํ ชีวึ, จิรํ ชีวามิ, จิรํ ชีวิสฺสามิ, สุขํ ชีวึ, สุขํ ชีวามิ, สุขํ ชีวิสฺสามี’’ติ เอวํ มานกรณํ ชีวิตมโท.

อุปธิรหิตนฺติ กามูปธิรหิตํ. จตฺตาโร หิ อุปธี – กามูปธิ, ขนฺธูปธิ, กิเลสูปธิ, อภิสงฺขารูปธีติ. กามาปิ ‘‘ยํ ปญฺจ กามคุเณ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ, อยํ กามานํ อสฺสาโท’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๖๖) เอวํ วุตฺตสฺส สุขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต ‘‘อุปธิยติ เอตฺถ สุข’’นฺติ อิมินา วจนตฺเถน ‘‘อุปธี’’ติ วุจฺจติ, ขนฺธาปิ ขนฺธมูลกสฺส ทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, กิเลสาปิ อปายทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, อภิสงฺขาราปิ ภวทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อภิณฺหปจฺจเวกฺขิตพฺพฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘-๑๐. ลิจฺฉวิกุมารกสุตฺตาทิวณฺณนา

๕๘-๖๐. อฏฺฐเม สาปเตยฺยนฺติ เอตฺถ สํ วุจฺจติ ธนํ, ตสฺส ปตีติ สปติ, ธนสามิโก. ตสฺส หิตาวหตฺตา สาปเตยฺยํ, ทฺรพฺยํ, ธนนฺติ อตฺโถ. อตฺตโน รุจิวเสน คามกิจฺจํ เนตีติ คามนิโย, คามนิโยเยว คามณิโก.

อนฺวาย อุปนิสฺสาย ชีวนสีลา อนุชีวิโนติ อาห ‘‘เย จ เอตํ อุปนิสฺสาย ชีวนฺตี’’ติ. เอกํ มหากุลํ นิสฺสาย ปณฺณาสมฺปิ สฏฺฐิปิ กุลานิ ชีวนฺติ, เต มนุสฺเส สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว. นวมาทีนิ อุตฺตานตฺถาเนว.

ลิจฺฉวิกุมารกสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นีวรณวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.