๒-๖. วิตฺถตสุตฺตาทิวณฺณนา

๒-๖. ทุติเย หิรียตีติ ลชฺชติ วิรชฺชติ. ยสฺมา หิรี ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณา, ตสฺมา ‘‘ชิคุจฺฉตีติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. โอตฺตปฺปตีติ อุตฺรสติ. ปาปุตฺราสลกฺขณญฺหิ โอตฺตปฺปํ.

ปคฺคหิตวีริโยติ สงฺโกจํ อนาปนฺนวีริโย. เตนาห ‘‘อโนสกฺกิตมานโส’’ติ. ปหานตฺถายาติ สมุจฺฉินฺนตฺถาย. กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทา นาม สมธิคโม เอวาติ อาห ‘‘ปฏิลาภตฺถายา’’ติ.

คติอตฺถา ธาตุสทฺทา พุทฺธิอตฺถา โหนฺตีติ อาห ‘‘อุทยญฺจ วยญฺจ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถายา’’ติ. มิสฺสกนเยนายํ เทสนา คตาติ อาห ‘‘วิกฺขมฺภนวเสน จ สมุจฺเฉทวเสน จา’’ติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาปญฺญาย เจว มคฺคปญฺญาย จา’’ติ. วิปสฺสนาปญฺญาย วิกฺขมฺภนกิริยโต สา จ โข ปเทสิกาติ นิปฺปเทสิกํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคปญฺญาย ปฏิลาภสํวตฺตนโต’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขกฺขยคามินิภาเวปิ เอเสว นโย. สมฺมาติ ยาถาวโต. อกุปฺปธมฺมตาย หิ มคฺคปญฺญาย เขปิตํ เขปิตเมว, นาสฺส ปุน เขปนกิจฺจํ อตฺถีติ อุปาเยน ญาเยน สา ปวตฺตตีติ อาห ‘‘เหตุนา นเยนา’’ติ. ตติยาทีสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

วิตฺถตสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.