๑. เสขพลวคฺโค
๑. สํขิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๑. ปญฺจกนิปาตสฺส ปฐเม กามํ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาโวปิ พลฏฺโฐ เอว, ปฏิปกฺเขหิ ปน อกมฺปนียตฺตํ สาติสยํ พลฏฺโฐติ วุตฺตํ – ‘‘อสฺสทฺธิเย น กมฺปตี’’ติ.
สํขิตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒-๖. วิตฺถตสุตฺตาทิวณฺณนา
๒-๖. ทุติเย หิรียตีติ ลชฺชติ วิรชฺชติ. ยสฺมา หิรี ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณา, ตสฺมา ‘‘ชิคุจฺฉตีติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. โอตฺตปฺปตีติ อุตฺรสติ. ปาปุตฺราสลกฺขณญฺหิ โอตฺตปฺปํ.
ปคฺคหิตวีริโยติ สงฺโกจํ อนาปนฺนวีริโย. เตนาห ‘‘อโนสกฺกิตมานโส’’ติ. ปหานตฺถายาติ สมุจฺฉินฺนตฺถาย. กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทา นาม สมธิคโม เอวาติ อาห ‘‘ปฏิลาภตฺถายา’’ติ.
คติอตฺถา ธาตุสทฺทา พุทฺธิอตฺถา โหนฺตีติ อาห ‘‘อุทยญฺจ วยญฺจ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถายา’’ติ. มิสฺสกนเยนายํ เทสนา คตาติ อาห ‘‘วิกฺขมฺภนวเสน จ สมุจฺเฉทวเสน จา’’ติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาปญฺญาย เจว มคฺคปญฺญาย จา’’ติ. วิปสฺสนาปญฺญาย วิกฺขมฺภนกิริยโต สา จ โข ปเทสิกาติ นิปฺปเทสิกํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคปญฺญาย ปฏิลาภสํวตฺตนโต’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขกฺขยคามินิภาเวปิ เอเสว นโย. สมฺมาติ ยาถาวโต. อกุปฺปธมฺมตาย หิ มคฺคปญฺญาย เขปิตํ เขปิตเมว, นาสฺส ปุน เขปนกิจฺจํ อตฺถีติ อุปาเยน ญาเยน สา ปวตฺตตีติ อาห ‘‘เหตุนา นเยนา’’ติ. ตติยาทีสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
วิตฺถตสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. กามสุตฺตวณฺณนา
๗. สตฺตเม อสนฺติ ลูนนฺติ เตนาติ อสิตํ, ทาตฺตํ. วิวิธา อาภญฺชนฺติ ภารํ โอลมฺเพนฺติ เตนาติ พฺยาภงฺคี, วิธํ. กุลปุตฺโตติ เอตฺถ ทุวิโธ กุลปุตฺโต ชาติกุลปุตฺโต, อาจารกุลปุตฺโต จ. ตตฺถ ‘‘เตน โข ปน สมเยน รฏฺฐปาโล นาม กุลปุตฺโต ตสฺมึเยว ถุลฺลโกฏฺฐิเก อคฺคกุลิกสฺส ปุตฺโต’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๙๔) เอวํ อาคโต อุจฺจกุลปฺปสุโต ชาติกุลปุตฺโต นาม. ‘‘เย เต กุลปุตฺตา สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๔) เอวํ อาคตา ปน ยตฺถ กตฺถจิ กุเล ปสุตาปิ อาจารสมฺปนฺนา อาจารกุลปุตฺโต นาม. อิธ ปน อาจารกุลปุตฺโต อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘กุลปุตฺโตติ อาจารกุลปุตฺโต’’ติ. ยุตฺตนฺติ อนุจฺฉวิกํ, เอวํ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
กามสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. จวนสุตฺตวณฺณนา
๘. อฏฺฐเม สทฺธายาติ อิมินา อธิคมสทฺธา ทสฺสิตา. จตุพฺพิธา หิ สทฺธา – อาคมนียสทฺธา, อธิคมสทฺธา, ปสาทสทฺธา, โอกปฺปนสทฺธาติ. ตตฺถ อาคมนียสทฺธา สพฺพญฺญุโพธิสตฺตานํ ปวตฺตา โหติ. อาคมนียปฺปฏิปทาย อาคตา หิ สทฺธา สาติสยา มหาโพธิสตฺตานํ ปโรปเทเสน วินา สทฺเธยฺยวตฺถุํ อวิปรีตโต คเหตฺวา อธิมุจฺจนโต. สจฺจปฺปฏิเวธโต อาคตสทฺธา อธิคมสทฺธา สุปฺปพุทฺธาทีนํ วิย. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติอาทินา พุทฺธาทีสุ อุปฺปชฺชนกปฺปสาโท ปสาทสทฺธา มหากปฺปินราชาทีนํ วิย. ‘‘เอวเมต’’นฺติ โอกฺกนฺทิตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา สทฺทหนวเสน กปฺปนํ โอกปฺปนํ, ตเทว สทฺธาติ โอกปฺปนสทฺธา. ตตฺถ ปสาทสทฺธา ปรเนยฺยรูปา โหติ, สวนมตฺเตนปิ ปสีทนโต. โอกปฺปนสทฺธา สทฺเธยฺยํ วตฺถุํ โอคาหิตฺวา อนุปวิสิตฺวา ‘‘เอวเมต’’นฺติ ปจฺจกฺขํ กโรนฺตี วิย ปวตฺตติ.
จวนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ปฐมอคารวสุตฺตวณฺณนา
๙. นวเม อปฺปติสฺสโยติ อปฺปติสฺสโว ว-การสฺส ย-การํ กตฺวา นิทฺเทโส. ครุนา กิสฺมิญฺจิ วุตฺโต คารววเสน ปติสฺสวนํ, ปติสฺสโว, ปติสฺสวภูตํ, ตํสภาวญฺจ ยํ กิญฺจิ คารวํ. นตฺถิ เอตสฺมึ ปติสฺสโวติ อปฺปติสฺสโว, คารววิรหิโต. เตนาห ‘‘อเชฏฺฐโก อนีจวุตฺตี’’ติ.
ปฐมอคารวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ทุติยอคารวสุตฺตวณฺณนา
๑๐. ทสเม วุทฺธินฺติอาทีสุ สีเลน วุทฺธึ, มคฺเคน วิรุฬฺหึ, นิพฺพาเนน เวปุลฺลํ. สีลสมาธีหิ วา วุทฺธึ, วิปสฺสนามคฺเคหิ วิรุฬฺหึ, ผลนิพฺพาเนหิ เวปุลฺลํ. เอตฺถ จ ยสฺส จตุพฺพิธํ สีลํ อขณฺฑาทิภาวปฺปวตฺติยา สุปริสุทฺธํ วิเสสภาคิยตฺตา อปฺปกสิเรเนว มคฺคผลาวหํ สงฺฆรกฺขิตตฺเถรสฺส วิย, โส ตาทิเสน สีเลน อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ อาปชฺชิสฺสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สีเลน วุทฺธิ’’นฺติ. ยสฺส ปน อริยมคฺโค อุปฺปนฺโน, โส วิรูฬฺหมูโล วิย ปาทโป สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา สาสเน วิรูฬฺหึ อาปนฺโน นาม โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘มคฺเคน วิรูฬฺหิ’’นฺติ. โย สพฺพกิเลสนิพฺพานปฺปตฺโต, โส อรหา สีลาทิธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา สติ เวปุลฺลปฺปตฺโต โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘นิพฺพาเนน เวปุลฺล’’นฺติ. ทุติยวิกปฺเป อตฺโถ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ.
ทุติยอคารวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เสขพลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.