๑๐. ทุติยเสขสุตฺตวณฺณนา

๙๐. ทสเม อติปาโตวาติ สพฺพรตฺตึ นิทฺทายิตฺวา พลวปจฺจูเส โกฏิสมฺมุญฺชนิยา โถกํ สมฺมชฺชิตฺวา มุขํ โธวิตฺวา ยาคุภิกฺขตฺถาย ปาโตว ปวิสติ. ตํ อติกฺกมิตฺวาติ คิหิสํสคฺควเสน กาลํ วีตินาเมนฺโต มชฺฌนฺหิกสมยํ อติกฺกมิตฺวา ปกฺกมติ. ปาโตเยว หิ คามํ ปวิสิตฺวา ยาคุํ อาทาย อาสนสาลํ คนฺตฺวา ปิวิตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน นิปนฺโน นิทฺทายิตฺวา มนุสฺสานํ โภชนเวลาย ‘‘ปณีตภิกฺขํ ลภิสฺสามี’’ติ อุปกฏฺเฐ มชฺฌนฺหิเก อุฏฺฐาย ธมฺมกรเณน อุทกํ คเหตฺวา อกฺขีนิ ปุญฺฉิตฺวา ปิณฺฑาย จริตฺวา ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา คิหิสํสฏฺโฐ กาลํ วีตินาเมตฺวา มชฺฌเนฺห วีติวตฺเต ปฏิกฺกมติ.

อปฺปิจฺฉกถาติ, ‘‘อาวุโส, อตฺริจฺฉตา ปาปิจฺฉตาติ อิเม ธมฺมา ปหาตพฺพา’’ติ เตสุ อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา ‘‘เอวรูปํ อปฺปิจฺฉตํ สมาทาย วตฺติตพฺพ’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตา กถา. ตีหิ วิเวเกหีติ กายวิเวโก, จิตฺตวิเวโก, อุปธิวิเวโกติ อิเมหิ ตีหิ วิเวเกหิ. ตตฺถ เอโก คจฺฉติ, เอโก ติฏฺฐติ, เอโก นิสีทติ, เอโก เสยฺยํ กปฺเปติ, เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, เอโก ปฏิกฺกมติ, เอโก จงฺกมํ อธิฏฺฐาติ, เอโก จรติ, เอโก วิหรตีติ อยํ กายวิเวโก นาม. อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปน จิตฺตวิเวโก นาม. นิพฺพานํ อุปธิวิเวโก นาม. วุตฺตมฺปิ เหตํ – ‘‘กายวิเวโก จ วิเวกฏฺฐกายานํ เนกฺขมฺมาภิรตานํ, จิตฺตวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ, อุปธิวิเวโก จ นิรุปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตาน’’นฺติ (มหานิ. ๕๗). ทุวิธํ วีริยนฺติ กายิกํ, เจตสิกญฺจ วีริยํ. สีลนฺติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. สมาธินฺติ วิปสฺสนาปาทกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย. วิมุตฺติกถาติ วา อริยผลํ อารพฺภ ปวตฺตา กถา. เสสํ อุตฺตานเมว.

ทุติยเสขสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เถรวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.